เฉลิมชัยเร่งแก้ภัยแล้งลูกเกษตรกรเข้าใจปัญหาความเดือดร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/411027?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เฉลิมชัยเร่งแก้ภัยแล้งลูกเกษตรกรเข้าใจปัญหาความเดือดร้อน

17 มกราคม 2563 – 10:35 น.
เฉลิมชัย ศรีอ่อน,ภัยแล้ง
เปิดอ่าน 26 ครั้ง

เฉลิมชัยเร่งแก้ภัยแล้ง ลูกเกษตรกรเข้าใจปัญหาความเดือดร้อน

17 ม.ค.63 – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทำแผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้งทั่วประเทศ กำหนดให้มีการรายงานสถานการณ์ต่อศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรในทุกวัน ย้ำให้ทุกหน่วยงานจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ

และที่สำคัญคือการแก้ปัญหาในการประกอบอาชีพ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ เป็นไปตามนโยบายศูนย์บัญชาการน้ำเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำแห่งชาติ สิ่งหนึ่งที่เป็นสาระสำคัญเช่นกันคือ ให้มีการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้มีแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น การทำแก้มลิง เพื่อให้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคในชุมชน

นายเฉลิมชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้งนอกจากการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันแล้วจำต้องวางแผนระบบน้ำให้มีความยั่งยืนในอนาคตด้วย ย้ำไม่ทิ้งประชาชน ดูแลแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเต็มที่ ซึ่งตนเองจำทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะตนเองก็เป็นลูกเกษตรกร เข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร และตนเองจะเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง และสุดความสามารถ

ธรรมนัส ลุยแก้ราคายางชงตั้งตลาดรับซื้อน้ำยางสด โรงงานแปรรูป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410987?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธรรมนัส ลุยแก้ราคายางชงตั้งตลาดรับซื้อน้ำยางสด โรงงานแปรรูป

17 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ยางพารา,ธรรมนัส,กระทรวงเกษตร,สปก,สวนยาง,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 318 ครั้ง

ธรรมนัส ชง ตั้งตลาดรับซื้อน้ำยางสด โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ใช้กลไกประชารัฐส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ นำร่องพะเยา บุรีรัมย์ ยกระดับราคา

17 มกราคม 2563 “ธรรมนัส” เตรียมเสนอตั้งตลาดรับซื้อน้ำยางสดและโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ใช้กลไกประชารัฐส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ นำร่องที่จ. พะเยาและบุรีรัมย์เพื่อยกระดับราคายางพารา 

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รับนโยบายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มอบหมายกระทรวงเกษตรฯ หาแนวทางเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศและประสานกระทรวงต่าง ๆ ดำเนินโครงการใช้ยางพาราในหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

เบื้องต้นได้ให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดทำตลาดรับซื้อน้ำยางสดที่จังหวัดพะเยาเป็นที่แรกเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตยางพาราของเกษตรกร จากเดิมชาวสวนยางพาราในภาคเหนือจำหน่ายในรูปแบบยางก้อนถ้วยซึ่งมีราคาถูก อีกทั้งสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ มีกลิ่นเหม็นและมีมลพิษต่อแหล่งน้ำ ดังนั้นหากมีตลาดรับซื้อน้ำยางสดในภาคเหนือจะช่วยให้เกษตรกรขายยางพาราได้ในราคาที่สูงขึ้น เรียกว่า “พะเยาโมเดล” จากนั้นจะขยายโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้ในภาคเหนือมีเกษตรกรผู้ปลูกยาง 29,929 ราย ใน 15 จังหวัดได้แก่ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ และเชียงราย รวม  895,396 ไร่ ซึ่งการใช้กลไกประชารัฐมาแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบที่วางไว้ได้แก่ การถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตยางพารา กระตุ้นให้มีการประดิษฐ์คิดค้น/ปรับปรุง พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

รวมถึงส่งเสริมอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ยางพาราท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักแก่ภาคอื่น ๆ และพัฒนาช่องทางการตลาด รวมถึงธุรกิจต่อเนื่องเพื่อพัฒนายางพาราทั้งระบบในอนาคต ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสร้างตลาดรับซื้อน้ำยางสดและโรงงานแปรรูปยางพาราที่จังหวัดบุรีรัมย์นำร่อง

“ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้มอบหมายเลขาธิการส.ป.ก. แก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำในพื้นที่ส.ป.ก. ทั่วประเทศด้วย ซึ่งการดำเนินหลาย ๆ มาตรการไปพร้อมกันตามกลไกประชารัฐจะสามารถแก้ปัญหายางพาราตกต่ำทั้งระบบได้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้นและประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ไกรคุปต์ยังซุกอีก 600 ไร่ ผืนนี้ของพ่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410732?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ไกรคุปต์ยังซุกอีก 600 ไร่ ผืนนี้ของพ่อ

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
สปก,ธรรมนัส,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,ปารีณา ไกรคุปต์,ราชบุรี,ยึดที่,จัดสรร,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 1,063 ครั้ง

เลขาฯส.ป.ก.เร่งจัดแปลงที่ดินเขาสนฟาร์ม 682ไร่ ให้สิทธิเกษตรกรทำกินแบบแปลงรวม ส่วนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นหน้าที่ ส.ส.ปารีณา ออกค่าใช้จ่าย

16 มกราคม 2563 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่าทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องของ ส.ป.ก.เร่งประชุมตรวจสอบทั้งข้อกฎหมายในการนำที่ดิน 682 ไร่ เลขที่ 109 หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หรือ เขาสนฟาร์ม ที่ยึดคืนจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มาเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์  

ควบคู่กับหารูปแบบที่เหมาะสมในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่ย้ำว่า ในการอนุญาตให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก.ต้องจัดทำระบบสาธารณูปโภคและส่งเสริมอาชีพให้ด้วย ไม่เช่นนั้นผู้ได้รับสิทธิ์อาจไม่สามารถอยู่อาศัยและใช้ที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

สำหรับที่ดิน 682 ไร่นี้ น.ส.ปารีณา ได้ส่งมอบทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ ส.ป.ก.แล้ว ซึ่ง ส.ป.ก.จะพัฒนาพื้นที่โดยนำนโยบายการส่งเสริมการทำเกษตรแบบรวมกลุ่ม การตลาดนำการเกษตรมาเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร เตรียมนำแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) มาสำรวจว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเหมาะสำหรับทำการเกษตรประเภทใด เบื้องต้นพบว่า มีสภาพแห้งแล้ง เหมาะสมที่จะปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปลูกพืชอาหารสัตว์ และทำปศุสัตว์

“จึงกำลังประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แปลงนี้เช่น แปลงปลูกพืช แปลงเลี้ยงสัตว์ แปลงที่อยู่อาศัย และแปลงสำนักงาน ทั้งนี้ การจัดที่ดินจะใช้รูปแบบ “แปลงรวม” มาทำเป็นต้นแบบ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ได้ จะคงไว้สำหรับทำเป็นสำนักงานสหกรณ์การเกษตร  และในส่วนโรงเลี้ยงไก่ หากจะส่งเสริมเกษตรกรทำปศุสัตว์จะเก็บไว้ ส่วนที่ไม่ต้องการ เป็นความรับผิดชอบของ น.ส.ปารีณา ในการรื้อถอนออก เมื่อจัดรูปแปลงและมีแผนการส่งเสริมอาชีพเรียบร้อยแล้ว จึงจะพิจารณาเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ส.ป.ก.ให้เข้าทำกินร่วมกัน”นายวิณะโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดขณะนี้คือ การปรับปรุงสภาพพื้นที่ ส.ป.ก.ที่จัดสรรสิทธิ์ไปแล้ว และที่ยึดคืนมาตามคำสั่งหัวหน้า คสช.กรณีถือครองเกิน 500 ไร่ ซึ่งจะเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและส่งเสริมอาชีพเพื่อให้อยู่อาศัยและทำกินได้อย่างมั่นคง โดยจะเป็นการลดปัญหาการขายเปลี่ยนมือให้นายทุนไปประกอบกิจการอื่นที่มิใช่การเกษตร หรือการครอบครองเกินกว่าที่กฎหมาย ส.ป.ก.กำหนดไว้

ขณะเดียวกันได้ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ตรวจสอบที่ดินในเขต อ.สวนผึ้ง ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่า นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ครอบครองรวมเนื้อที่กว่า 600 ไร่ ว่าอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ หากใช่ รมช.ธรรมนัส สั่งให้ตรวจสอบการครอบครอง ถ้าพบการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะยึดคืนเช่นเดียวกัน

