‘มนัญญา’ปลื้มตั้งแล็บตรวจ สารตกค้างในพืชที่ด่านเชียงของ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/641167

วันจันทร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน พร้อมด้วยผู้บริหาร
กระทรวงเกษตรฯ โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานนำเข้าส่งออกของด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว (แห่งที่ 4) และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ ด่านตรวจพืชเชียงของ กรมวิชาการเกษตร จากนั้นเป็นประธานประชุมและรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติงานสถานการณ์การค้าชายแดนด่านตรวจพืชเชียงของ จ.เชียงราย โดย น.ส.มนัญญากล่าวว่า ได้มอบนโยบายเร่งรัดการสร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แมลงศัตรูพืช และสารตกค้างในผัก ผลไม้ เพื่อเตรียมพร้อมนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรเบ็ดเสร็จ ขณะนี้ได้สร้างแล้วเสร็จ โดยปีนี้ได้ของบสนับสนุนอาคารปฏิบัติการเพื่อความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี การตรวจหาสารต่างๆ เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งปัญหาคือเมื่อตรวจพบสารที่เป็นอันตราย จะต้องนำไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย จึงอยากให้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ที่ด่านเชียงของ ให้เบ็ดเสร็จ ลดความล่าช้า

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร รายงานผลการดำเนินงานการนำเข้าสินค้าเกษตรในช่วงปี 2564 ของด่านตรวจพืชเชียงของ
มีปริมาณการนำเข้า 346,535.06 ตัน คิดเป็นมูลค่า 10,357.94 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ลดลง 17.24% พืชนำเข้าที่มีการตรวจมากที่สุด คือ องุ่น ผักกาดขาวส้ม ผักตระกูลกะหล่ำ และพริกสด ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตร ปี 2564 มีปริมาณการส่งออก 554,624.58 ตัน คิดเป็นมูลค่า 31,114.14 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 เพิ่มขึ้น 34.08% พืชส่งออกที่มีการตรวจมากที่สุด ได้แก่ ลำไยสดมังคุด ทุเรียน พริกสด และส้มโอ ตามลำดับ

นอกจากนี้ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลจีนได้ประกาศปิดการเข้า-ออก ที่ด่านโม่ฮาน ชั่วคราว ส่งผลให้รถสินค้าติดอยู่ที่ชายแดนบ่อเต็น-โม่ฮาน จำนวนมาก แต่การเปิดใช้เส้นทางรถไฟจีน-ลาว ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายทดลองเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเปิดทางด่านฯ จึงได้ติดตามสถานการณ์การเปิด-ปิดด่านฯ จากทูตเกษตร และผู้นำเข้า–ส่งออก อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออกที่ต้องการนำสินค้ากลับเข้ามาในประเทศ ให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเส้นทาง และเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่โรงคัดบรรจุและจุดตรวจสินค้า อีกทั้งติดตามสถานการณ์ข่าวสารการทดลองใช้เส้นทางรถไฟจีน-ลาว จากทูตเกษตรและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด

ลาวมอบประกาศเกียรติคุณสูงย้องยอแด่’เฉลิมชัย’ในวาระ 70 ปีความสัมพันธ์ลาว-ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640901

ลาวมอบประกาศเกียรติคุณสูงย้องยอแด่'เฉลิมชัย'ในวาระ 70 ปีความสัมพันธ์ลาว-ไทย

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.59 น.

รัฐบาลลาวมอบประกาศเกียรติคุณสูงย้องยอแด่”เฉลิมชัย ศรีอ่อน”รมว.เกษตรฯในวาระ 70 ปีความสัมพันธ์ลาว-ไทย

11 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มอบประกาศเกียรติคุณสูงสุดระดับ “ประกาศเกียรติคุณสูงย้องยอ”แด่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่รัฐบาลและประชาชน สปป.ลาว ในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง สปป.ลาว กับราชอาณาจักรไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตแห่ง สปป.ลาว โดย ฯพณฯ แสง สุขะทิวง (H.E. Mr. Seng Soukhathivong) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นผู้มอบในนามรัฐบาลลาว

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาล สปป.ลาว และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับประกาศเกียรติคุณสูงย้องยอในวาระ70 ปี แห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ซึ่งเสมือนบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นและจะต้องช่วยกันเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติระหว่าง 2 ประเทศให้ยั่งยืนตลอดไป

