คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก

คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค  ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก

คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

วานนี้ 20 เมษายน 2569 ทำเอาคุณแม่คนเก่งอย่าง แอนนี่ บรู๊ค ยิ้มแก้มปริจนหุบไม่ลง เมื่อลูกชายสุดที่รักอย่าง น้องฑีฆายุ โชว์สกิลความอัจฉริยะแบบก้าวกระโดด ล่าสุดคว้าใบประกาศนียบัตรจากรายการ Wolves of Wall Street Competition ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Harvard Student Agencies และ Learn with Leaders มาได้สำเร็จ

งานนี้คุณแม่ แอนนี่ บรู๊ค โพสต์ร่ายยาวถึงความภูมิใจ เพราะลูกชายคือ คนเดียวในประเทศไทย จากโรงเรียนนานาชาติสาธิตคริสเตียนนนทบุรี ที่กล้าลงสนามแข่งระดับ Global ครั้งนี้ แถมยังเป็นการแข่งขันที่หฤโหดกินเวลานานถึง 10 สัปดาห์

แอนนี่ บรู๊ค
แอนนี่ บรู๊ค

หลังจากโพสต์ของ แอนนี่ บรู๊ค เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเเชียลได้ไม่นาน ทำเอาพี่ป้าน้าอาในวงการและแฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น ชื่นชมในความเก่ง ความหล่อ และทัศนคติความมุ่งมั่นที่ได้มาจากคุณแม่เต็ม ๆ เช่น

“คนเก่งยายเฝ้ามองตั้งแต่เกิด หนูมีบุญนะปรกติใครพูดถึงใครยายไม่เคยปกป้อง เป็นคนแรกที่ยายกล้าว่าคนที่มาใส่ร้ายแม่หนู ยาวไปลูกทำให้คนที่มันเคยดูแคลนมันดู ความเก่งที่มีนี่แหละมันลงโทษให้เอง”

“เก่งทั้งแม่ทั้งลูก แม่เก่งที่สอนลูกดี ลูกเก่งที่รักการเรียนดี”

“เก่งมากครับ..(ไปให้ถึง Financial Designer and Consultant เลยรับ/แอนนาเบล คชนันทน์)”

“โอ้โห เทรดหุ้นเป็นแต่อายุน้อยๆ สบายใจละแม่แอน ลูกอิแม่ใจ้เงินจ่างเจ้า”

“แม่แอนนี่เก่งมาก สอนลูกชายได้น่ารักและเก่งจริง ยอมรับ ฝ่าฟันทุกอุปสรรค สอนลูกให้รับรู้ทุกสถานะการณ์ ยอมรับกับความเป็นจริงของชีวิต… อีกหน่อยลูกชายแม่จะทำให้แม่แอนนี่สบาย เราเชื่อในความรักที่แม่มอบให้ลูก และก็เชื่อว่าลูกจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง”

แอนนี่ บรู๊ค
แอนนี่ บรู๊ค
แอนนี่ บรู๊ค
แอนนี่ บรู๊ค

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก แอนนี่ บรู๊ค, Pooksukontaberthebaud

‘Mr. Bear International 2026’แท็กทีมบุก’แนวหน้า’เดินสายขอบคุณสื่อ

'Mr. Bear International 2026'แท็กทีมบุก'แนวหน้า'เดินสายขอบคุณสื่อ

‘Mr. Bear International 2026’แท็กทีมบุก’แนวหน้า’เดินสายขอบคุณสื่อ

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.50 น.

กองประกวด Mr. Bear International 2026 นำโดย วชิร ส้มลิ้ม ประธานจัดงาน พร้อมคณะหนุ่มหล่อหุ่นหมีเจ้าของตำแหน่งระดับโลก เดินทางเข้าพบกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แนวหน้าและทีมข่าวบันเทิงแนวหน้าออนไลน์ เพื่อแสดงความขอบคุณที่ให้การสนับสนุนการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการประกวดด้วยดีเสมอมาสำหรับการประกวด Mr. Bear International 2026 รอบตัดสินที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 13 เมษายน ณ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นเวทีที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับหนุ่มหุ่นหมีทั่วโลก โดยเน้นการส่งเสริมภาพลักษณ์ความมั่นใจ และมิตรภาพไร้พรมแดน ซึ่งบรรยากาศการเดินสายขอบคุณสื่อในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง นำทีมโดย Jann Jian Chow (Gavin): ผู้ชนะเลิศ (Winner) จากประเทศมาเลเซีย, Lubomir Kodikov (Lubo): รองชนะเลิศอันดับ 1 จากประเทศฟิลิปปินส์ ,หมอจุน-บัณฑิต ชมกุหลาบ: ตัวแทนประเทศไทย (Top 7)และ Thilaphong Chanthavong (Jackky): ตัวแทนประเทศลาว (Top 7)

“การประกวดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่าง แต่คือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพลังบวกของกลุ่มคนรักหุ่นหมีจากทั่วทุกมุมโลก เราได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ” คุณวชิร ส้มลิ้ม กล่าวถึงความสำเร็จของงานทั้งนี้ ทีม Mr. Bear International มีกำหนดการเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมทำกิจกรรมสาธารณกุศลและส่งเสริมการท่องเที่ยวในฐานะทูตวัฒนธรรมตลอดปี 2026 นี้

ทำความรู้จัก‘กวาง พจนีย์’ยอดหญิงคู่ชีวิต‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’

ทำความรู้จัก‘กวาง พจนีย์’ยอดหญิงคู่ชีวิต‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’

ทำความรู้จัก‘กวาง พจนีย์’ยอดหญิงคู่ชีวิต‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.37 น.

กลายเป็นผู้หญิงที่ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามในขณะนี้สำหรับ “กวาง พจนีย์ ศรีภิญโญ” ภรรยาคู่ชีวิตของอดีตนักแสดงตลกอารมณ์ดี“แดนนี่ ศรีภิญโญ”หลังจากการจากไปอย่างกะทันหันของสามี ท่ามกลางความโศกเศร้าของคุณกวางและครอบครัววันนี้ ‘ทีมข่าว’ขอมาส่งกำลังใจและทำความรู้จัก กวาง พจนีย์ ภรรยา แดนนี่ ศรีภิญโญ ให้รู้จักกัน

โดยเส้นทางรักของกวางและแดนนี่เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า16ปีก่อนแม้ทั้งคู่จะมีอายุห่างกันเกือบ 20 ปี ทั้งคู่เข้าพิธีวิวาห์ในปี 2553 และใช้ชีวิตเรียบง่ายมาโดยตลอด จนกระทั่งมีโซ่ทองคล้องใจคือ“น้องเอวา”ลูกสาวเพียงคนเดียวในรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ปี2567ทั้งครอบครัวได้ไปออกรายการและให้สัมภาษณ์ถึง เส้นทางความรักไว้ว่า

แดนนี่ : คือผมผ่านชีวิตมาพอสมควรเพราะผมห่างจากแม่เอวาเกือบ 20 ปี ผมมีที่อยู่แล้วที่สุพรรณไม่ใช่ตรงที่บ้านชายนานะ แล้วผมก็รู้จักคนที่นั่น แล้วคนที่นั่นคนนี้ก็เป็นแม่ชักแม่สื่อให้ผมไปรู้จักแม่เอวา เขาบอกว่าน้าเองก็รู้จักเอ็งมาพอสมควร ที่ผ่านมาไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายเลย เอ็งบริหารดำเนินชีวิตคู่ไม่ดี แต่ลองไปพูดคุยกันดูเองนะ ต่จะชอบกันไม่ชอบกันไม่ใช่ข้านะ ไม่ได้สวยแบบคนกรุงเทพฯ สวยแบบบ้านนอก ลองไปพูดคุยกับเขาดู ถ้าคบได้ก็คบถ้าคบไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ

เจอกันครั้งแรกรู้สึกยังไง ?

แดนนี่ : มันก็เข้าท่าดีนะ ถึงแม้มันจะมืดๆไปหน่อย

พี่กวางเจอครั้งแรกขอบเลยมั้ย ?

กวาง : ตอนแรกเขามาจีบก็ยังไม่ได้ชอบ เพราะดารามาจีบ ใครจะมาเชื่อ ตลกไง เจ้าชู้แน่

เขาพาไปเดทครั้งแรกที่ไหน  ?

กวาง : วัดค่ะ

แดนนี่ :ผมชอบไปทำบุญวันเกิดตามวัดต่างจังหวัด ไปเลี้ยงเพลบ้าง ปีนี้กลับไปที่สุพรรณ แม่ชักแม่สื่ออุตส่าห์แนะนำให้รู้จักแล้ว ลองเจอกันซักครั้งดู มาเจอกันที่วัด

กวาง : จริงๆ พี่แดนนี่มีที่อยู่ที่นั่นเกือบ 20 ปีแล้ว เขาก็ไปทอดกฐินที่นั่นทุกปี วันนั้นเขาจะมาทำบุญวันเกิด เขาก็นัดให้ไปที่วัด

บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของ‘กวาง’คือการเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการตัดสินใจครั้งใหญ่ของครอบครัว เมื่อครั้งที่ ‘แดนนี่’เลือกหันหลังให้แสงสีในเมืองกรุง มุ่งหน้าสู่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เพื่อทำเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียง ‘กวาง’คือผู้อยู่เบื้องหลังที่ช่วยลงแรงในไร่นา ดูแลธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว และร่วมสร้างคอนเทนต์ชีวิตบ้านทุ่งที่สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับผ่านโซเชียลมีเดียเสมอมา

