โครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749036

โครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร

โครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางนุชสรา ทองดอนคำ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดโครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพรเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ประจำปี 2566 โดยมีโรงเรียน 10 โรงเรียนนำนักเรียนร่วมเข้าค่าย จำนวน 120 คน เมื่อวันก่อน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าพิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

ซีเอ็ด มอบหนังสือและสื่อการเรียน รร. ราชการ และ รพ. ที่สุไหงโก-ลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749035

ซีเอ็ด มอบหนังสือและสื่อการเรียน  รร. ราชการ และ รพ. ที่สุไหงโก-ลก

ซีเอ็ด มอบหนังสือและสื่อการเรียน รร. ราชการ และ รพ. ที่สุไหงโก-ลก

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการ ชุมชนในอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จำนวน 10 แห่ง มูลค่า
รวมกว่า 240,455 บาท โดยมี ดร.อนุพงษ์ เครืองาม รองประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นายอภิเชษฐ เจ๊ะอูมา รองนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก นางสาวสมศิริ วนัสบดีวงค์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก นายเจริญ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสุไหงโก-ลก และ ดร.ไพศาล วงค์กระโซ่ รองผู้อำนวยการ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 ร่วมมอบหนังสือ และสื่อการเรียนรู้ให้แก่สถานศึกษา เนื่องในโอกาสเปิดสาขาใหม่ที่ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

ร้านหนังสือซีเอ็ดสาขาใหม่ ตั้งอยู่ที่ บิ๊กซี สุไหงโก-ลก ชั้น 1 พร้อมเปิดให้บริการ มีกิจกรรมดีๆ และสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย และเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. และโทร.073-611403

มมส.จับมือ เบย์ คอมพิวติ้ง ร่วมพัฒนา นวัตกรรมความปลอดภัยเทคโนโลยีฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749038

มมส.จับมือ เบย์ คอมพิวติ้ง ร่วมพัฒนา  นวัตกรรมความปลอดภัยเทคโนโลยีฯ

มมส.จับมือ เบย์ คอมพิวติ้ง ร่วมพัฒนา นวัตกรรมความปลอดภัยเทคโนโลยีฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ร่วมกับ บริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมศักยภาพการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ลงนามร่วมกับ นายศุภชัย บุริสตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง จำกัด มี รศ.ดร.จันทิมา พลพินิจ คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ และนางสาวสุมนา ธนัญชยะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจและการตลาดร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมร่วมเปิดศูนย์ Operation Training Center เมื่อเร็วๆ นี้ ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ทั้งนี้ ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ทดลองการปฏิบัติงานทางไซเบอร์, ช่วยออกแบบและจัดอบรมหลักสูตรเนื้อหาเกี่ยวกับ Cybersecurity ร่วมกับ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ร่วมจัดอบรมสัมมนา ทั้งเชิงวิชาการและไม่วิชาการ, การนำเจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้ามาเป็นโค้ชฝึกอบรมให้กับนักศึกษา, ให้การสนับสนุนนักศึกษาจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน มมส. และในชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตที่มีความประพฤติและผลการเรียนดีตลอดจนสนับสนุนรับนิสิตที่มีผลการเรียนดีเข้าทำงาน พร้อมให้ทุนสอบประกาศนียบัตร Comp TIA Security + ซึ่งเป็น Certification ระดับโลก เปรียบเสมือนใบเบิกทางสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานหรือศึกษาด้าน Cybersecurity

กปน. ผนึกกำลังโรงเรียนมัธยมในกทม. รณรงค์การใช้น้ำอย่างชาญฉลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749045

กปน. ผนึกกำลังโรงเรียนมัธยมในกทม.  รณรงค์การใช้น้ำอย่างชาญฉลาด

กปน. ผนึกกำลังโรงเรียนมัธยมในกทม. รณรงค์การใช้น้ำอย่างชาญฉลาด

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุเทพ เอื้อปกรณ์ รองผู้ว่าการ การประปานครหลวง (กปน.) เปิดโครงการรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ยอดน้ำแอนด์เฟรนด์” เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมและการให้ความรู้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 120 คน โดยมีนายราเมศน์ โสมแสน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ต้อนรับ ณ โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง เมื่อวันก่อน

