ผู้เลี้ยงหมูชี้อากาศแปรปรวน ทำเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม วอนเข้าใจราคาขายได้ต่ำกว่าทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647286

ผู้เลี้ยงหมูชี้อากาศแปรปรวน ทำเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม วอนเข้าใจราคาขายได้ต่ำกว่าทุน

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.02 น.

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ  โดยไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 จะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานแห้งลง   ซึ่งผู้เลี้ยงประสบปัญหาภัยแล้งกันมาตลอด จากบทเรียนทุกปีที่ผ่านมา ทางเกษตรกรจึงกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง

“ปีนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา  เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน หมูปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ขณะเดียวกันจากประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามที่กำหนดไว้  บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม โดยใช้น้ำมันต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม เพื่อให้ความเย็นในโรงเรือนอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ จำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้นใช้ไฟฟ้าเดินระบบมากขึ้นช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลหมูมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ  98.81 บาท เป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาสุกรหน้าฟาร์มมีราคากิโลกรัมละ 92-98 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนแล้ว  สำหรับความเสียหายของสุกรที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และยังมีอัตราเสียหายจากการเลี้ยง ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มีจำนวนลดน้อยลง และมีน้ำหนักต่อตัวต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่ต่ำลงตามไปด้วย 

นายสิทธิพันธ์ กล่าวด้วยว่า หากประสบปัญหาแล้ง ผู้เลี้ยงจะมีค่าน้ำเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปกติจะมีการใช้น้ำอยู่ที่ 30-40 ลิตรต่อตัวต่อวัน โดยจะทำให้มีค่าน้ำเพิ่มเป็น 300-600 บาทต่อสุกรขุน 1 ตัว หรือ 3-6 บาทต่อสุกร 1 กิโลกรัม จากเฉลี่ยแล้วราคาน้ำต่อเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อน้ำ 1 หมื่นลิตร สำหรับฟาร์มขนาดเล็กต้องใช้น้ำราว 2 เที่ยวต่อวัน ต้นทุนในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 6,000 บาทต่อวัน หากเป็นฟาร์มใหญ่ขาดแคลนนํ้ามาก ต้นทุนจะสูงขึ้นมากขึ้นไปอีก กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับต้นทุนการเลี้ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้. / 

‘ประภัตร’จับมือห้างดังซื้อผลผลิต หนุนโครงการ‘สานฝันสร้างอาชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647029

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ประชุมหารือโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร ร่วมกับนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมี นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตรกรมประมง องค์การสะพานปลา มกอช. องค์การตลาด กับภาคเอกชน ด้านการหาตลาดรองรับผลผลิตให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ “สานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” ของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ยินดีเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ด้วยการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรและนำสินค้าไปจำหน่าย และจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตลาดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และเพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับจากการส่งเสริมโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร โดยจะนำร่องใน จ.สุพรรณบุรี และรองรับผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในจังหวัดใกล้เคียง เช่น อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นครปฐม กำหนดให้ใช้พื้นที่ของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี เป็นศูนย์กลางรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร

รายงานพิเศษ : ผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี ปล่อยขบวนรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647030

รายงานพิเศษ : ผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี ปล่อยขบวนรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี นายนิวัฒน์ รุ่งสาครผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565 จังหวัดลพบุรีโดยมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปล่อยแถวเริ่มปฏิบัติงานในเทศกาลสงกรานต์ปี 2565

จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สำหรับในปี 2565จังหวัดลพบุรีได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2565จังหวัดลพบุรี โดยนำผลการดำเนินงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา คือ ระหว่างปี 2561-2562 และ 2564 มากำหนดเป็นหมายในการดำเนินงานโดยมีเป้าหมายลดการเกิดอุบัติทางถนนน้อยกว่า 48 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิตไม่เกิน 7 ราย และจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ไม่เกิน 52 คน ลดจำนวนผู้เสียชีวิตในอำเภอพื้นที่สีแดง 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองลพบุรีและอำเภอพัฒนานิคม อำเภอละ 2 ราย และลดจำนวนผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ไม่เกิน7 ราย โดยจังหวัดลพบุรีได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นทุกแห่ง พร้อมจัดตั้งด่านหลัก 22 จุด จุดบริการ 105 จุด ด่านชุมชน จำนวน 285 ด่าน