กรมชลฯซ่อมคันคลองส่งน้ำ แจงเหตุชำรุดรับฟังทุกปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640656

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ ผอ.สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง ชี้แจงกรณีที่มีการก่อสร้างปรับปรุงจัดรูปที่ดินโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร สาย 6 (3 ซ้าย-1 ขวา) ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ว่ามีการปรับปรุงคูดินที่ตื้นเขินและแผ้วถางวัชพืชที่ปกคลุมแนวคันคู ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีทัศนวิสัยเปลี่ยนแปลงไปเป็นทางลาดชัน ไม่มีไหล่ทาง แต่ได้ปักหลักแนวป้องกันอุบัติเหตุไว้ในจุดที่ลาดชัน และคาดว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ ได้ทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหา รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านเฟซบุ๊คสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 25 แล้ว

นอกจากนี้ ได้ประชุมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของประชาชนในเขตแนวก่อสร้าง โดยมีข้อสรุปว่า สจจ.25 จะปรับสภาพบริเวณแนวขอบถนนให้มีลักษณะเป็นไหล่ทาง โดยปรับเฉพาะบริเวณที่มีพื้นที่เพียงพอให้ปรับสภาพได้เท่านั้น ส่วนบริเวณที่ไม่มีสภาพเป็นไหล่ทางตั้งแต่แรก สจจ.25 จะดำเนินการตามความเหมาะสม พร้อมกับปรับปรุงแนวคูส่งน้ำในส่วนที่ยังไม่ได้มีการดาดให้ออกห่างจากบริเวณที่เป็นถนนมากขึ้น โดยจะอยู่ในรัศมีที่สามารถให้เครื่องจักรดำเนินการขุดได้ และจะจัดประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็น ประเมินงานในช่วงระหว่างการก่อสร้างเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นเพิ่มเติม สำหรับการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน กรมชลประทาน จะปรับปรุงแนวป้องกันอุบัติเหตุชั่วคราวเดิมเป็นหลักนำโค้งกึ่งถาวรใหญ่ขึ้น

ผวจ.สงขลา นำประชาชนสวมชุดขาว ร่วมพิธีสมโภชเสาหลักเมืองครบ180ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640653

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถ.นางงาม อ.เมืองสงขลา นายเจษฎา จิตรัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในพิธีสมโภชเสาหลักเมืองสงขลาครบ 180 ปี โดยมีประชาชนชาวสงขลาสวมชุดขาวนำอาหารคาวหวานอาหารแห้งมาร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 59 รูป เนื่องจากเสาหลักเมืองสงขลาอยู่คู่บ้านคู่เมืองสงขลามายาวนาน

สำหรับความเป็นมาของเสาหลักเมืองสงขลา ในปี พ.ศ. 2385 ได้มีการอัญเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ซึ่งเป็นเสาหลักเมืองที่ได้รับพระราชทานมาจากรัชกาลที่ 3
ลงฝังบริเวณใจกลางเมืองสงขลา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2385 เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสงขลาตลอดมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2460 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลักเมืองสงขลาเกิดการชำรุด พ่อค้าและประชาชนชาวสงขลาได้ช่วยกันออกเงิน
ทำเสาหลักเมืองด้วยซีเมนต์คอนกรีต เพื่อจะได้อยู่อย่างถาวร อุดมฤกษ์ ในการวางเสาหลักเมืองตรงกับวันศุกร์ที่ 1มีนาคม พ.ศ.2460 อยู่คู่เมืองสงขลามาจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่เคารพสักการะมาเป็นเวลายาวนานถึง 180 ปีในวันนี้

ภายในศาลหลักเมืองสงขลา มีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องรักษาเมืองให้พ้นภัยพิบัติต่างๆ และเป็นที่เคารพสักการะ มีองค์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เสี่ยงฮ๋องเหล่าเอี๋ย เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา พระเสื้อเมือง โบ้เชงไต่เต่ พระหมอรักษา ตี่ฮู่อ๋องเอี๋ย เทพเจ้ารักษาโรค และเฉ่งจุ้ยจ้อ พระหมอเทพรักษาโรคภัยของชาวสงขลา ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนศาลหลักเมืองเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2478 และในวันนี้ ที่ 10 มีนาคม 2565 เป็นวันครบรอบ 180 ปี ของเสาหลักเมืองสงขลา

