‘มนัญญา’ลุยยกสอง! ยื่นหนังสือถึง’เฉลิมชัย’ให้เซ็นยกเลิก 3 สารพิษ มีผล1ธันวาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446810

news_default

‘มนัญญา’ลุยยกสอง! ยื่นหนังสือถึง’เฉลิมชัย’ให้เซ็นยกเลิก 3 สารพิษ มีผล1ธันวาฯ

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 20.58 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 มีรายงานว่า นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำบันทึกข้อความ ที่ กษ.0100/5227 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เรื่อง แจ้งผลการลงมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต  ถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ตามที่หนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่านายกรัฐมนตรีบัญชาให้พิจารณาดำเนินการหารือกับ 4 ภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหา วิธีการ ผลกระทบ เพื่อจะได้เข้าใจกัน โดยหาวิธีซึ่งไม่ใช่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ผู้นำเข้าสาร 3 ประเภท และคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯเป็นหน่วยงานหลักในการนำบัญชานายกรัฐมนตรีไปดำเนินการนั้น กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการประชุมแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 มติของคณะทำงานที่เข้าประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ปรับพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และโปรดพิจารณาส่งมติข้างต้น ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยด่วนต่อไป

งานนี้ส่อเดือด! ‘มนัญญา’ยอมรับ27ตุลาฯนี้ ยังไม่ชัวร์100%’แบน’สารพิษหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446769

news_default

งานนี้ส่อเดือด! ‘มนัญญา’ยอมรับ27ตุลาฯนี้ ยังไม่ชัวร์100%’แบน’สารพิษหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.10 น.

‘มนัญญา’ มาแล้ว! สัมมนาภท.สัญจรพัทลุง รับซมปม3สารพิษมีส่วนทำเข้ารพ. เชื่อ‘รมว.เกษตรฯ‘ เซ็นลงนาม 4 ฝ่าย  แต่ไม่ชัวร์แบนหรือไม่ ขอทุกฝ่ายเปิดหน้าคุย อย่าใช้อารมณ์ ยันต้องลงมติเปิดเผย

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมศิวา รอยัล จังหวัดพัทลุง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฎตัวครั้งแรก หลังออกจากโรงพยาบาล และเดินทางเข้าร่วมงานสัมมนาสัญจรของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย โดยให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการป่วยก่อนหน้านี้ว่า ขณะนี้หายดีแล้ว มีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมทำงาน อาการป่วยที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะช่วงที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีโดนแดดและโดนฝนลุยงานต่างๆมาโดยตลอดจนสะสมและวันที่เข้าโรงพยาบาลตรงกับวันที่แพทย์นัดตรวจพอดี จึงถูกแพทย์ล็อกตัวไว้ให้พักอยู่ที่โรงพยาบาล ยอมรับว่า เรื่องการแบน3สารพิษมีส่วนที่ทำให้เกิดอาการเครียด แต่ก็ไม่ทั้งหมด

“ตำแหน่งรัฐมนตรีต้องฟังเสียงประชาชนทุกฝ่ายเพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้ทุกคนเกิดความกดดัน ไม่อยากให้เป็นการต่อสู้ที่มีคำว่าแพ้หรือชนะ แต่อยากให้ทุกคนมานั่งโต๊ะคุยกันบนเวที โดยจะไม่รับเป็นเอกสาร แต่จะลงมติอย่างเปิดเผย” น.ส.มณัญญา กล่าว

รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังกล่าวถึงขั้นตอนหลังที่ประชุม 4 ฝ่าย ได้แกา รัฐบาล ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยกระดับ 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส จากประเภทที่ 3 มาเป็นประเภทที่ 4 คือ ห้ามผลิตนำเข้า ส่งออก หรือ มีไว้ครอบครองว่า มติดังกล่าวจะต้องส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เซ็นอนุมัติ ซึ่งเอกสารเพิ่งส่งไปวันนี้ แต่ตอนนี้รมว.เกษตรฯไม่อยู่ ซึ่งหากกลับมา มั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติ เพราะต้นเรื่องต้องเริ่มจากกระทรวงเกษตรฯก่อน จากนั้นก็เป็นไปตามลำดับ เข้าใจว่าหากทุกอย่างผ่านกระบวนการ  เชื่อว่า วันที่ 1 ธ.ค.นี้ จะต้องไม่มีการใช้ 3 สารกังกล่าว เพราะถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า มีสิทธิ์ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะไม่ยืนยันตามมติของที่ประชุม 4 ฝ่ายหรือไม่นั้น น.ส.มนัญญา กล่าวว่า คาดว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ซึ่งถ้าจะปฏิเสธ หรือไม่เอาคงไม่ได้ เพราะต้องรับไว้พิจารณา อย่างไรก็ตามตนก็ไม่มั่นใจ เพราะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่สิ่งที่เราส่งไปให้ตามที่ประชาชนเรียกร้อง เชื่อว่าสมบูรณ์แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจหรือไม่ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีมติแบน 3 สารพิษดังกล่าว น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแบน 3 สารพิษ โดยผู้ที่มีสต็อกสารไว้ครอบครอง ก็ขอให้มาพูดคุยกัน แต่ขอให้มาด้วยความจริงใจ ประนีประนอม อย่าใช้อารมณ์ ใครที่ไม่เห็นด้วยก็คงมีการเปิดเผยเหตุผลว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร ส่วนการที่ตนโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวว่า “สุภาพสตรีอย่างดิฉันนี้ ไม่มีถอยอยู่แล้ว“ เกิดจากการถูกข่มขู่หรือไม่นั้น เป็นเพราะตนอาจจะหายหน้าไป แต่เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้หลบหน้าไปไหนเท่านั้น

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446686

news_default

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.01 น.

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

11 ตุลาคม 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทางคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้แจ้งว่าจะมีประชุมในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เชื่อว่า กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเรื่องเข้ามาพิจารณาทัน โดยการประชุมวันดังกล่าว ตนยังไม่ได้เป็นประธาน แต่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานประชุม ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับเดิม พ.ศ.2535 ส่วนหลังจากวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ซึ่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ยืนยันว่าพร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ตามที่ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่ระบุไว้

ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)​ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวว่า​ ความคืบหน้าการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย ​เบื้องต้นคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้นัดประชุมวันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ.2535 จะพิจารณาตามที่หน่วยงานต่างๆยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว เช่น กรอ. , กรมปศุสัตว์ , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอพิจารณากฎหมายลูกที่จะรองรับ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องการยกเลิก 3 สาร จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นเรื่องเข้ามา หากยื่นก่อนวันที่ 22 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการฯ พร้อมจะบรรจุในวาระการพิจารณาทันที

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติเปิดเผยต่อสาธารณะชน ช่วงโหวตยกมือให้แบน 3 สารเคมีนั้น โดยปกติที่ประชุมจะเปิดเผยมติจำนวนเสียงของคณะกรรมการที่โหวตอยู่แล้วว่ามีมติเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงมีจำนวนเท่าไร แต่ถ้าจะให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการแต่ละรายว่าใครออกเสียงอย่างไรนั้น ต้องมีการหารือในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่า ยินยอมให้เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องสิทธิเฉพาะบุคคล หากคณะกรรมการยินดี ก็พร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อได้

“ผมไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถ้าภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ทางกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่เสนอเรื่องมา ก็จะไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ แต่ทางคณะกรรมการสามารถเรียกประชุมใหม่ภายในเดือนตุลาคมได้เช่นกัน โดยให้คณะกรรมการทั้ง 29 ราย มีความพร้อมร่วมกัน แต่ถ้าส่งมาหลังวันที่ 27 ตุลาคม 2562 พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ จะเปลี่ยนประธานเป็นรมว.อุตสาหกรรม มีคณะกรรมการ 27 ราย” นายประกอบ กล่าว

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446744

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.59 น.

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

11 ตุลาคม 2562 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงาน “รวมพลังชาวสวนภาคตะวันออกเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAP” ณ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี พร้อมย้ำมาตรฐาน GAP และ GMP จะส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ส่งออกไปขายต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศจีน

ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตไม้ผลส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วงและกล้วยไข่ โดยมีจีนเป็นคู่ค้าหลัก แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 จีนได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบสินค้านำเข้า เป็นทบวงการศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ GACC ทำให้มีความเข้มงวดเรื่องการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยมากขึ้น โดยมีข้อตกลงให้ทั้งสองฝ่ายแจ้งข้อมูลสวนและโรงคัดบรรจุผลไม้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออกตื่นตัวกับการยื่นคำร้องขอรับรองแหล่งผลิต GAP และผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องการขอมาตรฐาน GMP

นายนราพัฒน์ ระบุว่า ที่สำคัญกว่าการยื่นคำร้องเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GAP ของเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกร คือความเข้าใจถึงการมีมาตรฐาน GAP ที่ประเทศคู่ค้าหลายประเทศให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย และประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตร เกษตรกรไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงถึงกฏระเบียบด้านการนำเข้าของต่างประเทศ

“นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร และรับรองมาตรฐานการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP โดยกำหนดรูปแบบการดำเนินงานแบบ Fast track เพราะเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับมาตรฐานอย่างครบถ้วน” นายนราพัฒน์ กล่าว

นายนราพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พี่น้องเกษตรกรต้องมองการตลาดนำการเกษตร ปลูกอะไรต้องเป็นตามความต้องการของตลาด โดยกระทรวงเกษตรฯกำลังเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาฐานข้อมูลให้ทันสมัย เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ สังเคราะห์ พยากรณ์การพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคตและปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิต ได้แก่ แหล่งน้ำ ที่ดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดิน องค์ความรู้ด้านการแปรรูป การตลาด ระบบขนส่งสินค้า เป็นต้น

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446735

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.23 น.

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

11 ตุลาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรกว่า 200 ราย และจัดการที่ดินชุมชนตามนโยบายรัฐบาล(คทช.)

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ตนพร้อมผลักดันนโยบายแผนที่หนึ่งเดียวหรือวันแมป (One map) นำมาแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้ อุทยาน และหน่วยงานอื่นอ้างสิทธิในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเดินตามแผนที่วันแมปของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรมว.เกษตรฯและองคมนตรี ที่ดำเนินการทำไว้เสร็จสมบูรณ์ จะเร่งนำเสนอเข้าครม.อนุมัติแล้วสามารถนำมาใช้ได้ทันที

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางแก้ปัญหารื้อรังในพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน กับพื้นที่ ส.ป.ก.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ส่งผลให้นายทุน นักการเมือง บุกรุกสร้างรีสอร์ท และมีข่าวว่าหลายรายเตรียมเข้าเจรจากับผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้สั่งระงับ ส.ป.ก.โคราช ฟ้องขับไล่ยึดคืนพื้นที่ ทาง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มาคุยกับตน ไม่ได้แน่นอน ใครทำผิดวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินของส.ป.ก. ทั้งนายทุน ผู้มีอิทธิพล ยึดคืนทันที เมื่อแผนที่วันแมปผ่าน ครม.จะทำให้แก้ปัญหาที่ยืดเยื้อทุกพื้นที่ได้ รวมทั้งที่พิพาทชาวบ้านอยู่ก่อนป่า หรือป่าประกาศเขตก่อน ที่โดนขับไล่หลายพื้นที่จะได้จบปัญหาทั้งหมด

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก.วังน้ำเขียว ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี2521 แต่ถูกแนวเขตประกาศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ทับซ้อนหลายหมื่นไร่ ในปี 2524 โดยชาวบ้าน อ.วังน้ำเขียว ที่แยกตัวออกจาก อ.ทับลาน และหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ฟ้องร้องผู้ตรวจการแผ่นดินจนมีมติให้กรมอุทยานแห่งชาติฯต้องกันคืนพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน ที่จะครบกำหนดเดือนตุลาคมนี้ ให้กับ ส.ป.ก.ตามแนวเขตอุทยานปี2543 ที่มีมติ ครม.รองรับไว้ชัดเจน หากกรมอุทยานฯไม่ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และยื่นฟ้องทางอาญาต่อ ป.ป.ช.ด้วย

สำหรับพื้นที่ทับซ้อนมีรีสอร์ทกว่า 140 แห่ง จะอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั้งหมด หากกรมอุทยานฯ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.จะเร่งดำเนินเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ยึดคืนพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองของนายทุน นำมาจัดสรรให้เกษตรกร ผู้ยากไร้ ถ้าจะให้เช่าต้องเช่าตามระเบียบที่กำหนดไว้แล้ว ในมาตรา30 กิจการสนับสนุน เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน การใช้พื้นที่เข้าข่ายนี้สามารถให้เช่าได้ ซึ่งระเบียบเขียนไว้ชัดเจน เปิดช่องให้กับฟาร์ม โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรกร จำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร แต่โรงแรม รีสอร์ท ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์นี้

‘มนัญญา’ออกจากรพ.แล้ว เซ็นฉับหนังสือแบน 3 สารพิษส่งกก.วัตถุอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446683

news_default

‘มนัญญา’ออกจากรพ.แล้ว เซ็นฉับหนังสือแบน 3 สารพิษส่งกก.วัตถุอันตราย

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.08 น.

‘มนัญญา’ออกจากรพ.แล้ว เซ็นฉับหนังสือแบน 3 สารพิษส่งกก.วัตถุอันตราย

11 ตุลาคม 2562 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และลูกชาย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าคุณแม่ออกจาก รพ.สมิติเวช ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้(10 ตุลาคม 2562) เพื่อมาเร่งดูเอกสารข้อมูลในการแบน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงนามในมติแบน 3 สารดังกล่าวให้มีผลวันที่ 1 ธันวาคม นี้ ส่งไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว ซึ่งในวันนี้คุณแม่เดินทางไป จ.พัทลุง เพื่อดูงานสหกรณ์การเกษตรปากพะยูน ตรวจเยี่ยมโครงการฝึกอบรมเกษตรกรสมาชิก ผสมปุ๋ยใช้เอง

“ไปเยี่ยมคุณแม่ที่รพ.เมื่อวานผมดีใจเห็นหน้าตาท่านสดใสขึ้นแล้ว ท่านบอกพักสองวัน มีแรงลุยงานของกระทรวงเกษตรฯแก้ปัญหาเกษตรกรได้เต็มที่ โดยเฉพาะการเดินหน้าแบน 3 สารเคมี จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีคำสั่งให้เปลี่ยนตัวกรรมการวัตถุอันตราย ในส่วนของผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าคุณแม่ทราบเรื่องนี้หรือไม่ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามคุณแม่เป็นคนจริงจังมากทุกเรื่อง เมื่อลงมือทำอะไรแล้วต้องให้จบและสำเร็จ โดยไม่ยอมปล่อยเด็ดขาดในเรื่องที่ผิด

‘เฉลิมชัย’ฟิตจัด! ลุยประจวบคีรีขันธ์ ห่วงชาวบ้านน้ำท่วมใต้ สั่งระบายน้ำเร็วสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446634

‘เฉลิมชัย’ฟิตจัด! ลุยประจวบคีรีขันธ์ ห่วงชาวบ้านน้ำท่วมใต้ สั่งระบายน้ำเร็วสุด

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.09 น.

“เฉลิมชัย” ห่วงน้ำท่วมใต้ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการรับมือ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ที่ประจวลคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562 ณ สำนักงานชลประทานที่ 14 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังจะมาถึง โดยได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด รวมถึงการตรวจสอบอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ ให้สามารถรองรับสถานการณ์น้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ อีกทั้งยังเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์

จากนั้นได้เดินทางไปเปิดกิจกรรม “เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562” พร้อมปล่อยขบวนคาราวานเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องมือต่าง ๆ เข้าประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่หากเกิดอุทกภัยได้ทันที ซึ่งได้มีการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยภาคใต้ทั้งหมด 89 จุด ใน 16 จังหวัด และเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือเครื่องจักร อาทิ เครื่องสูบน้ำจำนวน 464 เครื่อง โดยดำเนินการติดตั้งแล้ว 49 เครื่อง และสำรองอีก 415 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 300 เครื่อง ดำเนินการติดตั้งแล้ว 28 เครื่อง และสำรองอีก 272 เครื่อง รถแทรกเตอร์และรถขุดจำนวน 308 คัน เครื่องจักรกลสนับสนุนอื่น ๆ อีกจำนวน 170 หน่วย รวมเครื่องจักรเครื่องมือทั้งหมด 1,242 หน่วย

ด้าน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์น้ำภาคใต้ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 62) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาย เขื่อนปราณบุรี เขื่อนรัชประภา และเขื่อนบางลาง มีปริมาณน้ำรวมกัน 5,513 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 46 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมกัน 351 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนขนาดเล็ก 106 มีปริมาณน้ำรวมกัน 31 ล้าน ลบ.ม. จากการคาดการณ์ปริมาณฝนเฉลี่ย ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำรวมกัน 5,705 ล้าน ลบ.ม. และจากการคาดการณ์ปริมาณฝนเฉลี่ย ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2562 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำรวมกัน 5,930 ล้าน ลบ.ม.

ปศุสัตว์จัดงาน‘วันไข่โลก’11ตค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446428

news_default

ปศุสัตว์จัดงาน‘วันไข่โลก’11ตค.

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ทุกวันศุกร์ที่สองของเดือนตุลาคมเป็นวันไข่โลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ด้านโภชนาการของไข่ จึงจัดงานวันไข่โลกขึ้น

โดยคณะอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มการบริโภคไข่ไก่ ภายใต้แนวคิด“กินไข่ทุกวันกินได้ทุกวัย” เพื่อสร้างความรับรู้ในวงกว้างให้คนไทยเห็นคุณประโยชน์การบริโภคไข่ ซึ่งมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ช่วยบำรุงสมองและร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ สามารถบริโภคได้ทุกวัน ทุกเพศ ทุกวัย ที่สำคัญ เลซิธินในไข่แดงยังเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท ช่วยบำรุงประสาท ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวป้องกันโรคหัวใจ โคลีน ช่วยเพิ่มความจำและระบบไหลเวียนของเลือด ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ลูทีน และซีแซนทีน ป้องกันจอรับภาพเสื่อมสภาพ ช่วยบำรุงสายตา โฟเลตสร้างเม็ดเลือดแดง ธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง สังกะสี ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย การขาดสังกะสีทำให้เตี้ยและแคระแกรน แคลเซียมฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง วิตามินบี1 บี2 บี6 และ บี12 ช่วยการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ช่วยให้ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาพเล็กๆ และไหลเวียนไปกับกระแสเลือด ป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือดโดยสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงช่วยบำรุงสมองในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ สอดคล้องกับโครงการรณรงค์เพิ่มบริโภคไข่ไก่ภายใต้ยุทธศาสตร์ไก่ไข่ฉบับที่ 3 ทั้งยังเพิ่มการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยให้เป็น 300 ฟอง/คน/ปี สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วยการควบคุมคุณภาพการผลิตไข่ไก่ที่ได้มาตรฐาน

ขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่ฯเฟส2 ช่วยราษีไศล500ไร่พ้นวิกฤติน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446430

news_default

ขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่ฯเฟส2 ช่วยราษีไศล500ไร่พ้นวิกฤติน้ำ

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า กรมเตรียมขยายผลดำเนินโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ (ระยะที่ 2) ให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศลและฝายหัวนาใน 3 จังหวัดได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด โดยเกษตรกรที่สนใจและเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถลงชื่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่หน่วยงานของกรมฯทั่วประเทศ หลังโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ฯระยะแรกประสบความสำเร็จ

“การนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ฯเข้ามา เพราะกรมเห็นว่าการจ่ายเงินชดเชยให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างฝายยังไม่บรรลุประสิทธิผลเต็มที่ ถ้าราษฎรยังไม่มีรายได้ ความเดือดร้อนจะกลับมาอีก จึงเกิดแนวคิดแก้ปัญหาให้เกษตรกรและราษฎร โดยน้อมนำหลักคิดของในหลวง รัชกาลที่ 9หรือศาสตร์พระราชา ผสานกับหลักคิดว่า เมื่อมีน้ำจะมีรายได้ มาใช้ดำเนินโครงการนำร่อง โดยใช้ต้นทุนต่ำเพียงไร่ละ 26,500 บาทในการสำรวจ ออกแบบขุดบ่อและปรับรูปแปลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำไว้ใช้ทำเกษตรกรรม ตลอดจนสนับสนุนองค์ความรู้สำหรับทำเกษตรอินทรีย์ให้เกษตรกร” ดร.ทองเปลวกล่าว

สำหรับความคืบหน้าโครงการระยะที่ 1 ขณะนี้บ่อน้ำที่ขุดไว้เก็บน้ำช่วงฤดูฝนเต็มศักยภาพ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้มีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจว่าจะมีน้ำพอถึงฤดูแล้งปีหน้า ขณะที่ผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษเกษตรกรเริ่มนำมาจำหน่ายที่ตลาดสีเขียว จ.ศรีสะเกษแล้ว ซึ่งการใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ทำเกษตรนั้น ทำให้มั่นคงเรื่องน้ำ เนื่องจากมีแหล่งเก็บน้ำในพื้นที่เป็นของตัวเอง มีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตหลากหลายชนิดอีกด้วย

“วิธีทำเกษตรทฤษฎีใหม่จะช่วยบรรเทาปัญหาด้านน้ำได้ตามเจตนารมณ์และยุทธศาสตร์กรม การให้ความรู้จัดการน้ำและพึ่งพาตนเองถือเป็นเครื่องมือทรงประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล เนื่องจากแปลงเกษตรลดใช้สารเคมี ประหยัดงบบำรุงรักษาเครื่องมือชลประทานปีละหลายพันล้านบาท เกษตรกรที่ไม่อยู่ในพื้นที่การชลประทานเข้าถึง ซึ่งมีกว่า 90 ล้านไร่ทั่วประเทศ ก็สามารถอยู่รอดจากการเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ตัวเองได้ เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ เพิ่มพื้นที่ป่า ภัยพิบัติจากความผันผวนของภูมิอากาศลดน้อยลง” ดร.ทองเปลวกล่าว

เลาะรั้วเกษตร : ถึง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446432

281225166

เลาะรั้วเกษตร : ถึง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 17.00 น.ผมได้รับโทรศัพท์จาก ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ใกล้ชิดตั้งแต่เรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรับราชการอยู่ในกรมส่งเสริมการเกษตร และไปสิ้นสุดชีวิตราชการที่กรมวิชาการเกษตรด้วยกัน แต่ต่างกรรมต่างวาระ

ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ ได้ถามผมว่าผมได้รับฟังรายการ “คุยทุกเรื่อง” กับสนธิในหัวข้อ “เปิดเบื้องหลังยื้อแบนพาราควอต” หรือเปล่า หลังจากนั้นท่านก็เล่าถึงสิ่งที่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้พยายามอธิบายถึงสารพาราควอตไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส รวมถึงผลร้ายที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่คัดค้านการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารทั้งสามชนิดนี้ ว่า เป็นคนอำมหิต ใจร้าย รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและการทำงานของกรมวิชาการเกษตรในลักษณะว่าเป็นผู้ขัดขวางการขอให้ยกเลิกการใช้สารทั้งสาม

เรื่องที่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้พูดเบื้องต้นผมได้รับฟังจาก NGO จากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนเบื่อและรู้สึกรำคาญในการบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมทั้งการกล่าวหาผู้ที่มีความเห็นต่างว่า เป็นผู้มีผลประโยชน์รับเงินจากบริษัทที่ทำธุรกิจสารเคมี เพื่อการเกษตร รวมทั้งรับเงินจากต่างชาติเป็นเช่นนี้มาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา

หาก คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงกรมวิชาการเกษตร ว่า “กรมวิชาการเกษตรถูกครอบงำด้วยทุนต่างชาติ มีนักวิชาการในกรมวิชาการเกษตรรับเงินรับทองจากบริษัททำสารพิษ มีการดูแลกันตั้งแต่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยไล่ขึ้นมาจนเป็นผู้อำนวยการฝ่าย จนกระทั่งถึงรองอธิบดี และอธิบดี ตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรจึงมีการลงขันกันเป็นสิบๆ ล้าน ถึงร้อยล้าน พฤติกรรมมันบัดซบ และกรมวิชาการเกษตร เป็นกรมที่มีปัญหามากที่สุด ถ้ายุบไปได้ เกษตรไทยจะดีขึ้น เป็นกรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน งานที่ดีๆ ก็มี แต่ว่ามีผลงานและการกระทำที่เลวมากกว่าดี” ผมคงไม่ออกมาตอบโต้เพราะผมเป็นเพียงอดีตข้าราชการที่มีโอกาสทำงานอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร ประมาณ 3 ปีครึ่ง และปัจจุบันผันตัวมาเป็นเกษตรกร

ผมดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2540 โดยท่านชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้น เพราะอธิบดีกรมวิชาการเกษตรในขณะนั้น คือ ดร. วิจิตร เบญจศีล จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2540 ท่านชูชีพ หาญสวัสดิ์ ได้ถามผมว่า “อยากให้พี่นันต์ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร: ชอบไหม?” (ท่านชูชีพเรียกผมว่าพี่ เพราะท่านอายุน้อยกว่าผม 1 ปี และเป็นคนไหหลำด้วยกัน ท่านให้เกียรติผมมาก) ผมก็ตอบตกลง ผมไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ท่านชูชีพไม่เคยเรียกร้องเงินจากผม เพราะท่านรู้ว่าผมไม่มีเงิน และท่านไม่คิดที่จะทำ แม้แต่การเดินทางไปต่างจังหวัด หรือไปประชุมต่างประเทศ ท่านไม่เคยให้ผมต้องจ่ายเงินในการเลี้ยงดูท่านเลย

กรมวิชาการเกษตร เป็นกรมที่รับผิดชอบงานด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านพืช มีงบประมาณน้อย ข้าราชการส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ จบระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เป็นจำนวนมาก สมัยที่ผมรับราชการอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร มีนักวิจัย นักวิชาการ จบระดับปริญญาเอก ประมาณ 300 คน ซึ่งน่าจะมากกว่าทุกกรมในประเทศไทย บุคลากรส่วนใหญ่ได้ทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการ ในสถานีทดลอง ศูนย์วิจัย รวมทั้งด่านกักกันพืช ศูนย์จักรกลการเกษตร อยู่ในส่วนภูมิภาค ประมาณ 150 แห่ง (ในขณะนั้น ปี พ.ศ. 2540) ข้าราชการส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นนักวิชาการ คือ สมถะ ใช้ชีวิตเรียบง่าย มีสังคมภายนอกน้อย มีลักษณะอนุรักษ์ รักพวกพ้อง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นแทบที่จะไม่มี (ยกเว้นในกรณีกล้ายาง 1 ล้านไร่ ที่ก่อให้เกิดความมัวหมองแก่กรมวิชาการเกษตร)

ดังนั้น การที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวหาว่า นักวิชาการรับเงินจากบริษัททำสารพิษ มีการดูแลกันทุกระดับชั้น ตำแหน่งอธิบดีมีการลงขันกันเป็นสิบๆ ล้าน ถึงร้อยล้าน พฤติกรรมบัดซบ เป็นการกล่าวหาที่รุนแรงสุดที่จะรับได้ ทั้งยังจะให้ยุบกรมวิชาการเกษตรว่าถ้ายุบไปได้ เกษตรกรไทยก็จะดีขึ้น เพราะมีผลงานและการกระทำที่เลวมากกว่าดี เป็นการดูถูก ดูหมิ่นองค์กรที่มีประวัติการจัดตั้งมายาวนาน มีผลงานทั้งการวิจัยและพัฒนามากมาย ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อองค์กรนี้เป็นอย่างยิ่ง

ในกรณีการวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า ทำไมถึงยอมให้คน 29 คน มีอำนาจเหนือชีวิตคนไทย 65 ล้านคน เป็นคำพูดที่เหมือนกับคำพูดของคุณหมอคนหนึ่ง ก็เป็นการดูหมิ่นดูแคลนคณะกรรมการวัตถุอันตรายเช่นกัน ผมเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ ไม่เคยรู้ว่าคณะกรรมการชุดนี้มีผลประโยชน์ เพราะไม่เคยได้รับเงินจากใคร และสำหรับคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ผมก็ไม่เชื่อว่าจะได้รับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ใครเขาจะให้มาทำไม โดยเฉพาะคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผมรู้จักเป็นส่วนใหญ่ ผมเชื่อมั่นว่าท่านเหล่านี้ เป็นคนดี มีจริยธรรม ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแบนสารทั้ง 3 ชนิด

ผมทำงานอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร เพียง 3 ปีครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2540 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2544 แล้วลาออกไปลงสมัครรับเลือกตั้งวุฒิสมาชิกจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไม่ได้เป็นลูกหม้อกรมวิชาการเกษตร แต่ช่วงเวลาที่รับราชการอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตราชการของผมได้รับสิ่งดีๆ ประสบการณ์ดีๆ และสิ้นสุดชีวิตราชการที่ดี เป็นมงคลแก่ชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน จึงไม่ต้องการจะให้ใครมาเหยียบย่ำองค์กรนี้ ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

ผมได้ติดตามรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล มาโดยตลอด โดยเฉพาะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่คนไทยคนหนึ่งกับผู้ร่วมอุดมการณ์ เป็นผู้ถือธงนำมวลมหาประชาชนล้มระบบทักษิณจนเป็นผลสำเร็จ ทำให้เกิดความเคารพและศรัทธาในการเป็นนักต่อสู้เพื่อความถูกต้องของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันไม่เสื่อมคลาย แต่กรณีสารเคมี 3 ชนิดนี้ อยากให้คุณสนธิได้ศึกษาหาข้อมูลความเป็นไปตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบันอย่างละเอียด ท่านจะได้ทราบความจริงที่แตกต่างจากที่เคยทราบมาก่อน และนำความจริงมาตีแผ่ให้สังคมได้รับทราบ จะเป็นประโยชน์และสังคมต้องยอมรับ เพราะมีความเชื่อมั่นในตัวคุณสนธิ ลิ้มทองกุล

อนันต์ ดาโลดม