หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? 'สุรชัย'แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

กลายเป็นมหากาพย์ภาค 3 ที่ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ  สำหรับ ภาระและหน้าที่ที่แบกไว้กว่า 40 ปี วันนี้ถึงจุดระเบิด “สุรชัย สมบัติเจริญ” ล่าสุดได้ออกแฉอย่างต่อเนื่องพฤติกรรมอดีตภรรยาและคนใกล้ชิด ทั้งเรื่องหนี้สิน คลิปขู่ฆ่า และความลับในลิ้นชักที่ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามานาน

โดยเปิดคลิบ 2/2 ในเพจเฟสบุ๊ค  ‘สมบัติเจริญ สุรชัยไดอาน่า’  ประโยคแรกก็ฟาดทันที เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมาได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะนายสุรบดินทร์ กี่ครั้งที่เขาออกรายการ เขามีเรื่องที่ต้องการแสง ต้องการเสียง และต้องการที่ยืน เขาจะร้องไห้ตลอด บอกว่าทรงอย่างผมมันไม่ใช่ เดี๋ยวคุณไปดูเรื่องของบดินทร์ในพาร์ท 3 เอาคนนี้ก่อน… คุณเจี๊ยบ

ไม่ใช่มากล่าวหาว่าผมมีชู้กับเมียที่จดทะเบียนสมรส มันจะมีชู้ได้ยังไง โลกคงบอกว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้ แต่ไม่เป็นไร คุณจะใส่ความผมยังไงก็ใส่ไป เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมา

เมื่อคุณทำร้ายหรือทำลายผม ผมจะเล่าความเป็นจริง เรื่องพยานหลักฐานที่ว่าไปกับผู้ชายคนไหน ถ้าใครอยากได้พยานที่ไหน เดี๋ยวผมหาให้ ส่วนเขาจะยอมรับหรือไม่ก็เรื่องของเขา ระยะเวลา 30 ปี หลังจาก 15 ปีที่เขาขนของออกจากบ้านผมไป ผมเครียด แต่ผมไม่กล่าวหาลูกผู้หญิงเพราะผมก็รัก เดี๋ยวค่อยเล่าวีรกรรมทีละคนว่าใครเป็นยังไง แต่ความเป็นลูกผู้ชายของผมมันเสียใจ บดินทร์จะพูดยังไงผมไม่สนใจ ไม่ได้อยู่ในหัวสมอง ส่วนลูกสาวผมไม่ได้หนักหนาอะไรถ้าเขาจะสร้างแสงให้แม่และต้องการให้ครอบครัวดูดี พูดตรงๆ เรื่องนี้ผมไม่ต้องเริ่มอะไรเลย ผมใช้ชีวิตมา 15 ปี โดยไม่ได้อยู่กินกันก็เหมือนหย่าร้าง…

คุณเจี๊ยบพูดเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงที่น่ากราบมาก เขาทิ้งผมไป 15 ปี วันดีคืนดีช่วงปีที่ 8-9 เขากลับมาบ้าน ผมถามว่าจะนอนห้องเดียวกันไหมหรือคนละห้อง เขาก็บอกต้องการความเป็นส่วนตัว เขากลับมากับน้องดิ๊งค์ซึ่งมีอีกห้องหนึ่ง

ช่วงปี 2554 หรือปี 2550 กว่าๆ มีการบอกว่าผมชวนเขาไปแต่งงาน โกหกหน้าด้านๆ คุณบังคับให้ผมขับรถไปเซ็นเอกสาร ผมถามว่าจะไปไหน เขาบอกไปเซ็นรับรองลูก ซึ่งสมัยก่อนลูกเกิดมาก็ต้องรับรองเป็นธรรมดา คุณรู้ไหมการจดทะเบียนของผมคือจดข้างถนน เขาบังคับให้ผมจดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวตรงพุทธมณฑล ผมไม่อยากมีเรื่องและคิดว่าทำแบบนี้ผมคงไม่มีทางหลุดไปได้ ก็เลยเซ็นไป ลูกก็โตกันหมดแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ คุณเจี๊ยบโปรไฟล์จบนอก เป็นดีไซน์เนอร์ จะจบบ้าอะไรอายุ 16 พูดได้นิ่งมากนะ และยังบังคับให้ผมไปทำหมันอีก

