รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา (naewna.com)

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.45 น.

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามคืนสู่เขื่อนลําตะคอง จังหวัดนครราชสีมา หนุนเพิ่มปริมาณ ทรัพยากรประมง เป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่

6 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์กุ้ง ก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง โดยมีนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธี ณ ริมอ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง บริเวณอาคารประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าลํา ตะคองชลภาวัฒนา ตําบลหนองสาหร่าย อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ําเป็นหนึ่งใน ภารกิจหลักที่สําคัญของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมุ่งสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงครัวเรือน พร้อมส่งเสริมให้มีการ บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ําโดยใช้หลักคืน คง เพิ่ม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่าง ยั่งยืน

สําหรับกิจกรรม “ปล่อยกุ้งก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มปริมาณ ทรัพยากรสัตว์น้ําในแหล่งน้ําธรรมชาติหลังจากที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ําที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ กุ้งก้ามกราม จํานวนมากถึง 1.5 ล้านตัว อีกทั้งยังมีการปล่อยพันธุ์ปลา เช่น ปลากระแห ปลาสร้อยขาว ปลากาดํา ปลาตะเพียนทองปลาสวายจํานวน2ล้านตัวและหอยขมอีกกว่า300กิโลกรัมนอกจากนี้ยังมีการมอบพันธุ์สัตวน์้ํา ให้แก่ชุมชน เพื่อนําไปปล่อยในพื้นที่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคองด้วย

อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ําในอ่างเก็บน้ําเขื่อน ลําตะคองให้กลับมาคงความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างการประกอบอาชีพด้านการประมงและเพิ่มพูน รายได้ให้กับประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสร้างความสามัคคีให้แก่ชุมชน มีการ บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ําโดยชุมชนมีส่วนร่วม ตลอดจนปลูกจิตสํานึกในการใช้ทรัพยากรประมงที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดและมีผลผลิตที่ยั่งยืนตลอดไป

ด้าน นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสํารวจข้อมูลพบว่า บริเวณอ่างเก็บน้ําเขื่อน ลําตะคอง มีชาวประมงทั้งหมด 241 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ทําการประมงเป็นอาชีพหลัก 159 ราย และอาชีพรอง 82 ราย และจากสถิติการจับสัตว์น้ํา ระหว่าง พ.ศ. 2558 – 2562 มีรายงานการจับสัตว์น้ําเฉลี่ย 343.88 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า กว่า 14.27 ล้านบาท โดยผลผลิตกุ้งก้ามกรามจัดเป็นชนิดพันธุ์สัตว์น้ําที่สร้างมูลค่าได้มากที่สุด

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ ดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก (naewna.com)

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ  ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก

ไทยทวงคืนแชมป์สำเร็จ ‘หอมมะลิ’ดีที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายกฯ ปลื้มข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก สั่งเดินหน้าเดินหน้ายุทธศาสตร์ข้าวไทย รายงานความคืบหน้าทุกสามเดือน

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบผลการประกวดข้าวไทย ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานให้ทราบว่า ทุกปีจะมีจัดการประชุมผู้ค้าข้าวทั่วโลก ปีนี้จัดขึ้น วันที่ 1-3 ธันวาคม ซึ่งประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศเป็น World’s Best Rice Award 2020 ข้าวที่ดีที่สุดในโลกปี 2020 คือ ข้าวพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยการแข่งขันมีมาทั้งหมด 12 ครั้งแล้ว ประเทศไทยได้รางวัลครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 โดยปีนี้ ประเทศที่เข้ารอบสุดท้ายมีไทย เวียดนามและกัมพูชา

โดย นายกฯ ได้กล่าวว่า ผลการประกวดเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้ข้าวไทยกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง อีกทั้งเป็นเครื่องประกันถึงคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลก ส่งผลบวกต่อโอกาสการส่งออกข้าวและรายได้เกษตรกรด้วย ที่สำคัญ เราจะต้องช่วยกันรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563-2567 ที่ตั้งเป้า ให้ประเทศเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก โดยต้องพัฒนาสินค้าข้าวให้มีความหลากหลายและตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและภาคส่วนอื่นๆในห่วงโซ่อุปทาน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุกสามเดือน ที่สำคัญต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

