ยิ่งสูงวัย… ผิวพรรณยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562575

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 05:15

 

วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว วัยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทั้งร่างกายและผิวพรรณยิ่งต้อง การการดูแลเป็นพิเศษ จึงเป็นช่องทางให้เครื่องสำอางหลาก หลายแบรนด์ ต่างคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้อง การของสาวๆหลายช่วงวัย

อย่าง La Mer ภูมิใจกับผลิตภัณฑ์ออยล์หนึ่งเดียวชิ้นแรกของลาแมร์ The Renewal Oil ที่ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก พร้อมทั้งเข้าโอบอุ้มผิวด้วยคุณประโยชน์แห่ง Miracle Broth และสารอาหารเข้มข้นจากท้องทะเล ที่อัศจรรย์จนคุณสัมผัสได้

Sulwhasoo นำเสนอเซรั่มเอนไท-เอจจิ้ง Capsulized Ginseng Fortifying Serum จากโสม ที่ใช้เวลาค้นคว้ากว่า 50 ปี จนได้เซรั่มที่ทรงประสิทธิภาพจากสารสกัดธรรมชาติ ช่วยชะลอและจัดการกับริ้วรอยฝังราก จากปัจจัยของมลภาวะ ความ เครียด รวมทั้งตัวแปรต่างๆ ที่ส่งผลให้ ผู้หญิงแลดูแก่ก่อนวัยโซลวาซู จึงอาศัยประสิทธิภาพของโสมแดงเกาหลี มาช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์คอลลาเจนได้อย่างยอดเยี่ยม

la prairie ตอบโจทย์ความต้องการ เพื่อผิวกระจ่างใส พร้อมยกกระชับ สวยครบทุกขั้นตอนด้วย White Caviar Collection ซึ่งคอลเลกชั่นนี้มอบพลังและความชุ่มชื้นแก่เซลล์ผิว ฟื้นคืนความมีชีวิตชีวา

SHISEIDO ได้นำแรงบันดาลใจของเลเซอร์ทรีตเม้นท์ มาสู่วิทยาการล่าสุด เพื่อการลดเลือนจุดด่างดำอย่างได้ผล ด้วย New Shisedi White Lucent Double Strike Whitening เป็นการผสานระหว่างกระบวนการปรนนิบัติผิวเพื่อความกระจ่างใสอย่างมีประสิทธิภาพ และการบำรุงดูแลความกระจ่างใสด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดเลือนร่องรอยจุดด่างดำที่มีอยู่เดิม และปกป้องการเกิดจุดด่างดำใหม่ในอนาคต

ปิดท้ายสำหรับสาวๆที่รักการแต่งหน้า Yves Saint Laurent Beaute จัด Instant Moisture Glow ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผู้รักการแต่งหน้าชุดแรก ซึ่งจะมาช่วยแก้สมการปัญหาผิวระหว่างสกินแคร์กับเมกอัพ เป็นทั้งมอยเจอไรเซอร์ที่พกพาได้ ช่วยเสริมความชุ่มชื้นผิว 72 ชม.และช่วยเสริมความเปล่งปลั่งผิว อำพรางจุดบกพร่องของใบหน้าได้อีกด้วย.

เนียนใสจนใครๆ ก็อยากเข้าหา! เปิดกรุ 5 เคล็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560051

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 06:05

 

หากตอนนี้สาวๆ กังวลกับใบหน้าไม่เรียบเนียน หมองคล้ำจากแสงแดด รวมถึงผิวหน้าหย่อนคล้อย เต็มไปด้วยสารพัดริ้วรอยก่อนวัย ‘ไทยรัฐออนไลน์’ แนะนำให้อ่านคอลัมน์นี้ ที่จะเป็นตัวช่วยให้สาวๆ กล้าเผยผิวสวย หน้าใสธรรมชาติได้อย่างมั่นใจมากขึ้น!

1. โยเกิร์ต
รู้ไหมว่า ไม่เพียงแต่โยเกิร์ตจะช่วยสาวๆ ควบคุมน้ำหนักแล้ว มันยังช่วยเซฟผิวให้สวยใส ทั้งลดอาการผิวไหม้จากแสงแดด แก้ปัญหาสิวต่างๆ ตลอดจนช่วยลดตีนกา และริ้วรอยบนใบหน้า ให้สาวๆ รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเวลาอยู่นอกบ้าน โดยกรดแลคติกในโยเกิร์ตจะทำหน้าที่กำจัดเซลล์ผิวเก่า และช่วยกระชับรูขุมขน เราแนะนำให้สาวๆ ลองมาส์กโยเกิร์ตบนใบหน้าก่อนนอน (เป็นประจำ) วันละประมาณ 20 นาทีดูนะ แล้วสาวๆ จะเห็นผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะผิวที่สวยใส และวิ้งขึ้นกว่าเดิม!

‘โยเกิร์ต’ เซฟผิวสวย…

2. น้ำผึ้ง
หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า น้ำผึ้ง ก็ช่วยให้ผิวพรรณสวย และหน้าใส เรียบเนียนได้เหมือนกัน โดยสาร ‘แอนติเซพติคส์’ ในน้ำผึ้งจะช่วยต่อสู้กับแบคทีเรียในสิว และหัวสิว ทำให้หัวสิวต่างๆ ยุบลง และไม่เกิดการอักเสบ อีกทั้งมันยังช่วยกำจัดความมัน (น้ำมัน) ส่วนเกินบนใบหน้า และผิวหนัง ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเม็ดน้อยใหญ่ด้วย เพียงแค่สาวๆ ทาน้ำผึ้งลงบนบริเวณผิวหนังที่มีปัญหา หรือจะทาให้ทั่วใบหน้าก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เท่านี้ผิวพรรณ และใบหน้าก็จะค่อยๆ กลับมาสวยเปล่งปลั่ง ปราศจากสิวเหมือนเดิมแล้วล่ะ

‘น้ำผึ้ง’ ช่วยให้ผิวหน้าเนียนใส

3. ข้าวโอ๊ต
สุดยอดของความมหัศจรรย์ ใครจะเชื่อว่า ‘เบต้ากลูแคน’ ที่อยู่ในข้าวโอ๊ต จะช่วยเป็นภูมิคุ้มกัน และสร้างเซลล์คุ้มกันให้ผิวหนังได้ ซึ่งมันจะทำหน้าที่กำจัดริ้วรอย (ก่อนวัย) รอยสิว จุดด่างดำ ป้องกันรังสียูวีที่ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว ทำให้ผิวพรรณ และใบหน้าดูเปล่งปลั่งอมชมพู กระชับใส และเรียบเนียนขึ้น วิธีการง่ายๆ แค่สาวๆ ผสมข้าวโอ๊ตกับน้ำอุ่น และนำมาขัดเป็นวงเบาๆ รอบผิวเจ้าปัญหา ทิ้งไว้สักพัก จะล้างออกหรือทิ้งไว้ตลอดคืนก็ได้ มันจะช่วยผลัดเซลล์ผิวของสาวๆ ในแบบธรรมชาติ ยิ่งสาวๆ ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (อาจสลับทำกับอย่างอื่น) เชื่อเถอะว่า เพียงไม่กี่วันใครๆ ต่างก็ทักว่า คุณดูเด็กลง!