ชมน้ำใจต่างชาติ ช่วยผู้ป่วยติดเตียง จากไวรัสโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640650

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีอนันตชัย วงสอาด ส.อบจ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เขต 3 พร้อมด้วย นายเจนณรงค์ พูลสวัสดิ์ วิศวกรสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผู้ประสานงาน ได้นำนายทามาส โรแบร์ด อาร์พัด กรูเบอร์ อายุ 62 ปี สัญชาติเยอรมัน ในนามกลุ่มแซม ช่วยสมุย พร้อมเพื่อนชาวต่างชาติ ได้นำถุงยังชีพ ไปมอบให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยมี นายก อบต.บ้านกลาง ผู้นำท้องที่ อสม.ในพื้นที่นำตรวจเยี่ยม และร่วมแจกสิ่งของประเภทของอุปโภค และบริโภค ให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดกว่า 2 ปี จากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนในชุมชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ในการหารายได้มาดำรงชีพ สำหรับเป้าหมายของการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้กลุ่มแซม ช่วยสมุย ได้มุ่งไปที่ผู้ด้อยโอกาส และผู้ป่วยติดเตียง 

ว่าที่ร้อยตรีอนันตชัย กล่าวว่า ทราบว่าทางกลุ่มแซม ช่วยสมุย นอกจากจะช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แล้วยังมีน้ำใจช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่อื่นๆด้วย จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือ ผ่านผู้ประสานงาน เพื่อแบ่งเบาภาระหน่วยงานในพื้นที่ที่งานล้นมืออยู่แล้วในช่วงนี้ ซึ่งได้รับช่วยเหลือเป็นถุงยังชีพกว่า 120 ชุด ไม้เท้าอีก 5 อัน รถเข็ญ 3 คันและที่นอน 1 ชุด และวันนี้ ได้ร่วมกันมอบให้ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ตนขอขอบคุณเป็นอย่างมาก

กรมข้าวส่งอุปกรณ์ช่วย ชาวนาปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640652

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าวถึงการประชุมปิดโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีเมล็ดพันธุ์ดีเพียงพอต่อความต้องการ กรมการข้าวในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เพิ่มเติมชุดเครื่องชั่งบรรจุพร้อมระบบจัดเรียงแบบอัตโนมัติ ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานเพิ่มศักยภาพ (โรงงาน A2) จำนวน 20 ชุด ดำเนินงานในศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ลำปาง ลพบุรี พัทลุง เชียงใหม่ พะเยา กำแพงเพชร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อุดรธานี กาฬสินธุ์ แพร่ นครสวรรค์ สุรินทร์ ขอนแก่น สกลนคร ชลบุรี ราชบุรี สุโขทัย และสุราษฎร์ธานี

กิจกรรมที่ 2 ปรับปรุง/เพิ่มเติม ระบบไฟฟ้าควบคุมเครื่องจักร พร้อมอุปกรณ์ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานเพิ่มศักยภาพ (โรงงาน A2) 18 ชุด ดำเนินงานในศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ลำปาง พัทลุง เชียงใหม่ พะเยา กำแพงเพชร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อุดรธานี กาฬสินธุ์ แพร่ นครสวรรค์ สุรินทร์ ขอนแก่น สกลนคร ราชบุรี สุโขทัย และสุราษฎร์ธานี

กิจกรรมที่ 3 ปรับปรุง/เพิ่มเติม เครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงาน OECF (โรงงาน A1) 5 ชุด ดำเนินงานในศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร ร้อยเอ็ด แพร่ นครสวรรค์ และราชบุรี กิจกรรมที่ 4.1 จ้างก่อสร้างอาคารปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานใหม่ 4 แห่ง ดำเนินงานใน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก นครราชสีมา ชัยนาท และสุโขทัย กิจกรรมที่ 4.2 จัดซื้อและติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานใหม่ 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก นครราชสีมา ชัยนาท และสุโขทัย

ทั้งนี้ การดำเนินการโครงการดังกล่าวได้มีการประกาศขยายระยะเวลาสิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 และบริษัทคู่สัญญาได้ดำเนินการส่งมอบงาน ครบทั้ง 4 กิจกรรมแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565