ในวันที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด ‘กวาง’ได้แสดงให้เห็นถึงความสตรองในฐานะแม่และภรรยา โดยเธอเปิดใจผ่านสื่อว่า แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่เธอก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปเพื่อลูกสาวคนสำคัญ 

โมเมนต์ประทับใจ’แกรนด์’บุกหา ‘บี้ เดอะสตาร์’ ถึงวัด กอดกันกลมในรอบ 10 ปี

โมเมนต์ประทับใจ'แกรนด์'บุกหา 'บี้ เดอะสตาร์' ถึงวัด กอดกันกลมในรอบ 10 ปี

โมเมนต์ประทับใจ’แกรนด์’บุกหา ‘บี้ เดอะสตาร์’ ถึงวัด กอดกันกลมในรอบ 10 ปี

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.11 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับยุค “เดอะสตาร์” ใจฟูไปตาม ๆ กัน เมื่อนักร้องสาว “แกรนด์ กรณ์ภัสสร” หรือ “แกรนด์ เดอะสตาร์” ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนรุ่นพี่คนสนิทอย่าง “บี้ สุกฤษฎิ์” หรือ “บี้ เดอะสตาร์” หลังจากที่ฝ่ายชายห่างหายจากหน้าจอวงการบันเทิงไปใช้ชีวิตเรียบง่ายและเดินหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การพบกันในครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเจอกันในรอบเกือบ 10 ปี โดยทันทีที่ได้พบหน้า ทั้งคู่ต่างโผเข้าสวมกอดกันด้วยความคิดถึง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพที่ยังคงเหนียวแน่นไม่เปลี่ยน ซึ่งแกรนด์ได้เผยโมเมนต์น่ารักๆ นี้ผ่านโซเชียลให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันด้วยแต่ที่ทำเอาหลายคนลุ้นไปตามๆ กัน คือจังหวะที่แกรนด์เอ่ยปากถามแทนใจแฟนคลับทั้งประเทศว่า “เมื่อไหร่พี่บี้จะกลับมาขึ้นคอนเสิร์ต แฟนๆ ทุกคนยังรอคอยอยู่นะคะ” ด้าน “พี่บี้” ของน้อง ๆ ยังคงรักษาเอกภาพความอารมณ์ดีไว้ได้เหมือนเดิม โดยตอบกลับแบบติดตลกพร้อมเสียงหัวเราะว่า “นี่ไง ที่วัดก็มีเวที!” ทำเอาคนฟังถึงกับขำแห้งไปตาม ๆ กันงานนี้แม้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องงานเพลงหรือคอนเสิร์ตใหญ่ แต่เพียงแค่ได้เห็นภาพทั้งคู่กลับมาเจอกันในลุคที่สดใสและมีความสุข ก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนคลับชื่นใจและยังคงมีความหวังที่จะเห็น “ซุปตาร์เดินดิน” คนนี้กลับมาสร้างความสุขบนเวทีอีกครั้ง

49 ยังแจ๋ว‘เก๋ ชลลดา’สลัดลุคฉลองวันเกิด แซ่บไฟลุก ทิ้งทวนเลข 4 แบบตัวแม่

49 ยังแจ๋ว‘เก๋ ชลลดา’สลัดลุคฉลองวันเกิด แซ่บไฟลุก ทิ้งทวนเลข 4 แบบตัวแม่

49 ยังแจ๋ว‘เก๋ ชลลดา’สลัดลุคฉลองวันเกิด แซ่บไฟลุก ทิ้งทวนเลข 4 แบบตัวแม่

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.00 น.

ทำเอาไทม์ไลน์ร้อนฉ่า! เมื่อนางแบบและพิธีกรสาวระดับตำนาน “เก๋ ชลลดา เมฆราตรี” ออกมาเสิร์ฟคอนเทนต์ฉลองวันเกิดวัย 49 ปี แบบที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว เพราะความสวยสะพรั่งและความเป๊ะปังยังคงเส้นคงวา สมฉายาตัวแม่รันเวย์จริงๆ

ในโอกาสครบรอบวันเกิดปีนี้ สาวเก๋มาในลุคแฟชั่นเซ็ตที่เน้นความเฉี่ยวและทรงพลัง ด้วยโทน “แดง-ดำ” สุดคลาสสิก แต่แฝงไปด้วยความเผ็ดร้อนแรง สวมวิญญาณนางแบบมือโปรโพสต์ท่าอวดทรวดทรงสุดเป๊ะที่ดูแลมาอย่างดี เรียกว่าเป็นการเปิดโหมด “โค้งสุดท้ายของเลข 4” อย่างสง่างามและมั่นใจที่สุดไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี แต่ ‘เก๋ ชลลดา’ ยังดูแลตัวเองอย่างดีสม่ำเสมอ จนทำให้คำว่าอายุไม่สามารถทำอะไรความสวยของเธอได้เลย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งขับออร่าให้ดูมีเสน่ห์ลุ่มลึกกว่าเดิมปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เลข 5 อย่างเต็มตัวในอนาคต ซึ่งเหล่าแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการต่างเข้ามาคอมเมนต์อวยพรและยอมรับในความ “จึ้ง” ของแม่เก๋กันอย่างล้นหลาม เชื่อได้เลยว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ความปังของเธอก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่มีแผ่วแน่นอน!

ม่วนแซ่บอีหลีปาร์ตี้ฉลองวิวาห์‘เขยนอร์เวย์-สะใภ้ขอนแก่น’

ม่วนแซ่บอีหลีปาร์ตี้ฉลองวิวาห์‘เขยนอร์เวย์-สะใภ้ขอนแก่น’

ม่วนแซ่บอีหลีปาร์ตี้ฉลองวิวาห์‘เขยนอร์เวย์-สะใภ้ขอนแก่น’

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.51 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับ NY ทั่วประเทศถึงกับ “ใจฟู” ไปตามๆ กัน เมื่อคู่รักซุปตาร์ขวัญใจมหาชน ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ได้จัดงานฉลองวิวาห์ในบรรยากาศที่สุดแสนจะอบอุ่นและเป็นกันเอง ภายใต้แฮชแท็กสุดน่ารักที่กลายเป็นไวรัลอย่าง #ส้มตำปาร์ตี้ และ #NYเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น เห็นภาพบรรยากาศงาน ส้มตำปาร์ตี้ แล้วบอกได้เลยว่าเป็นงานฉลองวิวาห์ที่น่ารักและอบอุ่นมาก สมกับคอนเซปต์ “เขยนอร์เวย์-สะใภ้ขอนแก่น” สุดๆ

โดยงานนี้ ทั้งคู่มาในชุดสีขาวที่ดูเรียบหรู ญาญ่าดูสวยสง่าในชุดคล้องคอ ส่วนณเดชน์ก็ดูเท่ในลุคกึ่งทางการแต่ดูสบายๆ เข้ากับบรรยากาศงาน การจัดงานในบรรยากาศกึ่งเอ้าท์ดอร์ มีการประดับรูปถ่ายความทรงจำไว้ที่ผนัง และการเสิร์ฟเมนูพื้นบ้านอย่าง “ส้มตำ” สะท้อนถึงตัวตนที่ติดดินของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี: จะเห็นได้จากรอยยิ้มและการพูดคุยกับแขกในงาน รวมถึงการถือแก้วชนกันแบบ “จ๊วดๆ” ตามสไตล์อีสานบ้านเฮาถือเป็นงานฉลองที่เต็มไปด้วยความสุขและความเป็นธรรมชาติจริงๆ ครับ แฟนคลับ NY เห็นแล้วใจฟูแน่นอน!

จันจิ ฟาดช็อตบิกินี่สีเนื้อสุดแซ่บ ทำเอา มาริโอ้ อยู่เฉยไม่ไหว

จันจิ ฟาดช็อตบิกินี่สีเนื้อสุดแซ่บ ทำเอา มาริโอ้ อยู่เฉยไม่ไหว

จันจิ ฟาดช็อตบิกินี่สีเนื้อสุดแซ่บ ทำเอา มาริโอ้ อยู่เฉยไม่ไหว

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อดาราสาวสุดชิค จันจิ จันจิรา หวานใจพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ขยันเสิร์ฟความเซ็กซี่ให้แฟนคลับได้ใจสั่นกันอีกครั้ง โดยล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเซตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะไปลัลลาเช็กอินรับลมร้อนริมทะเล จนกลายเป็นกระแสฮ็อตที่แดดเมืองไทยว่าแรงแล้วยังต้องยกธงขาวยอมแพ้ให้กับเธอ

งานนี้บอกเลยว่าไฟลุกพุ่งปรี๊ด เพราะสาวจันจิมาในชุด บิกินี่สีเนื้อ สุดละมุนที่ขับผิวออร่าท้าแสงแดดแบบสุด ๆ พร้อมโพสต์ท่าโพสสุดเป๊ะเผยให้เห็นหุ่นสับและเอวบางเฉียบ ไม่ว่าจะนั่งริมหาดหรือยืนโพสต์ท่าคู่กับเรือคายัค ก็ดูสวยแซ่บลงตัวไปหมด จนละสายตาไม่ได้เลยจริง ๆ

จันจิ จันจิรา

และความฮอตนี้ไม่ได้ส่งผลแค่กับแฟนคลับเท่านั้น เพราะทันทีที่ภาพเซตนี้ถูกปล่อยออกมา เพื่อนพ้องในวงการและชาวเน็ตต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์รัวอีโมจิไฟลุกกันจนล้นไอจี เช่น

“ทำไมดูหล่อ”

“สวยอ่ะ”

“บ้าจริงนี่ผมชอบผู้หญิงหรอเนี่ย”

“แซบมากค่ะ”

“เป็นคนสวยที่เห็นแล้วสบายตามาก”

จันจิ จันจิรา
จันจิ จันจิรา

แต่ที่พีfที่สุดจนแฟน ๆ ต้องแซวกันเกรียวกราว ก็เห็นจะเป็นการปรากฏตัวของหวานใจตัวจริงอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ ที่พอเห็นภาพเซตนี้แล้วถึงกับต้องรีบเข้ามาคอมเมนต์ทันที ทำเอาบรรดาแฟนคลับแห่ไปกดไลก์และแซวต่อกันยกใหญ่ว่า งานนี้พี่โอ้จะแอบถือไม้เรียวรออยู่ที่บ้านหรือเปล่านะ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโหมดเซ็กซี่รับซัมเมอร์ที่ทำเอาทะเลจืดไปเลยทีเดียวสำหรับสาวจันจิในลุคนี้

จันจิ จันจิรา
จันจิ จันจิรา
จันจิ จันจิรา
จันจิ จันจิรา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม junji_junp, อินสตาแกรม mario_mm38

ไม่ต้องห่วงหนูกับแม่ ‘น้องเอวา’ลูกสาว‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’สุดเข้มแข็งโบกมือลาพ่อครั้งสุดท้าย

ไม่ต้องห่วงหนูกับแม่ ‘น้องเอวา’ลูกสาว‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’สุดเข้มแข็งโบกมือลาพ่อครั้งสุดท้าย

ไม่ต้องห่วงหนูกับแม่ ‘น้องเอวา’ลูกสาว‘แดนนี่ ศรีภิญโญ’สุดเข้มแข็งโบกมือลาพ่อครั้งสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.38 น.

หลังจากเมื่อวานนี้ครอบครัวของ ดนัย ศรีภิญโญ หรือ  แดนนี่ ศรีภิญโญ ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊ก ว่า‘แดนนี่’เสียชีวิตด้วยอาการไตวายเฉียบพลันท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติ ครอบครัว  และแฟนคลับ  โดยมีญาติและครอบครัว ยังอยู่ในอาการเศร้าโศก เสียใจ  โดยมีภรรยา และลูกสาว  ญาติ  มาร่วมสวดอภิธรรมในคืนแรก   ส่วนบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ  น้องเอวา ลูกสาวของนายแดนนี่  ได้เดินมาบอกลาครั้งสุดท้าย โดยได้โบกมือลาพ่อ พร้อมกล่าวว่า “ขอให้พ่อนอนหลับฝันดี ไม่ต้องห่วงหนูกับแม่  หนูจะสตรอง และเข้มแข็ง  พ่อไม่ต้องห่วง”

ด้าน  พจนีย์ ศรีภิญโญ ภรรยาของ แดนนี่  กล่าวว่า  ช่วงเวลานี้ เราก็บอกลูกว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้  ต่อจากนี้ก็ทำตามเจตนารมณ์ที่เค้าให้ไว้  ใช้ชีวิตแบบมีสติ  ตามแบบฉบับที่อยู่ทุกวันนี้ คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะพี่แดนนี่วางแผนไว้หมดแล้ว เราก็คงดูแลลูกต่อไป  เราก็บอกเค้าครั้งสุดท้าย ว่าไม่ต้องห่วง แล้วเค้าก็ไปเลย ก็ขอขอบคุณ แฟนคลับทุกคนนะคะ ที่รักและเอ็นดูพี่แดนนี่ มาตลอด   ขอบคุณมาก ๆ  ส่วนกำหนดการ จะมีพิธีรดน้ำศพ วันที่ 21-22 เม.ย. 69 เวลา 15:00 น. ที่วัดป่าสะแก  อำเภอเดิมบางนางบวช  และมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 23 เม.ย.นี้ เวลา 15.00 น..

ราคาแพงกว่าทองมีจริง เกรท วรินทร บุกส่องอาณาจักรการ์ดวันพีช ชมคลิป

ราคาแพงกว่าทองมีจริง เกรท วรินทร บุกส่องอาณาจักรการ์ดวันพีช ชมคลิป

ราคาแพงกว่าทองมีจริง เกรท วรินทร บุกส่องอาณาจักรการ์ดวันพีช ชมคลิป

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.09 น.

ทำเอาเหล่าแฟนคลับและนักสะสมตาค้างไปตาม ๆ กัน! เมื่อวานนี้ 20 เมษายน 2569 พระเอกหนุ่มผิวเข้ม เกรท วรินทร ที่ช่วงหลัง ๆ มานี้ดูจะโดนตกเข้าสู่วงการสะสม One Piece Card Game แบบเต็มตัวมาได้ 2-3 เดือน ล่าสุดเจ้าตัวขอพิสูจน์ความโหดด้วยการพาไปบุกส่องราคาการ์ดกันแบบใกล้ชิด พร้อมแคปชั่นยืนยันความอึ้งว่า เค้าว่า แพงกว่าทอง ก็สงสัยจนต้องเข้ามาดูด้วยตัวเอง

งานนี้บอกเลยว่าคำว่า แพงกว่าทอง ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น ๆ  เพราะหนุ่มเกรทพาไปส่องแต่ละใบเห็นแล้วต้องร้อง Oh My God ไม่ว่าจะเป็น การ์ด Gol D. Roger (Manga Alt Art) ราคาพุ่งไปถึง 195,000 บาท หรือ การ์ด Monkey D. Luffy (1st Anniversary Signature) ราคาอยู่ที่ 185,000 บาท และ การ์ด Monkey D. Luffy (Manga Alternate Art) ราคาจุก ๆ 198,000 บาท

เกรท วรินทร

หลังจากที่คลิปวิดีโอของ เกรท วรินทร เกี่ยวกับราคาการ์วันพีชที่มีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำเผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่น เช่น

“พี่เกรทไป 26 นะคะ”

“สุดยอดเลยค่ะ”

“ขอซักจุ่ม”

“โพสไอจีพี่ก็พาผมเข้าวงการ5555”

“ลุ้นนน คร้าบ”

“มิต้องขอเป็นเด็กหรอกจ้าา คือเห็นเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว อยู่ตลอด อยู่เนืองๆ อยู่สืบมาและคงสืบไปจ้า”

เกรท วรินทร
เกรท วรินทร

เห็นตัวเลขแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมวงการนี้ถึงถูกขนานนามว่าเป็นสมบัติของโจรสลัดยุคใหม่ เพราะมูลค่าการ์ดใบเดียวบางใบอาจแลกที่ดินทำเลงามได้สบาย ๆ ไม่ใช่เรื่องตลกอย่างที่หลายคนคิด ใครที่อยากไปกระทบไหล่หรือส่องการ์ดแรร์ ๆ แบบเฮียเกรท เตรียมตัวให้พร้อมในงาน ASIA Card Show Thailand 2026 วันที่ 25-26 เมษายนนี้ ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ บอกเลยว่าวงการนี้เข้าแล้วออกยาก…แต่ถ้าใจรักและกระเป๋าหนักก็จัดไปวัยรุ่น

เกรท วรินทร
เกรท วรินทร
เกรท วรินทร
เกรท วรินทร
เกรท วรินทร
เกรท วรินทร
เกรท วรินทร

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม  great_rider10

สวยงามราวกับมีชีวิตกว่าจะเป็น’พระประธานพุทธมณฑล’

สวยงามราวกับมีชีวิตกว่าจะเป็น'พระประธานพุทธมณฑล'

สวยงามราวกับมีชีวิตกว่าจะเป็น’พระประธานพุทธมณฑล’

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หากท่านใด เคยได้ไปเยือน “พุทธมณฑล” สถานที่สำคัญทางประวัติศาสและพระพุทธศาสนาของชาติมาแล้ว  ย่อมจดจำได้ว่า “พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์”  หรือที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยเรียกว่า “พระประธานพุทธมณฑล” นั้น สูงใหญ่ สวยงาม ราวกับมีชีวิต จะย่างพระบาทเดินอยู่ร่ำไป  นี่คือความวิเศษของการออกแบบพระพุทธรูปโดยแท้

แต่รู้กันหรือไม่ว่า กว่าจะเป็น “พระประธานพุทธมณฑล” ได้ ต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาอย่างยาวนาน  โดยผู้ออกแบบคือ ศาสตร์จารย์ ศิลป์ พีระศรี “ครูฝรั่ง” ของชาวศิลปากร ศิลปินชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการในสยาม ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ ศิษย์คนสำคัญท่านหนึ่ง เคยเล่าไว้ว่า งานชิ้นนี้ นับเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่ ศ.ศิลป์ พีระศรี ท่านสร้างไว้  โดยที่อาจารย์เขียนใช้คำว่า “สร้างไว้เพียงครึ่งหนึ่ง”

กล่าวคือ ท่านได้รับมอบหมายให้ออกแบบและปั้นหุ่นองค์พระพุทธรูปต้นแบบ  ในการประชุมคณะกรรมการออกแบบพระพุทธรูปฯ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2497  โดยท่านได้เสนอความเห็นในที่ประชุมเรื่องการสร้างพระพุทธรูป และได้รับความเห็นชอบว่า

“พระพุทธรูปนั้น ไม่ใช่องค์พระพุทธเจ้าจริง เป็นแต่เพียงสิ่งแทน อันหมายถึง พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เท่านั้น ถ้าพูดในด้านความรู้สึกแห่งจิตใจแล้ว  ควรเป็นแบบ Idealistic แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นหน้าที่ของศิลปินผู้ออกแบบ จะเป็นแบบไหนก็ได้ ขอให้เกิดความรู้สึกก็แล้วกัน”

งานออกแบบภาพร่างพระประธานพุทธมณฑลนี้  เป็นงานที่เนื่องมาจากความสนใจพุทธศิลป์แบบสุโขทัยของ อ.ศิลป์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ท่านจึงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังและได้ใช้ในการออกแบบพระพุทธรูปปางลีลา ซึ่งท่านได้อธิบายไว้ว่า

“พระพุทธเจ้าท่านเป็นมนุษย์ เป็นลูกกษัตริย์ ท่านต้องมีกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลายสวยงาม กล้ามเนื้อกษัตริย์จะเด่นชัดเหมือนกล้ามเนื้อกรรมกรไม่ได้…เท้าก็ต้องเป็นเท้า

การสร้างพระพุทธรูป…ต้องสามารถถ่ายทอดให้รู้ซึ้งถึงแก่นสารแห่งพระธรรมของพระองค์ด้วย”

ในส่วนของพระพุทธรูปปางลีลาท่านก็ได้อธิบายพุทธลักษณะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในพุทธศิลป์แบบสุโขทัยเป็นอย่างดีว่า

“เมื่อได้เห็นพระพุทธรูปปางลีลาอันประณีตงดงาม เราจะบังเกิดความรู้สึกเหมือนหนึ่งว่า พระพุทธองค์กำลังเสด็จดำเนินไปเบื้องหน้าอย่างแช่มช้อย  พร้อมด้วยพระอาการกรีดของนิ้วพระหัตถ์ ซึ่งแสดงเป็นสัญลักษณ์ของ ‘พระธรรมจักร’ ที่พระบรมศาสดาทรงมุ่งพระทัยประกาศพระธรรมคำสั่งสอน”

พุทธลักษณะของพระประธานพุทธมณฑล ที่ อ.ศิลป์ ออกแบบและปั้นหุ่นต้นแบบไว้  เป็นพระพุทธรูปปางลีลา มีพระเกตุมาลาเป็นเปลวสูงเหนือพระเศียร ทรงห่มจีวรเฉวียงบ่า พาดสังฆาฏิ อยู่ในท่าย่างพระบาท มีบัวรองพระบาท

โดยท่านได้ออกแบบไว้ 4 แบบ และคณะกรรมการได้คัดเลือกไว้แบบหนึ่ง  แล้วมอบหมายให้ท่านปั้นหุ่นแบบพระพุทธรูปสูง 2.14 เมตร  จากนั้นจึงปั้นขยายองค์พระจากรูปต้นแบบสูง 3.50 เมตร อีก 1 องค์ เพื่อประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เมื่อวันที่ 12-18 พฤษภาคม พ.ศ.2500 เพื่อให้ประชาชนสักการะบูชา

องค์แรกที่เป็นต้นแบบได้นำไปประดิษฐานที่โรงพิธี

ส่วนองค์ที่สองได้นำไปประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลจำลอง ที่สร้างไว้ด้านเหนือของท้องสนามหลวง

หลังจากนั้น ได้นำพระพุทธรูปองค์ต้นแบบมาเก็บรักษาที่กองหัตถศิลป กรมศิลปากร  ส่วนองค์ที่พุทธมณฑลจำลองคงประดิษฐานไว้กระทั่งเมื่อรื้อถอนพุทธมณฑลจำลอง  ได้ชำรุดคงเหลือแต่พระเศียรนำมาเก็บรักษาที่กองหัตถศิลป เช่นกัน
ปัจจุบันองค์แรกนั้น เป็นวัตถุจัดแสดงอยู่ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ละกลุ่มเผยแพร่ กรมศิลปากร ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า

 “ประติมากรรมต้นแบบพระศรีศากยะทศพลญาณ” 
ศิลปะรัตนโกสินทร์  พ.ศ. ๒๕๐๐ ปูนปลาสเตอร์ ระบายสี  ย้ายจากหอประติมากรรมต้นแบบ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒

ประติมากรรมต้นแบบพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์  ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นประติมากรผู้ปั้นพระพุทธรูปต้นแบบองค์นี้  สำหรับจัดแสดงในนิทรรศการฉลองพระพุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ภายในงานมีการระดมทุนเพื่อจัดสร้างพุทธมณฑล อันเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา ใน พ.ศ. ๒๕๑๐

ภายหลังเสร็จสิ้นงานจึงอัญเชิญพระพุทธรูปต้นแบบองค์นี้มาเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจัดแสดง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๐ ได้เคลื่อนย้ายประติมากรรมต้นแบบองค์นี้ มาจัดแสดงในห้องรัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

จนถึงคราวรื้อฟื้นโครงการจัดสร้างพุทธมณฑล ในพ.ศ. ๒๕๒๑ จึงได้เคลื่อนย้ายมาถอดขยายแบบสำหรับหล่อเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ และได้เก็บรักษาไว้ ณ หอประติมากรรมต้นแบบ กรมศิลปากร จนถึงพ.ศ. ๒๕๖๒

สำหรับแนวคิดการสร้างพระพุทธรูปต้นแบบนั้น ศาสตราจารย์ศิลป์ ได้แรงบันดาลใจจากพระพุทธรูปอิริยาบถลีลา ศิลปะสุโขทัย ที่ได้รับการนิยามว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามตามอุดมคติ นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยเทคนิคและสุนทรียศาสตร์แบบตะวันตก โดยพระพุทธรูปต้นแบบองค์นี้นับเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านรูปลักษณ์ของพระพุทธปฏิมาแบบไทยประเพณีกับงานศิลปกรรมร่วมสมัย

อนึ่ง ในเวลาที่ อ.ศิลป์ออกแบบพระประธานเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้จัดรัฐพิธีก่อฤกษ์ ณ ตำแหน่งฐานพระประธาน ในบริเวณพุทธมณฑล เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม พ.ศ.2498 แต่หลังจากนั้นงานปั้นหล่อพระประธานได้หยุดชะงักลง  ในขณะที่เวลาต่อมา อ.ศิลป์ ก็ได้ถึงแก่กรรมลงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2505  งานปั้นหล่อจึงยังคงค้างมาเป็นเวลานานกว่า 2 ทศวรรษ ราว 23 ปี

ใน พ.ศ.2521 สมัยพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี  จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการขึ้นใหม่ โดยมีความเห็นว่า ขนาดพระพุทธรูปเดิมสูง 2,500 นิ้วนั้น สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย  และใช้เวลาในการดำเนินการมาก และเกรงโครงสร้างตามแบบจะไม่มั่นคงพอ จึงมีมติให้ลดขนาดความสูงลงเหลือ 2,500 กระเบียด ประมาณ 15.785 เมตร โดยใช้วิธีหล่อสำริด ซึ่งจะมีน้ำหนักถึง 20 ตัน

ต่อมาเมื่อมีการสำรวจชั้นดินบริเวณที่จะสร้างพระประธานนั้น พบว่า ไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ จึงมีการเปลี่ยนรูปแบบบริเวณฐานองค์พระพุทธรูป

กรมศิลปากรจึงได้มอบหมายให้ นายประเวศ ลิมปรังษี ผู้อำนวยการกองหัตถศิลปในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบแท่นฐานและลานทักษิณ โดยปรับปรุงจากแบบของ อ.ศิลป์ ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีลักษณะองค์พระพุทธรูปประทับยืนบนฐานบัวหน้าบัลลังก์ฐานสิงห์ปากบัว มีฐานปัทม์รองรับลานทักษิณขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 ระดับ

ซึ่งนอกจากช่วยเรื่องความแข็งแรงแล้วยังเสริมให้องค์พระพุทธรูปมีความสง่างามมากยิ่งขึ้น

และในส่วนของงานปั้นหล่อองค์พระพุทธรูปมี นายสาโรช จารักษ์ รองผู้อำนวยการกองหัตถศิลปในขณะนั้น ทำหน้าที่หัวหน้าคณะประติมากร

ในการปั้นหล่อองค์พระประธานนี้ กรมศิลปากรได้ตั้ง “กองดำเนินการปั้นหล่อพระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑลประดิษฐาน ณ บริเวณพุทธมณฑล” หรือ “กองงานเฉพาะกิจพุทธมณฑล” ขึ้น โดยขยายรูป 7.5 เท่า จากองค์ต้นแบบของ อ.ศิลป์

สำหรับปั้นขยายปูนปลาสเตอร์ด้วยวิธีขยายจากรูปตัดหุ่นต้นแบบ (Contour) แบ่งองค์พระเป็น 6 ส่วน มีนายชวลิต หัศพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญกองงานเฉพาะกิจฯ เป็นผู้ออกแบบเครื่องหารูปตัดหุ่นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และคณะอาจารย์วิทยาลัยช่างศิลป เป็นผู้ปั้นส่วนพระพาหา (แขน ตั้งแต่ไหล่ถึงศอก)  และพระกร (ปลายแขน ตั้งแต่ข้อศอกถึงข้อมือ) ซ้าย ขวา ส่วนอื่นๆ ประติมากรของกองงานเฉพาะกิจฯ เป็นผู้ปั้น

มี ผศ.ชลูด นิ่มเสมอ (ตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร  เป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพุทธลักษณะและศิลปะในการปั้นพระพุทธรูป

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2524 สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองพระเกตุมาลาองค์พระประธาน  ภายหลังได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล  ดังพระกระแสแจ้งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2524 ว่า

“พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์”

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2525 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (วาสน์ วาสโน) เสด็จเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเชื่อมพระเศียรกับองค์พระพุทธรูป  อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการประกอบองค์พระพุทธรูป จากนั้นจึงทำการรมดำองค์พระพุทธรูปโลหะสำริด แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2525 ทันตามกำหนดเวลาสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีสมโภชพระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2525
หากมีโอกาส “แนวหน้า” ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย  โปรดไปชมความงามและสักการะ “พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” เพื่อความเป็นสิริมงคลกันเถิด.