‘ประชาชน’ทยอยเข้าแถวรอบสนามหลวงรอถวายพระพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625835

'ประชาชน'ทยอยเข้าแถวรอบสนามหลวงรอถวายพระพร

วันเสาร์ ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.01 น.

ประชาชนทยอยเข้าแถวรอบสนามหลวงรอถวายพระพร ในหลวง พระราชินี พระราชทานปฏิทินหลวง 2565 แก่ผู้มาลงนามถวายพระพรวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค.

1 ม.ค.65 เมื่อเวลา 05.00 น. ตามที่สำนักพระราชวังเผยแพร่ข้อความระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2565 แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ในวันเสาร์ ที่ 1 มกราคม 2565 ตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.00 น. การนี้ สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร ดังนี้ พระบรมมหาราชวัง (บริเวณสนามข้างศาลาลูกขุนใน) พระราชวังบางปะอิน วังไกลกังวล พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนัก ภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนัก ทักษิณราชนิเวศน์

โปรดแต่งกายสุภาพ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับชาวไทย) สำเนาหนังสือเดินทาง (สำหรับชาวต่างชาติ) ที่จุดคัดกรอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด ประชาชนที่มาลงนามในพระบรมมหาราชวัง สามารถนำรถยนต์มาจอดได้ที่บริเวณท้องสนามหลวง (ฝั่งทิศเหนือ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 05.30 น. ถนนหน้าพระลาน เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางมาเข้าแถวเพื่อเข้าถวายพระพรฯ หลายคนได้นำมาลัยมากราบถวายซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 

จนเวลา 06.20 น. เจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตพระนคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล เริ่มเปิดประตูสนามหลวงให้ประชาชนที่มารอเข้าไปด้านในรอบสนามหลวง จัดแถวเรียงหนึ่ง เพื่อทำการคัดกรองตามมาตราการป้องกันโควิด-19 ผ่านประตูตรวจวัตถุโลหะ ก่อนจะเข้าไปด้านในพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี เพื่อลงนามถวายพระพรปีใหม่ 2565 และรับพระราชทานปฏิทินหลวง ที่ในหลวง พระราชินี พระราชทานแก่ผู้มาลงนามทุกคน .-011

มงคลรับศักราชใหม่ปี 65 เปิดแสตมป์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ ชุดนักษัตรปีขาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625775

มงคลรับศักราชใหม่ปี 65 เปิดแสตมป์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ ชุดนักษัตรปีขาล

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.02 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้เปิดตัวแสตมป์ที่ระลึกต้อนรับศักราชใหม่ 2565 กับแสตมป์ ชุดนักษัตรประจำปี (ขาล) ภาพวาดจากฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเป็นภาพการ์ตูนเสือจับค้างคาว ซึ่งคำว่า ค้างคาว ในภาษาจีน มีเสียงพ้องกับคำว่า ฮก ที่หมายถึงโชค ลาภ วาสนา นับเป็นการสื่อถึงความหมายที่มงคลให้ทุกคนได้มีโชคลาภ โชคดีในปีเสือนี้ พร้อมกำกับด้วยพระนาม “สิรินธร”

ทั้งนี้ แสตมป์นักษัตรภาพวาดฝีพระหัตถ์ ได้จัดทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 (ปีมะแม) ซึ่งเป็นปีพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จนมาถึงปี 2565 ที่เข้าสู่ปีที่ 8 สำหรับ แสตมป์ชุดนักษัตรประจำปี (ขาล) จำหน่ายราคาดวงละ 3 บาท พร้อมซองวันแรกจำหน่าย 12 บาท มีกำหนดวันแรกจำหน่ายในวันที่ 4 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป ที่ไปรษณีย์ทั่วประเทศ และทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com 

คนไทยและครูชื่นชมนโยบาย รมช.ศึกษาฯคุณหญิงกัลยา ยกย่องเป็นนักปฏิรูปการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625639

คนไทยและครูชื่นชมนโยบาย รมช.ศึกษาฯคุณหญิงกัลยา ยกย่องเป็นนักปฏิรูปการศึกษา

วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ยกย่องให้ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความโดดเด่นมากที่สุดในนโยบาย Coding เพื่อพัฒนาและปฏิรูปการศึกษา พร้อมระบุว่าคนส่วนใหญ่รับรู้เรื่องการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding มากขึ้น ส่วนคุณครูทั่วประเทศชื่นชอบการพัฒนาและอบรมด้าน Coding เพื่อการเรียนการสอนในสถานศึกษา

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่าผลสำรวจนโยบายของคุณหญิงกัลยา พบว่าเรื่อง Coding โดดเด่นและตรงใจคุณครูมากที่สุด และสื่อมวลชนก็ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเห็นว่าช่วยพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนศูนย์วิชาการนิด้าก็ยกให้นโยบาย Codingช่วยขับเคลื่อนการศึกษาของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เห็นว่านโยบายการศึกษาที่คุณหญิงกัลยา พยายามขับเคลื่อนอย่างจริงจังมาโดยตลอด สามารถให้ผลดีกัการศึกษาไทย และช่วยวางรากฐานการศึกษาไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมั่นคงนอกจากนี้คุณหญิงกัลยายังผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ จนเกิดคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) แห่งชาติ ถือเป็นนโยบายที่เน้นการปฏิรูปการศึกษาของเยาวชนไทย และวางรากฐานการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ในรูปแบบฐานสมรรถนะ นอกจากนี้Coding ยังได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนที่สนใจนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง จนขยายผลออกในวงกว้าง

ตลอดเวลาหนึ่งปีของการขับเคลื่อนนโยบาย Coding ภายใต้ความรับผิดชอบของคุณหญิงกัลยา มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จอย่างมาก แม้จะเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ก็ตาม แต่ก็ได้รับความสนใจมาก และได้จัดอบรมครูทั่วประเทศกว่า 2 แสนคน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศมีบุคลากรผู้มีความรู้ ความสามารถประยุกต์ใช้ Coding ทั้งในภาคการศึกษา และทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Coding for All

ทางด้านศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย Coding จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 4 ภูมิภาค คือภาคกลาง เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้รวม 20 จังหวัด โดยส่งแบบสำรวจผ่านE-mail จำนวน 4,875 ราย โดยสามารถวัดผลระดับความเชื่อมั่นของผลสำรวจได้ร้อยละ 95.57 ทำให้พบว่าการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ใน 8 ประเด็นคือ 1.การรับรู้โครงการหรือกิจกรรมด้าน Coding 2.การรับรู้เกี่ยวกับ Coding3.ระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง Coding 4.ระดับความคิดเห็นต่อการนำเรื่อง Coding มาใช้ในชีวิต 5.ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับ Coding ที่ไทยจะนำมาใช้ในระบบการศึกษา 6.ประโยชน์และความต้องการการสนับสนุนต่อการนำเรื่องCoding มาพัฒนาใช้ในระบบการศึกษา 7.ช่องทางการสื่อสารที่ต้องการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมด้าน Coding และ8.ระดับความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดความก้าวหน้าของกระทรวงศึกษาธิการ  

นอกจากนี้ยังมีคำถามแบบสอบถามเรื่องจุดเด่นของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยาซึ่งผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบเห็นว่าจุดเด่นของ ดร.คุณหญิงกัลยา คือการขับเคลื่อนCoding มากที่สุด ร้อยละ 27.68 รองลงมาได้แก่ การพัฒนาและปฏิรูปการศึกษา

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า คุณหญิงกัลยาย้ำเสมอว่า COID cannotstop Coding คือวิกฤตโควิด-19 ไม่สามารถหยุดยั้ง Coding ได้ เพราะล่าสุดคุณครูและบุคลากรการศึกษาทุกคนตื่นตัวกับเรียนรู้เพื่อนำ Codingไปปรับใช้แล้ว โดยเฉพาะการส่งเสริมให้นักเรียนมีกระบวนการคิดอย่างเป็นลำดับเป็นขั้นตอน เป็นระบบ พัฒนาทักษะการคิดด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถปรับการเรียนรู้ได้ในชีวิตประจำวันทำให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการคิด วางแผน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องภายใต้แนวทาง Coding for All

‘ตรีนุช’ตรวจอาชีวะจิตอาสา’พักรถ-พักคน’ส่งประชาชนเดินทางปลอดภัยช่วงปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625661

'ตรีนุช'ตรวจอาชีวะจิตอาสา'พักรถ-พักคน'ส่งประชาชนเดินทางปลอดภัยช่วงปีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.18 น.

