กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผนึก 4 หน่วยงานรัฐเป็นลมใต้ปีกดันมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผนึก 4 หน่วยงานรัฐเป็นลมใต้ปีกดันมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผนึก 4 หน่วยงานรัฐเป็นลมใต้ปีกดันมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.55 น.

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ผนึก 4 หน่วยงานรัฐเป็นลมใต้ปีกดันมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์

วันที่ 9 มีนาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยกระดับความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “ความร่วมมือการพัฒนามาตรฐาน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์” 

โดยจัดขึ้นภายในงานสัมมนาวิชาการหัวข้อ “มาตรฐานและการรับรอง: ลมใต้ปีกนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์ (Wind Beneath Innovation Wings)” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ในการผลักดัน “มาตรฐาน” ให้เป็นกลไกสำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 160 คน จาก 50 หน่วยงานชั้นนำด้านการวิจัย การส่งเสริมนวัตกรรม การกำกับดูแล และการพัฒนามาตรฐาน

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า การพัฒนามาตรฐานควบคู่กับกระบวนการวิจัยและพัฒนา จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยการบูรณาการความร่วมมือตั้งแต่ระยะต้นน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กล่าวว่า วศ. และหน่วยงานพันธมิตรพร้อมทำหน้าที่ “ลมใต้ปีก” เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านมาตรฐานจากงานวิจัยต้นน้ำสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ เพื่อลดช่องว่างระหว่างการสร้างนวัตกรรมกับการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานควบคู่กับกระบวนการวิจัยและพัฒนา พร้อมบูรณาการบทบาทของหน่วยงานด้านวิจัย มาตรฐาน การกำกับดูแล และการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อยกระดับการรับรองคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและนักลงทุน และผลักดันผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษจากผู้บริหารทั้ง 5 หน่วยงาน ได้แก่ ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เภสัชกร ดร.สุชาติ จองประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “บทบาท หน้าที่ขององค์กรต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยด้วยมาตรฐาน” เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายวิชาการในประเด็น “บัญชีนวัตกรรมไทยกับการสร้างโอกาสให้งานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดย นายกฤตภาส คงรัตน์ ผู้จัดการงานส่งเสริมนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการบรรยายเรื่อง “มาตรฐานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกับความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา” โดย นางจิราภรณ์ เหลืองไพรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อน “มาตรฐานและการรับรอง” ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยมีมาตรฐานสากล สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีการค้าทั้งในและต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น เสริมศักยภาพการแข่งขัน และก้าวสู่เวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน

มก.ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยศิลปะมวยไทย ยกระดับเยาวชนสู่ความเป็นเลิศด้วยฐานวิจัยและวิชาการ

มก.ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยศิลปะมวยไทย ยกระดับเยาวชนสู่ความเป็นเลิศด้วยฐานวิจัยและวิชาการ

มก.ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยศิลปะมวยไทย ยกระดับเยาวชนสู่ความเป็นเลิศด้วยฐานวิจัยและวิชาการ

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประสบความสำเร็จในการจัดงาน มหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย รอบชิงชนะเลิศ โดยมีเยาวชนกว่า 400 คนจากทั่วประเทศเข้าร่วมชิงชัยในมิติของความงดงามและทักษะกีฬา ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คแอนด์สเปลล์ จ.ปทุมธานี

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถาบันมวยไทยแห่ง มก. และภาควิชาพลศึกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  (วช.) สมาคมกีฬาบาสเกตบอล 3 คน และบริษัท Shoot it  จัดมหกรรมการประกวดศิลปะมวยไทย ทั้งการร่ายรำไหว้ครู ทักษะมวยไทย และคีตะมวยไทย ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อเฟ้นหาความเป็นเลิศทางศิลปะมวยไทยจากเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนุรักษ์วัฒนธรรมผ่านกระบวนการทางวิชาการ เพื่อมุ่งสร้างศูนย์กลางความรู้มวยไทยสู่ระดับสากล

ในพิธีปิดการแข่งขัน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน  ดร.เนตรทราย วงศ์อุปราช นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอล 3 คน บริษัท shoot its และ รศ.ดร.ต่อศักดิ์ เลิศจรัสวิไล ผู้อำนวยการสถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้เกียรติมอบรางวัลและทุนการศึกษาให้กับผู้ที่ชนะเลิศในการประกวดแต่ละประเภท ดังนี้ ชนะเลิศ การร่ายรำไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย ระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนวัดนางพิมพ์ , ชนะเลิศ การร่ายรำไหว้ครูมวยไทยและทักษะมวยไทย ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนบางแพปฐมพิทยา , ชนะเลิศ คีตะมวยไทย ระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนบ้านวังไผ่ , ชนะเลิศ คีตะมวยไทย ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม  รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า การออกกำลังกายด้วยศิลปะมวยไทยเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ควบคู่กับการเรียนรู้ศิลปะมวยไทย ฝึกความสามัคคี และการทำงานร่วมกัน  โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมจัดกิจกรรมด้านมวยไทยให้กับทุกคนต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดตั้งสถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยในภาพรวม

มทร.ธัญบุรี คึกคัก ‘RMUTT Music Festival 2025’ ดึงคณะต่างๆ ร่วมปล่อยของสร้างสรรค์

มทร.ธัญบุรี คึกคัก ‘RMUTT Music Festival 2025’ ดึงคณะต่างๆ ร่วมปล่อยของสร้างสรรค์

มทร.ธัญบุรี คึกคัก ‘RMUTT Music Festival 2025’ ดึงคณะต่างๆ ร่วมปล่อยของสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การนักศึกษา ร่วมกับ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นักศึกษาสาขาการตลาด-การจัดนิทรรศการและการตลาดเชิงกิจกรรม คณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาสาขาศิลปะการออกแบบแฟชั่น สาขานวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย นักศึกษาสาขาดนตรีสากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ บูรณาการร่วม จัดกิจกรรม RMUTT MUSIC FESTIVAL 2025 Remind To Rewind  มหกรรมดนตรีในสวน ครั้งที่ 3 ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์อิทธิพล โพธิพันธุ์ รองอธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักของนักศึกษาและผู้ร่วมงานจำนวนมาก ณ ลานอนันตรังสรรค์                     

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงดนตรีในสวน ดื่มด่ำกับบทเพลงจากวงดนตรีนักศึกษาและศิลปินรับเชิญ No One Else มาร่วมสร้างบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายก่อนปิดภาคเรียน      The Queen’s Voyage แฟชั่นโชว์ผลงานวิจัยและออกแบบที่ผสมผสานศิลปะชั้นสูงเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ การประกวด Remind The Rhythm เวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพทางดนตรีเพื่อเฟ้นหาสุดยอดศิลปินหน้าใหม่ RMUTT Market การออกบูทร้านค้าจากสโมสรนักศึกษาทุกคณะ ที่นำไอเดียธุรกิจและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์มาจำหน่าย สร้างรายได้และทักษะผู้ประกอบการ

นายคมชาญ เต็งหิรัญ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานฝ่ายวิชาการ องค์การนักศึกษา เล่าว่า RMUTT Music Festival 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สะท้อนภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยด้านการส่งเสริมศักยภาพนักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านศิลปะ ดนตรี แฟชั่น และทักษะการจัดกิจกรรม ตลอดจนเป็นพื้นที่รวมพลังสร้างสรรค์ของนักศึกษาหลายสาขาที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ เปิดพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมประสบการณ์จริง และสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะรอบด้านตามแนวทางมหาวิทยาลัยเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของความสามารถและศักยภาพของนักศึกษาที่พร้อมก้าวสู่การเป็นบัณฑิตคุณภาพของสังคม

ทางด้าน นางสาวอรปรียา สอนสระเกษ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการตลาด-การจัดนิทรรศการและการตลาดเชิงกิจกรรม เล่าว่า คณะบริหารธุรกิจ มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 สาขาการตลาด–การจัดการนิทรรศการและการตลาดเชิงกิจกรรม (เอกไมซ์) เข้ามาร่วมบูรณากิจกรรมในครั้งนี้  เป็นการลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์อีเวนต์ระดับมืออาชีพ ตั้งแต่การวางแผนงาน การประชาสัมพันธ์ การบริหารสื่อ การประสานงาน ไปจนถึงการจัดงานจริง ภายใต้คอนเซปต์ “FINAL CHAPTER, FOREVER MEMORIES” ที่ชวนผู้ร่วมงานย้อนกลับไปสัมผัสกลิ่นอาย “90’s Retro Night” เติมเต็มความทรงจำบทสุดท้ายของปีการศึกษาจัดเต็มความสนุกส่งท้ายปีการศึกษา กับงาน “RMUTT MUSIC FESTIVAL 2025 Remind To Rewind”

นางสาวชญานิษฐ์ จินดาหลวง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาศิลปะการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า ทางสาขาเข้าร่วมโดยมีการจัดแฟชั่นโชว์ “The Queen’s Voyage Royal Journey” ภายใต้ธีม “Long Live The Love” เรื่องราวความรักอันงดงามของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โดยหยิบยกพระราชดำรัสเกี่ยวกับเหตุการณ์ “เกลียดแรกพบ” อันกลายเป็นตำนานแห่งความรัก มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ เพื่อสืบสานคุณค่าผ้าไทยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ กิจกรรมครั้งนี้ได้ลงพื้นที่สัมผัสผ้าจริง เลือกซื้อวัสดุ ตลอดการออกแบบชุดที่นำมาเดินในครั้งนี้

งาน RMUTT Music Festival 2025 ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของ มทร.ธัญบุรี ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นมิตรและทันสมัยพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศต่อไป

​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมพบปะและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้อง UB005 อาคาร 99 ปี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) มหาวิทยาลัยพะเยา จ.พะเยา

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมนี้ มีผู้บริหารส่วนกลางและเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 245 เขต เข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. โดยเน้นการพบปะแบบ On-site ปีละอย่างน้อย 4 ครั้ง และใช้แนวทางการทำงานแบบ Bottom up เน้นการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานสะท้อนปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายถึงผู้บริหาร โดยมีประเด็นสำคัญประการแรก คือ การยกระดับโอกาสและคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก มุ่งบริหารจัดการด้านคน เงิน วิชาการ และงานทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เด็กได้เรียนเต็มศักยภาพ มีทักษะชีวิต อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ และมีอนาคตที่เลือกเองได้

ประเด็นที่สอง คือ การสร้างขวัญกำลังใจครู ให้สามารถพัฒนาเด็กเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข พร้อมเชื่อมโยงผลงานสู่ความก้าวหน้าทางวิทยฐานะและค่าตอบแทน รวมถึงผลักดันนโยบายบ้านพักครู ทั้งการก่อสร้างและซ่อมแซม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตครูอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนทางด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา สพฐ. ได้ติดตามสถานการณ์รายวัน และให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ เช่น กรณีเด็กจมน้ำ โดยเน้นเสริมทักษะชีวิตและมาตรการเชิงรุก เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัยจนจบการศึกษา

ในด้านการพัฒนาบุคลากร ได้เตรียมวางแผนเชิงระบบ จัดทำฐานข้อมูล พัฒนาครูและผู้บริหาร พร้อมผลักดันงบประมาณสนับสนุนคนดีคนเก่งศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพรุ่นใหม่ของ สพฐ. ขณะที่การบริหารงานบุคคลจะปรับหลักเกณฑ์คัดเลือก โดยผนวกความรู้จากการสอบกับผลงานจริง และเตรียมหลักเกณฑ์นำรางวัลระดับชาติ–นานาชาติ มาประกอบการเลื่อนวิทยฐานะอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ส่วนด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ ได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงเรียนที่เก็บเงินบำรุงการศึกษา ต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ นิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า

“นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองแบบเชิงรุก Active Learning ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และขยายผลเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งตลอด 3 วันนี้ เราได้ประชุมหารือร่วมกันอย่างเข้มข้น มีทั้งการติดตามงานเดิม ขับเคลื่อนงานใหม่ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างรอบด้านและยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล

สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล

สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยผู้ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานมูลนิธิร่มฉัตร และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ประธานในพิธี  ร่วมด้วย  ฯพณฯ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล เลขาธิการมูลนิธิร่มฉัตร นายหลี่ จินซง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ถัง อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด นางนวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา คณะจากสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โอกาสนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวตอนหนึ่งว่า ความร่วมมือของโครงการ One Belt and One Road (หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และอาชีวศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงการเชื่อมโยงผู้คน ทักษะ และองค์ความรู้

การแข่งขัน “ภาษาจีน+ทักษะวิชาชีพ” อาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ จึงสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ที่มุ่งสร้างความร่วมมือทางการศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน เวทีนี้เป็นตัวอย่างอันดีของการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนอาชีวศึกษาของประเทศไทยได้ก้าวสู่บทบาทของกำลังคนรุ่นใหม่ที่สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมพหุวัฒนธรรม เข้าใจภาษา เข้าใจวิชาชีพ และเข้าใจโลก และเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือไทย-จีนให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป

ด้าน นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้มุ่งคัดสรรและยกย่องนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นในสาขาวิชาชีพที่ประเทศต้องการ พร้อมส่งเสริมการบูรณาการทักษะภาษาจีนควบคู่ทักษะวิชาชีพ รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนเตรียมกำลังคนอาชีวศึกษาให้พร้อมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทักษะภาษาจีนในทุกสาขาวิชา การแข่งขันครั้งนี้จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ และขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับนักเรียน นักศึกษาผู้แข่งขันทุกคนที่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มความสามารถ เวทีนี้จะเป็น พลังสำคัญในการก้าวสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศในอนาคตต่อไป

สำหรับผลการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท เกียรติบัตร และเหรียญทองคำ หนัก 1 บาท ระดับ ปวช. ได้แก่ นางสาววรกมล หมุดเพชร สาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ , ระดับปวส. ได้แก่ นายเอกภักดิ์ รัตนะ สาขารถยนต์พลังงานใหม่ (ยานยนต์ไฟฟ้า) วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษณ์

รองชนะเลิศเหรียญเงิน รับโล่ และทุนการศึกษา 7,000 บาท เหรียญเงิน ระดับ ปวช. ได้แก่ นายอภิชา ประทุมโพธิ์ สาขารถยนต์พลังงานใหม่ (ยานยนต์ไฟฟ้า) วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น , ระดับ ปวส. ได้แก่ นายภานุวัฒน์ พลอยสมบูรณ์ สาขารถยนต์พลังงานใหม่ (ยานยนต์ไฟฟ้า) วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

และรองชนะเลิศเหรียญทองแดง รับโล่ และทุนการศึกษา 5,000 บาท เหรียญทองแดง ระดับ ปวช. ได้แก่ นายรุ่งตะวัน ชางยึ สาขาโลจิสติกส์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแม่สาย , ระดับ ปวส. ได้แก่ นายฐนภูมิ เสือทับ สาขารถยนต์พลังงานใหม่ (ยานยนต์ไฟฟ้า) วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์  

นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยเพชรยอดมงกุฎ 7 รางวัล รับเกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท รางวัลชมเชย 40 รางวัล รับเกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 1,000 บาท และรางวัลผ่านเกณฑ์ 50 รางวัล รับเกียรติบัตร และโล่เกียรติยศสำหรับสถานศึกษา เกียรติบัตรสำหรับครู อาจารย์ และผู้ปกครอง 

ครบรอบ 81 ปี ‘สถาปนาคุรุสภา’ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา – ครู – ผู้เรียน

ครบรอบ 81 ปี ‘สถาปนาคุรุสภา’ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา - ครู - ผู้เรียน

ครบรอบ 81 ปี ‘สถาปนาคุรุสภา’ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา – ครู – ผู้เรียน

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 81 ปี  โดยมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วย คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้รับรางวัล แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ อาคารหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ​

โดย รมช.ศธ. ได้เป็นประธานพิธีบวงสรวง องค์พระพฤหัสบดี สักการะศาลตายาย พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระยาศรีสุนทรโวหาร และ ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ ผู้ก่อตั้งคุรุสภา และพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น รมช.ศธ. พร้อมผู้ร่วมงาน ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที

ในโอกาสนี้ รมช.ศธ. ได้มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ โดย รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลแด่ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา โดยมี นายเจษฎา สินสโมสร สามี เป็นผู้รับมอบรางวัลแทน และคณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อีก 4 ท่าน ได้แก่ นายคมคาย แก้วพรหม, นางสาวสุวรรณา รัตนบุรี, นางสาวขนิษฐา เครือวัลย์ และนางทิพวรรณ เพชรหนู ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดปกป้องนักเรียนจากเหตุการณ์อันตราย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แม้ต้องประสบอันตรายจนผู้อำนวยการโรงเรียนถึงแก่ชีวิต การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า “ครู” ที่เป็นทั้งผู้นำและผู้พิทักษ์ศิษย์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ รมช.ศธ. ยังได้มอบรางวัลเพื่อเป็นการยกย่องผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมจำนวน 89 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 30 รางวัล, รางวัลผู้บริหารภารกิจคุรุสภา ส่วนภูมิภาค ดีเด่น 17 รางวัล, รางวัลผู้บริหารการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 34 รางวัล และรางวัล “คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 รางวัล

“รางวัล “ครูถิรคุณ” มิได้เป็นเพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูความกล้าหาญ ความเสียสละ และความมั่นคงในจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพครู อันเป็นคุณค่าที่สังคมไทยให้ความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด สำหรับก้าวต่อไปของคุรุสภา รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีทิศทางมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู คุรุสภาจึงต้องมีความพร้อมและปรับตัวสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เน้นความคล่องตัว (Agility) ปรับตัวเร็วด้วยข้อมูล (Data-driven) เพื่อนำไปสู่การยกระดับการทำงานและช่วยลดภาระครูได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน” รมช.ศธ. กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2488 จนถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของคุรุสภาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานและควบคุมวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างครูที่มีคุณภาพ การจัดงานวันนี้เพื่อเป็นการสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมย์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มุ่งมั่นดำเนินการด้านการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบวิชาชีพและสังคม

“ก้าวต่อไปของคุรุสภาจะมุ่งมั่นพัฒนาและขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมพัฒนาศักยภาพ ” ครูยุคใหม่“ ที่เปลี่ยนด้วยคุณธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อสร้างคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม และพัฒนาการศึกษาไทยให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

วว.พัฒนาระบบการกักเก็บสารสกัด ‘พรมมิ’ สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร

วว.พัฒนาระบบการกักเก็บสารสกัด ‘พรมมิ’ สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร

วว.พัฒนาระบบการกักเก็บสารสกัด ‘พรมมิ’ สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  และนายแพทย์จักรพงศ์  เอี้ยวตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทจักระ กรุ๊ป จำกัด ร่วมลงนามบริการวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบการกักเก็บสารสกัดพรมมิสำหรับการใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของความร่วมมือด้านงานวิจัยทางด้านสมุนไพรระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสมุนไพรของประเทศ ณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8  อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี 

ความร่วมมือดังกล่าวจะดำเนินงานโดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน

สมุนไพร พรมมิ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bacopa monnieri  (L.) Wettst. เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก สูง 10-40 เซนติเมตร ลำต้นเลื้อยทอดไปตามพื้นดินที่ชุ่มชื้น หรือมีน้ำขัง แตกกิ่งก้านมาก งอกรากที่ข้อใกล้พื้นดิน ลำต้นเกลี้ยง อวบน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปช้อน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1-5 มิลลิเมตร ยาว 6-20 มิลลิเมตร ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ไม่มีก้านใบ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปขอบขนานแกมไข่กลับ กลีบดอกสีม่วงอ่อนเกือบขาวติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกยาวประมาณ 8-10 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นรูปกรวย เกสรเพศผู้มี 4 อัน รังไข่มี 2 ช่อง ภายในมีไข่อ่อนจำนวนมาก ใบประดับ รูปดาบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ผลแห้งแตกได้ รูปไข่ กว้าง 3 มิลลิเมตร ยาว 5 มิลลิเมตร พบตามพรุน้ำร้อน หนองน้ำที่โล่ง และตามริมน้ำทั่วไป

พรมมิ”  เป็นสมุนไพรไทยบำรุงสมอง มีสารสำคัญในกลุ่มบาโคไซด์  (Bacosides)  ที่มีการรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มความจำ ชะลออัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม ลดความวิตกกังวล รวมทั้งต้านอนุมูลอิสระ

โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. จะดำเนินการด้านกระบวนการสกัด การเพิ่มปริมาณสาระสำคัญ การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัด รวมถึงการพัฒนาระบบการกักเก็บสารสกัดพรมมิในรูปแบบอนุภาคนาโนไขมันและรูปแบบแกรนนูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ โดยทั้งสองหน่วยงานเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ผลสำเร็จ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับห้องเรียนดิจิทัล ตอบโจทย์การศึกษา จาก ‘การเข้าถึง’ สู่ ‘ศักยภาพการใช้งาน

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับห้องเรียนดิจิทัล ตอบโจทย์การศึกษา จาก ‘การเข้าถึง’ สู่ ‘ศักยภาพการใช้งาน

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับห้องเรียนดิจิทัล ตอบโจทย์การศึกษา จาก ‘การเข้าถึง’ สู่ ‘ศักยภาพการใช้งาน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในขณะที่โรงเรียนไทยส่วนใหญ่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว ความท้าทายด้านการศึกษาได้ขยับจาก “การเข้าถึง ไปสู่ การพัฒนาศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความรู้ทางการเงินของเยาวชน แม้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในโรงเรียนจะครอบคลุมมากขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำด้านอุปกรณ์และการบูรณาการเทคโนโลยียังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยรายงานปี 2568 จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า โรงเรียนไทยโดยเฉลี่ยมีนักเรียนถึง 17 คนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง สะท้อนความแตกต่างด้านคุณภาพการเข้าถึงอุปกรณ์และโอกาสในการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าขยายโครงการ UOB My Digital Space (MDS) ครอบคลุม 10 โรงเรียนทั่วประเทศ สนับสนุนห้องเรียนดิจิทัลและหลักสูตรความรู้ทางการเงินให้แก่นักเรียนกว่า 5,500 คนแห่งทั่วประเทศ เพื่อลดช่องว่างด้านอุปกรณ์และยกระดับศักยภาพการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียนไทย โดยครูผู้สอนระบุว่า นักเรียนมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น, สามารถฝึกทำแบบฝึกหัดออนไลน์ด้วยตนเอง และลดข้อจำกัดจากการต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันหลายคน

โครงการฯมุ่งแก้ไขช่องว่างดังกล่าวผ่านการจัดตั้ง “ห้องเรียนดิจิทัล” พร้อมอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ตามหลักสูตร เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมถึงการสอดแทรกหลักสูตรการเงินออนไลน์ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อเสริมทักษะด้านการบริหารเงินและความปลอดภัยดิจิทัล นอกจากนี้ โครงการยังสนับสนุนการอบรมครู การพัฒนานักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 และจัดกิจกรรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์และทักษะชีวิตโดยพนักงานอาสาสมัครของยูโอบี

การขยายโครงการในปีนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของโรงเรียนต้นแบบ 3 แห่งที่ยูโอบีสนับสนุนตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งได้รับอุปกรณ์ดิจิทัล เครื่องมือการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพครูอย่างครบวงจร ตลอด 3 ปีการศึกษา โรงเรียนเหล่านี้พบการพัฒนาทักษะในวิชาหลักอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงเรียนหนึ่งมีสัดส่วนของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มผลการเรียนสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 31 เป็นร้อยละ 62 ขณะที่กลุ่มผลการเรียนต่ำลดลงจากร้อยละ 32 เหลือร้อยละ 10 ตามผลการประเมินหลังเรียนของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อมีความพร้อมมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการสร้างความสามารถให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิผล และบริหารจัดการการเงินได้อย่างรอบคอบ ผลลัพธ์จากโรงเรียนต้นแบบสะท้อนว่าการเข้าถึงอุปกรณ์ เครื่องมือดิจิทัล และการเรียนรู้เรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ สามารถช่วยเสริมศักยภาพนักเรียนได้จริง การขยายโครงการนี้ทำให้เราเข้าถึงนักเรียนกลุ่มกว้างขึ้น และช่วยให้พวกเขาพัฒนาทักษะสำคัญที่จำเป็นต่ออนาคต

นางสาวกนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า การสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต้องมองไกลกว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การบูรณาการเทคโนโลยีในการเรียนรู้ประจำวัน ควบคู่กับการเสริมความรู้ทางการเงินที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดช่องว่างเชิงคุณภาพและเสริมโอกาสระยะยาวของนักเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียนจากโรงเรียนคลองยางประชานุสรณ์และโรงเรียนด่านช้างวิทยา ระบุว่า ห้องเรียนดิจิทัลได้ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ ลดการพึ่งพาอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกัน และช่วยวางรากฐานความรู้ด้านการเงินอย่างเป็นระบบภายในห้องเรียน

ทั้งนี้ โครงการ UOB My Digital Space เริ่มต้นในประเทศสิงคโปร์ ก่อนขยายมายังประเทศไทยซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างโดดเด่น และต่อยอดสู่ประเทศอินโดนีเซียในลักษณะโครงการระยะหลายปี ปัจจุบัน UOB My Digital Space ช่วยยกระดับทักษะ ความรู้ และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับนักเรียนกว่า 100,000 คนทั่วภูมิภาค เพื่อเตรียมเยาวชนสู่โลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

นร.13,895คน แห่สอบเข้าม.4 รร.เตรียมอุดมฯ รับได้1,520คน

นร.13,895คน แห่สอบเข้าม.4 รร.เตรียมอุดมฯ รับได้1,520คน

นร.13,895คน แห่สอบเข้าม.4 รร.เตรียมอุดมฯ รับได้1,520คน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นร.13,895คน แห่สอบเข้าม.4 รร.เตรียมอุดมฯ รับได้1,520คน

นร.ทั่วประเทศแห่สอบเข้า ม.4 “เตรียมอุดมศึกษา” 13,895 คน รับได้ 1,520 คน สพฐ. ตรวจเยี่ยม สนามสอบ ย้ำจัดสอบโปร่งใส เป็นธรรม

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2–3 เมืองทองธานี

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้จัดการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าสอบจำนวน 13,895 คน จากทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถรับนักเรียนได้จำนวน 1,520 คน คิดเป็นอัตราการแข่งขัน 1 : 9.14 แบ่งเป็น 8 แผนการเรียน ได้แก่ แผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ รับจำนวน 1,000 คน ผู้สมัคร 10,220 คน / แผนการเรียนภาษา–คณิตศาสตร์ รับ 120 คน ผู้สมัคร 1,245 คน / แผนการเรียนภาษา–ฝรั่งเศส รับ 80 คน ผู้สมัคร 431 คน / แผนการเรียนภาษา–เยอรมัน รับ 80 คน ผู้สมัคร 387 คน / แผนการเรียนภาษา–ญี่ปุ่น รับ 80 คน ผู้สมัคร 466 คน / แผนการเรียนภาษา–จีน รับ 80 คน ผู้สมัคร 668 คน / แผนการเรียนภาษา–สเปน รับ 40 คน ผู้สมัคร 228 คน และแผนการเรียนภาษา–เกาหลี รับ 40 คน ผู้สมัคร 250 คน

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันนี้ พบว่าภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการสถานที่สอบ ณ เมืองทองธานี อย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญและกำชับให้การจัดสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันสำหรับนักเรียนทุกคน

“ขอให้ผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนมั่นใจว่า สพฐ. มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน ตามนโยบายของ สพฐ. โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสและรักษามาตรฐานทางการศึกษา เพื่อปั้นเยาวชนให้มีความรู้คู่คุณธรรมในอนาคต” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จะประกาศผลสอบภายในวันที่ 17 มีนาคม 2569 สำหรับนักเรียนที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ สามารถสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้น ม.4 ในรอบการสอบห้องเรียนปกติของโรงเรียนทั่วประเทศได้

ผอ.เตรียมอุดมฯ ยันกฎเหล็กเข้าสอบ ห้ามนำของส่วนตัวเข้าห้อง ป้องกันทุจริต

ผอ.เตรียมอุดมฯ ยันกฎเหล็กเข้าสอบ ห้ามนำของส่วนตัวเข้าห้อง ป้องกันทุจริต

ผอ.เตรียมอุดมฯ ยันกฎเหล็กเข้าสอบ ห้ามนำของส่วนตัวเข้าห้อง ป้องกันทุจริต

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แจงมาตรการคุมเข้มการสอบคัดเลือก ป้องกันการทุจริต ย้ำนักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจกฎ

7 มี.ค.69 ดร.บุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เปิดเผยถึงภาพรวมการสอบคัดเลือกนักเรียนที่มีผู้สมัครจำนวนมหาศาลกว่า 1.38 หมื่นคน ว่าทางโรงเรียนได้กำหนดข้อบังคับไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อความเป็นธรรมและป้องกันช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริตได้

ผู้อำนวยการฯ ระบุว่า ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นมาตรฐานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปี ซึ่งผู้ปกครองและนักเรียนส่วนใหญ่ได้รับทราบและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม พบว่ามีนักเรียนส่วนน้อยที่วางสิ่งของไว้หน้าห้องสอบเนื่องจากความเร่งรีบ ซึ่งทางโรงเรียนไม่สามารถผ่อนปรนให้นำสิ่งของต้องห้ามเข้าห้องสอบได้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทั้งนี้ สนามสอบได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และจุดบริการฝากของไว้รองรับอย่างเพียงพอ พร้อมกำชับให้นักเรียนตรวจสอบเฉพาะอุปกรณ์ที่อนุญาต ได้แก่ อุปกรณ์เขียนและเอกสารแสดงตนเท่านั้น ส่วนสิ่งของอื่นๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า หรือแม้แต่กระดาษโน้ต ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด