เกษตรฯเปิดวิทยุAM1386KHz. สื่อกลางให้ความรู้ทำการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647570

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร AM.1386 KHz. ว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงดังกล่าวกลับมาออกอากาศหลังจากหยุดออกอากาศนานกว่า 5 ปี เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านการเกษตร และเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล ให้มีความรู้ความสามารถด้านการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วและสะดวกกว่าในอดีต แต่ก็ยังมีเกษตรกรในบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ดังนั้น สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนเหล่านั้น

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สถานีวิทยุดังกล่าวช่วยส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตรและการส่งเสริมอาชีพอื่นๆ มีสัดส่วนของรายการข่าวสารสาระด้านการเกษตรกว่าร้อยละ 80 มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยงาน ร่วมดำเนินงานในรูปแบบจัดรายการ เผยแพร่ข่าวสาร และสนับสนุนเนื้อหาภายใต้คณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน มีอธิบดีทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นกรรมการ

‘ฝนหลวง’ชิงสภาพอากาศช่วยเพิ่มน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647569

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับตอนบนของประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว และมีลมใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติดังกล่าว และหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

อย่างไรก็ดี ยังคงมีพื้นที่การเกษตรบางแห่งที่ต้องการน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก ได้ปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก ภายหลังปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่บินปฏิบัติการของ จ.ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ และเลย ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี และบุรีรัมย์ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งต้องการน้ำเพื่อทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ หนองปรือ เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุทุมพรพิสัย ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ

สำหรับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ทางสถานีเรดาร์ของกรมฝนหลวงฯ ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ พบว่าสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการปฏิบัติการฝนหลวงและมีการวางแผนขึ้นบินเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร และเติมน้ำต้นทุนให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ ในอีก 6 หน่วยปฏิบัติการ ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน หากเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที

กรมชลฯรุดวางท่อ ลุยส่งน้ำแก้ปัญหา ชลประทานจันทบุรี ใช้อุปโภค-บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647572

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีกลุ่มผู้ใช้น้ำใน ต.หนองตาคง และ ต.เทพนิมิต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ขึ้นป้ายเรียกร้องให้ก่อสร้างคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะที่ 3ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากผ่านมา 3 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ว่าโครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ระยะที่ 3 จ.จันทบุรี ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ ฝั่งซ้าย กม.10+000 ถึง กม.29+320 ความยาว 19.32 กิโลเมตร และคลองส่งน้ำสายซอยและสายแยกซอยความยาวรวม 19.31 กิโลเมตร

ทั้งนี้ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างคลองส่งน้ำ มีการขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน และถนนทางหลวงชนบท เช่น ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 3193 จากความกว้าง 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ส่งผลให้คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย กม.10+150 ซึ่งตัดผ่านถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยออกแบบไว้ จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขแบบคลองส่งน้ำ และสะพานรถยนต์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของถนนทางหลวง จึงต้องแก้ไขสัญญาเนื่องจากมีปริมาณงานและวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขสัญญา และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งสัญญาในปี 2566

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการวางท่อส่งน้ำชั่วคราว ตามแนวท่อลอดถนนทางหลวงหมายเลข 3193 ไปยังคลองส่งน้ำอีกฝั่งของถนน ทำให้สามารถส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ถึง กม.18+000 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในช่วงฤดูแล้ง

สกู๊ปพิเศษ : ‘ศรัณย์วุฒิ’หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ถือฤกษ์! ล้างเท้าปู่ทวด 5 แผ่นดินเพื่อความเป็นสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647575

สกู๊ปพิเศษ : ‘ศรัณย์วุฒิ’หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ถือฤกษ์!  ล้างเท้าปู่ทวด 5 แผ่นดินเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ทราบข่าวว่า บ้านเลขที่ 27 หมู่ 7 บ้านเจริญสุข ต.หาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มีผู้สูงอายุ 104 ปี เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2461 ช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 และมีอายุยืนยาวจนมาถึงรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 10) นานถึง 5 แผ่นดินสมัย นามว่า “ปู่ทวดบุญนัก” จึงรุดเดินทางมายังบ้านหลังดังกล่าว พร้อมด้วยน.ส.รสศรินทร์ ศรัณย์เกตุ (บุตรสาว)กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ พบนายบุญนัก แสนเขื่อนแก้ว อายุ 104 ปี ซึ่งมีอายุมากที่สุดในตำบลหาดล้า กำลังนั่งอยู่บนบ้าน เรือนไม้2 ชั้น เพื่อขอรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ตามประเพณีของคนไทยโบราณ เนื่องในวันเทศกาลวันสงกรานต์ ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ไทย วันที่ 13 เมษายนของทุกปี และตรงกับวันผู้สูงอายุในวันนี้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตัวเองและครอบครัว

ปู่ทวดบุญนัก มีลูกชาย-หญิงรวมทั้งสิ้น 3 คน คนโต ชื่อนางบานเย็น ทำนุพันธุ์ อายุ 75 ปี คนที่สอง นางบุญก่อ ยงสม อายุ 69 ปีบุตรชายคนเล็กเสียชีวิตไปแล้ว มีหลาน เหลนและโหลนหรือลื้อรวมกันทั้งสิ้นกว่า 30 คน ทุกคนที่เข้าพบปู่ทวดจะต้องสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคโควิด-19 มายังปู่ทวดบุญนัก

นางบุญก่อ ลูกสาวคนที่สอง ได้จัดเตรียมน้ำอบน้ำหอมใส่ขัน ให้กับนายศรัณย์วุฒิ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เพื่อทำพิธีรดน้ำดำหัว ปู่ทวดบุญนักอายุ 104 ปี ก่อนรดน้ำดำหัว นายศรัณย์วุฒิ ได้ก้มกราบเท้าและมอบเงินให้จำนวนหนึ่งพร้อมถุงยังชีพ พร้อมกล่าวอวยพรขอให้อายุยืนมากขึ้น ขอให้พระและเทวดารักษาคุ้มครอง ยิ่งได้สวดมนต์ทุกคืน เหมือนเป็นการสร้างบุญบารมีมากขึ้นไปอีก โดยปู่ทวดบุญนัก โชว์บัตรประชาชนให้ดูว่า เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2461 นับรวมถึงปัจจุบันอายุได้ 104 ปี

จากนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ทำพิธีรดน้ำดำหัวที่บริเวณฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง ของปู่ทวดบุญนัก ก่อนทำพิธีรดน้ำที่บริเวณเท้าทั้ง 2 ข้าง พร้อมใช้มือถูล้างเท้าและใช้ผ้าสะอาดเช็ดเท้าทั้ง 2 ข้างให้กับผู้สูงอายุ ตามโบราณประเพณี เนื่องในวันสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย โดยปู่ทวดบุญนักกล่าวอวยพร ขอให้อายุมั่นขวัญยืน ทำกิจการงานให้เจริญรุงเรือง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทุกสิ่งทุกอย่าง

“ปู่ทวดบุญนัก เกิดในปี พ.ศ. 2461 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 นับถึงปัจจุบันอายุ 104 ปี ตรงกับรัชกาลที่ 10 นับได้ว่าเกิดมาเป็นปู่ทวดถึง 5 แผ่นดิน อาหารที่ชอบทานมากที่สุดประเภทต้ม อาทิ ปลาต้ม ผักต้มกับน้ำพริก ผลไม้ชอบทานมากที่สุด คือ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ปู่ทวด 5 แผ่นดิน ตั้งอยู่แต่ในศีลธรรม ชอบสวดมนต์ ไหว้พระก่อนนอนทุกคืน ปู่ทวดบุญนักไม่มีโรคประจำตัว เป็นคนอารมณ์ดีลุก นั่ง เดินเองได้ โดยไม่เป็นภาระให้ลูกหลาน พูดเสียงดัง ฟังชัดหากอยู่ใกล้ชิด”

เมื่อเสร็จพิธีล้างเท้าให้กับปู่ทวดบุญนัก ผู้สูงอายุ 5 แผ่นดิน 104 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศรัณย์วุฒิหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมด้วย น.ส.รสรินทร์ กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ ได้เดินทางต่อไปยังที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์บ้านคีรีทอง อยู่ด้านหลังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจริม อ.ท่าปลา เพื่อทำพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ 61-93 ปี รวมทั้งหมด 38 คน เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมงานทุกคน โดยมีนางบุษยมาส หาญกาย นายก อบต.หาดล้า ตลอดจนคณะผู้บริหาร ส.อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวให้กับผู้สูงอายุในครั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น

กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม

ไทยร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งที่ 7 พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647533

ไทยร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งที่ 7 พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.13 น.

ไทยร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งที่ 7 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมเปิดตัว Thailand Pavilion อย่างยิ่งใหญ่ งดงามด้วยไม้ดอก พืชพรรณนานาชนิดจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะเข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Exposition 2022 หรือ EXPO 2022 Floriade Almere ณ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้ นายทองเปลว กล่าวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งที่ 7 (The International Horticultural Exposition 2022) หรือ EXPO 2022 Floriade Almere ซึ่งเป็นงานแสดงพืชสวนยิ่งใหญ่ระดับโลก ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และสำนักงานจัดงานมหกรรมนานาชาติ (BIE) มีประเทศเข้าร่วมจัดแสดง 26 ประเทศ และ 3 องค์กร ได้แก่ บังคลาเทศ เบลเยียม ชาด จีน โคลัมเบีย ไซปรัส เช็ค คองโก เอกวาดอร์ เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส เยอรมนี กานา อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก กาตาร์ India – Spiritual Garden เกาหลีใต้ โซมาเลีย ซูดาน ซูรินัม ไทย เอมิเรตส์ ตุรกี เยเมน Lisinia และ Sino-Europe Horticulture Association (SEHA) และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 2 ล้านคน

โดยมีกำหนดจัดขึ้นทุกๆ 10 ปี จะหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960) สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมการจัดงาน Floriade มาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ.2535 (ค.ศ.1992) พ.ศ. 2545 (ค.ศ.2002) และ พ.ศ.2555 (ค.ศ.2012) ซึ่งในปีนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 7 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมงาน ให้ดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 เมษายน – 9 ตุลาคม 2565 ณ เมืองอัลเมียร์ (Almere) จังหวัดเฟลโวลันด์ (Flevoland) บนพื้นที่กว่า 375 ไร่ ซึ่งเป็นเกาะเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 4 เมตร มีเขื่อนกั้นน้ำไว้เป็นแนวป้องกัน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2529 (ค.ศ.1986) แม้จะเป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ไม่ถึง 40 ปี แต่ที่นี่กลับมีสถาปัตยกรรม เส้นทางจักรยานหลายร้อยกิโลเมตร เส้นทางชายหาดที่ทอดยาว และทิวทัศน์ธรรมชาติโอบล้อมกันอย่างกลมกลืน

สำหรับแนวคิดการจัดงาน Expo 2022 Floriade Almere ในครั้งนี้ ต้องการจุดประกายให้ทุกคนเห็นถึงการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด “Growing Green Cities” ที่มุ่งเน้นที่การทำให้เมืองต่างๆ มีความสนุกสนาน น่าอยู่ และยั่งยืนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับเมืองแห่งอนาคต และมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ดำเนินวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการดำเนินการพัฒนาเมืองให้เป็น Greening the city การเพิ่มความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น , Feeding the city การพัฒนาการจัดหาอาหาร การผลิตอาหารอย่างยั่งยืนโดยเมืองและเพื่อเมือง , Energizing the city การจัดหาแหล่งพลังงานอัจฉริยะที่มีความยั่งยืนมากขึ้น และ Healthying the city การมีสุขภาพที่ดีในเมืองที่ดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย สวนพฤกษชาติ การนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีพืชสวนของเนเธอร์แลนด์ กิจกรรมต่างๆ ที่แสดงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น งานศิลปะ ดนตรี เป็นต้น รวมทั้งการนำเสนอสินค้าจากประเทศต่างๆ การเจรจาธุรกิจ เป็นต้น ประกอบกับแนวคิดหลักของงาน Expo 2022 Floriade Almere คือ “Growing Green Cities” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับเมืองแห่งอนาคต โดยประเทศไทยได้เตรียมเปิดตัว Thailand Pavilion ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเผยแพร่ความก้าวหน้าในเรื่องนวัตกรรมด้านอาหารและสินค้าเกษตรของไทย การพัฒนากระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและคุณภาพของไทยอย่างยั่งยืนสู่การรับรู้ของผู้เข้าชมงานกว่า 2 ล้านคน จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเพื่อแสดงถึงความพร้อมของไทยทั้งภาคบริการ และภาคการเกษตรของไทย รวมทั้งความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของไทย เผยแพร่แนวทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน วิถีชีวิต วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี จึงขอเชิญผู้ที่สนใจมาเที่ยวชม Thailand Pavilion ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น.และสามารถติดตามรับชมได้ทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ thailandfloriade2022.com ด้วย

‘มนัญญา’เยี่ยมชมสหกรณ์โหล่งขอดฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647428

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี จำกัด ต.โหล่งขอดสามัคคี อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่าได้ขับเคลื่อนงานนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ด้านการพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการด้านส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งในส่วนของสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี จำกัด ได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินนโยบายต่างๆ เช่น โครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้สหกรณ์แม่ข่าย สหกรณ์ลูกข่ายขั้นกลาง และขั้นต้น เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมจัดเก็บและแปรรูป จำหน่าย กระจายผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน มีการให้บริการสมาชิกเพื่อลดต้นทุน และสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์

ทั้งนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบอุปกรณ์การตลาด สิ่งก่อสร้าง อาทิ รถแทรกเตอร์พร้อมอุปกรณ์ เครื่องอบลดความชื้นพร้อมโรงคลุม เครื่องชั่งรถบรรทุกพร้อมอุปกรณ์และห้องควบคุม รถตักล้อยางรถยกพาเลท โกดัง และลานตากคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม การแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตร ปีงบประมาณ 2564 ให้แก่สถาบันเกษตรกร 8 แห่ง อาทิ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด สหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด สหกรณ์โคนมสันกำแพง (ป่าตึงห้วยหม้อ) จำกัด สหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม จำกัด สหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี จำกัด รวมมูลค่า 65,602,783 บาท จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการของสหกรณ์ฯ และบูธจัดแสดงสินค้าทางการเกษตร

สกู๊ปพิเศษ : กาฬสินธุ์สงกรานต์วันแรกเที่ยวหาดดอกเกด เล่นน้ำเขื่อนลำปาวคึกคักยันน้ำพอหน้าแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647426

สกู๊ปพิเศษ : กาฬสินธุ์สงกรานต์วันแรกเที่ยวหาดดอกเกด  เล่นน้ำเขื่อนลำปาวคึกคักยันน้ำพอหน้าแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บรรยากาศสงกรานต์วันแรกที่จังหวัดกาฬสินธุ์คึกคักโดยเฉพาะที่หาดดอกเกดหรือทะเลอีสาน เขื่อนลำปาว แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของจังหวัด พบว่ามีประชาชน นักท่องเที่ยว ลงเล่นน้ำคลายร้อนรับเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ของเขื่อนลำปาว ร่วมกับฝ่ายสาธารณสุข ตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 และรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ยืนยันปริมาณน้ำเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง

จากการติดตามบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ในวันแรกที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าเริ่มมีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่บริเวณหาดดอกเกดเขื่อนลำปาว ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลอีสาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด และเล่นน้ำคลายร้อน เนื่องจากสภาพอากาศกำลังร้อนจัด และในการละเล่นสงกรานต์ปีนี้ ทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้มีการสาดน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จึงได้มาผ่อนคลายความร้อนโดยลงเล่นน้ำที่บริเวณหาดดอกเกดดังกล่าว ซึ่งมีแนวเขตความยาวระยะปลอดภัยให้ลงเล่นน้ำกว่า200 เมตร

ทั้งนี้นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว พร้อมด้วยนายณรงค์ศักดิ์ ปิณฑดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเขื่อนลำปาว ฝ่ายสาธารณสุข และฝ่ายปกครอง ได้เข้าติดตามบรรยากาศและดูแลความเรียบร้อย ภายในบริเวณหาดดอกเกด หลังจากมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้กำชับผู้ประกอบการร้านค้า ร้านขายอาหาร อุปกรณ์เล่นน้ำ ทั้งในส่วนของการแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน ราคาบริการที่เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
เข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 และความปลอดภัยในขณะเล่นน้ำด้วย

นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า บรรยากาศการเล่นน้ำที่บริเวณหาดดอกเกด ในวันเริ่มต้นสงกรานต์ปีนี้มีความคึกคักเป็นอย่างมาก หากเทียบกับปีก่อนๆที่ไม่มีสถานการณ์โควิด จะเห็นว่ามีจำนวนมากถึง 70% เลยทีเดียว ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในทุกๆ ด้านได้มีการตั้งจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิ กรอกประวัติ ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยลาดตระเวน ดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวปัจจุบันมีจำนวน 726 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 37% ของความจุอ่าง 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งค่าเฉลี่ยมากกว่าปี 2564 ยืนยันมีเพียงพอต่อการใช้น้ำทุกกิจกรรมตลอดฤดูแล้ง ทั้งการอุปโภค-บริโภค การเกษตร และสำรองถึงต้นฤดูฝนแน่นอน แต่ก็ขอให้ประชาชนและพี่น้องเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัดให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์มากที่สุด

กรมชลฯจับตาใกล้ชิด สถานการณ์น้ำทุกจุด บริหารให้สอดคล้อง รับมือในฤดูน้ำหลาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647425

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสม โดย ดร.ทวีศักดิ์เปิดเผยว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 48,206 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 24,268 ล้าน ลบ.ม.มีการใช้น้ำไปแล้ว 17,906 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 80 ของแผนฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,240 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 4,544 ล้าน ลบ.ม. มีการใช้น้ำไปแล้ว 5,008 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 88 ของแผนฯ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปี 2565 คล้ายคลึงปี 2552 ประกอบกับปรากฏการณ์ลานีญา อาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกมาก จึงกำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม เน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

เกษตรฯเกาะติดขนส่งจีน ส่งออกผลไม้ไทยฤดูกาล2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647429

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปประเทศจีนต้องมีความปลอดภัยและมั่นใจได้ว่าปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งประเทศจีนเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยจีนใช้มาตรการ Zero Covid อย่างจริงจัง ควบคุมทั้งคนและการขนส่งสินค้าอย่างเข้มงวด ออกมาตรการระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่แตกต่างกันตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ซึ่งผลไม้นำเข้าจะต้องถูกตรวจสอบอย่างรัดกุมและต้องได้รับใบรับรอง 3 ชนิด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนจึงจะสามารถวางจำหน่ายในตลาดจีน ได้แก่ ใบรับรองผ่านการตรวจสอบกักกัน ใบรับรองผลการตรวจไวรัสโควิด-19และใบรับรองการผ่านการฆ่าเชื้อ

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจว ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่นครเซี่ยงไฮ้ สำนักการเกษตรต่างประเทศ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการในการติดตามและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ได้จัดทำระบบติดตามสถานการณ์ด่านนำเข้าทางบกของจีน (LandPort-Alert) และสถานการณ์ด่านต่างๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลรายงานสถานการณ์ต่างๆ ของจีน ได้ที่เว็บไซต์ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว https://www.opsmoac.go.th/guangzhou-home หรือเข้าระบบ LandPort-Alert ผ่านลิงก์ https://landport-alert.opsmoac.go.th/ ผ่านอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด เพื่อเข้าถึงสถานการณ์ด่านนำเข้าผลไม้ไทยทางบกของจีน

‘เฉลิมชัย’เร่งงานก่อสร้าง อ่างฯ‘ห้วยจะกา’จัดการปัญหาน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/647427

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ต.แม่ลานอ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งกรมชลประทานมีแผนดำเนินการก่อสร้างระยะเวลา3 ปี (2566-2568) ลักษณะเป็นเขื่อนดิน หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 2.67 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภค-บริโภคส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกได้กว่า 1,500 ไร่ในเขตพื้นที่หมู่ 1 ต.โป่งทุ่ง และหมู่ 3ต.แม่ลาน อ.ลี้ รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด เสริมสร้างรายได้แก่ราษฎร เป็นการส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการว่างงานและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ได้เร่งรัดให้จัดหาที่ดิน เพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาฯ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ระยะยาว ช่วยให้พี่น้องชาวเมืองลี้ จ.ลำพูน และชาวดอยเต่า จ.เชียงใหม่ มีแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่การเกษตร รวมทั้งใช้ประโยชน์ในทุกกิจกรรม สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยืนยันว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้น 100% และจะจ่ายค่าชดเชยให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาฯ ภายในปี 2565 โดยกำชับให้กรมชลประทาน พิจารณาการจ่ายค่าชดเชยที่ดินอย่างเป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร นอกจากนี้ยังพร้อมสนับสนุนโครงการต่อเนื่อง เช่น ระบบส่งน้ำ เพื่อขยายพื้นที่ชลประทานให้มากขึ้น และมอบหมายกรมพัฒนาที่ดินดูพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างบ่อน้ำขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดด้วย

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ จ.ลำพูน มีแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่ในเขตชลประทาน (เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา) 33.22 ล้าน ลบ.ม. มีแผนการจัดสรรน้ำ จำนวน 21.27 ล้าน ลบ.ม. ใช้ในการอุปโภค-บริโภค ระบบนิเวศ ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม ปัจจุบันจัดสรรน้ำแล้ว 21.78 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเพียงพอใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย ตลอดฤดูแล้งนี้ ปัจจุบันมีพื้นที่การเกษตรรวม 802,647 ไร่ แบ่งเป็นในเขตชลประทาน 137,978 ไร่เพาะปลูกไปแล้ว 6,632 ไร่ และนอกเขตชลประทาน 664,669 ไร่ เพาะปลูกไปแล้ว 3,787 ไร่