หยุดล่า…ฝูงกระทิงเขาแผงม้าล้นเล็งต้อนกลับเขาใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410743?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

หยุดล่า…ฝูงกระทิงเขาแผงม้าล้นเล็งต้อนกลับเขาใหญ่

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
กระทิง​,เขาแผงม้า,กรมอุทยานแห่งชาติ,ข่าววันนี้,จัดโซน,ท่องเที่ยว
เปิดอ่าน 404 ครั้ง

กรมอุทยานฯ เข้มจัดระเบียบเขาแผงม้า​ จัดโซนนักท่องเที่ยว​ MOU หลวงพ่อ​กัณหา ผู้อุปถัมภ์​ ห้ามเข้าเขตหวงห้าม​ ฝ่าฝืนแจ้งความ เตรียมต้อนกลับเขาใหญ่ฝูงล้น

16 มกราคม 2563 “กรมอุทยาน​ฯ” เข้มจัดระเบียบเขาแผงม้า​ จัดโซนนักท่องเที่ยว​ ทำข้อตกลงกับ​ “หลวงพ่อ​กัณหา” ผู้อุปถัมภ์​ ห้ามเข้าเขตหวงห้าม​ดูกระทิง​หาก​ ลั่นหากฝ่าฝืนแจ้งความดำเนินคดีทันที​ รับประชากรกระทิงส่อล้นเกิน​ เตรียมแผนต้อนกลับป่าเขาใหญ่ 

นายสิทธิชัย​ เสรีส่งแสง​ ผู้อำนวยการสำนักบริหาร​พื้นที่​อนุรักษ์​ที่​ 7​ (นครราชสีมา)​ กล่าวว่า หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา​ เข้าไปในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้า​ บริเวณทุ่งหญ้าที่มีกระทิงออกมาหากิน​ เมื่อเย็นวันที่ 12 ธ.ค.62​ โดยทางวัดยอมรับว่า​เป็นผู้ขับรถเข้าไปในเขตห้ามล่าฯ​ จริง​ซึ่งเข้าไปโดยไม่ได้ประสานกับอุทยาน​ฯ​ ในวันเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีคนถ่ายภาพไว้จนเป็นข่าว​เข้าใจผิดว่าเป็นทัวร์​ VIP พร้อมยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นความหละหลวมของเจ้าหน้าที่​ ซึ่งมีจำนวนน้อย​ ไม่ได้กวดขันให้ถูกต้องตามระเบียบ

ภายหลังจากที่เกิดเหตุจึงมีการทำข้อตกลงกับทางวัดให้เข้าใจถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น​ และต่อจากนี้การเข้าพื้นที่ ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ​ โดยหากมีการเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก​ ทางกรมอุทยานฯ​ จำเป็นต้องดำเนินคดีกับทางวัด​ ซึ่งปัจจุบันแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น

ทั้งนี้​ นายสิทธิชัย​ ระบุว่า​ หลวงพ่อกัณหา​เป็นผู้อุปถัมภ์และให้การสนับสนุนเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้ามาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี​ ทั้งการก่อสร้างโรงครัว สร้างบ้านพัก​ ห้องน้ำสุขา​ ที่อยู่ที่อาศัย​ ประปา​ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์​ พร้อมทั้งปรับปรุงถนนขึ้นลงเขาแผงม้าเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง และยังนำรถไถมาช่วยตัดต้นหญ้าสาบเสือ​ ต้นหญ้าหนามคนธา​ เพื่อให้หญ้าขึ้นมาเป็นอาหารของกระทิง​ กวาง​ เก้งในสถานที่แห่งนี้

สำหรับ จำนวนนักท่องเที่ยวที่คืนมาเขาแผงม้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีโดยปี 2552 ที่ผ่านมามีจำนวน 20,000 คน​ สามารถจัดเก็บรายได้ถึง 200,000 บาท ซึ่งจำเป็นต้องจัดโซนให้นักท่องเที่ยว​ ห้ามออกนอกพื้นที่จุดชมวิว​ หากล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามก็จะมีการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย​

ส่วนจำนวนประชากรกระทิง​ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิม 200 ตัวปัจจุบันเป็น 300 ตัว​ เพราะไม่มีสัตว์ผู้ล่า​ ขณะที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า​มีพื้นที่เพียง 5,000 ไร่​ หากประชากรกระทิงล้นเกินในอนาคต​ กรมอุทยานแห่งชาติ​ ได้ทำงานวิจัย​ แนวทางการต้อนฝูงกระทิงกลับไปยังผืนป่าเขาใหญ่​ ซึ่งอยู่ติดต่อกัน​ หรือต้อนไปไกลอีกถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาภูหลวง​

ภัยแล้งแผลงฤทธิ์…ภาคเกษตรพังยับกว่าพันล้านบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410741?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ภัยแล้งแผลงฤทธิ์…ภาคเกษตรพังยับกว่าพันล้านบาท

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ภัยแล้ง,เกษตร,กระทบ,เสียหาย,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 310 ครั้ง

ภัยแล้งวิกฤติรุนแรง กระทบเกษตรเสียหายแล้วกว่า 1 พันล้านบาท น้ำในเขื่อนใหญ่ 35 แห่ง ใช้การได้42% หรือ1.97หมื่นล้านลบ.ม.ระบายใช้วันละเกือบ 90 ล้านลบ.ม.

16 มกราคม 2563 ภัยแล้งวิกฤติรุนแรง กระทบเกษตรเสียหายแล้วกว่า 1 พันล้านบาท น้ำในเขื่อนใหญ่ 35 แห่ง มีน้ำใช้การได้ 42% หรือ 1.97 หมื่นล้านลบ.ม.ระบายใช้วันละเกือบ 90 ล้านลบ.ม  ส่วนน้ำไหลเข้า 21 ล้านลบ.ม.  

ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (447 แห่ง) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 45,897 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 22,080 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2562 (56,400 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 74) น้อยกว่าปี 2562 จ้านวน 10,503 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จ้านวน 24.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จ้านวน 90.03 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 30,170 ล้าน ลบ.ม.

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (35 แห่ง) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 43,211 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 19,777 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2561 (53,061 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75) น้อยกว่าปี 2562 จ้านวน 9,850 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 21.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 80.91 ล้าน ลบ.ม. สามารถ รับน้ำได้อีก 27,715 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 15 อ่างฯ ได้แก่ อ่างฯภูมิพล (17%) อ่างฯสิริกิติ์(28%) อ่างฯแม่กวงอุดมธารา (25%) อ่างฯแม่มอก (18%) อ่างฯจุฬาภรณ์ (6%) อ่างฯอุบลรัตน์ (-6%) อ่างฯล้าพระเพลิง (13%) อ่างฯมูลบน (30%) อ่างฯล้าแซะ (27%) อ่างฯลำนางรอง (16%) อ่างฯป่าสักชลสิทธ์ิ (22%) อ่างฯทับเสลา (13%) อ่างฯ กระเสียว (8%) อ่างฯคลองสียัด (18%) และอ่างฯหนองปลาไหล (22%)
ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำอยู่ในเกณฑ์ มากกว่าร้อยละ 80 ข้ึนไป ของความจุอ่างฯ จำนวน 2 อ่าง ได้แก่ อ่างฯสิรินธร (85%)

จังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 19 จังหวัด จ้านวน 96 อำเภอ 531 ต้าบล 4,559 หมู่บ้าน 20 ชุมชน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย(14) น่าน(2) เพชรบูรณ์(6) อุทัยธานี(8) อุตรดิตถ์(3) พะเยา(5) จังหวัดสุโขทัย(4) นครพนม(1) มหาสารคาม(7) บึงกาฬ(4) หนองคาย(8) บุรีรัมย์(6) กาฬสินธ์ุ(1) นครราชสีมา(5) กาญจนบุรี(6) ฉะเชิงเทรา(2) ชัยนาท(4) นครสวรรค์(6) และจังหวัดสุพรรณบุรี(4) และอยู่ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามในประกาศเขตฯ 2 จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น(18) และ จังหวัดสกลนคร(8)