รองโฆษกฯ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อตันสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเรื่องการเร่งสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพราะเป็นหัวใจหลักของการสร้างจุดแข็งของข้าวไทย ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ฯ เฉพาะการพัฒนาพันธุ์ข้าว ได้กำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน คือ

1) ได้ข้าวพันธุ์ใหม่ตรงตามความต้องการของตลาด อายุเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตต่อไร่สูงมาก ไม่น้อยกว่า 12 พันธุ์ ในปี 2567 ดังนี้ พันธุ์ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม 4 พันธุ์ อายุสั้นไม่เกิน 100 วัน ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 1 ตัน,- พันธุ์ข้าวเจ้าพื้นแข็ง 4 พันธุ์ อายุสั้นไม่เกิน 100 วัน ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 1.5 ตัน,- พันธุ์ข้าวหอมไทย ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 0.8 ตันต่อไร่ จำนวน 2 พันธุ์, พันธุ์ข้าวโภชนาการสูง 2 พันธุ์ ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 0.8 ตัน

2) เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการลดต้นทุนการผลิตข้าวและผลผลิตต่อไร่ ไม่น้อยกว่า 10 เทคโนโลยี ในปี 2567 มากไปกว่านั้น แผนยุทธศาสตร์ฯยังครอบคลุมการสร้างความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาข้าวกับต่างประเทศในเรื่องพันธุกรรมข้าว โดยการจัดงานประกวดข้าวพันธุ์ใหม่รองรับตลาดนำการผลิต ปีละ 1 ครั้ง โดยปี 2564 จะจัด 2 ครั้ง ในเดือนมกราคม และธันวาคม 2564

‘เฉลิมชัย’ สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เฉลิมชัย’สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด (naewna.com)

'เฉลิมชัย'สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด

‘เฉลิมชัย’สั่งกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.39 น.

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ล่าสุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และให้เตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดทันทีโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เตรียมแผนฟื้นฟูทั้งแผนการสำรวจพื้นที่เกษตรที่เสียหาย ระยะสั้นจะสนับสนุนต้นพันธุ์ผักสวนครัวให้กับเกษตรกรที่ประสบภัย ระยะฟื้นฟูจะสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหาย

หลังจากสถานการณ์คลี่คลายให้เกษตรจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทันที นอกจากนี้ ยังให้ระดมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกระจายลงพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสำรวจปัญหา สอบถามความต้องการเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมปลูกพืชผักระยะสั้น หรืออาชีพอื่นๆ การให้คำแนะนำด้านวิชาการเพื่อดูแลพืชภายหลังจากน้ำลด

ทั้งนี้ แผนระยะสั้นให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชทุกแห่งของกรมส่งเสริมการเกษตร ผลิตต้นพันธุ์ผักสวนครัว เช่น กระเพรา พริก โหระพา มะเขือ สำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้นและสามารถบริโภคได้ในครัวเรือน เบื้องต้นศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช เตรียมสนับสนุนพันธุ์พืชผักสวนครัวหลังน้ำลดให้กับเกษตรกรทันที จำนวน 150,000 ต้น และยังให้ศูนย์ส่งเสริมและเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช เตรียมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ประสบภัย เพื่อควบคุมโรคที่อาจจะเกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยเฉพาะพื้นที่ไม้ผลเศรษฐกิจ สวนยางพารา สวนปาล์ม

ส่วนสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยจังหวัดได้รายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในช่วงดังกล่าว จำนวน 9 จังหวัด 58 อำเภอ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ตรัง กระบี่ ยะลา ปัตตานี และ จ.นราธิวาส เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 163,622 ราย พื้นที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย จำนวน 397,573 ไร่ แยกเป็น ข้าว จำนวน 90,249 ไร่ พืชไร่ จำนวน 5,327 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ จำนวน 292,962 ไร่ และจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช (2 อำเภอ) และจังหวัดสงขลา ข้อมูล ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563

“ร.อ.ธรรมนัส” เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ร.อ.ธรรมนัส” เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” (komchadluek.net)

“ร.อ.ธรรมนัส” เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน”

"ร.อ.ธรรมนัส" เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 "Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน"

4 ธันวาคม 2563 – 21:59 น.

“ร.อ.ธรรมนัส” รมช.เกษตรฯเปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” น้อมนำพระราชดำริ เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนา น้ำ พืช และอาชีพของเกษตรกร

4 ธ.ค.63 ​ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน” ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการจัดงานวันดินโลก ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการถวายสดุดีและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ในฐานะที่ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ด้านการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ จนเป็นรากฐานการผลิตที่มั่นคงของเกษตรกร นอกจากนี้ยังทรงศึกษา และพัฒนาด้านการจัดการดิน ด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัดที่เกษตรกรนำไปปฏิบัติเองได้

"ร.อ.ธรรมนัส" เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 "Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน"

โดยกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นิทรรศกาพระราชปณิธานการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด มีการจัดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต จัดศูนย์ฝึกเกษตร สร้างอาชีพมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีการเสวนาวิชาการ และจุดเช็คอินดินโลกปี 2563 Landmark วันดินโลก สัญลักษณ์ World Soil Day ที่ใหญ่ที่สุดในสยาม

"ร.อ.ธรรมนัส" เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 "Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน"

“กระทรวงเกษตรฯนั้น พร้อมที่จะสานต่อเจตนารมณ์ในพระราชปณิธาน พร้อมน้อมนำพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการใช้ที่ดิน การพัฒนาดิน น้ำ พืช และอาชีพของเกษตรกรให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ในเรื่องทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อขจัดความอยากไร้ ขาดแคลนให้หมดไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

"ร.อ.ธรรมนัส" เปิดงานวันดินโลก ปี 2563 "Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน"

​ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานวันดินโลก ร่วมกับ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำ สมาคมดินโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และหน่วยงานภาคีภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ ในปีนี้ สมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก กำหนดหัวข้อการจัดงาน “Keep Soil Alive, Protect Soil Biodiversity” โดยให้ความสำคัญของนิเวศวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพในดิน สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ระดับจุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กใหญ่ ซึ่งล้วนแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ในระบบนิเวศ และก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของดินการจัดงานวันดินโลก และกำหนดให้มีการจัดงานระหว่างวันที่4 – 8 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

‘ธรรมนัส’ เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน ‘ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘ธรรมนัส’เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน’ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’ (naewna.com)

'ธรรมนัส'เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน'ในหลวง ร.9' 'นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม'

‘ธรรมนัส’เปิดงานวันดินโลกเทิดทูน’ในหลวง ร.9’ ‘นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม’

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.42 น.

‘ธรรมนัส’ เปิดงานวันดินโลก เทิดทูน’ในหลวง ร.9′ ” นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” ระบุ กษ.พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในพระราชปณิธาน

​เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ จ.นครราชสีมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน”ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการจัดงานวันดินโลก ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการถวายสดุดีและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ด้านการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ จนเป็นรากฐานการผลิตที่มั่นคงของเกษตรกร นอกจากนี้ยังทรงศึกษา และพัฒนาด้านการจัดการดิน ด้วยวิธีการเรียบง่ายและประหยัดที่เกษตรกรนำไปปฏิบัติเองได้

โดยกิจกรรมภายในงาน จะประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นิทรรศกาพระราชปณิธานการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด มีการจัดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต จัดศูนย์ฝึกเกษตร สร้างอาชีพมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีการเสวนาวิชาการ และจุดเช็คอินดินโลกปี 2563 Landmark วันดินโลก สัญลักษณ์ World Soil Day ที่ใหญ่ที่สุดในสยาม

“กระทรวงเกษตรฯพร้อมที่จะสานต่อเจตนารมณ์ในพระราชปณิธาน พร้อมน้อมนำพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการใช้ที่ดิน การพัฒนาดิน น้ำ พืช และอาชีพของเกษตรกรให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ในเรื่องทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร เพื่อขจัดความอยากไร้ ขาดแคลนให้หมดไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

​ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานวันดินโลก ร่วมกับ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำ สมาคมดินโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และหน่วยงานภาคีภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ ในปีนี้ สมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก กำหนดหัวข้อการจัดงาน “Keep Soil Alive, Protect Soil Biodiversity” โดยให้ความสำคัญของนิเวศวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพในดิน สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ระดับจุลินทรีย์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กใหญ่ ซึ่งล้วนแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ในระบบนิเวศ และก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของดินการจัดงานวันดินโลก และกำหนดให้มีการจัดงานระหว่างวันที่4 – 8 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท. การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด (naewna.com)

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด

ปลัดเกษตรฯกำชับจนท.การ์ดอย่าตก พร้อมรับมือแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.58 น.

ปลัดเกษตรฯกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัด”การ์ดอย่าตก” พร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านระบบ ZOOM ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ตามรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (สบค.) ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563 พบผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร ราชบุรี สิงห์บุรี และกรุงเทพมหานคร โดยมีแนวโน้มขยายวงกว้างและรุนแรงมากขึ้น และเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงได้จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์จากความก้าวหน้าผลการสอบสวนผู้ป่วย และตรวจสอบ timeline ของผู้ป่วยโรค COVID-19 หากมีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ขอให้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการกักตัวจำนวน 14 วัน รวมถึงให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย หมั่นทำความสะอาดมือและอุปกรณ์ที่สัมผัส เว้นระยะห่างหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้งที่ผ่านเข้า-ออก สถานที่สาธารณะ และงดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปราชการในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมาตรการตามข้อกำหนดของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานควบคุมโรคในพื้นที่อย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังให้หน่วยงานวางแผนล่วงหน้าในการปฏิบัติงาน สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด กรณีให้ปฏิบัติราชการที่บ้าน (Work from Home) หากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการดำเนินการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคมาโดยตลอด จากการจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงขอกำชับในทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามและดำเนินการตามมาตรการตามประกาศของจังหวัดอย่างเคร่งครัด

‘อธิบดีปศุสัตว์’ มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘อธิบดีปศุสัตว์’มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน (naewna.com)

'อธิบดีปศุสัตว์'มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน

‘อธิบดีปศุสัตว์’มอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยน้ำท่วมเมืองคอน

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.19 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ธันวาคม 2563 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายปรีชา ชนะกิจกำจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช , นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และ นายเศกสรรค์ สวนกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมลงพื้นที่ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ จากสถานการณ์เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและที่ทำกินของเกษตรกรในหลายจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่รวมถึงผลผลิตของสัตว์ของเกษตรกร โดยกรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือทุกด้าน ทั้งด้านเสบียงอาหารสัตว์ โดยมีเสบียงสัตว์แห้งสำรอง 5,612.60 ตัน พร้อมยานพาหนะ ชุดสัตวแพทย์และผู้ช่วย พร้อมเวชภัณฑ์ดูแลรักษาสัตว์ ตลอดจนชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว พร้อมในการออกปฏิบัติการทันทีที่ได้รับการร้องขอ และได้มอบหมายให้ปศุสัตว์เขต 8 – 9 จัดตั้งวอรูม (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด

รายงานสถานการณข้อมูล ณ วันที่ 4ธ.ค.63 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวนสัตว์และแปลงหญ้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ดังนี้ โค 98,882 ตัว , กระบือ 1,248 ตัว , แพะ แกะ 23,689 ตัว , สุกร 274,105 ตัว , สัตว์ปีก 2,742,738 และตัวแปลงหญ้า 9,015 ไร่

นอกจากนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้ มอบอาหารสุนัข แก่เจ้าของศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด , ร่วมปล่อยคาราวานเสบียงสัตว์ และหวยปฏิบัติการเคลื่อนที่ (HHU) ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย , รับฟังรายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัย การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาอุปสรรค จากหัวหนอาส่วนราชการในพื้นที่ปศุสัตว์ เขต 9และมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ , เปิดครัวปศุสัตว์ สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปรุงอาหาร สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

และเดินทางไปยังจุดอพยพสัตว์ ณ วัดสว่างอารมณ์ หมู่ที่ 6 บ้านชะเมา ตำบลทำเรือ อำเภอเมือง และ ณ สี่ แยกบ้านทางพูนหมู่ที่ 2 ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวันครศรีธรรมราชเพื่อมอบเสบียงสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยทสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดคลังเสบียงอาหารสัตว์เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ไว้ประจำ 4 จุด 1.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ หญ้าแห้ง 700 ฟ่อน 2.อำเภอเมือง หญ้าแห้ง 1,250 ฟ่อน 3.อำเภอพระพรหม หญ้าแห้ง 500 ฟ่อน

อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด/สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาพสัตว์ให้มีความปลอดภัย เพื่อลดการสูญเสียด้านปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงให้น้อยที่สุดสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาหรือได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติดังกล่าว สามารถติดต่อประสานขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร. 02-6534553 , 02-6534444 ต่อ 3315 อีเมล์ disaster@dld.go.th หรือแจ้งข้อมูลในแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่สามารถดาวน์โหลดในโทรศัพท์มือถือได้ทุกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ (naewna.com)

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : จุดเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรน้ำ

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 หน่วยงานด้านน้ำหน่วยงานใหม่ได้จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 46/2560 ภายใต้ชื่อ “สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)” ทั้งนี้เพื่อต้องการให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศทั้งระบบมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ของหน่วยงานด้านน้ำ โดยจะทำหน้าที่ในการบูรณาการงาน ข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ ตลอดจนการติดตามประเมินผล และการควบคุมการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ผ่านไป 3 ปี ก้าวขึ้นปีที่ 4 ผลงานสทนช.เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากเดิมที่หลายคนมองว่า สทนช.จะเป็แค่เสือกระดาษทำอะไรไม่ได้แน่นอน!!!!

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. คนแรกและคนปัจจุบัน สามารถนำทัพขับเคลื่อนภายใต้ขีดจำกัดในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน สถานที่ทำงานกฎหมายที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน การหวงงานดึงหรือถ่วงเรื่องจะของงานเดิม เป็นต้น แต่ก็สามารถขับเคลื่อนผลออกได้อย่างน่าพอใจ

ไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการขับเคลื่อนแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ซึ่งมี 5แผนงานและอีก 1 แนวทาง คือ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชน 20 ปี แผนปฏิบัติการโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562-2563 แผนหลักการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำต้นทุน จ.ภูเก็ต แผนบูรณาการอุตุนิยมวิทยาเขตร้อนปี 2562-2563 และแนวทางด้านการจัดการคุณภาพน้ำ

นอกจากนี้ สทนช.ยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญอีก 526 โครงการ ในจำนวนนี้เป็น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถึง151 โครงการ รวมทั้งยังได้บูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำและติดตามประเมินผลโครงการรวมๆ แล้วมากกว่า 50,000 โครงการ มูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาท

ทุกโครงการมุ่งประโยชน์สู่งสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ก็เป็นอีกผลงานหนึ่งที่ สทนช.ผลักดันจนประสบผลสำเร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎหมายลำดับรอง หรือ กฎหมายลูก เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทั้งในเรื่อง การใช้น้ำ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูอนุรักษ์ และการรวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขับเคลื่อนภารกิจด้านน้ำไปในทิศทางเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมในทุกมิติที่มีความสมดุลและยั่งยืน

พระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ พ.ศ….. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกฉบับแรกได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยจะแบ่งลุ่มน้ำใหม่จาก 25 ลุ่มน้ำเหลือ 22 ลุ่มน้ำ และกฎหมายลูกอีกฉบับคือ กฎกระทรวงองค์กรผู้ใช้น้ำ พ.ศ…….. กำลังอยู่ขั้นตอนการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยสร้างกลไกการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถจัดสรรน้ำได้อย่างเท่าเทียมทั่วถึง และเป็นธรรม

รายละเอียดจะความสำคัญและมาเล่าให้ฟังในวันศุกร์หน้าครับ….
 

รัฐศักดิ์ พลสิงห์

กษ.จับมือมช. พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก (naewna.com)

กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก

กษ.จับมือมช.พัฒนาพันธุ์ข้าว ตั้งธงทวงแชมป์ส่งออกโลก

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรฯเร่งศึกษาวิจัยพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและผลผลิตสูง เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ดีใช้ปลูก ตลอดจนทวงแชมป์ผู้ส่งออกข้าวและการประกวดข้าวหอมโลกให้ได้ ดังนั้นจึงเร่งการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์และการผลิตข้าว โดยหารือแนวทางแก้ปัญหา และบูรณาการทำงานวิจัยระหว่างกรมการข้าว และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยนำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่มีอยู่มาร่วมศึกษา พัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงความต้องการผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรชาวนามีรายได้มั่นคง ยั่งยืน ต่อไป

“ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรก ช่วยเหลือชาวนาไทยที่กำลังเดือดร้อน และขอชื่นชมทีมนักวิจัยที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงกว่า ตรงความต้องการตลาด ดังนั้น จึงต้องผลักดันความร่วมมือโดยนำงานวิจัยที่สำเร็จแล้วไปสู่ชาวนาและตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาและเร่งผลิตพันธุ์ข้าวดีช่วยเหลือชาวนากว่า 5 ล้านครัวเรือน
พื้นที่ 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ และเร่งวิจัยพันธุ์ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนคว้าแชมป์ข้าวโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย” นายประภัตรกล่าว

สำหรับ ข้าวสายพันธุ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมข้าวไทย 4.0 เป็นเทคโนโลยีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในข้าวด้วยลำไอออนพลังงานต่ำ โดยทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.บุญรักษ์ พันธ์ไชยศรี ดร.จิรณัทฐ์ เตชะรัง และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ถิรพัฒน์ วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พัฒนานวัตกรรมเครื่องเร่งอนุภาค ข้าวลำไอออน 3 สายพันธุ์ใหม่แบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศ และเป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลกที่ใช้เวลาคิดค้นและพัฒนากว่า 10 ปี

เทคโนโลยีดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อให้ได้ข้าวสายพันธุ์ใหม่ 3 สายพันธุ์ คือ 1) ข้าวหอมเพื่อการบริโภค (มช10-1 หรือ FRK-1)มีความหอมมากกว่าข้าวขาว
ดอกมะลิ 105 2) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมแป้ง(ศฟ10-5 หรือ MSY-4): เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแป้งและการแปรรูปเป็นเส้นขนมจีน และ 3) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (ศฟ10-7 หรือ OSSY-23): เหมาะที่จะนำไปเป็นอาหารสัตว์ เช่น หมูและไก่ หรือทำเป็นข้าวพาร์บอยล์(parboiled rice) ซึ่งข้าว 3 สายพันธุ์ดังกล่าว สามารถตอบโจทย์ของชาวนาไทยในยุค 4.0 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาผลผลิตข้าวตกต่ำ

เดินหน้าแนวคิด ‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เดินหน้าแนวคิด‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ (naewna.com)

เดินหน้าแนวคิด‘เชื่อมโยงการบริหารฯ’ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ-พันธกิจก.เกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ว่า แนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “Agri Challenge”จะมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal) และสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย “เชื่อมโยงการบริหาร แปลงสารให้ชัด จัดสรรให้ถูก”คือ การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์กับพันธกิจของกระทรวง สร้างการสื่อสารนโยบายของกระทรวงไปยังผู้ปฏิบัติ และบริหารจัดการให้สอดคล้องกับภารกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 8 ข้อ คือ 1) เกษตรกรรมยั่งยืน 2) แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 3) ข้อมูลด้านการเกษตร 4) การประมงยั่งยืน 5) ตลาดนำการผลิต 6) ลดต้นทุนการผลิต 7) พัฒนา ศพก. และ 8) บริหารจัดการแหล่งน้ำ

ส่วนเป้าหมายการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายในปี 2565 มุ่งเน้น 4ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.8 ต่อปี 2) ผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.2 ต่อปี 3) เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี และ 4) พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 350,000 ไร่

“สำหรับภารกิจเร่งด่วน ที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายให้บรรลุเป้าหมาย แบ่งเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1)ภารกิจเร่งด่วน เช่น งานโครงการพระราชดำริ โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ โครงการ Smart Farmer เป็นต้น 2) การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร เช่น ภัยแล้งภัยพิบัติ ฝุ่น การรับเรื่องร้องทุกข์ เป็นต้น และ 3) การวางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่ (New Normal) เช่น การกำหนดตัวชี้วัดร่วม การติดตามระบบการทำงานต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ทุกภารกิจจะมีการมอบหมายผู้บริหารและหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ และสำหรับภารกิจใดที่ยังไม่ชัดเจน ต้องเร่งหารือกำหนดแนวทางให้ชัดเจน โดยจะกำหนดให้มีการประชุมผู้บริหารของกระทรวงเป็นประจำทุกเดือน ในคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร รวมทั้งให้สื่อสารไปยังทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและจังหวัดทันทีหลังจากการประชุม เพื่อความเข้าใจและการปฏิบัติงานอย่างเป็นเอกภาพ” ปลัดเกษตรฯ กล่าว