ส.ป.ก.เปิดสัมมนา วางแนวทางปฏิบัติ ใช้ขับเคลื่อนภารกิจ จัดการ7ปัญหาหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655983

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมสัมมนา ทิศทางในการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานจัดที่ดิน โดยมีนายวัฒนา มังธิสาร ผอ.สำนักจัดการแผนที่และสารบบที่ดิน เป็นผู้กล่าวรายงาน ว่าที่ พ.ต.ศักดิ์ระพี แพร่งสุวรรณ ปฏิรูปที่ดิน จ.บึงกาฬ กล่าวต้อนรับ และมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่

ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม อาทิ ผู้ตรวจราชการ ส.ป.ก., ผอ.สำนัก/กอง/ศูนย์, ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ส่วนกลาง และจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด
ที่โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ

การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน ในทิศทางแนวปฏิบัติและดำเนินงานอันสืบเนื่องมาจากการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1:4000 (One map) และเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับงานสำรวจรังวัด รวมถึงการรายงานผลการรังวัด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยพบว่า ปัญหาในการบริหารจัดการที่ดินเกิดจากปัญหาหลัก
7 ประการ ได้แก่ 1.การบุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ 2.ความขัดแย้งเรื่องแนวเขตที่ดิน 3.การกระจายการถือครองที่ดินทำกิน 4.การไร้ที่ดินทำกิน 5.การไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือการใช้ที่ดินไม่เต็มศักยภาพ 6.การถือครองที่ดินขนาดใหญ่ และ 7.ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ดิน จึงได้มีนโยบาย One Map อันประกอบด้วยหน่วยงานรัฐ9 หน่วยงาน เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศอย่างยั่งยืน

ส่งตรงถึงผู้บริโภค! ‘เฉลิมชัย’เป็นปธ.เปิด’Fisherman Shop’พร้อมกัน 77 สาขาทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655883

ส่งตรงถึงผู้บริโภค! 'เฉลิมชัย'เป็นปธ.เปิด'Fisherman Shop'พร้อมกัน 77 สาขาทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.39 น.

“กรมประมง”เปิด”Fisherman Shop”พร้อมกัน 77 สาขาทั่วประเทศ กระจายผลผลิตจากชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำส่งตรงถึงผู้บริโภค ด้วยตราสัญลักษณ์”ประมงธงเขียว”

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดร้าน Fisherman Shop @ Bangkhen โดยมี นายประยูร อินสกุล นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กรมประมง กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ยังเปิด Fisherman Shop พร้อมกันอีก 76 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตั้งเป็นจุดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำให้กับพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยการันตีคุณภาพมาตรฐานด้วยตราสัญลักษณ์ “ประมงธงเขียว” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการการันตีคุณภาพของสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่นำมาจำหน่ายภายใน “Fisherman shop” ที่ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานจากกรมประมง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น 5 ประการ ได้แก่ 1) สด วัตถุดิบที่สดใหม่ 2) สะอาด ผ่านกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ 3) ได้มาตรฐาน เป็นไปตามมาตรฐานการเลี้ยง การผลิต และผลิตภัณฑ์ 4) ปลอดภัย ได้รับการตรวจคุณภาพและผ่านเกณฑ์มาตรฐานความ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และ 5) ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาจากการทำประมงและการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

โดย นายเฉลิมชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากขาดช่องทางในการจัดจำหน่ายผลผลิตได้ตามปกติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายให้กรมประมงเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ด้วยการจัดหาพื้นที่สำหรับให้ชาวประมงและเกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง พร้อมให้การสนับสนุนองค์ความรู้ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าประมง รวมทั้งเพิ่มทักษะทางด้านการจำหน่าย การแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ ที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย โดยให้เครื่องหมายในการรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เกิดความจดจำและมั่นใจในตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพัฒนาช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อให้การกระจายสินค้าสัตว์น้ำสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้การส่งเสริมในการประกอบกิจการของชาวประมงและเกษตรกรครบวงจร สามารถผลิตได้ ขายได้ อย่างยั่งยืน และหวังว่าร้าน Fisherman Shop ในทุกสาขาของทุกจังหวัดจะเป็นที่พึ่งทั้งของผู้ผลิตและผู้บริโภคในการจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม

สำหรับ “Fisherman shop @ Bang Khen” ถือเป็นร้านค้าต้นแบบสาขาแรกของกรมประมง ที่รวบรวมผลผลิตสัตว์น้ำของชาวประมงและเกษตรกรจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มาวางจำหน่ายให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นคนเมืองได้ช่วยกันอุดหนุน โดยมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมากมายกว่า 200 รายการ อาทิ ลูกชิ้นปลา ไส้อั่วปลานิล ปลาทูต้มหวาน ปลาดุกแผ่นกรอบ ปลาดุกเส้นหวาน ปลาสลิดแดดเดียว ปลากะพงดอกเกลือ ปลากุเลาเค็ม ปลาดุกร้า ข้าวเกรียบปลาสมุนไพร ปั้นสิบข้าวหอมมะลิไส้ปลา กรอบเค็มปลาเสริมแคลเซียม สาหร่ายไกแผ่นทรงเครื่อง หมึกแห้ง ปลาช่อนแดดเดียว ปลาสวายแดดเดียว เชียงปลา น้ำพริกปลาร้าสมุนไพร ปลาสวรรค์พร้อมปรุง และอื่นๆ อีกหลากหลายชนิด โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 07.30 – 17.30 น.และวันศุกร์ เวลา 07.00 – 17.00 น.

ขณะที่ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงได้จัดทำโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค หรือ Fisherman market เพื่อช่วยเหลือชาวประมงในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเล ซึ่งปรากฎว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างดี จึงได้ต่อยอดการดำเนินการในระยะยาวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยจัดตั้งร้าน “Fisherman shop” ขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับเป็นร้านค้าเพื่อช่วยกระจายผลผลิตสัตว์น้ำที่มีคุณภาพให้กับพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยตรง ในราคาที่เป็นธรรม พร้อมทั้งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับชาวประมงและเกษตรกรและยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกช่องทางหนึ่งด้วย โดยผลการดำเนินตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 – 20 พฤษภาคม 2565 ได้จำหน่ายสินค้าของพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรรวมกันทั้งประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 10,904,313 บาท

– 006

ทุ่งบางระกำเริ่มเพาะปลูก กรมชลฯส่งน้ำช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655717

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากที่กรมชลประทานเริ่มส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ (ครอบคลุมพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ อ.เมือง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลกและ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย) รวม 265,000 ไร่นับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการส่งน้ำเข้าทุ่งไปแล้ว 46.43 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)คิดเป็นประมาณร้อยละ 15 จากแผนจัดสรรน้ำทั้งหมด 310 ล้าน ลบ.ม. มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว 55,319 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ทุ่งบางระกำทั้งหมด

อย่างไรก็ดี กรมชลประทานจะเดินหน้าส่งน้ำเพื่อให้เกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวนาปีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากปี 2565 จะมาถึง ช่วยลดความเสี่ยงนาข้าวเสียหายจากการถูกน้ำท่วม และภายหลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ก็จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และสุโขทัย รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ด้วย

ดัน‘ข้าวปิฎก310’เชียงของคุณภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655716

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชาญวิทย์ รอดเกิด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตร อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความรู้ สนับสนุนด้านโครงการต่างๆ ด้านการพัฒนาเกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวแต่ละชนิด แนะนำการเลือกพันธุ์ข้าวที่ดีทำให้เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้เองได้ มีการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนการผลิต ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและใส่ปุ๋ยให้ตรงตามพันธุ์ข้าวแต่ละชนิด รวมถึงการแปรรูปเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ด้านนายบำเพ็ญ กองจันทร์ ประธานแปลงใหญ่ข้าวกลุ่มธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านครึ่งใต้–ประชาภิวัฒน์ ต.ครึ่ง อ.เชียงของ เปิดเผยว่า แปลงใหญ่ข้าวฯ ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เมื่อปี 2560 และในปี 2564 กลุ่มได้มีการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร 3,000,000 บาท ได้รับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้ง่ายต่อการผลิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีต้นทุนที่ลดลงและผลผลิตมีคุณภาพ เช่น รถเกี่ยวนวดข้าว โดรนพ่นสารชีวภาพ เครื่องอัดฟาง เครื่องตัดหญ้า รถแทรกเตอร์ รวม 5 รายการ ทำให้สมาชิกในกลุ่มสามารถผลิตข้าวจนได้รับมาตรฐาน GAP ทั้งหมด 100 ราย

ขณะที่นายสมเพชร ทะชัย กรรมการที่ปรึกษาแปลงใหญ่ข้าวฯ กล่าวว่า ปัจจุบันแผนการผลิตของกลุ่มเราคือนำข้าวของสมาชิกที่ผ่านมาตรฐาน GAP ประมาณร้อยละ 80% มาแปรรูปเป็นข้าว เช่น ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นต้น ภายใต้แบรนด์ปิฎก 310 และสามารถผลิตเป็นกระเช้าหวายของขวัญด้วย โดยปี 2563 เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมด้านการตลาด และได้ทำ MOU ร่วมกับ 5 ร ได้แก่ โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการ ใน อ.เชียงของ สามารถขยายตลาดการส่งออกข้าวทั้งตลาดภายใน ภายนอก และตลาดออนไลน์ของกลุ่มได้มากขึ้น

กรมข้าวชูเทคนิค4ป. ยกระดับทำนายั่งยืนลดโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655719

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าวร่วมงานสื่อมวลชนสัญจรและพิธีลงนามสัญญาเงินทุนสนับสนุน “เทคโนโลยีการทำนา และมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการทำนาที่ยั่งยืนและลดโลกร้อน” Thai Rice NAMA โดยมีนายไรน์โฮลด์เอลเกส ผอ.องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมาเลเซีย พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายเฉลิมชาติ ฤาไชยคาม ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

นายกฤษ เปิดเผยว่า หลักสำคัญของการทำนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย เทคโนโลยี 4 ป.ได้แก่ ป.ที่ 1 คือปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ให้ราบเรียบสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลงนา ช่วยให้ชาวนาสามารถเพิ่มผลผลิต คุณภาพ และกำไรที่ได้จากการผลิตข้าว ป.ที่ 2 เปียกสลับแห้ง คือการจัดการน้ำที่จะช่วยลดการใช้น้ำในแปลงนา ป.ที่ 3 ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินคือการใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำเพื่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ดี และ ป.ที่ 4 แปรสภาพฟางข้าวและตอซังข้าวแบบปลอดการเผา และลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยด้วยว่า ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ผ่านกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน และกลุ่มสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และปทุมธานี เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบในการส่งต่อความรู้สู่เกษตรกรรายย่อยอย่างครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่ง จ.ปทุมธานี เป็น 1 ใน 6 จังหวัดตามเป้าหมายของโครงการฯ และเกษตรกรที่เข้านำเทคโนโลยีการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ในพื้นที่ทำนา เป็นการแสวงหาแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในภาวะความแปรปรวนของฤดูกาล และตามมาตรการ “3 เพิ่ม 3 ลด” คือ เพิ่มผลผลิตข้าว เพิ่มคุณภาพข้าว เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและภาวะโลกร้อน ขับเคลื่อนให้ชาวนาไทยและข้าวไทยก้าวไปสู่สากล

“ปัจจุบันภาคการเกษตรมีเศษฟางที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวเป็นปริมาณมาก อย่างไรก็ดี เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้ชาวนาส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซัง บ้างก็เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย ซึ่งการเผาฟางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะ และก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง” นายกฤษกล่าว

ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯ ขอบคุณที่‘มนัญญา’ช่วย เร่งรัดคดียักยอกเงินฝาก เสียหายกว่า600ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655720

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ นำโดยนางทองพูน อัยยะวรากูล ข้าราชการบำนาญ และตัวแทนสมาชิกกว่า 20 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าฝ่ายการเงินของสหกรณ์ฯ ยักยอกเงินฝากของสมาชิก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท เข้าพบ เพื่อขอบคุณที่ น.ส.มนัญญา เร่งรัดติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ รวมทั้งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ตลอดจนได้มีคำสั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าร่วมตรวจสอบ จนมีคำสั่งให้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ชุดปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 30 วัน และแต่งตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์มาดำเนินการเพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

น.ส.มนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงและกังวลจึงกำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการกับผู้ที่โกงสหกรณ์ โดยต้องจัดการให้หมด ไม่ว่าใครทั้งสิ้น ตนได้เน้นย้ำไปยังสมาชิกสหกรณ์ทุกรายที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ติดต่อกลับอีกกว่า 400 ราย ขอให้รีบยืนยันแจ้งยอดเงินฝากภายใน 15 วันเพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 118 ราย ที่ยืนยันว่ายอดเงินไม่ถูกต้อง เป็นความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท และขอให้สมาชิกมีความมั่นใจ เราในฐานะ รมช.เกษตรฯที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะเข้าไปดำเนินการรื้อทั้งระบบ ย้อนกลับไปตั้งแต่เกิดความเสียหายปี 2548

ล้อมคอกโกง!มนัญญาสั่งรีเช็กเงินฝากสมาชิก‘สหกรณ์ออมทรัพย์’ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655694

ล้อมคอกโกง!มนัญญาสั่งรีเช็กเงินฝากสมาชิก‘สหกรณ์ออมทรัพย์’ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.21 น.

‘มนัญญา’หารือ‘วิษณุ’วางแนวทางจำหน่ายทรัพย์คดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ คืนสมาชิก สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์สอบทานเงินฝากในสหกรณ์ทั่วประเทศป้องปรามการทุจริต

24 พฤษภาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.เกษตรและสหกรณ์) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เกี่ยวกับการสนธิกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจ สน.นางเลิ้ง เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จึงสั่งการให้ขยายผลการติดตามทรัพย์ต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางที่จะนำทรัพย์ที่ตรวจยึดจากคดีทุจริตสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ มาจำหน่าย แล้วคืนแก่สมาชิกให้รวดเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ทรัพย์เสื่อมสภาพและขายได้ราคาต่ำ โดยนายวิษณุได้ให้คำแนะนำมา ซึ่งจะนำคำแนะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ

“สำหรับการติดตามตัวผู้กระทำผิดตามหมายจับ 2 รายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมเพื่อมาดำเนินคดี โดยดีเอสไอจะติดตามอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนการตรวจสอบขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯหรือไม่ ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด” น.ส.มนัญญา กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบการดำเนินกิจการทางเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ โดยให้เป็นการสอบทานเงินฝากของสมาชิกสหกรณ์ว่ามีความผิดปกติใดๆหรือไม่ เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำรอย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ระบบสหกรณ์ด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากกรมฯสนธิกำลังกับดีเอสไอและตำรวจ สน.นางเลิ้ง เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ในคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จะขยายผลติดตามทรัพย์ต่อ ส่วนทรัพย์ที่อายัดได้ดีเอสไอจะส่งมอบต่อ ปปง. เพื่อจำหน่ายแล้วนำเงินมาคืนแก่สมาชิกที่เป็นผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542ซึ่งจากการตรวจสอบความเสียหายจากที่เจ้าหน้าที่ยักยอกเงินจากบัญชีเงินฝากสมาชิกขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 90% พบความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท ส่วนการตรวจสอบขยายผลว่า มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ เพิ่มเติมหรือไม่ ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด โดยตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการสหกรณ์เพื่อขยายผลทางคดี

‘มนัญญา’สัมมนาครูบัญชีดีเด่น ถอดบทเรียนทางรอดเกษตรกรยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655444

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง ถอดบทเรียนศาสตร์พระราชา ด้วยมิติทางบัญชี : ทางเลือก ทางรอด ของเกษตรกรยุคใหม่ พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ” ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี ว่า มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (2561-2580) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรพัฒนาสู่ความยั่งยืน มุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ โดยน้อมนำ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งการทำบัญชีถือเป็นมิติหนึ่งสู่ความพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายการส่งเสริมการทำบัญชีรายบุคคลที่เกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการ

น.ส.มนัญญากล่าวต่อว่า ระบบบัญชีมีความสำคัญต่อระบบฐานรากในการพัฒนาสู่การขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมั่นคง ส่วนหนึ่งเกิดจากการร่วมผลักดันและขับเคลื่อนงานผ่านอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี หรือ “ครูบัญชี” ซึ่งเป็นกำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้ด้านบัญชีให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ จึงได้เน้นย้ำนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครูบัญชีอาสาทั่วประเทศ ทั้งในด้านทักษะและองค์ความรู้ เพื่อเป็นเครือข่ายไปถึงพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ ในการสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีและช่วยขับเคลื่อนงานนโยบายต่างๆ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี ถือเป็นตัวแทนภาคประชาชนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการปฏิบัติงานส่งเสริมการจัดทำบัญชีรายบุคคล จึงกำหนดให้มีวันครูบัญชีอาสากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม โดยนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูครูบัญชี ในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มุ่งหวังให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานและอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายของรัฐบาลและแผนงานโครงการที่สำคัญเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในปี 2565 ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี (ครูบัญชี) ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ รวมทั้งข้าราชการกรมฯ ร่วมประชุมทั้งสิ้น 250 คน ในโอกาสนี้ ได้จัดให้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับประเทศ/ระดับภาค/ระดับจังหวัด 77 รางวัล

ยื่นFAOวิถีเลี้ยงควายเป็นมรดกเกษตรโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655445

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ยื่นเอกสารขอรับรอง “วิถีการเลี้ยงควายและเกษตรเชิงนิเวศในพื้นที่ทะเลน้อย” เป็น “มรดกทางการเกษตรโลก” (Globally Important Agricultural Heritage System หรือ GIAHS) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO โดยพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากจนได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลกหรือ “Ramsar site” และมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ FAO ในการเป็นมรดกทางการเกษตร ที่เน้นการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจ ปกป้องและส่งเสริมการใช้ทางชีวภาพให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและยั่งยืนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย มีวิถีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับควายน้ำทะเลน้อย สืบทอดการเลี้ยงควายมานานกว่า 250 ปี

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยมีรายได้หลักจากการขายควาย ประกอบกับการทำประมง ปลูกข้าว และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกระจูด ด้านระบบนิเวศ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในทะเลน้อยมีปริมาณสูง ควายน้ำจะดำน้ำลงไปกินหญ้าใต้น้ำและพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่าย กระจูด ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในการกำจัดวัชพืช และมูลของควายยังเป็นอาหารให้กับพืชและแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารปลา และในส่วนของด้านวัฒนธรรม ควายเป็นศูนย์รวมของความเชื่อ มีพิธีกรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับควาย และทางเดินของควาย นอกจากจะสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามยังช่วยป้องกันการเกิดไฟป่าด้วย

ดร.ทองเปลวกล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้ผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกทางการเกษตรโลก ผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างไทย-FAO เมื่อปี 2560 โดย FAO ได้สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำแผนงานและเอกสารข้อเสนอการขึ้นทะเบียน (GIAHS Proposal)

มาตรฐานสินค้าฯ-กวก. รุกแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655446

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการกักกันพืช (Export Consultation Meeting on Plant Quarantine) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) โดยมี น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นหัวหน้าผู้แทนฝ่ายไทย ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นถึงเรื่องการหารือประเด็นความร่วมมือด้านการค้าสินค้าพืชระหว่างไทย-จีน และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้สดจากไทยไปยังจีน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เร่งรัดให้ฝ่ายจีนเปิดด่านนำเข้าทางบกที่ยังไม่พร้อมรองรับการนำเข้าผลไม้จากไทย จำนวน 6 ด่าน โดยเฉพาะด่านรถไฟโม่ฮาน ตามที่ระบุในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน เพื่อให้ผู้ส่งออกผลไม้ไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว รวมถึงนำเสนอเส้นทางผสม (Hybrid) จากด่านทางบกของไทย (มุกดาหาร นครพนม หรือบึงกาฬ) ผ่านท่าเรือเวียดนามเพื่อไปยังท่าเรือซินโจวของจีน และมาตรการควบคุมผลไม้ที่ขนส่งบนเส้นทางดังกล่าว ซึ่งฝ่ายจีนได้เห็นชอบในหลักการให้เป็นเส้นทางการส่งออกชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยในช่วงที่การจราจรทางบกแออัด โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เส้นทางที่ฝ่ายไทยเสนอสามารถใช้ได้จริงเพื่อรองรับการส่งออกในช่วงฤดูผลไม้ต่อไป