เกษตรกรเลี้ยงหมูแบกภาระขาดทุนนานกว่า 7 เดือน เหตุ PRRS ทำหมูเสียหาย แถมน้ำท่วมอีสานซ้ำเติม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611824

เกษตรกรเลี้ยงหมูแบกภาระขาดทุนนานกว่า 7 เดือน เหตุ PRRS ทำหมูเสียหาย แถมน้ำท่วมอีสานซ้ำเติม

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีสุกรเสียหายมากพอสมควร ประกอบกับปัญหาโรค PRRS ที่ระบาดในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลกระทบต่อสุกร โดยเฉพาะในส่วนของแม่พันธุ์ ซึ่งทั่วประเทศเสียหายประมาณ 30 – 40 % ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตสุกรขุนลดลงในสัดส่วนเดียวกัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ราคาสุกรลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากในพื้นที่น้ำท่วมติดปัญหาโรงฆ่าสัตว์ปิดตัว ไม่สามารถนำสุกรเข้าโรงฆ่าได้  ประกอบกับปัญหาด้านการเดินทางที่ไม่สะดวก จึงกระทบกับการนำส่งไปยังโรงฆ่า

“ฟาร์มสุกรในภาคอีสานส่วนใหญ่จะเป็นฟาร์มรายย่อย  หากประสบปัญหาเรื่องโรคการกลับมาเลี้ยงใหม่จะทำได้ยาก ฟาร์มต่างๆ จึงยกระดับการป้องกันโรค เพื่อป้องกัน ASF ด้วยการทำระบบ Biosecurity ในฟาร์มอย่างเข้มงวด กลายเป็นต้นทุนแฝง ส่งผลให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น 4 – 5 บาทต่อกิโลกรัม” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ในภาวะปกติแม่พันธุ์สุกรทั่วประเทศมีปริมาณ 1.2 ล้านตัว แต่ปัจจุบันมีปริมาณเพียง 7 – 8 แสนตัว ผลผลิตสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดจึงมีจำนวนน้อยลงไปด้วย ส่งผลให้ราคาขยับทุกพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามต้นทุนการผลิตได้ เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสัดส่วนหลักในสูตรการผลิตอาหารสัตว์มากถึง 50% โดยต้นทุนสุกรขุนเฉลี่ยไตรมาสสามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) อยู่ที่ 80.03  บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาประกาศสุกรหน้าฟาร์มโดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติอยู่ที่ 76 – 80 บาท ส่วนสุกรขุนในภาคอีสานราคาอยู่ที่ 76 – 78 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงทั่วประเทศต้องประสบกับภาวะการขาดทุนสะสมมายาวนานถึง 7 เดือนแล้ว

ที่สำคัญปัจจุบัน เกษตรกรทั่วประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังในการควบคุมและป้องกันโรคสำคัญในสุกรทั้ง ASF และ PRRS อย่างเข้มงวด รวมทั้งเน้นการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน แม้ว่าต้นทุนการผลิตต้องสูงขึ้น แต่เพื่อให้ผู้บริโภคมีปริมาณสุกรคุณภาพดีปลอดภัยต่อการบริโภค เกษตรกรทุกคนยินดีที่จะเดินหน้าตามมาตรฐานนี้อย่างเข้มแข็งต่อไป

‘ซีพี’พร้อมเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจร เตรียมแจกล็อตแรกวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611751

'ซีพี'พร้อมเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจร เตรียมแจกล็อตแรกวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.59 น.

โครงการปันปลูก ฟ้าทะลายโจร ตามนโยบายประธานอาวุโสเครือซีพี พร้อมเก็บเกี่ยวแล้วเตรียมแจกล็อตแรกวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564 มั่นใจคุณภาพได้มาตรฐาน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาสมุนไพร และเสริมภูมิคุ้มกัน

27 ตุลาคม 2564 นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) เปิดเผยว่า  โครงการปันปลูก ฟ้าทะลายโจร มีผลการดำเนินงานที่ก้าวหน้าและเป็นไปตามนโยบายของประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) นายธนินท์ เจียรวนนท์ ที่มีความตั้งใจช่วยเหลือสังคม เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาสมุนไพรไทยและใช้เสริมภูมิคุ้มกัน ในยามที่ขาดแคลนสมุนไพรฟ้าทะลายโจร  โดยจัดให้มีการปลูกฟ้าทะลายโจรบนเนื้อที่ 100 ไร่ที่ฟาร์มแสลงพัน และฟาร์มคำพราน จ.สระบุรี สถานีวิจัยแสลงพัน ของกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือซีพี ซึ่งได้เริ่มปลูกในวันแม่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา  จนถึงปัจจุบันได้ทยอยเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปผลิตเป็นยาสมุนไพรภายใต้ชื่อ “ปันปลูก” โดยจะแจกฟรีแก่ชุมชน สถานพยาบาล องค์กรต่าง ๆ รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางได้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของแผ่นดิน และเป็นการร้อยเรียงความดีเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ สอดคล้องตามค่านิยม 3 ประโยชน์ของเครือซีพีอีกด้วย

โครงการปันปลูก-ฟ้าทะลายโจร 100 ไร่  มีที่ตั้งอยู่ที่ จ.สระบุรี แบ่งเป็น  2 แปลง แปลงแรกตั้งอยู่ที่ฟาร์มแสลงพัน บนเนื้อที่ 30 ไร่  และอีกแปลงอยู่ที่ฟาร์มคำพราน บนเนื้อที่ 70 ไร่ โดยใช้ต้นกล้าฟ้าทะลายโจรจำนวน 1 ล้านต้นจาก 6 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปราจีนบุรี  สุโขทัย กาญจนบุรี อุบลราชธานี และ พิจิตร  โครงการนี้ผ่านการศึกษาวิจัยทั้งเรื่อง พันธุ์ ลักษณะดินที่เหมาะสม ปริมาณน้ำ ที่พืชต้องการ ขั้นตอนการเพาะปลูกที่เหมาะสม ทั้งเทคนิควิธีการจัดการแปลง อายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ให้ปริมาณสารสำคัญสูง โดยศึกษาร่วมกับเกษตรกรคนเก่งจากทุกพื้นที่ และมีเป้าหมายที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้กับเกษตรกรที่สนใจ

นายสุเมธกล่าวว่า การปลูกฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ในโครงการปันปลูกใช้เทคโนโลยีการให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ ใช้ข้อมูลความชื้นในดิน  ร่วมกับสถานีวัดปริมาณน้ำฝน เพื่อให้พืชได้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม การปลูกแบบแถวยกร่อง มีทั้งแบบร่องเดี่ยว และร่องคู่ ได้ผลผลิตประมาณ 2 ตันต่อไร่ ทั้งนี้แปลงปลูกทั้ง 100 ไร่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(GAP) จาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกกระบวนการว่าได้มาตรฐานตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยวและการบริหารจัดการ ปัจจุบันเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิต และจะนำเข้าสู่กระบวนการอบลดความชื้นด้วยโรงอบพลังแสงอาทิตย์ จากนั้นส่งมอบวัตถุดิบไปทำการบด และบรรจุเป็นแคปซูลต่อไป

นอกจากนี้ได้ดำเนินการตาม พรบ.ยาสมุนไพร อย่างเคร่งครัด โดยมีการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพร กับทาง สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ที่มีข้อกำหนดด้านปริมาณสารสำคัญ คือ Andrographolide ในวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด และใช้ห้องแล็บมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง  และตอกย้ำความมั่นใจอีกระดับจากห้องแล็บของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารมาตรฐานระดับโลกในเครือซีพี  และในส่วนการบรรจุแคปซูล ได้คัดเลือกจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐาน GMP PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของโรงงานผลิตยา  มาร่วมในโครงการฯ  รวมถึงต้องมีการฉายรังสีแกมมาทุกแคปซูล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีอายุเก็บได้ยาวนานขึ้น ก่อนส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน

รมว.เกษตรฯลุยสงขลา ติดตามเรื่องน้ำเร่งแก้ปัญหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611557

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำคลองหลาตามพระราชดำริ อ.คลองหอยโข่งจ.สงขลา ซึ่งมีพื้นที่ 18,000 ไร่ มีความจุเก็บกัก 21.42 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำทำให้สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่ราษฎร 10,428 ครัวเรือน ประชากร 27,146 คน อีกทั้งยังสามารถส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมงานวิจัยเพื่อประชาชนของหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สงขลา หรือที่ศูนย์วิจัยสัตว์กีบเล็ก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสามารถจัดหาน้ำสนับสนุนกิจการเพื่อความมั่นคง เช่น เรือนที่ประทับคลองหอยโข่ง กองบิน 56 และกองพลพัฒนาที่ 4ค่ายรัตนพล

นอกจากนี้ กรมประมง ได้จัดเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ 200,000 ตัว ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว 150,000 ตัวปลาตะเพียนทอง 15,000 ตัว ปลากระแห 15,000 ตัว ปลาสุลต่าน 15,000 ตัว และพันธุ์ปลากดเหลือง 5,000 ตัว เพื่อปล่อยลงสู่อ่างเก็บน้ำคลองหลา เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งยังแจกจุลินทรีย์ ปม.1 จำนวน 1,000 ซอง และพ่อแม่พันธุ์ปลาสวยงามให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ 1,000 ตัว

จากนั้น รมว.เกษตรฯ ได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำแซง ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งกรมชลประทาน เริ่มจะดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2566 ขนาดทำนบดินกว้าง 8 เมตร ยาว 1,050 เมตร สูง 53 เมตร พร้อมอาคารระบายน้ำล้น และอาคารประกอบให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 10.39 ล้าน ลบ.ม.ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ประมาณ 9,600 ไร่ ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ยังมอบหนังสืออนุญาตให้เกษตรกรทำประโยชน์เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) อีก 8 รายด้วย

กรมปศุสัตว์ผงาด คว้ารางวัลส่งเสริม ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับการทำงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611555

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมพิธีรับรางวัลในงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWARD 2021” โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนิตยสาร B+ จับมือ ETDA เพื่อสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการทำงานและปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยกรมปศุสัตว์ ได้รับรางวัลประเภท CUSTOMER EXPERIENCE DATA & INSIGHTS จากโครงการ “จัดทำมาตรฐานข้อมูลกลาง กรมปศุสัตว์ (DLD DATA STANDARD)” จากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์เล็งเห็นความสำคัญการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ยุคดิจิทัล จึงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้ มีการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการทำงาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ด้านบุคลากร กรมปศุสัตว์สนับสนุนและส่งเสริมให้จัดการฝึกอบรมและเพิ่มศักยภาพ Upskills Reskills ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและด้านดิจิทัลของบุคลากร นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ การนำข้อมูลมาช่วยวางแผน ตัดสินใจและสนับสนุนการบริหารงานด้านปศุสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการจัดทำมาตรฐานข้อมูลกลาง กรมปศุสัตว์ ขับเคลื่อนงานด้านข้อมูลสำคัญ และธรรมาภิบาล สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล 2562

‘เฉลิมชัย’มอบฟ้าทะลายโจรเกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611556

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ส่งมอบต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร จากโครงการผลิตขยายต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร 100,000 ต้น ให้แก่เกษตรกรใน จ.สงขลา และอีกจำนวน 140,000 ต้น ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดอื่นๆ โดยนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรงอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้แทนรับมอบ และได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร นำไปส่งมอบให้ถึงมือเกษตรกรต่อไป ซึ่งโครงการผลิตขยายต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร เป็นโครงการที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของพืชสมุนไพรไทย อย่างฟ้าทะลายโจร ที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาให้พืชสมุนไพรได้ขยายออกสู่ตลาดในวงกว้าง และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฟ้าทะลายโจร จะช่วยลดความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกรณีอาการยังไม่หนักได้

ด้านนายเข้มแข็ง กล่าวว่า โครงการผลิตขยายต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร มีเป้าหมายในการผลิตต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจร ซึ่งดำเนินการผลิตโดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชรวม 10 ศูนย์ ได้แก่ จ.ชลบุรี ตรัง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน สุพรรณบุรี และอุดรธานี ภายใต้การกำกับของกองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) รวม 882 ศูนย์ พร้อมทั้งสนับสนุนให้แก่เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ที่มาใช้บริการ ณ ที่ตั้งของศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 10 แห่ง รวมทั้งสิ้น 2,000,000 ต้น โดยขณะนี้ได้เริ่มส่งมอบผ่านศูนย์ขยายพันธุ์พืช รวม 10 ศูนย์ ได้แก่ จ.ชลบุรี ตรัง นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน สุพรรณบุรี และอุดรธานี แล้ว

กรมฝนหลวงฯเติมน้ำ เน้นเขื่อนหลักภาคเหนือ-อีสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611559

