‘สกสว.บพข.’จับมือ’มรภ.ลำปาง’ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748838

'สกสว.บพข.'จับมือ'มรภ.ลำปาง'ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

‘สกสว.บพข.’จับมือ’มรภ.ลำปาง’ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 18.58 น.

กองทุน ววน. โดย สกสว. บพข. จับมือ มรภ.ลำปาง และภาคีเครือข่าย 22 หน่วยงาน ลงนาม MOU ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยการท่องเที่ยวไทยบนเส้นทางรถไฟ

8 สิงหาคม 2566 กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการและการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และภาคีเครือข่ายรวม 22 หน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคตโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้แผนงานวิจัย “การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนเส้นทางรถไฟสายเหนือส่วนขยาย (เชียงใหม่ – ลำปางไปยังพิษณุโลก)” ที่สนับสนุนทุนวิจัยโดย กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ผ่านช่องทางระบบออนไลน์ร่วมกันกับเครือข่ายทั่วประเทศ

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ในฐานะผู้แทนผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. เป็นหน่วยงานที่มีระบบการบริหารจัดการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศครอบคลุมด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาการ วิจัยและพัฒนา ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ทำหน้าที่บริหารจัดการแผนงานวิจัยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 และสนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยเส้นทางรถไฟไปใช้ประโยชน์ นับว่าเป็นผลงานที่มีศักยภาพสอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของประเทศเป็นอย่างมาก 

ขณะที่ ในปี 2567 สกสว.และบพข.มีแผนการส่งเสริม สนับสนุนการท่องเที่ยวทางรถไฟเชิงสร้างสรรค์ทั่วประเทศ          ผ่านมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 แห่งร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ดังนี้

1) ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและ สุโขทัย) แผนงานวิจัย “การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ผ่านการท่องเที่ยวโดยรถไฟสายเหนือ ส่วนขยาย (เชียงใหม่ – ลำปาง ไปยัง สวรรคโลก)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 

2) ภาคใต้ (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช) แผนงานวิจัย “การเชื่อมโยง การท่องเทียวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟในเส้นทางศักยภาพของภาคใต้บนฐานอัตลักษณ์เพื่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (หาดใหญ่ – สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราชและตรัง)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

3) ภาคอีสานตอนบน (ขอนแก่น อุดรธานีและหนองคาย) แผนงานวิจัย “การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟเพื่อสร้างมูลค่าด้วยฐานทุนวัฒนธรรม และความเชื่อมโยงในเส้นทางอีสานตอนบน (ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย)” โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 

4) ภาคอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) แผนงานวิจัย “การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟเพื่อสร้าง มูลค่าด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและความเชื่อในเส้นทางอีสานตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี)” โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

“สกสว. และ บพข.เป็นหน่วยงานสำคัญของรัฐในการจัดทำแผนพัฒนาการวิจัย บริหารจัดสรรงบประมาณการวิจัย รวมทั้ง มีระบบติดตามการใช้ประโยชน์จากการวิจัยของประเทศ จึงได้จัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 สนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์/เชิงสาธารณประโยชน์ หรือ Research Utilization : RU เพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยรถไฟของประเทศไทย จำนวน 25 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางแสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรถไฟ ราว 5,000 คน ใน 19 จังหวัดเป้าหมายทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง มีมูลการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ราว 475 ล้าน ภายในปี 2570 หรือ เฉลี่ยจังหวัดละ 25 ล้านบาท” ผู้แทน ผอ.สกสว. กล่าวสรุป 

การผนึกกําลังกับการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว 6 จังหวัดภาคเหนือ กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 5 และภาค 6 รวมทั้ง 4 มหาวิทยาลัย ที่ร่วม MOU ในวันนี้ สามารถบูรณาการความร่วมมือเพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยรถไฟและบนเส้นทางรถไฟ ผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่น สุนทรียทางดนตรี การออกแบบ/ดีไชน์เครื่องแต่งกาย สินค้าและผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกที่เข้ากับการเดินทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งมรดกทางธรรมชาติของประเทศไทยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมทั้ง ยังได้ร่วมกันขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น สร้างโอกาสในการทํางานและสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นตามเส้นทางรถไฟดังกล่าว โดยมี 22 หน่วยงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 2.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 4.การรถไฟแห่งประเทศไทย 5.จังหวัดลำปาง 6.จังหวัดลำพูน 7.จังหวัดเชียงใหม่ 8.จังหวัดแพร่ 9.จังหวัดอุตรดิตถ์ 10.จังหวัดพิษณุโลก 11.กรมการท่องเที่ยว12.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง 13.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน 14.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ 15.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ 16.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ 17.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก 18. ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง (ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5) 19.ตำรวจภูธรภาค 6 20.มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา21.มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และ22.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

‘ศิลปากร’ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748718

'ศิลปากร'ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

‘ศิลปากร’ยุคใหม่ ก้าวข้าม80ปี ชูยุทธศาสตร์4สร้าง เป็น4เสาหลัก พร้อมดัน QS Star Ranking

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.09 น.

ก้าวข้ามผ่านปีที่ 80  มาอย่างสง่างาม ไปเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ถึงเวลาปักหมุด โร้ดแมบ ม.ศิลปากร ยุคใหม่ เน้นผลลัพธ์มุ่งสู่มหาวิทยาลัยนานาชาติ ระดับโลก นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดี พร้อมคณะทีมผู้บริหาร ที่จะช่วยผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อให้ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในทุกด้าน ตอบโจทย์ เพื่อชุมชนและสังคมดี มีรายได้ ให้คุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า มหาวิทยาลัยเป็นทั้งจุดเริ่มต้น จุดที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงสร้างจิตสำนึกที่ดี เพื่อทำประโยชน์ในวงกว้างต่อไป 

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยศิลปากร จะมีการนำพาให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ เพื่อความผาสุกของสังคมอย่างยั่งยืน โดยตัวเป้าหมายของวิสัยทัศน์ เราจะมุ่งสู่การยกระดับมหาวิทยาลัย สู่ระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง QS Star Rating ปัจจุบันเราได้ 5 ดาว ใน 4 ด้าน เราจะยกระดับเป็น 5 ดาว 5 ด้านครับ และเรื่องสำคัญก็คือ เรื่องการติด QS World Ranking ในสาขา Arts and Design ซึ่งเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยศิลปากรเรา ตลอดจนการที่จะยกระดับ การบูรณาการทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยต่างๆ หรือ บริการวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ และศิลป์ โดยเราจะยกระดับให้เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นในอนาคต  อันนี้ก็คือเป้าหมายหลัก ทั้งนี้ ในการทำงานของเราจะมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ ก็คือ ยุทธศาสตร์ 4 สร้าง ได้แก่ สร้างคน สร้างองค์ความรู้ สร้างคุณค่าและมูลค่า ตลอดจนสร้างสุดท้ายก็คือการ สร้างความยั่งยืน

เรื่องแรกการสร้างคน เราจะดูเรื่องเกี่ยวข้องกับตัวหลักสูตร ของนักศึกษา การพัฒนานักศึกษา ตลอดจน การยกระดับ ความเป็นนานาชาติของมหาวิทยาลัย  ในส่วนที่ 2 คือการสร้างองค์ความรู้ จะเพิ่มปริมาณของผลงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นผลงานตีพิมพ์หรืองานสร้างสรรค์ ตลอดจน ยกระดับนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญ ก็คือการที่เรา จะพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยโลก เราก็จะต้องมีการยกระดับ QS World Ranking โดยเฉพาะสาขาของ Arts and Design ซึ่งเน้นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในเรื่องที่ 3 ก็คือการสร้างคุณค่า และมูลค่า  ส่วนนี้ เราจะใช้ศักยภาพสำคัญของมหาวิทยาลัย ก็คือการ  บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ มายกระดับการทำงานไม่ว่าจะเป็นการบริการ วิชาการสู่ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้หลักการของ Creative Economy ที่จะมายกระดับตรงนี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิด จะเป็นศูนย์ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น Arts and Design Center ที่จะดูแลงานบริการวิชาการ ดู Database ทางด้านศิลปะ ต่างๆ ของประเทศ ก็จะมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ของเรา

