ศธ.ห่วงหมอกควันหน้าหนาว วางมาตรการตั้งรับ PM2.5 ปกป้องครู-นักเรียนให้ปลอดภัย

ศธ.ห่วงหมอกควันหน้าหนาว  วางมาตรการตั้งรับ PM2.5  ปกป้องครู-นักเรียนให้ปลอดภัย

ศธ.ห่วงหมอกควันหน้าหนาว วางมาตรการตั้งรับ PM2.5 ปกป้องครู-นักเรียนให้ปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยความห่วงใยของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปจนถึงหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เรื่องการรับมืออากาศหนาวเย็นจัดในประเทศไทยรอบสัปดาห์นี้ พร้อมเน้นย้ำดูแลสุขภาพจากภัยฝุ่นพิษ PM2.5 ที่แผ่คลุมหลายพื้นที่ หากโรงเรียนใดเข้าขั้นวิกฤตต้องการปิดการเรียนการสอนเพื่อความปลอดภัยของผู้เรียน ให้พิจารณาจัดสอนรูปแบบ On-site/On-hand/Online ตามความเหมาะสม

โฆษก ศธ. กล่าวว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาที่พบว่าช่วงสัปดาห์นี้อากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบปีและรอบหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนทุกพื้นที่ทั่วประเทศควรตั้งรับอากาศหนาวเป็นพิเศษโดยเฉพาะโซนพื้นที่สูงที่มีอุณหภูมิหนาวจัดหรือมีลมหนาวกำลังแรงที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีภูมิคุ้มกันและการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง โรงเรียนควรกำชับให้ผู้เรียนสวมเสื้อกันหนาว ถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวก เพื่อช่วยให้ร่างกายรักษาความอบอุ่นได้ดีขึ้น

ในช่วงหน้าหนาวของทุกปีหลายพื้นที่ในประเทศไทยมักเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 จนถึงขั้นรุนแรง สาเหตุเกิดจาก “การล้อมเกาะของอากาศ” ทำให้ฝุ่นและมลพิษที่สะสมอยู่ในอากาศไม่สามารถกระจายออกไปได้และอยู่ในพื้นที่จุดนั้นเป็นเวลานานปริมาณฝุ่นในอากาศจึงสูงขึ้น เกิดผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่เปราะบางต่อการเจ็บป่วยและโรคทางเดินหายใจ ทำให้เด็กมีอาการแสบแน่นจมูก แสบตา ตาแดง มีไข้ ตัวร้อน หากทิ้งอาการเหล่านี้ไว้นานเด็กจะนอนกรน หลับไม่ลึก สมองขาดออกซิเจนทำให้ง่วง ความจำไม่ดี ส่งผลต่อการเรียน สมาธิสั้น มีพัฒนาการช้าหรือร้ายแรงสุดคือเสียหายถาวร

สิ่งสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำคือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่เด็กต้องเผชิญกับฝุ่นและควันพิษโดยตรง เช่น การเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง กิจกรรมวิชาลูกเสือ ครูควรให้เด็กอยู่ภายในอาคารให้มากที่สุด หรือหากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาด PM2.5 และหากค่าฝุ่นสูงจนถึงขั้นวิกฤตให้สถานศึกษาพิจารณา เปิด-ปิดการเรียนการสอนตามที่เห็นสมควร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่เพราะมีความเข้มข้นของปริมาณค่าฝุ่นไม่เท่ากัน หากพื้นที่ใดอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายอาจเรียน On-site ปกติที่โรงเรียน นำส่งเอกสารแบบ On-hand ที่บ้านนักเรียน เรียน Online หรือเรียนแบบผสมผสานหลายรูปแบบแล้วแต่การวางมาตรการของสถานศึกษาเพื่อหลีกเลี่ยงการให้เด็กต้องอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศที่มีมลพิษสูง

