‘กระทรวงวัฒนธรรม’เร่งสำรวจโบราณสถานทั่วประเทศหลัง‘แผ่นดินไหว’

‘กระทรวงวัฒนธรรม’เร่งสำรวจโบราณสถานทั่วประเทศหลัง‘แผ่นดินไหว’

‘กระทรวงวัฒนธรรม’เร่งสำรวจโบราณสถานทั่วประเทศหลัง‘แผ่นดินไหว’

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.08 น.

รัฐบาลสั่งประเมินความเสียหาย‘มรดกชาติ’ ล่าสุด‘กระทรวงวัฒนธรรม’เร่งสำรวจโบราณสถานทั่วประเทศหลัง‘แผ่นดินไหว’พร้อมให้จัดทำแผนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

30 มีนาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ ทุกส่วนราชการเดินหน้าฟื้นฟูผลกระทบอย่างเร่งด่วน ในทุกมิติ โดยนางสาว สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวง ฯ ให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารสถานที่ราชการ แหล่งโบราณสถาน โบราณคดี และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ เพื่อจัดทำแผนบูรณะฟื้นฟูให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายโดยละเอียด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญและกำหนดมาตรการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวัง สำรวจ และรายงานข้อมูลความเสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถวางแผนบูรณะซ่อมแซมได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแนวทางดูแลบุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

สำหรับแหล่งโบราณสถานและโบราณคดี กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุระดับความเสียหายและแนวทางฟื้นฟูให้เป็นระบบ โดยรายงานดังกล่าวจะถูกเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการบูรณะในระยะเร่งด่วน

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ต้องส่งต่อให้คนรุ่นหลัง การบูรณะครั้งนี้จะดำเนินการอย่างรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนทั้งนี้ สามารถแจ้งข้อมูลความเสียหายของโบราณสถานในพื้นที่ได้ที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม หรือสายด่วน วธ. 1765 เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่อาสาสมัครทหารพราน-จนท.บาดเจ็บ

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่อาสาสมัครทหารพราน-จนท.บาดเจ็บ

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่อาสาสมัครทหารพราน-จนท.บาดเจ็บ

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

29 มีนาคม 2568 เมื่อเวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้​และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ จ่าสิบเอกสถิตพงศ์  บัวสกัด และอาสาสมัครทหารพราน อารียะ อาหวัง เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4914 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 เหตุเกิดบริเวณมัสยิดบ้านเมาะตูรอ หมู่ที่ 2 บ้านจะแนะ ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส  

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ราย รวมถึงครอบครัว อย่างหาที่สุดมิได้

ประกาศวันเลือกตั้ง ‘นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ’ 24 เมษายนนี้

ประกาศวันเลือกตั้ง 'นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ' 24 เมษายนนี้

ประกาศวันเลือกตั้ง ‘นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ’ 24 เมษายนนี้

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.20 น.

ประกาศวันเลือกตั้ง ‘นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ’ 24 เมษายนนี้

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 พลตำรวจตรี ธงชัย ขำสุวรรณ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศเรื่องให้มีการเลือกตั้งนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯระบุว่า ด้วยนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมคณะที่ดำรงตำแหน่งในวาระ 2565 – 2568 จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2568 จะต้องมีการเลือกตั้งนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ คนใหม่เข้ามาบริหารงานแทน ในวาระ 2568-2571

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561 ข้อ 12 วรรค 2 ข้อ 13 ข้อ 23 ข้อ 24 และมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 จึงประกาศวันเลือกตั้งนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์วาระ 2568 – 2571 ดังต่อไปนี้

1. วันเลือกตั้ง วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 04.30 – 16.30 น.

