ฝนหลวงฯเร่งเติมน้ำเพิ่ม เขื่อนใหญ่น้ำน้อยกว่า30%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658548

วันอังคาร ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 19/2565 มีการสรุปสภาพอากาศ พบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ถึงแม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณฝนตกเพิ่มมากขึ้น

ส่วนข้อมูลการรายงานของกรมชลประทาน พบว่าสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บขนาดใหญ่ยังคงมีน้ำใช้การในปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ คือร้อยละ 30 จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อ่างเก็บน้ำคลองสียัด เขื่อนขุนด่านปราการชลและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งที่ประชุมยืนยันให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการช่วยเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนขนาดใหญ่ 11 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธาราเขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนน้ำอูน เขื่อนน้ำพุง เขื่อนลำปาว อ่างเก็บน้ำทับเสลา และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด และเตรียมแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามที่มีการร้องขอ รวมทั้งยังคงติดตามสภาพอากาศและวางแผนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

สกู๊ปพิเศษ : ติดอาวุธคณะกรรมการลุ่มน้ำ ขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรน้ำสู่ระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658553

สกู๊ปพิเศษ : ติดอาวุธคณะกรรมการลุ่มน้ำ ขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรน้ำสู่ระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กำหนดให้องค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ มี 3 ระดับ ระดับบน คือ ระดับชาติ ได้แก่ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนี้ กรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง 9 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน และกรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำ 6 คน โดยมีเลขาธิการ สทนช. ปฏิบัติหน้าที่กรรมการและเลขานุการ คาดว่าจะสามารถประกาศ
รายชื่อ กนช.ชุดใหม่ไม่เกินเดือนกรกฎาคม 2565 นี้อย่างแน่นอน

ระดับล่างหรือระดับพื้นที่คือ องค์กรผู้ใช้น้ำ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงกันและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกัน รวมตัวกัน จำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย องค์กรผู้ใช้น้ำจะเข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการใช้น้ำ สามารถสะท้อนแนวทางแก้ไขตามบริบทของพื้นที่ได้ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยให้การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำตรงต่อตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ขณะนี้มีองค์กรผู้ใช่้น้ำที่จดทะเบียนแล้วจำนวน 3,342 องค์กร

องค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอีกระดับ คือ ระดับกลาง คณะกรรมการลุ่มน้ำ เปรียบเสมือน “โซ่ข้อกลาง” ในการขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการแก้ปัญหาน้ำ ในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ ขึ้นสู่ระดับชาติ

คณะกรรมการลุ่มน้ำแต่ละลุ่มน้ำมาจาก 4 กลุ่มสำคัญได้แก่ 1.กรรมการลุ่มน้ำโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตลุ่มน้ำนั้น และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ 13 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นลุ่มน้ำที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนจะมีผู้แทนจากทหาร ถ้าลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล จะมีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และถ้าเป็นลุ่มน้ำอยู่ในพื้นที่ 3 จังชายแดนภาคใต้ จะมีผู้แทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ร่วมเป็นกรรมการลุ่มน้ำนั้นๆด้วย 2.กรรมการลุ่มน้ำผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำมาจากตัวแทนองค์กรผู้ใช้น้ำที่อยู่ในลุ่มน้ำนั้นๆ ลุ่มน้ำละ 9 คน แบ่งเป็นมาจากภาคเกษตรกรรม 3 คน ภาคอุตสาหกรรม 3 คน และภาคพาณิชยกรรมอีก 3 คน 3.กรรมการผู้แทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) มาจากผู้บริหารอปท.ลุ่มน้ำละ 1 คน และ 4.กรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ มาจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำละ 4 คน

ปัจจุบันได้มีการคัดเลือกและสรรหาคณะกรรมการลุ่มน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตลุ่มน้ำที่ได้รับเลือกเป็นประธาน อย่างไรก็ตามเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเข้าใจบทบาท หน้าที่ และภารกิจในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้มีการจัดประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยคณะกรรมการลุ่มน้ำและการอบรม “คณะกรรมการลุ่มน้ำและเครื่องมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายว่า คณะกรรมการลุ่มน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการลุ่มน้ำจะต้องเร่งดำเนินการจัดทําแผนแมบทลุ่มน้ำให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ โดยบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมจัดทําแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะน้ำท่วมโดยดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดทําระบบเตือนภัยน้ำท่วม ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพอากาศและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสทนช. กล่าวว่า ในการจัดประชุมและอบรมในครั้งนั้น ยังได้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง เป้าหมายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นแกนกลาง และการบรรยายในเรื่องสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำและการติดตามประเมินผล แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำ
ผังน้ำและการใช้ประโยชน์ที่ดินในขอบเขตผังน้ำ และการดำเนินงานแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง/น้ำท่วม

“ติดอาวุธ” ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเรียบร้อย ซึ่งพร้อมที่จะเป็นโซ่ข้อกลางในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากระดับล่างสู่ระดับชาติ เพื่อให้เป็นตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมบูรณาการการทำงานให้การขับเคลื่อนภารกิจด้านน้ำทั้งในด้านการใช้น้ำ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมในทุกมิติ มีความสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนกระบวนการมี
ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

เกษตรฯเสนอซาอุฯ ให้ช่วยเหลือฝ่ายไทย ขายปุ๋ยราคามิตรภาพ ร่วมมือการค้า2ชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658290

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมงานฟอรั่มการลงทุนซาอุดีอาระเบีย-ไทย 2022 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีกระทรวงการลงทุน (Ministryof Investment) ของซาอุดีอาระเบีย เป็นเจ้าภาพ ซึ่งนายอลงกรณ์ เปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรฯ เป็นหัวหน้าคณะในการหารือ โดยภาครัฐกับกลุ่มธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศ มีเจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รมว.การต่างประเทศ ซาอุดีอาระเบีย กับนายดอน ปรมัตถ์วินัยรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ และประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าเกษตรมาตรฐานฮาลาล นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้บริหารบริษัทในสาขาต่างๆ ร่วมประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ในมิติต่างๆ

ทั้งนี้ เจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮานอัล ซาอุด ในฐานะตัวแทนรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายไทยเสนอประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งนายอลงกรณ์ เสนอให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจำหน่ายปุ๋ยราคามิตรภาพให้กับประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากปัจจุบันราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบการระบาดของไวรัสโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ปศุสัตว์เตือนเลี้ยงโค-กระบือ เฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ช่วงฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658291

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนฝนตกหนัก บางพื้นที่น้ำท่วมขังและเปียกชื้นทำให้กระทบต่อสุขภาพสัตว์โดยตรง สัตว์อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย และโรคคอบวม นอกจากนี้สัตว์ยังมีโอกาสติดเชื้อโรคอื่นๆ ที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เช่น โรคไข้สามวัน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ โดยสัตว์จะติดเชื้อไวรัสผ่านแมลงดูดเลือด เช่น ยุง แมลงวัน เห็บ สัตว์ป่วยจะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อ 2-4 วัน อาการของโรคจะพบได้แตกต่างกันไปในแต่ละตัว โดยอาการแรกที่พบสัตว์จะมีไข้สูง ขึ้นๆ ลงๆ ซึม ไม่อยากเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ดี อาการของสัตว์จากโรคนี้จะเริ่มชัดเจนขึ้นโดยจะพบเห็นว่าสัตว์เบื่ออาหาร กล้ามเนื้อสั่น ขาแข็ง ขาเจ็บเดินลำบาก มีน้ำมูก น้ำลายไหล สัตว์บางรายอาจะพบการบวมน้ำบริเวณคอหรือไหล่ หายใจลำบาก ปอดบวม ลุกลำบาก หรือนอนไม่ยอมลุก พบอาการท้องอืดได้กรณีที่สัตว์นอนนานๆ ส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้น 1-2 วัน หลังจากเริ่มแสดงอาการ และจะฟื้นตัวสมบูรณ์อีกประมาณ 1-2 วัน ซึ่งโคนมอาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าจะกลับมาให้น้ำนมปกติ โรคนี้มักพบอาการแทรกซ้อนร่วมด้วย เช่น เส้นประสาทขาหลัง เป็นอัมพาต เต้านมอักเสบ ปอดอักเสบ เป็นต้น แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุให้สัตว์ตาย

ส่วนสาเหตุการตายนั้น เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคปอด ซึ่งวิธีการรักษาเป็นแบบรักษาตามอาการ ไม่มียารักษาโดยตรง ให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนร่วมกับยาบำรุง สัตว์ที่ขาเจ็บและลุกไม่ขึ้น จะต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมโดยควรนอนในที่ที่มีสิ่งปูรองที่นุ่มและมีการช่วยพลิกตัวหรือพยุงตัวสัตว์ในแต่ละวันทั้งนี้การป้องกันโรคที่ดีที่สุด คือให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ต้องดูแลเรื่องการจัดการโรงเรือน หรือคอกสัตว์ มีหลังคาป้องกันฝน ลม ได้เป็นอย่างดี ติดมุ้ง หรือหลอดไฟเพื่อป้องกันแมลงพาหะ มีวัสดุปูรองคอกเลี้ยงสัตว์ จัดเตรียมน้ำสะอาด อาหารสัตว์ พืชอาหารสัตว์ และเวชภัณฑ์ต่างๆ เช่น วิตามิน ให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรทำความสะอาดโรงเรือน หรือคอกสัตว์ และพ่นทำลายเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์คอยสังเกตอาการของสัตว์ เป็นประจำ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที

อาหารฮาลาลไทยส่งขายห้างดังซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658293

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าเกษตรมาตรฐานฮาลาล และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ตบอร์ด) กล่าวว่า ในการเยือนซาอุดีอาระเบีย ช่วงที่ผ่านมา ได้สำรวจตลาดผัก ผลไม้และอาหารฮาลาล พบว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมีรายได้ต่อหัว 46,000 ดอลลาร์สหรัฐและกำลังเร่งรัดพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยวการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และเทคโนโลยีภายใต้วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 จึงได้หารือกับผู้บริหารของห้างลูลู ไฮเปอร์มาร์เก็ต ในการขยายจำหน่ายผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาลของไทย ซึ่งทางลูลู พร้อมจะร่วมมือโดยวางจำหน่ายสินค้าไทย กว่า 2,500 รายการ ใน 241 สาขา ที่ตั้งอยู่ในซาอุดีอาระเบีย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมานกาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน เป็นต้น เท่าที่สำรวจตลาดพบผักผลไม้ไทยเกือบทุกชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย เงาะ ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารของไทยพร้อมที่จะรุกตลาดโลกเพราะมีกว่า 1.7 แสนรายการ ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย

สำหรับลูลูไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นบริษัทการค้าของอาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) มีสำนักงานในไทย โดยจะนัดประชุมกับผู้บริหารของลูลูภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจในซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ มีการจัดงานส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลของไทย ที่ห้างลูลูไฮเปอร์มาร์เก็ต สาขาห้างสรรพสินค้าอัตยัฟมอลล์ โดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วยนายอลงกรณ์ และคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับแต่มีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

กรมชลฯรุกบริหารจัดการ อ่างเก็บน้ำรับมือฤดูฝนปี2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658294

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ไปยังสำนักงานชลประทานที่1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดย ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,435 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 18,499 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 33,649 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 9,844 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 3,148 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 15,027 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าปี 2565 คาดว่ามีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ 62% จึงขอให้เตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำรับมือฤดูฝน โดยกำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัดพร้อมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะให้บริหารจัดการน้ำภายในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ คำนึงถึงปริมาณ เวลา ผลกระทบ ความมั่นคงของอาคารชลประทาน และระเบียบกฎหมาย เป็นหลัก หมั่นตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำ

นายกฯกล่าว‘วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ’ ชูประกันรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658206

นายกฯกล่าว‘วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ’ ชูประกันรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 09.28 น.

นายกฯกล่าวเนื่องใน‘วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ’ประจำปี 2565 ยืนยันรัฐบาลยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ผ่านนโยบายการประกันรายได้ เพื่อให้พี่น้องชาวนาทุกคนมีหลักประกันรายได้ที่มั่นคง

5 มิถุนายน 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเนื่องใน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ประจำปี 2565 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยทั่วประเทศในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน รวมทั้งเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของข้าวในฐานะเป็นพืชหลักและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า “ข้าว” ถือเป็นอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างชุมชนชาวนาไทยมาอย่างยาวนาน และได้มีการถ่ายทอดมรดกทางภูมิปัญญาในการปลูกข้าวจากรุ่นสู่รุ่น โดยยังคงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ข้าวไทย ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ไปจนถึงการแปรรูป จวบจนปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวไทยจนมีชื่อเสียงในระดับโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ด้วยความสำคัญที่ผูกพันลึกซึ้งระหว่างข้าวและชาวนา ที่มีมาอย่างยาวนาน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของข้าว ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน รวมทั้งความสำคัญของชาวนาทั้ง 4.7 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ในฐานะที่เป็นผู้สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้แก่ประเทศชาติ และเป็นผู้ธำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลเข้าใจถึงปัญหาของชาวนาที่ต้องเผชิญ ทั้งเรื่องปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และสถานการณ์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งรัฐบาลได้ขับเคลื่อนทุกวิถีทางในการแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งกระจายไปสู่ฐานราก รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ผ่านนโยบายการประกันรายได้ เพื่อให้ชาวนาทุกคนได้มีหลักประกันรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาสายพันธุ์และการรับรองพันธุ์ข้าวที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาดได้ รวมไปถึงสนับสนุนการรวมกลุ่มของชาวนาในการทำนาแบบแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนอำนาจในการต่อรองราคาผลผลิต และลดต้นทุนปัจจัยการผลิต พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการ และเชื่อมโยงไปสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้พี่น้องชาวนามีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

เปิดผลศึกษาล็อกปฏิทิน‘ตัด’ สกัด‘ทุเรียนอ่อน’ 5 สายพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657938

เปิดผลศึกษาล็อกปฏิทิน‘ตัด’ สกัด‘ทุเรียนอ่อน’ 5 สายพันธุ์

วันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.19 น.

เปิดผลศึกษาล็อกปฏิทิน‘ตัด’ สกัด‘ทุเรียนอ่อน’ 5 สายพันธุ์

3 มิถุนายน 2565 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากที่กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน ประกาศใช้มาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนภาคตะวันออก ปี 2565 ตลอดช่วงฤดูการผลิต ที่กำหนดวันเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2565 ดังนี้ พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม 2565 , พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2565 , พันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาว วันที่ 25 เมษายน 2565 เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศให้รู้จักการเลือกซื้อทุเรียนในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนเป็นต้นแบบการดำเนินงานให้แก่ภูมิภาคอื่นที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพื่อเป็นการค้าในลักษณะเดียวกันด้วยมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสดที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2565 จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาและประเมินผลการดำเนินงานตามมาตรการควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนภาคตะวันออก ประจำปีการผลิต 2565 เพื่อประเมินผลภาพรวมของมาตรการดังกล่าวในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยกำหนดพื้นที่ศึกษาในจังหวัดจันทบุรีเนื่องจากมีพื้นที่ปลูกและผลผลิตทุเรียนสูงที่สุดในเขตภาคตะวันออก รวมถึงเป็นศูนย์กลางการค้าทุเรียนของภาคตะวันออกด้วยเช่นกัน

“จากการศึกษา พบว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทานทุเรียนทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกร มือตัดทุเรียน โรงคัดบรรจุ ผู้ประกอบการค้าปลีก ผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจเฉพาะกิจ มีความเห็นตรงกันว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนในระดับภาค เพราะทำให้ทราบระยะเวลาที่เหมาะสม เป็นการสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่าการเก็บเกี่ยวทุเรียนในช่วงเวลาที่กำหนดจะทำให้ได้ทุเรียนที่แก่ และสามารถตรวจพิสูจน์ตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการได้ นั่นคือการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในผลทุเรียนตัวอย่างก่อนที่เกษตรกรหรือมือตัดทุเรียนจะตัดจำหน่าย เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีความแก่พอดีตามกำหนดในมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.3 – 2556 ทุเรียน)” นายเข้มแข็ง กล่าว

นายเข้มแข็ง กล่าวอีกว่า การสุ่มตรวจผลผลิตทุเรียนจากแผงค้าปลีกในจังหวัดจันทบุรีที่ตัดในวันที่กำหนดแต่ละพันธุ์ พบว่า ค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียนทั้ง 5สายพันธุ์ สูงกว่าหรือเท่ากับค่ามาตรฐานที่กำหนด ได้แก่ พันธุ์กระดุมทอง 27% พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี 30% พันธุ์หมอนทอง 32% ส่วนพันธุ์ก้านยาวยังไม่มีการกำหนดค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในมาตรฐานสินค้าเกษตรดังกล่าว จึงอนุโลมตามพันธุ์หมอนทองที่ 32%

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการสอบถามประชากรกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้บริโภคภายในประเทศ ผลปรากฏว่าพบทุเรียนอ่อนในฤดูการผลิตนี้เพียงร้อยละ 15 ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาวที่มีช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยวหลายรุ่น ดังนั้นการกำหนดวันเก็บเกี่ยวเพียงวันเดียวอาจทำให้ผลผลิตที่ออกก่อนมีความคลาดเคลื่อนไป อีกทั้งการดำเนินงานตามมาตรการฯ จะต้องเข้าไปกำกับดูแลและใช้กติกาในการควบคุมคุณภาพสินค้าทุเรียนผ่านขั้นตอนการส่งออก ในขณะที่การค้าทุเรียนภายในประเทศยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษได้อย่างจริงจัง จำเป็นต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้ส่งผลครอบคลุมถึงผลผลิตทุเรียนในประเทศในฤดูการผลิตปีถัดไปด้วย

-005

ม.ขอนแก่นโชว์ฝีมือ ใช้นวัตกรรมเลี้ยงกุ้ง ระบบน้ำหมุนเวียน สร้างอาชีพให้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657845

วันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกัมพล ไทยโส ผู้จัดการสาขาวิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ได้ จัดทำโครงการเลี้ยงกุ้งขาวความเค็มต่ำในระบบน้ำหมุนเวียน ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ บจม.ไทยยูเนียน ฟีดมิลล์ โดยระบบการเลี้ยงกุ้งขาวที่ยั่งยืนมีการหมุนเวียนการใช้น้ำและของเสียภายในระบบบ่อเลี้ยง มีการจัดการของเสียจากกุ้งให้เป็นอาหารปลา บำบัดและหมุนเวียนน้ำในระบบปิด เพื่อลดการทิ้งน้ำออกจากระบบ มีอัตราความหนาแน่นในการเลี้ยง 4-5 เท่า เมื่อเทียบกับการเลี้ยงในบ่อดิน ใช้เวลาเลี้ยง 70 วัน ด้วยขนาด 60 ตัว/กิโลกรัม

“กุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเป็นกุ้งทะเล เป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ได้พัฒนามาเลี้ยงในน้ำจืดความเค็มต่ำ ด้วยระบบน้ำหมุนเวียน ซึ่งในระหว่างการเลี้ยงไม่มีการทิ้งน้ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความหนาแน่นในการเลี้ยงสามารถเลี้ยงได้ 300 ตัว/ตารางเมตร ซึ่งปกติในบ่อดินจะเลี้ยงได้ 50-60 ตัว/ตารางเมตร ใช้เวลาเลี้ยงแค่70 วัน ด้วยขนาด 60 ตัว/กิโลกรัม” นายกัมพล กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยครั้งนี้ สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วประเทศสามารถเลี้ยงกุ้งขาวในน้ำจืดด้วยระบบน้ำหมุนเวียน เพื่อสร้างเป็นอาชีพที่ยั่งยืน เกษตรกรที่ต้องการทราบรายละเอียดและวิธีการเลี้ยง สามารถติดต่อได้ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทรศัพท์หมายเลข 0-4320-2360

ไทยส่งทุเรียนด่านใหม่จีน เกษตรฯชี้ก้าวสำคัญยกระดับขนส่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657846

วันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(ฟรุ้ตบอร์ด) กล่าวว่า เป็นข่าวดีสำหรับชาวสวนทุเรียนเมื่อสายการบินเทียนจินแอร์คาร์โก้ (Tianjin Air Cargo) บรรทุกทุเรียนสู่สนามบินหนานหนิง ซึ่งเป็นด่านใหม่ได้สำเร็จเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์โดยใช้เวลาบินเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งการบริการเที่ยวบินสินค้าเส้นทางใหม่จะกระตุ้นธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างกว่างซี และไทยโดยเฉพาะทุเรียนสินค้ายอดนิยมในจีน

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า สนามบินหนานหนิงเป็นด่านใหม่ล่าสุดที่ทางการจีนเปิดให้มีการนำเข้าผลไม้จากไทยภายหลังจากที่สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ได้ประกาศอนุมัติให้ท่าอากาศยานหนานหนิง สามารถนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากเจรจาและผลักดันของทีมประเทศไทยที่นครหนานหนิง อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่13 พฤษภาคม 2565 หลังจากการใช้เวลาบิน2 ชั่วโมง เที่ยวบิน HT3828 ของสายการบินเทียนจินแอร์คาร์โก้ (Tianjin Air Cargo) ได้ขนส่งทุเรียนไทยลอตแรกที่นำเข้าผ่านด่านสนามบินหนานหนิง ภายหลังได้รับกำหนดให้เป็นสถานที่ควบคุมตรวจสอบผลไม้นำเข้า ซึ่งแสดงว่าด่านสนามบินหนานหนิงเปิดรับการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ

“ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการบริหารโลจิสติกส์ สำหรับฤดูกาลผลไม้ปี 2565 โดยให้เพิ่มการขนส่งทางเรือเป็น 55% ทางบก 40% ทางราง (รถไฟสายจีน-ลาว) และทางอากาศรวมกัน5% เพื่อลดความแออัดของด่านทางบกในช่วงผลผลิตทุเรียนออกมาก โดยในปี 2564 มีการขนส่งทางเรือ 51% ทางรถ 48% และทางเครื่องบิน 0.5% การเปิดสนามบินหนานหนิงเป็นด่านใหม่ได้สำเร็จจะเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้มากยิ่งขึ้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้านนายปรัตถกร แท่นมณี กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำนครกว่างโจว และ น.ส.วรรณลดารัตนพานิช ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เมืองหนานหนิง ได้ร่วมพิธีต้อนรับทุเรียนลอตแรก ที่คลังสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ของจีนทราบถึงโอกาสและศักยภาพในการนำเข้าผลไม้จากไทยผ่านด่านสนามบินหนานหนิงที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว โดยใช้เวลาในการขนส่งจากไทยเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

สำหรับทุเรียนลอตนี้เป็นทุเรียนที่เก็บเกี่ยวเพื่อขนส่งทางอากาศโดยตรง เมื่อเทียบกับการขนส่งทางบกและทางทะเล การขนส่งทางอากาศสามารถลดระยะเวลาการขนส่งได้มาก สามารถรักษาคุณภาพของทุเรียนได้ดีที่สุด และตอบสนองความต้องการผลไม้คุณภาพสูงของผู้บริโภคชาวจีน เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินพิธีการศุลกากร หลังจากทุเรียนลอตนี้ได้ขนลงจากเครื่องบิน ศุลกากรสนามบินหนานหนิงได้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดอย่างรวดเร็ว ช่วยควบคุมความสดของผลไม้
ขณะเดียวกันได้ทำการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างเคร่งครัด ทำให้สินค้าได้ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างรวดเร็ว