เสมา 1 ลงพื้นที่ปทุมธานีตรวจเยี่ยมอาชีวะจิตอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน “พักรถ-พักคน” ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2565 ที่ ศธ.มอบแก่ประชาชน ได้เดินทางอย่างปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้บริการระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4  มกราคม 2565 พร้อมชวนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน”อาชีวะอาสา”

วันนี้ ( 30 ธ.ค.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักศึกษาและอาจารย์ ของวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ซึ่งมาตั้งศูนย์บริการประชาชน ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 จังหวัดปทุมธานี ตามโครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชนเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 โดยนางสาวตรีนุช กล่าวว่า การมาเยี่ยมศูนย์ฯได้เห็นถึงความสามารถของนักศึกษา ได้เห็นความพร้อมในการให้บริการประชาชนของนักศึกษาและอาจารย์ ความพร้อมของอุปกรณ์ต่างๆ และเห็นถึงความสุขของประชาชนที่มารับบริการ

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า โครงการอาชีวะจิตอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 จุดพักรถเป็น 1 ใน 6 โครงการที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2565 ให้แก่ประชาชน โดยปีนี้อาชีวะจิตอาสา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดศูนย์บริการประชาชนจุดพักรถ-พักคน บนถนนสายหลักและสายรองจำนวน 241 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปีใหม่ และได้ไปร่วมสังสรรค์กับครอบครัวอย่างมีความสุข โดยศูนย์นี้จะให้บริการประชาชนฟรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4  มกราคม 2565 เวลา 08.30 – 16.30 น. ซึ่งภายในศูนย์มี 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมพักรถ ได้แก่ บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ กิจกรรมพักคน ได้แก่ บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และอื่น ๆ รวมทั้ง ให้บริการที่นั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เป็นต้น และขอเชิญชวนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน”อาชีวะอาสา”ใน App Store และ Play Store ซึ่งสามารถนำไปสู่สถานที่ตั้งของศูนย์บริการประชาชนจุดพักรถ-พักคนได้ทั่วประเทศ

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันเพื่อให้ทุกครอบครัวมีความสุขอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2565 ทาง สอศ. โดย “ ทีมช่างพันธุ์ R อาชีวะจิตอาสา” ทั้ง 100 ศูนย์ Fix it Center ทั่วประเทศ จะออกให้บริการ “ซ่อมฟรี” ถึงบ้านตลอดปี โดยมีแอปพลิเคชัน “ช่างอาชีวะ” ที่รองรับการติดต่อเข้าใช้บริการของประชาชน เพื่อนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษา เดินทางไปให้บริการซ่อมเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ถึงบ้าน อีกทั้งเป็นการนำศักยภาพและทักษะฝีมือของน้องๆ อาชีวะมาสร้างประโยชน์แก่สังคม ช่วยลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ผ่านช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว รวมถึงมีบริการรับ-ส่งอุปกรณ์ถึงบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคม และวิถีชีวิตในยุคใหม่แบบ New Norma

“ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ที่กำลังจะมาถึง กระทรวงศึกษาธิการ ขอส่งมอบความสุขด้วยหัวใจ ให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เปี่ยมสุข เป็นสังคมแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” นางสาวตรีนุช กล่าว.

‘คุรุสภา’พร้อมจัดสอบตั๋วครู18-19 ก.พ.65 แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625656

'คุรุสภา'พร้อมจัดสอบตั๋วครู18-19 ก.พ.65 แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.01 น.

“ตรีนุช” ประกาศสอบตั๋วครู 18 – 19 ก.พ. 65 นี้ ย้ำผู้เข้าสอบปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด แจงสอบไม่ตรงก.พ. เพื่อประโยชน์ผู้เข้าสอบ

วันที่ 30 ธันวาคม 2564 ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า  ขณะนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภาได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง กำหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ประจำปี พ.ศ. 2565 เรียบร้อยแล้ว  มีสาระสำคัญ ดังนี้ กำหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะ ทางวิชาชีพครู ฯ ในวันที่ 18 – 19  กุมภาพันธ์ 2565  โดยวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.30 – 11.00 น.   สอบวิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เวลา 12.30 – 14.00 น. สอบวิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร   เวลา 15.00 – 16.30 น. สอบวิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565   เวลา 09.00-12.00 น. สอบวิชาชีพครู

ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้ารับการทดสอบฯ ต้องศึกษาเงื่อนไข คุณสมบัติ ของผู้เข้ารับการทดสอบ ศึกษา ผังการสร้างข้อสอบฯ (Test Blueprint) และข้อปฏิบัติต่าง ๆ ตามประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ การสมัครและการเข้ารับการทดสอบฯ รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเคร่งครัด โดยอัตราค่าสมัครเข้ารับการทดสอบฯ  สำหรับชาวไทย วิชาละ 300 บาท สำหรับชาวต่างประเทศวิชาละ 500 บาท ทั้งนี้ ให้ผู้สนใจสมัครเข้ารับการทดสอบฯ ติดตามข้อมูลข่าวสาร    ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา http://www.ksp.or.th

ดร.ดิศกุล กล่าวต่อว่า ในการจัดสอบครั้งนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกำหนดการทดสอบฯ จากเดิมสอบวันที่ 19 – 20  กุมภาพันธ์ 2565 เป็นวันที่ 18 – 19  กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกับการจัดการทดสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  ซึ่งกำหนดสอบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการคุรุสภามีความห่วงใยในผลกระทบด้านโอกาสและสิทธิประโยชน์ของผู้สมัครที่เข้ารับการทดสอบฯ ของทั้ง 2 หน่วยงาน ทำให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้หารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนกำหนดการ และคงกำหนดการทดสอบฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565  เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภาด้วย

“สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้จัดทำแบบสำรวจข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ   และต้องการเข้ารับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ฯ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและส่งข้อมูลให้สทศ.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สามารถสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดข้อมูล หรือทาง URL : https://forms.gle/QHHCKb2YpYT1RN5x8  เพื่อกรอกข้อมูลในแบบสำรวจและจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบผ่านทาง E-mail : ksp.tcttest@gmail.com ตามรายการ ดังนี้ 1. สำเนาพาสปอร์ตที่ยงไม่หมดอายุ (เฉพาะชาวต่างประเทศ)  2. สำเนาคุณวุฒิทางการศึกษา 3. สำเนาใบรายงานผลการศึกษา และ 4.สำเนาหนังสือเทียบคุณวุฒิผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศ จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ทั้งนี้ ขอย้ำว่าแบบสำรวจนี้ไม่ใช่การสมัครเข้ารับการทดสอบฯ” ดร.ดิศกุล กล่าว

ผอ.รร.ดังโคราช เคลียร์ปมร้อนคำสั่งครูไปราชการวันเกิดส.ส.อ้าง’ผู้มีอุปการะคุณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625628

ผอ.รร.ดังโคราช เคลียร์ปมร้อนคำสั่งครูไปราชการวันเกิดส.ส.อ้าง'ผู้มีอุปการะคุณ'

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.53 น.

ผอ.โรงเรียนดังเมืองย่าโม ชี้แจงปมร้อนสั่งครูไปร่วมงานวันเกิด ส.ส.พรรครัฐบาล อ้างเป็นการไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้มีอุปการะคุณของโรงเรียนตามปกติด้วยความเต็มใจ ยันต้องออกเป็นหนังสือก็เพื่ออยากให้ถูกต้องตามระเบียบไม่ได้ผิดระเบียบแต่อย่างใด

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ได้มีหนังสือคำสั่งโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่ 529/2564 เรื่องให้ข้าราชการครูไปราชการ โดยมีข้อความในหนังสือระบุว่า ด้วย นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดงานทำบุญวันเกิด ในวันศุกร์ที่  31  ธันวาคม  2564  ณ บ้านพัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นโรงเรียนจึงอนุญาตให้ บุคลากรครูของโรงเรียน จำนวน 12 คน ประกอบไปด้วย รองผู้อำนวยการโรงเรียน ข้าราชการครู และพนักงานขับรถ ไปราชการเพื่อร่วมงานทำบุญวันเกิด ตามวัน และสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้บังเกิดผลดีต่อโรงเรียน และทางราชการต่อไป

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (30 ธันวาคม 2564) ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โดยนายประยงค์ ได้เปิดเผยว่า หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือจริง ซึ่งเป็นหนังสือภายในของโรงเรียน และก่อนหน้านี้ทางคณะครูของโรงเรียนก็ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว โดยบุคลากรของโรงเรียนที่มีรายชื่ออยู่ในหนังสือทั้ง 12 คน ก็มีความยินดี และเต็มใจ ที่จะเดินทางไปร่วมงานวันเกิด เนื่องจาก ส.ส.คนดังกล่าวเป็นผู้มีอุปการะคุณสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นการไปร่วมแสดงความยินดีตามปกติ

ทั้งนี้ ส.ส.คนดังกล่าวก็ไม่ได้มีการเชิญให้ทางโรงเรียนไปร่วมงานวันเกิดแต่อย่างใด เพียงแต่ทางโรงเรียนต้องการเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลซึ่งเป็นผู้มีอุปการะคุณกับโรงเรียนเท่านั้น ส่วนการที่ต้องออกเป็นหนังสือก็เพื่ออยากให้ถูกต้องตามระเบียบ และเป็นทางการ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการทำผิดระเบียบแต่อย่างใด

‘ตรีนุช’ห่วงโอมิครอน สั่งบุคลากร ศธ. หลังปีใหม่ Work From Home 14 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625602

'ตรีนุช'ห่วงโอมิครอน สั่งบุคลากร ศธ. หลังปีใหม่ Work From Home 14 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.35 น.

“ตรีนุช” ห่วง “โอมิครอน” ระบาดหลังปีใหม่ สั่งบุคลากร ศธ. Work From Home 85%  14 วัน ย้ำโรงเรียนที่เปิดสอน on-site เคร่งครัดมาตรการ6-6-7 ในสถานศึกษา

วันที่ 30 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็มีการแพร่ระบาด ของ “โอมิครอน” (Omicron) เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ประกอบกับในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นห้วงเวลาสำคัญที่จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จัดงานตามประเพณีท้องถิ่นและทางศาสนา ที่มีการรวมกลุ่มบุคคลจำนวนมาก มีการเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ตนจึงมอบหมายให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิ​การ (ศธ.) ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของ ศธ. 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ประกาศ ศธ.ฉบับใหม่ล่าสุด ลงวันที่ 30 ธันวาคม  2564 กำหนดให้บุคลากรในสังกัดและในกำกับของ ศธ.ปฏิบัติงานภายในที่พัก ( Work From Home) อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ตั้งแต่วันที่ 1-14  มกราคม 2565 โดยการปฏิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจให้บริการแก่ประชาชน ส่วนผู้บริหารของ ศธ.ในระดับบริหารสูง ระดับบริหารต้น ระดับอำนวยการสูง และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ให้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานต้นสังกัดตามปกติ , ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของ ศธ.กำกับควบคุมดูแลการปฏิบัติงานภายในที่พักของบุคลากรในเวลาราชการให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บุคลากรที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า สำหรับสถานศึกษาในสังกัด ศธ. ที่จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ on-site ทุกแห่ง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด ซึ่งประกอบด้วย 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด , 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ )ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลางส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง ส่วนแนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา คือ 1.ประเมิน TSC+ และรายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง 2.Small Bubble ทำกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย 3.จัดอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ  4.อนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ 5.School Isolation มีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม 6.Seal Route  ดูแลการเดินทางจากบ้านไปกลับโรงเรียน  7. จัดให้มี School Pass สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา

“การออกประกาศ Work From Home ของ ศธ.ครั้งนี้ เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ต่างๆ ที่อาจจะมีการแพร่ระบาดภายหลังที่มีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตามช่วงเวลาวันหยุดในเทศกาลปีใหม่นี้ แม้รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยที่ลดลง แต่ดิฉันขอให้นักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และพี่ น้อง ประชาชนทุกคน ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ระมัดระวังการเดินทางไปร่วมกิจกรรมในสถานที่ต่างๆ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ มีไข้ และไอจาม และคอยสังเกตอาการตนเองอยู่เสมอ” รมว.ศธ.กล่าว

สพฐ. รวมพลังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ผ่านศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริมเชิงรุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625402

สพฐ. รวมพลังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา  ผ่านศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริมเชิงรุก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) และโฆษก สพฐ. ได้รับมอบหมายจากนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ให้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของศึกษานิเทศก์ และเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1  โดยมี ศึกษานิเทศก์ทั้งส่วนกลางและในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 2,600 คน พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมผู้เข้าประชุมทั้งหมดประมาณ 4,000 คน ผ่านทางระบบออนไลน์ ZOOM Meeting และถ่ายทอดสดผ่าน Obec Channel 

นางเกศทิพย์กล่าวว่า กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายลงสู่ปฏิบัติ และการนิเทศเชิงรุกที่ขับเคลื่อนร่วมกับ คณะกรรมการเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาแบ่งเป็นภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา เป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้นิเทศ ที่เป็นต้นแบบการนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาของตนเอง และสร้างความเข้มแข็งให้กับโรงเรียนเครือข่าย เป็นการนิเทศแบบลงมือปฏิบัติให้เห็นชัดเจนในการร่วมกันขับเคลื่อนในลักษณะเครือข่ายแบบกัลยาณมิตร

“ในโอกาสนี้ ได้มอบนโยบายการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้…สู่อนาคตภาพทางการศึกษา โดยการขับเคลื่อนในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สู่จุดเน้นสำคัญของการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้เชิงรุก แบบ Active Learning ผ่านการบูรณาการตัวชี้วัด การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯ และเติมAttitude and Value ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

นอกจากนี้ ในการประชุมยังนำเสนอตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนที่หลากหลายทุกระดับชั้น อาทิ การจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดมอนเตสซอรีในระดับปฐมวัย และการจัดการเรียนการสอนบนพื้นฐานของแนวคิด จิตศึกษา PBL+PLC ในระดับประถมศึกษา เน้นการบูรณาการตัวชี้วัดและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯ ผ่านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการลงมือปฏิบัติ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูตามกลุ่มสาระฯ ด้วยสื่อการเรียนการสอนในระบบ DLTV ของโรงเรียนขนาดเล็ก แต่สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์ด้านคุณภาพสูงขึ้นเชิงประจักษ์ ส่วนในระดับมัธยมศึกษานั้นมีตัวอย่างการจัดการเรียนการสอน Active learning แบบ GPAS 5 Steps+PLCสู่การพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลาย และที่สำคัญการจัดการเรียนการสอนแบบ STEAM ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางของการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯได้อย่างมีคุณภาพ  

อีกทั้งภาพความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่ง ทั่วประเทศ การส่งเสริมทักษะด้านกีฬา และดนตรี ในห้องเรียนพิเศษด้านกีฬาและดนตรี ทุกสิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า คุณภาพที่เกิดขึ้นในระดับพื้นที่นั้นมีอยู่มากมายจึงจำเป็นต้องมีการหนุนเสริมเติมต่อคุณภาพการศึกษาด้วยกระบวนการนิเทศเชิงรุก จากศึกษานิเทศก์ของพื้นที่และเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา 

“บทบาทสำคัญของเครือข่ายดังกล่าว มีหน้าที่ เป็นต้นแบบในการปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายสู่สถานศึกษา การสร้างเครือข่ายโรงเรียนร่วมพัฒนา การร่วมมือ
และสนับสนุนการนิเทศร่วมกับศึกษานิเทศก์ในเขตพื้นที่ เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนและสนับสนุนงานตามนโยบาย และเตรียมพร้อมในการรับการประเมิน และเป็นต้นแบบการนิเทศ ความสำคัญอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้นำทางวิชาการและการบริหารการศึกษา คือการปรับ Mindset ของผู้นำ ซึ่งถือว่าเป็นหัวเรือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้วยการศึกษาแนวคิดตัวอย่างจาก ท่านผู้ว่าฯชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ในประเด็นของการสะท้อนคิด “ผู้นำ…สำคัญที่ Mindset”แสดงให้เห็นถึงแนวคิดพื้นฐานของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มุ่งสู่การสร้างเป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษาด้วยการ “ปลดรั้ว หลอมใจ ใส่คุณภาพ” ทั้ง 3 ด้าน ด้วยการสร้างคลังครู คลังแหล่งเรียนรู้ และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน นำไปสู่การสร้างโรงเรียนคุณภาพ นักเรียนคุณภาพ และครูคุณภาพ ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับ และเชื่อมั่นของชุมชน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ได้เพิ่มแนวคิดภาพรวมของ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช…(ฐานสมรรถนะ) ที่เน้นสมรรถนะหลัก
และผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่อยู่ในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับการทดลองใช้ในโรงเรียนของเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 265 โรงเรียนซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งเช่นกัน และได้กล่าวถึงแผนการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนประวัติศาสตร์วิถีใหม่ ในรูปแบบของ Webinar 12 เดือน ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาครูและการขับเคลื่อน Active Learning ของ สพฐ.ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ สำหรับครูที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาหรือสนใจในการพัฒนา

พร้อมกันนั้น ยังมีบรรยายพิเศษในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “การขับเคลื่อนการนิเทศเพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ” โดย ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สพฐ., หัวข้อ “การพัฒนาเว็บไซต์และแพลตฟอร์มการนิเทศการศึกษาในยุค New Normal” โดย ศน.อานนท์ วงศ์วิศิษฎ์รังสี
ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพม.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ, หัวข้อ “แนวทางการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดย ดร.พรชัย อินทร์ฉาย รองผู้อำนวยการ สสวท. และ ดร.เขมวดี พงศานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเครือข่ายและพัฒนาครู สสวท., หัวข้อ “การจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) กับภารกิจนิเทศการศึกษา” โดย ศน.ยืนยง ราชวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และหัวข้อ “การพัฒนาการนิเทศการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565” โดย ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้าผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สพฐ. และ ศน.รวิภัทร เหล่าคุ้ม ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายลงสู่สถานศึกษาถึงผู้เรียนไปพร้อมๆ กัน โดยทีมพี่เลี้ยง โดยศึกษานิเทศก์และทีมหนุนเสริม ให้เกิด impactการเปลี่ยนแปลง ที่แข็งแรงคุณภาพพื้นที่ ตามเป้าหมายความสำเร็จของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ.

วธ.ไฟเขียวตั้งบอร์ดสร้างภาพลักษณ์ฯ จูงใจต่างประเทศมาถ่ายทำหนังในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625400

วธ.ไฟเขียวตั้งบอร์ดสร้างภาพลักษณ์ฯ  จูงใจต่างประเทศมาถ่ายทำหนังในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติล่าสุดที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เป็นประธานการประชุมได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศผ่านสื่อบันเทิงในลักษณะละมุน (Soft Power) โดยมีรมว.วธ.เป็นประธานอนุกรรมการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่หนึ่ง ประธานกรรมการปฏิรูประเทศด้านสื่อสารมวลชน เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่สอง ปลัดกระทรวง ผู้แทนหน่วยงาน สมาคมที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นอนุกรรมการ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ไทย 

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ เช่น ศึกษา วิเคราะห์ เสนอนโยบาย แผนและยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศผ่านสื่อบันเทิงในลักษณะอำนาจละมุน (soft power) เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ กำหนดมาตรการแนวทางและสนับสนุนการดำเนินงานสร้างความตระหนักในตราสินค้าของประเทศไทยให้สอดคล้องกับการรับรู้ของภูมิภาคต่างๆ และสนับสนุนให้มีการผลิตหรือร่วมผลิตสื่อบันเทิงบางประเภทกับภาครัฐ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานตามแผนบูรณาการแผนงานส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งวธ. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะประสานงานสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนบูรณาการ โดยร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ในนามทีมประเทศไทย (Content Thailand) จัดกิจกรรมในประเทศ 15 กิจกรรม เช่น งานประกาศรางวัลโทรทัศน์ทองคำ งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ งานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร และในต่างประเทศ 10 กิจกรรม อาทิ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส งานแสดงสินค้าลิขสิทธิ์นานาชาติฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมมุ่งเน้นรูปแบบปกติ (On Site) ส่วนกิจกรรมรูปแบบออนไลน์ดำเนินการตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่าขณะเดียวกันที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การระดมทุน Crowdfunding ในระบบแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์สื่อคอนเทนต์ไทย โดยมีผู้แทนวธ. สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นคณะอนุกรรมการ มีหน้าที่และอำนาจ เช่น  ศึกษาระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ดำเนินการจัดตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล จัดทำระเบียบรองรับในการระดมทุนสาธารณะผ่านเว็บไซต์กลางจากประชาชน ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนนำมาสร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย เช่น ละคร ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ Soft Power ความเป็นไทยตามนโยบายรัฐบาลสู่นานาชาติและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้กองถ่ายภาพยนตร์ โทรทัศน์โฆษณาทำงานต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 31กรกฎาคม 2563 จนถึงต้นเดือนธันวาคม 2564 มีภาพยนตร์ต่างประเทศถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมด 135 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 5,082 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีภาพยนตร์ที่มีคณะถ่ายทำเดินทางมาจากต่างประเทศ 42 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 3,702 ล้านบาทโดยประเทศที่มีงบประมาณลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อเมริกากว่า 1,924 ล้านบาท ออสเตรเลียกว่า 702ล้านบาท และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า 416 ล้านบาท 

ปรึกษาหารือความร่วมมือสทนช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625399

ปรึกษาหารือความร่วมมือสทนช.

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายณัฎฐ์ พงศ์พูนสุขศรี, นายศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์, ดร.ปริเวท วรรณโกวิท เข้าพบ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทางความร่วมมือกันในอนาคต และการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ รวมถึงหลักสูตรชลกร ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่รับผิดชอบโดยดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