ขณะเดียวกันขอชื่นชมโรงเรียนบางแห่งที่ได้เตรียมมาตรการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ซึ่งมีการวางแผนที่ดีด้านระบบกรองอากาศที่ได้มาตรฐาน มีห้องปิดมิดชิด เสริมความปลอดภัยให้ห้องเรียนด้วยการใช้พัดลมดูดอากาศฉีดละอองน้ำจับฝุ่น เปิดช่องระบายให้อากาศถ่ายเทเล็กๆ เพื่อให้ฝุ่นเข้าได้น้อยที่สุด รวมถึงมีการสื่อสารสร้างการรับรู้ให้ผู้เรียนตระหนักถึงปัญหาฝุ่นพิษ พร้อมวางแนวทางการป้องกันและติดตามผลกระทบด้านสุขภาพ เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในช่วงวิกฤตและเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวงศึกษาธิการ เข้าใจถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนจึงได้วางมาตรการปกป้องดูแล และมอบอำนาจให้โรงเรียนทั่วประเทศตัดสินใจได้อย่างอิสระในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน การรับมือกับฝุ่น PM2.5 และอากาศหนาวในปีนี้ ถือเป็นการทดสอบความยืดหยุ่นและการปรับตัวของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการศึกษา ซึ่งเราได้เตรียมมาตรการที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้” โฆษก ศธ. กล่าว

‘ศธ.-รร.มหิดลวิทยานุสรณ์’จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์ ISSF2025 ตั้งเป้าปั้นหลักสูตรแห่งอนาคต

‘ศธ.-รร.มหิดลวิทยานุสรณ์’จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์ ISSF2025 ตั้งเป้าปั้นหลักสูตรแห่งอนาคต

‘ศธ.-รร.มหิดลวิทยานุสรณ์’จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์ ISSF2025 ตั้งเป้าปั้นหลักสูตรแห่งอนาคต

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

กระทรวงศึกษาธิการโดย‘โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์’จัดกิจกรรมมหกรรมวิทยาศาสตร์นานาชาติ International Students Science Fair (ISSF 2025) เทิดพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ดึงความสำเร็จจากโรงเรียนชั้นนำทั่วโลก ตั้งเป้าปั้นหลักสูตรแห่งอนาคต ขยายผลต่อโรงเรียนไทย

15 มกราคม 2568 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ครั้งที่ 20 The 20th International Students Science Fair (ISSF 2025) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 31 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในปีมหามงคลแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา ด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์นับแต่ก่อตั้งโรงเรียนเมื่อปี พ.ศ.2533 และต่อวงการการศึกษาวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน ISSF ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2548 (ISSF 2005) ครั้งที่ 7 เมื่อปี พ.ศ. 2554 (ISSF 2011) และในครั้งนี้ ปี พ.ศ. 2568 (ISSF 2025) อันเป็นการจัดงานครบรอบ 20 ปี ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568 ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมจำนวน 227 คน จาก 18 ประเทศ มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 43 โรงเรียน เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนานาชาติจะช่วยพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ของไทยให้มีศักยภาพทัดเทียมการศึกษาวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติได้

ด้าน ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เป็นโรงเรียนที่เป็นองค์การมหาชนแห่งเดียวของรัฐ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบในการพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษา ดังนั้น การทำงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของเครือข่ายโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากทั่วโลกในงาน ISSF จะทำให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เห็นแนวทางการพัฒนาหลักสูตรแห่งอนาคตที่เป็นมาตรฐานนานาชาติ และนำกลับมาทดลองใช้กับหลักสูตรของโรงเรียน เพื่อขยายผลต่อยอดให้กับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ของไทย เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นต่าง ๆ ในประเทศต่อไป

“ในงาน ISSF 2025 จะมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา ปาฐกถาพิเศษโดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล การนำเสนอผลงานวิจัยโครงงานวิทยาศาสตร์ในมิติใหม่ร่วมกับการถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านการแสดงผลงานศิลปะ เป็นต้น นอกจากกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับนักเรียนแล้ว ในตลอดสัปดาห์ของการจัดงาน ณ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ยังมีกิจกรรมในมิติของผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นการพัฒนาและขับเคลื่อนแนวทางการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สามารถพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นพลโลกที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาสำคัญระดับโลกด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้” ดร.วรวรงค์ กล่าว

ศธ.จับมือ Google for Education พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย

ศธ.จับมือ Google for Education พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย

ศธ.จับมือ Google for Education พลิกโฉมอนาคตการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ Google for Education เพื่อร่วมกันพลิกโฉมอนาคตการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, สจวร์ต มิลเลอร์,สกอตต์ หว่อง หัวหน้าฝ่ายด้านการศึกษา Google Asia Pacifc และแจ็คกี้ หวาง Country DirectorGoogle ประเทศไทย เข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ศธ. และ Google for Education ได้ร่วมกันขยายผลความร่วมมือ 2 โครงการ ที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือ 4 เสาหลักระหว่าง Google และรัฐบาลไทยเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ โดยได้เปิดตัวหลักสูตรและประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียน นับเป็นที่แรกในโลก โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสอบวัดระดับความรู้เกี่ยวกับ Google Workspace for Education และ Chrome OS ผ่านระบบ Massive Open Online Courses (MOOC) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลของ Google ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และได้รับประกาศนียบัตรหลังเรียนจบหลักสูตร

และอีกโครงการสำคัญที่ร่วมมือกันขยายผล คือ การใช้ Chromebook ในกลุ่มโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มุ่งเน้นการนำ Chromebook ไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสนุกสนานในการเรียนรู้ และลดภาระงานของครูผู้สอน ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายขยายผลไปยังโรงเรียนในกลุ่มดังกล่าวอีก 20 แห่งทั่วประเทศ

“ความร่วมมือกับ Google จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาเติมเต็มนโยบาย “Anywhere Anytime”และการพัฒนาครูผู้สอน ทำให้ข้อมูลเข้าถึงผู้เรียน ครู และผู้บริหารทุกระดับถือเป็นประโยชน์มากการใช้ Google Classroom และ Chromebook ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและสอดรับกับเทคโนโลยี AI ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย กล่าวว่า Google เชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของโอกาสและความเท่าเทียม Google จึงมุ่งมั่นที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมสำหรับการเรียนการสอนและสร้างทักษะดิจิทัลให้เยาวชน ซึ่งเรามีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ศธ.มาหลายปี ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียน เช่น Google Classroom และ Chromebook ไปจนถึงการวิจัยพัฒนาการเรียนการสอน โดยเฉพาะในช่วง COVID-19

“การประกาศลงทุนสร้าง Data Center และ Cloud Region ในประเทศไทยมูลค่า กว่า 3.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา โดย Ruth Porat ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาและเศรษฐกิจไทย โดยเชื่อมั่นว่าการลงนามในวันนี้จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ของการศึกษาไทยให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบาย Anywhere Anytime ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมก้าวไปสู่สังคมที่เท่าเทียมและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น” 

ทั้งนี้ Google for Education มุ่งยกระดับทักษะครูผู้สอนให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีหลักสูตรและการสอบวัดระดับ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม โดย Google for Education เป็นการนำเสนอนวัตกรรมที่ดีที่สุดของ Google มาสู่ด้านการศึกษา เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการสอนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดโอกาสให้นวัตกรรมเทคโนโลยีเข้าถึงโรงเรียนอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งสนับสนุนให้นักการศึกษาใช้งานด้วยเครื่องมือที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ศธ.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงมีการประกาศแนวทางการใช้ AI ฉบับชั่วคราวเพื่อเป็นกรอบแนวทางให้กับนักการศึกษาในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมที่สุด

คุรุสภาจัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 69 ปฎิวัติการศึกษา สร้างเด็กยุคใหม่

คุรุสภาจัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 69 ปฎิวัติการศึกษา สร้างเด็กยุคใหม่

คุรุสภาจัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 69 ปฎิวัติการศึกษา สร้างเด็กยุคใหม่

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 พ.ศ. 2568 โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ., นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ.,นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดงานวันครู 2568 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภาผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการ ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.เปิดเผยว่า การจัดงานวันครู ครั้งที่ 69 นี้ ศธ.โดย คุรุสภา องค์กรหลักและองค์กรในกำกับร่วมจัดงานวันครูทั้งส่วนกลางที่หอประชุมคุรุสภา และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online ภายใต้แนวคิด “ครูไทยร่วมใจปฏิวัติการศึกษา : สร้างเด็ก “ฉลาดรู้ฉลาดคิด ฉลาดทำ” โดยเชื่อว่าเมื่อครูทุกคนร่วมใจกันสร้างความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้ศิษย์ฉลาดรู้ คือ รู้ในสิ่งที่ควรรู้ รู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้ฉลาดคิด คือ คิดอย่างมีเหตุมีผล ฉลาดทำ คือ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งศธ.ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา อย่างมีคุณภาพ โดยครูคุณภาพ ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ทำดี ทำได้ทำทันที และภายใต้ในการทำงานร่วมกัน คือ จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน มีเป้าหมายสูงสุดที่มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาคความปลอดภัย และมีการศึกษาที่เป็นเลิศสามารถสร้างความมั่นคงของชีวิต เพื่อการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยในวันครูปีนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานงานวันครูของส่วนกลาง ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา

และเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 นี้ ศธ.ได้จัดเตรียมของขวัญที่จะมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากหน่วยงานต่างๆในสังกัด และในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 หน่วยงาน ดังนี้ 1.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดบริการระบบย้ายข้าราชการครู ออนไลน์ ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ลดภาระการจัดทำเอกสารคำร้องขอย้าย ความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ปิดช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์, 2.สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา Spark and Share Idea แจกฟรี รวมไอเดียการสอนและการบริหารจัดการสถานศึกษา Upskills ครูมืออาชีพสู่การพัฒนา DOE เด็กไทย และคลังความรู้สำหรับครูยุคดิจิทัล, 3.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อบรมภาษาอังกฤษพร้อมสอบวัดระดับ CEFR ฟรี 10,000 Users, 4.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม 1 ครู 1 วิชาชีพ ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Upskill กว่า 800 หลักสูตร ให้กับครูที่สนใจ คนละ 1 หลักสูตร เพื่อเพิ่มทักษะใหม่ๆ สำหรับใช้ในการสอน และการสร้างอาชีพเสริม, 5.สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เปิดอบรมหลักสูตรวันครู รับเกียรติบัตรและชั่วโมงต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฟรี รับสิทธิ์เข้าใช้งาน Smart Education Hub คณิตศาสตร์สิงคโปร์ ฟรี เรียนภาษาอังกฤษจาก Voxy Platform ฟรี คูปองการเรียนใน Coursera Platform (International Certified) หลักสูตร AI Essentials

6.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แจกสื่อการเรียนการสอนให้กับคุณครูฟรี และ องค์การค้าของ สกสค. ลดสินค้าราคาพิเศษ สูงสุด 50% ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา, 7.สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ โครงการเยียวยาให้ครูมีคุณวุฒิทางการลูกเสือ จัดทบทวนผู้ที่ผ่านการอบรม บุคลากรทางการลูกเสือที่ยังไม่ได้คุณวุฒิวูดแบดจ์ จำนวน 1,000 คน, 8.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลดราคา E-book สูงสุด 30% ลดราคาสื่อและบอร์ดเกม 15% และพัฒนาทักษะการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Formative Assessment) ในรูปแบบออนไลน์พร้อมแจกฟรี ChatBot MathMeow (แบบทดสอบคณิตศาสตร์พื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) และดาวน์โหลดฟรี สื่อดิจิทัลสถานการณ์จำลองแบบมีปฏิสัมพันธ์วิชาฟิสิกส์ และสื่อที่น่าสนใจอีกมากมาย, 9.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ฟรี อบรมผ่านระบบ E – learning ของ สมศ. เรื่อง “การจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยในสถานศึกษา” เพื่อนำไปใช้จัดการกับความปลอดภัยของนักเรียน, 10.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ บริการจัดการทดสอบโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการสอบ 200 บาท ในการดำเนินการจัดสอบ ครู บุคลากรทางการศึกษา นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป จำนวน 10,000 ที่นั่งและ 11.โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ฟรีวารสาร MWIT ในรูปแบบ e-Magazine เน้นสาระด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย และเรียนฟรีหลักสูตร MWIT ผ่าน MWIT Media

ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า คุรุสภาจัดงานวันครูขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 และได้มีการจัดงานวันครูอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อจัดพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติครูและพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างครู และครูกับประชาชน และเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรม เพื่อปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนของชาติ

สำหรับการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คุรุสภาจัดให้มีพิธีมอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2568 เข็มคุรุสภาสดุดีและเกียรติบัตร รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” ประจำปี 2567, รางวัลครูผู้สอนดีเด่นประจำปี 2567, รางวัล “คุรุสดุดี” ประจำปี 2567,รางวัลผลงาน “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ประจำปี 2567, รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา ประจำปี 2567, รางวัลพระพฤหัสบดี ระดับประเทศ ประจำปี 2567 รางวัล “ครูดีในดวงใจ” และรางวัลครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และเป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,217 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ทั้งนี้ พิธีการงานวันครู ครั้งที่ 69 ในวันที่ 16 มกราคม 2568 จะมีการถ่ายทอดสดเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และแบบออนไลน์ผ่านช่องทางออนไลน์ยูทูบและเฟซบุ๊กแฟนเพจคุรุสภา พร้อมล่ามภาษามือ

ทีมนักวิจัยกะละแม ม.นครพนม รังสรรค์เมนูพิเศษจาก ‘กะละแมโบราณ’

ทีมนักวิจัยกะละแม ม.นครพนม  รังสรรค์เมนูพิเศษจาก ‘กะละแมโบราณ’

ทีมนักวิจัยกะละแม ม.นครพนม รังสรรค์เมนูพิเศษจาก ‘กะละแมโบราณ’

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.ดร.รุ้งลาวัลย์ เอี่ยมกุศลกิจ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นประธาน กิจกรรมการพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มกะละแมโบราณนครพนม เพื่อต่อยอดการพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มกะละแมนครพนม โดยมี ผศ.ดร.คมศักดิ์ หารไชย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนากรอบรมการวิจัย การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น (ปีที่ 2) นำเสนอกิจกรรม ณ Posh Café & Bistro ซอยประชาสุขสันต์ ถ.กลางเมือง ต.หนองแสง อ.เมือง จ.นครพนม

ซึ่งการพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มกะละแมโบราณ เป็นกิจกรรมภายใต้กรอบการวิจัย “การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น ปีที่ 2” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนครพนม ภายใต้แบรนด์ “กะละแมโบราณ” ร่วมกับ ตุ๊กตากะละแมโบราณ และ Posh Café & Bistro เพื่อพัฒนาต่อยอดเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากกะละแม จำนวน 4 เมนู ได้แก่ กะละแมนมนัวนมกะละแมปั่น โรตีกะละแม และเค้กโรลกะละแม ซึ่งให้คณะกรรมการร่วมชิมรสชาติจากส่วนผสมที่ทำจากกะละแม พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนารสชาติและต่อยอดไปเป็นเมนูอื่นๆ ได้อีกต่อไป

ผศ.ดร.รุ้งลาวัลย์ เอี่ยมกุศลกิจ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณทีมนักวิจัยในการเข้ามาพัฒนากระบวนการต่างๆ ได้แบบครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำ (การปลูก) กลางน้ำ (กระบวนการผลิต) และปลายน้ำ (การจัดจำหน่าย) โดยงานวิจัยชิ้นนี้สามารถเป็นผลงานโดดเด่นของจังหวัดได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับพื้นที่ (SDGs) ทำให้ประชาชนมีโอกาสขยายและยกระดับมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในนามมหาวิทยาลัยนครพนมขอบคุณทุกคนในจังหวัด ที่ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ “กะละแม”ซึ่งเป็นสินค้าจากชุมชนท้องถิ่น

ด้าน ผศ.ดร.คมศักดิ์ หารไชย เปิดเผยว่า โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นการพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการให้เป็นไปตามความถนัด และ DNA ย่อยของแต่ละแบรนด์ย่อย (ซึ่งอยู่ในกลยุทธ์ที่ 2 ที่ว่าด้วยเรื่อง Entrepreneurship) โดยการพัฒนาผู้ประกอบการในกลยุทธ์ที่ 2 นี้มีการพัฒนาแบรนด์ย่อย จำนวน 3 แบรนด์ ได้แก่ กะละแมทูลใจ (มีความเด่นในเรื่องของ Innovation) ตุ๊กตากะละแมโบราณ ร่วมมือกับร้าน Posh Café & Bistro (มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเนื้อกะละแมที่เป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆ) และกะละแมครูน้อย (มีความถนัดในด้านของการเป็นศูนย์การเรียนรู้) ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ อยู่ภายใต้แบรนด์ใหญ่ คือ “กะละแมโบราณนครพนม” ซึ่งมีหัวใจ และ DNA ร่วมกัน ในการสืบสานต่อยอด เชิดชู สวีท และเสน่ห์อันเป็นตำนานของนครพนม เพราะการทำกะละแมช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้ทุกระดับ

ทั้งนี้ กิจกรรม “การพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มกะละแมโบราณ” เป็นการพัฒนาความสามารถผู้ประกอบการให้เป็นไปตามความถนัด และ DNA ย่อยของแต่ละแบรนด์ย่อย เพื่อพัฒนาแนวทางให้ตุ๊กตากะละแมโบราณ สามารถนำกะละแมโบราณนครพนม ไปรังสรรค์เมนูแบบพิเศษและเมนูที่แปลกใหม่ด้วยสูตรเฉพาะของร้านนั้นๆ ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการรับรู้และเชิดชูให้ “กะละแม” เป็นสินค้าที่ต้องห้ามพลาดของนครพนม และเป็นสินค้าของฝากสำคัญของประเทศ ซึ่งการพัฒนาที่ผ่านมาใน Entrepreneurshipได้รับการอนุเคราะห์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนมและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ที่ให้ความกรุณาในการจัดกิจกรรมอื่นๆ ส่งเสริมความร่วมมือ ทำให้งานวิจัยมหาวิทยาลัยนครพนม ดำเนินการได้อย่างง่ายในหลายกิจกรรม

น.ส.กฤษฎิ์ฐิตา ชนะมี ผู้จัดการร้าน Posh Café & Bistro กล่าวว่า หลังจากพูดคุยและร่วมวางแผนกับทีมนักวิจัย ม.นครพนม จึงตกผลึกเป็น 4 เมนูใหม่นำร่องคือ กะละแมนมนัว นมกะละแมปั่น โรตีกะละแมและเค้กโรลกะละแม โดยทั้ง 4 เมนูนี้ มีระดับความหวานให้ลูกค้าได้เลือก ซึ่งได้ทำการทดลองกับลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปรากฏว่าได้เสียงตอบรับที่ดี อีกทั้งยังได้รับคำชมจากลูกค้าด้วย

นอกจากกิจกรรมการพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มกะละแมโบราณ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยทีมนักวิจัยยังได้ร่วมกับจังหวัดจัดกิจกรรม “พาสายมูดูกะละแมโบราณนครพนม ตามรอยขนมแห่งศรัทธาสู่มรดกภูมิปัญญาแห่งเมืองธาตุพนม” ภายใต้โครงการการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาอาหารถิ่นจังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน ในวันที่ 15 มกราคม 2568 นี้ด้วย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์ในงานตรุษจีนปี68

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์ในงานตรุษจีนปี68

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์ในงานตรุษจีนปี68

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.37 น.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอเชิญชวนสาธุชน ทานสาคูสิริมงคล ทำบุญสะเดาะเคราะห์ในงานตรุษจีนปี68

ระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” ซึ่งหนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น .. เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี  รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเส็ง พร้อม รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข   อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง” ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 28 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่  http://www.pttfny.net/cnny  ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อเสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเส็ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ติดต่อสอบถาม ตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung

ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

.

‘โรงเรียนวัดจรเข้ไล่’บูรณาการการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ

‘โรงเรียนวัดจรเข้ไล่’บูรณาการการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ

‘โรงเรียนวัดจรเข้ไล่’บูรณาการการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.46 น.

‘โรงเรียนวัดจรเข้ไล่’บูรณาการการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ

14 มกราคม 2568 โรงเรียนวัดจรเข้ไล่ พร้อมองค์กรเครือข่าย เช่น วัด องค์การบริหารส่วนตำบล นายอำเภอ ปลัด ภาคธุรกิจเอกชน ผู้นำชุมชน สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) สมาคมโปคาดี้ 35 และผู้ปกครอง ร้านค้าต่างๆ ร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ  ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ ที่ 11 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยมี รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อุปนายก TSPCA ที่ปรึกษาสมาคมโปคาดี้ 35 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเปิดงาน ความว่า “วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันที่สำคัญเพราะทางผู้ใหญ่นั้น คำนึงถึงความสำคัญของเด็กๆ ที่ในอนาคตจะมีบทบาทหน้าที่สำคัญแทนผู้ใหญ่ และจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างครอบครัว พัฒนาสังคมและประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้า เกิดความสุขสงบต่อไป ฉะนั้น เด็กๆ ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว พัฒนาตนเอง ให้มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่ดี พร้อมอยู่ในสังคม และหมั่นศึกษาหาความรู้ เพื่อให้เกิดปัญญาในการแก้ไขปัญหาและใช้ชีวิตและช่วยผู้อื่นให้มีความสุขตลอดไป”

สำหรับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ได้มีการมอบของขวัญจำนวนมาก เช่น รถจักยาน ตุ๊กตา ของเล่น ขนม เงินทุนการศึกษา จากผู้สนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียน โดยสมาคมโปคาดี้ 35 ได้จัดกิจกรรม หมอและยาเพื่อชีวิต ครั้งที่ 206 การนำของนายชัยวัฒน์ หอมกลิ่นแก้ว และคณะ ด้วยการจัดกิจกรรมลานเยาวชน ลานศิลปะ คลีนิกฟุตบอล  บริการตัดผมฟรี โดยสถาบันสอนตัดผม เสริมสวยนิรันดร์รัตน์ ในส่วนของสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ร่วมจัดกิจกรรมรักสัตว์ในโรงเรียน เพื่อให้ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ได้มีความเมตตาและเห็นคุณค่าในทุกๆ ชีวิต 

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแสดงของนักเรียนทุกระดับชั้นปี มีการออกซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม จากผู้ปกครอง ห้างร้านในพื้นที่รอบๆบริเวณโรงเรียนเป็นจำนวนมาก เพื่อบริการแก่นักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  ทำให้นักเรียน มีความสุขและสนุกกับการทำกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

สำหรับโรงเรียนวัดจรเข้ไล่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต. ดอนทอง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นโรงเรียนชนิดนายอำเภอจัดตั้ง (โรงเรียนประชาบาล) ใช้ศาลาการเปรียญของวัดจระเข้ไล่เป็นที่เล่าเรียน เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการอนุเคราะห์ของพระอธิการสมชาย จตฺตมโล เจ้าอาวาสวัดจรเข้ไล่ ในขณะนั้นโรงเรียนได้เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2474 มีนักเรียนทั้งสิ้น 37 คน มีนายสงวน อบรมทรัพย์เป็นครูใหญ่

พ.ศ. 2512 นายไพบูลย์ วัฒนพานิช นายอำเภอเสนาได้พิจารณาเห็นว่าศาลาการเปรียญของวัดจรเข้ไล่ที่ใช้เป็นสถานที่เล่าเรียนเกิดการชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอย่างมากหากมีการใช้เป็นสถานที่เล่าเรียนต่อไปจะเกิดอันตรายต่อนักเรียน จึงได้วางโครงการปลูกสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้เป็นเอกเทศเพื่อใช้เป็นสถานที่เล่าเรียนของนักเรียน โดยการขอเงินอุดหนุนจากกรมการปกครองและเงินบำรุงภาษีท้องที่ผ่านนายผดุง สุวานิช สมาชิกสภาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้เป็นผู้ประสานงาน

การก่อสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่จะต้องมีที่ดินสำหรับปลูกสร้างอาคารเรียน คณะกรรมการจึงได้ประชุมชี้แจงกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเพื่อขอรับบริจาคที่ดินและได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลต่อไปนี้ที่บริจาคที่ดิน (จำนวน 15 ไร่ – งาน 10 ตารางวา) เพื่อให้เป็นสถานที่แก่โรงเรียนวัดจระเข้ไล่

ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึง ที่มัธยมศึกษาปีที่ 3 มี นางสาวรัชนี ธาระนารถ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา มีข้าราชการครูและบุคลากร จำนวน 18 คน มีนักเรียนทั้งหมด 143 คน

อว. ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อว. ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อว. ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

อว. ร่วมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุ 26,469 วัน เท่ากับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 ในวันที่ 14 มกราคม 2568 โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถวัดคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

