‘บิ๊กป้อม’เห็นชอบลดก๊าซเรือนกระจก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606335

วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกเครดิตร่วม (JCM) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ซึ่งประเทศไทยได้ทำความตกลงทวิภาคีความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนากลไกเครดิตร่วมเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต โดยมีโครงการที่ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิต แล้ว 5 โครงการ มีปริมาณคาร์บอนเครดิต 4,032 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และรับทราบมาตรการปรับ คาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่ง EU จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2566 กับสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ยเหล็ก และเหล็กกล้ารวมทั้งอะลูมิเนียม

จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ระยะยาว การพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย ตามที่สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งกำหนดให้ทุกประเทศจัดทำและเห็นชอบ รายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรการภาคพลังงาน และขนส่ง ปี 2562 ซึ่งประเทศไทย ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 64.2 ล้านตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 17.49 อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม(ร้อยละ 7-20) ภายในปี 2563

พล.อ.ประวิตร กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสภาวะโลกร้อนที่ยังมีแนวโน้มสูงมากขึ้น จากสภาพภูมิอากาศของโลกโดยรวม ซึ่งรัฐบาลไทยพยายามผลักดันและปฏิบัติตามมาตรการของ UN อย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอบคุณ ทส.และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนที่ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งด้านภาคพลังงานและขนส่งรวมทั้งการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในสาขาป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ผ่านมาด้วยดี พร้อมกับขอให้ทุกภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกันรณรงค์ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ส่งฟ้าทะลายโจรถึงบ้าน หนุนเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606337

วันจันทร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ พัฒนาการอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่านายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ในรูปแบบผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน ตามโครงการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านเจาะบากง หมู่ที่ 3 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยมีนางดาเรศ จิตรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และคณะเข้าร่วมกิจกรรม

ในวันนี้  ผู้ว่าราชการจังหวัด กราบนมัสการหัวหน้าที่พักสงฆ์เจาะบากง พบปะและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนในชุมชนเจาะบากงที่รวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้าน และร่วมพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ฯ พัฒนาเส้นทางการ
ท่องเที่ยวของชุมชนร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ สะพานบ้านเจาะบากง
ต.ปูโยะ  อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส”  ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ของอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส  ซึ่ง สะพายบ้านเจาะบากงแห่งนี้ เป็นภาพที่ปรากฏในพระราชกรณียกิจ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงประทับบนสะพานไม้กับราษฎรข้างรถพระที่นั่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2524 ซึ่งเผยแพร่ไปทั่วประเทศ  เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ 3 บ้านเจาะบากง อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งทำให้พสกนิกรในพื้นที่ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นายอนันต์  แสงชาตรี  พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส  กล่าวว่า  กิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ในรูปแบบผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน  เป็น 1 ใน 6 กิจกรรม ตามโครงการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านเจาะบากง หมู่ที่ 3 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส  โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากกรมการพัฒนาชุมชน เป็นเงิน 500,000 บาท  (ห้าแสนบาทถ้วน) เพื่อดำเนินโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพัฒนาศักยภาพของผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน พัฒนาทักษะความรู้ของผู้ประกอบการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกของชุมชนท่องเที่ยว สนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) และมีการ
ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชน และชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป 

นายอนันต์ แสงชาตรี พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส  กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านเจาะบากง หมู่ที่ 3 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาส มีกิจกรรมสำคัญในการดำเนินงาน 6 กิจกรรม  ประกอบด้วย 1.การประชุมเชิงปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการ (Champ) 2. การพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ในรูปแบบผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน 3. พัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพในชุมชนท่องเที่ยว จำนวน 3 รายการ อย่างน้อย 6 ผลิตภัณฑ์ และ 1 สำรับอาหาร  4. ทดสอบโปรแกรมตามแนวทาง D – HOPE จำนวน 1 ครั้ง  5. จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ด้วยการสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนสำหรับบริการนักท่องเที่ยวของชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมาย 6. ถ่ายทอดองค์ความรู้ข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวสู่นักเล่าเรื่องชุมชนรุ่นเยาว์ จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน รวม 60 คน ดำเนินการรุ่นละ 5 วัน

ชป.เร่งระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ช่วยลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606311

ชป.เร่งระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ช่วยลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.52 น.

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ลงพื้นที่ไปติดตามการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีปริมาณน้ำมาก บรรเทาความเดือดร้อนพื้นที่ตอนล่าง

ทั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้น กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน และบริหารจัดการน้ำแม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ด้วยการใช้คลองที่มีในพื้นที่เป็นคลองรับน้ำเพื่อการระบายน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่ผ่านประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำถาวรบริเวณริมแม่น้ำท่าจีน

ขณะเดียวกันยังได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่แก้มลิงผ่านประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำคลองมหาชัยลงสู่ทะเล เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ จะทำการพร่องน้ำในคลองมหาชัย ให้ต่ำกว่าตลิ่ง 0.3 – 0.5 เมตร และเดินเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำคลองมหาชัย และประตูระบายน้ำคลองหวายลิงใหญ่ เสริมในช่วงน้ำทะเลหนุน พร้อมกับเร่งระบายน้ำในคลองสายหลัก เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากพื้นชุมชนด้วย พร้อมทั้งยังได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่บริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุดด้วย – 006

กรมชลฯเร่งมือปิดช่องคันดินอ่างลำเชียงไกรให้เสร็จ ตามคำสั่ง’บิ๊กป้อม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606208

กรมชลฯเร่งมือปิดช่องคันดินอ่างลำเชียงไกรให้เสร็จ ตามคำสั่ง'บิ๊กป้อม'

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.15 น.

กรมชลประทานเร่งปิดช่องคันดินฯลำเชียงไกรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ต.ค.นี้ ตามคำสั่ง”บิ๊กป้อม”หลังเดินทางไปตรวจเยี่ยมเมื่อวานนี้

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2564 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการซ่อมแซมทำนบดินชั่วคราวของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง) ว่า ปัจจุบัน (2 ต.ค. 64) สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ 4 งาน คือ ทำนบดินชั่วคราว (ฝั่งขวา spillway) คันดินเชื่อม ปตร. (ฝั่งซ้าย spillway) และพื้นสะพาน ปตร. (ฝั่งซ้าย spillway) การยกบาน stop log 4 ช่อง (ฝั่งซ้าย spillway) แทนทำนบดินที่เสียหายจากกระแสน้ำ เพื่อปิดช่องทางน้ำไหลและสามารถเก็บกักน้ำไว้ในอ่างฯได้

ส่วนการดำเนินงานคันกั้นน้ำ (ฝั่งขวา spillway) สามารถดำเนินการได้แล้ว 80 % ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ (2 ต.ค. 64) เช่นกัน เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการซ่อมแซมทำนบดินให้เร็วที่สุด เพื่อเก็บกักน้ำในอ่างฯไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง

ปัจจุบัน (2ต.ค.64) อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 6.32 ล้าน ลบ.ม. หรือ ประมาณ 23 % ของความจุอ่างฯ เพิ่มขึ้นจากวานนี้(1ตุลาคม)

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก กรมชลประทาน

เกษตรฯผนึก9หน่วยงาน เพิ่มขีดความสามารถสู้การค้าเสรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605780

เกษตรฯผนึก9หน่วยงาน  เพิ่มขีดความสามารถสู้การค้าเสรี

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรบางภาคของไทย เกษตรกรเผชิญปัญหาหลายประการทั้งการขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพ ขาดความรู้และเทคโนโลยีในการผลิต การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงปัญหาการค้าระหว่างประเทศ จากการเจรจาการเปิดการค้าเสรี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทวิภาคี หรือพหุภาคี ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ตระหนักถึงปัญหาที่เกษตรกรประสบอยู่ จึงเร่งแก้ปัญหาในหลายมิติ อาทิ สนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิต การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพสินค้าเกษตร ขยายโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และที่สำคัญการพัฒนาภาคเกษตรจะขับเคลื่อนให้สำเร็จได้ต้องมาจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคการเกษตรของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่ายินดีที่หน่วยงานต่างๆ แสดงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาการเกษตร โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนความรู้ทางวิชาการระหว่างกัน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตรทั้งด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด รวมถึงการวางแผนและพัฒนาโครงการเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาภาคเกษตรที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับกองทุน FTA เป็นกองทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน เมื่อมีการลงนามความร่วมมือกัน ก็เป็นการสร้างความร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าในทุกๆ กรอบการค้าเสรี ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี

ทั้งนี้ การลงนามข้อตกลงแบ่งเป็น 2 ชุดความร่วมมือ ชุดที่ 1 ความร่วมมือทางด้านนโยบายและข้อมูล มี 8 หน่วยงานคือ สศก.โดยกองทุน FTA ลงนามร่วมกับ กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และชุดที่ 2 ความร่วมมือด้านการปฏิบัติงานกับหน่วยงานต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ มี 3 หน่วยงาน คือ สศก.โดยกองทุน FTA ลงนามร่วมกับสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด และบริษัท พรีเมี่ยมบีฟ จำกัด โดยข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2565

‘ประภัตร’ลุยขอนแก่น ส่งเสริมใช้เทคโนโลยีผลิตข้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605777

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวคุณภาพ ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ณ ที่ว่าการ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ นายประภัตรกล่าวว่า โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการดำเนินงานที่เน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมกลุ่มพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการ สินค้าเกษตรสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคงในอนาคต

สำหรับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น ได้ดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จำนวน 208 แปลง และโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ ทั้งสิ้น 286 กลุ่ม ครอบคลุมทั้ง 26 อำเภอในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ถือเป็นการยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพ

นอกจากนี้ นายประภัตร ได้มอบเงินอุดหนุนให้กับกลุ่มเกษตรกรโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ 50 ราย และมอบปัจจัยการผลิต (เมล็ดพันธุ์ข้าว) และเครื่องจักรกล โครงการ
ยกระดับแปลงใหญ่อีกด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด อีกด้วย

ชลประทานที่8 ลุยตรวจติดตาม ซ่อมคันดินรับน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605773

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฯ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขทำนบดินชั่วคราว ในพื้นที่ก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้น service spillway อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง)ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเร่งปิดช่องขาดเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้แล้งหน้า เนื่องด้วยผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกักน้ำล้นสปิลเวย์ (Spillway) และไหลข้ามทำนบดินชั่วคราว บริเวณบ่อก่อสร้างงานปรับปรุงทางระบายน้ำล้น และเกิดการกัดเซาะบริเวณฝั่งขวาของอาคารที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง กว้างประมาณ 15 เมตร

โดยโครงการชลประทานนครราชสีมาร่วมกับส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาด้วยการถมดินบริเวณฝั่งซ้ายของอาคารระบายน้ำล้น และเครื่องจักรสามารถเข้าไปทำงานบนอาคารได้ ขณะนี้ได้การถอนนั่งร้านและแผ่น Stop lock บริเวณอาคารระบายน้ำล้นออก เพื่อให้น้ำสามารถระบายผ่านอาคารได้สะดวกขึ้น และเร่งดำเนินการลำเลียงกล่อง Gabion ปิดบริเวณฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำล้น เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งจะช่วยให้สามารถขนดินเข้าไปถมปิดช่องที่ถูกกัดเซาะได้สะดวกมากขึ้น โดยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 14.980 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 54.08ของความจุอ่างฯ แนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่ตอนบน จะทำการปิดการระบายน้ำในอ่างฯ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งปีที่กำลังจะมาถึงต่อไป

คิกออฟ‘พัฒนาเกษตรสู่อุตสาหกรรม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605774

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดตัวโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ว่าได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตร และสร้างความเชื่อมโยงของเครือข่ายการผลิต การตลาด และโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2มีพื้นที่เป้าหมาย 2 ล้านไร่ ในปี 2566ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบ

ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินโครงการฯระยะที่ 1 มีสินค้าเกษตรเป้าหมาย5 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน ข้าวโพดหวาน และมะเขือเทศพื้นที่รวม 298,084 ไร่ เกษตรกร 25,286 ราย ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 32 จังหวัด และมีโรงงานอุตสาหกรรมรับซื้อผลผลิตรวม 7 บริษัท

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ได้ชี้แจงทำความเข้าใจ และสร้างการรับรู้ในการขับเคลื่อนโครงการฯ ระยะที่ 1 ให้หน่วยงานระดับจังหวัดที่เป็นจังหวัดเป้าหมายแล้ว ซึ่งขณะนี้หน่วยงานในจังหวัดเป้าหมายรับนโยบายและเร่งขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ เชิญชวนเกษตรกรตั้งกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้ทันก่อนฤดูการเพาะปลูก

อย่างไรก็ดี ในส่วนของโครงการฯ ระยะที่ 2 มีการประชุมกำหนดพื้นที่และสินค้าเป้าหมายเบื้องต้น 10 ชนิด ในพื้นที่1,762,684.14 ไร่ เกษตรกร 134,310 รายครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 42 จังหวัด และมีโรงงานอุตสาหกรรมรับซื้อผลผลิตรวม16 บริษัท และการเปิดตัวโครงการฯ ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 2 ล้านไร่ ในปี 2566

กรมปศุสัตว์ชี้ปัญหา นมรร.เอกชน17แห่ง มีเพียงแค่จ.ระยอง เผยผลปฏิรูปเข้าเป้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605776

วันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงปัญหาการทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนของโรงเรียนเอกชน 17 แห่ง ใน จ.ระยอง ว่าเป็นปัญหากับผู้ประกอบการเพียง 1 ราย โดยทั่วประเทศมีโรงเรียนทั้งหมด 51,128 โรงเรียน ได้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว 51,111 โรงเรียน คงเหลือโรงเรียนเอกชนเพียง 17 แห่ง ใน จ.ระยอง เท่านั้น คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน จ.ระยอง ซึ่งมี ผวจ.ระยอง เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน กลุ่มที่ 2กำลังดำเนินการประสานผู้เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กได้ดื่มนมโรงเรียนโดยเร็ว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยด้วยว่า ได้ปฏิรูปการดำเนินงานตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562

ทั้งนี้ จากผลการปฏิรูปชี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า โครงการดังกล่าวบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการคือ เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนที่มีคุณภาพ, เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถขายน้ำนมดิบได้ และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมได้รับสิทธิและจำหน่ายนมโรงเรียนอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ดี กรมปศุสัตว์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ยินดีรับฟังและรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์แก่เด็กนักเรียนและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืนต่อไป

กรมชลฯเร่งระบายน้ำลง‘อ่าวไทย’ ลดปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/605845

กรมชลฯเร่งระบายน้ำลง‘อ่าวไทย’ ลดปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 22.22 น.

กรมชลฯเร่งระบายน้ำลง‘อ่าวไทย’ ลดปริมาณน้ำหลากในแม่น้ำเจ้าพระยา

30 กันยายน 2564 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (30 กันยายน 2564) ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในเกณฑ์ 2,683  ลบ.ม./วินาที และมีปริมาณน้ำหลากจากแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี ในอัตรา 393 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ด้วยการตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่งรวม 348 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์ 2,775 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอลำสนธิ และอำเภอไชยบาดาล จังหวัดลพบุรี ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อย่างรวดเร็ว จนเกือบเต็มความจุอ่างฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตรา 1,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (C.29A) อยู่ในอัตราประมาณ 2,873 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กรมชลประทาน ได้ทำการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณท้ายอ่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา  กรมชลประทาน ได้ทำการตัดยอดน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา 2 ฝั่ง แล้วกว่า 133 ล้าน ลบ.ม. พร้อมวางแผนผันน้ำจากแม่น้ำป่าสักส่วนหนึ่งลงคลองระพีพัฒน์ ลงสู่แม่น้ำนครนายก และแม่บางปะกง ก่อนระบายลงสู่อ่าวไทยตามลำดับ อีกส่วนหนึ่งจะรับน้ำผ่านคลอง13 คลองพระองค์ไชยานุชิต จากนั้นจะใช้สถานีสูบน้ำแนวคลองชายทะเล เร่งสูบน้ำลงอ่าวไทยต่อไป