สำหรับผลกระทบด้านการเกษตร จากภาวะภัยแล้ง ช่วงภัยเดือน ก.ย. 62 – ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 63) ผลกระทบด้านการเกษตรในเบื้องต้น ด้านพืช ประสบภัย 21 จังหวัด เกษตรกร 252,377 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 2,267,702 ไร่ สำรวจพบความเสียหายแล้ว19 จังหวัด เกษตรกร 100,041 ราย พื้นที่เสียหาย 990,792 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 878,751 ไร่ พืชไร่ 111,546 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 495 ไร่ คิดเป็น วงเงิน 1,106.94 ล้านบาท จ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว เกษตรกร 556 ราย พื้นที่ 4,072 ไร่ เป็นเงิน 4.54 ล้านบาทด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ยังไม่มีรายงานได้รับผกระทบ

ไม่อยู่บนหิ้งอีกต่อไป…ดึง 13 ผลงานวิจัยลงทุนต่อยอดธุรกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410744?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
งานวิจัย,เกษตร,อลงกรณ์ พลบุตร
เปิดอ่าน 257 ครั้ง

เกษตรฯ ดึงผลงานวิจัย จับ 13 บริษัทลงทุนธุรกิจ พร้อมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีและผลงานวิจัยเด่นด้านนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ New S-Curve  มุ่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน

16 มกราคม 2563 เกษตรฯ ดึงผลงานวิจัยลงทุนธุรกิจ พร้อมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีและผลงานวิจัยเด่นด้านนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ New S-Curve  มุ่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหาร สร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในการบริหารการวิจัยการเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน และมีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาการวิจัยการเกษตร บุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร และข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยการเกษตร

ซึ่งการส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงนโยบาย สาธารณะและเชิงพาณิชย์ น่าจะเป็นอีกงานหนึ่งที่สำคัญของสวก. โดยในวันที่ 24 มกราคม ที่จะถึงนี้ สวก.ได้เตรียมจัดลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัย ระหว่าง สวก. และผู้ประกอบการ จำนวน 13 บริษัท โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเรื่องอาหารและอาหารเสริม 10 โครงการ ผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ 2 โครงการและผลิตภัณฑ์ด้านเครื่องสำอาง 1 โครงการ ในงานสัมมนาเปิดตัวเทคโนโลยีและนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยกลุ่มเรื่องอาหาร “Taste of Innovation : นวัตกรรมอาหาร เพื่อการพัฒนา สู่อนาคต”

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (new s-curve) คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเป็นจุดเริ่มในการผลักดันให้เกิดการลงทุนทางธุรกิจของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมอาหารก่อให้เกิดมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (new s-curve) คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเป็นจุดเริ่มในการผลักดันให้เกิดการลงทุนทางธุรกิจของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมอาหารก่อให้เกิดมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในงานดังกล่าวจะนำเสนอเผยแพร่เทคโนโลยีจากผลงานวิจัยกลุ่มเรื่อง “อาหาร” จำนวน 44 โครงการ ประกอบด้วยภาคนำเสนอผลงานพร้อมใช้ (pitching) 14 โครงการ โดยมีผลงานไฮไลท์ เช่น 1) ผลิตภัณฑ์อาหารเหลวทางการแพทย์ 2) ผลิตภัณฑ์โปรตีนคล้ายเนื้อ 3) ผลิตภัณฑ์อาหารเจลถั่วชีวภาพ 4) ผลิตภัณฑ์ผักอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกส์ และ 5) ผลิตภัณฑ์ชาลำไยสด ภาคนิทรรศการ 25 โครงการ ซึ่งพร้อมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี สู่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนนำไปขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะ และเชิงพาณิชย์

อีกทั้ง มีบูธของภาคเอกชนที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก สวก. มานำเสนอผลิตภัณฑ์ 5 โครงการ ทั้งนี้ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ไม่น้อยกว่า 200 ท่าน เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาต่อยอดและเชื่อมเครือข่ายกับภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมต่อประเทศ

สุดเข้มข้น 4 ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้เทรนอนุรักษ์มาเต็ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410653?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

สุดเข้มข้น 4 ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้เทรนอนุรักษ์มาเต็ม

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ผลไม้,มาตรฐานผลไม้,กรมส่งเสริมการเกษตร,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 163 ครั้ง

เกษตรฯถกร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

16 มกราคม 2563 นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย   

การประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2558 – 2562 ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งร่วมพิจารณาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ฉบับที่ 3 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ  สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 –  2569 โดยสังเขป มี 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

• ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล

• ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิต การตลาดไม้ผล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

• ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรไม้ผล

• ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร ร่วมกับ Fruit Board

สำหรับข้อมูลและผลจากการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบจะต้องมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการดำเนินงานในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 และนำเสนอแผนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

‘ปารีณา’ระทึก!‘วราวุธ’เผยกฤษฎีกาจ่อแจ้งผลตีความปมที่ดิน ย้ำไม่มียกเว้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466672

news_default

‘ปารีณา’ระทึก!‘วราวุธ’เผยกฤษฎีกาจ่อแจ้งผลตีความปมที่ดิน ย้ำไม่มียกเว้น

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.54 น.