ด้าน น.อ.ชุมพล พรหมประสิทธิ์ ทีมผู้สังเกตการณ์โครงการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย กล่าวว่า จากการทำหน้าที่สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวดังกล่าว เป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง และชอบธรรม จึงทำให้โครงการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมาย จึงหวังว่าในอนาคตกรมการข้าวจะสามารถนำโครงการดังกล่าวไปพัฒนา ต่อยอด ตลอดจนช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาไทยให้สามารถประกอบอาชีพเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมให้เกษตรกรโดยทั่วไป ได้ใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าของสินค้าข้าวโดยรวมของประเทศต่อไป

ปศุสัตว์ส่งเสบียงช่วยเกษตรกรภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640654

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากกรณีเกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคใต้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ เร่งสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นพร้อมกับให้การช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์ซึ่งเตรียมไว้รองรับภัยพิบัติ รวมทั้งแร่ธาตุ และเวชภัณฑ์แก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เป็นการด่วน โดยให้ประสานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ภาคใต้ ทั้ง2 เขต 7 หน่วยงาน ดังนี้ พื้นที่เขต 8 จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สุราษฎร์ธานี สนับสนุนเสบียงสัตว์ให้ 3 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี พังงา และภูเก็ต ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชุมพร สนับสนุนเสบียงสัตว์ให้ 2 จังหวัด คือ ชุมพร และระนอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง สนับสนุนเสบียงสัตว์ให้ 2 จังหวัด คือ ตรัง และกระบี่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์พัทลุงสนับสนุนเสบียงสัตว์ภายในจังหวัดพัทลุงศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครศรีธรรมราช สนับสนุนเสบียงสัตว์ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่เขต 9 จำนวน 2 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล สนับสนุนเสบียงสัตว์ให้3 จังหวัด คือ สตูล สงขลา และปัตตานี และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาส สนับสนุนเสบียงสัตว์ให้2 จังหวัด คือ นราธิวาส และยะลา

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกร 3,494 ราย ใน 3 จังหวัด 14 อำเภอ 57 ตำบล 198 หมู่บ้าน ช่วยเหลือปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 17,199 ตัว แบ่งเป็น โค 5,732 ตัว กระบือ 454 ตัว แพะ/แกะ 5,083 ตัว สัตว์ปีก 5,930 ตัว แปลงหญ้า 102 ไร่ โดยสนับสนุนเสบียงสัตว์ไปแล้ว 43,800 กิโลกรัม แบ่งเป็นเสบียงแห้ง 41,300 กิโลกรัม และเสบียงสด2,500 กิโลกรัม นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเกษตรกรในการฟื้นฟูสภาพการเลี้ยงสัตว์ ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

กรมส่งเสริมฯเดินหน้า ทำ‘ถนนทุเรียนตราด’ ต้อนรับการท่องเที่ยว ชูผลิตผลออกสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640647

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตร จ.ตราด ได้ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทตราด ลงนามบันทึกความร่วมมือในการดำเนินการปฏิบัติงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร เน้นคน พื้นที่ สินค้า ทำจริง ต่อเนื่อง มีความยั่งยืน เพื่อให้จุดเด่นการผลิตทุเรียนเป็นที่รู้จักแพร่หลายภายใต้ชื่อ “ถนนทุเรียนตราด (Durian Road@Trat)” โดยมีการพัฒนาเส้นทางถนนทางหลวงชนบท ตร. 4008 หมู่ 1ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด ระยะทาง 6 กิโลเมตร ตัดผ่านสวนทุเรียนจากบ้านแหลมศอกไปท่าเรือแหลมศอก-เกาะกูด ซึ่งมีศักยภาพให้กลายเป็นเส้นทางผลไม้ แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องสวนทุเรียนคุณภาพ มุ่งเน้นให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนร่วมพัฒนาพื้นที่บริเวณสองข้างทาง มีป้ายแนะนำสวนเป็นที่สังเกตได้ชัดเจน ง่ายแก่ผู้สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งสร้างเกษตรกรต้นแบบ 5 เสือคนทำจริง ต้นแบบการส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยบูรณาการกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรทุ่งเพล และการสร้างแบรนด์ทุเรียนที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.ตราด

