เดินหน้า6โครงการพัฒนาแหล่งน้ำน่าน สร้างความมั่นคงเพิ่มพื้นที่ชลประทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626213

วันอังคาร ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนิพนธ์ ฟูศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำจังหวัดน่านให้เต็มศักยภาพมาก เพื่อแก้ปัญหาน้ำระยะยาวป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตด้านน้ำเกิดขึ้นในอนาคต โดยในระยะแรกจะดำเนิน2 โครงการสำคัญ คือ โครงการงานเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักอ่างเก็บน้ำน้ำแหงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.นาอุดม อ.นาน้อย จ.น่าน จากเดิมที่มีศักยภาพเก็บกัก 13 ล้านลบ.ม. เพิ่มเป็น 15.73 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูน้ำหลากและแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ และโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านหาดผาขน ต.เมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน เพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่มะม่วงน้ำดอกไม้จำนวน 500 ไร่ให้ได้รับน้ำได้อย่างทั่วและเพียงพอ ซึ่งจะทำให้มะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกรมีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาด และช่วยให้เกษตรกรจะมีรายได้ดีขึ้น ทั้งนี้ 2 โครงการ

ดังกล่าวขณะนี้ได้ดำเนินการเสนอของบประมาณไปแล้ว

นอกจากนี้ภายในปี 2572 ในพื้นที่จังหวัดน่านยังมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญอีก 4 โครงการ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกิ ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา ความจุ 52 ล้านลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกอน ต.พญาแก้ว อ.เชียงกลาง ความจุ 73.73 ล้านลบ.ม. ทั้ง 2 โครงการนี้ เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำน่านตอนบน ส่วนอีก 2 โครงการเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจ๊วกพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น เมื่อทั้ง 4 โครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักน้ำได้รวม 174.82 ล้านลบ.ม. เพิ่มพื้นที่ชลประทานเพิ่มได้ราว 75,000 ไร่

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’เสด็จฯเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626244

'กรมสมเด็จพระเทพฯ'เสด็จฯเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.37 น.

“กรมสมเด็จพระเทพฯ”เสด็จฯเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมแห่งชาติ Next normal จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 มกราคม 2565

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 มกราคม 2565 ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยมี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายสุรเดช สมิเปรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และประชาชน ร่วมรับเสด็จฯ ในครั้งนี้

การจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565จัดขึ้นภายใต้แนวคิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมแห่งชาติ Next normal งานที่ส่งเสริมให้เกษตรกรโคนมไทยมีศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ระดับนานาชาติงานโคนมอาชีพพระราชทาน จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม และสืบสานพระราชปณิธาน พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยยุคใหม่ เพื่อก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่วันที่ 3 – 7 มกราคม 2565

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ทูลเกล้าถวายรายงานในการจัดงานครั้งนี้ กรมปศุสัตว์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่ปวงชนชาวไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเกษตรกรใประเทศไทยและปวงชนชาวไทยที่ได้บริโภคนมที่ถือว่าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนในราคาถูก ได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมทั้งประเทศรวมถึงกรมปศุสัตว์ได้ดำเนิโครงการคัดเลือกเกษตรกรโคนมรุ่นใหม่ดีเด่น (Young Dairy Farmers) ประจำปี พ.ศ.2564 เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และสืบทอด “อาชีพพระราชทาน” โดยคัดเลือกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจอาชีพเลี้ยงโคนม ได้ศึกษาเรียนรู้ ประกอบการตัดสินใจยึดเป็นอาชีพอย่างยั่งยืนการคัดเลือกเกษตรกรโคนมรุ่นใหม่ดีเด่น (YoungDairy Farmers) ปี 2564 ภายใต้แนวคิด”โคนมรุ่นใหม่ ยกระดับฟาร์มสู่ RCEP ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์”

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทย ที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ตลอดจนมีการสาธิตการแปรรูปน้ำนม และเป็นเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมโคนมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนทัศนคติซึ่งกันและกัน

‘ประภัตร’ดันโครงการสานฝันเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626045