‘ข้าวโอ๊ต’ สุดยอดภูมิคุ้มกันผิว

4. มันฝรั่ง
หนึ่งในวัตถุดิบที่ช่วยให้ผิวสวย หน้าใสในราคาถูกที่สุด นอกจากมันจะช่วยกำจัดรอยดำ ลบจุดด่างดำของสิวได้อย่างอ่อนโยนแล้ว มันยังช่วยขับเซลล์ผิวให้ขาวใสขึ้นไปในตัว ลองดูสักอาทิตย์ เพียงแค่สาวๆ บดมันฝรั่ง และวางไว้บนผิวหน้าประมาณ 15 นาที สาวๆ จะรู้สึกได้ว่า ผิวหน้าแลดูแข็งแรง ชุ่มชื่นขึ้น และดูขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ หรือถ้าสาวๆ เบื่อก็อาจหั่นมันฝรั่งเป็นวงกลม แล้ววางไว้บนดวงตาแทนก็ได้ รับรองว่า รอยดำรอบดวงตาจะหายเป็นปลิดทิ้ง แถมยังรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกด้วย…

‘มันฝรั่ง’ ช่วยลบจุดด่างดำของสิวได้

5. ผลเชอร์รี่
ผลไม้สีแดงที่อุดมด้วยสาร ‘แอนติออกซิแดนท์’ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวสวย และหน้าใสกิ๊ง หากผิวของสาวๆ ต้องตากแดดตลอดวันจนทำให้ผิวแห้ง และขาดความมันวาวไป ลองบำรุงผิวด้วยการหั่นเชอร์รี่ แล้ววางทิ้งไว้บนหน้าสักพักดูสิ สุขภาพผิวของสาวๆ จะเริ่มกลับมาเปล่งปลั่ง นุ่ม-ชุ่มชื้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

‘ผลเชอร์รี่’ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า

กูรูแนะนำ! 4 ทริค แต่งตัวให้ดูดีต้อนรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558344

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 15:05

 

ปีเก่าผ่านไป อยากจะเปลี่ยนอะไรใหม่ๆให้ชีวิตดีขึ้นบ้าง ไทยรัฐออนไลน์ นำทริคการแต่งตัวมาฝากกัน จากลวดลายภาพวาดที่มีความงดงามทางศิลปะ ถูกนำมาถ่ายทอดให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อผ้าดีไซน์สุดล้ำสมัยที่ทำให้หญิงสาวประทับใจมาแล้วทั่วโลก ส่งผลให้แบรนด์ ‘แอนเจลิส บาเลก’ (Angelys Balek) แบรนด์แฟชั่นสตรีสัญชาติไทยประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นระดับสากลภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ‘แองจี้-สุนทรีย์ บาเลก’ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ จึงได้สร้างสรรค์ผลงานล่าสุดใน ‘เฟสทีฟ คอลเลกชั่น 2015’ คอลเลกชั่นสุดพิเศษที่ง ภายใต้ชื่อคอลเลกชั่นว่า ‘จูแมนจี้’ (Jumanji)

‘แอนเจลิส บาเลก’ (Angelys Balek) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีภายใต้คอนเซปต์ ‘เพลย์ฟูล’ (Playful), ‘สมาร์ท’ (Smart) และ ‘อาร์ทิสทิค’ (Artistic) สามคำที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์งานออกแบบของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังนำเสน่ห์ของงานศิลปะมาผสมผสานกับการดีไซน์ในทุกคอลเลกชั่นได้อย่างลงตัว โดยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวผู้สวมใส่เป็นอันดับแรกพร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ฉลาด และเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่ลืมที่จะสอดแทรกความโมเดิร์นผนวกกับการสร้างเอกลักษณ์บนแพทเทิร์นมินิมัลอันเฉียบคมที่ไม่มีเทรนด์แฟชั่นใดมากำหนดทิศทางได้

ความพิเศษของ ‘เฟสทีฟ คอลเลกชั่น’ (Festive Collection 2015) ครั้งนี้ ‘แอนเจลิส บาเลก’ (Angelys Balek) ได้นำเสนอลายพิมพ์ ‘ควีน ออฟ แอนิมอล’ (Queen of Animal) ผ่านเทคนิคการวาดแบบต่อเนื่อง (Contour Drawing) ใช้เส้นสายและโครงร่างแบบมินิมัล เน้นความคมของแพทเทิร์นและคัตติ้งเพื่อสร้างไลน์รูปร่างที่เนี้ยบขึ้นแก่ผู้สวมใส่ ดังนั้นหญิงสาวที่สวมใส่ชุดของแบรนด์จึงจะไม่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนและความยาวเพราะถูกปรับระดับให้เข้ากับรูปร่างของผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ รวมถึงเนื้อผ้าที่เหล่าดีไซเนอร์ต่างเลือกสรรผ้าที่ให้ความสบาย มอบความหรูหราให้แก่ผู้สวมใส่ที่ล้วนนำเข้ามาจากอเมริกาและญี่ปุ่น ส่วนโทนสีของคอลเลกชั่นพิเศษนี้มาในรูปแบบของ ‘วิวิด คัลเลอร์’ (Vivid color) ที่เกิดจากการผสมสีโทนอ่อนและโทนร้อนให้ออกมาเป็นเฉดสีอบอุ่น ซึ่งเฉดสีเหล่านี้จะไม่มีปรากฏอยู่ในแพนโทน เป็นความพิเศษที่ทางแบรนด์ตั้งใจมอบให้สาวๆ โดยเฉพาะ และยังมีหมวกกับรองเท้าที่ยังคงดีเอ็นเอของแบรนด์โดยเชื่อมโยงกับงานศิลปะให้เหล่าสาวกแฟชั่นได้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์มากขึ้น

