เลาะรั้วเกษตร : ท่าจะไม่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/435206

281225166

เลาะรั้วเกษตร : ท่าจะไม่รอด

วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงนี้พรรคร่วมรัฐบาลต่างเร่งผลักดันงานต่างๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่สัญญากับประชาชนไว้ตอนหาเสียง ที่ชัดเจนคือนโยบายกัญชาทางการแพทย์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผลักดันให้มีการสกัดน้ำมันกัญชาสูตรแพทย์แผนไทย ที่มี อย. รับรอง นำมาใช้รักษาโรคได้ พร้อมทั้งจะมีการตั้งคลินิกกัญชา ขึ้นในโรงพยาบาลนำร่อง 19 แห่ง ซึ่งผู้ป่วยสามารถขอน้ำมันกัญชาไปรักษาโรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป…..สนุกละคราวนี้….

ไม่เพียงแต่หัวหน้าพรรคผลักดันเรื่องกัญชา ลูกพรรคอย่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ หญิงหนึ่งเดียว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ยังผลักดันเรื่องสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ยืนยันว่ายังไงก็ต้องยกเลิกการใช้ให้ได้ภายในปี 2562 ถ้าทำได้อยากจะทำให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ด้วยซ้ำ….มกราคม 2563 สารเคมีต้องหายไปจากประเทศไทย…วัยรุ่นใจร้อนจริงๆ……

รัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา บอกว่า “เรื่องนี้ได้หารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว จะไม่อนุญาตสิ่งผิดๆ จึงต้องทำให้เด็ดขาด ความปลอดภัยชีวิตคนไม่มีอะไรทดแทนได้”

ท่านพูดราวกับว่ารัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่บริหารกระทรวงเกษตรฯมาหลายสิบท่าน แถมยังข้าราชการประจำอีกไม่รู้เท่าไร ทำสิ่งที่ผิดๆ มาโดยตลอด และไม่เด็ดขาด จึงทำให้ผู้คนต้องเสียชีวิตเพราะสารเคมีเหล่านั้น..ท่านใช้ตรรกะแบบแปลกๆ…ที่สำคัญคือแทนที่จะปรึกษาหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านทำงานอยู่ หรือหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีปลัดกระทรวง เป็นประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ท่านกลับหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร

รัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ไม่ใช่จะยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดนี้เท่านั้น ท่านบอกว่า ปุ๋ย ยา สารเคมีชนิดอื่น ๆ ก็จะยกเลิกให้เร็วที่สุดด้วย….มาถึงตรงนี้…ท่านคงไม่เหมาะสำหรับที่จะมาดูแลกระทรวงเกษตรฯ เสียแล้ว…โลกของท่านสวยงามเกินไป..ถ้าท่านมองว่าสารเคมี ปุ๋ยเคมี คือปัญหาที่ต้องทำให้หมดไปจาประเทศไทย…….การเกษตรในอดีต และในปัจจุบัน คงไม่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตประชากรไทย รวมทั้งตัวท่าน ครอบครัวของท่าน และประชากรโลกบางส่วนมาได้จนถึงทุกวันนี้…

ถ้าพรรคภูมิใจไทย ผลักดันการยกเลิกการใช้สารเคมี หรือทำให้สารเคมีหายไปจากประเทศไทยได้จริง…ประวัติศาสตร์การเกษตรคงเปิดหน้าจารึกผลงานนี้ไว้ให้เกษตรกรรุ่นหลังได้ศึกษา…..

ว่าด้วยเรื่องการผลักดันนโยบายของพรรค….พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่น้อยหน้า พยายามผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าว จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวก้อย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ และ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เคาะราคาไปแล้ว 3 พืช คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และ ข้าว

ยางพารา ชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย จะได้รับการชดเชยส่วนต่างราคาที่เกษตรกรขายได้ กับราคาประกันที่กำหนดในเบื้องต้น ยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3กิโลกรัมละ 60 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดี กิโลกรัมละ 58 บาท และน้ำยางสด กิโลกรัมละ 56.50 บาท โดยจะชดเชยให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 25 ไร่ ทั้งนี้การยางแห่งประเทศไทยต้องไปทำการบ้านหาสูตรการคำนวณใหม่ มิเช่นนั้นอาจจะต้องใช้งบประมาณเฉพาะการนี้ถึง 3 หมื่นล้านบาท มากกว่า 3 พืชรวมกัน

ปาล์มน้ำมัน ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ประกันที่ราคากิโลกรัมละ 4 บาท โดยกำหนดให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 25 ไร่ ส่วนต่างของราคาประกันกับราคาที่เกษตรกรขายได้ ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร ณ วันที่เกษตรกรนำมาขาย

ข้าวประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวหอมนอกพื้นที่ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวหอมปทุม ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ราคาประกันดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ก่อน

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเสนอเข้า ครม. ให้ ครม. เห็นชอบก่อนเพราะการประกันรายได้ตามที่ว่ามานี้สำหรับ 3 พืช กระทรวงเกษตรฯ ตั้งวงเงินงบประมาณที่จะต้องใช้ไว้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท…

การผลักดันนโยบายที่ชัดๆ ก็เห็นจะมีแต่ 2 พรรคนี้ ส่วนพรรคที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลจริงๆ คงมัวแต่เจรจาต่อรองกับพรรคเล็กพรรคน้อย หรือมัวแต่ตอบคำถามสื่อเรื่องถวายสัตย์ปฏิญญาณอยู่…เลยยังไม่มีผลงานอะไรโดดเด่น…นอกจากไปกร่างผิดที่….ดูๆ แล้ว ท่าทางจะรอดไหมนี่…

แว่นขยาย

รมว.เกษตรฯรับปากทบทวนจ่ายค่าชดเชย จากการสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/435123

รมว.เกษตรฯรับปากทบทวนจ่ายค่าชดเชย จากการสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร

รมว.เกษตรฯรับปากทบทวนจ่ายค่าชดเชย จากการสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 17.03 น.

รมว.เกษตรฯ รับปากทบทวนจ่ายค่าชดเชยชาวบ้านจากการสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร เร่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาด่วนที่สุด หลังยืดเยื้อมากว่า 20 ปี

22 ส.ค.62 นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ รับเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนชาวบ้านและเกษตรกรหมู่ที่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร ทั้งนี้ผู้แทนชาวบ้านได้ขอให้ทบทวนการจ่ายค่าชดเชยจากการที่ต้องออกจากที่อยู่อาศัยและที่ทำกินซึ่งอยู่ในพื้นที่ โดยเรื่องดังกล่าวค้างมากว่า20ปีแล้ว

ทั้งนี้ โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชรได้รับอนุมัติจาก ครม. ให้เปิดโครงการเมื่อปี 2532 พื้นที่ก่อสร้าง 6,203 ไร่ กรมชลประทานได้จ่ายเงินชดเชยค่าขนย้ายแก่พื้นที่ที่สำรวจรังวัดแล้วครั้งแรก 272 แปลงในอัตราไร่ละ 8,000 บาท ในปี 2539 ครม. มีมติให้ชะลอโครงการหลังจากที่เจรจากับกลุ่มสมัชชาคนจน กระทั่งในปี 2555 ครม. มีมติให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินโครงการต่อให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 กรมชลประทานจ่ายเงินชดเชยค่าขนย้ายจำนวน 260 แปลงในอัตราไร่ละ 50,000 บาท ทำให้ราษฎรที่ได้รับเงินค่าขนย้ายไร่ละ 8,000 บาทเรียกร้องให้จ่ายส่วนต่างให้เท่ากับกลุ่มที่ได้รับรายละ 50,000 บาทต่อไร่ ซึ่ง รมว.เกษตรฯ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อติดตามการแก้ปัญหาของกรมชลประทานอย่างเร่งด่วน

ทางด้านนายสาคร สีใส ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งที่ รมว.เกษตรฯ จะแก้ปัญหาที่ค้างคามานานให้เสร็จสิ้นและพอใจในการประชุมหารือในวันนี้ โดยมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากผลการพิจารณาของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่

ม.รังสิตกู้วิกฤต‘มังคุด’ราคาดิ่งเหว ช่วยชาวสวน จัดหนักตลาดนัดลานเเบร์ เเชร์มังคุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/435083

ม.รังสิตกู้วิกฤต‘มังคุด’ราคาดิ่งเหว ช่วยชาวสวน จัดหนักตลาดนัดลานเเบร์ เเชร์มังคุด

ม.รังสิตกู้วิกฤต‘มังคุด’ราคาดิ่งเหว ช่วยชาวสวน จัดหนักตลาดนัดลานเเบร์ เเชร์มังคุด

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 15.58 น.

ปัญหาผลผลิตมังคุดในปีนี้ออกสู่ท้องตลาดมากกว่าปีที่แล้วกว่า 140% ทำให้มังคุดล้นตลาดและราคาหน้าสวนตกลงไปอยู่ที่เพียงกิโลละ 7-8 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรชาวสวนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า!! 