ส่วนสถานที่ที่นายบดินทร์เกิด เขาบอกเป็นสถานผดุงครรภ์แต่ไปด้อยค่าเขา ตรงสี่แยกบางแขก คุณยังไม่เกิดเลย เอาสมองส่วนไหนคิด ให้นักข่าวไปดูได้ว่าสถานผดุงครรภ์ตรงนั้นเลิศเลอขนาดไหน ผมไม่ได้เป็นคนเลือก พูดออกมาได้ว่าแม่พาหลบเพราะกลัวแฟนเพลงเห็น คุณคิดว่าแฟนเพลงจะไม่รู้เหรอ? ไม่ว่ากันมันคือพฤติกรรมของคุณ

ตอนผมคบกับเจี๊ยบผมสร้างบ้าน เขาบอกอยากเปิดโรงเรียนผมก็เห็นด้วยเพื่อให้เขามีอะไรทำ ผมไปสร้างอาคารเพิ่มเติมในที่ดิน 4 ไร่ที่สามพราน บังเอิญน้องสาวผมอยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนก็ช่วยกันสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา แต่เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม อารมณ์เสียขึ้นมาก็เอาปืนยิงในบ้านเลย น้องสาวผมตกใจมาก เขาขู่ว่าที่นี่เขาเป็นเจ้าของ ผมฟังแล้วก็ลำบากใจเพราะนั่นก็ครอบครัว นั่นก็น้อง จนตอนนี้น้องสาวยังไม่คุยกับผมเลยเพราะเขารังเกียจที่พี่สะใภ้ทำขนาดนี้ ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เรื่องนี้มีพยานมาก ทั้งสุรเดชที่ตายไปแล้ว สมพงษ์ สุรชาติ และสรินทิพย์น้องสาวผมที่พร้อมให้ปากคำ แฟนเพลงก็รู้ แต่คุณต้องเอาหลักฐานมาว่าผมมีชู้ คุณไดอาน่าเขาสวยใครๆ ก็อยากได้ แต่เขาไม่เอาผมหรอก เพราะเขารู้ว่าผมมีภาระหน้าที่ต้องดูแลตรงนั้น กับการที่ 15 ปีเขาทำร้ายผมทุกอย่าง ในโซเชียลที่เห็นผมมีกิจกรรมต่างๆ ก็เพราะน้องดิ๊งค์ ลูกสาวผม

แม้แต่รายการคุยแซ่บโชว์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลูกสาวมาบอกว่า “พ่อ หนูเป็นดี้ ให้พ่อไปออกรายการหน่อยได้ไหม” เพื่อความสุขของลูก ผมก็ไปยืนยันให้เลย ส่วนที่เขากล่าวหาว่าผมผลักเขาล้มหน้าศาล หรือที่นายบดินทร์บอกว่าผมเอาหัวไปโขกศาล ไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง ผมไม่อยากสร้างมหากาพย์อะไร แต่ที่ต้องพูดเพราะผมถูกทำร้าย

เรื่องของคุณบดินทร์ ผมจะเล่าเป็นฉากๆ ว่าพฤติกรรมและความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร โรงเรียนดำเนินการมา 10 ปีไม่เคยมีกำไร ผมเข้าใจดีเพราะเป็นโรงเรียนราษฎร์ จึงไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่คุณลองคิดดูว่าภาระที่ผมต้องดูแลในบ้าน นอกจากตัวผมแล้ว ผมยังย้ายสำมะโนครัวของตระกูลคุณมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแม่ พี่สาว คุณดวงชีวัน ตัวคุณ น้องสาว น้องชาย และพี่เขย รวม 8 ชีวิตอยู่ในบ้านผม ผมพูดไม่ได้เพราะรายได้มันยังมีอยู่ เมื่อโรงเรียนเดือดร้อนผมก็ซัพพอร์ตมาตลอด

จนกระทั่งมันสุดจะทน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ก่อนขึ้นปีใหม่ช่วงน้ำท่วมแรง เธอขนของออกไปอยู่คอนโดของผู้ชาย ผมก็ไม่ว่าอะไร สมัยก่อนลูกทุกคนคือหน้าที่และภาระที่ผมต้องดูแล คำว่า “หน้าที่และภาระ” นี้มันอยู่ในหัวใจผมมาตลอด 40 กว่าปี ล่าสุดพอกลับมาอยู่บ้านไม่กี่วันก็อยากซื้อบ้านใหม่ ทั้งที่ผมมีเงินแค่นี้ ผมมีหลักฐานการรับเงินและสิ่งที่พูดทั้งหมด ไม่ได้พูดลอยๆ การใส่ร้ายคนอื่นมันบัดซบและเป็นการโกหกให้โลกดูสวย แต่ผมมีหลักฐานยืนยัน

ส่วนเรื่องเงิน ผมไม่รู้เขาเอามาจากไหน วันดีคืนดีเขาก็ไปยืมเงินทอมที่เป็นแฟนน้องดิ๊งค์ มา 1 แสนบาท ปัจจุบันก็ยังไม่คืนจนเขาเลิกกันไป นอกจากนี้คุณเจี๊ยบยังไปขอยืมเงินจากเด็กคนนี้อีก 1 แสนบาท โดยบอกให้มาเก็บกับพ่อ ผมมีหลักฐานการคุยกัน เด็กเขาก็ไม่ยอมเพราะเสียเงินไปฟรีๆ พอไม่คืนเงินเขายังไปขู่ฆ่าเขาอีก ผมมีคลิปทุกอย่างและจะเอาออกมาให้ชาวโลกดู ผมไม่อยากทำร้ายใคร แต่วันนี้เขาทำร้ายผมก่อน ผมจะทำให้ลูกรู้ว่าผู้หญิงที่หน้าใสตาซื่อแท้จริงเป็นอย่างไร

กรณีที่คุณเจี๊ยบบอกว่าผมฟ้องไม่สำเร็จ ที่ผมฟ้องเพราะอยากให้ขาดจากกัน ส่วนเรื่องคุณบดินทร์และน้องดิ๊งค์ บนศาล ผมขอเก็บไว้เล่าในภาค 3 คุณเจี๊ยบข่มขู่เด็กและโยนภาระมาให้ผม ทั้งที่ผมไปบ้านนั้นไม่เกิน 10 ครั้ง ผมจำคำพูดที่เขาทำกับผมได้ดีว่า “กูชนะแล้ว จะเอาให้มึงหมดตัว” นี่คือคำพูดที่หลุดมาจากปากเขา ซึ่งลูกเขยทอมของผมมาเล่าให้ฟังหมด ผมมีความจริงและพยานหลักฐานใกล้ชิดที่ไปศาลด้วยกัน ไม่ได้มีสคริปต์ ผมรังเกียจชื่อบดินทร์มาก ไม่ว่ามันจะแปลว่าอะไรก็ตาม

คุณเจี๊ยบเคยขอให้ผมถอนฟ้องและขอให้เขาเป็นฝ่ายชนะแทน ดูวิธีคิดเขาสิครับ ผมบอกว่าตกลงเพราะอยากให้หมดภาระต่อกัน จะได้ต่างคนต่างอยู่ ลูกก็โตหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นลูกไม่เคยไปเยี่ยมแม่ผมเลย ผมมีพยานทั้งพี่สาวและเพื่อนแม่ ผมสร้างบ้านให้แม่แต่แม่ต้องอพยพหนีเสียงปืนขู่หนีไปอยู่เมืองกาญจน์ ผมเจ็บใจจนน้ำตามันตกใน ไม่จำเป็นต้องมาร้องไห้ออกรายการเพื่อสร้างภาพ จนวันหนึ่งหลังจากเขาทิ้งผมไป ผมไปเจอของใช้ผู้ชายในเก๊ะเก่าๆ ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามาตั้งนาน แต่ผมก็คิดว่าช่างมัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า แต่ที่ต้องออกมาพูดวันนี้เพราะสิ่งที่เขาทำมันยังเป็นปัญหาลามมาถึงปัจจุบัน ถ้าคุณไม่ออกมาขอโทษ ผมจะทำให้ทั้งโลกรู้ว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.26 น.

