เตือนภัย! อย่าใช้แรงดันน้ำสูงพ่นยาฆ่าหญ้า เพราะอาจปลิวไปตกใส่พืชผลพื้นที่ผู้อื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663705

เตือนภัย! อย่าใช้แรงดันน้ำสูงพ่นยาฆ่าหญ้า เพราะอาจปลิวไปตกใส่พืชผลพื้นที่ผู้อื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.10 น.

เพจดังด้านเกษตรเตือนอย่าใช้แรงดันน้ำสูงพ่นยาฆ่าหญ้า เพราะอาจปลิวไปตกใส่พืชผลพื้นที่ผู้อื่น

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย โพสต์ข้อความระบุว่า เตือนภัย..อย่าใช้แรงดันน้ำสูงพ่นยาฆ่าหญ้า

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในพื้นที่ อบตแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดภาคกลาง คนงานได้นำยาฆ่าหญ้า ไกลโฟเซต และ 2,4-ดี ไปพ่นกำจัดวัชพืชริมทางสาธารณะที่ อบต. รับผิดชอบ แต่ปรากฏว่า พ่นสารในขณะที่ลมแรงและใช้แรงดันน้ำสูงเกินไป ทำให้ละอองสารปลิวไปสัมผัสแปลงผักบุ้งแก้วของเกษตรกร 4 รายที่อยู่ห่างไปอีก 400 เมตร รวมพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 15 ไร่ และต้นมะรุมที่อยู่บริเวณข้างทางแสดงอาการเป็นพิษ หลังพ่นสาร 3-7 วัน

อาการเป็นพิษของไกลโฟเซต คือยอดผักบุ้งที่แตกออกมาใหม่ จะแคระแกรนและมีสีเหลืองผิดปกติ ส่วนอาการของ 2,4-ดี คือใบผักบุ้งจะมีลักษณะงุ้มเข้าหากัน ลำต้นและก้านใบบิดม้วนเล็กน้อยและแตกรากมากผิดปกติ

ถาม : ต้นมะรุมและผักบุ้งจะตายมั้ย..จะแก้ไขอย่างไร⁉️ ตอบ :  ไม่ตายค่ะ  แต่ให้รีบตัดกิ่งหรือส่วนยอดที่แสดงอาการเป็นพิษทิ้งไปให้หมด เพราะ ไกลโฟเซต และ 2,4-ดี จะสะสมอยู่บริเวณส่วนยอดอ่อนของพืชเป็นจำนวนมาก หากปล่อยทิ้งไว้อาการเป็นพิษก็จะเพิ่มมากขึ้นในส่วนยอด  ทำให้พืชฟื้นตัวได้ยาก หลังตัด..รดน้ำใส่ปุ๋ยไนโตรเจนบำรุงต้น ประมาณ 2-4 สัปดาห์..ต้นจะฟื้นเป็นปกติ

สำหรับเจ้าหน้าที่ อบต. แนะนำว่า ให้ใช้แรงดันน้ำไม่เกิน 3  บาร์  และควรเปลี่ยนไปใช้หัวฉีดแบบผสมอากาศ เพื่อลดการปลิวของละอองสารได้ 80-90%

แต่ปัจจุบัน ยังห้ามใช้ไกลโฟเซตในพื้นที่สาธารณะอยู่หรือไม่..ต้องสอบถามไปที่กรมวิชาการเกษตร

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.facebook.com/1868825710042450/posts/3172221999702808/

เกษตรฯชี้ทุเรียนส่งจีน ครองอันดับ1ยอดพุ่งแสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663596