กระทั่งแนวคิดของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ สั่งการอย่างเร่งด่วน ในการช่วยเหลือชาวสวนราคามังคุดเฉกเช่นเดียวเมื่อคราวปี 2559 ที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้จัดกิจกรรมซับน้ำตาชาวนา ในโครงการข้าวแลกค่าเทอม

โดยในครั้งนี้ได้กำหนดมาตรการระยะสั้น 4 มาตรการเพื่อช่วยเหลือชาวสวนคือ  1. จัด “ตลาดนัดลานแบร์ แชร์มังคุด” ให้ชาวสวนได้นำมังคุดมาจำหน่ายโดยส่งตรงจากสวนทั่วประเทศ โดยมหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นตัวกลางระหว่างชาวสวน และผู้ซื้อในการจำหน่ายมังคุดระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00-18.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

ทั้งนี้ภายในงานมีกิจกรรมประมูลมังคุดนาทีทอง บุฟเฟ่ต์มังคุดไม่จำกัดเวลา พร้อมรับฟังเวทีเสวนา “มังคุดเป็นได้มากกว่าที่คิด” การ Work Shop การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ามังคุด และ Short Course การตลาดออนไลน์ในยุคดิจิทัล เป็นต้น 2. เปิดพรีออเดอร์ซื้อ-ขายมังคุดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อรับออร์เดอร์มังคุดให้กับชาวสวนโดยตรง 4. ให้นักศึกษาที่เป็นลูกหลานชาวสวนขึ้นทะเบียนมังคุดแลกค่าเทอม และ 4. จัดหลักสูตรอบรม (ฟรี) ให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ามังคุด กู้วิกฤตมังคุดไทยล้นตลาด รวมถึงจะจัดให้มีเวทีอภิปรายเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอีกด้วย

เรื่องนี้ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากลำบาก ต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำและพืชผลไม้ราคาตกต่ำ เกษตรกรไทยไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ ต้องประสบกับปัญหากับดักทางการค้าของผู้ค้าต่างประเทศ รวมถึงระบบการค้าของไทยยังเป็นระบบการค้าแบบกึ่งผูกขาด ที่เปิดโอกาสให้พ่อค้าคนกลางและกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่มีอำนาจต่อรองได้มากกว่าเกษตรกร มิหนำซ้ำเกษตรกรไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน และยังขาดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เข้าถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่

แม้จะมีนโยบายการเกษตรในหลากหลายรูปแบบของรัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่สามารบรรเทาปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นในการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่สังคมธรรมาธิปไตย ที่ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องคนไทยยามเดือดร้อน เรามีนวัตกรรมการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และอาหาร ที่เป็นแหล่งขุมทรัพย์พลังทางปัญญา เพื่อสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาด้านเกษตรไทย ที่เป็นทั้งงานหนัก งานเหนื่อย ต้องต่อสู้กับลมฟ้าอากาศที่แปรปรวนและคาดการณ์ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม จัด “ตลาดนัดลานแบร์ แชร์มังคุด” ในครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ที่มหาวิทยาลัยรังสิตจะร่วมแก้ปัญหากับพี่น้องเกษตรกรไทยไปด้วยกัน ซึ่งมาตรการระยะสั้นนี้ นอกจากการช่วยระบายผลผลิตของ พี่น้องเกษตรกร มังคุดไทย ผลไม้ไทยที่มีรสชาติอร่อย เป็นหนึ่งในราชินีผลไม้ที่ขึ้นชื่อของไทย เป็นทั้งไม้ผลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่กำลังเผชิญกับปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี และยังคาดหวังว่า  เนื้อหาและสาระในการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา มีความเข้าใจในเบื้องลึกถึงโครงสร้าง ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงในภาคเกษตร และทำให้พี่น้องเกษตรกรไทยสามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต เข้าถึงนวัตกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเราจะร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์และมาตรการแก้ไขในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมไปด้วยกันต่อไป

ส่องสหกรณ์ : ข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดีพิเศษ สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434835

ส่องสหกรณ์ : ข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดีพิเศษ  สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด

ส่องสหกรณ์ : ข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดีพิเศษ สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดีพิเศษ ผ่านการรับรองระบบ GMP เป็นข้าว GAP ที่ปลอดภัยจากสารเคมี บรรจุภัณฑ์แบบอัดสุญญากาศช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์และคงคุณค่าของสารอาหารในข้าว ดีต่อสุขภาพ โดยมีคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน บี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามิน บี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกและอาการเบื่ออาหาร วิตามิน บีรวม  ช่วยป้องกันโรคปลายระบบประสาทอักเสบ บำรุงสมองบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันการเป็นตะคริว เหล็กและทองแดง ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง แมงกานีส ช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์และการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมถึงมีเส้นใยอาหาร ช่วยป้องกันโรคท้องผูก โรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่และช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย

นับว่าข้าวกล้องหอมมะลิชั้นดีพิเศษ เป็นข้าวคุณภาพอีกตัวเลือกหนึ่งที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังสะอาด มีกลิ่นหอม หุงขึ้นหม้อ เวลารับประทานจะรู้สึกได้ถึงความนุ่ม ทำให้เจริญอาหารมากขึ้น หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่สหกรณ์การเกษตรปราสาท จำกัด เลขที่ 92 หมู่ 7 ถนนสุรินทร์-ช่องจอม ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 32140 โทร. 0-4455-1326, 08-1955-5869 หรือ สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.co-opclick.com

รายงานพิเศษ : ‘มังคุดลานสกา’ของดีแปลงใหญ่เมืองนครฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434836

รายงานพิเศษ : ‘มังคุดลานสกา’ของดีแปลงใหญ่เมืองนครฯ

รายงานพิเศษ : ‘มังคุดลานสกา’ของดีแปลงใหญ่เมืองนครฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อำเภอลานสกา เป็นแหล่งผลิตมังคุดสำคัญของจ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 20,879 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิตแล้ว 17,989 ไร่ ผลผลิต 9,115 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาทต่อปี และชาวอ.ลานสกา แทบทุกคนเกิดและเติบโตมาในวิถีชีวิตของชาวสวนมังคุด จนอาจเรียกได้ว่าอ.ลานสกา คือ เมืองมังคุด ปัจจุบันชาวสวนมังคุด อ.ลานสกา รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่มังคุด ร่วมกันผลิตและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำการตลาดผ่านระบบการประมูล ส่งให้ผลได้ราคาดี ลดปัญหาพ่อค้ากดราคา

นายวิเชียรรัตน์ มัฌชิกะ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอลานสกา (ศพก.) เปิดเผยว่า อำเภอลานสกา เป็นแหล่งผลิตมังคุดมากที่สุดในจ.นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมาเกษตรกรต่างคนต่างผลิตต่างคนต่างขาย ทำให้ได้รับผลกระทบราคาตกต่ำ จึงรวมกลุ่มบริหารจัดการภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยเปิดจุดรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรใน 3 จุด ใน 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลลานสกา 2 จุด และตำบลขุนทะเล 1 จุด จากนั้นนำผลผลิตทั้งหมดมาคัดแยกขนาดที่ ศพก.ลานสกา แล้วเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาประมูล ซึ่งที่ผ่านมาเปิดประมูลทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะเปิดประมูลไปจนสิ้นฤดูกาลผลิตประมาณต้นเดือนกันยายน ปัจจุบันมังคุดลานสกากระจายผลผลิตออกสู่ตลาดไปแล้วประมาณ 4 พันตัน จากทั้งหมด 9 พันกว่าตัน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยกันกระจายผลผลิตผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอลานสกา

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการประมูลมังคุดของกลุ่ม ได้กำหนดกติกาให้สมาชิกต้องเก็บผลผลิตมังคุดตั้งแต่ระยะเข้าสี ไม่ปนดิบ ไม่ปนลูกแตก ไม่ตกดิน โดยให้สมาชิกส่งผลผลิต ณ จุดคัดแยกตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ของแต่ละวัน ถ้าไม่สามารถส่งผลผลิตได้ก่อนเวลากำหนด สมาชิกสามารถโทร.แจ้งน้ำหนักผลผลิตทั้งหมดล่วงหน้าได้ โดยกลุ่มจะหักค่าใช้จ่าย 2 บาท/กิโลกรัม เป็นค่าดำเนินการ เมื่อมังคุดของสมาชิกถูกคัดแยกเกรดแล้ว สมาชิกต้องตรวจทานใบส่งของให้ถูกต้อง ก่อนลงชื่อรับทราบยอดน้ำหนักทั้งหมด และให้นำใบส่งของมารับเงินค่ามังคุดในวันถัดไป ส่วนผู้สนใจเข้าประมูลสามารถยื่นซองราคาได้ตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น.ของทุกวัน โดยสามารถให้ราคาได้เฉพาะเบอร์ที่ผู้ประมูลต้องการเท่านั้น และจะเปิดซองเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ผู้ให้ราคาสูงสุดแต่ละเบอร์จะเป็นผู้ชนะ หากมีผู้ให้ราคาสูงสุดมากกว่า 1 ราย ผู้ยื่นราคาก่อนในแต่ละวันจะเป็นผู้ชนะ สำหรับราคาประมูล จะเป็นราคา ณ จุดรวบรวมผลผลิตของกลุ่ม และถือเป็นราคาที่ผู้ยื่นประมูลพึงพอใจซื้อมังคุด ณ วันนั้นๆ โดยตรวจเช็ค รับทราบคุณภาพของมังคุดในแต่ละเกรดแล้ว โดยการซื้อขายจะสิ้นสุดเมื่อผู้ประมูลรับผลผลิต ณ จุดรวบรวมและชำระเงินก่อนรับผลผลิตมังคุด อีกทั้งผู้ชนะการประมูลจะต้องรับภาระในการขนส่งสินค้าเอง

หลังจากเกษตรกรรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นมีความมั่นคงทางการตลาด ราคาประมูลเฉลี่ยมังคุดเบอร์ 1 ผิวมันลูกใหญ่ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 43.82 บาท เบอร์ 2 ผิวลายลูกใหญ่ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 27.96 บาท เบอร์ 3 ผิวมันลูกเล็ก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 22.80 บาท เบอร์ 4 ตกไซส์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 18.49 บาท และเบอร์ 5 ลูกดำ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 13.67 บาท (ราคา ณ วันที่15 กรกฎาคม-5 สิงหาคม) ซึ่งถือว่าเกษตรกรขายได้ราคาดีกว่าต่างคนต่างขาย นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังกระจายผลผลิตไปยังเครือข่ายอื่น เช่น กลุ่มสหกรณ์และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ ยกตัวอย่างที่ผ่านมา ทางกลุ่มจัดส่งมังคุดไปยังสหกรณ์เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ภายใต้โครงการข้าวแลกมังคุด 3,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 25 บาท จัดส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 25 บาท จัดส่งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ 12,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่งเครือข่ายต่างๆ ที่รับซื้อผลผลิตมังคุดแปลงใหญ่ลานสกาไป ต่างชื่นชอบในรสชาติและคุณภาพของผลผลิตที่กลุ่มคัดสรรอย่างดี และขณะนี้ ยังมีออเดอร์จากอีกหลายเครือข่ายที่อยู่ระหว่างการจัดส่ง “การรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลดีต่อเกษตรกรมาก ทั้งเรื่องวางแผนการผลิตที่ไม่ทำให้ล้นตลาด ช่วยลดต้นทุนการผลิตจากการลดใช้สารเคมี และพัฒนาการผลิตให้ได้มังคุดคุณภาพที่ต้องการของตลาด สิ่งสำคัญคือ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำได้อย่างดี ด้วยการรวบรวมผลผลิตเพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาประมูล ลดปัญหาพ่อค้ากดราคาหรือฮั้วราคากัน เมื่อเป็นแปลงใหญ่แล้ว ยังประสานกับเครือข่ายอื่นๆ ทั้งที่เป็นแปลงใหญ่ด้วยกันและภาคเกษตรอื่นๆ เพื่อกระจายสินค้าได้อีกด้วย”นายวิเชียรรัตน์ กล่าว

 

ซอกแซกอาเซียน : 22 สิงหาคม 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434833

566101

ซอกแซกอาเซียน : 22 สิงหาคม 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มาลุ้นกันต่อกับทริปการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านเกษตร ประมงและป่าไม้ หรือ SSOM AMAF Meeting ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่เมืองเว้  ประเทศเวียดนาม ของผมและคณะแอปเตอร์ ที่เล่าค้างไว้เมื่อสัปดาห์ที่ก่อนกันครับ หลังจากที่เครื่องบินการบินไทย เดินทางไปถึงสนามบินโฮจิมินห์เป็นเวลาก่อนที่เครื่องบินเวียดนามแอร์ไลน์ส จะออกเพียงประมาณ 40 นาทีเท่านั้น แน่นอนว่าเมื่อเครื่องเข้าหลุมจอด พวกเราต่างทำใจแล้ว ว่าตกเครื่องแน่นอน และถ้าตกจริง เวลาที่จะออกเที่ยวต่อไปต้องรอจนเย็นโน่น และก็ไม่แน่ใจอีกว่า จะมีที่นั่งเหลือหรือเปล่า แต่ถึงกระนั้น พวกเราก็ต้องเสี่ยง เพราะต้องต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะรู้แพ้รู้ชนะ

พวกเรารอเข้าคิวตรวจคนเข้าเมือง และก็วิ่งแข่งกันไปรอรับกระเป๋า จนได้ครบเหลือเวลาออกบินเที่ยวต่ออีกเพียงสิบนาที ใช้เวลาลากกระเป๋าวิ่งฝ่าฝูงชนที่ขวักไขว่ราวกับหนอน จากเทอร์มินัลระหว่างประเทศไปยังเทอร์มินอลในประเทศอีกประมาณ 5 นาที (ตรงเป๊ะอย่างที่ศึกษามาแล้ว) วิ่งเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ปรากฏว่าผู้โดยสารทุกคนไปขึ้นเครื่องหมดแล้ว เหลือเจ้าหน้าที่สายการบินเวียดนาม 2-3 คน ยืนทำหน้ายักษ์ ถือบอร์ดดิ้งพาส หรือบัตรขึ้นเครื่องบินของพวกเราปึกหนึ่ง (เพราะคนไทยมีราวยี่สิบคน) รีบดูพาสปอร์ตที่ละคนแล้วไล่ให้พวกเราลากกระเป๋าขึ้นไปชั้น 2 เพื่อลากไปโหลดที่เครื่องบินด้วยตัวเอง คือ สรุปแล้วทันครับ แต่ทันด้วยความทุลักทุเลและเหนื่อยสุดๆ เข้าใจว่าทางสายการบินเวียดนามก็คงทราบว่าเครื่องต้นทางดีเลย์ เลยรอ และอีกอย่างเพราะพวกเรามีมาก เป็นคนกลุ่มใหญ่ เขาจึงรอ ทุกคนโล่งอก ไม่ต้องยุ่งยากหาเครื่องใหม่ บางคนตัดพ้อสายการบินแห่งชาติเดียวกันเองว่า ที่บอกว่า รักคุณเท่าฟ้าน่ะ รักจริงหรือเพียงพูดไปงั้นๆ เท่านั้น

ผมเล่าเหตุการณ์ข้างต้น เป็นสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเจตนาจะวิจารณ์ว่าถูกไม่ถูกหรือตำหนิติเตียนใครแต่ประการใด เพราะเชื่อว่ามันต้องมีสาเหตุจำเป็นอะไรสักอย่าง คงไม่มีใครอยากจะผิดนัดหรอก และเท่าที่นั่งเครื่องบินทุกวันนี้ การดีเลย์หรือขึ้นบินช้ากว่าเวลากำหนดนั้น ก็เป็นสิ่งที่เห็นอยู่เป็นประจำ จนแทบจะไม่ค่อยเห็นเครื่องบินที่ขึ้นตรงต่อเวลาเลย ที่เมียนมามีครั้งหนึ่งที่ผมและคณะเดินทางมาถึงสนามบินย่างกุ้งช้ากว่ากำหนด เนื่องจากการจราจรคับคั่งมาก คำนวณการเดินทางผิด คิดว่าอย่างไรเสียก็คงต้องนอนค้างอีกคืนแน่ๆ แต่ปรากฏว่าเครื่องการบินไทยดีเลย์ไปเป็นชั่วโมง และทางผู้ใหญ่เมียนมาได้ส่งคนไปคุยกับเคาน์เตอร์เช็คอินก่อน เราเลยได้กลับกรุงเทพฯคืนนั้น กลับกลายเป็นว่า เครื่องดีเลย์แล้วเป็นผลดีซะอีก ขอบคุณครับ

ที่การประชุม SSOM AMAF Meeting นี้ ผมต้องนำเสนอผลการดำเนินงานของแอปเตอร์ต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระที่ฝ่ายเลขานุการการประชุม หรือสำนักเลขาธิการอาเซียนจัดให้ ซึ่งก็เหมือนกันกับการประชุมทุกครั้ง มีสาระของผลการดำเนินงานของแอปเตอร์สำหรับคราวนี้ ได้แก่ ความสำเร็จในการเริ่มต้นทำ Tier 1 ระหว่างญี่ปุ่น ในฐานะประเทศผู้ขาย กับฟิลิปปินส์ ในฐานะของประเทศผู้ซื้อ จำนวนข้าวสาร 10,000 ตัน การได้รับบริจาคข้าวเพื่อช่วยเหลือประเทศผู้ประสบภัยตาม Tier 3 รวมกันจำนวน 4,000 ตันเศษ จากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ การเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาค การประชาสัมพันธ์ การขยายเวลาบริจาคเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานของแอปเตอร์ในเฟส 2 ระหว่างปี 2518-2522 และการแก้ไขเอกสารแนบของความตกลงแอปเตอร์ ซึ่งประเทศสมาชิกต้องเร่งรัดให้สัตยาบัน เป็นต้น

การนำเสนอของผมนั้นต้องเสนอ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก ในที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะของอาเซียน 10 ประเทศก่อน และอีกครั้ง คือเสนอในที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของอาเซียน+3 ซึ่งรวมจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จากนั้นหากมีผู้สนใจจะสอบถามก็ต้องตอบไป โชคดีที่การประชุมครั้งนี้ไม่มีท่านใดสงสัยประเด็นใด มีแต่ชื่นชมและขอบคุณแอปเตอร์ที่กรุณาประสานงานนำข้าวไปช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยาก รวมทั้งขอบคุณประเทศผู้บริจาคข้าว จึงจบเสร็จสิ้นในส่วนการนำเสนอของแอปเตอร์ไปด้วยความเรียบร้อยและงดงามเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาครับ

การประชุมกันในหัวข้อหรือระเบียบวาระอื่นๆ ผลเป็นอย่างไรผมและทีมงานแอปเตอร์ไม่อาจล่วงรู้ได้ เพราะเขาไม่อนุญาตให้เข้าไปร่วมประชุม หรือเข้าไปฟัง เนื่องจากไม่เกี่ยวข้อง พวกเราเลยต้องนั่งพักกันในห้องพิเศษที่เจ้าภาพจัดให้ รอกันอยู่อย่างนั้นแหละทั้งวัน ไม่ต่างจากตอนที่เมื่อครั้งหนึ่งต้องไปสแตนด์บายรอคอยเพื่อชี้แจงงบประมาณแผ่นดินที่รัฐสภาสมัยที่ทำงานที่กรมการข้าวเลยครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

กรมประมงเตรียมเปิดบ้าน โชว์สุดยอดงานวิจัย27-28ส.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434831

x

กรมประมงเตรียมเปิดบ้าน โชว์สุดยอดงานวิจัย27-28ส.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เพื่อรองรับและแก้ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรสัตว์น้ำจืด ตลอดจนผลักดันการศึกษาวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารจัดการระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมฯจึงจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่การผลิตแบบแปลงใหญ่ (เปิดบ้านงานเด่น กพจ.) ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2562 ที่ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง

ทั้งนี้ ภายในงานมีการเสวนา “ทิศทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ” จากหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หน่วยงานเอกชน โดยคณะกรรมการ การส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธะสัญญา สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย และสมาคมการค้าส่ง – ปลีกไทย ตลอดจนมีเปิดเวทีโชว์ผลงานวิจัยที่โดดเด่นจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจากทั่วประเทศ กว่า 42 ศูนย์วิจัยฯ และอีก 6 กลุ่มวิจัยฯ ภายใต้สังกัดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมประมง

นอกจากนี้ มีการบรรยายผลงานวิจัยในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ (1) นวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิตลูกพันธุ์ปลานิลคุณภาพ (2) ต้นแบบความสำเร็จ แปลงใหญ่สัตว์น้ำจืด 4.0 (3) ยกระดับงานวิจัย กพจ. สู่ความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (4) มารู้จักปลากับกาสะลอง (5) มิติใหม่ของการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์และการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำเพื่อการส่งออกสู่ตลาดโลก อีกทั้ง ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด อาทิ นิทรรศการโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ (สัตว์น้ำจืด) นิทรรศการวิจัยและพัฒนาประมงยอดดอยและพื้นราบสู่ผลสัมฤทธิ์เกษตรกรประมง เขต 1 เป็นต้น

กษ.จัดระดมสมองฟื้นฟูปฐพีฯ วางแผนใช้ไอทีพัฒนาทรัพยากรดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434832

x

กษ.จัดระดมสมองฟื้นฟูปฐพีฯ วางแผนใช้ไอทีพัฒนาทรัพยากรดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2562 “ฟื้นฟูปฐพี ด้วยเทคโนโลยีพัฒนาที่ดิน”ว่า กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานที่ดําเนินการวิจัยด้านจัดการทรัพยากรดินและที่ดิน โดยแต่ละปีดําเนินงานวิจัยสาขาต่างๆ ได้แก่ ด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงบํารุงดินด้วยอินทรียวัตถุ ปรับปรุงดินเสื่อมโทรม ดินเปรี้ยว ดินอินทรีย์ ดินเค็ม สํารวจ วิเคราะห์ วางแผนการใช้ที่ดิน เทคโนโลยี สารสนเทศ และเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน เพื่อให้ได้คําตอบของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการจัดการทรัพยากรดิน น้ำและพืชในพื้นที่ดินที่มีปัญหา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและผลผลิตทางการเกษตรโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดองค์ความรู้เพื่อถ่ายทอดให้เกษตรกรนําไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2562 ที่อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้นักวิชาการสาขาต่างๆแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ นำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาและจัดการทรัพยากรดินและที่ดินในพื้นที่ของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯมอบนโยบายสำคัญ ประกอบด้วย 1) ป้องกันเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และสืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักสำคัญในการทำงาน 2) ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระะทางการเงินการคลังของภาครัฐ 3) ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร รณรงค์ให้ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้ผลิตสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง และมีโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย 4) พัฒนาแหล่งน้ำชุมชน ให้มีระบบจัดการน้ำชุมชนเหมาะสม พร้อมส่งเสริม ฟื้นฟู อนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่พักน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำบาดาล ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำในชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และ 5) ช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม โดยจัดพื้นที่การเกษตร ให้สอดคล้องกับระบบบริหารจัดการและคุณภาพดินตาม Agri-Map

น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กิจกรรมในงานประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพ และสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เน้นการมีส่วนร่วมของนักวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน และกิจกรรม Side Events รวมทั้งมีการถอดบทเรียนกรณีศึกษาเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาหมอดินอาสาสู่เกษตรดีเด่นแห่งชาติ การแลกเปลี่ยนข้อคิดระหว่างนักวิชาการกรม เพื่อเป็นการพัฒนาสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรดินและที่ดิน และถ่ายทอดสู่เกษตรนำไปใช้ในการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

‘เฉลิมชัย’รับปาก! ดันประกันรายได้ชาวสวนยาง เห็นราคา60บาทต่อกก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434964

'เฉลิมชัย'รับปาก! ดันประกันรายได้ชาวสวนยาง เห็นราคา60บาทต่อกก.

‘เฉลิมชัย’รับปาก! ดันประกันรายได้ชาวสวนยาง เห็นราคา60บาทต่อกก.

วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 20.06 น.

“เฉลิมชัย”รับปาก! ดันประกันรายได้ชาวสวนยางได้เห็นราคา60บาทต่อกก. กยท.คาดใช้งบ3.5-3.7หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ว่า จะสรุปผลการประชุมครั้งหน้าวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ก่อนนำเข้าคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะเดินหน้านโยบายรายได้ประกันยางแผ่นชั้น 3 กิโลกรัมละ 60 บาท แน่นอน

ด้านแหล่งข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ จะสรุปชัดเจนในเรื่องกรอบวงเงินใช้ในโครงการประกันรายได้สวนยางงบประมาณที่จะต้องกู้ผ่าน ธ.ก.ส.จ่าย 3.5 หมื่นล้าน ถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ส่วนเกณฑ์การดำเนินงาน ฐานจากจำนวนเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.และพื้นที่ปลูกยาง 15 ล้านไร่ ราคาประกันรายได้ และราคาอ้างอิงชนิดยางประจำเดือน กับปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง เฉลี่ย 240 กิโลกรัมต่อไร่/ต่อปี ประกันรายได้ รายละ 25 ไร่ สวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป

วงการค้า3สารพิษหนาวแน่! รมช.เกษตรฯลั่นสิ้นปีนี้จ่อแบน2ชนิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/434906

วงการค้า3สารพิษหนาวแน่! รมช.เกษตรฯลั่นสิ้นปีนี้จ่อแบน2ชนิด

วงการค้า3สารพิษหนาวแน่! รมช.เกษตรฯลั่นสิ้นปีนี้จ่อแบน2ชนิด

วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 17.10 น.

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าในการแบน 3 สารเคมี ‘พาราควอต ไกลโฟรเซต คลอร์ไพริฟอส’  ว่าตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการชุดเล็กเพื่อศึกษาผลกระทบจาการใช้สารเคมีภายใน 15 วัน ประกอบด้วยกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเร่งศึกษาผลกระทบการใช้สาร 3 ตัวนี้ ซึ่งภายในสิ้นปีนี้จะแบนแน่นอน 1-2 ตัว ทั้งนี้จะไม่มีสารตัวอื่นนำเข้ามา เพราะที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็ไม่ดีแล้วมีผลเสียต่อสุขภาrและสิ่งแวดล้อม จะไม่มีการอนุญาตตัวอื่นให้นำเข้ามาขาย

‘พรรคภูมิใจไทย ให้สิทธิเสรีภาพดิฉัน ตัดสินใจได้เองทุกอย่าง ดังนั้นนายทุน หรือใครมาวิ่งเต้นยาก และกระทรวงเกษตรฯอยู่สูง วิ่งลำบาก อีกทั้งยืนยันไม่มีนายทุนพรรคค้าสารเคมี ปุ๋ยยา มาติดต่อเคลียร์กับพรรค หรือมีใบสั่ง ยืนยันอีกครั้งไม่มีอะไรทั้งสิ้น พรรคให้สิทธิจัดการตรงนี้ ภายในปีนี้ สั่งแบนแน่นอน 1-2 ตัว หรือ 3 ตัวต้องรอผลกระทบ จากกระทรวงสาธารณสุขถึงผลศึกษาสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร โดยส่วนตัวอยากยกเลิก แต่ต้องทำอย่างรอบครอบ’ น.ส.มนัญญา กล่าว