‘ประภัตร’ดันโครงการสานฝันเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมหารือความร่วมมือโครงการ “สานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร”จ.สุพรรณบุรี เพื่อทำความเข้าใจกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ที่ ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โดยมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายประภัตรกล่าวว่ากระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม มีตลาดรองรับ สามารถสร้างรายได้ในครัวเรือนภายใน 4 เดือน ใช้เงินทุนจากสินเชื่อพิเศษ ตามโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตร ซึ่งจะทำเป็น “สุพรรณบุรีโมเดล” โดยขณะนี้มีการประสานเรื่องตลาดรองรับผลผลิตแล้ว และมีการประกันราคารับซื้อให้เกษตรกรชัดเจน

สำหรับอาชีพที่มีการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบอาชีพ คือ ด้านพืช มี 3 เมนู 1.ฟักทอง 2.แฟง และ 3.พริก ด้านปศุสัตว์ มี 3 เมนู 1.โคขุน 2.แพะกับแกะ และ 3.ไก่พื้นเมือง ด้านประมง มี 2 เมนู 1.กุ้งก้ามกราม และ 2.ปลาตะเพียน โดยบางเมนูอาชีพกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือผู้ประกอบการพร้อมให้การสนับสนุนตั้งแต่ต้นทาง ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ อาหาร ปุ๋ย ยา จะหักต้นทุนคืนหลังจากขายผลผลิตแล้ว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้หลักการ 3 คนร่วมมือ 1 คนกู้ 2 คนค้ำ หนี้เสียสามารถกู้ได้ เงินได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร (พืช ปศุสัตว์ ประมง) ที่มีตลาดรองรับชัดเจน หรืออาชีพที่มีลักษณะการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน วงเงินกู้ทั้งหมด 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ4 ต่อปี ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567 ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน

กรมชลฯหนุนพัฒนา ร่วมปรับปรุงแหล่งน้ำ 9จังหวัดลุ่มแม่น้ำมูล ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626043

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสาธิต มณีผาย ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิ กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความรู้ความเข้าใจงานพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำขนาดเล็ก 9 จังหวัดลุ่มแม่น้ำมูล รวมทั้งวางแผนและบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร และกิจกรรมอื่นๆ จึงมีการอบรมหลักสูตรการเรียนรู้และเตรียมความพร้อม โครงการพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำขนาดเล็กด้านทรัพยากรน้ำพื้นที่ 9 จังหวัดลุ่มแม่น้ำมูล มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเสริมสร้างความรู้งานพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ โดยมีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมฯ มีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจแนวปฏิบัติในการออกสำรวจรายละเอียดแหล่งน้ำ ปรับปรุง และเสริมศักยภาพให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงการวางแผนโครงการฯ ให้สามารถใช้ประกอบการจัดทำคำของบประมาณในช่องทางต่างๆ ต่อไป

ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในโครงการฝ่าวิกฤตด้วยเศรษฐกิจและสังคมฐานรากให้พัฒนาก้าวไปตามแนวพระราชดำริ ใน 9 จังหวัดลุ่มแม่น้ำมูล โดยจะจัดขึ้นทั้งหมด 11 ครั้ง ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และยโสธร ในตลอดทั้งเดือนธันวาคมนี้

‘อลงกรณ์’ชูสถาบันอาหาร ชี้ปี’65โอกาสส่งออกสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626044

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเสวนางาน NFI Talk ครั้งที่ 1 “เดินหน้าอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทย ปี 2565” ในวาระ 25 ปี สถาบันอาหาร (National Food Institute) โดยมีดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผอ.สถาบันอาหาร ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนสถานการณ์ต่อประเด็นท้าทายใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารปี 2565 และอนาคต จุดประกายแนวคิดการดำเนินธุรกิจและปรับกลยุทธ์ รับการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า แม้จะเผชิญปัญหาและอุปสรรคจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศคู่ค้า แต่การปฏิรูปภาคการเกษตรด้วยนโยบายเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนผลสำเร็จจากตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร 10 เดือน (มกราคม–ตุลาคม) มีมูลค่า 677,955 ล้านบาท เติบโต 24.5% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน เฉพาะเดือนตุลาคมส่งออก 66,048 ล้านบาท ขยายตัว 22%