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายภักดี จันทร์เกษ ผอ.กองปฏิบัติการฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ 5 หน่วยปฏิบัติการโดยภาคเหนือ มี 3 หน่วย ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก และพิษณุโลก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 2 หน่วย ได้แก่ ขอนแก่น และอุดรธานี ซึ่งแผนการทำงานในระยะนี้จะทำงานโดยประสานงานร่วมกับกรมชลประทาน เน้นภารกิจเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำน้อย เพื่อสำรองน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง

อย่างไรก็ดี แม้ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุ “เตี้ยนหมู่” ทำให้มีฝนตกหนัก แต่การกระจายตัวของฝนไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และพบว่าเขื่อนหลักในพื้นที่ภาคเหนือ ยังต้องการน้ำเพิ่ม ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จึงปรับแผนการปฏิบัติการ เน้นการเติมน้ำเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง และเขื่อนภูมิพล จ.ตาก รวมถึงเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

ด้านนายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนเปิดเผยว่า ได้ติดตามสภาพอากาศและวางแผนปฏิบัติการช่วยเติมน้ำให้กับเขื่อนหลักมาตลอด แต่การปฏิบัติการแต่ละครั้งมีอุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆ จึงเลือกบังคับให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมายเท่านั้น คือเลือกใช้ขั้นตอนการโจมตีเมฆ โดยใช้เครื่องบิน 2 ลำต่อ 1 ชุดปฏิบัติการโปรยสารเพื่อเน้นให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น มีเม็ดน้ำที่ใหญ่ขึ้น และเกิดฝนตกยาวนานขึ้นด้วย

ขณะที่ผลการปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึงปัจจุบัน ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังคงมีปริมาณน้ำน้อย ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง อ่างเก็บน้ำแม่สอง จ.แพร่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี และเขื่อนน้ำอูนอ่างเก็บน้ำห้วยกระเฌอ อ่างเก็บน้ำโคกภูใหม่จ.สกลนคร ขณะเดียวกัน จากการตรวจสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ พบว่าพื้นที่ภาคเหนือสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จึงมีการวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 1 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก โดยมีเป้าหมายช่วยเหลืออ่างเก็บน้ำแม่สอง จ.แพร่ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

จัดหาน้ำต้นทุนหนุนกิจกรรมเกษตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611347

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินโครงการอาคารบังคับน้ำบ้านย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ระดับน้ำในคลองลำพิกุลจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาย่อยย่านตาขาว เกิดปัญหาในการสูบน้ำดิบมาใช้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จึงศึกษาออกแบบการก่อสร้างฝายน้ำล้นคลองลำพิกุล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำดิบที่จะนำมาผลิตน้ำประปาตามที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาย่อยย่านตาขาวขอรับการสนับสนุน มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (2566) โดยจะดำเนินการก่อสร้างอาคารอัดน้ำ ขุดลอกคลองลำพิกุล ขุดลอกคลองปะเหลียน และก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง

ทั้งนี้ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถจัดหาน้ำต้นทุนสนับสนุนกิจกรรมการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค ให้ราษฎรในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านย่านตาขาว ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว และ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ผู้ใช้น้ำ 7,300 ราย พื้นที่การเกษตร 600 ไร่ และในปี 2565 การประปาฯมีแผนขยายเขตครอบคลุม 3 อำเภอ ทั้ง อ.ย่านตาขาว อ.ปะเหลียน และ อ.หาดสำราญ ซึ่งจะมีผู้ใช้น้ำที่ได้รับประโยชน์ถึง 35,942 คน

“กระทรวงเกษตรฯ มีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม การขาดแคลนน้ำภาคการผลิตน้ำอุปโภค-บริโภค เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ ป้องกันและบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านน้ำทางการเกษตรของประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำแบบยั่งยืนและมั่นคงอีกทางหนึ่งด้วย” นายเฉลิมชัย กล่าว

กรมหม่อนไหมจัดประชุม รางวัล‘หลุยส์ปาสเตอร์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611348

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์และรางวัลดีเด่นด้านอุตสาหกรรมหม่อนไหม ปี 2565 ครั้งที่ 1/2564 โดยมีผู้บริหาร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมไหมมัดหมี่ ชั้น 5 กรมหม่อนไหม ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting)

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แจ้งถึงคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์และรางวัลดีเด่นด้านอุตสาหกรรมหม่อนไหมปี 2565 และรายละเอียดการเสนอชื่อผู้สมัครเข้ารับรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์ และรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมหม่อนไหม ปี 2565

นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมเพื่อเสนอชื่อเป็นผู้สมัครจากประเทศไทยเข้ารับการคัดเลือกรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์และรางวัลดีเด่นด้านอุตสาหกรรมหม่อนไหม (4 สาขา) ซึ่งจะมีการประกาศผลรางวัลในงานประชุมวิชาการหม่อนไหมโลก ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2565 ณ เมือง Cluj Napoca ประเทศโรมาเนีย

เปิดแผนเกษตรอัจฉริยะ ปี’65-66มุ่งประสิทธิภาพการผลิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611349

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายและเปิดตัวแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ
ปี 2565-2566 ว่า จากนโยบาย Thailand 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล จึงมีนโยบายการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรอัจฉริยะ มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ปรับรูปแบบการเกษตรให้มุ่งสู่เกษตร 4.0 โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสู่การเกษตรอัจฉริยะ เน้นใช้ทรัพยากรการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะที่จัดทำขึ้นนี้ จะช่วยกำหนดทิศทางการเกษตรอัจฉริยะและเป็นการวางรากฐานการเกษตรอัจฉริยะของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำกรอบข้อเสนอโครงการที่จัดทำไว้ไปปรับใช้ขับเคลื่อนการเกษตรอัจฉริยะของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเร่งพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคให้มีความพร้อมทั้งด้านวิจัยและพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐและเกษตรกร สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และช่วยเป็นครูผู้ฝึกหรือเทรนเนอร์ ให้แก่เกษตรกร โดยมุ่งเน้นทั้ง Smart Farmer และ Young Smart Farmer ตลอดจนผู้นำเกษตรกรของ ศพก. และแปลงใหญ่ มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในทุกจังหวัด และให้เข้าถึงทุกอำเภอ ภายใน 3 ปี เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติด้านการเกษตรต่อไป

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 กล่าวว่า ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ขึ้นมีองค์ประกอบอนุกรรมการ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนBig Data และ Gov Tech 2.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ 3.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-commerce และ 4.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการตลาด เข้ามาช่วยขับเคลื่อนดำเนินการมุ่งสู่เกษตร 4.0

ขณะที่ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ได้สานต่อการทำงานด้านเกษตรอัจฉริยะ เช่น การขับเคลื่อนการจัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ การพัฒนา IoTs Platform การรวบรวม Innovationlist ด้านเทคโนโลยี/องค์ความรู้ จากศูนย์ AIC 76 แห่งทั่วประเทศ เพื่อจัดทำ Innovation Catalog และหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการจัดทำแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี 2565-2566 โดยร่วมกับหน่วยงานภายนอก จัดทำแผนปฏิบัติการและร่วมจัดทำกรอบข้อเสนอ 63 โครงการ ภายใต้ 18 แผนงาน และ 6 ยุทธศาสตร์ ผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมีการติดตามขับเคลื่อนการดำเนินการผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร

‘นายกฯ’ห่วงใยเกษตรกร สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลราคาปุ๋ย-สินค้าเกษตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/611248

'นายกฯ'ห่วงใยเกษตรกร สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลราคาปุ๋ย-สินค้าเกษตร

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.07 น.

นายกฯ ห่วงใยเกษตรกร สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลราคาปุ๋ย-สินค้าเกษตร พร้อมผลักดันแปรรูปอาหาร 

25 ต.ค.64 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรี สั่งให้มีการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตกร ซึ่งราคาปุ๋ยที่มีราคาสูงตั้งแต่ต้นปี มีสาเหตุจากปัจจัยหลาอย่าง ทั้งราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ และการนำเข้าจากต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็น นายกฯ จึงมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพลังงาน ร่วมพิจารณาแนวทาวการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมถึงการชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขอยู่

นานธนกร กล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยเกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ จากสถานการณ์น้ำท่วม ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น โดยมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมครม.วันนี้มีการอนุมัติกรอบวงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าว 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีการผลักดันเกษตรบีซีจี และการแปรรูปอาหาร โดยนายกฯเน้นย้ำให้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถือเป็นโครงการแซนบ็อกซ์ทางการเกษตร ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด้วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และสั่งการให้กระทรวงพาณิชย​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย  ประสานงานกับคณะกรรมการขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดกำหนดแผนงานโครงการให้ชัดเจน  เพื่อเป็นการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าการเกษตรให้มีสัดส่วนในตลาดโลกสูงขึ้น ทั้งปริมาณและมูลค่า