‘ปารีณา’ระทึก!‘วราวุธ’เผยกฤษฎีกาจ่อแจ้งผลตีความปมที่ดิน ย้ำไม่มียกเว้น

16 มกราคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าปัญหาการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ล่าสุดอธิบดีกรมป่าไม้รายงานว่าทางคณะกรรมการกฤษฎีกา เชิญกรมป่าไม้ไปให้ข้อมูลเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ดังนั้นภายในเร็วๆนี้ คงจะได้ข้อสรุปจากทางคณะกรรมการกฤษฎีกากลับมา และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างแน่นอน ไม่มีการชะลอ ไม่มีการยกเว้นใดๆทั้งสิ้น ขอให้ประชาชนไว้ใจและอุ่นใจได้ว่าเราทำตามกฎหมายไม่มียกเว้น กฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีใช้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ

เมื่อถามว่าได้สอบถามถึงกรอบเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า  ได้บอกไปว่าขอให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และสังคมจับตาดูอยู่ แต่ถ้าจะเร่งไปมาก ก็อาจจะโดนฟ้องร้องกลับมาอีกว่าเราเลือกปฏิบัติ เร่งรัดแต่กรณีนี้ ดังนั้นจึงขอให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของกรมป่าไม้ ทำเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกๆกรณี

‘สหกรณ์ชาติตระการฯ’ลุยขยายธุรกิจ ยกระดับเป็นศูนย์รวบรวมผลิตผลเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466437

news_default

‘สหกรณ์ชาติตระการฯ’ลุยขยายธุรกิจ ยกระดับเป็นศูนย์รวบรวมผลิตผลเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายสมศักดิ์  แสนศิริ  สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรชาติตระการ จำกัด จ.พิษณุโลก  พร้อมให้คำแนะนำแนวทางบริหารงานสหกรณ์ด้านการดำเนินธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสหกรณ์และมวลสมาชิกสูงสุด โดยมีนายสุเทพ ช่วยอุระชน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 5  นายรู้  จันทะคุณ  ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ ร่วมต้อนรับ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า  สหกรณ์การเกษตรชาติตระการฯ เป็นหนึ่งในสหกรณ์ 823 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ 1 สหกรณ์ 1 อำเภอ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้เป็นสหกรณ์หลักระดับอำเภอ ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตเกษตร การส่งเสริมพัฒนาอาชีพของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่  เพื่อให้มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคง มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรชาติตระการฯมีสมาชิก 4,888  คน  มีทุนดำเนินงาน 326,937,795.08 บาท สหกรณ์ใช้เงินทุนภายในของตนเองมาบริหารจัดการธุรกิจในองค์กร ซึ่งได้จากการรับฝากเงินและการถือหุ้นของสมาชิก สหกรณ์ฯเปิดให้บริการแก่สมาชิกด้านธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรับฝากเงิน  ซึ่งหลังจากสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 1 สหกรณ์ 1 อำเภอ คณะกรรมการดำเนินงานของสหกรณ์ ได้พิจารณาทบทวนปรับปรุงแผนธุรกิจใหม่เพิ่มเติม โดยเริ่มดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลิตผลเกษตร ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณจากโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร (แก้มลิง) ปีงบประมาณ 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน  ก่อสร้างฉาง ขนาด 2,000 ตัน ลานตากขนาด 3,200 ตารางเมตร และเครื่องชั่งขนาด 60 ตัน พร้อมห้องควบคุมขนาด 10×12 เมตร และสหกรณ์ได้จัดซื้ออุปกรณ์การตลาดบางส่วนเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพความพร้อมให้เป็นจุดบริการรวบรวมรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร จากเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป

ด้านนายรู้กล่าวว่า  สหกรณ์เปิดจุดบริการรวบรวมรับซื้อผลผลิตเกษตรกรตามฤดูกาลจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 6,000 ตัน และมันสำปะหลัง 12,000 ตัน โดยมีปริมาณการรวบรวมผลผลิตจำแนกเป็น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แบบฝัก  473,760  กิโลกรัม มูลค่า 2,114,3345 บาท  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แบบเมล็ด 290,900  กิโลกรัม มูลค่า 1,857,069 บาท และมันสำปะหลัง 802,730  กิโลกรัม มูลค่า 1,760,579  บาท  โดยสหกรณ์รับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดตันละ 100-200 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนนำผลผลิตที่รับซื้อไว้ขายต่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน เนื่องจากที่ผ่านมา เกษตรกรในพื้นที่ได้เผชิญปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่เติมที่มีผลผลิตลดลง

สศก.หนุน‘แพะเนื้อ’สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยสร้างกำไรงาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466436

news_default

สศก.หนุน‘แพะเนื้อ’สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยสร้างกำไรงาม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)เปิดเผยถึงสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในจ.ขอนแก่นคือ เลี้ยงแพะเนื้อ (ขุน)โดยเกษตรกรในจังหวัดนิยมเลี้ยงสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์บอร์ (Boer) และแองโกลนูเบียล (Anglo-Nubian) ซึ่งเป็นพันธุ์เนื้อ เป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย บริโภคภายในภูมิภาคเพียงร้อยละ 10

จากการสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) พบว่า เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อในหลายอำเภอ เช่น อ.สีชมพู เมือง แวงใหญ่ และอุบลรัตน์ สำหรับอ.สีชมพู เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ ในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงแพะบ้านผาเที่ยงมีสมาชิก 45 ราย เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้เลี้ยงแพะแบบเชิงเดี่ยว ซึ่งปัจจุบันมีแพะ 3,014 ตัว แยกเป็นเพศผู้ 950 ตัว เพศเมีย 2,064 ตัว ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์บอร์ (Boer) และแองโกลนูเบียล (Anglo-Nubian) มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,154.87 บาท/ตัว แยกเป็นค่าพันธุ์สัตว์ 353.63 บาท ค่าแรงงาน 599.93 บาท ค่าอาหาร 528.07 บาท และส่วนที่เหลือ 1,673.24 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่ายาป้องกันโรค ค่าเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและค่าเสื่อมโรงเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ โดยแม่แพะ 1 ตัว ให้ผลผลิตลูกแพะเฉลี่ย 2 ตัว/ท้อง (ลูกแฝด) สำหรับราคาขาย เกษตรกรสามารถจำหน่ายแพะเนื้อ (อายุเฉลี่ย 6 เดือน น้ำหนักประมาณ 30 กก./ตัว) ในราคาเฉลี่ย 3,900 บาท/ตัว  (130 บาท/นน.ตัว 1 กก.) ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 742.13 บาท/ตัว

ด้านนายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จ.ขอนแก่น (สศท.4) กล่าวเสริมว่า การเลี้ยงแพะเนื้อจะใช้พื้นที่ไม่มาก กินอาหารได้หลากหลาย เช่น อาหารหยาบ ได้แก่ ฟางข้าว หญ้าสด ใบกระถินและต้นถั่วฮามาต้า ส่วนอาหารข้นได้แก่ อาหารสำเร็จรูป กากและเปลือกมันสำปะหลังหมักยีสต์ โดยแพะเนื้อต้องการอาหารวันละ 1-2 กก./วัน เท่านั้น และยังทนทานต่อสภาพแวดล้อม สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะนั้นได้เป็นอย่างดี ทำให้แพะเนื้อเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้เร็ว นอกจากนี้ จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์บริการฉีดวัคซีนป้องกันปากเท้าเปื่อยทุก 6 เดือนเป็นประจำ ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจข้อมูลการผลิตและตลาดแพะเนื้อในจ.ขอนแก่น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.4 โทร. 0-4326-1513 หรืออีเมล zone4@oae.go.th หรือขอคำปรึกษานางพัชราภรณ์ โพธิ์ศรี ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงแพะบ้านผาน้ำเที่ยง ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่นโทร. 06-1591-1953