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานดูแลผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยขอให้คำนึงถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ควบคู่กันไปด้วย และขอให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับมาตรการทางกฎหมาย รวมทั้งด่านชุมชน จุดตรวจหลัก จุดบริการต่างๆ ที่มีอยู่จะได้ร่วมกันบอกกล่าวแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ การรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ปี 2565 ของจังหวัดลพบุรี มีภาคเอกชนที่ร่วมให้การสนับสนุนน้ำดื่ม เครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ จุดบริการโดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดลพบุรี ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กำหนดช่วงเวลาดำเนินการควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2565 ภายใต้หัวข้อหลักในการรณรงค์คือ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ” ควบคู่กับการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยได้กราบอาราธนา พระครูสิริจริยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี มาประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ผู้ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล

เกษตรฯเร่งเจาะตลาดฮาลาล ร่วมมือยูเออี-ดูไบโฟกัสกลุ่มมุสลิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647031

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติให้ตั้งคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ มีหน้าที่เร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนขยายผลตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่ประสบความสำเร็จในการเจรจาขยายความร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี เปิดศักราชหน้าใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยเร่งเจาะตลาดอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารฮาลาล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบภารกิจในการเดินทางไปเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับดร.เฉลิมชัย ใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ AIPHคัดเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2569, การเจรจาขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผลิตอาหารได้เพียง 20% ต้องนำเข้า 80% และสนใจที่จะร่วมลงทุนกับประเทศไทยในด้านการเกษตร, การตรวจเยี่ยมงานแสดงนิทรรศการระดับโลกของประเทศไทยแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่างๆ รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในงาน World Expo 2020 Dubai เยี่ยมชม Museum of the Future พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต ที่สื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้ทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้าและความร่วมมือด้านโลจิสติกส์กับบริษัท DP World ของรัฐดูไบ และการส่งเสริมการค้ามาตรฐานฮาลาลกับศูนย์ส่งเสริมการค้าและการตลาดฮาลาลของยูเออี และดูไบ

พร้อมกันนั้นได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการล่าสุดของคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 คณะ ตลอดจนรับทราบรายงานสถานการณ์แก้ไขปัญหาเนื้อวัวปลอมปนเนื้อสุกร ซึ่งได้กำหนด 5 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ มาตรการสื่อสารเตือนภัยผู้บริโภค, มาตรการป้องปรามผู้ค้า, มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิด, มาตรการส่งเสริมมาตรฐานฮาลาล และมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ จากโรงฆ่าสัตว์ถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะให้บริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างฟรี ซึ่งจากการตรวจสอบในปีงบประมาณครั้งล่าสุด มีการเก็บตัวอย่างไปแล้ว 70 ตัวอย่าง ซึ่งยังไม่พบเนื้อสุกรปลอมปนเนื้อวัว อย่างไรก็ดี กรมปศุสัตว์ ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักการเกษตรต่างประเทศ สรุปผลการเจรจาหารือขยายความร่วมมือด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหารในคราวเดินทางไปเยือนยูเออี และดูไบ พร้อมทั้งมอบฝ่ายเลขานุการฯสรุปข้อมูลระบบรับรองมาตรฐานฮาลาลที่มีในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลจากประเทศใดบ้าง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมครั้งถัดไป

สมุยนักท่องเที่ยวเต็มทุกเที่ยวบิน หนีร้อนแห่ข้ามเกาะเที่ยวสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647032

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้สำรวจการเดินทางเข้าเกาะสมุยของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์ โดยพบว่าสนามบินนานาชาติสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้นำผู้โดยสารนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเกาะสมุยจำนวนที่เพิ่มขึ้นทำให้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สต้องเพิ่มเที่ยวบินสูงสุด 31 เที่ยวบินต่อวัน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ผู้ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยผ่านช่องทางสนามบินจะต้องแสดงผลการฉีดวัคซีนจากแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเกาะสมุยก่อนเข้าพื้นที่ทุกคน

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากสนามบินได้จัดเจ้าหน้าที่สนามบินคอยอำนวยความสะดวกแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้ผู้โดยสารทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างอยู่บนเครื่องบินและอยู่ภายในสนามบิน จากนั้นต้องผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนที่จะไปรับกระเป๋ายังสายพานกระเป๋า ซึ่งสนามบินสมุยได้กำหนดจุดยืนเว้นระยะห่างซึ่งทั้งหมดเป็นกระบวนการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับสงกรานต์ปีนี้ถึงแม้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เกาะสมุยกลับเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการหนีอากาศที่ร้อนเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์นี้ ทำให้ห้องพักโรงแรมที่เปิดให้บริการบนเกาะสมุยมีการจองห้องพักทำให้ห้องพักเต็มในหลายโรงแรม

‘เฉลิมชัย’ยกระดับแปลงใหญ่ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647028

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านป่าลาน (กลุ่มแปลงใหญ่ลำไย) หมู่ 4 ต.หนองตอง อ.หนองตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 154 ราย พื้นที่ปลูก 985 ไร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการผลิตให้เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างจุดรับซื้อผลผลิต/กระจายผลผลิต/เชื่อมโยงการตลาดและสร้างโอกาสในการแข่งขัน และเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่ลำไยดำเนินการรวบรวม/กระจาย/จำหน่ายผลผลิตสด 560 ตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท/ปี และมีรายได้จากการร่อนลำไย 1,200 ตัน มีรายได้มูลค่า 900,000 บาท

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนในเรื่องการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐาน และมีระบบการตลาดที่แน่นอน นอกจากนี้ พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มรายได้ของเกษตรกร พร้อมผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิตเพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการจัดการด้านการตลาดโดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สถานการณ์การผลิตลำไย ปี 2565 จ.เชียงใหม่ จะมีผลผลิตรวมประมาณ 4.4 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 คิดเป็น 9.8% ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 980 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 คิดเป็น 5.95% อำเภอที่ปลูกลำไยมากสุด คือ อ.จอมทอง พร้าว ดอยเต่า เชียงดาว และฮอด ตามลำดับ และคาดการณ์การเก็บเกี่ยวลำไย ในฤดูเก็บเกี่ยวเดือนมิถุนายน-กันยายน 2565 เก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนสิงหาคม ส่วนลำไยนอกฤดู จะทยอยให้ผลผลิตตลอดปี ช่วงเก็บเกี่ยวมากสุดในเดือนธันวาคม-มกราคม 2565

‘มนัญญา’เดินหน้าจัดทำ บัญชีต้นกล้าวิถีพอเพียง ปลูกฝังให้รู้จักจดบันทึก สร้างวินัยเด็ก-เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647033

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนิน “โครงการต้นกล้าความดีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอำพันธุ์เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและประชาชน รวมไปถึงเด็กและเยาวชนได้มีองค์ความรู้ทางบัญชี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ไปจนถึงคนในชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร การดำเนินโครงการนี้ ทำให้เด็กและเยาวชนที่ยังขาดโอกาส ได้เข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ มีสุขภาพแข็งแรง ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี พึ่งพาตนเองและช่วยพัฒนาชุมชน ให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมให้ครูและนักเรียน เรียนรู้วิธีการจดบันทึกบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และมีความรู้ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์ รวมทั้งการสอดแทรกสอนแนะการจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ถ่ายทอดให้แก่ครูไปสู่นักเรียนเพื่อฝึกหัดให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการบัญชี รู้จักวางแผนการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกทำบัญชี

กรมหม่อนไหมเร่งมือ ถ่ายทอดองค์ความรู้ โครงการพี่สอนน้อง พัฒนาเจ้าหน้าที่ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646842

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (2563-2565) กำหนดเป้าหมายให้สามารถบริหารจัดการงานหม่อนไหมอย่างมีประสิทธิภาพ และประกาศกรมหม่อนไหม กำหนดนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นให้พัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญ จึงจัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง จากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ทั้งนี้ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯเขต 4 จ.นครราชสีมา และศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เครือข่าย ได้จัดโครงการ “พี่สอนน้อง” เพื่อให้บุคลากรของกรมหม่อนไหมที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านหม่อนไหม เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ รวมทั้งให้เกิดความชำนาญงานด้านหม่อนไหมมากยิ่งขึ้น

สำหรับการอบรมดังกล่าวนายนุวัฒน์ พรมจันทึก ช่างต้นแบบสิ่งทอ ระดับ ช.2 ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ เทคนิค หลักการให้กับรุ่นน้อง เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรด้านหม่อนไหม ซึ่งจัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการลอกกาวเส้นไหมโดยใช้นวัตกรรมใหม่ (แบบใช้ถุงผ้า) การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีเคมีที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้า

กรมชลฯเร่งงานระบบระบายน้ำตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646845

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรังให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 โดยขณะนี้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการฯ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้บางส่วน โครงการนี้ประกอบไปด้วยงานสำคัญๆ คือ คลองผันน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำตรัง พื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง ด้วยการก่อสร้างคลองผันน้ำความยาว 7.6 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่หมู่ 1 บ้านหนองตรุดกม.31+000 ของแม่น้ำตรัง ผ่านหมู่ 2 หมู่ 3ต.หนองตรุด หมู่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง และหมู่ 4ต.บางรัก สิ้นสุดที่บ้านคลองช้าง หมู่ 4 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ระบายน้ำได้สูงสุด 750 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาทีเมื่อรวมกับศักยภาพการรับน้ำของแม่น้ำตรัง จะสามารถระบายน้ำไม่ให้ท่วมพื้นที่ได้

นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) 2 แห่ง คือ ปตร.บริเวณปากคลองผันน้ำ เพื่อใช้ควบคุมและบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และ ปตร.บริเวณปลายคลองผันน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งก่อสร้างอาคารประกอบและอื่นๆ บริเวณแนวคลองผันน้ำ ได้แก่ สะพานรถยนต์ 6 แห่ง เพื่อเชื่อมต่อการคมนาคมระหว่าง 2 ฝั่งคลอง อาคารรับน้ำ 24 แห่ง ตลอดแนวคลองผันน้ำเพื่อรับน้ำจากที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ข้างเคียงลงสู่คลองผันน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ตลอดจนก่อสร้างถนนบนคันคลองทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อสาธารณประโยชน์ พร้อมกับปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ประชาชนได้พักผ่อน ออกกำลังกาย

ทั้งนี้ เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง และ ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง พื้นที่ประมาณ 10,525 ไร่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนคลองผันน้ำยังสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 3.20 ล้าน ลบ.ม.สำหรับให้ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภค และการเกษตรในฤดูแล้ง ทั้งจะเป็นแหล่งน้ำดิบสนับสนุนการผลิตน้ำประปาประมาณ 1.74 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี รวมทั้งช่วยผลักดันน้ำเค็ม

ปศุสัตว์เช็คห้องเย็นทั่วปท. พบฝากเก็บซากหมูถึง15ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/646846

วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีที่อาจมีการกักตุนเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า จึงเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศ โดยสรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 ดังนี้ พื้นที่ตรวจสอบ 25 แห่ง ใน จ.ชลบุรี ระยอง สงขลา สระบุรี นครนายก กทม.เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา พังงา และอุทัยธานี พบซากสุกร 387,570.60 กิโลกรัม รวมตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นสะสมทั้งสิ้น 15,896,238.78 กิโลกรัม หรือกว่า 15 ตันจากห้องเย็นทั้งหมด 336 แห่ง

สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม พบว่าราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มปรับขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นผู้บริโภคเริ่มมีการปรับตัวรับราคาเนื้อสุกรในปัจจุบันได้มากขึ้น ห้างค้าปลีก Balance Part จัดส่วนต่างราคาตามความต้องการของตลาดได้ดี และสร้างราคาชิ้นส่วนทางเลือกที่สนองนโยบายรัฐ ถึงแม้ต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าพลังงานน้ำมัน จะขยับเพิ่ม กระทบทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง

ขณะที่ข้อมูลราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มรายภาค ดังนี้ ภาคตะวันตก 88 บาท/กิโลกรัม ภาคตะวันออก 90 บาท/กิโลกรัม ภาคอีสาน 90 บาท/กิโลกรัม ภาคเหนือ 91 บาท/กิโลกรัม และภาคใต้ 88 บาท/กิโลกรัม ส่วนราคาแนะนำเนื้อแดง สำหรับขายส่งห้างปลีกและขายปลีก รายภาคตามลำดับดังนี้ ภาคตะวันตก 140 และ 174-176 บาท/กิโลกรัม ภาคตะวันออก 144 และ 178-180 บาท/กิโลกรัม ภาคอีสาน 144 และ 178-180 บาท/กิโลกรัม ภาคเหนือ 145 และ 180-182 บาท/กิโลกรัม และภาคใต้ 140 และ 174-176 บาท/กิโลกรัม สำหรับราคาลูกสุกรขุนเล็ก 16 กิโลกรัม