พ่อเมืองเบตงนำประชาชนร่วมทำบุญ พร้อมกดปุ่มสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647430

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนใน อ.เบตง จ.ยะลา ต่างพาผู้สูงอายุเดินทางมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์สรงน้ำพระ และพระพุทธสิหิงค์ หน้าวัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง กันอย่างคึกคัก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย และยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ อีกด้วย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยมี นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์สืบสานและเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีวันสงกรานต์ และร่วมกดปุ่มสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ หรือ พระพุทธธรรมกายมงคล ประยูรเกศานนท์ สุพพิธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และร่วมจิตอธิษฐานบุญบารมี ชีวีเป็นสุข ปลอดโรคปลอดภัย โดยมี นายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเมืองเบตง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนใน อ.เบตง เข้าร่วม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องลงทะเบียน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 และปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด พระสุนทรวิสุทธานุวัตร เจ้าคณะอำเภอเบตงเจ้าอาวาสวัดพุทธาธิวาส ประธานฝ่ายสงฆ์ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เน้นความมีสติ ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาททั้งการคิด การทำ และการพูด ให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่นในศีล 5 ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข

สำหรับวันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย และยังเป็น วันผู้สูงอายุแห่งชาติ เป็นวันที่ลูกหลานจะได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และบรรพบุรุษ ดังนั้น เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ลูกหลานที่ออกไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ นอกภูมิลำเนา จะถือโอกาสเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การทำบุญตักบาตร นำสิ่งของไปมอบให้แก่ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ รับประทานอาหารร่วมกันพบปะสังสรรค์กันระหว่างเครือญาติ เป็นต้น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางสังคมที่สร้างความรักความผูกพันให้แก่คนไทย เป็นอัตลักษณ์ที่สืบสานต่อมากันอย่างยาวนาน

‘มกอช.’เปิดโต๊ะระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน จัดทำมาตรฐานคุมเข้มทุเรียนอ่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647330

‘มกอช.’เปิดโต๊ะระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน จัดทำมาตรฐานคุมเข้มทุเรียนอ่อน

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 12.10 น.

‘มกอช.’เปิดโต๊ะระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน จัดทำมาตรฐานคุมเข้มทุเรียนอ่อน

13 เม.ย.2565 นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ทุเรียน เป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยสูงที่สุด โดยจากข้อมูลคาดการณ์ในปี 2565 พบว่าจะมีผลผลิตประมาณ 1,321,648 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 10.00 และคาดว่าการส่งออกทุเรียนสดและผลิตภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.03 จากปีที่ผ่านมา โดยมีปริมาณรวม 995,009 ตัน เป็นทุเรียนสด 946,585 ตัน ทุเรียนแช่แข็ง 47,570 ตัน ทุเรียนอบแห้ง 353 ตัน และทุเรียนกวน 502 ตัน เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดจีน แต่ช่วงต้นฤดูกาลผลิตทุเรียนมักจะเกิดปัญหาการเร่งตัดทุเรียน เพื่อจำหน่ายทำให้พบทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาดมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค รวมทั้งเกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถูกกดราคาจากผู้รับซื้อการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วนในห่วงโซ่การผลิต ได้แก่ เกษตรกร ผู้ตัดทุเรียน และโรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งองคาพยพ

นายพิศาล กล่าวว่า ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้มีการวางมาตรการควบคุมและป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน เช่น การกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน จัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) และออกประกาศจังหวัดเรื่องการกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน รวมถึงมีการพิจารณาใช้บทลงโทษทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 โดยนำร่องในจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญของภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานในการควบคุมกำกับดูแลปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ รวมถึงการส่งออก การจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรับวัตถุดิบของโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุทุเรียน เป็นมาตรฐานบังคับภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 จึงเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จะนำมาใช้ในการควบคุมและแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงจะสามารถช่วยขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพของทุเรียนไทยเพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดโลกที่สูงขึ้น

ดังนั้น มกอช. จึงได้มีดำเนินการจัดการสัมมนาระดมความเห็นต่อร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรับวัตถุดิบของโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุทุเรียน เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ได้มีส่วนร่วมและมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อร่างมาตรฐาน เพื่อให้ มกอช. นำไปปรับปรุงร่างมาตรฐานให้อยู่ในแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้และเป็นที่ยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ความเห็นชอบและประกาศเป็นมาตรฐานบังคับต่อไป โดยได้รับเกียรติจากนางสาวอิงอร ปัญญากิจ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทำหน้าที่เป็นประธานการอภิปราย 

“การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อให้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและอยู่ในแนวทางที่ปฏิบัติได้ จึงต้องมีการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานดังกล่าวจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงร่างมาตรฐานฯ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศเป็นมาตรฐานของประเทศต่อไป”เลขาธิการ มกอช. กล่าว
 

เกษตรฯชูแผนผลิต-ตลาดข้าวครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647276

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาการขับเคลื่อนแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2565/66 และบรรยายหัวข้อ “ความท้าทายของเกษตรไทยในยุคNext Normal” โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่โรงแรมเดอะไพรเวซี่บีช รีสอร์ท แอนด์สปา อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย ดร.ทองเปลว กล่าวว่า การดำเนินงานตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เป็นการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” มีเป้าหมายที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์ 3 ประการคือ 1.สามารถบริหารจัดการอุปทานของข้าวให้อยู่ในปริมาณสมดุลกับอุปสงค์ 2.การผลิตข้าวให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการผลิต และ 3.ราคาข้าวเปลือกมีเสถียรภาพคุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนา ตลอดจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น หลุดพ้นจากความยากจน

ทั้งนี้ แม้ว่ามีการวางแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรมาแล้ว 6 ปี แต่แนวโน้มการผลิตและการตลาดข้าวยังคงมีความผันผวน จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ภัยธรรมชาติ และความตึงเครียดทางการเมือง รวมทั้งการแข่งขันในตลาดโลกค่อนข้างสูงปัญหาด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนการแข่งขันทางด้านการวิจัยและพัฒนาข้าว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวางแผนการผลิตและการตลาดให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น รองรับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกมุ่งเน้นหลักการตลาดนำการผลิต เชื่อมโยงเกษตรกรกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมมาปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

รองปลัดเกษตรฯพบ ท่านทูตจีนประจำไทย หารือด้านการเกษตร พร้อมเยี่ยมชมผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647271

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เยี่ยมคารวะนายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานด้านต่างประเทศของกระทรวงเกษตรฯ ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย

จากนั้นได้ร่วมกันหารือในประเด็นต่างๆ อาทิ ความร่วมมือทางวิชาการเกษตรไทย–จีน การจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ไทย-จีน (JTC-SPS) ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับการค้าสินค้าเกษตร และได้ขอคำแนะนำในการให้เจ้าหน้าที่ประสานงานเฉพาะกิจสำหรับแก้ไขปัญหาอุปสรรค ในการส่งสินค้าเกษตรออกไปจำหน่ายยังประเทศจีน เพื่อที่จะให้เกษตรกรของไทยได้มีโอกาสฟื้นตัวจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 รวมถึงได้เชิญชวนให้ท่านเอกอัครราชทูตและคณะหาโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแหล่งผลิตสินค้าเกษตร หรือโรงงานแปรรูปที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในการประสานงานและนำเยี่ยมชม

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นตัวแทนดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในการมอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองและชะนี มะม่วงและมะยงชิด ที่มีคุณภาพจากสวนของเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP มอบให้แก่เอกอัครราชทูตฯ ด้วย

การไฟฟ้าฯ อ.เสนา ร่วมกับ อ.บางบาล จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าครัวเรือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647272

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบางบาล ตำบลบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายขจร โปร่งฟ้า ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคกลาง ได้เป็นประธานเปิด กิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอบางบาล และอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ รัตนสุวรรณ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเสนา นายภัทรพล นาคนวล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางบาล โดยมีนายสมยศ เกษสุวรรณ นายอำเภอบางบาล นายชูเกียรติ บุญมีนายกเทศบาลตำบลบางบาล ต้อนรับ

โดยกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในครั้งนี้ เป็นดำริของ นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ได้มีความห่วงใยในความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับอุทกภัยในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่ง อ.บางบาล ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากอุทกภัยที่ผ่านมา มีน้ำท่วมในทุกพื้นที่ 16 ตำบล ของอำเภอบางบาล ซึ่งท่านผู้ว่าการได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมด้วยตัวของท่านเองพร้อมกับคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้อนุมัติวงเงินกว่าสองแสนบาทเพื่อมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอบางบาล และยังอนุมัติงบประมาณเพื่อทำการปรับปรุงมิเตอร์และอุปกรณ์ประกอบในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วนอีกกว่าหนึ่งแสนบาท

และในครั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มอบหมายให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อยอำเภอบางบาล ทำการสำรวจความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในศาสนสถานและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และอนุมัติวงเงินเพื่อดำเนินการเปลี่ยนให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีศาสนสถานและบ้านเรือนที่ต้องดำเนินการซ่อมแซม โดยการดำเนินการจะแบ่งออกเป็น 2 วัน คือในวันที่ 8 เมษายน 2565 นี้และ วันที่ 18 เมษายน 2565

จ.ระยอง จัดบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณโณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647277

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากปีนี้เป็นปีของยักษ์ จึงมีการบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณโณ ในหลายพื้นที่ ล่าสุด ที่ ณ วัดหนองกะพ้อต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง ได้จัดทำพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุรรณโณ ซึ่งมีประชาชนกว่า หนึ่งพันคนนำผลไม้ และดอกกุหลาบสีแดง มาร่วมในพิธีบวงสรวง  หลังจากทำพิธีเสร็จก็ได้มีการจุดประทัด และได้เลข 329 79อีกใบ 684 2 ขาดหายไปตัวหนึ่งขณะเดียวกัน ที่วัดพลา ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้จัดพิธีบวงสรวง “ท้าวเวสสุวรรณโณ”ซึ่งมีพระครูวิธานสุพัฒนกิจ ดร.อินทร์อยู่เจ้าอาวาส เป็นผู้ทำพิธีเบิกเนตร และประชาชนชาว ต.พลา เดินทางมาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมากสำหรับ“ท้าวเวสสุวรรณโณ” วัดพลาต.พลา เจ้าอาวาสสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณโณ จำนวน 2 ตน ตั้งไว้เป็น “ทวารบาล” ผู้รักษาประตูวิหารมีกายเป็นสีแดง และสีเขียวหันหน้าไปทางทิศเหนือโดยทำพิธีมหามงคล 2 วันเมื่อพิธีบวงสรวง เสร็จสิ้นทางวัดก็ได้เปิดให้ประชาชนเดินทางมากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งประชาชน นิยมกราบไหว้บูชา ขอพรขอโชคลาภ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้หมดไป และ ไม่พลาดส่องเลขปลายประทัดต่างใจจดใจจ่อรอลุ้นเลขที่หางประทัดที่ปรากฏคือเลข 66 518  

‘มนัญญา’ดันงานวิจัยมันฝรั่ง เพิ่มผลผลิตต้านโรค-ลดต้นทุนนำเข้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647273

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก และเร่งขยายพันธุ์ให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนของการนำเข้าพันธุ์จากต่างประเทศ เช่น มันฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชที่ทำรายได้สูงให้แก่เกษตรกรโดยเฉพาะในภาคเหนือ เช่น จ.เชียงใหม่ ที่ปัจจุบันได้ขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ อาทิ ตาก เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง และบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองคาย สกลนคร และเลย ซึ่งการปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในประเทศไทยยังมีผลผลิตที่ไม่เพียงพอในการบริโภคภายในประเทศ จึงมีการนำเข้ามันฝรั่งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป 46,355 ตัน และนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง 6,500 ตัน จากอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มาปลูกมากทุกปี

ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร ได้สนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์แนะนำ ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ 1และ เชียงใหม่ 2 ซึ่งเป็นพันธุที่มีหัวกลม เนื้อในสีขาว-ขาวครีม ให้ผลผลิตสูง 3,162-3,608 กิโลกรัม/ไร่ ได้เกรดส่งเข้าโรงงานแปรรูป ซึ่งสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี โดยดำเนินการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งตามเทคโนโลยีการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งปลอดโรค ส่งเสริมให้สหกรณ์ผู้ปลูกมันฝรั่ง และกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญากับบริษัท/ผู้ประกอบการ นำไปผลิตเป็นหัวพันธุ์และวัตถุดิบส่งเข้าโรงงานแปรรูป ทำให้มีหัวพันธุ์คุณภาพปลอดโรคในประเทศเพิ่มขึ้น ช่วยลดปริมาณการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งจากต่างประเทศ

น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า กรมวิชาการเกษตรได้ลดปริมาณการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง ด้วยการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลักปีละ 400,000 หัว เพื่อนำไปปลูกขยายเป็นชั้นพันธุ์ขยาย และชั้นพันธุ์รับรองปีละ 40 ตัน ร่วมกับการดำเนินโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ (หัวพันธุ์มันฝรั่ง) เพื่อการกระจายหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพสู่กลุ่มเกษตรกร และบริษัทแปรรูปมันฝรั่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งในชั้นพันธุ์หลักให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 40 โดยกรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตหัวพันธุ์ชั้นพันธุ์หลัก จากนั้นจะส่งมอบหัวพันธุ์ชั้นพันธุ์หลักให้สหกรณ์ผู้ปลูกมันฝรั่งเชียงใหม่ จำกัด สหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี จำกัด และกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญากับบริษัท/ผู้ประกอบการ ในการร่วมดำเนินการผลิตหัวพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยาย

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจอุตสาหกรรมการแปรรูปมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบทั้งระบบอย่างยั่งยืน ทำให้มีหัวพันธุ์คุณภาพปลอดโรคในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 860 ตัน ช่วยลดปริมาณการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่งจากต่างประเทศลงร้อยละ 13 เป็นการลดต้นทุนการผลิตที่มาจากหัวพันธุ์มีราคาแพงไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบขายแข่งในตลาดโลกได้

ตร.กาฬสินธุ์จัดกำลังดูแลความสงบ เข้มตรวจเมาแล้วขับช่วงสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647275

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ห้องประชุมชัยสุนทรตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติงานในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่พนักงานสอบสวนทั้ง 23 สถานี พร้อมมอบนโยบายและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยการอบรม นางสาวโกมลลตา ไกรสิงห์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นครราชสีมา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายณัชฐปกรณ์ เจริญรัตนวานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาล จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการ จ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นวิทยากรในการอบรมให้ความรู้กับพนักงานสอบสวนในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก โดยทางตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้มีนโยบายและกำชับให้ตำรวจทั้ง 23 สถานีจัดกำลังออกตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชนและหมู่บ้านทุกพื้นที่ พร้อมทั้งจัดกำลังประจำจุดอำนวยความสะดวก และด่านตรวจบนถนนสายหลักและสายรอง เน้นการบริการประชาชนให้ความรู้ แนะนำให้ปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นหลัก โดยเฉพาะการขับรถเร็ว ไม่ประมาท เข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเมาแล้วขับเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเดินทางปลอดภัย ปฏิบัติตามมาตรการ ห่างไกลจากโรคโควิด-19

‘อลงกรณ์’ส่งออกขนุนภาคใต้ ใช้ระบบราง-รถผ่านลาวสู่จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647278

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ (เฉพาะกิจ) กล่าวว่า การขนส่งทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และมะพร้าว 6 ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟจาก จ.ระยอง ไปยังสถานีรถไฟหนองคาย เพื่อตรวจและออกใบรับรองตรวจโรคพืชไฟโตที่ด่านหนองคายตามพิธีสารผลไม้ไทย-จีน จากนั้นขบวนรถไฟจะขนส่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงไปยังท่าบก ท่านาแล้ง ก่อนยกขึ้นหัวลากจากท่านาแล้ง 2.9 กม.ไปขึ้นรถไฟลาว-จีน ที่สถานีเวียงจันทน์ ก่อนขนส่งไปสถานีรถไฟนาเตย แล้วยกขึ้นรถหัวลากเดินทางไปด่านบ่อเตนของลาวข้ามพรมแดนลาว-จีน ไปตรวจปล่อยที่ด่านโมฮ่าน ในมณฑลยูนนานของจีน เป็นระบบการขนส่งหลายรูปแบบ หรือ Multi Modal Transportation ที่เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กรณีที่ยังไม่สามารถขนส่งผลไม้ทางรถไฟจากลาวข้ามแดนไปด่านรถไฟโมฮ่านโดยตรง เนื่องจากจีนกำลังก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน จึงต้องไปใช้การตรวจโรคพืชที่ด่านโมฮ่าน ซึ่งเป็นด่านใหญ่ด่านเดิมไปพรางก่อน

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ได้มีการส่งออกขนุนจากภาคใต้ ต่อด้วยผลไม้ เช่น ลำไยจากภาคเหนือ หลังจากเริ่มการขนส่งผลไม้จากภาคตะวันออก โดยหวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ซึ่งจะมีการติดตามทุกขั้นตอน

‘เฉลิมชัย’สั่งเร่งแก้ปัญหาทุเรียนปนเปื้อน เหตุจีนระงับนำเข้าเพราะตรวจพบเชื้อโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647297

‘เฉลิมชัย’สั่งเร่งแก้ปัญหาทุเรียนปนเปื้อน เหตุจีนระงับนำเข้าเพราะตรวจพบเชื้อโควิด

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.48 น.

12 เม.ย. 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า ตนเป็นห่วงชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก หลังจากได้รับรายงานว่าด่านโมฮ่านของจีนออกประกาศระงับการนำเข้าทุเรียนไทย 3 วันระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. 2565 เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนโควิดในตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งทุเรียนไทยผ่านลาวเข้าด่านโมฮ่านทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าและราคาทุเรียน จึงสั่งการให้กระทรวงเกษตรเร่งแก้ไขปัญหาโดยประสานกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานให้ยกระดับมาตรการป้องกันการปนเปื้อนโควิดโดยทันที

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีเกษตรเมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย. 2565 ทางปลัดกระทรวงเกษตรได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงเกษตรลงพื้นที่จันทบุรีในวันนี้เพื่อร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานกระทรวงเกษตรเช่น สวพ.6 ของกรมวิชาการเร่งแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนโควิด นอกจากนั้น อธิบดีกรมวิชาการยังมอบหมายรองอธิบดีลงไปสมทบทีมงานกระทรวงเกษตรในจังหวัดจันทบุรีด้วย ต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการปนเปื้อนโควิด ห้ามการ์ดตกเด็ดขาดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงได้แก่ล้งและผู้ประกอบการส่งออกรวมทั้งผู้ให้บริการโลจิสติกส์

ซึ่งช่วงบ่ายของวันที่ 12 เม.ย. 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับรองปลัดกระทรวงเกษตร นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร สมาคมทุเรียนและผลไม้ ผู้ประกอบการล้งและผู้ส่งออก ผู้แทนชาวสวนผลไม้ สวพ.6 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้จัดประชุมเพื่อหารือถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนโควิดโดยยกระดับการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย และกำชับให้สถานประกอบการเอกชนเข้มงวดกวดขันพนักงานและสถานที่ทำงานตลอดจนบรรจุภัณฑ์และตู้คอนเทนเนอร์ตามมาตรการที่จังหวัดและกรมวิชาการเกษตรกำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีได้ออกประกาศมาตรฐานความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในผลไม้โดยจังหวัดจันทบุรี (Zero COVID Chanthaburi Fruit : ZCCF) ลงวันที่ 11 ก.พ. 2565 มี มาตรการด้านความปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาตรการควบคุมการส่งออกทุเรียนปลอดเชื้อโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลผลิตทุเรียนไทยซึ่งมี มูลค่าซื้อขายทั้งในและต่างประเทศ ด้วย 3 มาตรการที่ครอบคลุม คือ (1) มาตรการสำหรับเกษตรกร ชาวสวน (2) มาตรการสาหรับผู้ประกอบการ สถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) 

และ (3) มาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร (ผลไม้) ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อต้นทาง จากสวนทุเรียน จนถึงระบบขนส่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผลผลิตทุเรียนไทยต่อประเทศคู่ค้าสำคัญต่างๆ อีกด้วย มีการกำหนดวันเริ่มเก็บเกี่ยวทุเรียนในแต่ละสายพันธุ์ ประจำปี 2565 จัดชุดเฉพาะกิจ เพื่อตรวจการตัดทุเรียนออกสู่ตลาด และมีการดาเนินโครงการสร้างตราสัญลักษณ์ จันท์การันตี ในผลไม้ให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคตามนโยบาย Chanthaburi Sandbox