‘เกษตรกรเลี้ยงหมู’หนุนภาครัฐเร่งเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือ แก้ปัญหาราคาแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628331

'เกษตรกรเลี้ยงหมู'หนุนภาครัฐเร่งเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือ แก้ปัญหาราคาแพง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.26 น.

“เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร”หนุนภาครัฐเร่งเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยง ขับเคลื่อนการผลิตรอบใหม่เพิ่มปริมาณเนื้อหมูแก้ปัญหาราคาแพงด้วยกลไกตลาด มุ่งมั่นสร้างอาหารมั่นคงปลอดภัยให้คนไทยทุกคน

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2565 นายสินธุ ปัญญาศักดิ์ สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเชียงใหม่-ลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรรายย่อยหลายพื้นที่ เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน มีความพร้อมมากในการเลี้ยงหมูรอบใหม่ จึงขอให้รัฐเป็นผู้นำเดินหน้าส่งต่อมาตรการช่วยเหลือที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อสนับสนุนเกษตรกรให้กลับเข้ามาในระบบโดยเร็วที่สุด และส่งเสริมให้รอบด้าน ทั้งการเตรียมเล้าและโรงเรือนที่มีระบบป้องกันโรค ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงให้เกษตรกรหลังนำลูกหมูเข้าเลี้ยงใหม่

“มาตรการช่วยเหลือที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการขณะนี้นับว่ามาถูกทาง จะช่วยขับเคลื่อนการเลี้ยงสุกรของรายย่อยไปข้างหน้า สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรให้ลงหมูรอบใหม่ได้ ช่วยแก้ปัญหาหมูแพงของประเทศได้เร็วขึ้น เราไม่ควรติดกับ อยู่กับปัญหาเดิม หรือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่ควรมองการสร้างอนาคตที่ดีกว่า” นายสินธุ กล่าว

ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีอนุมัติทั้งงบประมาณ และสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลช่วยเหลือแบบองค์รวม ทั้งมาตรการเร่งด่วน งดส่งออกเนื้อสุกร 3 เดือน มาตรการระยะสั้น ขยายกำลังการผลิตแม่หมู และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดในประเทศทดแทนการนำเข้า ส่วนระยะยาว เร่งยกระดับมาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management : GFM) ระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) ลดความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฟาร์ม และยังเป็นการป้องกันการกระจายของเชื้อโรคภายในออกจากฟาร์ม รวมถึงการแพร่กระจายของโรคในประชากรสัตว์ ขณะเดียวกัน ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรรายย่อย รัฐควรเร่งจ่ายเงินชดเชย จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และปัจจัยการผลิตที่จำเป็น พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการป้องกันโรค

นายสินธุ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวช่วยสร้างความมั่นใจและหลักประกันให้กับเกษตรกรรายย่อย กล้าที่จะลงเลี้ยงหมูอีกครั้ง ซึ่งผู้เลี้ยงอยากเห็นมาตรการส่งเสริมที่สร้างขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว ทั้งปัจจัยการผลิต ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงปล่อยราคาให้เเป็นไปตามกลไกการตลาด เพื่อสร้างเสถียรภาพในอุตสาหกรรมหมูอย่างยั่งยืน

“ผมเชื่อว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มีความพร้อมที่จะร่วมช่วยแก้ปัญหาราคาหมู อยากให้สังคมมองมุมบวก ว่าเราสามารถป้องกันโรคได้นานกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ทำให้คนไทยมีเนื้อหมูคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ทั้งที่มีโรคระบาดทั้งภูมิภาค” นายสินธุ กล่าว

ที่ผ่านมา เกษตรกรรายย่อยนอกจากต้องทำลายหมูจากโรคระบาดแล้ว ยังแบกภาระราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง ที่เพิ่มขึ้นไปถึง 30 – 40% ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตของภาคปศุสัตว์ 60 – 70% อยากขอให้ภาครัฐปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตด้วย

‘เฉลิมชัย’สั่งบริหารฤดูผลไม้ ไทยผลิตส่งขายจีนได้ดุล7หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628200

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board) มีความเป็นห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปสู่ตลาดจีน จึงเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย และมอบหมายให้ตน ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ โดยลงพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ทั้งนี้ มีการติดตามความคืบหน้าหลายด้าน อาทิ การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ ฤดูการผลิตปี 2565 (ลำไย) ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ภาคเหนือ การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center :AIC) จ.เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย

พร้อมกันนั้นได้ตรวจเยี่ยมด่านเชียงของ และด่านเชียงแสน ในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบก และทางเรือลำน้ำโขง โดยเฉพาะมาตรการ SPS และโควิดฟรี (Covid Free) รวมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตน และด่านโมฮ่าน การประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า (Arabica) ตลอดห่วงโซอุปทาน การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหาpm.2.5และลดก๊าซเรือนกระจกตอบโจทย์ Climate Change ตามแนวทาง COP26

สำหรับข้อมูลการส่งออก-นำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน ปรากฏว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า 3 เท่าตัว โดยในปี 2563 ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 1.02 แสนล้านบาท ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน 30,735 ล้านบาท ไทยได้เปรียบจีน 7.2 หมื่นล้าน ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45%

 ขณะที่เพียง 10 เดือนของปี 2564 (เดือนมกราคม-ตุลาคม) ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนการนำเข้าส่งออกผักในปี 2563 จีนส่งออกออกผักมาไทย 8 พันล้านไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน หัวมัน 30,000 ล้าน (รหัส 07) แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน 1 พันล้านบาท เสียดุลการค้าจีนด้านผัก 7 พันล้าน

กรมชลฯใช้เรือเก็บตะกอนวัดคุณภาพน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628199

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทินกร เหลือล้น ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้มีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับตะกอนดินและคุณภาพน้ำ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเชิงปริมาณและคุณภาพของน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยคิดค้นนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำ “อุทกชลประทาน 1” ซึ่งเป็นเรือลำแรกของประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายตะกอนและคุณภาพน้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS : United States Geological Survey) ด้านการจัดการตะกอนในอ่างเก็บน้ำ และ The Australian Partnership (AWP) ด้านการจัดการคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ เพื่อพัฒนาการจัดการตะกอนและคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ

ทั้งนี้ เพื่อการนำมาวิเคราะห์วางแผนการระบายและขุดลอกตะกอนดิน รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพน้ำ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำที่มีค่าความขุ่นมากหรือมีอายุการใช้งานมายาวนาน จะเกิดการตกตะกอนมาก ซึ่งส่งผลให้พื้นที่เก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำลดน้อยลง อีกทั้งตะกอนยังสามารถดูดซับค่าความเค็มสะสมไว้จนน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้นในช่วงที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีน้อย

ด้านนายไวรุจน์ เอี่ยมโอภาส ผอ.ศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า เรือเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ำนี้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทุ่นแรง และใช้เวลาดำเนินการลดลง ซึ่งออกแบบโดยสำนักเครื่องจักรกล ความยาวของเรือตลอดลำ 6.35 เมตร พื้นเรือกว้าง 2.5 เมตร รองรับน้ำหนักได้ถึง 1,200 กิโลกรัม และมีช่องเปิดบริเวณท้องเรือสำหรับหย่อนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บตะกอนด้วย

เกษตรฯรับรองGAPพืช ยก‘สวนสลัดจันทร์ดาว’ต้นแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628198