ทั้งนี้ ปัจจุบันถนนทุเรียนตราด ได้กำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อให้เป็นต้นแบบในการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนกิจกรรมตลอดห่วงโซ่ของการผลิตทุเรียน ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทำให้ถนนทุเรียนตราดเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ ได้แก่ การติดป้ายบอกทางถนนทุเรียนตราด กิจกรรมปั่นปัดดอกทุเรียนร่วมกับกลุ่มแกนนำเกษตรกร การสร้างจุดชมวิวสวนทุเรียนริมเลลุงอี๊ด และการเยี่ยมชมตามระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่

สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต7 จัดส่งมอบบ่อน้ำเพื่อการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640655

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 (กำแพงเพชร) ได้ดำเนินการจัดงานพิธีส่งมอบบ่อน้ำบาดาล และระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตร โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พื้นที่ 60 ไร่ (งบกลาง) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยมี นายสมนึก จิรัฐจินดางกูร ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 เป็นประธานในพิธีส่งมอบโครงการให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลวังกรดและกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ณ บ้านห้วยเรียงใต้หมู่ที่ 4 ตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร โดยมี นายมานะ วุฑฒยากร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังกรดร่วมกับเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และประชาชนตำบลวังกรด ต้อนรับ จากการดำเนินการโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พื้นที่ 60 ไร่ (งบกลาง) ได้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาลความลึก114 เมตร ปริมาณน้ำ 12 ลบ.ม./ชม. พร้อมทั้งก่อสร้างระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตร ให้กับกลุ่มเกษตรกรตำบลวังกรดได้มีแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อใช้ในการเกษตร และเป็นแหล่งน้ำสำรองในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 141 ครัวเรือนและสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ถึง 25,290 ลบ.ม./ปี  เป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายสำคัญของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล คือ “น้ำกินน้ำใช้ต้องไม่ขาดแคลน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ เพื่อการเกษตร” 

SNI ดัน ‘แทนคุณไทยฟาร์ม’ จับมือเกษตรกรไทยสร้างผลงานคุณภาพในพื้นที่ 25 จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640667

SNI ดัน 'แทนคุณไทยฟาร์ม' จับมือเกษตรกรไทยสร้างผลงานคุณภาพในพื้นที่ 25 จังหวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.14 น.

SNI เติบโต ยั่งยืน ผ่านระบบ Partnership Farming ดัน “แทนคุณไทยฟาร์ม” จับมือเกษตรกรไทยสร้างผลงานคุณภาพในพื้นที่ 25 จังหวัด

SNI เหนือกว่าการมุ่งเน้นเรื่อง Product Innovation เรายังพร้อมเป็นแรงผลักดันเกษตรกรไทยให้มีศักยภาพในการเพาะปลูกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ หวังก้าวไปอย่างยั่งยืนพร้อมกับผู้ปลูก เน้นสร้างนวัตกรรม และเสริมความรู้วิชาการ กับเกษตรกรผู้ปลูกใน 25 จังหวัดช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต พร้อมโชว์ผลงานการปลูกกัญชงบนพื้นที่กว่า 30 ไร่

ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานผู้บริหารกลุ่มบริษัท Specialty Natural Innovation (SNI) “SNI ภายใต้การบริหารเพื่อเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตนวัตกรรมสมุนไพร สำหรับสุขภาพและความงาม ให้มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดให้ทั่วโลกรู้จัก และเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ศักยภาพของคนไทยอีกทั้งเรายังเชื่อว่าปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุด เราให้ความสำคัญกับสมุนไพร และสารตั้งต้นการผลิตเป็นอันดับต้นๆ เพื่อให้สินค้า และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มาคงคุณค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ทางด้านกลุ่มบริษัท SNI เราทำงานในส่วนงานการผลิต บริการพัฒนาและคิดค้นสูตรต่างๆ เพื่อเพิ่มความแตกต่าง บริษัทมุ่งเน้นในการนำเอานวัตกรรมใหม่ๆมา เป็นหลักคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดพร้อมสร้างโอกาสที่ดีทางการตลาดด้วยงานวิจัย และทีมผู้เชี่ยวชาญจะทดสอบมาตรฐานสินค้า รับผลิตสินค้า อาหารเสริม เครื่องสำอาง เวชสำอาง ดูแลเรื่องแพคเกจสินค้า ตลอดไปจนถึงงานขึ้นทะเบียนสินค้า เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรสินค้า SNI จะดูแลการผลิตสินค้าสุขภาพและความงาม ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้าตามมาตรฐานระดับสากล เช่น ISO, GMP โดยมุ่งเน้นความสำคัญเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลมาตรฐานระดับสากล GMP, ISO 9001:2015, ISO 22716, FDA, LEED GOLD พร้อมทั้งมีการตรวจสอบจากฝ่ายควบคุมคุณภาพทุกครั้งก่อนส่งมอบสินค้า และยังต่อเนื่องไปจนถึงงานให้คำปรึกษาด้านการตลาด และสื่อแบบครบวงจร โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ ในเรื่องของสินค้า แนวโน้มทางธุรกิจ และกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด

ด้วยเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าด้วยการนำเอาสมุนไพรไทยมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เราจึงต้องเน้นให้วัตถุดิบหลักนั้นมีคุณภาพที่ดี ควบคุมได้ สำหรับแหล่งที่มาของสมุนไพร และวัตถุดิบในการผลิตของเรามาจากแหล่งที่มาหลักๆ ดังนี้ วัตถุดิบที่มาจากการสั่งซื้อจาก partnership farming สมุนไพรที่ทำเราการศึกษา วิจัย และเพาะปลูกในฟาร์ม “แทนคุณไทยฟาร์ม” ซึ่งเป็นสถานที่เพาะปลูก พัฒนาและทดลองของ SNI Group ที่เราได้มีโอกาสเติบโตร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกสมุนไพร โดยร่วมพัฒนากระบวนการเพาะปลูกกับกลุ่มเกษตรกรสมุนไพร นำองค์ความรู้ด้านวิชาการต่างๆ ถ่ายทอดให้เกษตรกร เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ มีสารสำคัญในปริมาณสูง (ทั้งนี้กัญชงที่เราเพาะปลูกจะมีค่า CBD THC ในปริมาณสูง) และรับซื้อผลผลิตมาใช้ในการผลิตสารสกัดต่อไป ทั้งนี้ถือเป็นการควบคุมความปลอดภัยของวัตถุดิบ และ เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรไทยกว่า 200 ครัวเรือน ใน 25 จังหวัดให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านการสร้างอาชีพที่มั่นคง และการทำเกษตรพันธสัญญา

“ในงานของการทำ Partnership Farming ล่าสุด เราได้ทำ “เกษตรพันธสัญญา” กับเกษตรกรที่ภาคเหนือเพื่อร่วมกันศึกษา วิจัย และเพาะปลูก 20 ไร่ โดยบริษัทสนับสนุนในเรื่องของ วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ดิน แร่ธาตุ อากาศ นำความรู้เชิงวิชาการเข้าไปประยุกต์ใช้กับแนวคิดชาวบ้าน เพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ที่มีไปยังชุมชนจนสุดท้ายจะนำไปสู่มาตรฐาน คุณสมบัติที่ดีของสมุนไพรไทย และส่งผลที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ และนอกเหนือจากการเข้าไปทำการเกษตรร่วมกันแล้ว แทนคุณไทยยังมีหน้าที่พัฒนาการปลูกและเก็บเกี่ยวให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ก็จะก่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันไปทั้งระบบ ทั้งนี้ปัจจุบันเรามีเครือข่ายเกษตกรที่ร่วมปลูกกับเราทั้งสิ้น 25 จังหวัดในหลายภาคของประเทศและมีประเภทของสมุนไพรที่ปลูกแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของพื้นที่และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เรายังมีแผนขยาย เพิ่มพื้นที่ใน จังหวัด เพื่อพัฒนาการปลูก คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรราว 400 ครัวเรือน ภายในปี 2566” ดร.พรรณวิภากล่าวเสริม

นอกจากนี้บริษัทสเปเชียลตี้ เนเชอรัล อินโนเวชั่น (SNI) ขอเชิญทุกท่านลงทะเบียนร่วมฟังสัมมนาในงาน Cannabis International Conference 2022 Thailand วันที่ 18 มีนาคม 2565 เวลา 8:30-16:00น.นี้ โดยมี รศ. ดร. พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานบริหาร บริษัทสเปเชียลตี้ เนเชอรัล อินโนเวชั่น (SNI)เป็นหนึ่งในผู้เสวนาทิศทางการเพิ่มมูลค่าของกัญชงเพื่อตอบสนองตลาดไทยและตลาดโลก สามารถลงที่เบียนได้ที่ https://forms.gle/YU4NcT8PZda6bXCy5