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ (เฉพาะกิจ) กล่าวถึงคลิปวีดีโอทุเรียนไทยไร้คุณภาพส่งออกไปจีน ที่มีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์ ว่าปัญหาทุเรียนไร้คุณภาพ เช่น ทุเรียนอ่อน ทุเรียนแก่ มีจริง เพราะ 4 เดือนที่ผ่านมา มีทุเรียนส่งออกกว่า 4 แสนตัน หรือกว่า 120 ล้านลูก ย่อมเกิดผิดพลาดจากมือตัด มือคัด และผู้ประกอบการ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นมาก เพราะ 2-3 ปีมานี้ ทางราชการเข้มงวดกวดขัน จับกุมไปแล้วหลายราย และหลายพื้นที่รวมทั้งล้ง ก็ให้ความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง เพื่อรักษาคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่ในสวนจนถึงตลาด มีชุดตรวจพิเศษ จับเอาโทษหนัก ทั้งจำคุก-ปรับ และถอนใบอนุญาต รวมทั้งการป้องกันทุเรียนต่างชาติมาสวมเป็นทุเรียนไทย เพื่อส่งออก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ภายใต้ 18 มาตรการของฟรุ้ตบอร์ด

ทั้งนี้ ในแต่ละปีมีสวนที่ส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนต้องมีใบรับรอง GAP เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 แสนแปลง โดยในปี 2565 เพิ่มเป้าหมายเป็น 120,000 แปลง และ GMP plus สำหรับล้ง ซึ่งยังไม่มีประเทศใดในโลกที่พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานได้แบบนี้ ด้วยมาตรฐานเช่นนี้ประเทศไทยจึงเป็นประเทศเดียวที่จีนยอมให้ส่งทุเรียนสดไปขายได้ ส่วนทุเรียนประเทศอื่นต้องแช่เย็น แช่แข็ง หรือแปรรูปถึงจะส่งออกไปจีน เพราะสวนทุเรียนไม่ผ่านมาตรฐานของจีน อย่างไรก็ดี ทุเรียนไทยสามารถครองตลาดจีนเป็นที่ 1 แบบเบ็ดเสร็จ ทำเงินเข้าประเทศจากการส่งออกทะลุกว่าแสนล้านบาท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และผลไม้ทั้งหมดครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดจีนกว่า 40% เป็นอันดับ 1

ปศุสัตว์ติวเข้มผู้ปฏิบัติ ด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีก เพิ่มศักยภาพให้พร้อม รับการประเมินจากอียู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663593

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “ผู้รับผิดชอบดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีกในโรงฆ่าสัตว์ปีก (Poultry Welfare Officer in Poultry Slaughterhouse: PWO)” เพื่อให้ ผู้เข้าร่วมอบรมจากสถานประกอบการโรงฆ่าสัตว์ปีกมีความรู้ความเข้าใจในหลักสวัสดิภาพสัตว์ปีก มีการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีกที่ดี สามารถนำเทคนิคและหลักเกณฑ์ในการตรวจประเมินที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้ถูกต้อง ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีข้อกำหนดตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การขนส่ง จนถึงการฆ่าสัตว์ที่โรงฆ่าสัตว์ ภาครัฐจึงมีมาตรการในการตรวจสอบและรับรอง ตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการคุ้มครองดูแลสวัสดิภาพสัตว์ปีกขณะทำให้ตายหรือการฆ่า 2554 และข้อกำหนดของสหภาพยุโรป Council Regulation (EC) No.1099/200 on the protection of animals at the time of killing

ทั้งนี้ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ ได้จัดอบรมหลักสูตร “ผู้รับผิดชอบดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีกในโรงฆ่าสัตว์ปีก (Poultry Welfare Officer in Poultry Slaughterhouse: PWO)” มีผู้เข้าร่วมอบรม 66 ราย เพื่อเป็นประโยชน์นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานในการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์และเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจประเมินจากต่างประเทศ โดยผู้เข้าอบรมจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเทคนิคต่างๆ ในการตรวจสอบและปฏิบัติงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎระเบียบของประเทศไทย ประเทศคู่ค้าต่อไป

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี ชวนเที่ยวงานสานต่อความพอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663597

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เตรียมจัดงานใหญ่มหกรรมสืบสานงานพ่อ ระหว่างวันที่ 1 – 3 กรกฎาคม 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อราษฎรไทยด้านการเกษตร