นอกจากนี้ เราก็จะมีการสร้างจุดสุดท้าย เรื่องที่ 4 คือ สร้างความยั่งยืน  การสร้างความยั่งยืนตรงนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับการ บริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ ด้วยระบบธรรมาภิบาล การบริหารเพื่อความเป็นเลิศ และการบริหารเพื่อให้คล่องตัว สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ในการพัฒนา เราจะใช้ ระบบการจัดการ ไม่ว่าจะเป็น การที่เราอาจจะต้องดูผลลัพธ์เป็นหลักในการทำงาน อาจจะใช้ Out Source มาช่วยในเรื่องที่เรายังไม่ถนัด จะมีการพัฒนาแผนต่างๆ ที่จะมาตอบสนองกับวิสัยทัศน์ ผมก็จะใช้หลักการนำทีมในรูปแบบของ Servant Leadership ก็คือการเป็นผู้นำ ที่เป็นผู้รับใช้กับทุกๆ คนครับ ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงตัวผมได้  ตลอดจนผมก็จะเข้าใจการทำงานของทุกคน และพยายามแก้ปัญหา ตลอดจนที่จะรับฟัง และมาช่วยกันทำงาน ผมคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะนำพามหาวิทยาลัยเราไปสู่วิสัยทัศน์ ที่ว่า เราจะเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ เพื่อความผาสุกของชุมชน อย่างยั่งยืน” 

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “โร้ดแมบ และยุทธศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่กล่าวมานี้ หลักๆ จะเป็นเรื่องของการยกระดับการศึกษาในทุกมิติ ที่เชื่อมโยงเข้าหากัน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของเยาวชนและนักศึกษาที่จะศึกษาต่อในทุกสาขาวิชา ให้สามารถบูรณาการทั้งศาสตร์ และศิลป์ เป็นองค์รวม กับมาตรฐานที่มุ่งสู่มหาวิทยาลัยนานาชาติ ระดับโลก อยากให้ ทุกคนได้มาร่วมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศิลปากรไปด้วยกันนะครับ”

ได้ฟังวิสัยทัศน์ ของท่านอธิการบดี ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์  แล้ว บอกได้คำเดียวว่า “สุดยอด” เพราะการพัฒนาระบบการศึกษา โดยเฉพาะระดับมหาวิทยาลัย สามารถต่อยอดองค์ความรู้ อาชีพ รายได้ สู่สังคมได้ในวงกว้าง และด้วยความมุ่งมั่น ที่จะยกระดับ QS Star Rating สู่ 5 ดาว ใน 5 ด้าน ก็ยอดเยี่ยมมากๆ แม้จะเป็นงานหนักของมหาวิทยาลัย แต่เชื่อว่าผลลัพธ์นั้นทำได้แน่นอน  ทั้งนี้ปลายทาง ก็เพื่อให้เยาวชนเราได้ศึกษาในสถาบันที่เป็นความภาคภูมิใจของไทยเรามายาวนานถึง 80 ปี ในเวอร์ชั่นที่พัฒนาดีขึ้นในทุกยุคสมัย และไปไกลถึงระดับโลก แม้ว่าวันนี้อาจไม่ได้เป็นทั้งศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน แต่ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ไทยเราก็มีมหาวิทยาลัยคุณภาพติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง และหนึ่งในนั้น  ก็คือมหาวิทยาลัยศิลปากรนั่นเอง..   

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748538

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

สมศ. ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรฯ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิม
พระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748539

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ  คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

อาจารย์ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ คว้า 2 รางวัลใหญ่ รางวัลนวัตกรรมนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ คว้าสองรางวัลใหญ่ Grand Prize และรางวัลต่างๆ รวม 22 รางวัล จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ “12th World Invention Creativity Olympic 2023” (WICO 2023) จัดโดย Korea University Invention Association (KUIA) and World Invention Intellectual Property Association (WIIPA) ที่ SETEC Convention Hall กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้ส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 311 ผลงาน จาก 22 ประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้

ผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ นวัตกรรม “OxyRock” ได้รับรางวัล Grand Prize เหรียญทอง และ Special Award ผลงานของ อ.จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ Mr.Robert Armstrong อาจารย์โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม และนายปรินทร แจ้งทวี นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้คิดค้นร่วมกับ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ “OxyRock” คือนำเส้นพลาสติกที่ทำจากเศษพลาสติก (PLA) เหลือทิ้งจากการปริ้นท์งาน 3D รวมกับทรายประกายมุกที่ผลิตจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้ง มาขึ้นรูปทรงตามแล้วเคลือบด้วยไทเทเนียมที่ผสมกับทรายประกายมุกอีกครั้ง มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยในการฟอกอากาศ

นวัตกรรม “SAS Smart Alert Sensor” ได้รับรางวัล Grand Prize และเหรียญทอง ผลงานของ ด.ญ.รวินท์ ชูจารุกุล ด.ช.ภาสันต์ สันพนวัฒน์ ด.ญ.แทนหทัย จิตธรรม และ ด.ช.ภาวิน รุ่งโรจน์ชัยพร “SAS Smart Alert Sensor” เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิตที่ออกแบบเป็นของตกแต่งบ้าน ภายในติดตั้งกล้องวงจรปิด และเซ็นเซอร์ขั้นสูงที่สามารถตรวจจับเหตุอันตราย ได้แก่ แผ่นดินไหว เพลิงไหม้ แก๊สรั่ว ขโมย มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5 VOCs และมลพิษทางเสียง โดยข้อมูลจะแจ้งเตือนผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ใช้งานตอบสนองได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลต่างๆ จากการประกวดครั้งนี้อีกหลายรางวัลได้แก่ ผลงาน “Happiness of Color” โดย อ.สุภิญญา สมทา ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก Indonesian Invention and Innovation Promotion Association (INNOPA), ผลงาน “CuDough” โดย อ.น้ำผึ้ง ทวีพรปฐมกุล ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก INNOPA, ผลงาน “Happy Pill Dispenser”โดย ด.ช.ณธันย์ โฉลกพันธ์รัตน์ และ ด.ช.ณกันต์ โฉลกพันธ์รัตน์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก World Invention Intellectual Property Association (WIIPA), ผลงาน “Specialized Cleaning and Residue Unveiling Bot” โดย น.ส.วริณศยา เสรีภาพงศ์ น.ส.พิชญ์ภณิตา เมธาสุริยะพงษ์ น.ส.พิมพ์พิศา พิศาลบุตร โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นายแทนธรรม จิตธรรม CATS Academy Boston (USA) ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก Research Institute of Creative Education , ผลงาน “Germ Guard Goo” ผลงาน “Ice Seperated” โดย น.ส.ชมฉัน สิทธิกิจ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และ Special Award จาก WIIPA, ผลงาน “Metal Hub” โดย น.ส.ภิญญดา ธัญญวรรณ์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “Oh my back” โดย ด.ญ.พัทธวรรณ พิบูลธรรม ด.ญ.พัทธ์ธีรา อรพิมพันธ์ ด.ช.พิชชากร อรพิมพันธ์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “O-NE CASE” โดย ด.ญ.สิรรินทร์ ประสิทธิ์ดำรง โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด.ช.ธนินกิตติ์ ประสิทธิ์ดำรง โรงเรียนสาธิตปทุมวันด.ช.ปรานต์ อุดมแสวงทรัพย์ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “WAJA” โดย อ.พรศิริ สันทัดรบ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, ผลงาน “Handy Dandy Mat” โดย ด.ญ.ภัสญา ฤกษ์พิทักษ์พาณิช, ด.ญ.อรณิชชา พิบูลย์รัตนกิจ, ด.ญ.สุพิชญา พรวิลาศสิริ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และผลงาน “5-in-1 Page Turner” โดย ด.ญ.ปัณณภรณ์ ทองเจริญ ด.ญ.ณิชชา วิทูราภรณ์ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด.ญ.ณทักษพร อภิเกษมสันติ์ โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ด.ญ.อลิสา ครามาเชค โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748533

สพป.พิษณุโลก เขต 2  ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนูครูผู้ช่วยใหม่ 96 คน

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ประดับอินทรธนู แก่ 96 ครูผู้ช่วย พร้อมให้โอวาท มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ ปฏิบัติหน้าที่เต็มความรู้ ความสามารถ ทุ่มเท เห็นความสำคัญกับนักเรียนทุกคน สั่งสอนศิษย์ให้มีวินัย เก่ง ดี มีสุข นำเทคโนโลยี ช่วยในการเรียนการสอน ศึกษางาน4 งาน ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี รักษาวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพครู ปรับเปลี่ยนตนเองตามบริบทในแต่ละพื้นที่ มีจิตอาสา

ทั้งนี้ ให้เตรียมพร้อมรับการประเมินอย่างเข้ม มีวินัย วางแผนทางการเงิน และพัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพอย่างต่อเนื่องก่อนส่งตัวปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2