กิจกรรม Roadshow ที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง มีฐานกิจกรรมต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาของน้ำและสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน การใช้น้ำในชีวิตประจำวันอย่างชาญฉลาด และกระบวนการผลิตน้ำประปาของ กปน. เพื่อให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้นำความรู้ไปพัฒนา ต่อยอด และขยายผลสู่นักเรียน บุคลากรภายในโรงเรียน ตลอดจนครอบครัวและชุมชนใกล้เคียง ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต่อไปโดยนอกจากนี้ กปน. จะจัดกิจกรรม Roadshow อีก 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดสุนทรธรรมิการาม โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย โรงเรียนราชวินิต มัธยม และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง จะให้ตัวแทนนักเรียนนำความรู้ที่ได้รับ ไปจัดทำโครงการรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อส่งเข้าประกวด ทั้งนี้ กปน. จะมอบทุนเพื่อใช้ในการจัดทำโครงการฯ โรงเรียนละ 10,000 บาท โดยมีแนวคิดเกี่ยวกับการประหยัดน้ำในโรงเรียน หรือการจัดการการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ และสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมชิงรางวัลทุนการศึกษารวมกว่า60,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และเกียรติบัตร ประกาศผลและมอบรางวัลในวันที่ 5 กันยายน 2566 ณ กปน. สำนักงานใหญ่

มิตรผล-ซินโครตรอนร่วมวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์ Net Zero ลดปล่อยคาร์บอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749044

มิตรผล-ซินโครตรอนร่วมวิจัยพัฒนา  ผลิตภัณฑ์ Net Zero ลดปล่อยคาร์บอน

มิตรผล-ซินโครตรอนร่วมวิจัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์ Net Zero ลดปล่อยคาร์บอน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนแนวทาง Net Zero ลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.กำพล ฤทัยวณิช ที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมกลุ่มมิตรผล บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด และ รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วมลงนามเมื่อเร็วๆ นี้ ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา

ดร.กำพล ฤทัยวณิช ที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมกลุ่มมิตรผล บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด กล่าวว่า บริษัทและสถาบันมีงานวิจัยร่วมกันในการนำวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้จากการผลิตเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง นอกจากนี้ บริษัทยังจะได้ทำงานวิจัยร่วมกัน ในกลุ่มงานวิจัยด้านเกษตร การผลิตที่เกี่ยวข้องกับอ้อยน้ำตาล การผลิตไฟฟ้าชีวมวล การผลิตเอทานอล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในหมวดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาหารสัตว์ หรือสารสกัดต่างๆ และมิตรผลมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่อง Net Zero การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกลุ่มมิตรผลนั้นส่งขายออกไปทั่วโลก ขณะนี้ลูกค้าของเรากำลังให้ความสนใจเรื่องการปลดปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้น เรื่องนี้จึงอยู่ในบริบทของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ทางบริษัทมีงานวิจัยเรื่องการลดการปลดปล่อยคาร์บอนในกิจกรรมต่างๆ สร้างฐานข้อมูลว่าเราลดการปลดปล่อยได้เท่าไหร่ ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมั่นใจว่าสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจะมาเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกันกับเราได้บนเส้นทาง Net Zero

ด้าน รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนกล่าวว่า การทำ MOU ร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ครอบคลุมความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับแสงซินโครตรอน รวมทั้งเทคโนโลยี อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งการสนับสนุนการวิเคราะห์ เทคนิคการวิเคราะห์ เครื่องมือและอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ โดยสนับสนุนการวิจัยตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการ ต่อยอดสู่โรงงานต้นแบบ และขยายขนาดการผลิตไปยังภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนด้านวิชาการ การฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือทางด้านเทคนิคและวิศวกรรมด้วย

ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749047

ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด  ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

ม.อ.ร่วมสภาพัฒน์ ระดมความคิด ประเมินสิ่งแวดล้อมฯ สงขลา-ปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ม.อ.ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นภายใต้โครงการ “การจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี” ครั้งที่ 3 โดยใช้กระบวนการ SEA ตามแนวทางการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ของ สศช. เพื่อทำแผนให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยคำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

การประชุมระดมความคิดเห็นครั้งนี้จะนำความคิดเห็นของทุกภาคส่วนต่อกรอบอ้างอิงเชิงยุทธศาสตร์ ข้อมูลพื้นฐานและทุนทางทรัพยากร การระบุประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าหมายการพัฒนาและวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการระบุผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีผู้แทนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่อาศัยในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 300 คน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้

“โครงการการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ม.อ. มุ่งหวัง จะเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญเพื่อร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืนเนื่องจากจังหวัดสงขลา นับว่ามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่วนเศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีขึ้นอยู่กับภาคเกษตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการทำประมงและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง” ผศ.ดร.พงค์เทพกล่าว

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748957

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

กรมศิลป์ส่งนักวิทย์ฯตรวจสภาพปืนใหญ่ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.39 น.

กรมศิลปากรส่งนักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบปืนใหญ่ วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราชพบจารึกอักษรยาวี ระบุปีที่สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

9 ส.ค.66 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2566 ได้มอบหมายให้นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ร่วมกันตรวจสอบสภาพความชำรุดของปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอก ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รื้อย้ายจากบริเวณโดยรอบวิหารพระกัจจายนะ (วิหารพระแอด) มาเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์วัด

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปืนใหญ่ที่เก็บรักษาไว้ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหารนี้ บางกระบอกมีลักษณะพิเศษ เช่น มีจารึกอักษรยาวี ระบุปีที่สร้างซึ่งตรงกับสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือปืนใหญ่ของฮอลันดาที่มีตราสัญลักษณ์ VOC R รวมทั้งยังได้ตรวจสอบสภาพความชำรุดของพระพุทธรูปโบราณ ภายในวิหารทับเกษตร และวิหารโพธิ์ลังกาเพื่อเตรียมการอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ ซึ่งจะเป็นการปกป้องคุ้มครองโบราณวัตถุดังกล่าวให้ยั่งยืนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า ปืนใหญ่เหล่านี้ รวมทั้งโบราณวัตถุ และโบราณสถาน ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ล้วนเป็นหลักฐานแสดงถึงประวัติศาสตร์ และความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราชที่มีมาแต่ครั้งอดีต

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748871

ปลัดมหาดไทย  จัดงานศิลปาชีพ  ประทีปไทย OTOP

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.50 น.

ปลัดมหาดไทย จัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP 12-20 สิงหาคมนี้

ปลัดมท. จับมือ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย แถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” ชวนชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่าและสุดยอดสินค้า OTOP ทั่วไทย ชม ช้อป ชิม แชะ เช็คอิน 12-20ส.ค.66 ณ ชาเลนเจอร์1-3อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 8สิงหาคม2566 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” โดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมแถลงข่าว โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชูชีพ พงษ์ไชย นายวิฑูรย์ นวลนุกูล นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางพนิตาวดี ปราชญ์นคร นายวสันต์ สุภาภา รองอธิบดีกรมที่ดิน นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน ร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า การจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย โดยทรงเพียรพยายามปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างยาวนานมากกว่า 50 ปี นับเนื่องตั้งแต่ที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนมในปี 2513 ก่อกำเนิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพัฒนาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และยิ่งเป็นความโชคดีของพวกเราคนไทยทุกคนที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการทรงเข้ามาสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้วยพระองค์ท่านทรงมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่านให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทรงศึกษา ทั้งเรื่องของแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ การตลาด มาต่อยอดสิ่งที่สมเด็จย่าของพระองค์ได้ทำไว้ให้กับช่างทอผ้าและคนไทยทุกคน และการจัดงานฯ ในครั้งนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

“ผู้ร่วมงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” ในครั้งนี้ จะได้ร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณนิทรรศการเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ ต่อยอดการพัฒนาลายผ้าพระราชทาน ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”และทรงโปรดให้อาจารย์ผู้มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ดีไซเนอร์ทั้งระดับประเทศและระดับสากล เป็นทีมในการโค้ชชิ่งพัฒนาศักยภาพแก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตผ้าไทย ทุกเทคนิค ทุกแขนง และในหลายโอกาส พระองค์ท่านจะทรงทำการโค้ชชิ่งด้วยพระองค์เองในการเสด็จทรงงานในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ การจัดงานในครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบการผ้าไทย และผู้จัดจำหน่ายสินค้าโอทอปจำนวนมากจากทั่วประเทศ และงานในครั้งนี้ยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลชุดความรู้ระหว่างผู้ประกอบการผ้าไทยและสินค้าโอทอปทั่วทุกภูมิภาค ยังผลให้เกิดการขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดในด้านช่องทางการตลาด อันจะเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า การจัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2566 ในครั้งนี้ เป็นงานแห่งความหวังของพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ ช่างทอผ้าที่อยู่ในกระบวนการผลิต ผู้ประกอบการของชุมชน ที่ได้นำเอาสินค้าของตนเองมาแสดงกว่า 2,000 บูธ ซึ่งหากเราจะโฟกัสไปที่จำนวนครัวเรือนของผู้ประกอบการที่มาจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ มีมากถึง 10,000 ครัวเรือน ที่มาจากทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ที่ต่างมีความตั้งใจจะนำสินค้าอันเกิดจากแรงกาย แรงใจ และ 2 มือของผู้ประกอบการ ของช่างทอผ้า มาให้พวกเราได้ชื่นชมและเลือกซื้อเลือกหา ดังนั้น งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการตั้งตาคอยเท่านั้น แต่ยังเป็นความฝันและการรอคอยของผู้ที่ชื่นชอบ ชื่นชมในสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป หรือ FC ผลิตภัณฑ์โอทอปที่ต่างตั้งตารอให้มีกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะงานนี้ได้รวบรวมสินค้าจากทั่วประเทศไว้ได้ในคราวเดียว ถือว่าเป็นงานแห่งความหวัง ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ที่จะได้มาพบกันเพื่อเลือกซื้อ เลือกชมสินค้า และให้กำลังใจพี่น้องผู้ประกอบการ

“งานครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านได้ร่วมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการต่อยอดลมหายใจผ้าไทย เพราะหากไม่มีพระองค์ท่าน คงไม่มีผ้าไทยได้สวมใส่กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ซึ่ง “ผ้าไทย” ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องลวดลายสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงการมีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตที่สอดแทรกอยู่ในผ้าไทย ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาทิ ที่บ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ได้พบกับบรรยากาศแห่งการน้อมน้อมนำพระดำริมาขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง มีการนำเอาสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็นวัตถุดิบในการทำเป็นสีย้อมผ้า จนทำให้ในเวลาเพียง 1 ปี จากราคาผ้าเมตรละ 250 บาท ตอนนี้เป็นราคาประมาณ 1,200 – 1,500 บาท และมียอดสั่งซื้อไม่ขาดสาย และที่สำคัญ คือ เราได้เห็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ที่เป็นศิลปินการออกแบบ (Designer) ได้มาร่วมกันลงพื้นที่ไปให้ความรู้ แนะนำ แนะแนว สื่อสาร ตลอดไปทั่วทุกทิศในพื้นที่ห่างไกล จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพี่น้องในชนบทให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเนื่องในเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมางานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2566 เลือกซื้อของขวัญเพื่อมอบให้กับคุณแม่ในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี2566” ดร.วันดีฯ กล่าวเพิ่มเติม

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748800

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย  เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

‘สสวท.’เร่งปั้นเด็กไทย เป็นนักวิทยาศาสตร์พัฒนาชาติ

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รับสมัครสอบคัดเลือกนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ปีการศึกษา 2566 เพื่อคัดเลือกเข้ารับ “ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.)” ระดับมัธยมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 และ “โครงการห้องเรียน พสวท.
(สู่ความเป็นเลิศ)” ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งการคัดเลือกนักเรียนรอบแรกดำเนินการพร้อมกับการคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์โดยใช้ข้อสอบเดียวกัน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค. 2566

สมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.mwit.ac.th สอบถามเกี่ยวกับระบบสมัครสอบที่อีเมล admission@mwit.ac.th ทั้งนี้ ทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.) ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 40 ทุน สำหรับโครงการห้องเรียน พสวท. (สู่ความเป็นเลิศ) ประจำปีการศึกษา 2567 จัดสรรให้ศึกษา ณ ศูนย์โรงเรียน พสวท.จำนวน 10 แห่ง ศูนย์ละไม่เกิน 30 คน คือ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา และโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้สนใจดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/dpstcenter สอบถามเกี่ยวกับทุน พสวท. ที่อีเมล scholarship@ipst.ac.th หรือฝ่าย พสวท. โทร. 02-3924021 ต่อ 2309-2311

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’ ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748802

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’  ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

‘ม.มหิดล กาญจนบุรี’ ต่อยอดเกษตรอัจฉริยะ

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยวงล้อเศรษฐกิจชาติที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล BCG ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกสู่การเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติที่ทุกสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยถือภารกิจสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตของชาติด้วยองค์ความรู้จากการใช้เทคโนโลยี โดย ผศ.ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วิทยาเขตกาญจนบุรีถือเป็นภารกิจสำคัญในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจชาติสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ด้วย “พลังแห่งชุมชน” บนพื้นฐานของ “เกษตรอัจฉริยะ” เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้องค์ความรู้จากการทำเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม

3 ปี ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จัดหลักสูตรเกษตรอัจฉริยะ “นวัตกรรมการผลิตพืชเพื่ออนาคต” แบบ Non Degree ตามนโยบาย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ปัจจุบันพร้อมออกดอกออกผลแล้ว สู่การสร้าง “Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม)” เพื่อชุมชน ด้วยหลักการแห่ง “Precision Agriculture (เกษตรแม่นยำ)” หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างแม่นยำ

ภายใต้การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตที่ปลอดภัยภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตกาญจนบุรี มอบให้ชุมชนที่ผ่านมาปัจจุบันได้เกิดเป็นผลิตผลใหม่ทางการเกษตร จากการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคภายใต้สังคมแห่งสุขภาวะ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของประชาชนในชุมชนและประเทศชาติ

อาทิ “มะเขือเทศควบคุมความหวานระดับสูง” ที่จะทำให้มะเขือเทศไม่ได้ปรากฏเพียงในจานผัก แต่จะสามารถจัดรวมกับจานผลไม้โดยที่ยังคงอุดมไปด้วยสารอาหาร และเพิ่มเติมด้วยความหวานจากธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ หรือการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรผลิต “พืชผักโซเดียมต่ำ” เพื่อคุณค่าที่คู่ควรกับจานสลัด และพร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป

ทั้งนี้ สิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ จะทำอย่างไรให้ Social Enterprise แห่งชุมชน จ.กาญจนบุรี เกิดความยั่งยืนภายใต้การทำงานที่สอดประสานระหว่างม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดกาญจนบุรี (Agriculture and Innovation Center -AIC) พร้อมคืนกำไรสู่ชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง และพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “Eco-Smart Campus” ขับเคลื่อนเศรษฐชาติด้วยพลังแห่งชุมชนต่อไป!!!