2.  สถานที่เรียกตั้งท้องประชุมหลวงบริบาลเวรกิจ อาคารหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 41 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

3. จำนวนผู้สมัคร 2 คน

1.พลโทหญิงคนึงนิจ พึ่งแย้ม ผู้สมัครหมายเลข 1

2 ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ผู้สมัครหมายเลข 2

สพฐ.สั่งด่วน!!! เลื่อนวันสอบเข้า ม.1 และ ม.4 รอตรวจสภาพอาคาร

สพฐ.สั่งด่วน!!! เลื่อนวันสอบเข้า ม.1 และ ม.4 รอตรวจสภาพอาคาร

สพฐ.สั่งด่วน!!! เลื่อนวันสอบเข้า ม.1 และ ม.4 รอตรวจสภาพอาคาร

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

สพฐ.ห่วงใยนักเรียนและครู สั่งด่วน! เลื่อนวันสอบเข้า ม.1 และ ม.4 รอตรวจสภาพอาคาร และแจ้งวันสอบใหม่อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงบ่ายของวันนี้ (28 มีนาคม 2568) นั้น ตนได้สั่งการให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ แจ้งไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด ที่จะจัดสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้เลื่อนการสอบทั้งหมดออกไปก่อน และให้โรงเรียนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความมั่นคง ความแข็งแรงความปลอดภัยของอาคารเรียนโดยเฉพาะอาคารเรียนสูง จนกว่าคณะกรรมการจะแจ้งยืนยันความปลอดภัยจึงจะดำเนินการสอบใหม่อีกครั้ง โดย สพฐ. จะกำหนดปฏิทินการรับนักเรียนและการสอบใหม่อีกครั้งและแจ้งให้ทราบต่อไป

“จากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. และ สพฐ. มีความห่วงใยสวัสดิภาพของนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอส่งกำลังใจให้ทุกโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ หากพบว่ามีนักเรียน ครู โรงเรียน หรือเขตพื้นที่ใด ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ สามารถแจ้งมายัง ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. เบอร์โทร 02-123-8789 หรือ 02-288-5599 เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือต่อไป” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

‘สพฐ.’สั่งเลื่อนการสอบเข้า‘ม.1 และ ม.4’ หลังเกิด‘แผ่นดินไหว’

‘สพฐ.’สั่งเลื่อนการสอบเข้า‘ม.1 และ ม.4’ หลังเกิด‘แผ่นดินไหว’

‘สพฐ.’สั่งเลื่อนการสอบเข้า‘ม.1 และ ม.4’ หลังเกิด‘แผ่นดินไหว’

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.02 น.

‘สพฐ.’สั่งเลื่อนการสอบเข้า‘ม.1 และ ม.4’ หลังเกิด‘แผ่นดินไหว’

28 มีนาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ทั่วประเทศ ว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 นี้นั้น ให้ท่านแจ้งโรงเรียนมัธยมที่จะสอบเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 สอบวันที่ 29-30 มีนาคม นี้ ให้เลื่อนการสอบทั้งหมดออกไปก่อน และให้โรงเรียนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความมั่นคง ความแข็งแรงความปลอดภัยของอาคารเรียนโดยเฉพาะอาคารเรียนสูง จนกว่าคณะกรรมการแจ้งยืนยันความปลอดภัยจึงจะดำเนินการสอบใหม่อีกครั้ง สพฐ.จะกำหนดปฏิทินการรับนักเรียนและการสอบใหม่อีกครั้งและแจ้งให้ทราบต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบและแจ้งสถานศึกษาดำเนินการโดยด่วน

‘สพฐ.’ชื่นชม’ผอ.สพท.’ ขับเคลื่อน’เรียนดี มีความสุข’ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

'สพฐ.'ชื่นชม'ผอ.สพท.' ขับเคลื่อน'เรียนดี มีความสุข'ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

‘สพฐ.’ชื่นชม’ผอ.สพท.’ ขับเคลื่อน’เรียนดี มีความสุข’ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 22.10 น.

สพฐ.ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน “เรียนดี มีความสุข” ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.) ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 77 จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักและบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า การประชุม ผอ.สพท.รูปแบบใหม่นี้ นอกจากแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายด้านการศึกษาให้ ผอ.สพท. ได้รับทราบและปฏิบัติแล้ว ต้องการให้เขตพื้นที่ต่างๆ ได้รายงานผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำโดย พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. และนโยบายของ สพฐ. ซึ่งเป็นการรายงานผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นแล้ว จนเห็นผลเป็นรูปธรรมตามสภาพจริงในพื้นที่ โดยไม่สร้างภาระให้กับครูและบุคลากรฯ รวมถึงโรงเรียน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเราต้องการวัดสมรรถนะของ ผอ.สพท. ในเรื่องการนำนโยบายของ ศธ. และ สพฐ. ลงสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ ผอ.เขต ทุกคนต้องทำได้ ต้องสามารถสื่อสารกับผู้บริหารและครูของโรงเรียนในสังกัด ให้นำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเชิงประจักษ์ได้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริหาร ครูและบุคลากรฯ ชุมชน และสาธารณชน ได้รับรู้รับทราบว่ามีการดำเนินงานสำเร็จในเรื่องใดบ้าง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง การลดภาระครูและบุคลากรฯ การขับเคลื่อน OBEC Zero Drop out “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” การพัฒนาการศึกษาตามแนวทาง PISA การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และโครงการสุขาดี มีความสุข เป็นต้น

จากนั้น ได้รับชมการนำเสนอผลการดำเนินงานของเขตพื้นที่ต่างๆ อาทิ สพม.นนทบุรี นำเสนอการทำโครงการตามพระราชดำริ และกิจกรรมของนักเรียน ณ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์, สพม.สระบุรี นำเสนอการขับเคลื่อน Learn to Earn การสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค, สพป.นครพนม เขต 1 นำเสนอหุ่นยนต์อัจฉริยะจากฝีมือนักเรียน ณ โรงเรียนสุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา), สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 นำเสนอการนำพระราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในด้านการสร้างอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย, สพม.พิจิตร นำเสนอการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบ Active Learning ณ โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ, สพป.นราธิวาส เขต 3 นำเสนอการขับเคลื่อน Soft Power คีตมวยไทย และการส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาไทย-จีน-อังกฤษ ณ โรงเรียนอนุบาลระแงะ และ สพป.นครราชสีมา เขต 4 นำเสนอโครงการมัคคุเทศก์น้อยแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในชุมชน ณ โรงเรียนบ้านทะเล (เสมาประชาสรรค์) เป็นต้น โดย เลขาธิการ กพฐ. กล่าวชื่นชม ว่าแต่ละเขตพื้นที่สามารถนำเสนอได้ดี เห็นผลงานที่สำเร็จได้ชัดเจน แต่บางเขตยังมีปัญหาเรื่องระบบเสียง จึงขอให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้, การยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET, การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมิน PISA, ส่วนนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการนำคะแนนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา, การสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ, ขณะที่ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน, โครงการ Thai Youth Streets Art, การเสริมสร้างความเข้มแข็งการเยี่ยมโรงเรียน  และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ, โรงเรียนร่วมพัฒนา, โรงเรียน Connext ED, โครงการสุขาดี มีความสุข,  และโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

– 006

‘บอร์ดคุรุสภา’มีมติรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯ และเปลี่ยนแปลงการรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯของสถาบันอุดมศึกษา

'บอร์ดคุรุสภา'มีมติรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯ และเปลี่ยนแปลงการรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯของสถาบันอุดมศึกษา

‘บอร์ดคุรุสภา’มีมติรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯ และเปลี่ยนแปลงการรับรองปริญญา-ประกาศนียบัตรฯของสถาบันอุดมศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.04 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 3/2568 พร้อมด้วยคณะกรรมการคุรุสภา และมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการการประชุม โดยที่ประชุมมีการพิจารณาและมีมติเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ

1.การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว ดังนี้

1.1 ให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 19 แห่ง รวมจำนวน 100 หลักสูตร

1.1.1 ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 16 แห่ง จำนวน 97 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 3) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์สุพรรณบุรีศรีสุวรรณภูมิ 5) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 7) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 8) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 9) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 10) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 11) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 12)มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 13) มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 14) มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 15) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และ 16) วิทยาลัยแสงธรรม

