ชงบอร์ด สกสค.เพิ่มมูลค่าที่ดินพัฒนาองค์การค้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764000

ชงบอร์ด สกสค.เพิ่มมูลค่าที่ดินพัฒนาองค์การค้าฯ

ชงบอร์ด สกสค.เพิ่มมูลค่าที่ดินพัฒนาองค์การค้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.30 น.

ผลงานองค์การค้า ของ สกสค. ปีงบฯ 66 ไม่ขาดทุน เตรียมสรุปทรัพย์สินที่ดินอสังหาริมทรัพย์เสนอบอร์ด สกสค.เคาะแนวทางสร้างรายได้เพิ่ม พร้อมรวมรายชื่อร้านค้า -โรงแรม-โรงพยาบาลครูเข้าใช้บริการได้ส่วนลด

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานขององค์การค้าของ สกสค. ว่าในปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมาองค์การค้าฯ ของ สกสค. สามารถจำหน่ายอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงเครื่องหมายลูกเสือ เครื่องแบบนักเรียน ทั้งแบบจำหน่ายหน้าร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ และศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ออนไลน์ และสามารถจัดพิมพ์หนังสือเรียนประจำปีการศึกษา 2566 ได้แล้วเสร็จ ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยในภาพรวมปีงบประมาณ 2566 องค์การค้าของ สกสค. ธุรกิจมีผลกำไร ไม่ขาดทุน สามารถชำระหนี้สินที่มีอยู่เดิมได้บางส่วน และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเตรียมแผนการจัดพิมพ์หนังสือเรียนประจำปีการศึกษา 2567 อย่างไรก็ตามตนได้มอบหมายให้ผู้บริหารองค์การค้าฯ สรุปทรัพย์สิน ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ขององค์การค้าฯ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและไม่ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง เพื่อนำรายได้มาแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์การค้าของ สกสค. รวมถึงนำมาจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น และยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น

ดร.พิเชฐ กล่าวด้วยว่า การจัดสวัสดิการฯ ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา นั้น สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้มีการมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษามาตลอด โดยปัจจุบันมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจจัดโปรโมชั่นส่วนลดร้านค้า สินค้าอุปโภค บริโภค ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม และการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล เพื่อเป็นสวัสดิการพิเศษให้แก่ครูในราคาพิเศษ ซึ่งบางแห่งลดราคาให้ครูสูงถึง 20-30% จากราคาปกติ นอกจากนี้สำนักงาน สกสค. จังหวัดทั่วประเทศก็ได้มีการประสานงานกับภาคธุรกิจในพื้นที่ ลดราคาให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อเข้าใช้บริการด้วยเช่นกัน แต่ครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจจะยังไม่รู้ทั่วถึงกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าใช้บริการและให้ครูได้รับรู้อย่างกว้างขวางมากขึ้น จะมีการรวบรวมรายชื่อร้านค้า สถานที่ที่ทำข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และสำนักงาน สกสค. จังหวัดทั่วเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับรู้ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง.

‘ศธ.-สอวน.’ประกาศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763853

'ศธ.-สอวน.'ประกาศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ

‘ศธ.-สอวน.’ประกาศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.29 น.

ศธ.-สอวน.ประกาศ ไทยพร้อมเป็น เจ้าภาพ จัดประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ดึงนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล นักการศึกษาชั้นนำของโลกเข้าร่วม โดย “กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุม

19 ตุลาคม 2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน แถลงข่าวการจัดงาน “การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลังภาวะการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ในฐานะที่ UNESCO ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี รศ.ดร.พินิติ ระตนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์(สอวน) และ Ms.Soohyun Kim ผอ.สำนักงานยูเนสโก ประจำกรุงเทพฯ พร้อมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

รมว.ศธ. กล่าวว่า ตามที่ UNESCO ได้ประกาศยกย่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม และร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณของพระองค์ ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติ 100 ปี รัฐบาลไทยจึงได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมูลนิธิ สอวน. จัดการประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลังภาวะการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 International Conference on Mathematics and Science Education in the Post COVID-19 Era: Global Issues Awareness ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2566 

“ถือเป็นการประกาศศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพงานนานาชาติ ที่ระดมสมองของบุคลากรชั้นแนวหน้า ทั้งนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษาชั้นนำของโลก โดยมีผู้ร่วมงานในประเทศและจากนานาประเทศจำนวน 500 คน เพื่อร่วมกัน หาแนวทางเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มคุณภาพการศึกษาให้สามารถก้าวข้ามอุปสรรค สู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุม พระราชทานปาฐกถาพิเศษ ทรงร่วมรับฟังการบรรยายระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2566 และทอดพระเนตรนิทรรศการทางวิชาการ” รมว.ศธ. กล่าว

รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการ สอวน. กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผลกระทบของโควิด19 ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อการเรียนการสอนทั่วโลก แม้จะใช้การเรียนการสอนออนไลน์ทดแทนการสอนแบบเผชิญหน้า แต่ก็ยังมีช่องว่างในการสร้างคุณภาพการเรียนรู้ เนื่องจากวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นฐานความรู้ในการสร้างคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอนาคต งานนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ดึงดูดนักคิด นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้า ร่วมพิจารณาปัญหาการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการศึกษาที่นานาประเทศต้องเผชิญ หาแนวทางต่อยอดพัฒนาหลังการระบาดของโรค ซึ่งภายในงานมีการบรรยายงานวิจัยแนวหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ด้าน Ms.Soohyun Kim ผอ.สำนักงานยูเนสโก ประจำกรุงเทพฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้เป็นการเชิดชูพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ในด้านการศึกษา โดยเฉพาะสาขา STEM ทั้งยังเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลง ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยใช้ความรู้ด้าน STEM เพื่อเอาชนะความท้าทายหลังสถานการณ์โควิด 19 ร่วมจัดสรรการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนของเรา เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ความอยู่ดีมีสุข สันติภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน 

สำหรับกำหนดการประชุมฯ ในวันที่ 30-31 ตุลาคม 2566 เป็นการสัมมนาแบบพบหน้า (On-site)  ณ ห้อง 208 – 209 ชั้น 2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประกอบด้วย

-พิธีเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยผู้ร่วมปาฐกถา Ms.Soohyun Kim ผอ.สํานักงาน UNESCO ประจํากรุงเทพฯ 

– Plenary lectures โดย Professor Ada Yonath (สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มาน อิสราเอล) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2009, Professor Drew Weissman (มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา) นักวิทยาศาสตร์รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ปี 2023 และ Professor Sir Tom Blundell (มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร) 

– Invited lectures โดย นักวิทยาศาสตร์นักคณิตศาสตร์และนักการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ Professor Manjula Sharma (มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย), Professor Masami Isoda (มหาวิทยาลัยซุคุบะ ญี่ปุ่น), Professor Young-Hoon Kim (มหาวิทยาลัยการศึกษาแห่งชาติเกาหลี สาธารณรัฐเกาหลี), รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทย), ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ (บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จํากัด ประเทศไทย) และนางสาวกล่อมจิต ดอนภิรมย์ (โรงเรียนกมลาไสย ประเทศไทย) 

ในส่วนของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นการประชุมปฏิบัติการแบบพบหน้า (On-site) ณ ห้อง  208 – 209 ชั้น 2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์การประชุม http://imsed.ipst.ac.th/ หรือเฟซบุค https://www.facebook.com/imsed2023.012

‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ. ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763783

‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ.  ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ. ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก Times Higher Education World University Rankings 2024 (THE 2024) จากการจัดอันดับ 2,673 มหาวิทยาลัย ปรากฏว่ามีสถาบันอุดมศึกษาของไทย ติด 1 ใน 1,000 ลำดับแรก รวม 4 สถาบัน คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล (อันดับที่ 601-800 ของโลก) อันดับที่ 3 รวมจำนวน 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อันดับที่ 801-1,000 ของโลก) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้คะแนนรวมเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าว ในส่วนของ มจธ. นั้น จากการให้คะแนนของ THE ใน 5 ด้าน คือ 1.คุณภาพการสอน (Teaching) 2.สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัย (Research Environment) 3.คุณภาพงานวิจัย (Research Quality) 4.ผลลัพธ์เชิงอุตสาหกรรม (Industry) 5.ความเป็นนานาชาติ (International Outlook) นั้น ด้านที่เป็นจุดเด่นที่สุดของ มจธ. ภายใต้เกณฑ์การให้คะแนน THE ก็คือ “คุณภาพงานวิจัย” (Research Quality) ซึ่งได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยในไทยและลำดับที่ 8 ของมหาวิทยาลัยในอาเซียน