2 หน่วยงาน รร.ท่องเที่ยว ม.สวนดุสิต ได้รับรางวัล MRA on TP 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748535

2 หน่วยงาน รร.ท่องเที่ยว ม.สวนดุสิต  ได้รับรางวัล MRA on TP 2566

2 หน่วยงาน รร.ท่องเที่ยว ม.สวนดุสิต ได้รับรางวัล MRA on TP 2566

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเข้ารับใบรับรอง (Certificate) สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (MRA on TP) ประจำปี 2566 จากนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว โดยมี ผศ.ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ เป็นผู้แทนเข้ารับมอบใบรับรองการเป็นหน่วยอบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวตามข้อตกลงฯ MRA on TP สาขาที่พัก (Hotel Service) แผนกต้อนรับส่วนหน้า (Front Office : FO) ตำแหน่งงาน : พนักงานต้อนรับส่วนหน้า (Receptionist)

ส่วน ผศ.วริษฐา แก่นสานสันติ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจการโรงแรม เป็นผู้แทนรับมอบใบรับรองการเป็นหน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยวตามข้อตกลงฯ MRA on TP สาขาที่พัก (Hotel Service) แผนกแม่บ้าน (House keeping) ตำแหน่งงาน : ผู้จัดการแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper) ผู้ควบคุมดูแลห้องพัก (Floor Supervisor) พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant)

ม.เอเชียอาคเนย์ และ WeStride พัฒนา หลักสูตรป.โทสายเทคโนฯ สู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748534

ม.เอเชียอาคเนย์ และ WeStride พัฒนา  หลักสูตรป.โทสายเทคโนฯ สู่สากล

ม.เอเชียอาคเนย์ และ WeStride พัฒนา หลักสูตรป.โทสายเทคโนฯ สู่สากล

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (SAU) ร่วมกับ “WeStride” บริษัท EdTech Startup จาก Stanford พัฒนาหลักสูตรปริญญาโท เพื่อสร้าง Software Engineer และ Full Stack Developer ระดับสากล ป้อนตลาดงานสายเทคโนโลยีที่ขาดแคลนและมีความต้องการสูงมากในทุกองค์กร จึงร่วมมือกับมืออาชีพอย่าง WeStride พัฒนาหลักสูตร Certified และ ปริญญาโทด้าน Software Engineering และ Full Stack Developer ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถทำงานได้จริงและตอบโจทย์โลกยุคใหม่ที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดงาน

หลักสูตรนี้มีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและสะดวก เนื้อหาเข้มข้น อาจารย์มีคุณวุฒิและประสบการณ์ มีโค้ชดูแลแบบ One to One เรียนแบบ Action Based Learning ผ่านการทำโจทย์และทำโครงการเพื่อให้ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง อีกทั้งเสริมพื้นฐานด้วยวิชาไอที CS50 จาก Harvard โดยผู้เรียนจะมีโอกาส พัฒนาตัวเองสู่งาน Tech มืออาชีพในองค์กรชั้นนําของไทยและต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะสามารถนำความรู้และทักษะไปทำงานได้จริง

“ความร่วมมือกับ WeStride ซึ่งเป็น Bootcamp อันดับ Top ของอาเซียนที่ได้รับรางวัลและการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง Stanford University จะเป็นการสร้างการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ จะช่วยพัฒนาทักษะความรู้และความสามารถให้แก่ผู้เรียนนำไปสู่การเป็น Software Engineer และ Full Stack Developer หลักสูตรนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนคอร์สออนไลน์เพื่อเก็บหน่วยกิตรับปริญญาโท ตอบโจทย์ผู้ต้องการย้ายสายงานสู่ด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริง” ดร.ฉัททวุฒิกล่าว

นายชวิน อัศวเสตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WeStride กล่าวว่า หลักสูตรออกแบบมาเพื่อสอนตั้งแต่ไม่มีประสบการณ์จนนำไปใช้ในการทำงานได้จริง มีเมนเทอร์ ติวเตอร์และโค้ชอาชีพมากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาดูแลแบบตัวต่อตัวจนจบการศึกษา พร้อม Job Guarantee รับประกันการได้งานทำ โดยเราจะช่วยหางาน พร้อมผลักดันจนเข้าสู่สายงาน Software Engineer และ Full Stack Developer ได้จริง เหมาะกับผู้ที่สนใจพัฒนาทักษะ (Upskill) หรือเปลี่ยนสายงานในการทำงาน (Reskill) มาสู่ 2 สายอาชีพดังกล่าว โดยผู้เรียนไม่จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางด้านไอทีมาก่อน ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://se.sau.ac.th

นศ.วิศวะ ม.วลัยลักษณ์ คว้าแชมป์เวทีสุดยอด Startup 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748536

นศ.วิศวะ ม.วลัยลักษณ์  คว้าแชมป์เวทีสุดยอด Startup 2023

นศ.วิศวะ ม.วลัยลักษณ์ คว้าแชมป์เวทีสุดยอด Startup 2023

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาทีม Spark Energy สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประกอบด้วย นางสาวพิชญาภา บุญสุข นายนิธิศ ธำรงค์เทพพิทักษ์ และ นางสาวศิริขวัญ ดำคุ้ม สาขาปิโตรเคมีและพอลิเมอร์  นางสาวนงนภัส ดาวสุวรรณ และ นายนราธิป ไชยรัตน์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าเจ้าของนวัตกรรม “GreenSupercap” ถ่านคาร์บอนจากเศษเหลือขี้เลื่อยไม้ยางพารา ผ่านกระบวนการปรับปรุงพื้นผิวที่คิดค้นขึ้นให้มีพื้นที่ผิวและความเป็นรูพรุนในการกักเก็บประจุไฟฟ้าที่สูงสำหรับอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน โดยชนะตัวแทน 14 ทีมสุดท้ายจาก 49 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้รับรางวัลชนะเลิศ The Championship of Startup Thailand League 2023 เป็นครั้งแรก รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล โดยมี ผศ.ดร.อุเทน ทับทรวง และ ผศ.ดร.กมล ถิ่นสุราษฎร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและรางวัลดังกล่าวส่งผลให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับรางวัล University of the year รางวัลมหาวิทยาลัยที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการสร้างและส่งเสริมนักศึกษาเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมด้วย

ด้าน ผศ.ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.วลัยลักษณ์กล่าวว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาความเป็นผู้ประกอบการนักศึกษา (Walailak Entrepreneurship Development Academy หรือ WEDA) ขึ้น เพื่อเป็นกลไกพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้แก่นักศึกษาที่มีความฝันอยากเป็นผู้ประกอบการ มีการจัดค่าย Boot Camp เพื่อฝึกทักษะแนวคิดทั้ง Tool Set และ Mind Set ให้แก่นักศึกษา และคัดเลือกไอเดียดีๆ ส่งเข้าประกวดเวที Startup Thailand และเวทีอื่นๆ ปัจจุบันมีอาจารย์และนักศึกษาสนใจเข้าร่วมกับทาง WEDA CLUB เฉลี่ยปีละกว่า 1,000 คน มีไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้าเสนอจำนวนมาก

นอกจากนักศึกษาจะได้แนวคิดในการทำธุรกิจแล้ว ยังได้ประสบการณ์จากเวทีประกวด ได้พันธมิตรในการทำธุรกิจและคำแนะนำจากคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจในอนาคต ยังได้มุมมองในการประกอบอาชีพที่ไม่จำกัดเพียงแค่รับราชการหรือสายอาชีพที่เรียนจบไปเท่านั้น

สิ้นปัญญาชนคนสำคัญของไทย ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748498

สิ้นปัญญาชนคนสำคัญของไทย 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี

สิ้นปัญญาชนคนสำคัญของไทย ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.19 น.

วันที่ 7 สิงหาคม 2566 รายงานข่าวแจ้งว่า ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของไทยเสียชีวิตแล้ว ในวันนี้เวลา 11.47 น. 

โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความว่า “ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ปัญญาชนคนสำคัญของไทยคนหนึ่ง”

“ผมอ่านบทความในมติชนของแกประจำตั้งแต่เป็น นักเรียนมัธยม และมาอ่านงานของแกจริงจังมากขึ้นตอนเป็น นักศึกษา ปี 1 …แม้ชีวิตจะเป็นสิ่งไม่เที่ยง แต่การสูญเสียใครสักคนที่เรารู้สึกผูกพันด้วย ย่อมทำให้เราใจหายเสมอ” ชัยธวัชระบุทิ้งท้าย..

ทั้งนี้ ศาสตรา​จารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2483 ปัจจุบันอายุ 83 ปี เป็นนักคิด นักเขียน และศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ชาวไทย ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นจากสภาวิจัยแห่งชาติ, รางวัลฟูกูโอกะ และรางวัลศรีบูรพา อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Chaithawat_MFP

อันตรายจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และวิธีฟอกสีฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748372

อันตรายจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และวิธีฟอกสีฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน

อันตรายจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และวิธีฟอกสีฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟันที่ขาวสะอาด นอกจากบ่งบอกถึงการดูแลสุขอนามัยส่วนตัวที่ดีแล้ว ยังหมายถึงการเปิดรับโอกาสดีๆ ที่อาจเข้ามาสู่ชีวิต จากการมีรอยยิ้มที่มั่นใจคอยส่งเสริมบุคลิกภาพ ซึ่ง ทพ.ศุภกิจ นิยมรัตนกิจ ทันตแพทย์ปฏิบัติงาน โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า“การฟอกสีฟัน” ในทางทันตสาธารณสุขถือเป็น “ปัจจัยรองลงมา” จากการรักษาสุขอนามัยช่องปากให้ปราศจากโรคฟัน และโรคเหงือก

สาเหตุที่การฟอกสีฟันมีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากสื่อโฆษณา โดย ทพ.ศุภกิจ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นภาพจากการฟอกสีฟันธรรมชาติที่มีอยู่เดิมให้ขาว หรือเป็นทันตกรรมประดิษฐ์ จากการเคลือบผิวฟันด้วยวัสดุทดแทน (Veneer) อย่างไรก็ดี การฟอกสีฟันให้ขาวสะอาดมีความจำเป็นที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยในปัจจุบันสามารถทำได้ทั้งโดยทันตแพทย์ และด้วยตัวเอง ซึ่งน้ำยาที่ทันตแพทย์ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเปอร์ออกไซด์ (Peroxide) ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เม็ดสีฟันที่เข้มจางลง

โดยระดับความขาวขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของน้ำยาและเวลาที่ใช้ในการฟอก ซึ่งน้ำยายิ่งเข้มข้นแม้จะยิ่งทำให้ใช้เวลาฟอกสีฟันได้สั้นลง แต่อาจส่งผลทำให้สารฟอกสีฟันแทรกซึมเข้าไปในชั้นเนื้อฟัน ทำให้ง่ายต่อการเสียวฟัน และเหงือกระคายเคืองได้ ระยะห่างของการฟอกสีฟันแต่ละครั้งจึงควรอยู่ระหว่าง 6 เดือน-1 ปี ซึ่ง ทพ.ศุภกิจ แนะนำว่า ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการฟอกสีฟันขาวเป็นช่วงที่ง่ายต่อการติดสี จึงควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารสีเข้ม เช่น แกงที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศที่ให้สีต่างๆ

อาทิ พริก และขมิ้น รวมทั้งซอสปรุงรส และเครื่องดื่มที่มีสารสีเข้ม เช่น น้ำผลไม้ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำพวกไวน์แดง หรือวิสกี้ ตลอดจนควรงดสูบบุหรี่ เพราะอาจเกิดคราบจากสารนิโคติน และควันบุหรี่ได้ นอกจากนี้ข้อควรระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถาดฟอกสีฟันที่ทำมาจากเทอร์โมพลาสติกซึ่งโฆษณาว่าจะสามารถเปลี่ยนรูปได้ตามลักษณะฟัน หลังจุ่มด้วยน้ำร้อนก่อนนำไปใช้ แต่แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดเป็นช่องว่างทำให้น้ำยาฟอกสีฟัน ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายไหลลงคอได้

ในขณะที่อีกทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ได้แก่ การพบทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ปากทำถาดพร้อมรับน้ำยากลับไปฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านซึ่งเป็นน้ำยาฤทธิ์อ่อน ประเภทคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์(Carbamide Peroxide) ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 10-15 สามารถใส่ลงถาดใช้ครอบฟันขณะนอนหลับ จะทำให้ฟันค่อยๆ ขาวขึ้นได้ตามความต้องการภายในประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถติดต่อขอเข้ารับบริการได้ที่ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งที่พญาไท และศาลายา