คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.46 น.

-คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 16.01 น.คณะทูตต่างประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เดินทางมาวางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
 

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักพระราชวัง ได้กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป โดยเปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพฯ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ดังนี้ 

ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.00 น. 

ช่วงที่ 2 เวลา 11.30 – 16.00 น.

ช่วงที่ 3 เวลา 20.00 – 21.00 น.

ต้องผ่านจุดคัดกรองและรับการจัดลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพฯฯ ภายในโถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน (จุดคัดกรองปิดเวลา 20.00 น.) โดยเข้าทางประตูมณีนพรัตน์และเดินตามเส้นทางที่สำนักพระราชวังกำหนด โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ สุภาพบุรุษงดสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีสวมกระโปรงหรือผ้านุ่งเท่านั้น         

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่จะเดินเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม-เปิดให้เข้าชมฯได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.30 -15.30 น.-เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ และผ่านจุดคัดกรองตามมาตรการรักษาความปลอดภัย-งดเข้าชมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท-ให้นักท่องเที่ยวเดินออกทางถนนจักรีจรัณย์ ผ่านประตูพิมานไชยศรีเลี้ยวซ้ายหน้าหอรัษฎากรพิพัฒน์ เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเดินออกพระบรมมหาราชวังทางประตูวิมานเทเวศร์ 

ม.วลัยลักษณ์ ทะยานสู่อันดับ 47 ของโลก ‘THE Impact Ratings 2026’

ม.วลัยลักษณ์ ทะยานสู่อันดับ 47 ของโลก ‘THE Impact Ratings 2026’

ม.วลัยลักษณ์ ทะยานสู่อันดับ 47 ของโลก ‘THE Impact Ratings 2026’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.53 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทะยานขึ้นสู่อันดับ 47 ของโลก คว้าอันดับ 3 ของไทย ในการจัดอันดับ THE Impact Ratings 2026 ก้าวกระโดดจากอันดับ 93 ของโลกในปีที่ผ่านมา พร้อมคว้า Top 30 ของโลกใน 4 เป้าหมายหลัก SDGs

สถาบัน Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดัง ได้ประกาศผลการจัดอันดับ THE Sustainability Impact Ratings 2026 ซึ่งประเมินสถาบันการศึกษา 1,646 แห่ง จาก 116 ประเทศทั่วโลก ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สามารถทำคะแนนรวมได้สูงถึง 92.8 คะแนน (จากเดิม 89.7 คะแนน) ส่งผลให้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 47 ของโลก และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย

ที่สำคัญยังพบว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีผลงานที่โดดเด่นใน 4 เป้าหมายหลัก (SDGs) ที่สามารถทำคะแนนติดอันดับ Top 30 ของโลกได้สำเร็จ ประกอบด้วย 

SDG 5 (ความเท่าเทียมทางเพศ) อันดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย 

SDG 11 (เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน) อันดับ 14 ของโลก และอันดับ 2 ของไทย

SDG 2 (ขจัดความหิวโหย) อันดับ 23 ของโลก และอันดับ 4 ของไทย

SDG 14 (ทรัพยากรทางทะเล) อันดับ 27 ของโลก และอันดับ 3 ของไทย

ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า

ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในระดับโลกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากเป้าหมายเชิงนโยบายที่ชัดเจนในการเป็น ‘มหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน’ (Sustainability University) เราบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับทุกภารกิจ ทั้งการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล’ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง

ความสำเร็จที่จับต้องได้ของ ม.วลัยลักษณ์ สะท้อนผ่านโครงการนวัตกรรมต้นแบบ อาทิ การใช้ “เชื้อราไตรโคเดอร์มา” เพื่อเกษตรปลอดภัยลดสารเคมี, “โครงการธนาคารปูม้า” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy), การอนุรักษ์พื้นที่ประวัติศาสตร์ “เมืองตุมปัง” และการผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารสู่มรดกโลก รวมถึงนโยบายการเคารพความหลากหลายทางเพศที่เป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.อมรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยใช้แนวทาง “WU Happy Tree” เป็นกลไกขับเคลื่อน โดยนำองค์ความรู้ไปปลูกฝังในชุมชนจนเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีโครงการบริการวิชาการกว่า 200 โครงการ และได้รับการประเมินคุณภาพตามแนวทาง AUN-QA ได้คะแนนเต็ม 7 คะแนน ยืนยันถึงคุณภาพงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน

สำหรับการจัดอันดับ THE Sustainability Ratings เป็นการประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย (Research), การบริหารจัดการทรัพยากร (Stewardship), การบริการวิชาการ (Outreach) และการเรียนการสอน (Teaching) เพื่อรับรองบทบาทของสถาบันการศึกษาในการร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืนตามแนวทางของสหประชาชาติ

คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จับมือ วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากสารสกัดธรรมชาติ

คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จับมือ วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากสารสกัดธรรมชาติ

คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จับมือ วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสุขภาพจากสารสกัดธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

25 มิถุนายน 2569 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล จำกัด (WE-WIN BIO-MEDICAL CO., LTD.) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้านสารสกัดธรรมชาติชั้นนำจากไต้หวัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสารสกัดจากพืชธรรมชาติ พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

นอกเหนือจากการลงนาม MOU ดังกล่าว ทั้งสององค์กรยังได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือฉบับแยก โดย วี-วิน และ PharmTOP ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตยาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ASEAN cosmetics จะเป็นผู้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ซีรั่มบำรุงหนังศีรษะ APERDU Follicle Revitalizing Essence (P1) ในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลให้ APERDU ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่กี่แบรนด์ในตลาดไทย ที่สามารถผสานนวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ เข้ากับมาตรฐานการผลิตระดับสากล เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค

ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสองสถาบันจะร่วมกันผลักดันโครงการวิจัยร่วม การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อต่อยอดการศึกษาเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากธรรมชาติ (Bioactive Ingredients) และการประยุกต์ใช้ในเชิงสุขภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ พิธีลงนามดังกล่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนจากไต้หวันร่วมเดินทางมาเป็นสักขีพยาน เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยข้ามพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ

นายเจมส์ เซี่ย (James Hsieh) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล จำกัด กล่าวว่า “เครื่องสำอางส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักไม่เคยผ่านการทดสอบขั้นสูง แต่สำหรับ APERDU เราได้ผ่านการศึกษาและทดสอบทางคลินิกในมนุษย์ ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) ในไต้หวันมาแล้ว และในวันนี้ เมื่อเราย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยภายใต้มาตรฐานโรงงานผลิตยาโดยมืออาชีพ ความล้ำหน้าทางวิทยาศาสตร์ระดับนี้จึงพร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภค นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตของ วี-วิน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะเภสัชศาสตร์ในการสร้างพันธมิตรด้านการวิจัย เพื่อเปลี่ยนความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเกิดประโยชน์จริงต่อประเทศไทยรวมถึงภูมิภาคโดยรอบ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันค้นคว้าและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ เพื่อสร้างประโยชน์และความก้าวหน้าให้แก่ทั้งสองสถาบันต่อไป”

วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก นำเทคโนโลยีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Extraction Technology) ซึ่งได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยประสบการณ์การวิจัยกว่าหลายทศวรรษในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชพรรณท้องถิ่นสายพันธุ์ต่างๆ ทั่วโลกมาร่วมในโครงการนี้ นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์สารสกัดธรรมชาติของบริษัทยังได้รับการสนับสนุนจากการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์กับ Tokyo Natural Lab ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดหาและพัฒนาส่วนผสมฟังก์ชันนอลจากพืชพรรณญี่ปุ่นระดับพรีเมียม อาทิ สารสกัดจากดอกซากุระ และสารออกฤทธิ์จากทะเลอย่างสาหร่ายทะเลหายาก ‘กาโกเมะ คอมบุ’ (Gagome Kombu) จากฮอกไกโด ซึ่งสารออกฤทธิ์มาตรฐาน ‘Made in Japan’ เหล่านี้ ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในอาเซียนภายในงานนิทรรศการนี้ โดยเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายแห่งแรก

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 วี-วิน ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ (Botanical Active Ingredients) ใหม่ล่าสุดอีก 8 ชนิด สำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสกัดธรรมชาติของบริษัทได้ที่ บูธ C09

หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ประชาชนเข้ากราบถวายความอาลัยเนืองแน่น

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. คณะผู้บริหารบริษัท ทีโอพี ฮาร์ดเฟซิ่ง จำกัด, บริษัท บิ๊กมันนี่ 53 จำกัด, บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ไทยแลนด์ จำกัด และบริษัท ซูมิ-ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, สมาคม ไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ, มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

และในเวลา 13.00 น. คณะมูลนิธิไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, สโมสรโรตารี่ในประเทศไทย และ บริษัทในเครือสุขสวัสดิ์กรุ๊ป รวมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 15.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะ, ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสมาพันธ์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ, บริษัท มีเดียอินเทลลอเจ้นซ์กรุ๊ป จำกัด รวมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 19.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลและเจ้าภาพพระพิธีสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ประชาชนจำนวนมากเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ(โรงเรียนผู้สูงอายุ) เทศบาลเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง, คณะนักเรียนโรงเรียนวัดปากบ่อ ซ.อ่อนนุช 35 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ, องค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม จ.ลำพูน, เทศบาลตำบลเมืองพรหมพิราม จ. พิษณุโลก, เทศบาล ตำบลเมืองร้อยเอ็ด จ. ร้อยเอ็ด, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ จ. นครศรีธรรมราช, โรงเรียนอนุบาลสระบุรี, หลักสูตรการบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง รุ่นที่ 2 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ มณฑลทหารบกที่ 28 เป็นต้น

ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.33 น.

“ธรรมศาสตร์” ขึ้นแท่นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ด้าน SDG16 “สันติภาพ-ยุติธรรม-สถาบันที่เข้มแข็ง” พร้อมประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ใช้องค์ความรู้ขับเคลื่อนภารกิจสร้างความเป็นธรรมให้สังคม ตอกย้ำบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน”

The Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักร ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านความยั่งยืน (SDGs) ประจำปี 2026 หรือ The Times Higher Education (THE) Sustainability Impact Ratings 2026 เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 มิ.ย. 2569 โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “ที่ 1 ของโลก” ในฐานะมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 หรือ SDGs 16 : Peace, Justice and Strong Institutions ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยึดหลักสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง 

นอกจากนี้ THE Sustainability Impact Ratings 2026 ยังได้จัดอันดับโลกของมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อน SDGs ในภาพรวม ซึ่งในปี 2026 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับคะแนนรวม 92.9 คะแนน ขยับขึ้นมาติด TOP 50 ของโลก ด้วยการคว้าอันดับ 46 จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับการจัดอันดับทั้งหมด 1,603 สถาบัน ถือเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย

สำหรับการเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ด้านการขับเคลื่อน SDGs 16 และอันดับที่ 46 ของโลกในการขับเคลื่อน SDGs ภาพรวม สะท้อนถึงรูปธรรมการทำงานผ่านความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ประชาคมธรรมศาสตร์ทุกภาคส่วน ในการจัดทำและดำเนินนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสันติภาพ ความยุติธรรม หลักนิติธรรม และการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง ผ่านการดำเนินพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจจนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง และได้รับการยอมรับในระดับสากล

ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการยืนหยัดในอุดมการณ์ “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” มากว่า 92 ปี ซึ่งหลังจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะนำองค์ความรู้และการดำเนินการที่ได้รับการยอมรับระดับโลก มาสนับสนุนการรับใช้สังคมและร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเด็นด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค การลดความเหลื่อมล้ำ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการ

ทั้งนี้ การได้รับการยอมรับในฐานะมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG16 ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของประชาคมธรรมศาสตร์ หากยังตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกอีกด้วย

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยองค์การนักศึกษา จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย” เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการรับขวัญนักศึกษาใหม่ “กันเกรา ช่อที่ 39” สู่บ้านหลังใหม่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่สู่จังหวัดอุบลราชธานี และ ผศ.ดร.ปรีชา บุญจูง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธาน ซึ่งมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก 4อปท. รอบมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และรุ่นพี่นักศึกษา ร่วมผูกแขนรับขวัญน้องใหม่ จำนวนกว่า 5,000 คน อย่างอบอุ่น ณ สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

นายชนะรัตน์ มุติโคตร์ นายกองค์การนักศึกษา ม.อุบลฯ กล่าวว่า พิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีที่มหาวิทยาลัยจัดต่อเนื่องมาทุกปี เพื่อสืบสานเป็นประเพณีอันดีงามอีสาน และเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ เรียกขวัญ และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่น้องใหม่ที่ก้าวเข้าสู่รั้วกันเกรา สำหรับแนวคิดในปีนี้ “ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย” สื่อถึงฤกษ์งามยามดีแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความรักและความปรารถนาดีจากรุ่นพี่และคณาจารย์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า น้องใหม่ทุกคนจะไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่มี “ครอบครัว ม.อุบลฯ” และชุมชนโดยรอบ คอยโอบอุ้ม สนับสนุน และเป็นแรงใจสำคัญในการก้าวเดินตลอดระยะเวลาการศึกษา

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ร่วมกับเทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา จงกำแพงเพชร จัดงานเทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน ภายในโครงการวิจัย “เสน่ห์คลองลาน..สู่การยกระดับตลาดวัฒนธรรมชนเผ่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมี นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ตลาดวัฒนธรรมคลองลาน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

ผศ.ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดี มรภ.กพ. กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้โครงการวิจัย “เสน่ห์คลองลาน..สู่การยกระดับตลาดวัฒนธรรมชนเผ่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ซึ่งมี รศ.ดร.ณัฐรดา วงษ์นายะ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และนักวิจัยร่วมของมหาวิทยาลัยฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของมรภ.กพ.ในการ “เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ” ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และเทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา ในการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการในการศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้การพัฒนาท้องถิ่นเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทุนทางวัฒนธรรม และสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งได้จัดตลาดวัฒนธรรมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา จากนั้นได้ดำเนินโครงการวิจัยต่อเนื่องในปี 2569 โดยในปีนี้มีเป้าหมายในการยกระดับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมคลองลานให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น การพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า การยกระดับ “ตลาดวัฒนธรรม คลองลานไนท์มาร์เก็ต” ให้เป็นตลาดที่มีคุณภาพและมาตรฐาน และการฟื้นฟู-ต่อยอดการแสดงดนตรีและนาฎศิลป์ชนเผ่าคลองลาน

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

TED Fund เปิดเวที TED Youth Startup – IGNITE Forum 2026 เชิญชวนนักศึกษา นักวิจัย และ SME ส่งโครงการนวัตกรรมเข้าร่วมชิงทุนสนับสนุน รวมวงเงินกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นประตูสู่ระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับประเทศ นักศึกษา/บัณฑิตจบใหม่ นักวิจัยที่ต้องการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์  SME ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีต้นแบบ หรือโมเดลธุรกิจชัดเจน หากมีไอเดียที่ตอบโจทย์ตลาด และอยากขยายสู่ธุรกิจจริง เวทีนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

โดยจัด Road Show ทั่วประเทศ กิจกรรมประเดิมภาคใต้จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช สะท้อนศักยภาพ ทรัพยากรท้องถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง เวทีคัดเลือกภาคใต้มี 7 ทีมร่วมแข่งขัน ครอบคลุมนวัตกรรมสุขภาพ เกษตรชีวภาพ อาหารโปรตีนทางเลือก และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ได้แก่ 1.YAAN-Urban Wellness Refrescent นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้านการอักเสบและบำบัดความเครียด จากสารสกัดขิงสดและพืชสมุนไพรไทย 2.DuraSkin Barrier Film นวัตกรรมสเปรย์ฟิลม์ปกป้องผิว ป้องกันแผลกดทับจากนาโนคาร์บอนดอทชีวภาพจากเปลือกทุเรียน ยกระดับการดูแลสุขภาพ และระบบสาธารณสุขไทย 3.Natural Hoof Care นวัตกรรมเวชภัณฑ์ฟีนอลชีวภาพ สกัดจากกะลาปาลม์น้ำมัน ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา สำหรับป้องกันและบำรุงกีบเท้าสัตว์ 4.PLANT BITE ลูกชิ้นโปรตีนจากพืชโปรตีนสูง จาก “เห็ดแครง” ทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตอบโจทย์โภชนาการสมัยใหม่ 5.CHILL SHIELD เม็ดอมลดอาการเผ็ดร้อน นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาอาการเผ็ด โดยใช้โปรตีนจากนม 6.BANNO’ S JOURNEY แพลตฟอร์ม CRM เชิงประสบการณ์สำหรับธุรกิจบริการและร้านค้า SME ไทย ที่ผสานGAMIFICATION และตัวละครดิจิทัลเข้ากับระบบสะสมแต้มเพื่อเปลี่ยนการเก็บแต้มธรรมดาให้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีส่วนร่วม 7.PROPELLET – MRS อาหารเลี้ยงเชื้อโพรไบโอติกจากเปปโตนจิ้งหรีด ในรูปแบบอัดเม็ด รายแรกของไทยที่พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยแปบโตจิ้งหรีด

ทีมชนะเลิศ จากภาคใต้ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบประเทศ ได้แก่ Natural Hoof Care ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ฟีนอลชีวภาพจากกะลาปาล์มน้ำมัน สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นและการต่อยอดงานวิจัยสู่ตลาดปศุสัตว์เชิงพาณิชย์ จาก สำนักการจัดการนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

รองชนะเลิศ ได้แก่ PROPELLET – MRS อาหารเลี้ยงเชื้อโพรไบโอติกจากเปปโตนจิ้งหรีด ซึ่งสอดรับกระแสโปรตีนทางเลือก และ BANNO’S JOURNEY แพลตฟอร์ม CRM เชิงประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ SME ภาคบริการ รางวัล Popular Vote ได้แก่ YAAN-Urban Wellness Refrescent นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้านการอักเสบและบำบัดความเครียด จากสารสกัดขิงสดและพืชสมุนไพรไทย

โดย TED Fund สนับสนุนในรูปแบบ Matching Grant วงเงินตั้งแต่ 150,000 – 2,000,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่ ระยะพิสูจน์แนวคิด การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบตลาด ไปจนถึงการขยายธุรกิจ เป้าหมายปี 2569 คือสนับสนุน 300 โครงการ เพื่อสร้าง Startup Pipeline ป้อนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

นอกจากเงินทุน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย TED Fellow 77 หน่วยงานทั่วประเทศ ช่วยให้คำปรึกษา เชื่อมโยงพันธมิตร และเพิ่มโอกาสอยู่รอดในช่วง 3–5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่สุดของสตาร์ทอัพ

โอกาสเติบโตใน 15 อุตสาหกรรมอนาคต เปิดรับโครงการในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ เช่น Digital & Platform BioTech & MedTech อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เกษตรชีวภาพ Creative & Soft Powerเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างงานทักษะสูง คือพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต TED Youth Startup – IGNITE Forum 2026  จะเดินสาย Road Show ต่อที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับประเทศ

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.53 น.

“ประเสริฐ” สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า 

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุมไทยาจารย์ ชั้น 3 อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. และผู้บริหารองค์กรหลักและในกำกับของศธ. เข้าร่วมประชุม 

นายประเสริฐ  กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องสำคัญๆหลายเรื่อง โดยตนได้สั่งให้มีการทบทวน ตรวจสอบ  โครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ (E-Portfolio) ระบบจัดเก็บแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ รวบรวมข้อมูลส่วนตัว ผลงาน กิจกรรม และเกียรติบัตรในรูปแบบออนไลน์เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครเรียน สมัครงาน หรือประเมินผลงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งตั้งงบประมาณปี 2569 และผูกพันไปถึงปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวมประมาณ 1,600,000,000 บาท เนื่องจากเป็นที่สนใจของสังคม และอยากให้โครงการนี้เกิดความรอบคอบ จึงได้สั่งการให้มีการทบทวนตรวจสอบ ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบให้ สพฐ.สรุปโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง และให้รายงานให้คณะกรรมการบูรณาการฯ ซึ่งจะมีหน้าที่วิเคราะห์ความคุ้มค่า ความเหมาะสมของโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโครงการนี้ต่อไป 

“ที่ให้ทบทวนโครงการนี้เนื่องจากเป็นโครงการที่เป็นที่สนใจของสังคม ที่อยากให้โครงการนี้ ดำเนินการด้วยความรอบคอบ ประกอบกับสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญกับโครงการในลักษณะแบบนี้  ดังนั้น ในฐานะที่ผมก็เป็นผู้แทนราษฎรด้วย จึงอยากให้มีการทบทวนโครงการนี้ ซึ่งในที่ประชุมผู้บริหารศธ. วันนี้ก็มีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการใช้งบประมาณ การใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ส่วนที่มีข่าวว่าวันนี้ ป.ป.ช. จะมาตรวจสอบโครงการนี้  ก่อนนี้ผมไม่ทราบมาก่อน แต่วันนี้ เลขาธิการ กพฐ.พึ่งจะรายงานให้ผมทราบในที่ประชุม ซึ่งผมก็ยินดี เราให้ความสำคัญทุกโครงการที่เป็นประโยชน์ก็จะทำด้วยความรอบครอบ และก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้รับการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของโครงการนี้เข้ามา แต่วันที่ผมไปประชุมสภา ได้มี ส.ส. จากพรรคฝ่ายค้าน ได้เข้ามาหารือว่าอยากให้ผมช่วยดูโครงการนี้  ซึ่งผมก็รับฟังและรับเสียงสะท้อนมาหารือในที่ประชุมผู้บริหารศธ.ในวันนี้ และผมได้กำชับให้ สพฐ.ไปเร่งติดตามตรวจสอบโครงการนี้ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้“ 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า โครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ สพฐ.ยังไม่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง หรือทำสัญญาจ้างใดๆ ยังอยู่ในขั้นตอนร่างทีโออาร์แต่ยังไม่แล้วเสร็จ