พระราชพิธีสมมงคล เป็นราชประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบกันมาช้านาน พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จะทรงอนุสรณ์คำนึงถึงพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระบรมราชบุพการีในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันที่ตรงกับการครองราชย์ โดยโอกาสที่เวียนมาครั้งแรกมักเรียกว่า “สมมงคล” หรือ “สมภาคา” หมายถึง เสมอกัน หากเวียนมาเป็นครั้งที่สองจะเรียกว่า “ทวิภาคา” หรือ “ทวีธาภิเษก”

สาครรักษ์ศิลป์จัดงานแสดง‘โขนเรื่องรามเกียรติ์’สืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทย

สาครรักษ์ศิลป์จัดงานแสดง‘โขนเรื่องรามเกียรติ์’สืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทย

สาครรักษ์ศิลป์จัดงานแสดง‘โขนเรื่องรามเกียรติ์’สืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทย

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.43 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนางภิช์ตรา ชาญศิลป์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานร่วมชมการแสดงในงาน สาคร รักษ์ “ศิลป์” ที่บริเวณลานวัฒนธรรมสมุทรสาคร ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้า นายชัยพร ศิริพงษ์เวคิน ประธานสภาวัฒนธรรม นายณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส นายกสมาคมผู้สื่อข่าว องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผอ.ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก

การจัดงานสาคร รักษ์ ศิลป์ หอการค้าจังหวัดสมุทรสาครร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกันจัดงานขึ้นโดยภายในงานได้มีการแสดงชุดรำทะแยงมอญ การแสดงวิถีชีวิตการทำนาเกลือ โดยนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดช่องลม , การขับร้องและบรรเลงดนตรีชิมโฟนีออร์เคสตร้า โดย CDA Sumphonic Band จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ศาลายา

จากนั้นเป็นไฮไลท์ของการจัดงานคือ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดวายุบุตรวุฒิไกร “ภายใต้การจัดการโครงการโขนทั่วทิศแผ่นดินไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” นำแสดงโดยนักเรียน นักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอำนวยการแสดงโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ อัตถาผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปฯ  ทั้งนี้ โครงการโขนทั่วทิศแผ่นดินไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษา สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการแสดงโขน,เพื่อสร้างความตระหนักด้านศิลปวัฒนธรรมไทยให้กับเยาวชน และประชาชนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และเกิดเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรมไทย และเพื่อประชาสัมพันธ์วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางและต้นแบบการเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมประเภทโขนต่อไป

เด็กลำปางเจ๋งคว้า 4 รางวัลระดับประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 68

https://www.naewna.com/local/852930

เด็กลำปางเจ๋งคว้า 4 รางวัลระดับประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 68

เด็กลำปางเจ๋งคว้า 4 รางวัลระดับประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 68

วันจันทร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

เป็นอีกหนึ่งปีที่นักเรียนโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ได้คว้ารางวัลอันทรงเกียรติระดับประเทศเนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568” เป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดลำปาง

ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ จังหวัดลำปาง ได้รับเกียรติบัตรระดับประเทศ เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568” โดยเด็กหญิงนันทิกานต์ ถ้ำทอง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/Mep1 โรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ได้ รับโล่เกียรติคุณ “เด็กและเยาวชนดีเด่น” พร้อมเข้ารับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี และจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

เด็กหญิงสุเมธิกา สุภาจันทร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/Mep1 ได้รับมอบเกียรติบัตร “เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาให้ประเทศ” จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ และเด็กหญิงวิรัญดา ตระกูลพิทักษ์กิจ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/MEP2 โรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ ได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติถึง 2 รางวัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ รางวัล Young Smart : Young ทำดี ประจำปี 2567 รางวัลวัฒนธรรมวินิต ประจำปี 2568

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติและส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ตลอดจนตอกย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และศักยภาพด้านการเรียนรู้ของเยาวชนไทย

ความสำเร็จของนักเรียนทั้ง 3 คน ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจแก่ครอบครัว แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตน์อนุสรณ์ในการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิต ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลง และรู้จักคุณค่าของตัวเอง เพื่อที่จะก้าวสู่อนาคตที่สดใสและเหมาะสม มีอนาคตที่สดใส โดยมีโอกาสเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองอย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป