กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746550

กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล'ในหลวง'

กระทรวงมหาดไทย ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล’ในหลวง’

วันศุกร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.51 น.

กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 06.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายปรีชา เดชพันธุ์ นายอำพล พงศ์สุวรรณ นายสมภพ สมิตะสิริ นายปรีชา ทองคำ นายพิริยะ ฉันทดิลก นางสาวสิริมา วัฒโน นายสุภกิณห์ แวงชิน นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวัชรเดช เกียรติชานน รักษาการที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายมานะ สิมมา รักษาการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายทรงกลด สว่างวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง นายวิบูลย์ วงสกุล ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร รองประธานกรรมการองค์การตลาดทำการแทนผู้อำนวยการองค์การตลาด นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี 

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณภายในวัดราชบพิธ และนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพี่น้องพุทธศาสนิกชน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าคุณพระเทพวัชรเมธี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช รองเจ้าคณะภาค 6-7 ที่ปรึกษาแม่กองธรรมสนามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำคณะสงฆ์เดินรับบิณฑบาต

จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้ร่วมพิธี ถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความสำคัญว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นับเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด ศาสตร์ของพระราชาแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการในพระราชดำริที่หลากหลายครอบคลุม เช่น “ด้านการสาธารณสุข” ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งยังทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษา “ด้านการศึกษา” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดีและมีความสามารถในด้านการศึกษา ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรในยามที่ประสบเหตุเภทภัย ให้พ้นผ่านความยากลำบากไปได้ น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณได้นำมาซึ่งความปีติซาบซึ้งประทับอยู่ในใจของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตลอดไป”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ นำพี่น้องประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมทั้งบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด ด้วยความจงรักภักดี และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ได้ร้อยใจรักรวมพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ปฏิบัติบูชา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรชาวไทยโดยพร้อมเพรียงกัน

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746361

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.33 น.

สกสว.เร่งสื่อสารงานวิจัยและสร้างความเชื่อมั่น ความคุ้มค่าในการลงทุน-พร้อมแก้วิกฤตประเทศ

คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. ให้ข้อเสนอแนะ สกสว.เพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนการลงทุนในระบบ ววน. สร้างความเชื่อมั่น ตอบสนองความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณชน โดยเน้นการสื่อสารงานวิจัย จัดเวทีสาธารณะเร่งด่วน และยกระดับความสามารถในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศได้ทันเหตุการณ์ ขณะที่การติดตามและประเมินผลงานวิจัยต้องมีคณะทำงานร่วม และหานักเศรษฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญมาร่วมทีม พร้อมสร้างนักประเมินรุ่นใหม่

ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ครั้งที่ 5/2566 โดยมีวาระสำคัญคือ แนวทางการดำเนินงานของ สกสว. ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ สกสว. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนการลงทุนในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยมีเป้าหมายให้เกิดการตอบสนองความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบ ววน. รวมถึงการอภิบาลที่ดีของระบบ ววน.ทุกระดับ และรวมพลัง ววน. เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้มีเอกภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

ตัวอย่างกลไกหรือเครื่องมือที่จะดำเนินการที่สำคัญ คือ  แผนงานเพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤตเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าจะต้องถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพราะอาจเกิดโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ขึ้นอีก ซึ่ง สกสว.จะต้องเรียนรู้และยกระดับความสามารถของบุคลากรในการทำงานร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น ตั้งคณะทำงานที่ไม่เป็นทางการมากนักเพื่อจัดสรรงบประมาณในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีหน่วยงานร่วมให้ข้อคิดเห็นในเชิงรุก อีกประเด็นที่สำคัญคือ การตอบสนองต่อความคาดหวังของภาคนโยบายและสาธารณชน อาจจะสร้างความคาดหวังใหม่ของเราเองที่ถูกใจคนทั่วไปคู่ขนานกันไป เช่น สร้างงานสำคัญเพื่อให้ทำงานเชิงรุกได้ง่ายขึ้น 

ขณะที่การสื่อสารผลงานของกองทุน ววน. จะเพิ่มงบประมาณและหาทีมงานที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงสร้างร่วมมือกับองค์กรสื่ออย่างใกล้ชิดและมีความเข้มข้นมากขึ้น สามารถพัฒนาและสื่อสารเนื้อหางานวิจัยและเทคโนโลยีให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย ส่วนการปรับปรุงทักษะเชิงการเมืองและเชิงการทูต ควรมีทักษะการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือบทความ รวมทั้งหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์และได้ผลงานสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องทำให้คนเกิดความเชื่อมั่นเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนด้าน ววน. ซึ่งจะต้องทำให้เห็นวิสัยทัศน์ของการนำ ววน. ไปตอบโจทย์สำคัญของประเทศที่ชัดเจน เช่น การขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจ 

สำหรับการติดตามและประเมินผลงานวิจัย ที่ประชุมเห็นว่าควรกำหนดตัวชี้วัดหรือเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญ (OKRs) ที่เหมาะสม ทำให้เห็นคุณค่าและผลกระทบสำคัญของระบบ ววน. โดย สกสว.ควรจัดให้มีคณะทำงานร่วมประกอบด้วยผู้แทนคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมกับหาผู้ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะนักเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ประเมิน โดยมีหน่วยบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา ววน. ช่วยติดตามสถานการณ์ 

ทั้งนี้ควรสร้างองค์ความรู้ด้านการประเมินผลลัพธ์ในองค์กรต่าง ๆ ที่หลากหลายมากกว่าการรวมศูนย์ เช่น ในมหาวิทยาลัย หรือคณะที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องพัฒนาแนวคิดและระเบียบวิธี เพื่อให้เป็นโปรแกรมสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ด้านการประเมินคุณค่าของผลกระทบ ซึ่ง รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสนับสนุนทุนแก่นักศึกษาปริญญาโทหรือวิทยานิพนธ์เพื่อสร้างนักประเมินรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นศาสตร์ที่พัฒนาไปเร็วแต่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรส่วนนี้ หรือสนับสนุนทุนผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ดูแลโครงการพัฒนากำลังคน 

“เราต้องวางแผนตั้งแต่แรกว่าจะเก็บข้อมูลใดบ้าง หรือเลือกตัวชี้วัดที่มีแหล่งข้อมูลอยู่แล้ว เพื่อจะตอบว่าเป็นไปตามผลงานที่วางแผนหรือไม่ ซึ่งควรกำหนดระยะเวลาของขั้นตอนการติดตามและประเมินผลที่เข้มข้นและใกล้การนำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยตนเห็นด้วยว่าต้องพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างนักประเมินงานวิจัย ส่วนการจัดทำเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญ (OKRs) ต้องรวมต้นทุน เวลา และกำลังคนที่ต้องใช้เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้ได้ด้วย” ศ. ดร.ปิยะวัติกล่าวทิ้งท้าย

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746350

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.47 น.

กองทัพบกจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 โดยมี พลตรีหญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และผู้บังคับบัญชาชั้นสูงร่วมพิธี กิจกรรมประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหารจำนวน 99 รูป บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5, พิธีถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคลและกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินไทย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร จำนวน 10 รูป, พิธีไถ่ชีวิตกระบือถวายเป็นพระราชกุศล, พิธีมอบบัตรประจำตัวสัตว์ โดยไถ่กระบือ จำนวน 6 ตัว ส่งมอบให้แก่ กรมการสัตว์ทหารบก เพื่อนำไปเลี้ยงดู และนำเข้าโครงการเกษตรรวมใจ ณ โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดนครนายก

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชา ได้ลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ ห้องรับรอง 211-213 อาคาร 2 ชั้น 1 กองบัญชาการกองทัพบก
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่น กองทัพบกในฐานะหน่วยงานความมั่นคงที่มีภารกิจสำคัญสูงสุด คือ การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงพร้อมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งในส่วนกลางและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทั่วประเทศ อาทิ การบริการทางการแพทย์ การบริจาคโลหิต กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมทั้งการจัดนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติและสง่างาม นอกจากนี้กองทัพบกได้จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. – 4 ส.ค.66 ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่า พระบรมราโชบายมาสู่การปฏิบัติ โดยร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ประกอบด้วย การสนับสนุนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยทำความสะอาดชุมชนพื้นที่สาธารณะ แหล่งน้ำลำคลองทั่วประเทศ กองทัพบกขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

– 006

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746341

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

เด็กไทยเก่ง!นายกชื่นชมผลงานกวาดรางวัลแข่งขันฟิสิกส์-เคมีโอลิมปิก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 09.20 น.

