#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/512047

ม.เกษตรเปิดหลักสูตรใหม่1ปี ปั้นบุคลากรรองรับอุตฯเครื่องดื่มขยายตัว
วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ม.เกษตรฯเปิดหลักสูตรใหม่ระดับประกาศนียบัตรใช้เวลาเรียน 1 ปี หวังพัฒนาและสร้างบุคลากรเสริมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2562-2564 แนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะมีประมาณ 0-2 เปอร์เซ็นต์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเครื่องดื่มของไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการรายย่อยเพิ่มมากขึ้น ให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับสากล จึงเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยจะเป็นหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรขั้นสูงที่ใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 1 ปี หรือสองภาคการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ (Graduate Diploma Program in Beverage Technology and Management) นี้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของโครงการ South East Asia Academy for Beverage Technology (SEA-ABT) ซึ่งได้การสนับสนุนจากโปรแกรม the Erasmus+Capacity Building in Higher Education (CBHE) ของสหภาพยุโรป (European Union) ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรีย อิตาลี และเยอรมนี รวมถึงภาคเอกชน องค์กรและหน่วยงานการศึกษาภายในสหภาพยุโรปอีกหลายแห่ง
“หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูง
มีระยะเวลาเรียน 2 ภาคการศึกษา หรือ 1 ปี จำนวน 24 หน่วยกิต โดยเนื้อหาของหลักสูตรนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองเนื้อหาการสอนจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ มีการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม”
การจัดการเรียนการสอนสำหรับหลักสูตรนี้ จะเป็นช่วงเวลานอกเวลาราชการ สอนเป็นภาษาไทย โดยมี
คณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นผู้สอนและวิทยากร กำหนดการรับสมัครประมาณเดือนตุลาคม 2563 มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 90,000 บาท ต่อหลักสูตร (ภาคการศึกษาละ 45,000 บาท) ทั้งนี้สามารถติดตามดูประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการได้ที่ http://www.agro.ku.ac.th หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ beveragetechnology.thailand@gmail.com และที่เบอร์โทร. 08-1987-9204 และนอกจากหลักสูตรดังกล่าวทางโครงการและมหาวิทยาลัยเครือข่าย ยังจะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทั้งสัมมนา อบรมระยะสั้น หลักสูตรเรียนร่วมสองปริญญาอีกด้วย


19 สิงหาคม 2563 – 15:05 น.

19 สิงหาคม 2563 – 12:00 น.

18 สิงหาคม 2563 – 16:47 น.
โดยงาน เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Smart & Strong Together รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 สิงหาคม 2563 ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9-10 อิมแพคเมืองทองธานี
17 สิงหาคม 2563 – 15:16 น.

17 สิงหาคม 2563 – 12:35 น.
นอกจากนี้ นายประภัตร ยังได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ เข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นรายได้เสริมจากการปลูกข้าว โดยให้เข้าร่วมโครงการกับกรมปศุสัตว์ ซึ่งจะมีการตรวจและฉีดวัคซีนลูกโคจากพ่อค้าก่อนมาถึงเกษตรกร การส่งอาหารที่มีคุณภาพดีในราคาต่ำจากกรมปศุสัตว์ให้กับเกษตรกร ตลอดจนการประกันราคารับซื้อในราคากิโลกรัมละ 100 บาท
อีกทั้ง นายประภัตร ยังได้มอบทุนอาหารกลางวันให้กับโครงการปลูกข้าวเพื่อเป็นอาหารกลางวันนักเรียนโรงเรียนปากคลอง จังหวัดอุตรดิตถ์ และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ พัฒนาชุมชนบ้านหาดกำแพง สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อจำกัด เป็นต้น
17 สิงหาคม 2563 – 11:12 น.
นายเชวง ศรีคงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนข้าวและชาวนาลุ่มน้ำปากพนัง กล่าวว่า โรงเรียนข้าวและชาวนานั้นเดิมนั้นเป็นองค์กรชุมชนแต่ก็ได้เชื่อมโยงไว้กับกรมการข้าวที่กองประสานงานโครงการพระราชดำริ กรมการข้าวก็ให้การสนับสนุนอยู่ตลอด และปัจจุบันได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนโรงเรียนข้าวและชาวนาแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นสมาชิกนาแปลงใหญ่เกือบทั้งหมด และตอนนี้ทางกลุ่มมีแปลงตัวอย่าง โดยการสนับสนุนของกรมการข้าวซึ่งศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชเป็นพี่เลี้ยงมาทำแปลงสาธิต จำนวน 30 ไร่ 3 แปลง แล้วในนาแปลงใหญ่ ก็ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักผสมผสาน เพื่อสร้างรายได้สู่กลุ่ม จนปัจจุบันทางกลุ่มมีความชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นาแปลงใหญ่ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 34 ราย พื้นที่ 588ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งจะเน้นในเรื่องการผลิตข้าวปลอดภัยจากสารพิษและการจัดทำแปลงสาธิตงานวิจัย โดยการถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนข้าวและชาวนา เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปผลิตข้าวในแปลงนาของตนเองให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
16 สิงหาคม 2563 – 15:20 น.
