ปศุสัตว์เรียกถกด่วน เร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651227

ปศุสัตว์เรียกถกด่วน  เร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’  หลังพบติดเชื้อในคน

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปศุสัตว์เรียกถกด่วนเร่งสกัด‘ไข้หวัดนก’หลังพบติดเชื้อในคนที่ประเทศจีน-สหรัฐ

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เรียกประชุมถกด่วน สั่งทุกพื้นที่ใช้มาตรการเข้มเฝ้าระวัง’โรคไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 3พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสุขภาพพี่น้องชาวไทย โดยสั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์โรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในประเทศจีน ต่อมามีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิดH5N1ในรัฐโคโลราโด ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยนั้น

นายสัตวแพทย์ สรวิศ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวาวแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีก โดยมีตนเป็นประธาน พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และด่านกักกันสัตว์ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุม

โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกทั่วโลก ทั้งในคนและในสัตว์ปีก โดยปัจจุบันสายพันธุ์หลักที่พบการระบาดในสัตว์ปีกทั่วโลก คือสายพันธุ์ H5N1 อีกทั้งยังพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทยยังคงไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2551 ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในมาตรการการดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างเต็มที่ พร้อมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกทั้งเชิงรุกและเชิงรับในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันด้วย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศไทย โดยให้มีการจัดประชุมเพื่อทบทวนแผนงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเข้าใจที่ตรงกันและชัดเจนในการดำเนินงาน

“อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์ และรัฐบาล มีมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด และพร้อมดูแลคนไทยให้ปลอดภัย ถึงแม้เราจะยังไม่มีสถานการณ์โรคไข้หวัดนกเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อเป็นการไม่ละเลยในการเฝ้าระวังโรค กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกท่าน และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับสัตว์ปีก หรือนกธรรมชาติในพื้นที่รอบๆ ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

ฝนหลวงฯเติมน้ำ เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับความต้องการ ใช้น้ำในภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651211

naewna

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยฯ ทั่วประเทศ ยังคงวางแผนและเดินหน้าปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งต้องการน้ำอย่างต่อเนื่องโดยช่วงนี้ได้เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือเนื่องจากเขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตร และการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอ ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยา ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งที่ผ่านมาหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ตาก พิษณุโลก และแพร่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงห้วงเวลาที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง6 หน่วยฯ ในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน มีแผนบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเขื่อนสิริกิติ์และอ่างเก็บน้ำใน จ.เชียงใหม่ รวมถึงปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ บริเวณภาคเหนือตอนล่าง สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อีก 5 หน่วยฯ ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศ รวมถึงสถานการณ์ของพายุลูกเห็บ และปัญหาฝุ่นละออง หมอกควัน-ไฟป่า เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที

กรมชลฯจ้างงาน 6 หมื่นราย ช่วยสร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651213

naewna

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึง ความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ว่าได้ดำเนินการตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ด้วยโครงการจ้างแรงงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

อย่างไรก็ดี ในปี 2565 มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น 75,000 คน วงเงินงบประมาณ 4,465 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 1-10 เดือน วงเงินจ้างแรงงาน/คน อยู่ที่ประมาณ 8,700-87,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน) ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว 60,182 คน จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ จ.อุบลราชธานี 3,552 คน เชียงใหม่ 3,005 คน และนครราชสีมา 2,926 คน ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่องอีกเกือบ 15,000 คนเพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

‘ปศุสัตว์’เรียกถกด่วน! เข้มเฝ้าระวัง’โรคไข้หวัดนก’ หลังพบติดเชื้อในคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/651129

'ปศุสัตว์'เรียกถกด่วน! เข้มเฝ้าระวัง'โรคไข้หวัดนก' หลังพบติดเชื้อในคน

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.30 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยสุขภาพของพี่น้องชาวไทย โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์โรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในประเทศจีน ต่อมามีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิด H5N1 ในรัฐโคโลราโด ทางตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยนั้น

ล่าสุด ในวันนี้ตนได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวาวแนวทางการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดสัตว์ปีก โดยมีตนเป็นประธาน พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และด่านกักกันสัตว์ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุม โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกทั่วโลก ทั้งในคนและในสัตว์ปีก โดยปัจจุบันสายพันธุ์หลักที่พบการระบาดในสัตว์ปีกทั่วโลก คือสายพันธุ์ H5N1 อีกทั้งยังพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนที่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา แต่ในประเทศไทยยังคงไม่พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2551

ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในมาตรการการดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอย่างเต็มที่ พร้อมรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกทั้งเชิงรุกและเชิงรับในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันด้วย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศไทย โดยให้มีการจัดประชุมเพื่อทบทวนแผนงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเข้าใจที่ตรงกันและชัดเจนในการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่ากรมปศุสัตว์ และรัฐบาล มีมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด และพร้อมดูแลคนไทยให้ปลอดภัย ถึงแม้เราจะยังไม่มีสถานการณ์โรคไข้หวัดนกเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อเป็นการไม่ละเลยในการเฝ้าระวังโรค กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกท่าน และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับสัตว์ปีก หรือนกธรรมชาติในพื้นที่รอบๆ ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก ขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดต่อไป

ปศุสัตว์รุดตรวจใหม่ ห้องเย็นกักตุนสินค้า พบเก็งกำไรเนื้อสุกร แก้ปมวัตถุดิบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650950

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกร โดยสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศ มีการดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ดังนี้ เข้าตรวจสอบใน จ.ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี ตรวจพบซากสุกร 704 กิโลกรัมรวมตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่ รวมทั้งสิ้น 19,893,522.33 กิโลกรัม จากห้องเย็น 738 แห่ง

ส่วนมติการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ WTO และลดอากรขาเข้าที่ 0% ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบ ก่อนเข้าอนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในขั้นสุดท้าย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย สำหรับการนำเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2565 กับจำนวนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบที่ต้องการเพิ่มเติมอีก 0.38 ล้านเมตริกตัน ตามกรอบ 4 เดือนดังกล่าว โดยราคาข้าวโพดที่ตลาดล่วงหน้า CBOT ส่งมอบพฤษภาคม ปิดตลาดวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่ USD 7.68/บุชเชล หรือ ต้นทุนก่อนค่าใช้จ่ายและการขนส่งที่ 10.097 บาทต่อกิโลกรัม ที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน THB 33.3985/USD เทียบราคาข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์ที่ 12.60-12.90 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ ราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มในแต่ละภาค มีดังนี้ ภาคตะวันตก 96 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 98 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 94 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 96 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ 94 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาลูกสุกรเล็กขุนขนาด 16 กิโลกรัม อยู่ที่ 3,200 บาท บวกลบ 92 บาท

กรมชลฯสั่งสร้างอ่างฯ แก้วิกฤตขาดน้ำที่คลองโพล้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650954

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรและอุปโภค-บริโภค ให้พี่น้องประชาชนใน อ.เขาชะเมารวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.แกลง โดยในอนาคตปริมาณน้ำท่าส่วนเกิน หลังจากใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว ยังสามารถสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ได้อีกด้วย กำหนดแผนในการดำเนินโครงการ4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2568 กรอบวงเงินงบประมาณ 3,561.62 ล้านบาท หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำสำคัญอีกแห่งหนึ่งให้กับพื้นที่ จ.ระยอง

นายประพิศ เปิดเผยด้วยว่า โครงการนี้ทางคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 กรมชลประทาน ได้ประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงทำความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเขื่อนหัวงานจะตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านสีระมัน ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา มีความจุเก็บกัก 40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ผลประโยชน์ของโครงการฯ จะเป็นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภค และสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นแหล่งผลิตผลไม้เศรษฐกิจทั้งทุเรียนและมังคุด ในเขต อ.เขาชะเมา 30,000 ไร่ มีครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ประมาณ 1,500 ครัวเรือน อีกทั้งยังจะช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลากให้กับพื้นที่ อ.แกลง ได้อีกส่วนหนึ่ง และยังสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีแผนเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2566 และจะเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนงาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำคลองโพล้

‘เฉลิมชัย’หนุนพืชกระท่อม ตอบโจทย์ความต้องการพันธุ์ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650951

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ว่าความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต ก่อให้เกิดรายได้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี สำหรับรองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560–2564 พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก

ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืชจำนวน 10 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จ.ชลบุรี ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จ.ตรัง ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 3 จ.นครราชสีมา ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จ.พิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7จ.มหาสารคาม ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 8 จ.ลำพูน ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จ.สุพรรณบุรี และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จ.อุดรธานี ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว รวมทั้งสิ้น 210,000 ต้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ทั้ง 882 ศูนย์ทั่วประเทศไทย โดยสนับสนุนรายละ 3 ต้น 30 รายต่อศูนย์ ทำให้มีสมาชิก ศพก.ที่ได้รับการสนับสนุน 26,460 ราย รวม 79,380 ต้น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน ซึ่งมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young Smart Farmer / Smart Farmer / อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร และประชาชนที่สนใจ ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น 130,620 ต้น พร้อมต่อยอดสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้ ที่จุดบริการพืชพันธุ์ Doae ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน รายละ 3 ต้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด

จีนเปิดด่านโมฮ่านรับทุเรียนจากไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650953

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจวฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ ว่า ด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน เปิดนำเข้าทุเรียนไทยจากด่านบ่อเต็น ประเทศลาว แล้ว หลังจากระงับการนำเข้าทุเรียนไทย ก่อนหน้านี้ เนื่องจากพบการปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 ในรถบรรทุกคอนเทนเนอร์จากไทย โดยด่านเปิดทำการระหว่างเวลา 08.30-21.00 น. และเวลา 17.30-21.00 น.เป็นช่วงที่ให้รถบรรทุกเปล่าผ่าน ส่วนโหย่วอี้กวน (กว่างซีจ้วง) ยังเปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.00-19.00 น.แต่มีความแออัด จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง

นายอลงกรณ์ กล่าวแนะนำให้เพิ่มการขนส่งทางเรือและทางอากาศ โดยท่าเรือของจีนที่เปิดให้บริการนำเข้าผลไม้ไทย ได้แก่ 1.ท่าเรือชินโจว (กว่างซีจ้วง)มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือชินโจว สัปดาห์ละ 4-7 เที่ยว ระยะเวลา 3-8 วัน ระยะเวลาในการตรวจปล่อยและผ่านโกดังห่วงโซ่ควบคุมความเย็นประมาณ 3-4 วัน 2.ท่าเรือเสอโข่ว (เซินเจิ้น) มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือเสอโข่วเฉลี่ยวันละ 1-4 เที่ยว ระยะเวลา 6-11 วัน และ 3.ท่าเรือหนานซา(กว่างโจว) มีเที่ยวเรือในเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือหนานซาเฉลี่ยวันละ 1-3 เที่ยว ระยะเวลา 5-9 วัน ส่วนท่าเรือเซินเจิ้นวาน และท่าเรือเซี่ยงไฮ้ แม้เปิดบริการแต่มีมาตรการตรวจไวรัสโควิด-19 เข้มข้น

ในส่วนการขนส่งทางอากาศ มีสนามบินเซินเจิ้น เป่าอัน มีเที่ยวบินคาร์โกของบริษัท S.F. รองรับน้ำหนักบรรทุกประมาณ 25 ตันต่อเที่ยว จากสนามบินสุวรรณภูมิไปสนามบินเซินเจิ้น สัปดาห์ละ 6 เที่ยว (ยกวันวันเสาร์) ขณะที่สนามบินเซียงไฮ้ ผู่ตง ยังขยายการล็อกดาวน์ทำให้การขนส่งสินค้าล่าช้าติดขัด

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650995

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝน

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.15 น.

ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมสั่งชลประทานทั่วประเทศเตรียมรับมือฤดูฝนปี 65

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1 – 17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กทม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า รายงานล่าสุด (1 พ.ค.65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,604 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 19,667 ล้าน ลบ.ม.ได้มีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว 22,998 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 103 ของแผนฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,179 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 3,483 ล้าน ลบ.ม.และมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 6,305 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 111 ของแผนฯ ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ซึ่งขณะนี้ได้สิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งแล้ว พบว่าทั้งประเทศมีการใช้น้ำเกินแผนเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ทำให้การใช้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และเพียงพอตลอดฤดูแล้งที่ผ่านมา หลังจากนี้จะเป็นการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่ ครม.เห็นชอบ ทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ให้บริหารจัดการน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึง ปริมาณ เวลา ผลกระทบ ความมั่นคงของอาคารชลประทาน และระเบียบกฎหมาย เป็นหลัก  หมั่นตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับปรุงหรือซ่อมแซมให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยไว พร้อมกับจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำหลาก จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รวมทั้งระบบสื่อสารสำรองให้พร้อมใช้งานได้ทันที หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญให้รายงานสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการในพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดได้ทราบอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

ปาล์ม‘มะกอกเหนือ’พลิกชีวิต ใช้หลักบริหารแบบแปลงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/650800

วันจันทร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมนึก คงชู เกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ปรับโครงการสร้างให้เกิดการผลิตในรูปแบบระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกให้มีความเข้มแข็ง สามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง คือหนึ่งในความสำเร็จของการพัฒนาขีดความสามารถ สามารถเป็นต้นแบบความสำเร็จได้อย่างครบทุกด้าน โดยมีผลการจัดชั้นคุณภาพ A

ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ได้ทำให้แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันดังกล่าว มีผลงานโดดเด่น เช่น การลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี ย่อยปาล์มน้ำมันให้เป็นวัสดุใช้ทำปุ๋ยหมัก และส่งเสริมเลี้ยงแหนแดงในร่องสวนเพื่อเพิ่มธาตุไนโตรเจน อันเป็นการลดต้นทุนการผลิต ส่วนด้านการบริหารจัดการ แปลงใหญ่แห่งนี้ได้มีการจัดการด้านการวางแผนการผลิตร่วมกัน ด้วยการแบ่งกลุ่มย่อยของสมาชิกตามสภาพพื้นที่ออกเป็น 4 กลุ่มย่อย เพื่อให้มีการบริหารจัดการสะดวก และสมาชิกแต่ละกลุ่มย่อยสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันแห่งนี้ สามารถเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันให้เพิ่มสูงขึ้นจากการบริหารจัดการสวน ผลผลิตเฉลี่ยจากเดิม 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี เพิ่มเป็น 3,900 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี โดยเป็นผลผลิตที่เพิ่มแบบเน้นการพัฒนาด้านคุณภาพตามกติกาที่กำหนด