ออร่าความสวยเปล่งประกายตั้งแต่ก้าวแรกที่ปรากฏตัว สำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ที่มาร่วมสร้างสีสันในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปีของ Ultherapy PRIME นวัตกรรมยกกระชับระดับ Gold Standard อันดับหนึ่งของโลก ในงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Ultherapy PRIME Expo” โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics Thailand) ซึ่งเนรมิตพื้นที่ ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้า EMSPHERE
ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งนวัตกรรมความงามระดับพรีเมียม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการดูแลผิวที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พญ.สุรัสศวัลย์ วงศ์เกียรติขจร หรือ หมออุ๋ม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระดับแนวหน้าของประเทศไทย มาร่วมแบ่งปันความรู้ด้านการดูแลผิว พร้อมสร้างสีสันให้บรรยากาศยิ่งคึกคักด้วยมินิคอนเสิร์ตจากบอยแบนด์สุดฮอต PERSES ที่มามอบความสนุกและพลังความสดใสให้กับผู้ร่วมงาน

งานนี้สาวเกรซยังได้ร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองในแบบฉบับ People of PRIME ที่ช่วยให้เธอดูสดใสและเปล่งประกายอยู่เสมอ โดยเจ้าตัวเผยว่า “สำหรับเกรซ ผิวสวยไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบค่ะ แต่คือผิวที่ดูสุขภาพดี แข็งแรง และมีชีวิตชีวา อีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยเสริมความมั่นใจของเกรซคือการทำหัตถการค่ะ โดยทุกครั้งหลังทำหัตถการ เกรซจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผิว เติมความชุ่มชื้น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้บอกเลยว่าหายห่วงมากค่ะ เพราะมี Ultherapy Mask ที่ช่วยดูแลผิวหลังทำหัตถการ พร้อมช่วยลดอุณหภูมิผิวได้ทันทีถึง 7 องศา ช่วยปลอบประโลมผิว และทำให้ผิวกลับสู่สมดุลได้เร็วยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นสูตรลับฉบับ PRIME ของเกรซเลยค่ะ”

ภายในงานยังเต็มไปด้วยไฮไลต์น่าสนใจ โดยเฉพาะเทคโนโลยีของ Ultherapy PRIME ที่โดดเด่นด้วยระบบ Real-time Visualization ซึ่งสามารถมองเห็นโครงสร้างชั้นผิวขณะทำการรักษาได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเมิร์ซ เอสเธติกส์ และได้รับการพัฒนาให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่คมชัด พร้อมระบบประมวลผลที่รวดเร็ว ช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษา มอบประสบการณ์การยกกระชับที่เหนือระดับ “ยกชัด ลืมเจ็บ อยู่นาน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงานคือการเปิดตัว Ultherapy Mask” นิยามใหม่ของความ PRIME กับ The First Care for post-lifting treatment ทรีตเมนต์ดูแลผิวหลังการยกกระชับครั้งแรกของโลก ด้วยมาตรฐานระดับ Gold Standard นวัตกรรมเอกสิทธิ์เดียวจาก Ultherapy ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลผิวหลังทำทุกหัตถการยกกระชับ โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Segmented 3-Part Mask ซึ่งออกแบบให้แนบสนิทกับรูปหน้าและลำคอ ช่วยปลอบประโลมผิว ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และเติมเต็มความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึก

งาน Ultherapy PRIME Expo ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์ความงามแบบ Multi-sensory Experience ที่เชื่อมโยงประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านโซนต่าง ๆ ภายในงาน ได้แก่ PRIME Innovation, PRIME Screen, PRIME Station, PRIME Lounge และ PRIME Stage เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสไลฟ์สไตล์ความงามระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Merz Aesthetics Thailand และ Line OA: @MerzBeautyConnect

‘มิสแกรนด์บุรีรัมย์’เฮลั่นคว้า’Best Performance’

'มิสแกรนด์บุรีรัมย์'เฮลั่นคว้า'Best Performance'

‘มิสแกรนด์บุรีรัมย์’เฮลั่นคว้า’Best Performance’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

เรียกได้ว่าระอุเดือดกันเลยทีเดียวสำหรับบรรยากาศความร้อนแรงจากการประกวดรอบ swimsuit competition เมื่อคืนที่ผ่านมา กับการประชันพลังบนเวที เพื่อเฟ้นหา Best Performance! สำหรับ “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งปีนี้ พัทยา จังหวัดชลบุรี เจ้าภาพหลัก โดยขอแสดงความยินดีกับ “Best Performance ” ได้แก่ มิสแกรนด์บุรีรัมย์รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ มิสแกรนด์ชลบุรีรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต

สุดร่มรื่น’นก สินจัย’กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

สุดร่มรื่น'นก สินจัย'กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

สุดร่มรื่น’นก สินจัย’กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.52 น.

นก สินจัย เปล่งพานิช เผยภาพการเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัด สุพรรณบุรี เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับโดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “ทำบุญให้ผู้ล่วงลับที่บ้านสุพรรณบุรี” 

ซึ่งนอกจากภาพการทำบุญแล้ว สิ่งที่สะดุดตา เป็นอย่างมากก็คือบ้านไม้สองชั้นหลังงามที่ปรากฏอยู่ในภาพตัวบ้านยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านไม้ไทยสมัยก่อนเอาไว้อย่างชัดเจน โครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย แต่แฝงด้วยเสน่ห์ความคลาสสิกที่ดูสง่างามตามกาลเวลาอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้คือบรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้พื้นที่ดูร่มรื่นและสงบอย่างมาก เหมาะกับการพักผ่อนและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์’ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง’

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์'ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง'

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์’ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ในงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดงานการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างอย่างเนืองแน่น

พลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมชมการแสดงอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรกรรมอันเสียสละของบรรพชน ที่ทำให้มีจังหวัดภูเก็ตมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมระบุว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เคยบัญชาการสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ทำให้ตระหนักดีว่าการทำศึกสงครามต้องอาศัยความเสียสละอย่างมาก จึงอยากให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงคุณงามความดีของวีรชนในอดีต

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีความตั้งใจที่จะสืบสานและถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ให้คงอยู่ในความทรงจำของคนไทย และส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงบรรพชนผู้กล้า แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับประเทศและนานาชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับทั้งความรู้ ความประทับใจ และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ จากการแสดงในครั้งนี้

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รักชาติ ปกป้องแผ่นดิน วีรสตรีศรีถลาง” ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองถลาง โดยเฉพาะวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้กล้าที่รวบรวมกำลังชาวเมืองปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สะท้อนถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของคนในชาติ

การแสดงโดดเด่นด้วยเทคนิคแสง สี เสียงสุดตระการตา ฉากขนาดใหญ่ การแสดงที่สมจริง และนักแสดงจำนวนมาก ผสานกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ชม พร้อมทั้งยังมีการจัดลานวัฒนธรรมและกิจกรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ทั้งนี้ งานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของการแสดง และร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของวีรสตรีแห่งเมืองถลาง

สุดตื้นตันใจ’แม่แก้ว’น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

สุดตื้นตันใจ'แม่แก้ว'น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

สุดตื้นตันใจ’แม่แก้ว’น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.20 น.

หลังแฟนคลับรอลุ้นกันจนตัวเกร็งว่าเมื่อไรคู่นี้จะได้ลั่งระฆังเข้าสู่ประตูวิวาห์สักที ล่าสุด ‘แม่แก้ว’ ได้โพสต์รูปการ์ดเชิญงานแต่งของ ณเดชน์ และ ญาญ่า ลงในไอจีส่วตัว  Keaw_Jung พร้อมระบุข้อความว่า

 WOW ทำเอาแม่จนน้ำตาไหล ..กับภาพที่ลูกชายส่งมาให้ครับพ่อ …ดูหลายรอบก็ไหลหลายรอบ ..ชื่นใจดีใจกับลูกที่สุดครับ ถ้าแม่ได้เห็นของบจริงจะขนาดไหนครับพ่อ..แม่กะป๊าขอบคุณลูกที่สุดครับการ์ดงานแต่งงดงามเหลือเกินสมกับเป็นลูกอิสานที่สุดครับพ่อ ญาติพี่น้องขอนแก่นเตรียมพร้อมรับการ์ดงานแต่งรับลูกสะใภ้เฮาเด้อ.. พี่น้อง  @Kugimiyas @urassayas ขอบคุณลูกที่สุดขอให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดลมหายใจนะครับพ่อ

นับว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!จากโพสต์ใน IG ของแม่แก้ว (keaw_jung) ในภาพคือการ์ดที่ระบุชื่อแขกผู้มีเกียรติอย่างชัดเจน(ในภาพคือชื่อ “คุณนราวดี คูกิมิยะ”) ซึ่งแสดงว่าการเตรียมงานเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายคือการเชิญแขก

ด้านทางฝั่ง คุณแม่อุไรของญาญ่า ก็ได้มีการโพสต์ภาพการ์ดเชิญลงในไอจีส่วนตัว psperbu เช่นเดียวกัน (ในภาพคือชื่อ “คุณอุไร-คุณชิกู๊ด เสปอร์บันต์”) ระบุข้อความว่า ลุก ๆเอาการ์ดเชิญงานแต่งมาให้  @Kugimiyas @urassayas  ป๊าป๊ากับแม่ดีใจมากๆ ดีใจกับลูกๆ มากๆ ด้วยการ์ดสวยดีเทลรายละเอียดบ่งบอกถึงคึวามตั้งใจของทั้ง2คนเป็นอย่างมาก แม่จะเก็บใส่กล่องใส่ตู้ไว้เป็นอย่างดีเลย

สำหรับการดีไซน์การ์ดมาในสไตล์ Rustic/Minimal ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ใช้กระดาษคราฟท์หรือผ้ากระสอบสีน้ำตาล ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้งสีขาว-ครีม ดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความอบอุ่นและคลาสสิกตามสไตล์ที่ญาญ่าชอบ

โมเมนต์สุดอบอุ่น’ตูน-อาทิวราห์’พร้อม’แม่ก้อย,น้องทะเล,น้องเวลา’วิ่งการกุศลสุดคิวต์

โมเมนต์สุดอบอุ่น'ตูน-อาทิวราห์'พร้อม'แม่ก้อย,น้องทะเล,น้องเวลา'วิ่งการกุศลสุดคิวต์

โมเมนต์สุดอบอุ่น’ตูน-อาทิวราห์’พร้อม’แม่ก้อย,น้องทะเล,น้องเวลา’วิ่งการกุศลสุดคิวต์

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

เรียกว่าทั้งอบอุ่น ทั้งสนุก และเต็มไปด้วยพลังแห่งการให้ สำหรับงานวิ่งการกุศลสุดน่ารักแห่งปี! “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” จัดขึ้นโดย มูลนิธิก้าวคนละก้าว นำโดยร็อกสตาร์ใจบุญ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ที่ได้เนรมิตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ให้กลายเป็นโลกแห่งความสดใสของตัวการ์ตูนขวัญใจมหาชนอย่าง ‘ชินจังจอมแก่น’ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักของเหล่านักวิ่งและแฟนคลับชินจังกว่า 10,000 คน ที่มาร่วมออกกำลังกายสร้างสุขภาพที่ดี เพื่อระดมทุนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยในโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6”

อีกหนึ่งโมเมนต์ใจฟู! คือการปรากฏตัวของ ครอบครัวคงมาลัย แบบฟูลทีม นำทัพโดย คุณพ่อตูน  คุณแม่ก้อย ที่จูงมือ “น้องทะเล” และ “น้องเวลา” มาร่วมวิ่งในระยะ 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากแฟน ๆ ที่ต่างเอ็นดูความอบอุ่นของบ้านคงมาลัยแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ประธานกรรมการ มูลนิธิก้าวคนละก้าว กล่าวว่า “ดีใจมากครับ ที่งาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุก ๆ คน งานนี้เราอยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนสามารถมาร่วมออกกำลังกายไปด้วยกัน ทั้งเด็ก ๆ ครอบครัว และคนที่รักการวิ่ง ผมเชื่อว่าพลังเล็ก ๆ จากการ ‘ก้าว’ ของทุกคนจะสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลน และหวังว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพไปพร้อมกับการแบ่งปันให้สังคมครับ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันจากเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่มาร่วมวิ่งและสร้างความสนุกให้กับ แฟน ๆ อย่างคับคั่ง อาทิ ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง , เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ , จูดี้-จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์ , โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ , UrboyTJ-จิรายุทธ ผโลประการ , ฟิลลิปส์-ณัทธนพล ทินโรจน์ , ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย , ป๊อก วง Zeal-ต่อยศ จงแจ่ม , แจ๊ค-จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม , บิว The Voice-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ , เซน Paper Planes-นครินทร์ ขุนภักดี , สมุย- สมุทร     แก้ววัน , มอส-พิเชษฐ์ เปรียบยอดยิ่ง, ปอ-นันทชัย เตชะศรีวิเชียร , และดาร์ลิ่ง-อารดา อารยวุฒิ#crayonshinchan #AmazingThailandFunRun #เสื้อวิ่งชินจัง #งานวิ่ง2026 #มหิดลศาลายา #ก้าวเพื่อน้อง  #มูลนิธิก้าวคนละก้าว #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ

บทเรียนราคา 4.5 ล้าน ‘มีนตรา อินทิรา’ เปิดหมดเปลือกหลังโดนผู้จัดการโกง

บทเรียนราคา 4.5 ล้าน ‘มีนตรา อินทิรา’ เปิดหมดเปลือกหลังโดนผู้จัดการโกง

บทเรียนราคา 4.5 ล้าน ‘มีนตรา อินทิรา’ เปิดหมดเปลือกหลังโดนผู้จัดการโกง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.

กลายเป็นประเด็นที่แฟนเพลงให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนักร้องสาว “มีนตรา อินทิรา” พร้อมด้วย “ทนายเจมส์” ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงสถานการณ์ภายในที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการจัดการส่วนตัว โดยระบุถึงการตรวจพบ “ความไม่โปร่งใส” และรายละเอียดทางการเงินที่หายไป ซึ่งประเมินเบื้องต้นในส่วนที่ทราบข้อมูลแล้วพบว่ามียอดสูงถึง 4.5 ล้านบาท และอาจมีส่วนอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

บทเรียนความไว้ใจ 10 ปี ที่กลายเป็นบทเรียนราคาแพง

มีนตราเปิดเผยความในใจว่า ตนเองมีความสัมพันธ์อันดีกับอดีตผู้จัดการคนนี้มานานกว่า 10 ปี รักและเคารพเหมือนพี่สาวแท้ๆ จึงให้ความไว้วางใจในการดูแลงานทุกอย่างแบบเต็มที่ จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และพยายามสอบถามเพื่อขอคำชี้แจงมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จนกระทั่งถูกปิดช่องทางการสื่อสารไปในที่สุด

“เสียใจมากค่ะ เพราะมีนเป็นคนที่มีกำแพง ไม่ค่อยสนิทกับใคร พอเขาเข้ามาแล้วเราก็เปิดใจเต็มที่ รักมากแบบไม่คิดร้าย แต่พอสิ่งที่เกิดขึ้นมันสวนทางกับความเชื่อใจ มันทำให้เราเคว้งมาก” มีนตรากล่าว

ทนายเจมส์กางประเด็นข้อสงสัย 3 จุดหลัก

ในส่วนของข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน ทนายเจมส์ได้สรุปประเด็นที่มีการตรวจพบความผิดปกติไว้ดังนี้:

1. ประเด็นเรื่องลายมือชื่อ: พบการดำเนินการในเอกสารบางส่วนที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ลงนามด้วยตนเอง

2. เส้นทางการเงินที่ผิดวัตถุประสงค์: มีข้อมูลว่ามีการให้ผู้จ้างงานโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แทนที่จะเป็นบัญชีบริษัท หรือบัญชีของมีนตรา ตามข้อตกลง

3. ภาระค่าใช้จ่ายค้างชำระ: มีส่วนที่ได้รับมอบหมายให้นำไปจัดการกับต้นสังกัด แต่พบว่ายังไม่มีการดำเนินการตามนั้น

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องความพยายามเข้าถึงระบบโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทนายเจมส์ได้กล่าวไว้ว่า “อันนี้เป็นความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ครับ การพยายามเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงจะเคยได้รับอนุญาตในอดีต แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้อนุญาตแล้ว เราจะไปที่ สอท. เพื่อขอเช็ค IP Address ว่าใช้เครื่องอะไร พยายามเข้าเครื่องเราจากที่ไหน อยู่เมืองไทยหรือเมืองนอก”

สปิริตศิลปิน! รับผิดชอบงานแม้เงินเหลือไม่ถึงครึ่ง

หนึ่งในข้อมูลที่บีบคั้นหัวใจที่สุดคือผลกระทบต่องานโชว์ โดยทนายเจมส์เผยว่า มีการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าจากเจ้าภาพไปแล้ว แต่เงินเหล่านั้นไม่ได้ส่งถึงมือศิลปินตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น ทำให้มีนตราต้องควักเงินส่วนตัวเพื่อจ่ายค่าทีมงานและค่าวง เพื่อเดินทางไปทำการแสดงให้ครบตามสัญญาที่มีไว้กับเจ้าภาพทุกคน

ย้ำชัด! เปลี่ยนตัวผู้จัดการเพื่อความถูกต้อง

ปัจจุบัน มีนตราได้ประกาศชัดเจนว่ามีผู้จัดการส่วนตัวเพียงคนเดียวคือ “คุณบี” เท่านั้น พร้อมฝากถึงเจ้าภาพและผู้จ้างงานให้ตรวจสอบชื่อและช่องทางการติดต่อให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการอ้างสิทธิ์ในสัญญาเดิม

หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี

หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี

หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.06 น.

15 มีนาคม 2569 ขอแสดงความยินดีกับ พิธีกรหนุ่มมากความสามารถ “เปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์” และนางเอกสาว “ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ” ได้ถือฤกษ์ดีวันนี้ จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง โดยเน้นบรรยากาศอบอุ่นภายในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิท หลังจากก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานกับหวานใจไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ท่ามกลางความยินดีของแฟนๆ และคนใกล้ชิด

กำลังใจท่วมท้น นิชคุณ ฟาดเดือด!ซาแซงสะกดรอยตามทำร้ายร่างกาย

กำลังใจท่วมท้น นิชคุณ ฟาดเดือด!ซาแซงสะกดรอยตามทำร้ายร่างกาย

กำลังใจท่วมท้น นิชคุณ ฟาดเดือด!ซาแซงสะกดรอยตามทำร้ายร่างกาย

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกเป็นห่วงอย่างมาก เมื่อ นิชคุณ หรเวชกุล สมาชิกวงบอยแบนด์ระดับตำนานอย่าง 2PM ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Instagram Story ส่วนตัว (@khunsta0624) ระบายความอัดอั้นหลังเผชิญเหตุการณ์คุกคามความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรงขณะออกไปเดินเล่นแถวที่พักเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยนิชคุณเผยว่าถูกบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับเดินตามและสะกดรอยตามนานเกือบ 30 นาที โดยเดินประชิดตัวและตะโกนด่าทอด้วยภาษาจีนอย่างรุนแรง ไม่กล้าเข้าบ้าน เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะรู้ตำแหน่งที่พักที่ชัดเจน เขาจึงตัดสินใจเดินไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด และให้ตำรวจช่วยหยุดเธอไม่ให้ตามผมต่อ สุดท้ายผมต้องให้ตำรวจขับรถไปส่งที่บ้าน เพราะกลัวว่าเธอจะรออยู่และตามผมอีก ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร และผมจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับคุณ คุณยังทำร้ายร่างกายผมด้วย ดังนั้นอย่าคิดว่าผมจะไม่ทำอะไรเพียงเพราะผมเป็นผม

นิชคุณระบุชัดเจนว่า “ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร และเรียนอยู่ที่ไหนในเกาหลี” พร้อมยืนยันว่าจะ “ดำเนินคดีตามกฎหมาย” ให้ถึงที่สุด และสั่งห้ามบุคคลนี้มาปรากฏตัวในงานอีเวนต์ของเขาอีกเด็ดขาด

นิชคุณ ยังระบุว่า เขารักและเคารพแฟนคลับที่เข้าใจในความเป็นส่วนตัวของเขาเสมอมา แต่สำหรับผู้ที่คุกคามเช่นนี้ เขาไม่ถือว่าเป็นแฟนคลับ และทิ้งท้ายด้วยคำเตือนที่เด็ดขาดว่า “อย่ากลับมาอีก ไม่อย่างนั้นคุณจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถส่งเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย