‘มนัญญา’หารือปัญหานมรร. ช่วยสหกรณ์ผู้เลี้ยงอย่างเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644657

วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมหารือการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และรับมอบหนังสือพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนจากตัวแทนชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด ว่าภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าวได้นำข้อร้องเรียนของตัวแทนชุมนุมสหกรณ์ฯ มาตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหา เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ให้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนได้

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากรัฐบาลที่จัดสรรให้ดำเนินการปีละกว่า 14,000 ล้านบาท สำหรับผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพให้แก่เด็กนักเรียนของไทยได้ดื่มนม และยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้ความสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดี จากข้อร้องเรียนของชุมนุมสหกรณ์ฯ พบว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อาทิ 1.การจัดสรรโควตานมโรงเรียนให้กับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ปีการศึกษาละ 96 ตัน เป็นจำนวนที่เหมาะสมหรือไม่ หากเทียบกับจำนวนเกษตรกรที่ อ.ส.ค.จะต้องรับซื้อน้ำนมดิบวันละประมาณ 700 ตัน หรือร้อยละ 9 ของโครงการนมโรงเรียนที่จะใช้นมดิบทั้งระบบประมาณ 1,200 ตันต่อวันจากผลผลิตนมทั้งประเทศ 3,500 ตันต่อวัน

2. คุณภาพนมดิบที่เข้าโครงการเป็นไปตามมาตรฐานที่มีการกำหนดหรือไม่เนื่องจากเกษตรกรระบุว่า ในบางพื้นที่ยังพบปัญหาคุณภาพน้ำนมยังไม่ได้มาตรฐาน แต่บางโรงงานนำไปผลิตเข้าโครงการได้ ซึ่งเรื่องนี้เห็นควรต้องมีการมาวางระบบตรวจสอบให้ถูกต้อง และชัดเจน และ 3.การที่มีผู้ประกอบการไปจัดตั้งโรงงานผลิตนมขนาดเล็ก 3–5 ตัน เพื่อขอรับสิทธิเข้าโครงการนมโรงเรียน โดยไม่มีที่มาของฟาร์มโคนมที่นำมาผลิตเป็นวัตถุดิบ กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นจริงตามข้อร้องเรียนหรือไม่ เป็นต้น

ด้านนายสมาน เหล็งหวาน ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด มีข้อเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณารวม 6 ข้อ ซึ่งขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการจัดสรรโควตานมโรงเรียน ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมกับภาคเกษตรกร จึงต้องเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐบาล เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว

มกอช. นำร่อง บ.ศรีเชียงใหม่ฯ ต้นแบบประยุกต์ระบบ Supplier Audit

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644636

มกอช. นำร่อง บ.ศรีเชียงใหม่ฯ ต้นแบบประยุกต์ระบบ Supplier Audit

วันพุธ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.27 น.

‘มกอช.’นำร่อง บ.ศรีเชียงใหม่ฯ ต้นแบบประยุกต์ใช้ระบบ Supplier Audit เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตเข้าสู่ระบบรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย 

30 มี.ค.2565 นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ดำเนินการโครงการพัฒนาระบบการรับรองผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ โดยการประยุกต์ใช้ระบบการประเมินผู้ส่งมอบ (Supplier Audit) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตเข้าสู่ระบบรับรองผลิตภัณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย โดยจัดทำคู่มือตรวจประเมินผู้ผลิตเพื่อขึ้นทะเบียนเป็น Approved Supplier List (ASL) ของโรงงาน/สถานประกอบการ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องกับระบบ Supplier Audit และเหมาะสมต่อโรงงาน/สถานประกอบการ ที่จะนำไปใช้ รวมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพเป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐาน GAP พืชอาหาร และพัฒนาเป็นผู้ส่งเสริมและเป็นที่ปรึกษาให้แก่เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP และพัฒนาผลิตผล ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารให้มีคุณภาพ และปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ โดยได้คัดเลือก บริษัท ศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม จำกัด เป็นพื้นที่นำร่อง และชนิดสินค้าผลิตภัณฑ์นำร่อง ได้แก่ มะเขือเทศ ปี 2564 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรต่างๆ ในรูปแบบออนไลน์ ได้แก่ 1.การอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ได้แก่ การชี้แจงร่างคู่มือตรวจประเมินเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น Approved Supplier List: ASL ของโรงงาน/สถานประกอบการของหน่วยงาน การจัดทำระบบ Supplier Audit  หลักสูตรที่ปรึกษาเกษตรกรด้านมาตรฐาน GAP พืชอาหาร 2.การอบรมสำหรับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ในหลักสูตร การปฏิบัติตามหลักการ GAP และระบบ ICS เพื่อการประยุกต์ใช้กับระบบ Supplier Audit

นายกฤษ  กล่าวต่อว่า สำหรับใน ปี 2565 ได้ดำเนินการ 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.อบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรแนวทางและเทคนิคการตรวจประเมินตามมาตรฐาน GAP และระบบการควบคุมภายใน (Internal Control System : ICS) เพื่อการประยุกต์ใช้กับระบบ Supplier Audit ซึ่งดำเนินการไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา  และ 2.กิจกรรมจัดทำระบบ ICS กลุ่มเกษตรกรและการประยุกต์ใช้คู่มือ Supplier audit สำหรับโรงงาน/สถานประกอบการ ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดทำระบบการจัดการ  ความปลอดภัยอาหาร ได้แก่ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) 

ทั้งนี้ บริษัท ศรีเชียงใหม่อุตสาหกรรม จำกัด ดำเนินธุรกิจแปรรูปมะเขือเทศ เป็นน้ำมะเขือเทศเข้มข้นและเป็นโรงงานแปรรูป มะเขือเทศแห่งแรกในประเทศไทย ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานการผลิตและการประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล HACCP, GMP , HALAL และได้รับการรับรอง Certificate of Registration of Premises as an Export Organization โรงงานผลิตสินค้าเกษตรกรเพื่อการส่งออก จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย บริษัทฯ ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดทำระบบ Supplier Audit ที่ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามมาตรฐาน GAP อีกทั้งช่วยเกษตรกร รายย่อยในการลดต้นทุน กรณีมีการถ่ายโอนงานตรวจสอบรับรองให้กับภาคเอกชน และสามารถขยายผลการนำระบบ Supplier Audit ไปใช้อย่างแพร่หลาย โดยหน่วยงานภายใต้ ส.อ.ท. อื่นๆ สามารถนำต้นแบบของบริษัทฯ ไปประยุกต์ใช้ 

“อย่างไรก็ดี มกอช. วางเป้าหมายจะขยายพื้นที่นำร่อง และชนิดผลิตภัณฑ์เพื่อให้การรับรองผลิตภัณฑ์ในระบบ Supplier Audit ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งดำเนินการการศึกษาและวิเคราะห์ความพร้อมของหน่วยงานเป้าหมาย สำหรับการเป็นหน่วยตรวจ (Inspection Body: IB) ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17020 ในการตรวจประเมิน ตามมาตรฐาน มกษ. หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า การพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานเป้าหมายที่จะทำหน้าที่ในระบบคุณภาพของหน่วยตรวจ และการพัฒนาเอกสารระบบคุณภาพสำหรับใช้ในหน่วยตรวจเป้าหมาย ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17020 : 2012”รองเลขาธิการ มกอช. กล่าว
 

‘มนัญญา’เร่งสร้างความเข้มแข็ง 70ปีกรมบัญชีสหกรณ์มุ่งคุณภาพ-เชื่อถือได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644214

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 70 ปี พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณบุคลากรดีเด่นกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 36 รางวัล โดยเป็นรางวัลผลงานนวัตกรรมดีเด่น 11 รางวัล และรางวัลการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

น.ส.มนัญญากล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรและประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกสหกรณ์ ว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่พึงได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม อันเป็นหลักการและอุดมการณ์แห่งสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มีทุนดำเนินงานกว่า 3.58 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าดำเนินธุรกิจ 2.17 ล้านล้านบาท มีผลกำไร 99,509.04 ล้านบาทจึงนับเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินงานตามภารกิจ ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบบัญชีอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส มีการให้ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ในอนาคต มีความเจริญก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งให้แก่สมาชิกได้ ปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่ต้องให้คำแนะนำและตรวจสอบบัญชี ทั้งสิ้น 12,054 แห่ง แยกเป็น สหกรณ์ 7,781 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร 4,273 ราย โดยปี 2565 มีเป้าหมายในการเข้าตรวจสอบบัญชีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร รวม 9,828 แห่ง แยกเป็นสหกรณ์ 6,331 สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร 3,498 กลุ่ม

2.ด้านการสอนบัญชี ให้ความสำคัญกับการสอนบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร เพื่อวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคต ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เกษตรกรได้อย่างมั่นคงและเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

3.ด้านการกำกับดูแล สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร มอบหมายให้กรมฯ ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยให้คำแนะนำให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร จัดทำบัญชีให้ถูกต้อง ครบถ้วน หากสหกรณ์ใดยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำบัญชีด้วยตนเองได้ จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลสอนแนะอย่างใกล้ชิด รวมถึงแนะนำให้มีการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่กรมฯได้พัฒนาขึ้น สำหรับสหกรณ์ที่ตั้งใหม่และมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กำกับ ควบคุมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตให้ทำการตรวจบัญชีอย่างโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เกษตรโชว์ผลสัมฤทธิ์ ดำเนินการแปลงใหญ่ มะยงชิดที่นครนายก ส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644211

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลให้มีแปลงใหญ่มะยงชิด 6 แปลง เกษตรกรสมาชิก 283 ราย พื้นที่ 1,389.25 ไร่ ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าสามารถลดต้นทุนและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งเสริมด้านการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการ ตามหลักการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ 5 ด้าน

ทั้งนี้ จ.นครนายก มีเกษตรกรปลูกมะยงชิด 2,642 ราย พื้นที่ปลูก 7,956 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมือง อ.บ้านนา และ อ.ปากพลี บางส่วน โดยในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี เป็นฤดูกาลที่มะยงชิดในพื้นที่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาด และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเป็นอย่างดี เป็นผลไม้อัตลักษณ์ของจังหวัด พันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่ คือพันธุ์ทูลเกล้า ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในชื่อมะยงชิดนครนายก โดยในปี 2565 มะยงชิด จ.นครนายก ให้ผลผลิตประมาณ 1,800 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 226 กิโลกรัมต่อไร่ เกษตรกรมีการจำหน่ายผลสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิด เช่น กล้วยอบซอสมะยงชิดมะยงชิดลอยแก้ว น้ำมะยงชิดปั่น เค้กมะยงชิด เป็นต้น จากสวนเกษตรกรโดยตรง จำหน่ายที่ตลาดเกษตรกรนครนายก บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ทุกวันศุกร์ และผ่านเว็บไซต์ http://www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com อีกด้วย

กรมข้าวมุ่งพัฒนาผลิตพันธุ์พื้นเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644215

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 โดยนายกฤษณะ ศิริรัตน์ ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชน เข้าร่วมงาน ที่แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นอกจากนี้ อธิบดีกรมการข้าว ยังเป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะประกวดข้าวพื้นเมือง พร้อมเยี่ยมชมแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ซีบูกันตัง 5และนิทรรศการเทคโนโลยีการผลิตข้าวและแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวอีกด้วย

นายณัฎฐกิตติ์กล่าวว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม จัดขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาการผลิตข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ รวมไปถึงการแสดงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมที่ให้ผลผลิตสูง การแสดงเทคโนโลยีการผลิตข้าวเครื่องจักรกลที่ใช้ในการลดต้นทุนการผลิตข้าว การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ผลิตข้าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่ผู้มาร่วมงาน อีกทั้งยังมีนิทรรศการจากหลายหน่วยงาน และมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงาน

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหารของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้แก่ครัวเรือนเกษตรกรผู้ทำนา ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง และ 3.กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม

กรมหม่อนไหมรุกอบรม สร้างองค์ความรู้ให้ขรก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644216

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบเน้นหนักให้ข้าราชการบรรจุใหม่ และข้าราชการที่ยังไม่เคยผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เพื่อให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักวิชาการด้านหม่อนไหม ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เห็นคุณค่าและความสำคัญของอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทั้งยังสร้างการรับรู้ สร้างเครือข่ายนักวิชาการหม่อนไหมรุ่นใหม่ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมุมมองใหม่ๆ ในการพัฒนางานด้านหม่อนไหม นำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าว มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการปลูกหม่อน การจัดการดูแลแปลงหม่อน พันธุ์หม่อน การปรับปรุงพันธุ์หม่อน การเลี้ยงไหมตั้งแต่การผลิตไข่ไหม การปรับปรุงพันธุ์ไหม การเลี้ยงไหมแต่ละวัยโรคศัตรูไหม การสาวไหม การฟอกกาว การย้อมสีเส้นไหม การตรวจสอบคุณภาพการรับรองมาตรฐานหม่อนไหม การอบรมมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สอดแทรกด้วยความรู้ด้านระเบียบพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อให้ข้าราชการรุ่นใหม่สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้เกษตรกร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานใหม่ๆ และสามารถพัฒนางานด้านหม่อนไหมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

เกษตรฯ-พาณิชย์รับมือราคาวัตถุดิบแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644031

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับแนวทางการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ราคาและการนำเข้า/ส่งออก ทั้งปุ๋ย อาหารสัตว์ และผลไม้ โดยเรื่องราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมหามาตรการช่วยเหลือ มีการพิจารณาเรื่องต้นทุนที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี หากมีการปรับราคาปุ๋ยสูงขึ้นก็จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูก มีโครงการลดราคาปุ๋ยเคมี ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้ 5 ล้านตัน จากปัจจุบันที่มีการผลิตประมาณ 3.2 ล้านตัน เพื่อเป็นมาตรการเสริมใช้ช่วงปุ๋ยแพงต่อไป

สำหรับการส่งออกผลไม้ไทยช่วงฤดูเก็บเกี่ยวคาดว่าจะมีผลผลิตออกมาจำนวนมาก จึงมีการหารือเรื่องตลาดส่งออก โดยตลาดสำคัญคือ จีน ซึ่งทูตเกษตรฯ ได้ประสานกับหน่วยงานของจีนอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันจีนยังคงยึดมาตรการ Zero COVID โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้จีนมีมาตรการควบคุมทั้งคนและการขนส่งสินค้าอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผลไม้ไทยสามารถส่งออกไปจีนได้

นอกจากนี้ ได้หารือถึงวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ (ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง) ที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ประกอบการ และสมาคมต่างๆ กระทรวงพาณิชย์ จึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว โดยมีการชะลอมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ อัตราส่วน1 ต่อ 3 ของกระทรวงพาณิชย์ ไว้ชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้รวมถึงกำหนดปริมาณที่จะนำเข้าว่าไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ มีการตั้งคณะทำงานวงเล็ก เพื่อหารือประเด็นดังกล่าว

กรมชลฯจี้ติดสถานการณ์น้ำ รุกจัดการให้สอดคล้องพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644032

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 50,418 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 26,480 ล้านลบ.ม. (51% ของความจุอ่างฯรวมกัน) มีการใช้น้ำไปแล้ว 15,382 ล้านลบ.ม. (69%) เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 11,776 ล้านลบ.ม. (47% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 5,080 ล้านลบ.ม. (28% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จัดสรรน้ำไปแล้ว 4,316 ล้านลบ.ม. (76%) ส่วนผลการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 7.54 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 117.58 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 4.40 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 156.46 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เน้นย้ำน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ต้องไม่ขาดแคลน ระบบนิเวศเกิดความสมดุล รวมถึงคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรในแต่พื้นที่รับทราบอย่างต่อเนื่อง

‘เฉลิมชัย’ดันสินค้าเกษตร ส่งออกยูเออี-ชงรับรองกรมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644033

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร ร่วมกับ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยหารือในเรื่องการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมูลค่าประมาณ 303 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี หรือประมาณ 10,029 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.6 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังให้มีการผลักดัน ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมร่วมมือและสนับสนุนให้ยูเออี บรรลุวัตถุประสงค์ในการเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร ในปีค.ศ. 2051 โดยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านการเกษตร รวมถึงการลงทุนในประเทศอื่นๆ และการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยสูง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงมุ่งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถผลักดันให้มีกลไกความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการลงทุนด้านการเกษตรของภาคเอกชนระหว่างทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังหารือถึงการรับรองให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหลักในการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานแปรรูปไก่ ส่งออกไปยังยูเออี แทนการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบรับรองเป็นรายโรงงาน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางมีความยากลำบาก โดยระบบนี้จะทำให้เกิดความสะดวกและประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

สำหรับภาพรวมการค้าสินค้าเกษตร ยูเออีเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 27 ของไทย ในระหว่างปีพ.ศ. 2562-2564 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.53 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยในปี 2562 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 9,554 ล้านบาท แต่ในปี 2563 มีมูลค่าลดลงเหลือ 8,638 ล้านบาท และในปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 10,462 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 9,551 ล้านบาท มีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.64 ต่อปี ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับยูเออี โดยตลอด

ด้านการส่งออกสินค้าเกษตร ยูเออี เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 24 ของไทย ในระหว่างปี 2562-2564 ไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยูเออี ร้อยละ 0.60 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปทั่วโลก โดยในปี 2562 ไทยส่งออกไปยูเออี เป็นมูลค่า 7,468 ล้านบาท และในปี 2563 มีมูลค่าลดลงเหลือ 6,939 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2564 เป็น 8,487 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละ 7,631 ล้านบาทโดยมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.60 ต่อปี

ฝนหลวงฯช่วงชิง ใช้สภาพอากาศช่วย เพิ่มความชุ่มชื้นป่า ก่อนออกปฏิบัติการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644034

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หลังจากเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี 2565 อย่างเป็นทางการ ที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เนื่องจากในขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีประสบสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำต้นทุนในแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณลดลง และในช่วงฤดูร้อนมักจะเกิดสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรวมถึงการเกิดพายุลูกเห็บที่มักจะเกิดในช่วงระยะนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมฝนหลวงฯ จึงจัดทำแผนปฏิบัติการ ฝนหลวง ปี 2565 จำนวน 10 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการน้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

นายสำเริงกล่าวอีกว่า ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงมาตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาดังกล่าว ซึ่งผลปฏิบัติการ 2 วัน 10 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้บริเวณ อ.นาน้อย จ.น่าน ทั้งนี้ ในการดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวง ยังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในด้านข้อมูลอา