นอกจากนี้ ‘แองจี้-สุนทรีย์ บาเลก’ ยังได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้ดูดี ในฐานะของดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก

1.แพทเทิร์นและคัตติ้งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เส้นโค้งของรูปร่างชัดเจนขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่สวมใส่ดูดี ดูเนี้ยบขึ้น

2.ความหนาของเนื้อผ้าต้องไม่หนาหรือบางจนเกินไปควรสวมใส่ให้เหมาะกับสภาพอากาศ อย่างบ้านเราก็ควรเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีความหนาไม่เกิน 180 แกรมเพราะจะสามารถใส่ได้ตลอดปี

3.เพิ่มความสนุกด้วยการ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ ใส่ชุดเดรสลายพิมพ์เก๋ๆ แต่อาจมีหมวกหนังสีดำสักใบเพื่อเพิ่มความเท่

4.จบด้วยรองเท้าส้นสูง แค่นี้ก็จะทำให้คุณเป็นสาวเปรี้ยวเท่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็แฝงความหวานไว้ที่ลายพิมพ์ของเดรสตัวโปรด’

สวยว้าว! 4 เทคนิคทาเล็บสี ‘นีออน’ ง่ายเว่อร์จนต้องบอกต่อ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559032

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ม.ค. 2559 06:05

 

ลองฟังทางนี้ ! ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสาวนับล้านที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ วันนี้เรามีเทรนด์ทาเล็บ ‘สีนีออน’ มาให้ลองกัน ด้วยเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ ที่จะทำให้เล็บของคุณสวยเก๋ และเด่นเว่อร์จนใครเห็นเป็นต้องสะดุด !

1. ตัดเล็บให้สั้น

ถ้าเป็นสีอื่นไว้เล็บยาวก็คงจะดี ทว่านี่เป็นสีนีออน คุณเลยจำเป็นต้องตัดเล็บให้สั้น ลองคิดดูสิ หากคุณไว้เล็บยาวแล้วทาสีนีออน มันจะน่ากลัวมากขนาดไหน ทั้งสะท้อนแสง และมีเล็บยาวเหมือนแม่มด ทางที่ดีเพื่อให้เล็บสวยเก๋ เราแนะนำว่า ควรตัดเล็บให้โค้งมน (แต่ต้องไม่สั้นกุดจนเกินไป) และเช็กผลงานความเรียวสวย แค่นี้พอทาออกมาก็สวยเริ่ด ไม่ผิดหวังแล้วล่ะ … อย่างไรก็แล้วแต่ คุณต้องทาสีเล็บย้ำ 2-3 รอบนะ และทาด้วยน้ำยาเคลือบเล็บอีกที เพื่อให้สีที่ออกมาเด่นชัด และติดทนนาน

ตัดเล็บให้สั้น แต่ไม่กุดจนเกินไป

2. แต่งตัวในลุคเรียบง่าย
หากคุณต้องการให้เล็บ และนิ้วมือดูเด่น คุณก็ไม่จำเป็นต้องประโคมการแต่งตัวให้มันดูเยอะเกินไป เพียงแค่แต่งตัวเบาๆ สบายๆ โทนสีกลางๆ (หรือสามสีเบสิก) ก็พอแล้วล่ะ อีกอย่างสีนีออนเป็นสีที่สว่างสดใส มันจะช่วยขับให้เล็บดูสะดุดตามากขึ้น ซึ่งคุณอาจเน้นไปที่การสวมแหวนวับวาว เพิ่มความเก๋ไก๋ขึ้นไปอีกก็ได้ …

3. เลือกสีนีออนแบบหวานๆ
เปลี่ยนลุคให้ซอฟต์ ด้วยการเลือกนีออนหวานๆ แบบพาสเทล หรือถ้าคุณไม่มั่นใจว่า สีนีออนจะเข้ากับคุณไหม หรือมันเหมาะกับสีผิวของคุณแน่ๆ รึเปล่า (ในครั้งแรกที่คุณลอง) คุณอาจเลือกทาเฉดสีอ่อนๆ เบาๆ ดูก่อนก็ได้ อย่างสีฟ้า สีชมพู หรือสีเหลือง แทนที่จะทาสีสดใสเปรี้ยวจี๊ดไปเลย เมื่อคุณมั่นใจแล้วก็ค่อยอัพเลเวลสีขึ้น อาจเป็นสีแดงนีออน สีส้มนีออน สีน้ำเงินนีออน หรือสารพัดสีผสมกันก็เข้าท่าอยู่ เราแนะนำให้คุณเลือกยาทาเล็บที่มีคุณภาพหน่อยนะ อย่าคิดว่าจะซื้อจากที่ไหน ร้านไหน แบบไหนก็ได้ เพราะเม็ดสี การติดทน และความเนียนสวย มันต่างกัน …

แจ่มว้าวไปเลย =)

4. สีนีออนแบบ French Nail


สุดท้ายเปลี่ยนการทาเล็บแบบเดิมๆ ให้สนุกมากขึ้น จากที่คุณเคยทาทั้งเล็บ ย้ำสีหลายๆ รอบ (ซึ่งสีนีออนมันอาจแรงไปสำหรับใครหลายคน) วิธีการที่สุดแสนจะเฉย และธรรมดา จะดีกว่าไหม ถ้าลองเปลี่ยนมาทำสไตล์ French Nail ดูบ้าง โดยการทาสีนีออนแค่ช่วงปลายเล็บเท่านั้น เล่นได้หลากหลายสารพัดสี หรือคุณจะทาสลับสีกันก็ได้ เช่น สีขาวสลับสีดำ หรือสีดำสลับสีชมพู ก็เก๋ไก๋เอาอยู่ จากนั้นลงน้ำยาเคลือบเล็บทับอีกที ก็เพิ่มความแนวให้สาวๆ กันมากกว่าเดิมแล้วล่ะ

ทาเล็บสไตล์ French Nail ก็สวยเก๋ไปอีกแบบ …

นาฬิกาคุกคู สมเด็จพระเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561016

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ม.ค. 2559 05:01

 

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อ 2 เม.ย.2558 ค่ายคุนเนอร์ คุกคูคล็อคส์ (ประเทศไทย) บรรจงสร้างสรรค์ “นาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ” รุ่นพิเศษ ด้วยไซส์มาตรฐานที่มาพร้อมความสูง 180 เซนติเมตร ตัวเรือนทำจากไม้สนแท้ของประเทศเยอรมนี ตั้งเวลาเดินได้ 7 วัน โดยไม่ต้องไขลาน เพราะตัวเครื่องนาฬิกาถูกออกแบบให้เป็นระบบจักรกล หรือ “เมคานิคอล” ทำจากทองเหลือง และมีความคงทนในการใช้งานร่วม 100 ปี ผลิตเพื่อวโรกาสนี้โดยเฉพาะเพียง 500 เรือน ทุกเรือนจะมีตัวเลข 1-500 กำกับอยู่หลังตัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษสุดๆตรงที่ได้มีการกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาต ในการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเทพฯ ประทับพระอิริยาบถกับสุนัขทรงเลี้ยงทั้ง 7 ตัว มาแกะสลักด้วยไม้สนเป็นรูปสามมิติ เพื่อเพิ่มความสวยงามและสอดแทรกไว้ซึ่งความจงรักภักดี สำหรับผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ “นาฬิกาคุกคู เฉลิมพระเกียรติ” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2373-1147 หรือมือถือ 08-7936-1911 รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพฯ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย.

รับประกันไม่เคยรู้! เปิดโฉม 10 รุ่น ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ ขายดีสุดในประวัติศาสตร์ ที่แรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554213

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2559 06:00

 

เพิ่งเปิดช็อปไปหมาดๆ กับ โอนิซึกะ ไทเกอร์ (Onitsuka Tiger) แบรนด์รองเท้าสไตล์แฟชั่นชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นสุดฮิต ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ สวมใส่ง่าย และสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายแบบ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ทำให้มันเป็นหนึ่งในแบรนด์รองเท้าผ้าใบแฟชั่นที่ได้รับความนิยมติดอันดับต้นๆ ในใจของผู้บริโภคเสมอมา และก็ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หลายคนรอคอยมากที่สุด

คำถามสัมภาษณ์พิเศษที่ยิงใส่วรพรรณ นิธยายน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอ็ม อี จำกัด ว่ารองเท้าโอนิซึกะ ไทเกอร์ ที่คนไทยฮิตนักหนารุ่นไหนขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์

เธอขอตัวไปหาข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่น ไทยรัฐออนไลน์ได้คำตอบจึงนำมาบอกต่อเพื่อแฟนๆ ที่แรก…

1. รุ่น MEXICO 66 (รุ่นเม็กซิโก 66) ถือว่าเป็นรองเท้ารุ่นแจ้งเกิดของแบรนด์โอนิซึกะ ไทเกอร์ เลยทีเดียว ผลิตในปี 1966 เป็นรองเท้ารุ่นแรกที่ใช้ลาย Tiger Stripes ตกแต่งที่ด้านข้างของรองเท้า ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้ได้ใช้ในการแข่งโอลิมปิกเกมส์ที่ประเทศเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ ในปี 1968 จึงกลายเป็นที่มาของชื่อรองเท้ารุ่นนี้ นอกจากนี้ MEXICO 66 ยังรองเท้ารุ่นแรกที่ใช้ลายที่มีชื่อเสียง รุ่นนี้เป็นรุ่นคลาสสิก และได้รับความนิยมมากที่สุด

2. รุ่น SERRANO (รุ่นเซอร์ราโน) ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรองเท้าที่ใช้ในการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่ในช่วงปี 1970 ซึ่งเป็นที่รู้กันในยุคสมัยนั้นๆ เลยว่า รองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีที่สุดในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว

3. รุ่น CALIFORNIA 78 (รุ่นแคลิฟอร์เนีย 78) ในช่วงท้ายๆ ของยุค 70 นั้น เทรนด์การวิ่งจ๊อกกิ้งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และระบาดไปทั่วโลก รองเท้ารุ่นนี้จึงถูกผลิตออกมาเพื่อตอบรับกระแสการวิ่งออกกำลังกายในยุคนั้น รองเท้าถูกออกแบบให้มีความโค้งมนช่วงปลายเท้า และส้นเท้า เพื่อช่วยให้การก้าวไปข้างหน้าง่ายและมีแรงส่งเพิ่มขึ้น

4. รุ่น FENCING (รุ่นเฟนซิ่ง) รองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผลิต และใช้ในการแข่งขันกีฬาฟันดาบ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายหรือความสบายในการสวมใส่ ความคล่องตัว ถูกออกแบบมาเพื่อกีฬาชนิดนี้โดยเฉพาะ

5. รุ่น COLORADO EIGHTY-FIVE (รุ่นโคโลราโด เอตี้ไฟว์) รองเท้าที่ผลิตขึ้นในยุค 80 มาเพื่อใช้ในการเล่นกีฬากลางแจ้ง ปัจจุบันรุ่นนี้ถูกหยิบขึ้นมาผลิต และปรับใหม่เพื่อใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวัน ด้วยวัสดุ และสีที่ใหม่และเข้ากับยุคสมัย เพิ่มความยาวของด้านข้างไปจนถึงปลายเท้าด้านหน้า โดยเมื่อสวมใส่แล้วจะรู้สึกนุ่มสบาย เพิ่มความรู้สึกกระฉับกระเฉง

6. รุ่น FABRE DC-L (รุ่นเฟเบอร์ ดีซี-แอล) แรงบันดาลใจของรองเท้ารุ่นนี้มาจากรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นแรกสุด ที่ถูกผลิตขึ้นในปี 1978 ซึ่งถูกนำกลับมาผลิตใหม่โดยการผสมผสานแฟชั่นในยุคปัจจุบันให้เข้ากับดีไซน์ดั้งเดิม ซึ่งทำให้ได้รองเท้าที่มีส่วนผสมที่ลงตัวอย่างที่สุด โดยใช้ยาง AHAR ซึ่งมีความคงทนและสวยงาม โดยชื่อ DC ที่อยู่ในชื่อรุ่น ได้มาจากตัวอักษรย่อของนักบาสเกตบอลที่ใส่รองเท่ารุ่นนี้ ในยุคนั้น

7. รุ่น MACHU RACER (รุ่นมาชู เรเซอร์) แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าวิ่ง ซึ่งฟังก์ชั่นที่พิเศษคือการที่ด้านข้างของรองเท้ายืดยาวไปจนถึงหน้าเท้า ซึ่งจะทำให้การสวมใส่สบาย รูปลักษณ์ที่เรียบง่าย ผลิตจากวัสดุไนลอน ทำให้มีน้ำหนักเบา จึงทำให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนที่ชอบความเรียบหรู

8. รุ่น TIGER CORSAIR (รุ่นไทเกอร์ คอร์แซร์) เริ่มต้นจากรองเท้าที่ใช้ในการวิ่งจ๊อกกิ้งในยุค 70 โดยการเพิ่มความนุ่มเพื่อรองรับแรงกระแทกในขณะวิ่ง โดยส่วนกลางของรองเท้าขยายขนาดขึ้น ส้นที่หนาขึ้น เพื่อทำให้การรองรับน้ำหนักที่ดีมากขึ้น โดยรุ่นใหม่ที่ผลิตออกมานั้น เน้นความทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการรองรับน้ำหนักและความนุ่มสบายในแบบดั้งเดิม

9. รุ่น ULTIMATE 81 (รุ่นอัลติเมท 81) รองเท้าวิ่งซึ่งเกิดขึ้นในปี 1981 โดยเน้นที่ความมั่นคงของส้นเท้าและน้ำหนักที่เบาของรองเท้า ดีไซน์พื้นรองเท้าสองสีตัดกัน และส้นรองเท้ารับแรงกระแทก และมีวัสดุที่ช่วยระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม

10. รุ่น X-CALIBER (รุ่นเอ็กซ์-คาลิเบอร์) รองเท้าวิ่งซึ่งผลิตขึ้นมาในปี 1982 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยรองเท้ารุ่นนี้มีการออกแบบช่วงฝ่าเท้าส่วนกลางเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำให้การรองรับน้ำหนักลงบนฝ่าเท้าได้ดีขึ้น และช่วงหัวรองเท้าที่ป้องกันการบาดเจ็บของนิ้วเท้าได้ ทำให้การวิ่งมีความสบายมากขึ้น

นอกจากรองเท้า 10 รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลแล้ว Onitsuka Tiger ยังได้นำเสนอรองเท้ารุ่น “Nippon Made Collection” ผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น แฮนด์เมดทุกขั้นตอน ผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม การตัดเย็บที่ประณีต การย้อมสี การจัดรูปทรง การบิดแห้งจนเกิดเป็นลายริ้วแตกบนรองเท้าที่ไม่ซ้ำกันสักคู่เลย

**รู้ไว้ใช่ว่า**

ต้นปี 2559 โอนิซึกะ ไทเกอร์ เตรียมเปิดตัวรองเท้ารุ่นล่าสุด เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 75 ปีของบรู๊ซ ลี (BRUCE LEE) ซุปเปอร์สตาร์ชาวจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูดผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่มีความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีน (กังฟู) โดย Onitsuka Tiger ได้ร่วมมือกับ ร้าน BAIT รังสรรค์รองเท้า โอนิซึกะ ไทเกอร์ จำนวน 2 รุ่น ได้แก่

Onitsuka Tiger Corsair รุ่นพิเศษ ชื่อรุ่น “JEET KUNE DO” รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาและเทคนิคแห่งศิลปะการป้องกันตัวที่เป็นตำนานของนักต่อสู้และดาราฮอลลีวูดชื่อดังคนนี้ “บรู๊ซ ลี” เพื่อเป็นเกียรติและเป็นการให้ความเคารพแก่เอกลักษณ์ของชุดที่บรู๊ซลีสวมใส่เป็นประจำ รองเท้า Corsair รุ่นนี้ทำมาจากหนังกลับสีดำ ผสมผสานไปอย่างลงตัวด้วยสีน้ำเงินจากหนังแท้ รูปทรงที่ออกแบบมาแสดงถึงความคล่องแคล่วว่องไวอย่างแท้จริงเปรียบเสมือนรองเท้าที่ใช้ในศิลปะกังฟู ลายมังกรที่สลักอยู่ด้านข้างของรองเท้าสะท้อนถึงจิตวิญญาณ ชื่อเสียง และปีที่กำเนิดของบรู๊ซ ลี อีกทั้งยังมีการสลักสัญลักษณ์รูปนักกังฟู (Kickman) และชื่อไว้เป็นสีทองที่ลิ้นรองเท้าด้านหลังสุด และข้างในพื้นรองเท้ายังมีโลโก้การเฉลิมฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิด 75 ปีของบรู๊ซลีอีกด้วย

Onitsuka Tiger รุ่น Colorado 85 แรงบันดาลใจของรองเท้ารุ่นนี้มาจากภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่บรู๊ซ ลีนำแสดง โดยใช้สีเหลืองและสีดำเป็นสีหลักบนรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ สีเหลืองส่วนของรองเท้าได้มาจากหนังนูบัคโดยพาดลายของ Tiger Stripes สีดำด้านข้างรองเท้า ซึ่งการนำสีเหลืองดำมาใช้ถือเป็นการให้เกียรติต่อชุดที่บรู๊ซลีใส่เสมอๆ โดยยังคงมีสัญลักษณ์ของนักกังฟูบนหลังรองเท้าทั้งสองข้าง และอีกทั้งสัญลักษณ์ครบรอบ 75 ปีด้านในพื้นรองเท้าอีกด้วย.

5 Sneaker ที่แพงที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556381

โดย Playboy Thailand 10 ม.ค. 2559 16:01

 

ดูๆ ไปแล้วรองเท้าผ้าใบหรือพวก Sneaker ไม่น่าจะมีราคาแพงอะไรมากมาย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว และนี่คือ 5 รองเท้าผ้าใบที่ว่ากันว่ามีราคาแพงที่สุดในโลกเท่าที่มีการซื้อขายกันเลยทีเดียว

อันดับ 5. Nike Air Max

ราคาที่ถูกเคาะออกไปสุดท้ายในการซื้อขายกันคือ 37,500 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.36 ล้านบาท โดย Tinie Tempah แร็พเปอร์ชื่อดังของอเมริกา ซึ่งรองเท้าคู่นี้ถูกออกแบบโดยอ้างอิงจากรองเท้าของ Marty McFly ในภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future เปิดตัวครั้งแรก 2011 และมีขายเพียง 1,510 คู่เท่านั้น จากการสำรวจพบว่าราคาขายออนไลน์จะอยู่ระหว่าง 2,000-9,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 72,000-324,000 บาท แต่ทว่า Tempah จัดการทุบสถิติด้วยการ ควักเงินมากกว่าปกติถึง 4 เท่าเพื่อได้มาครอบครอง

อันดับ 4. Drake’s Air Jordan OVO

ราคาอยู่ในช่วง 20,000-100,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 720,000-3.6 ล้านบาท ซึ่งจากรายงานที่มีการเปิดเผยคือ Drake ได้รับรองเท้าคู่นี้เป็นของขวัญ และได้มอบให้กับแฟนเพลงคนหนึ่งในระหว่างงานของทีมบาสเก็ตบอล Toronto Rapters และแฟนคนนั้นนำออกประมูลเพื่อหาทุน และไปจบที่ราคา 20,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่อีกคู่มีข่าวรายงานว่ามีการประมูลกันในปี 2014 และไปจบที่ราคาสุดท้ายที่ 100,000 เหรียญสหรัฐฯ

อันดับ 3. Diamond Air Force I

ราคา 50,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.8 ล้านบาท นั่นเป็นเพราะเพชรที่ถูกประดับลงไปบนรองเท้า ซึ่งผู้ครอบครองคือ Big Boi แร็พเปอร์ชาวอเมริกัน ซึ่งได้ว่าจ้างร้านรองเท้าในแอตแลนตา จัดการประดับเพชรซะ

อันดับ 2. Silver Air Jordan 1

รองเท้าที่ว่ากันว่าเกิดมาเพื่อประดับตู้โชว์ ไม่ได้ให้เอามาใส่เล่นกัน และราคาที่สืบทราบกลับไปได้ในปี 2011 คือ 60,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2.16 ล้านบาท โดยในช่วงทศวรรษที่ 1990 Nike ผลิตรองเท้าเวอร์ชั่นนี้ขึ้นใน 10 คู่เท่านั้น และคู่แรกถูกมอบให้กับ Michael Jordan ขนาดคู่ธรรมดายังได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นคู่แรกของ Jordan สงสัยจะกลายเป็นรองเท้าที่แพงที่สุดอย่างแน่นอน

อันดับ 1. Flu Game Air Jordan

เป็นเวอร์ชั่นที่ผลิตโดยอ้างอิงกับเกม NBA ในปี 1997 และเป็นเกมที่มีความหมาย เพราะทั้ง Chicago Bulls กับ Utah Jazz เสมอกันอยู่ที่ 2-2 เกมในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่ Michael Jordan จะฝืนลงสนามหลังจากที่ป่วยเพราะอาหารเป็นพิษ และพาทีมเอาชนะไปได้ด้วยการทำคะแนนถึง 38 แต้ม คว้าแชมป์ NBA ไปครอง ดังนั้นราคาเลยขยับเป็น 104,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3.75 ล้านบาท เรียกว่าแพงตามระดับความดราม่าที่เกิดขึ้น

ที่มา – Playboy Thailand
www.playboy.co.th
www.facebook.com/playboythailand

10 แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เรียบ ถูกใจผู้ชายสไตล์มินิมอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556274

โดย GQ Thailand 9 ม.ค. 2559 16:01

 

นาฬิกาเป็นไอเท็มที่สำคัญของผู้ชายไม่แพ้ไอเท็มอื่นๆ มีทั้งแบบคลาสสิกหรูหรา หรือจะออกแนวสปอร์ตไปเลยก็ได้ แต่ถ้าพูดถึงนาฬิกาที่ได้รับความนิยมในหมู่ชายไทย หนีไม่พ้นสไตล์มินิมอลเรียบง่าย อาจด้วยการใช้งานได้ทุกโอกาสและเข้ากับหลายลุค ครั้งนี้เราจะรวบรวมนาฬิกาดีไซน์เรียบๆ รับรองถูกใจผู้ชายสไตล์มินิมอลแน่นอน

Daniel Wellington

แบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในเมืองไทยขณะนี้ สำหรับนาฬิกาดีไซน์เรียบหรูดูดีจากสวีเดน ด้วยตัวเรือนทรงกลมเรียบ แต่ยังให้ความรู้สึกหรูหราจากขอบตัวเรือนสีทองและเงิน มาพร้อมกับสายหนังสีดำและน้ำตาลอย่างดี แต่ถ้าคุณเบื่อสายหนังก็มีสายผ้าไนลอน (Nato) มาให้คุณเปลี่ยนอีกด้วย

Uniform Wares

ส่งตรงจากลอนดอน ด้วยดีไซน์แบบผู้ดีอังกฤษ แต่งานผลิตคุณภาพเยี่ยมจากสวิตเซอร์แลนด์ มีทั้งแบบหน้าปัดเรียบ และหน้าปัดแบบมี 3 ห่วงข้างใน เหมาะกับผู้ชายมาดเนี้ยบ ใส่สูท ผูกเนกไท ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกแบบแคชชวลไปพร้อมกัน

Braun

นับแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา จากนาฬิกาแขวน ตั้งโต๊ะ สู่นาฬิกาข้อมือ Braun ก็ยังคงคอนเซปต์การออกแบบสไตล์มินิมอลที่ว่า Less, But Better ด้วยปรัชญานี้ Braun กลายเป็นนาฬิกายอดฮิตอีกหนึ่งแบรนด์จากสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก ให้ความร่วมสมัยกับดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา

Aboutvintage

แบรนด์นาฬิกาจากโคเปนเฮเกน น่าจะถูกใจผู้ชื่นชอบดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน จัดว่าเป็นนาฬิกาที่ออกแนววินเทจ ด้วยสโลแกน Make Moment, give it History – let it become vintage

Junghans

แบรนด์นาฬิกาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี จากเยอรมัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณภาพทั้งในแง่ดีไซน์ และกลไกในการทำงาน ขึ้นชื่อเมดอินเยอรมันก็การันตีได้ว่าเป็นที่สุดอยู่แล้ว ใครที่มองหาความแข็งแรง และดูหรูหราในคราวเดียวกัน ก็ไม่ควรพลาดแบรนด์นี้ด้วยประการทั้งปวง

Mondaine

อาจจะคุ้นตากับช็อป Mondaine ในโซนนาฬิกาตามห้างทั่วไป แต่อย่ามองข้ามความคูลของแบรนด์นี้ ด้วยความเป็นแบรนด์จากสวิตฯ ก็หายห่วงเรื่องคุณภาพ แต่เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Mondaine คือ ไม่ว่ารุ่นไหนหน้าปัดก็เหมือนกันหมด จะต่างกันแค่วัสดุและขนาดของหน้าปัดเท่านั้นเอง

Skagen

อีกหนึ่งแบรนด์จากเดนมาร์ก ที่เน้นการดีไซน์แบบเรียบง่าย ก่อตั้งเมื่อปี 1989 ค่อนข้างได้รับความนิยมในบ้านเราพอสมควร ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และสไตล์ถูกใจคนไทย

Nevo

ทันสมัยขึ้นมาหน่อยกับแบรนด์ Nevo ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกแบบอนาล็อกกับความทันสมัยแบบดิจิตอลเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว นาฬิกาที่เคลมตัวเองว่าเป็นสมาร์ทวอตช์โมเดิร์นมินิมอลเครื่องแรกของโลก หากใครชอบใส่นาฬิกาแบบเรียบๆ แต่อยากได้ความไฮเทค เช่น เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ก็น่าสนใจไม่น้อย

Nomos

ไม่รู้ว่าทำไมแบรนด์นาฬิกาจากเยอรมันถึงมีความมินิมอลอยู่สูง อย่างแบรนด์ Nomos ก็จัดเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สวยงามแบบเรียบง่าย ด้วยความประณีตในการผลิต คุณภาพที่ได้จึงสูงมากๆ สายหนังม้าที่ให้ความทนทาน แต่ถ้าคุณเล็งยี่ห้อนี้ไว้ บอกได้เลยว่าราคาไม่เบาทีเดียว เริ่มต้นที่หลักแสนกว่าบาท

Ora Lattea

สุดท้ายผู้ชายที่โคตรจะมินิมอล กับนาฬิกาที่คลีนที่สุด ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวอิตาลี Denis Guidone ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลสีดำ หน้าปัดทรงกลมขาว มี 3 จุดดำอยู่ข้างใน แล้วจะนับเวลาอย่างไร อันนี้เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ส่วนพลังงานใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไม่มีวันหมด

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

หัวใจหยุดทำงาน! หล่อทำลายล้าง 20 อันดับหนุ่มหล่อที่สุดในโลกปี 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558869

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 06:05

 

ผ่านพ้นปีเก่ากันไปแล้วสำหรับปี 2015 ลองมาดูกันว่าในปีที่ผ่านมาใครติดโผ 20 อันดับหนุ่มหล่อที่สุดในโลกกันบ้าง…

จากครั้งที่แล้ว ไทยรัฐออนไลน์ ได้นำ 20 สาวหน้าสวยที่สุดในโลกมาให้ได้ยลกันแล้ว วันนี้ ไปพบกับการจัดอันดับหนุ่มหล่อจากทั่วโลกในหัวข้อ 100 Most Handsome Faces 2015 ของ TC Candler จากการลงคะแนนของนักวิจารณ์อิสระทั่วโลกที่มีความชอบต่างกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ชมเว็บไซต์ได้ร่วมเสนอรายชื่อเข้าไป ก่อนที่ทางนักวิจารณ์อิสระจากทั่วโลกจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 100 คนเท่านั้น โดยรายการนี้นักวิจารณ์อิสระไม่ได้วัดคะแนนจากความนิยม หรือความมีชื่อเสียงใดๆ แต่ใช้ความรู้สึกทางสุนทรียศาสตร์ในการตัดสิน

หนุ่มหล่อบางคน บ้างก็เป็นบุคคลที่เราทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีอยู่ในวงการบันเทิง บ้างก็เป็นบุคคลที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าจะมีทั้งคนที่คุณเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่จากความหลากหลายนี้จะทำให้คุณได้พบกับบุคคลใหม่ๆ ที่ทำให้คุณสนใจ และเริ่มทำความรู้จักคนๆ นั้น และติดตามในปีต่อๆ ไป ซึ่งในปี 2015 หนุ่มหล่อ 20 อันดับแรก จะมีใครกันบ้าง อยากรู้แล้วล่ะสิ อย่ารอช้า ไปดูกันเลย!

อันดับที่ 20 James Rodriguez – โคลอมเบีย

อันดับที่ 19 Michiel Huisman – ดัตช์

อันดับที่ 18 David Beckham – อังกฤษ

อันดับที่ 17 Godfrey Gao – แคนาดา/ไต้หวัน  

อันดับที่ 16 Michael B. Jordan – สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 15 Ryan Gosling – แคนาดา

อันดับที่ 14 Sam Clafin – อังกฤษ

อันดับที่ 13 Enrique Gil – ฟิลิปปินส์

อันดับที่ 12 Scott Eastwood – สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 11 Matt Bomer – สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 10 Choi Siwon – เกาหลีใต้

อันดับที่ 9 Michael Fassbendwr – เยอรมัน/ไอริช 

อันดับที่ 8 T.O.P – เกาหลีใต้

อันดับที่ 7 Jamie Dornan – อังกฤษ

อันดับที่ 6 Chris Carmack – สหรัฐอเมริกา

อันดับที่ 5 Idris Elba – อังกฤษ

อันดับที่ 4 Alexander Skarsgård – สวีเดน

อันดับที่ 3 Charlie Hunnam – อังกฤษ

อันดับที่ 2 Boris Kodjoe – ฝรั่งเศส/เยอรมัน

อันดับที่ 1 Diego Boneta – เม็กซิโก

ชมคลิป

ที่มา :  TC Candler 

14 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณพร้อมแล้วล่ะที่จะเข้าสู่วัย 30

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556241

โดย Cosmopolitan 7 ม.ค. 2559 16:01

 

จากสาวน้อยวัยใสเพิ่งเรียนจบ กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วจนวันนี้คุณก็เฉียด 30 ซะแล้ว แต่วลีที่ว่า ‘อายุยิ่งมากยิ่งสวย’ เป็นอะไรที่จริงซะยิ่งกว่าจริงค่ะ

เพราะมันไม่ใช่แค่ความสวยที่เป๊ะมากขึ้น ทั้งมันสมองและประสบการณ์เนี่ยเป็นอะไรที่เจิดจรัสแบบที่สาวอายุ 20 สู้ไม่ได้จริงๆ และนี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณน่ะ พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่วัย 30 อันสวยงามนี้!

1. คุณเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่า ตีนกาคุณมันมาแล้วล่ะ แต่คุณก็จะยังโอเคกับมันอยู่นะ โบกสกินแคร์แล้ว คุณก็ยังสบายใจอยู่ เรื่องที่จะต้องเสียตังค์ไปฉีดโบท็อกซ์ เป็นเรื่องที่เอาไว้ก่อนดีกว่า

2. คุณตระหนักได้ว่า การไปปาร์ตี้หนักๆ กลางสัปดาห์ของการทำงานไม่ไหวแล้ว จะให้เหมือนตอนเป็นสาวๆ วัยยี่สิบต้น แล้วลุกขึ้นมาทำงานตอนเช้าให้ทันเวลาตอกบัตร มันช่างเป็นอะไรที่ยากเย็นแล้วล่ะ (ไหนจะถุงใต้ตาบวมฉึ่งอีก!) เพราะฉะนั้นก็ขอบายปาร์ตี้ก่อนนะถ้าไม่ใช่คืนวันหยุด

3. แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ หรืออะไรเด็ดๆ ในโซเชียลที่คุณอยากเล่นด้วยบ้าง มันช่างน่างงอะไรอย่างนี้ แน่นอนงานนี้คุณต้องอาศัยถามน้องๆ หรือหลานๆ เพื่อให้สอนวิธีการเล่น แต่เอาน่า อาจจะเข้าใจช้าหน่อย แต่ก็ยังไม่ยอมตกเทรนด์นะ

4. คุณเริ่มตัดใครบางคนออกจากทำเนียบเฟรนด์ลิสต์หรือคนรู้จัก สุดท้ายแล้วกาลเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้คุณได้ค้นพบว่าใครที่คุณอยากจะเก็บไว้อยู่กับคุณตลอดไป และใครที่ช่างเสียเวลาเหลือเกิน แม้แต่เบอร์มือถือของเขาคุณยังรู้สึกเปลืองเมม เพราะฉะนั้นก็ลบไปเถอะ เก็บไว้แต่คนที่แคร์เราและเราแคร์ดีกว่า

5. คุณเริ่มจะชินกับภาพแต่งงานและเหล่าเบบี๋ของเฟรนด์ในนิวฟีดเฟซบุ๊กคุณ แน่นอนคุณกดไลค์และรู้สึกชื่นชมยินดีกับพวกเขา แต่คุณไม่ได้ตื่นเต้นแบบสุดๆ เหมือนตอนเพื่อนคุณคนแรกในรุ่นแต่งงานแล้ว

6. แต่คุณชอบไปงานแต่งนะ ใช่แล้วล่ะ งานแต่งคืองานรวมรุ่นและแหล่งปาร์ตี้ชั้นดี (แถมชอบจัดวันเสาร์ด้วย) งานนี้แหละที่คุณจะได้เมาหัวราน้ำแบบไม่ต้องกลัวกลับบ้านไม่ไหว (เพราะยังไงก็มีเพื่อนไปส่งแน่ๆ) และใครจะรู้ คุณอาจได้พบเพื่อนเจ้าบ่าวที่กลายเป็นเจ้าบ่าวของคุณในอนาคตได้นะ

7. คุณรู้ว่าร้านไหนเสียงดัง คุณพร้อมจะไม่ไปทันที ก็ไม่อยากทนอยู่ในที่โหวกเหวกโวยวายอะ ผิดหรอ

8. คุณเข้านอนไม่เกินเที่ยงคืน เกินเที่ยงคืนวันไหน พรุ่งนี้เป็นซอมบี้ทันที (งานอัดกาแฟต้องมา!)

9. ครีมกันแดดคือ must-have item ที่ขาดไม่ได้ ทั้งทาหน้าและทาตัว ไม่ใช่ไรหรอก คุณรู้ว่าแสงแดดนั้นอันตรายแค่ไหน ไม่ว่าจะฝ้า กระ ริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นทากันไว้ดีกว่าเนอะ

10. คุณติดซีรีส์! แน่นอนว่าที่ดูเยอะสุดคงไม่พ้นโอปป้าเกาหลี แต่ซีรีส์ฝรั่งเจ๋งๆ คุณก็ไม่เคยพลาด

11. จ่ายเงินเพิ่มอีกนิด แล้วชีวิตมันจะสะดวกสบายขึ้น เป็นเรื่องที่คุณจะทำทันทีโดยไม่ลังเล แน่นอนว่ารายได้ที่มากขึ้นทำให้คุณชิลเรื่องเงินมากขึ้น แต่ลองคิดดูสิ การซื้อเวลาและความสะดวก มันทำให้คุณเอาเวลาและพลังชีวิตไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ เราต้องรู้จักใช้เงินให้เป็นนะคะคนเก่ง

12. แม้คุณจะยังไม่ได้ทำทุกสิ่งที่เคยตั้งเป้าไว้ตอนอายุ 20 แต่คุณรู้แล้วล่ะว่าต่อจากนี้ต่อไป อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ มองเห็นถึงหนทางที่จะทำมันได้สำเร็จ ไม่เหมือนตอนคุณ 20 ที่ยังงงๆ ปนๆ ลังเล ตั้งเป้าแบบลอยๆ ทำจะทำจริงมั้ยอีกเรื่อง

13. คุณเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี เพราะคุณผ่านมาแล้วเรื่องวุ่นวายทั้งหลายในช่วงอายุ 20 ต้นๆ น่ะ อ้อ! แล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องการงานนะ เรื่องผู้ชายก็มาปรึกษาเจ๊ได้ เจ๊เห็นมาเยอะ อะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก!

14. คุณเรียนรู้แล้วว่า ชีวิตไม่มีทางลัด คุณต้องยืนหยัดทำทุกอย่างด้วยลำแข้งของคุณเอง และคุณรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้ มันคุ้มค่าแค่ไหนกับความตั้งใจที่คุณมุ่งมั่นทุ่มเทมา

ที่มา – www.cosmopolitanthai.com
อัพเดตทุกวัน ทุกเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้
www.facebook.com/cosmothailand
instagram.com/cosmothailand
twitter.com/cosmothailand