ส่วนสำคัญที่ทำให้ได้มีคะแนนในด้านนี้สูง คือ “ผลกระทบจากการอ้างอิง” (Citation Impact) และ “ความเป็นเลิศของงานวิจัย” (Research Excellence) ที่ทั้งสองหัวข้อ เราได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และอันดับ 7 และ 8 ของมหาวิทยาลัยในอาเซียนตามลำดับมีการนำผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั้ง THE และสถาบันอื่นๆ มาเป็นเครื่องมือเพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งในไทย อาเซียนและทั่วโลก เพื่อมองหาช่องว่างและโอกาสที่จะสามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น แต่ไม่มีการนำ Ranking มาเป็นเป้าหมายของมหาวิทยาลัย

“สิ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญของเราคือ การทำตามพันธกิจหลัก 3 ด้านของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการเรียนการสอน ด้านงานวิจัย และด้านบริการเพื่อสังคมให้สำเร็จ โดยมี Ranking หรือการจัดอันดับของสถาบันต่างๆ เป็นตัวสะท้อนให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในที่สุดการจัดอันดับ หรือ Ranking ดีๆ ไปสู่การรับรู้ของผู้ที่กำลังจะศึกษาต่อทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงสถาบันหรือหน่วยงานด้านการศึกษาวิจัยในระดับโลกก็จะนำไปสู่โอกาสที่ทำให้เราได้ผู้เรียนที่มีศักยภาพ และเกิดความร่วมมือระดับนานาชาติกับองค์กรและนักวิจัยเก่งๆ อันจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวทั้งกับมหาวิทยาลัยและประเทศชาติในที่สุด” รศ.ดร.สุวิทย์กล่าว

นอกจากนั้นแล้วการประกาศผลงานวิจัยเผยแพร่ได้รับการตีพิมพ์และอ้างอิงสูงที่สุด Top 2% ของโลกWorld’s Top 2% Scientists 2023 ประเภท Career-long data are updated to end-of-2022 (All citations) ของ John P.A.Ioannidis ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมีคณาจารย์ มจธ. 8 ท่าน ที่ติดอันดับด้วยสื่อถึงศักยภาพและคุณภาพของการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้

รางวัลแห่งเอเชียจากนายกรัฐมนตรีเนปาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763777

รางวัลแห่งเอเชียจากนายกรัฐมนตรีเนปาล

รางวัลแห่งเอเชียจากนายกรัฐมนตรีเนปาล

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Hon.Prime Minister Mr.Pushpa Kamal Dahal (Prachada) นายกรัฐมนตรีของประเทศเนปาล มอบรางวัล Asian Professional Achievement Award 2023 รางวัลสุดยอดผู้ประสบความสำเร็จแห่งเอเชีย ปี 2023 สาขา Drama for Social Excellence Award ให้กับนายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ จากผลงานผู้จัดละครโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น” สนับสนุนโดยกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) ณ โรงแรม Himalaya ประเทศเนปาล

พานาโซนิค จับมือ สถาปัตย์-วิศวะ จุฬาฯ วิจัย ‘ภาวะน่าสบายในบ้านคนไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763781

พานาโซนิค จับมือ สถาปัตย์-วิศวะ จุฬาฯ  วิจัย ‘ภาวะน่าสบายในบ้านคนไทย’

พานาโซนิค จับมือ สถาปัตย์-วิศวะ จุฬาฯ วิจัย ‘ภาวะน่าสบายในบ้านคนไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับการสร้างสังคมที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตอย่างยั่งยืนและสอดรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป พานาโซนิค ได้มุ่งมั่นศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างภาวะแวดล้อมภายในบ้านที่อยู่สบายสำหรับผู้บริโภคที่แตกต่างกันไปทั่วโลก และตัวเลขสภาวะน่าสบายสากลอยู่ที่ 26.5 องศาเซลเซียส แต่สภาวะน่าสบายนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความเร็วลมที่มาปะทะตัวเรา และการแผ่ความร้อนจากสภาพแวดล้อม เป็นต้น

“พานาโซนิคเล็งเห็นว่า “สภาพแวดล้อมภายในบ้านที่อยู่สบาย” นั้น ควรมีองค์ประกอบสำคัญทั้งภาวะน่าสบาย (Comfort Zone) ปราศจากความเครียด (Stress-free) ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ (Carbon-free) และลดการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) จึงมีแนวคิดในการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย (Research collaboration project) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงานในประเทศไทย (Sustainable and Energy-Efficient Housing Technologies in Thailand) ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยคาดหวังว่าผลของการวิจัยจะทำให้สามารถค้นพบ “สภาวะน่าสบายภายในบ้าน” สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยในอนาคตที่เหมาะกับ บริบทของประเทศไทย”

ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้นำความเชี่ยวชาญของจุฬาฯ ทั้งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มาผนวกกับความรู้ความชำนาญทางเทคโนโลยีของพานาโซนิค นำมาพัฒนาเป็นโมเดลที่อยู่อาศัยแบบจำลอง โดยการนำเทคโนโลยี BIM หรือ Building Information Modelling เข้ามาช่วยในการออกแบบและก่อสร้างบ้านโมดูลาร์ในชื่อ ZEN Model ขนาดพื้นที่ 36 ตารางเมตร ภายในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจำลองบรรยากาศที่อยู่อาศัยในสภาวะน่าสบาย และทำการเก็บข้อมูลจากการให้กลุ่มตัวอย่างได้เข้ามาทดลองใช้ชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 30%

‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763778

‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก  ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

‘ซีเอ็ด’-‘เซซามีสตรีท’ การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ตอกย้ำแคมเปญส่งเสริมการอ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” จับมือกับเหล่าก๊วนเพื่อนแสนซน“เซซามีสตรีท” การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลก มาเชิญชวนให้คนไทยรักการอ่าน ภายใต้แคมเปญ “YOU ARE WHAT YOU READ”

ด้วยซีเอ็ดและเซซามีสตรีทมีแนวคิดและมุมมองที่เหมือนกัน ในการส่งเสริมการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก และการปลูกฝังการอ่านทุกเพศทุกวัย

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 นี้ ซีเอ็ด ได้จัดเตรียมหนังสือออกใหม่ หนังสือขายดี หนังสือกระแสน่าสนใจ โปรโมชั่นซื้อครบรับเลย พาก๊วนเพื่อนแสนซน “เซซามีสตรีท” กับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ 100% พบปะนักเขียนนักเขียนผลงาน Best Seller มาร่วมพบปะพูดคุยเสวนา เช่น โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์, น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, พอล ภัทรพล ฯลฯ

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763782

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ  ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

ม.วลัยลักษณ์ ร่วมกับ อบจ.นครศรีฯ ยกระดับการบริการสุขภาพประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้อำนวยการ รพ.สต.ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา รพ.สต.บ้านหาร และรพ.สต.บ้านทุ่งชน ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านบริการสุขภาพ ระหว่าง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าว โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนางดุษฎี จันทร์พุ่ม ปลัดอบจ.นครศรีฯ ลงนามเป็นพยาน ท่ามกลางผู้บริหาร อสม. ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมหัวตะพาน อาคารจุฬาภรณเวชวัฒน์ รพ.ศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันก่อน

การลงนามดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้สะดวก ได้รับบริการคุณภาพ และถือเป็นต้นแบบเครือข่ายบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (CUP Model) แห่งแรกของประเทศไทย ที่บริหารจัดการภายใต้ความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่โอนถ่ายมายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งผลสำเร็จสู่ความเป็นเอกลักษณ์ของการบริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้จะทำให้ประชาชนที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ในเขตพื้นรายรอบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทั้งตำบลไทยบุรีและตำบลหัวตะพาน กว่า 10,000 คน ได้เข้าถึงบริการที่สะดวกและได้รับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านอีกด้วย

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763779

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด  โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

นีเวีย สานต่อโครงการปรับปรุงห้องสมุด โรงเรียนในชนบทขาดแคลน ปี 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายดรงค์ ถนอมวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์นีเวีย ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวอรนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และนางวิศัลยา เจริญรักษ์ หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารองค์กร กิจกรรมเพื่อสังคม และกิจการสาธารณะ ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ เดินหน้าเปิดโครงการ “เพราะแคร์จึงชวนแชร์ ปรับปรุงห้องสมุดยุคใหม่ เพิ่มศักยภาพการเรียนรู้”

บุคคลทั่วไปซื้อผลิตภัณฑ์นีเวียชนิดใดก็ได้ทุกหนึ่งชิ้นที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นีเวียจะร่วมบริจาคหนึ่งบาท และบริจาคเพิ่มเป็นสองบาทหากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของบิ๊กซีตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 โดยหลังจากโครงการนี้จบลง นีเวีย จะมอบเงินสมทบทุนผ่านโครงการร้อยพลังการศึกษา โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ นำไปปรับปรุงห้องสมุดในพื้นที่ห่างไกลทั้งสิ้น 15 แห่งทั่วประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763652

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล 'หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก'

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.25 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ 133 รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เน้นย้ำ ร่วมกันส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อทำให้สังคมไทยมีแต่คนดีที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 35 โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร นางอารยา อรุณานนท์ชัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข รองประธานมูลนิธิฯ นางสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธีกว่า 1,000 คน

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับมอบโล่ที่ระลึกจากคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จากนั้น เป็นประธานมอบของที่ระลึกแก่ผู้ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ 22 คน และผู้ได้รับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” จำนวน 133 รางวัล แบ่งเป็น 6 ประเภทรางวัล ได้แก่ 1) ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด จำนวน 11 รางวัล อาทิ นางกาญจนี รุจนเสรี นางกรรณิกา กองฉลาด นางวรรณฤดี กิจเจริญรุ่งโรจน์ นางสุวจี ศิริปัญโญ พลเรือตรีหญิง อินทิรา ตันเจริญ นางวันทนา พ่วงบางโพ 2) อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรม มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 7 รางวัล อาทิ รศ.ดร.ปนัดดา ยิ้มสกุล รศ.พ.ต.อ.หญิง ดร.ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล ผศ.ดร.สุรัสวดี อรุณวราภรณ์ ศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ ผศ.ดร.สาระ มีผลกิจ 3) ครูผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 35 รางวัล อาทิ นายวิรัตน์ พสุนนท์ โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์) 4) ผู้มีผลงานดีเด่นในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม จาก 7 กลุ่มอาชีพ จำนวน 58 รางวัล คือ 1. ตำรวจจราจรดีเด่น 2. พนักงานกวาดถนนดีเด่น 3. พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ดีเด่น 4. พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บขส. ดีเด่น และรถร่วมบริการ 5. ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดีเด่น 6. พลเมืองดี 7. จิตอาสา อาทิ นายฐิติพงศ์ พิริพล นายสถานีรถไฟบ้านส้อง ฮีโร่ช่วยยายผู้พิการทางหู เดินข้ามทางรถไฟ รอดชีวิตจากการถูกรถไฟชน 5) คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 8 รางวัล อาทิ ร.ต.ท.สวง ทะสะระ 6) หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่นและผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น จำนวน 14 รางวัล อาทิ บ้านแม่พระประจักษ์ จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง จังหวัดนครพนม บ้านกำปงบูเก๊ะ จังหวัดยะลา กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษา จังหวัดเพชรบูรณ์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเฮือนปฏิมาเซรามิค จังหวัดพะเยา แล้วร่วมเยี่ยมชมร้านค้าของหมู่บ้านหัตถกรรมที่ได้รับรางวัล และสินค้าผลิตภัณฑ์คนพิการในบริเวณงาน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของประเทศชาติ เพราะเป็นวันที่เรามาช่วยกันให้กำลังใจคนดีของสังคม ภายใต้การคัดเลือกของท่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่สำคัญยิ่ง “เป็นการร่วมกันน้อมรำลึกนึกถึงคุณงามความดีของ “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร”” ผู้เป็นเสาหลักในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

“ตน และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย รู้สึกดีใจที่ท่านคณะกรรมการมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้จัดงานในวันนี้ขึ้น และขอแสดงความยินดีกับพี่น้องผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดีจนเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับ และได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ผู้สร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ในวันนี้ อันเป็นเครื่องหมายแห่งกำลังใจเพื่อให้ทุกท่านได้ช่วยกันในการที่จะช่วยเหลือดูแลครอบครัว ดูแลสังคม และที่สำคัญที่สุด คือ “ช่วยสนับสนุนดูแลผู้ที่เปราะบางกว่าหรือผู้ที่อ่อนแอกว่าให้มีโอกาสที่ดีของชีวิต ดังวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นเคียงข้างกับมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่สำคัญยิ่งที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ ได้มีโอกาสที่ดีของชีวิต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัดช่วยเป็นธุระในการดูแลสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิฯ จนกระทั่งเกิดผลผลิต คือ เด็กและเยาวชนที่เติบโตมาเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานขององค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกวันนี้” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้มีหนังสือเรียนผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีผู้ได้รับรางวัลในวันนี้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาตลอดจนเพื่อนร่วมงานได้มีโอกาสรับรู้รับทราบ ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บังคับบัญชาได้ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลเหล่านี้มีความก้าวหน้าในอาชีพและมีความภาคภูมิใจเพิ่มเติมมากขึ้น ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512 ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “….ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…” อันจะเป็นพลังหนุนนำให้ผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ได้ทำความดีต่อไป และเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลในหน่วยงานของผู้ได้รับรางวัลทุกท่านได้ถือเอาเป็นแบบอย่างและดำเนินชีวิตตามตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะทำให้สังคมไทยได้มีคนดีเพิ่มมากขึ้น และเมื่อทุกตารางนิ้วของสังคมไทยมีแต่คนดี ประเทศไทยของเราก็จะมีแต่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน

“กระทรวงมหาดไทยมีความยินดีในการสนับสนุนเพื่อให้การจัดงาน “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ในปีต่อ ๆ ไปได้รับการขยายผลเพิ่มมากขึ้น เพื่อหนุนเสริมให้สังคมไทยได้ร่วมอิ่มเอมใจและปิติยินดีที่ได้เห็นคนดีของสังคมในสาขาอาชีพต่าง ๆ ได้รับการยกย่องและทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่าสังคมเรายังมีคนดีอยู่ ที่จะช่วยเหลือทำให้บ้านเมืองของเรามีความสงบสุข และเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยไมตรีจิต ด้วยน้ำใจ ในการที่จะดูแลบุคคลโดยทั่วไปนอกเหนือจากคนในครอบครัวให้ได้รับการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

นางสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร กล่าวว่า รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรมที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร มอบให้แก่บุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมจนเป็นที่ยกย่องได้รับการยอมรับทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก” ทั่วประเทศที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้นเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวมด้วย

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763612

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

‘รมว.อว.’ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 12.54 น.

‘รมว.อว.’มอบนโยบาย‘คกก.อุดมศึกษาฯ’ ขอช่วยดันนักศึกษา‘เรียนดี-มีความสุข-มีรายได้’ หนุนเปลี่ยน‘งานวิจัย’ขึ้นหิ้งเป็น‘ขึ้นห้าง’ตอบโจทย์ความต้องการสังคม

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2566 ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ชั้น 5 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบนโยบายแก่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พร้อมร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นเชิงนโยบายด้านการอุดมศึกษา

โดยน.ส.ศุภมาส กล่าวว่า นโยบายของกระทรวง อว. จะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก คือ “ด้านการอุดมศึกษา” และ “ด้านการวิจัยและนวัตกรรม” ตนต้องการผลักดันนโยบายที่ได้แถลงไว้ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง และประสบความสำเร็จ โดยในด้านของการอุดมศึกษา กระทรวง อว. มุ่งเน้นให้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นอกจากผู้เรียนจะมีความเป็นเลิศทางวิชาการแล้ว ยังต้องมีความมั่นคงในชีวิตและเศรษฐกิจด้วย สิ่งที่ตนเน้นย้ำอยู่เสมอคือ กระทรวง อว. ต้องการลดภาระให้นักศึกษาและผู้ปกครอง รวมถึงลดภาระอาจารย์ผู้สอนด้วย นอกจากนี้ ยังพยายามผลักดันให้เกิดความยืดหยุ่นในการลงทะเบียนเรียนในหลาย ๆ สถาบัน โดยนักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนต่างคณะ ต่างสถาบันได้ และสามารถลงทะเบียนได้โดยไม่จำกัดในแต่ละภาคการศึกษา รวมถึงสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถหารายได้ระหว่างเรียนได้อีกด้วย ส่วนทางด้านการประเมินตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ นอกจากการประเมินผลงานทางวิชาการแล้ว ยังต้องการผลักดันให้มีการประเมินความสามารถทางการสอนและความสำเร็จของนักศึกษา และลดกรอบของเวลาการประเมินให้กระชับมากยิ่งขึ้นด้วย  

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม กระทรวง อว. มุ่งเน้นงานวิจัย และนวัตกรรมที่เป็นประเด็นสำคัญของประเทศ ได้แก่ Go Green, พอเพียง, ความยั่งยืน (Sustainabilty), ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) , พลังงานสะอาด, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจชีวภาพ ,เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ยังต้องการผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และได้รับประโยชน์จากงานวิจัยได้ โดยเปลี่ยนจากงาน “งานวิจัยขึ้นหิ้ง” เป็น “งานวิจัยขึ้นห้าง” เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ รวมถึงตอบโจทย์ต่อความต้องการของประเทศต่อไปได้ —017