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.นฤทัย วรสถิตย์ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 ขอนแก่น (สวพ.3) เปิดเผยว่า  ได้รับมอบหมายให้รับรองแหล่งผลิตพืชภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต เช่น สวนสลัดจันทร์ดาวของนายมนตรี ทะนารี ที่ได้รับการรับรองแหล่งผลิต GAP พืช ทั้งหมด 6 ไร่ ชนิดพืชหลัก คือ ตระกูลผักกาดหอม เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค กรีนคอส เรดคอส ผักกาดแก้ว ฟิลเลย์ และอื่นๆ พืชตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปม กะหล่ำปลี บล็อคโคลี่ และอื่นๆ รวมทั้งมะเขือเทศพันธุ์ต่างๆ

ทั้งนี้ นายมนตรี ได้ทำการเกษตรโดยยึดการผลิตพืชปลอดภัยตามมาตรฐานกระทรวงเกษตรฯ โดยใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ผลผลิตได้คุณภาพและมีความปลอดภัย ด้านการผลิตจะแบ่งพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยปลูกหมุนเวียนผสมผสานแบ่งพื้นที่ตามฤดูกาล เช่น พืชตระกูลกะหล่ำจะปลูกในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ มะเขือเทศจะปลูกในช่วงเดือนกันยายน-เมษายน และพืชตระกูลผักกาดหอมจะปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี โดยมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก ปัจจุบันนายมนตรี มีรายได้จากการจำหน่ายผักสลัดประมาณ 2,400,000 บาท/ปี หรือประมาณ 200,000 บาท/เดือน

นายมนตรี กล่าวถึงความสำเร็จในการผลิตพืชผักปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP ว่าต้องมีใจรัก อย่ากลัวว่าปลูกแล้วจะไม่มีที่ขาย หากสินค้าดีมีคุณภาพจะมีสถานที่ขาย และปลูกแล้วไม่พอขายอย่างแน่นอน ความภูมิใจที่สุดในการทำสวนสลัดจันทร์ดาว คือการได้ทำในสิ่งที่รักและสามารถขยายความรู้ให้กับเกษตรกรคนอื่น รวมทั้งการได้รับโล่รางวัลเป็นเกษตรกร GAP ดีเด่นของกรมวิชาการเกษตร

ฝนหลวงฯเตรียมการ พร้อมฝึกบินทบทวน ก่อนปฏิบัติการปี2565 ให้คล่องตัวปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628197

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ภายหลังที่ได้ตรวจซ่อมบำรุงอากาศยานประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2564 ในเดือนมกราคม 2565 จึงกำหนดให้มีการฝึกบินทบทวน และฝึกบินเปลี่ยนแบบอากาศยานประจำปีให้แก่นักบิน เป็นการทบทวนท่าทางการบินที่สำคัญต่างๆ ทั้งที่ได้ปฏิบัติและไม่ได้ปฏิบัติในช่วงเวลาปฏิบัติงานปกติ เช่น การบินเมื่ออากาศยานฉุกเฉิน (Emergency) การปฏิบัติเชิงผิดปกติ (Abnormal) และปกติ (Normal) การบินกลางคืน และการบินท่าทางสำคัญอื่นๆ รวมทั้งฝึกบินเปลี่ยนแบบให้แก่นักบินที่บรรจุใหม่ โดยการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบินปฏิบัติภารกิจต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และปลอดภัย

นายสำเริง เปิดเผยด้วยว่า การฝึกบินทบทวนและฝึกบินเปลี่ยนแบบอากาศยาน ประจำปี 2565 ได้กำหนดให้เครื่องบินชนิด Cessna Caravan C-208, Cessna Caravan C-208 EX, CASA C-212 และ NC212i ตั้งฐานปฏิบัติการฝึกบินที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ส่วนเครื่องบินชนิด CN-235 และ Super King Air 350 ตั้งฐานปฏิบัติการฝึกบินที่สนามบินพาณิชย์ จ.พิษณุโลก และทำการฝึกบินไปยังสนามบินพาณิชย์จังหวัดต่างๆ เช่น จ.เพชรบูรณ์ จ.ตาก จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.เชียงราย เป็นต้น สำหรับเครื่องเฮลิคอปเตอร์แบบ Bell 206, AS 350B2 และ Bell 407 จะตั้งฐานปฏิบัติการ ฝึกบินที่สนามบินคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยพื้นที่การฝึกบินสามารถใช้สนามบินต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้

ตรวจฟาร์มหมูทั่วปท. ‘ปศุสัตว์’เข้มสั่งห้ามเคลื่อนย้าย ‘เฉลิมชัย’ยืนยันไม่ปิดข้อมูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628288

ตรวจฟาร์มหมูทั่วปท.  ‘ปศุสัตว์’เข้มสั่งห้ามเคลื่อนย้าย  ‘เฉลิมชัย’ยืนยันไม่ปิดข้อมูล

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตรวจฟาร์มหมูทั่วปท. ‘ปศุสัตว์’เข้มสั่งห้ามเคลื่อนย้าย ‘เฉลิมชัย’ยืนยันไม่ปิดข้อมูล

OIEยังชม/ป้องกันตั้งแต่ปี’61 สั่งตั้งกก.สอบปมไม่ได้รับนส. จับมือจุฬาฯเร่งผลิตวัคซีนแก้

กรมปศุสัตว์ เร่งกำหนดมาตรการควบคุมโรค ASF ทั้งการจำกัดการเคลื่อนย้าย การทำลายและการชดเชย ขณะที่ “เฉลิมชัยศรีอ่อน” ยันไม่ได้ปิดข้อมูลโรค ได้เฝ้าระวังตั้งแต่ปี’61 แม้องค์การสุขภาพสัตว์โลก(OIE)ยังชมเชย มาตรการของไทยพร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรมปศุสัตว์อ้างไม่ได้รับหนังสือ ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย แนะแก้ปัญหาระบาดASF ให้จบภายใน7วัน จับมือจุฬาฯวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันASF

เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า กำลังเร่งประชุมเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ตามที่พบเชื้อไวรัสก่อโรคจากการตรวจตัวอย่างที่เก็บจากพื้นผิวสัมผัสที่โรงฆ่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม

โดยขณะนี้กำลังขยายผลตรวจสอบฟาร์มและโรงฆ่าทั่วประเทศ ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะสุ่มเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกรที่ฟาร์ม (blood sampling) และบนพื้นผิวสัมผัส (surface swab) แล้วส่งตรวจหาโรคส่งวิเคราะห์ที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ หากพบโรค ทางปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอจะประกาศเขตโรคระบาดตามพ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ โดยต้องงดการเคลื่อนย้ายสุกรในจุดเกิดโรคและในรัศมี 5 กิโลเมตรจะพิจารณาให้เหมาะสม ซึ่งจะแจ้งในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ยืนยันว่า จะดำเนินการควบคุมโรคอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล รวมถึงเป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบ โดยจะไม่ทำลายสุกรในพื้นที่เกิดโรคและพื้นที่ต่อเนื่องทั้งหมด อีกทั้งโรค ASF ไม่ได้เป็นโรคติดต่อเฉพาะในสุกร ไม่ติดต่อสู่คนจึงไม่ต้องทำลายทั้งหมดเหมือนการพบโรคไข้หวัดนกซึ่งติดต่อจากนกสู่คน ย้ำว่า การพิจารณาทำลายจะดูจากเหตุอันควรสงสัยว่า เป็นโรค ความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยาระหว่างฟาร์มที่เป็นโรคและโรงฆ่า โดยจะจ่ายค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายประเมิน 70% ของราคาตลาด

สำหรับการเคลื่อนย้ายสุกรทุกวัตถุประสงค์ในพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่อยู่ในรัศมีการควบคุมโรคจะต้องได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ โดยคำนึงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนการขออนุญาตนำสุกรเข้ามาเลี้ยงต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์

ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว .เกษตรฯ เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามคำสั่งให้นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำหนังสือ มายังกรมปศุสัตว์เรื่อง ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever : ASF) ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยจะตรวจสอบกรมปศุสัตว์ทำไมถึงไม่ได้รับหนังสือทำไมหนังสือถึงไม่ถึงอธิบดีด้วยโดยตรงสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน7วัน เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ทางกระทรวงเกษตรฯมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่องโดยหลายประเทศทั่วโลกมีการแพร่ระบาดของโลกจนต้องทำลายสุกรจำนวนมากแต่ไทยยังสามรถควบคุมโรคได้มาโดยตลอด3-4ปีทีผ่านมา

“รอบบ้านเราที่ผ่านมา3-4 ปีก็มีการระบาดที่ผ่านมาเราได้มีมาตรการป้องกันที่ดีเยี่ยม จนกลุ่มสมาคมผู้เลี้ยงสุกร ทั้งรายเล็กรายย่อย และรายใหญ่ก็มามอบโล่ให้ผมและขอบคุณว่าผมได้มีการดำเนินการมาตรการและป้องโรคAFSได้ดีเยี่ยมทุกคนตัองกลับไปดูอย่าลืมตรงนี้สิ นั้นมันหมายถึงว่าเราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้ผลจนระยะสุดท้ายนี่เราก็ได้สั่งการให้เข้าไปตรวจสอบเข้มงวดจนมีกลุ่มพ่อค้าออกมาเรียกร้องว่าเราเข้มงวดเกินไป แต่ทุกย่างที่เราทำก็เพราะเราต้องการควบคุมโรคให้ได้ ยืนยันว่าไม่มีการปกปิดข้อมูลอย่างแน่นอน”นายเฉลิมชัยกล่าว

ทั้งนี้ โรคAFS ถือเป็นโรคระบาดในสุกรที่เกิดขึ้นมากว่า100ปีแล้วและยังไม่มีวัคซีนป้องกันโดยมีมาตั้งแต่ปี2464ขณะนี้ได้มอบหมายให้พัฒนาวิจัยแก้ปัญการโรคที่เกิดขึ้นแล้วขณะนี้ทีมวิชาการกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ลงนามร่วมกันในการศึกษาวิจัยพัฒนาผลิตวัคซีนในการป้องกันโรค AFS ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดลองระยะที่สองหากทำสำเร็จประเทศจะเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันการระบาดของโรคได้เป็นรายแรกของโลกด้วยยืนยันว่าที่ผ่านมาดำเนินการตามขั้นตอนไม่มีการปกปิดข้อมูลทุกอย่างในเรื่องการระบาด ได้ดำเนินการจนOIE(ยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก) ชมเชยว่าไทยป้องกันโรคได้ยอดเยี่ยม

นายเฉลิมชัยบอกด้วยว่า ภายหลังที่มีตรวจพบระบาดจากกลุ่มตัวอย่างที่ผ่านมาตนก็สั่งให้ทางกรมปศุสัตว์ดำเนินการตามขั้นตอนทันทีสำหรับการดำเนินงานกรณีตรวจพบโรคในประเทศ กรมปศุสัตว์จะต้องดำเนินการประกาศเป็นเขตโรคระบาดและมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบจุดที่พบโรค ร่วมกับจะต้องพิจารณาทำลายสุกรที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค หรือมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับฟาร์มที่เป็นโรคและจ่ายค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่อยู่ในรัศมีการควบคุมโรคการเคลื่อนย้ายสุกรทุกวัตถุประสงค์จะต้องได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ โดยคำนึงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายเฉลิมชัย ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดความจริง ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ เฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด ตั้งแต่มีการระบาดในจีนปี 2561 ต่อมาระบาดในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ จนกระทั่งพบในไทยล่าสุด

นายเฉลิมชัย เปิดเผยอีกว่า จากนี้ไปจะเข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสุกรที่จุดเกิดโรคและรัศมี 5 กิโลเมตร หากพบสุกรติดโรคหรือมีความเสี่ยงสูง จะทำลายทันที

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีทางการไต้หวันตรวจพบผลิตภัณฑ์กุนเชียงหมู ปนเปื้อนเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร (เอเอสเอฟ) ว่า จากสอบถามไปยังผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ไทเปพบว่า กรณีดังกล่าวเป็นการตรวจพบ จากการสั่งซื้อสินค้าและส่งทางพัสดุไปรษณีย์จากประเทศไทย ไม่ได้เป็นการสั่งนำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ได้ให้ทูตพาณิชย์ไทเป ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า ทางการไต้หวัน ได้มีมาตรการต่อการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ผ่านมาไต้หวัน ไม่อนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์หมูเป็น หรือหมูเนื้อแดงจากประเทศไทยอยู่แล้ว โดยอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่บรรจุภัณฑ์ปิดผนึกมิดชิด หรือซองสูญญากาศเท่านั้น

อีกประเด็นหนึ่ง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบราคาเนื้อไก่และไข่ไก่ในตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา พบว่าเนื้อไก่ปรับราคาขึ้น กก.ละ 10 บาท ส่วนไข่ไก่ ปรับขึ้นฟองละ 30 สตางค์ ตั้งแต่เบอร์ 1 – 4 ยกเว้นเบอร์ศูนย์ ที่ยังราคาเดิมอยู่โดยเฉพาะราคาไข่ไก่ เบอร์ 0 แผงละ 120 บาท ราคาฟองละ 4 บาท ไขไก่เบอร์ 1 ราคาแผงละ 114 บาท ราคาฟองละ 3.80 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาแผง 111 บาท ราคาฟองละ 3.70 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 108 บาท ราคาฟองละ 3.60 บาท เบอร์ 4 แผงละ 102 บาท ราคาฟองละ 3.40 บาท

เช่นเดียวกับที่ตลาดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ราคาไข่ไก่ได้ปรับขึ้นอีกแผงละ 5 บาท

นางรอมละ แม่ค้าขายขนมเบเกอรี่ กล่าวว่า ในแต่ละวันทางร้านต้องใช้ไข่ไก่เพื่อทำขนมเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ไข่ไก่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งถ้าเกิดในระยะสั้นๆทางร้านก็ยังคงราคาขนมไว้อย่างเดิม แต่ถ้าราคาไข่ยังคงสูงขึ้น ทางร้านก็ต้องปรับขึ้นราคาขนมตามอย่างแน่นอน

ขีดเส้น7วัน! ‘เฉลิมชัย’ตั้งกก.สอบ’กรมปศุสัตว์’ปมหนังสือเตือนโรคASF

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628156

ขีดเส้น7วัน! 'เฉลิมชัย'ตั้งกก.สอบ'กรมปศุสัตว์'ปมหนังสือเตือนโรคASF

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.36 น.

“เฉลิมชัย”ลงนามคำสั่งปลัดเกษตร ตั้งคณะกรรมการสอบสอบข้อเท็จจริง”กรมปศุสัตว์”อ้างไม่ได้รับหนังสือภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย แนะแก้ปัญหาระบาด ASF ให้จบภายใน 7 วัน ยันไม่เคยปกปิดข้อมูล พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาการระบาดเต็มที่ อ้างที่ผ่านมามีแต่คนชมมาตรการป้องกันเยี่ยม

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า ล่าสุดตนได้ลงนามคำสั่งให้ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำหนังสือมายังกรมปศุสัตว์ เรื่อง ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever : ASF) ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยจะตรวจสอบกรมปศุสัตว์ทำไมถึงไม่ได้รับหนังสือ ทำไมหนังสือถึงไม่ถึงอธิบดีด้วย โดยต้องสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน 7 วัน เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ยืนยันว่าที่ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเทศทั่วโลกมีการแพร่ระบาดของโลกจนต้องทำลายสุกรจำนวนมาก แต่ไทยยังสามรถควบคุมโรคได้มาโดยตลอด 3 – 4 ปีทีผ่านมา

“รอบบ้านเราที่ผ่านมา 3 – 4 ปี ก็มีการระบาด ที่ผ่านมาเราได้มีมาตรการป้องกันที่ดีเยี่ยม จนกลุ่มสมาคมผู้เลี้ยงสุกร ทั้งรายเล็ก รายย่อย และรายใหญ่ ก็มามอบโล่ให้ผม และขอบคุณว่าผมได้มีการดำเนินการมาตรการ และป้องโรค ASF ได้ดีเยี่ยม ทุกคนตัองกลับไปดูอย่าลืมตรงนี้สิ นั้นมันหมายถึงว่าเราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและได้ผล จนระยะสุดท้ายนี่เราก็ได้สั่งการให้เข้าไปตรวจสอบเข้มงวด จนมีกลุ่มพ่อค้าออกมาเรียกร้องว่าเราเข้มงวดเกินไป แต่ทุกอย่างที่เราทำก็เพราะเราต้องการควบคุมโรคให้ได้ ยืนยันว่า ไม่มีการปกปิดข้อมูลอย่างแน่นอน” นายเฉลิมชัย กล่าว

ทั้งนี้ โรค ASF ถือเป็นโรคระบาดในสุกรที่เกิดขึ้นมากว่า 100 ปีแล้ว และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยมีมาตั้งแต่ปี 2464 ขณะนี้ได้มอบหมายให้พัฒนาวิจัยแก้ปัญการโรคที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้ทีมวิชาการกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ลงนามร่วมกันในการศึกษาวิจัยพัฒนาผลิตวัคซีนในการป้องกันโรค ASF ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดลองระยะที่สอง หากทำสำเร็จประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันการระบาดของโรคได้ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการปกปิดข้อมูล ทุกอย่างในเรื่องการระบาด ได้ดำเนินการจนองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) ชมเชยว่าไทยป้องกันโรคได้ยอดเยี่ยม

นายเฉลิมชัย บอกด้วยว่า ภายหลังที่มีตรวจพบระบาดจากกลุ่มตัวอย่างที่ผ่านมา ตนก็สั่งให้ทางกรมปศุสัตว์ดำเนินการตามขั้นตอนทันที สำหรับการดำเนินงานกรณีตรวจพบโรคในประเทศ กรมปศุสัตว์จะต้องดำเนินการประกาศเป็นเขตโรคระบาด และมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบจุดที่พบโรค ร่วมกับจะต้องพิจารณาทำลายสุกรที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค หรือมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับฟาร์มที่เป็นโรคและจ่ายค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่อยู่ในรัศมีการควบคุมโรคการเคลื่อนย้ายสุกรทุกวัตถุประสงค์จะต้องได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ โดยคำนึงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งการขออนุญาตนำสุกรเข้ามาเลี้ยงต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์จะต้องแจ้งการพบโรคไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) เพื่อแจ้งเตือนให้ประเทศสมาชิกทราบทันทีและเพื่อให้เกิดความกระจ่างมากขึ้นตนจะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งโดยขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อมูล

เกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อน ชูท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู้โควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628131

เกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อน ชูท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู้โควิด-19

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.56 น.

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อน ฟื้นฟูการท่องเที่ยว ภายใต้สุขอนามัย “Safe and Sealed Travel” ร่วมกับผู้แทนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวและผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ผู้แทนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวได้ขอเข้าพบผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ได้รับผลหกระทบจากโควิด-19 กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สนับสนุนในเรื่องข้อมูลท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาผ่านหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงาน จำนวนกว่า 400 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเป็นข้อมูลให้กับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวได้รับทราบและเป็นข้อมูลในการทำงานร่วมกันและนำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีอยู่ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกับธุรกิจการท่องเที่ยวของสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการกว่า 800 รายทั่วประเทศ

สำหรับการหารือในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่กระทรวงเกษตรฯ จะได้ช่วยผลักดันการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นช่องทางให้แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องเข้าไปเยี่ยมชมและเรียนรู้ ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรและชุมชนได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลจากแอพลิเคชั่น “ท่องเที่ยวเชิงเกษตร” ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อไปด้วย

‘เฉลิมชัย’ สั่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิต 65 มอบ ‘อลงกรณ์’ ลุยเหนือติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628130

‘เฉลิมชัย’ สั่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิต 65 มอบ ‘อลงกรณ์’ ลุยเหนือติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

“เฉลิมชัย” สั่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565 ล่วงหน้า มอบ “อลงกรณ์” ลุยเหนือติดตามความคืบหน้าตรวจด่านเชียงแสน-เชียงของขยายโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีน และส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board)ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย

ทั้งนีได้มอบหมายให้ตนเองในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ ลงพื้นที่ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. 65 เพื่อติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ ฤดูการผลิตปี 2565 (ลำไย) ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ภาคเหนือ การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center :AIC) จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง โดยเฉพาะมาตรการ SPS และโควิดฟรี (Covid Free) และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่าน ตลอดจนการประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า (Arabica) ตลอดห่วงโซอุปทาน การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหา pm.2.5 และลดก๊าซเรือนกระจกตอบโจทย์ Climate Change ตามแนวทาง COP26.

สำหรับข้อมูลการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า 3 เท่าตัว โดยในปี 2563  ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 1.02 แสนล้านบาท  ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน 30,735 ล้านบาท ไทยได้เปรียบจีน 7.2 หมื่นล้าน ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนตลาด (Market Share) เป็นอันดับ 1 สูงถึง 45% ขณะที่เพียง 10 เดือนของปี 2564 (เดือน ม.ค-ต.ค2564) ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.48 แสนล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การนำเข้าส่งออกผักในปี 2563 จีนส่งออกออกผักมาไทย 8 พันล้าน ไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน หัวมัน 30,000 ล้าน  (รหัส07) แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน 1 พันล้านบาท เสียดุลการค้าจีนด้านผัก 7 พันล้านในขณะที่ไทยได้เปรียบการส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า 7 หมื่นล้าน

หนุนแปลงใหญ่ข้าว กลุ่มกระบวยทองใต้ ผลิตพันธุ์คุณภาพดี สร้างรายได้ให้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/628004

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.ลดารัตน์ ทันที นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชรกล่าวว่า กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านกระบวยทองใต้ต.ระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร นอกจากเป็นกลุ่มแปลงใหญ่แล้ว ยังเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งกรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร สนับสนุนและต่อยอดด้วยโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งศูนย์ฯ ได้เข้ามาพบปะ แลกเปลี่ยน วางแผนการผลิตทั้งข้าวคุณภาพดี ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวของกลุ่มในทุกๆ ฤดูกาลผลิต นำองค์ความรู้มาอบรมให้สมาชิกกลุ่ม ในด้านการทำแปลงให้สะอาด ปราศจากพันธุ์ปนและวัชพืช เนื่องจากกลุ่มได้รับการสนับสนุนเครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ข้าวในโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด จึงมีการวางแผนจัดซื้อเครื่องจักรกล ช่วยในการทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ให้สะอาด

ส่วนนายอำนาจ สุขกัลยา ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านกระบวยทองใต้กล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกลโดยเฉพาะรถไถขนาด 50 แรงม้า 2 เครื่องโดรนอัจฉริยะ และมีวิทยากรมาให้ความรู้ตอบโจทย์ที่ทำให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้ในชุมชน และได้คุณภาพ ได้รับรองมาตรฐาน GAP ทั้งแบบรายเดี่ยวและแบบรายกลุ่ม มีการต่อยอดเข้าโครงการยกระดับแปลงใหญ่ พัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่ม ผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่ายราคา 8,000-10,000 บาท เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารอยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 6,000-6,500 บาท