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวรัชดาฯ เผย นายกชื่นชมผลงานเยาวชนไทย ในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 (53rd International Physics Olympiad 2023) และการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่55 (55th International Chemistry Olympiad 2023)

27 กรกฎาคม 2566) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมผลงานของทีมเยาวชนไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในรายการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 (53rd  International Physics Olympiad 2023) ระหว่างวันที่ 10 – 17 กรกฎาคม 2566 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง และรายการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 55 (55th International Chemistry Olympiad 2023) ระหว่างวันที่ 16 – 25 กรกฎาคม 2566 ณ เมืองซูริก สมาพันธรัฐสวิส ได้รับ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแข่งขันทั้ง 2 รายการ ทีมเยาวชนไทยสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยในรายการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 53 ณ ประเทศญี่ปุ่น มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 394 คน จาก 82 ประเทศ ซึ่งมีเยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมกันแข่งขัน 5 คน และได้รับรางวัลทุกคน ได้แก่ 1. นายณัฏฐ์เดช เผด็จสุวันนุกูล ได้รับรางวัลเหรียญทอง 2. นายธนัชสรศ์ จันทร์เกษมสัตย์ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 3. นายภัทรพล พันธ์เลิศระพี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 4. นายธงไชย อาชาบุณยเสก ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง และ 5. นายนพรุจ สอดศรี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ทำให้จากการแข่งขันในรายการนี้ ทีมเยาวชนไทย ได้รับเหรียญรางวัลทั้งหมด 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง

ในขณะที่การแข่งขันรายการ เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 55 ณ สมาพันธรัฐสวิส มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 356 คน จาก 90 ประเทศ โดยมีตัวแทนทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมกันแข่งขัน 4 คน และได้รับรางวัลทุกคนเช่นกัน ได้เเก่ 1. นายจิรโรจน์ ชวนะสุนทรพจน์ ได้รับรางวัล เหรียญทอง 2. นายคณิศร กิรติพงษ์วุฒิ ได้รับรางวัล เหรียญเงิน 3. นายพีรดนย์ แซ่จึง ได้รับรางวัล เหรียญเงิน และ 4. นางสาวอมาษญา เลี้ยงบำรุง ได้รับรางวัล เหรียญทองแดง โดยจากการแข่งขันรายการนี้ ทีมเยาวชนไทยทำผลงานไปได้ทั้งหมด 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

“นายกรัฐมนตรี ชื่นชมความสามารถของทีมเยาวชนไทย ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการแข่งขันทั้ง 2 รายการ เยาวชนไทยมีความสามารถที่หลากหลายทั้งด้านกีฬา และในด้านวิชาการ ทักษะและศักยภาพของเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเยาวชนไทยจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’ ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746201

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’  ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

จุฬาฯ สนับสนุน ‘GENERATIVE AI’ ให้ใช้งานอย่างเข้าใจ ไร้การบังคับ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.14 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเสวนาวิชาการ Chula the Impact ครั้งที่ 19 เรื่อง “จุฬาฯ มุ่งหน้าด้วย GENERATIVE AI” ความว่า จุฬาฯ เป็นผู้นำในการบุกเบิกในการนำนวัตกรรม AI มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบผ่านแพลตฟอร์มและเครื่องมือต่างๆเช่น ChatGPT มีการจัดกิจกรรม Chula Lunch Talk เพื่อเผยแพร่ความรู้ในแง่มุมต่างๆ โดยคณาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญการนำ AI และ CHAT GPT มาใช้ในการเรียนการสอนและกำลังจะให้ทุนสนับสนุนแก่คณาจารย์จำนวน 100 คน เพื่อนำ AI และ CHAT GPT ไปใช้ในการเรียนการสอน ตั้งแต่สิงหาคม-ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ โดยภาพรวมและนโยบายของการใช้ GENERATIVEAI จะมุ่งเน้นไปที่ 2 หลักการ คือEmbrace และ Understanding โดยจะสนับสนุนการใช้งานด้วยความเข้าใจ ไม่มีการบังคับ

“จุฬาฯ มุ่งหน้าสนับสนุนการใช้ Generative AI โดยให้นิสิต คณาจารย์ และบุคลากรใช้อย่างเต็มที่ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง ในส่วนของผู้เรียนจะต้อง “ปรับใช้” AI เพื่อพัฒนาการเรียนรู้อย่างเต็มที่ “เข้าใจ” ว่า AI มีความสามารถและข้อจำกัดอะไร “อ้างอิง” การใช้งาน AI ให้ชัดเจน ถูกต้อง “ระมัดระวัง” ไม่นำข้อมูลลับเข้าระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับผู้สอนจะต้อง “ปรับใช้” AI ในการเรียนการสอน “เข้าใจ” ถึงความสามารถและข้อจำกัดของ AI “ออกแบบ” กระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลที่เหมาะสม และ “ระบุ” ขอบเขตและแนวทางการใช้ AIในประมวลรายวิชา” ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว

รศ.ดร.โปรดปราน บุณยพุกกณะ Chief Learning InnovationOfficer กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคมจุฬาฯว่าได้จัดทำหลักการและแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ไว้แล้ว ได้แก่ สนับสนุนให้นิสิตและบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจและสามารถใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างเหมาะสม, ให้มีการปรับกระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผลตลอดจนการทำงานให้เหมาะสม สร้างสรรค์และถูกหลักจริยธรรม และให้ความสำคัญและเข้มงวดกับเรื่องจริยธรรมทางวิชาการ

เช่นเดียวกับ รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล ผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทยสิรินธร ที่นอกจากจะกล่าวถึงข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังของการใช้ ChatGPT, GENERATIVE AI แล้ว ยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องของหลักการและแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้ได้วางแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาไว้แล้ว ทั้งการเรียนการสอนและการประเมินผลการใช้งานเครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ และด้านการปกปิดความลับและข้อมูลส่วนบุคคล

Generative AI (Gen-AI) คือ AI ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะให้มีความสามารถใการ “สร้างใหม่” จากชุดข้อมูลที่มีอยู่ ด้วยอัลกอริทึมแบบ Generative Model เช่น Generative adversarial network : GANs), Variational autoencoders : VAEs, Autoregressive models โดยนำมาใช้งานหลากหลาย เช่น การสร้างภาพการประมวลผล การสร้างเสียงดนตรี กล่าวง่ายๆ การสร้างเนื้อหาขึ้นใหม่จากข้อมูลที่มีอยู่เดิมนั่นเอง

นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746204

นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย  ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

นศ.มวล.คว้ารองแชมป์และชมเชย ไอเดียป้องกันคนไทยจากภัยออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาหลักสูตรดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้แก่ ทีม Powerpoint ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1และทีม To be creator ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดเวที ETDA Digital Citizen Pitching ภายใต้หัวข้อ “Digital in Hand จุดแคมเปญ เค้นไอเดีย ศิลปะป้องกันตัวจากภัยออนไลน์”จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย พร้อมด้วยศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท และ บริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (Dek-D) ร่วมกันจัดขึ้น

ทีม Powerpoint Girls รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มีสมาชิกในทีมคือ นางสาวสริดาแซ่ตัน, นางสาวสุธาสินี ขาวทอง และนางสาวอรินดา ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัล รางวัลชมเชย ได้แก่ทีม To be creator สมาชิกในทีม นางสาวอัมนี หมัดอาด้ำ,นางสาวดีน่า คินาซิ อัตตา ชาคิฟ และนายอธิษฐ์ งอกคำ ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

โดยทั้ง 2 ทีมมี ผศ.ดร.สิริวัจนาแก้วผนึก เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และ นายเมธัส อินทร์ทองปาน นักวิชาการประจำหลักสูตรเป็นผู้ควบคุมทีม

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746205

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สมศ.ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สมศ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน) โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746202

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน)  โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

มธ.เปิดตัว ‘GreenTien’ (กรีนทีน) โปรตีนถั่วเขียว สำหรับผู้รักสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เปิดตัว “GreenTien” (กรีนทีน) แบรนด์เครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกใหม่ สกัดจากถั่วเขียว 100% สำหรับตลาดกลุ่มผู้รักสุขภาพ ผู้แพ้กลูเตน-แลคโตส และวีแกน ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่มีสารประกอบที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ท้องอืด ท้องเสียอาหารไม่ย่อย ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพในห้องแล็บและทดสอบรสชาติพบ “GreenTien ดื่มง่ายกว่านมถั่วเหลือง ด้วยรสสัมผัสที่หวานน้อยไม่แต่งกลิ่น-รส แคลอรี่ต่ำ ที่ได้รับการันตีคุณภาพจากรางวัลเหรียญทอง จากการประกวดและแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “The 34th International Invention, Innovation& Technology Exhibition” (ITEX 2023) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ด้วยเงื่อนไขของการพัฒนานวัตกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ในเป้าหมายที่ 2 (SDG 2 : Zero Hunger)ที่มุ่งขจัดความหิวโหยและความอดอยากทุกรูปแบบ

“GreenTien” เครื่องดื่มโปรตีนทางเลือกสกัดจาก “ถั่วเขียว”ผลิตเพื่อทดแทน “ถั่วเหลือง” ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่มีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่าง “ถั่วเขียว” มีกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติ มีปริมาณโปรตีนประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ (ถั่วเหลืองมีโปรตีนประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่หลากหลายใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม “สารประกอบฟีนอลิก”(Phenolic Compounds) รวมถึงยังปราศจากกลูเตน เป็นธัญพืชที่มีฤทธิ์เย็นและเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นที่นำมาใช้เป็น “อาหารยาตำรับโบราณ”ที่สอดแทรกวัฒนธรรมอาหารในหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ จีน และเกาหลี

ใน GreenTien หนึ่งขวด (240 มล.) มีโปรตีน 5.3 กรัม ด้วยกรรมวิธีผลิตที่ทำให้มีแคลอรี่ต่ำมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 1.7 กรัม และไขมันเพียง 0.2 กรัม ซึ่งน้อยกว่านมวัวที่มีคาร์โบไฮเดรต 12 กรัม และไขมัน 9 กรัม และผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีเอนไซม์เพื่อให้ดูดซึมได้ง่าย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้รับการจดอนุสิทธิบัตรแล้ว ภายใต้ความร่วมมือกับทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. และ รองศาสตราจารย์ ดร.สร้อยสุดาพรภักดีวัฒนา คณะอุตสาหกรรมเกษตร (สาขาวิชาเทคโนโลยีการหมัก) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบัง (สจล.)

GreenTien เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้การพัฒนาของสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. ที่มุ่งผลิต“นักเทคโนโลยีชีวภาพ” ให้มีหลักคิดแบบผู้ประกอบการ ผ่านการเชื่อมโยงหลักการพื้นฐานของเทคโนโลยีชีวภาพสู่การสร้างสรรค์ผลงานเชิงนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ” เนื่องจากพัฒนาได้รวดเร็ว ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากการก้าวสู่เส้นทางผู้ประกอบการแล้ว ปัจจุบันตลาดงานในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) ยังมีความต้องการนักเทคโนโลยีชีวภาพจำนวนมาก อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746207

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน  เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

‘ลอนดอน’ครองแชมป์ 5 สมัยซ้อน เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิวเอส ควัคควา เรลลี ซีมอนด์ส (QS QuacquarelliSymonds) สถาบันวิเคราะห์ข้อมูลด้านการอุดมศึกษาระดับโลก ประกาศรายชื่อเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา (QS Best Student Cities) ครั้งที่ 11โดยเป็นการเปรียบเทียบเมืองจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาชั้นนำ 160 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 26 แห่งที่เข้ามาติดอันดับเป็นครั้งแรก

ลอนดอนครองตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาห้าสมัยติดต่อกัน โตเกียวทะยานขึ้นสู่อันดับสอง ตามมาด้วยโซลในอันดับสาม ส่วนเมลเบิร์นไต่ขึ้นมารั้งอันดับสี่ ในขณะที่มิวนิคหล่นไปอยู่อันดับห้า

ลอนดอนเป็นผู้นำของโลกด้วยเหตุผลคือ มีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอยู่หนาแน่นโดยมีคะแนนดัชนีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก (Rankings) สูงสุดเป็นอันดับสอง เป็นรองแค่โซลเท่านั้น ได้รับคำชมดีเยี่ยมจากนักศึกษาในปัจจุบันและนักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว ด้วยคะแนนเสียงสะท้อนของนักศึกษา สูงถึง 98.4 จากเต็ม 100 คะแนน เป็นรองแค่เบอร์ลินเท่านั้น นักศึกษามีความหลากหลายโดยมีคะแนนสัดส่วนของนักศึกษา (Student Mix) สูงเป็นอันดับหกของโลก (94.7 จากเต็ม 100 คะแนน) โอกาสในการทำงานที่โดดเด่นสำหรับผู้สำเร็จการศึกษา ด้วยคะแนนกิจกรรมของนายจ้าง (Employer Activity) สูงเป็นอันดับแปด (91.7 จากเต็ม 100 คะแนน)

สำหรับเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าดีที่สุดสำหรับนักศึกษาตั้งแต่อันดับ 1-10 ปี 2567มี 11 เมือง ได้แก่ 1.ลอนดอน 2.โตเกียว 3.โซล 4.เมลเบิร์น5.มิวนิค 6.ปารีส 7.ซิดนีย์ 8.เบอร์ลิน9.ซูริค และ 10.บอสตัน

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746235

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

อาชีวะจัดตัวแม่ Influencer พัฒนากลุ่มครูภาคอีสานสู่ผู้มีอิทธิพลสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube-TIKTOK

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.58 น.

อาชีวะจัด “ตัวแม่ Influencer” พัฒนากลุ่มครูภาคอีสาน สู่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK หวังขยายผลเครือข่ายพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาที่ยั่งยืนในอนาคต

วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายภารกิจให้ ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสร้างผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล (Influencer) ด้านอาชีวศึกษาบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยมีนายธาตรี พิบูลมณฑา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ ร่วมด้วย นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นายลิขิต  พลเหลา  ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ผู้บริหารสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี   รองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี คณะครู บุคลากรทางการศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผู้ประสานงานโครงการ และผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 30 คน เข้าร่วมงาน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  25-27 กรกฎาคม 2566  ณ  โรงแรมเซ็นทาราอุบล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

 สำหรับหลักสูตรการจัดอบรม ประกอบด้วย  การสร้างแรงบันดาลใจ ที่มา พลัง และโอกาสดีๆในการใช้โซเชียลมิเดียโดย ดร.วรพล  อิทธิคเณศร (เชฟธอมัส) เจ้าของเพจตำรับข้างวัง มาเรียนรู้การทำช่อง youtube / TIKTOK กันเถอะ เรียนรู้การตัดต่อ VDO ด้วยมือถือ  รู้จักหลังบ้านช่องยูทูป และไอเดียน่ารู้ พร้อมแนวทางทำคลิปให้ปัง  (App Kinemaster)โดยครูเกศริน คุ้มพุฒ เจ้าของเพจสอนทำยูทูปสร้างรายได้ สไตล์เกศ และเพจKate Variety บนแพลดฟอร์ม Youtube /Tiktok/Instagram/ Facebook และ ผศ.สมประสงค์ รุ่งเรือง คณะสถาปัตยกรรมฯ มจพ.ลาดกระบัง เทรนด์การเล่าเรื่องผ่านโซเชียล Storytelling การรับมือกับข้อเสนอความคิดเห็น (Comment) ต่าง ๆ โดยคุณปุ้ม เปรมสุดา  สันติวัฒนา พิธีกรและผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7  อภิปรายแนวทางการสร้างเนื้อหา (Content) พร้อมแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการการเปิดช่อง Youtube / TIKTOK การสร้างเนื้อหา (Content) ตัดต่อวีดีโอลงใน youtube/TIKTOK จากนั้นร่วมกันวิพากษ์ผลงานร่วมกันระหว่างวิทยากรและผู้รับการอบรม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำไปสู่การพัฒนางานที่ดีมีคุณภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี กล่าวว่า โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสร้างผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล (Influencer) ด้านอาชีวศึกษาบนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK วันนี้ เป็นการอบรมในภาคกลาง ภาคตะวันออก และกทม. เพื่อพลิกโฉมภาพลักษณ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและทัศนคติเชิงบวกต่อองค์กร สร้างการรับรู้ และความสำเร็จของการศึกษาด้านอาชีวศึกษา เสริมศักยภาพการคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำมาพัฒนางานประชาสัมพันธ์ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อตนเองและหน่วยงาน โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ได้ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี จัดโครงการอบรมฯ เป็นระยะเวลา 3 วัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 30 คน ประกอบด้วย ครูและบุคลากรอาชีวศึกษาในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ รวมไปถึงบุคลากรจากส่วนกลาง ตลอดจนเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

โดยการอบรมดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรและผู้ทรงอิทธิพลบนสื่อ Online เพื่อเป้าหมายให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เชิงบวก และมีใจรักในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งมีใจพร้อมในการสร้างคอนเทนต์ช่องตนเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจนกลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียล โดยคาดหวังว่าจะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดแรงบันดาลใจในการเป็นผู้มีอิทธิพลทางสื่อโซเชียลด้านอาชีวศึกษา “อาชีวะ Influencer” บนแพลตฟอร์ม Youtube และ TIKTOK เกิดเครือข่ายการประชาสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่และถ่ายทอดสู่ครู บุคลากรและนักศึกษาอาชีวศึกษา ก่อให้เกิดการสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษาที่ดีต่อไป