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 10 เดือน มีมูลค่า 494,220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือนติดต่อกัน โดยเฉพาะเดือนตุลาคมส่งออก 56,543 ล้านบาท ขยายตัว 13% อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการในมิติใหม่

“ปีนี้และปีหน้า เรายังเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างฐานและกระจายการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรภายใต้โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด โครงการอุตสาหกรรมอาหารโลก (Global Food Valley) โครงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนเป็นสตาร์ทอัพเกษตรและเอสเอ็มอีเกษตร และโครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ในการใช้เกษตรอัจฉริยะ (smart farming) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งการปฏิรูปการบริหารและการบริการของกระทรวงเกษตรฯ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน 4 โครงการเรือธง (Flagship project) ได้แก่ ศูนย์ AIC (ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม) ศูนย์ Big Data โครงการ Quick Win 22 หน่วยงานและโครงการวันแอป (One App) โดยเชื่อมั่นว่าปี 2565 จะเป็นปีแห่งโอกาสของครัวไทย ครัวโลก ภายใต้อุตสาหกรรมอาหารฐานเกษตรเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทน (Topten) ของโลกและอันดับ 2 ของเอเชียตามนโยบายของรัฐบาล” นายอลงกรณ์ กล่าว

ไทย-เยอรมนีร่วมขับเคลื่อน เกษตรอัจฉริยะพัฒนาอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626042

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการ AGRITECHNICA ASIA & HORTI ASIA Regional Summit หัวข้อ “เกษตรอัจฉริยะเพื่อระบบอาหารที่ยั่งยืน” มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 20 ประเทศ จากภูมิภาคเอเชียและยุโรป โดย

กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพร่วมกับสมาคมเกษตรกรเยอรมัน มีเกษตรกรแปลงใหญ่ และกลุ่มเกษตรกรใน จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวมทั้งเกษตรกรและสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 200 บัญชีรายชื่อ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ ทั้งเรื่องระบบอาหารยั่งยืน เกษตรแม่นยำ เกษตรอินทรีย์ การบริหารจัดการน้ำ การอารักขาพืช เกษตร 4.0 การปลูกพืชในโรงเรือนและการปลูกพืชแนวตั้ง รวมไปถึงการผลิตสินค้าเศรษฐกิจ

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การพลิกโฉมการเกษตรสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนจำเป็นต้องพัฒนาใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.กำลังคนภาคเกษตร ให้เป็น Smart Farmer และ Smart Officer ยกระดับผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ 2.กระบวนการทำงาน โดยทำงานในพื้นที่และแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์กัน 3.การใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตร เพื่อให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดปัญหาและความเสี่ยงจากการทำเกษตรและทำเกษตรได้แม่นยำและยั่งยืนมากขึ้น และ 4.การสร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วน ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร นำจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตร

‘จีน’เปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียน-ลำไย ผลไม้ไทย เริ่ม 4 ม.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625893

'จีน'เปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียน-ลำไย ผลไม้ไทย เริ่ม 4 ม.ค.

วันเสาร์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.51 น.

“เฉลิมชัย”เผยจีนเปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียน-ลำไย ผลไม้ไทย เริ่ม 4 ม.ค. “อลงกรณ์”วอนผู้ส่งออกตรวจเข้มระวังโควิดปนเปื้อน

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นอย่างมาก โดยได้สั่งการทูตเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตนได้หารือเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย

ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ของไทยประจำนครกว่างโจว ว่า ด่านรถไฟผิงเสียง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน ได้เปิดด่านแล้ว โดยกำหนดเปิดนำเข้าผลไม้ไทยตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 17 มกราคม 2565 เพื่อคลี่คลายปัญหากรณีด่านตงซิง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน) ปิดด่าน ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยที่มีปริมาณมากต้องติดค้างอยู่ที่ด่านตงซิง ซึ่งไม่สามารถยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรเข้าประเทศจีนได้ เบื้องต้นทางการจีนได้ประสานเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจวแจ้ง มายังหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการผลไม้ทําการเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชในช่วงวันที่ 1 – 3 มกราคม 2565 สินค้าผลไม้ไทยจะได้ยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรผ่านด่านรถไฟผิงเสียง เพื่อขนส่งเข้าประเทศจีนได้

ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ กล่าวว่า ผู้ส่งออกต้องรีบยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชจากด่านตงชิงเป็นด่านรถไฟผิงเสียง และต้องระมัดระวังอย่าให้มีการปนเปื้อนโควิด-19 ทั้งคนขับ รถ และสินค้า เพราะถ้าพบทางการจีนจะปิดด่านทันที จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันเข้มงวดกวดขันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม จากสถิติการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนของกรมวิชาการเกษตร พบว่า เดือนมกราคม – ตุลาคม 2564 ไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน มีปริมาณกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 148,000 ล้านบาท โดยปริมาณการส่งออกผลไม้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย และมะพร้าวอ่อน ตามลำดับ แต่เริ่มประสบปัญหาการขนส่งผลไม้ติดขัดตามด่านต่างๆ ของจีนในช่วงปลายปี 2564

กรมหม่อนไหมแนะนำ การเลี้ยงช่วงฤดูหนาว ควรปลูกพืชไว้คลุมดิน ใช้เพื่อป้องกันน้ำระเหย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625629

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ช่วงอากาศหนาวเย็นทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบางพื้นที่ประสบปัญหาต้นหม่อนขาดน้ำ ต้นหม่อนคายน้ำมากทำให้การเติบโตชะงัก ปริมาณหม่อนไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงไหม จึงควรมีการดูแลแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ ใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยคอกเพื่อให้ดินร่วน น้ำสามารถซึมลงผิวดินและซับน้ำได้ดี ใช้วัสดุคลุมผิวดินรักษาความชื้น ป้องกันความร้อนจากแสงแดด อาทิ ฟางข้าว เปลือกถั่ว ซังข้าวโพด แกลบดิบ เป็นต้น ส่วนการให้น้ำต้นหม่อนควรให้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งโดยเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลง หรือใช้ระบบสปริงเกอร์ ควรทำแนวป้องกันไฟรอบๆ แปลงหม่อน และควรหมั่นสำรวจแปลงหากพบการระบาดของโรคต่างๆ ให้เก็บใบและตัดกิ่งหม่อนที่เกิดโรคเผาทำลายเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

สำหรับการเลี้ยงไหมในฤดูหนาว สภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิและความชื้น เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหม เกษตรกรควรเลี้ยงไหมให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและความชื้น โดยนำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งในห้องเลี้ยงไหมและวางกะละมังหรือถังที่มีน้ำสะอาด เพิ่มอุณหภูมิและความชื้นให้สูงขึ้น ปิดหน้าต่างและประตูหรือคลุมห้องเลี้ยงไหมให้มิดชิด ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดคลุมใบหม่อนเพื่อไม่ให้แห้งเกินไป แต่หากอากาศเย็น ความชื้นสูง นอกจากเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้ว การให้ปริมาณใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงในแต่ละมื้อก็ควรให้พอดีหรือใกล้เคียงกับความต้องการของหนอนไหม โรยแกลบเผาหรือปูนขาวในช่วงไหมนอน และเก็บใบหม่อนในสภาพที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีและไม่อับชื้น

‘เฉลิมชัย’สั่งการทูตเกษตร หารือจีนแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625633

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าประเทศจีน ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (ฟรุ้ตบอร์ด) จึงสั่งทูตเกษตร เร่งติดตามสถานการณ์ หารือฝ่ายจีนเพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้ กงสุล (ฝ่ายเกษตร) นครกว่างโจว แจ้งถึงมาตรการของด่านในระยะนี้ทำให้ใช้เวลามากกว่าปกติ

นอกจากนี้ กงสุล (ฝ่ายเกษตร) นครกว่างโจว ได้ประสานงานด่านรถไฟผิงเสียง เร่งกลับมาเปิดบริการ เพื่อช่วยกระจายสินค้าผลไม้ไทยจากด่านโหย่อี้กวน และด่านตงซิง ซึ่งปัจจุบันมีปัญหารถติดสะสมและได้หารือกับนายกเทศมนตรีเมืองตงซิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหารถติด การอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านด่านตงซิง สำหรับด่านโมฮาน มณฑลยูนนาน กงสุล (ฝ่ายเกษตร) นครกว่างโจว ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองการเดินรถ โดยด่านบ่อเต็นฝั่งประเทศลาว อนุญาตให้ทดลองปล่อยรถขนส่งผลไม้ไทยเข้าจีนได้วันละ 5 คัน หากไม่พบปัญหาการตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ด่านโมฮาน จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ

ส่วนเส้นทางรถไฟลาว-จีน หลังจากเปิดบริการเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา จีนได้ทดลองขนส่งผักมาไทย 33 ตู้ และมีไม้ตัดดอกเข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนการขนส่งจากรถเทรลเลอร์บนเส้นทาง R3A มาเป็นรถไฟเพราะด่านโมฮานของจีน ติดขัดแออัดอย่างหนัก เพราะมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ จีนยังประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งและการจองตู้ล่วงหน้า

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้ามากว่า 1 ปี เมื่อมีการทดลองขนส่งลอตแรกของจีนมาไทยได้สำเร็จ ในวันที่3 ธันวาคมที่ผ่านมา รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้ตนประชุมร่วมกับสมาคมและสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และติดต่อกับบริษัทจีนเพื่อร่วมมือในการส่งออกสินค้าเกษตรโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนสินค้าจีนมาไทย ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่งของทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นการขนส่งทั้งขาไปขากลับ ถ้าเข้ามา 100 ตู้ ก็ขนสินค้าเกษตรของเรากลับไป 100 ตู้เช่นกัน เรียกว่าวิน-วิน ทั้ง 2 ฝ่าย แต่ช่วงนี้ยังไม่คล่องตัวนัก เนื่องจากเพิ่งเริ่มเปิดบริการ ต้องพร้อมทั้งฝ่ายเขาฝ่ายเรา

ทั้งนี้ สถิติการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนของกรมวิชาการเกษตรพบว่าเดือนมกราคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบันไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีนกว่า2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 148,000ล้านบาท

เกษตรฯเดินหน้าโครงการพระราชดำริฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625631

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรฯ ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ โดยที่ประชุมเห็นชอบกรอบ/แนวทางการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2565 รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลโครงการฯ โดยยึดตามกรอบ/แนวทาง และหลักการของสำนักงาน กปร.มุ่งเน้นการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด”โครงการฯ ตามพระราชปณิธาน พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และมอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดทบทวน/ตรวจสอบข้อมูลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2565

นอกจากนี้ ได้พิจารณาเห็นชอบแนวทางการพัฒนา/การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกระทรวงเกษตรฯ การออกแบบ/พัฒนาระบบติดตามการวัดผล และการกำหนดตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริภาพรวม โดยยึดตามแนวทางของสำนักงาน กปร. (ด้านการพัฒนา/มิติการพัฒนา) พร้อมทั้งกำหนดกลไก/แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกระทรวงเกษตรฯ มีผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานคณะทำงาน มีผู้แทน/เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัด เป็นคณะทำงาน และมี ผอ.กองประสานงานโครงการพระราชดำริ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ มีหน้าที่คือ 1.พิจารณาความเหมาะสม แผนการดำเนินงาน/แนวทางการดำเนินงาน/ตัวชี้วัดโครงการ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดและเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรฯให้ความเห็นชอบ และ 2.กำกับติดตาม และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน พร้อมปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการ โดยรายงานต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรฯ ทราบเป็นระยะ