1.1.2 ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 2 แห่ง จำนวน 2 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และ 2) มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

1.1.3 ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 1 แห่ง จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

1.2 ให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา)ที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว โดยเปลี่ยนแปลงแผนการรับนักศึกษา จำนวน 8 แห่ง รวมจำนวน 20 หลักสูตร ดังนี้

1.2.1 ปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 8 แห่ง จำนวน 19 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2) มหาวิทยาลัยทักษิณ 3) มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง 4) มหาวิทยาลัยนครพนม  5) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 6) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 7) มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และ 8) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

1.2.2 ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) จำนวน 1 แห่ง จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยนครพนม

2.เห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 3/2568 ของผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินฯ จำนวน 4,629 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 3,858 คน 2) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 656 คน และ 3) หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 115 คน และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สุดยิ่งใหญ่! พี่น้องชาวจุฬาฯ ร่วมงานคับคั่งกว่า 6 พันคน ในงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ‘๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ’

สุดยิ่งใหญ่!  พี่น้องชาวจุฬาฯ ร่วมงานคับคั่งกว่า 6 พันคน ในงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ '๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ'

สุดยิ่งใหญ่! พี่น้องชาวจุฬาฯ ร่วมงานคับคั่งกว่า 6 พันคน ในงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ‘๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

ในงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ “๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ” ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ รวมพลังนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันพร้อมใจใส่เสื้อสีชมพู ร่วมรำลึกถึงความรัก ความสามัคคี และความผูกพันใต้ร่มจามจุรี ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนอบอุ่น ผู้ร่วมงานคับคั่งกว่า 6 พันคน อาหารจัดเต็ม และการแสดงสุดอลังการ

สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) ได้จัดงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ในปี 2568 ซึ่งตรงกับวันครบรอบวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 108 ปี นำโดยประธานคณะกรรมการดำเนินงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมพิธีเปิดงานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ ภายใต้แนวคิด “๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ” สื่อให้เห็นถึงความผูกพันของชาวจุฬาฯ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสร้างความเจริญก้าวหน้าทั้งในประเทศและระดับสากล เปรียบเช่นการแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาของต้นจามจุรี ต้นไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรัก ความสามัคคี และความผูกพันของเหล่าน้องพี่สีชมพูภายใต้ร่มเงาของจามจุรี พี่น้องชาวจุฬาฯ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 6 พันคน โดยภายในงานยังมีอาหารเลิศรสจากร้านดังทั่วประเทศกว่า 60 ร้าน ให้ผู้เข้าร่วมงานรับประทานฟรี พร้อมที่จอดรถฟรี และของที่ระลึกเป็นสูจิบัตรและเสื้อ #Chula108 อีกทั้งยังมีเหล่าศิลปินดารามากมายมาร่วมให้ความบันเทิงในกิจกรรมช่วงเย็น

งานเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. รวมถึงการแสดงสุดพิเศษจากผู้แทนนิสิตเก่าและปัจจุบัน ฟังดนตรีสดจากวง CU Band และชมการแสดงตื่นตาตื่นใจจากการรวมตัวกันของเหล่า CU Cheerleader งานนี้เป็นโอกาสอันดีในการพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพูมาพบปะสังสรรค์ ระลึกถึงความสุขร่วมกันเมื่อครั้งเป็นนิสิตในรั้วจามจุรี และยังเป็นการสานความผูกพันสายใยน้องพี่สีชมพู สมชื่องานคืนเหย้าชาวจุฬาฯ “๑๐๘ ปี จามจุรีประดับใจ” ที่สะท้อนถึงสายใยแห่งมิตรภาพและความภาคภูมิใจของชาวจุฬาฯ ที่ยังคงแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย

เชิญชวนเหล่าน้องๆ นักเรียน-นักศึกษา ร่วมส่งผลงานการประกวดออกแบบลายผ้าไทย

เชิญชวนเหล่าน้องๆ นักเรียน-นักศึกษา  ร่วมส่งผลงานการประกวดออกแบบลายผ้าไทย

เชิญชวนเหล่าน้องๆ นักเรียน-นักศึกษา ร่วมส่งผลงานการประกวดออกแบบลายผ้าไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เชิญชวนเหล่าน้องๆ นักเรียน-นักศึกษา

ร่วมส่งผลงานการประกวดออกแบบลายผ้าไทย

ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล

น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย รองธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิด และร่วมรับฟังการบรรยายกิจกรรมการประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากลเพื่อการต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2025) พร้อมด้วย น.ส.ศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเข้าร่วมงาน โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านผ้าไทย การออกแบบและแฟชั่น อาทิ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน, ผศ.ดร.วุฒิไกร ศิริผล, ดร.กรกลด คำสุข, ดร.แพรวา รุจิณรงค์และ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยในมิติต่างๆ ที่เป็นสากลมาพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทยให้มีความทันสมัย สร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มพูนทักษะความรู้ ให้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการผ้าไทยในทุกระดับ รวมถึงนิสิต นักศึกษา และผู้สนใจด้านการออกแบบแฟชั่น

กิจกรรมการประกวดออกแบบลายผ้าไทยแนวคิดหลักคือ “เงาแห่งอดีต Silhouetteof the Past” แบ่งการประกวดออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสิ่งทอสร้างสรรค์ สามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวน โดยเน้นที่การแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผ้าที่สามารถถ่ายทอดแรงบันดาลใจ แนวความคิดการประยุกต์ใช้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นออกมาเป็นผลงานการออกแบบผ้าที่สวยงามและ สามารถผลิตได้จริง

ผู้ที่สนใจสามารถส่งงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 21 เม.ย. 2568 ติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ
Facebook : ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ Facebook : Cultural Textile Awards

มทร.ธัญบุรี พลิกไอเดียสู่ตลาด เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

มทร.ธัญบุรี พลิกไอเดียสู่ตลาด  เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

มทร.ธัญบุรี พลิกไอเดียสู่ตลาด เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มทร.ธัญบุรี จัดงาน “RMUTT IP & Business Matching พลิกไอเดียสู่ตลาด สร้างโอกาสสู่อนาคต” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการได้จับคู่ทางธุรกิจและร่วมลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง ที่โรงแรมโนโวเทลฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี

โดย ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า RMUTT IP & Business Matching เป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้มาสู่การใช้จริงในเชิงพาณิชย์ เสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลในระดับสากล

ขณะที่ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงแนวทางและเป้าหมายของการจัดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ตลาด พร้อมผลักดันการลงทุนในผลงานวิจัยและการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการส่งเสริมการร่วมลงทุน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมผ่าน University Holding Company โดย รศ.ดร.นพพรลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยและการเชื่อมโยงงานวิจัยกับกลไกทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานคือ Pitching ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ การยกระดับศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบที่ตอบสนองการขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยนำเสนอผลงานแก่ภาคอุตสาหกรรม โดยมีผลงานเด่น เช่น “Saro Calcium+” ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมจากเปลือกไข่ที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ผลิตภัณฑ์กุ้งปรุงรสกึ่งแห้งที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและคงรสชาติสดใหม่ เครื่องอัดขยะพลาสติกแบบเกลียวอัดที่ช่วยลดปริมาณขยะและเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิล และชุดทดสอบการต้านการแทงของวัสดุสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรมความปลอดภัย เป็นต้น

ทั้งนี้ การนำเสนอผลงานวิจัยยังครอบคลุมใน Flagship สำคัญของมหาวิทยาลัยที่แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.Agri-Food Innovation 2.Health and Wellness 3.Logistic Innovation 4.Digital Economy และ 5.Tourism Creative Innovation ซึ่งมีการประกาศและมอบรางวัลให้กับผลงานที่โดดเด่นที่สุดของปี