พลอากาศเอกเสนาะ  พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีภารกิจในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญานวัตกรรมเกษตร และการขับเคลื่อนเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมให้เป็นที่ประจักษ์ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 70 พรรษา  28 กรกฎาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงได้จัดงานมหกรรมสืบสานงานพ่อ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ และองค์ความรู้จากปราชญ์เกษตรจากทุกภูมิภาค มาแชร์ประสบการณ์ให้ความรู้ ด้านการเกษตร ผู้เป็นต้นแบบในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตจริง พร้อมด้วยกิจกรรมการเรียนรู้อีกมากมาย

นายกฯยินดีผู้นำองค์กรชาวนาดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663594

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ นำชาวนา ผู้นำองค์กรชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ปี 2565 และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ นำโดย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าเยี่ยมคำนับและรับฟังนโยบายด้านข้าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ในการนี้ นายกฯได้แสดงความยินดีกับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2565 โดยขอให้นำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดพัฒนาสร้างมูลค่าผลผลิตข้าวให้มีราคาเพิ่มสูงขึ้น เป็นการเพิ่มพูนรายได้ ช่วยขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้มีความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลเข้าใจปัญหา เข้าใจถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนา ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับการจัดทำ Zoning และแผนที่การเกษตร (Agri map) ที่กระทรวงเกษตรฯ จัดทำข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกข้าวขณะนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการบริหารพื้นที่เพาะปลูกข้าวให้เหมาะสมกับสภาพดินและแหล่งน้ำ และปริมาณความต้องการสำหรับบริโภค รวมทั้งเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ และสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าอื่นๆ ส่วนเรื่องพันธุ์ข้าว นายกฯ ขอให้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยพิจารณากำหนดพื้นที่สำหรับทดลองเพาะปลูกพันธุ์ข้าวใหม่ สำหรับบริโภค และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ และเพิ่มองค์ความรู้ในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว เพื่อใช้ประโยชน์จากข้าวให้มากที่สุด ตอบสนองความต้องการของตลาด อีกทั้งขอให้ส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

กรมส่งเสริมฯเตือนเกษตรกร เตรียมรับมือฝนทิ้งช่วง-เก็บน้ำสำรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663598

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าช่วงตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย อาจทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในด้านการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด และในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฝนตกชุกหนาแน่น และมีโอกาสสูงที่จะเกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบนซึ่งจะส่งผลให้ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะสิ้นสุดฤดูฝนประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกต่อไปอีกถึงกลางเดือนมกราคม 2566

กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอเตือนให้เกษตรกรที่จะเพาะปลูกพืชในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนนี้ วางแผนกักเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ในเวลาที่ฝนทิ้งช่วง หรือปลูกพืชอายุสั้น/พืชผัก เช่น ผังบุ้ง ตำลึง กะหล่ำปลีคะน้า เพื่อป้องกันผลผลิตเสียหายกรณีขาดแคลนน้ำในช่วงดังกล่าว พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและดูแลรักษาพืชผักในช่วงฤดูฝนไว้ดังนี้ 1.การเตรียมเมล็ดพันธุ์ ควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่ติดมากับเมล็ด 2.ยกแปลงให้สูง ไม่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้รากพืชขาดอากาศเนื่องจากแช่ในน้ำนาน 3.เพิ่มปริมาณปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มช่องว่างในดิน 4.ใส่ปูนขาว 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อลดความเป็นกรดของดิน 5.รดกล้าผักด้วยน้ำปูนใส สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 6.หมั่นกำจัดวัชพืช และ 7.ใช้วัสดุคลุมแปลง ป้องกันความเสียหายของผิวหน้าดินและระบบรากพืชที่เกิดจากเม็ดฝน

ทั้งนี้ ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง เกษตรกรจำเป็นต้องให้น้ำแก่พืชผักอย่างเพียงพอ สม่ำเสมอเพราะหากขาดน้ำจะทำให้พืชผัก
โดยเฉพาะพืชผักรับประทานผล ได้รับความเสียหายหรือผลแตกเมื่อฝนตกลงมาอีกครั้ง ขอแนะนำให้เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่ทำการเพาะปลูกนอกเขตชลประทาน สร้างแหล่งกักเก็บสำรองน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง เพื่อเตรียมพร้อมกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ โดยขอย้ำให้เกษตรกรติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง หรือสามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน

‘จุรินทร์’เผยพาณิชย์นัดผู้นำเข้าไทยเจรจาซื้อปุ๋ยจาก 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ซาอุวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663613

‘จุรินทร์’เผยพาณิชย์นัดผู้นำเข้าไทยเจรจาซื้อปุ๋ยจาก 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ซาอุวันนี้

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

29 มิ.ย.2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยระหว่างการ เวิร์ค ฟรอม โฮม ถึงความคืบหน้าในการเจรจานำเข้าปุ๋ยจากประเทศซาอุดิอาระเบียว่า… ล่าสุดทางการซาอุดิอาระเบียได้อนุญาตให้บริษัทปุ๋ยยักษ์ใหญ่ของซาอุดิอาระเบียสามารถจำหน่ายปุ๋ยให้กับประเทศไทยได้เพิ่มเป็น 3 บริษัทซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมการค้าภายในได้ประสานให้ผู้นำเข้าปุ๋ยของไทยได้พบกับผู้ส่งออกปุ๋ยของซาอุดิอาระเบียโดยเร็ว ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เร่งดำเนินการประสานงานร่วมกับทูตพาณิชย์ไทย ประจำเจดดาห์อย่างใกล้ชิด

และล่าสุดในช่วงบ่ายวันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพจัดให้มีการเจรจากันผ่านระบบ  Web EX ระหว่างผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยซาอุดิอาระเบียกับสมาคมผู้ค้าปุ๋ยไทยและผู้นำเข้าปุ๋ยไทยกว่า 10 บริษัท โดยมีกระทรวงการลงทุนของซาอุดิอาระเบีย อุปทูตไทย ณ กรุงริยาด ทูตพาณิชย์ไทย ประจำเจดดาห์ และสภาหอการค้าไทยเข้าร่วมด้วย มีรองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เป็นประธานการประชุมเปิดการเจรจา ซึ่งในรายละเอียดจะเป็นหน้าที่ของภาคเอกชนทั้งสองประเทศที่จะคุยกันเองทั้งในเรื่องราคาและการส่งมอบต่อไป 

“แต่ในภาพรวมก็จะเป็นอีกโอกาส อีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีปริมาณปุ๋ยใช้อย่างเพียงพอมากขึ้นและโดยไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยทั้งในปัจจุบันอันเกิดจากภาวะวิกฤตโลกและในอนาคต” นายจุรินทร์กล่าว

กรมชลฯเร่งงาน’อ่างเก็บน้ำแม่พวก’ แก้ปัญหาน้ำพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663468

กรมชลฯเร่งงาน'อ่างเก็บน้ำแม่พวก' แก้ปัญหาน้ำพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.43 น.

“กรมชลประทาน” เดินหน้าสำรวจออกแบบการก่อสร้าง “โครงการอ่างเก็บน้ำแม่พวก” อ.เด่นชัย จ.แพร่ จัดการปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งลุ่มแม่น้ำยม มุ่งเป้าเพิ่มรายได้ด้านการเกษตรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้านคนพื้นที่หวังผลักดันสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดึงเม็ดเงินนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาตินำมาพัฒนาชุมชนต่อไป

นายเฉลิมเกียรติ  คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ลุ่มแม่น้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งช้ำซาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นประจำทุกปี กรมชลประทานจึงวางแผนศึกษาหาแนวทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ โครงการแก้มลิง โครงการผันน้ำหลาก การจัดการพื้นที่น้ำท่วม และการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อรองรับผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำยมแบบบูรณาการทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวโดยได้ว่าจ้าง บริษัท วิศวชลกร จำกัด เพื่อดำเนินการงานจ้างสำรวจ ออกแบบ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่พวก ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งเริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2564 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 20 มิถุนายน 2565 รวมระยะเวลาดำเนินงาน 300 วัน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค มีแหล่งน้ำไว้ช่วยเหลือเกษตรสำหรับการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ และเพื่อควบคุมปริมาณน้ำหลากและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ รวมถึงรักษานิเวศน์ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ของท้องถิ่น และเพิ่มรายได้ยกฐานะความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงให้สูงขึ้นด้วย

ด้านนายพิเชษฐรัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการอ่างเก็บน้ำแม่พวก เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ประเภทอ่างเก็บน้ำที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการ ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งน้ำ สำหรับใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำและควบคุมปริมาณน้ำท่าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ตลอดทั้งปี

ขั้นตอนการดำเนินงานสำรวจออกแบบโครงการ เริ่มตั้งแต่ทบทวนลักษณะทางอุทกวิทยาของโครงการ, ทบทวนข้อมูลงานสำรวจภูมิประเทศ ธรณีวิทยา ปฐพีกลศาสตร์ฐานรากและแหล่งวัสดุก่อสร้าง, ทบทวนลักษณะความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรมของโครงการ จัดทำรายงานแนวคิดในการออกแบบและจัดทำเกณฑ์ทำหนดในการคำนวณ ออกแบบ งานคำนวณออกแบบ และจัดทำแบบ, คำนวณปริมาณงานก่อสร้าง และจัดทำรายการปริมาณงาน พร้อมประมาณราคาค่าก่อสร้าง, จัดทำรายการรายละเอียดด้านวิศวกรรม (Technical Specifications) และจัดสัมมนาแบบรายละเอียด ประชาสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการ สภาพปัญหาที่พบในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงอยู่ในอำเภอเด่นชัย

โดยในส่วนที่เป็นปัญหาภัยแล้ง เกิดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องเพราะขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสารารณภัย พบว่าปัญหาส่วนใหญ่เป็นการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วงในฤดูฝน ส่วนปัญหาอุทกภัยแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1.เป็นลักษณะของน้ำป่าไหลหลาก 2. เป็นลักษณะของน้ำไหลล้นจากแม่น้ำและไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3.เกิดน้ำท่วมจากทั้งสองลักษณะ ที่กล่าวข้างต้นพร้อม ๆ กัน

ทั้งนี้ โครงการจะตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านช่วงบุกตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมปัจฉิมนิเทศล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่า พื้นที่จังหวัดแพร่เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผล ถ้ามีโครงการปลูกป่าทดแทนกรมชลประทานสามารถใช้ไม้ผลมาสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้ หรือขอให้ช่วยทำโครงการโดยเร่งด่วน เพื่อผลักดันให้ได้รับงบประมาณของปี 2567 หลังจากก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วต้องการให้ดำเนินการปรับปรุงฝายด้านท้ายอ่างด้วย ตั้งแต่ตำบลห้วยไร่ถึงตำบลเด่นชัย สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในโอกาสต่อไป

ด้านนางสาวสุชัญญา เสนาใจ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ กล่าวว่า ตนและคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีความยินดีกับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่พวกนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่นี้ยังไม่มีอ่างเก็บน้ำที่จะสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้เลย รวมถึงเวลาหน้าฝน น้ำก็จะท่วม โครงการฯดังกล่าว จะเข้ามาทำให้ปัญหานี้ทุเลาหรือหมดไปในอนาคต ตลอดจนทางชุมชนยังต้องการใช้อ่างเก็บน้ำนี้ เป็นตัวจุดประกายการท่องเที่ยวของชุมชน รวมถึงการทำประมงของคนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ปศุสัตว์ลุยอายัด‘เนื้อหมูเถื่อน’59ตัน ซุกห้องเย็นกลางเมืองนครปฐม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663440

ปศุสัตว์ลุยอายัด‘เนื้อหมูเถื่อน’59ตัน ซุกห้องเย็นกลางเมืองนครปฐม

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.02 น.

‘เฉลิมชัย’สั่งการปศุสัตว์ตรวจสอบห้องเย็น พบอีกซุก‘เนื้อหมูเถื่อน’กลางเมืองนครปฐม อายัดทันที 59 ตัน พร้อมประกาศปกป้อง อุตสาหกรรมหมู และสุขภาพประชาชน

29 มิถุนายน 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายปกป้องส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรเพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร และ ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย ทั้งได้คุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยอาหารปลอดจากโรคและสารตกค้างในสินค้าปศุสัตว์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐมีภารกิจหน้าที่หลักในการควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์ และกำกับดูแลสินค้าปศุสัตว์ให้มีคุณภาพมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร เข้มงวดในการนำเข้าซากสัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อป้องกันการลักลอบ นำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรไทย และป้องกันการลักลอบเคลื่อนย้ายซากสัตว์ผิดกฎหมายภายในประเทศ เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ จึงได้กำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์โดยชุดปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการตรวจสอบ ห้องเย็นเก็บซากสัตว์ หากพบการกระทำผิดกฎหมายให้ดำเนินการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่องไม่มีการยกเว้น

ด้านนายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามข้อสั่งการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกันพร้อมด่านกักกันสัตว์ ลงตรวจสอบห้องเย็นเก็บซากสัตว์ ตามข้อร้องเรียนว่ามีการลักลอบนำเข้าซากสุกรจากต่างประเทศมาเก็บซุกซ่อนไว้ในห้องเย็นแห่งหนึ่งกลางเมืองนครปฐม ผลการตรวจสอบพบซากสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ  และซากสัตว์ไม่ทราบแหล่งที่มา ทั้งหมดจำนวน 5 รายการ ได้แก่ ชิ้นส่วนขาสุกร ระบุข้างกล่องจากประเทศโปแลนด์ จำนวน 1,510 กล่อง จำนวน 22,650 กิโลกรัม , ชิ้นส่วนขาสุกร ไม่ระบุแหล่งที่มา จำนวน  80 กล่อง จำนวน 2,655 กิโลกรัม , ชิ้นส่วนสุกร 1,433 กล่อง จำนวน 26,984 กิโลกรัม , ชิ้นส่วนสุกรกล่องเขียว 500 กล่อง จำนวน 5,000 กิโลกรัม และ ชิ้นส่วนขาสุกร กล่องขาว ไม่ทราบแหล่งที่มา 180 กล่อง จำนวน 1,800 กิโลกรัม รวม 3,703 กล่อง จำนวน 59,089 กิโลกรัม

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ระบุว่า ดังนั้น อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ในมาตรา 31 การนำเข้าซากสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต และมาตรา 34 การเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดซากสัตว์ไว้เพื่อตรวจสอบหาแหล่งที่มา ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการเข้าตรวจสอบไว้ที่ สภ.เมืองนครปฐม และแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเอกสารใบอนุญาตนำเข้าและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์มาแสดงภายใน 15 วัน หากไม่สามารถนำมาแสดงได้ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีการตรวจสอบคุมเข้ม จับกุม ยึดทำลายแหล่งเนื้อเถื่อน ป้องกันการนำเข้า ลักลอบ นำผ่าน หรือเคลื่อนย้ายซากสัตว์ผิดกฎหมาย และลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่อาจเกิดได้จากการการลักลอบและเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารตกค้าง ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225 -6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

      -005

กรมชลฯบริหารน้ำฤดูฝนรับมือภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663394

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,147 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 32,937 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,407 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 14,464 ล้าน ลบ.ม.โดยในช่วงกลางเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง อาจส่งผลต่อพื้นที่การเกษตรบางแห่ง จึงเน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำอย่างประณีต การอุปโภค-บริโภคต้องไม่ขาดแคลน ส่งเสริมการใช้น้ำฝนเป็นหลัก และบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง โดยให้พิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ทั้ง 13 มาตรการ ตามที่รัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า พร้อมบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับแผนการป้องกันและบรรเทาภัย