งดงาม หลอมละลาย! ซูมชัดๆ 20 อันดับ ‘ผู้หญิงหน้าสวย’ ที่สุดในโลกปี 2015

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558402

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 06:05

 

ผ่านพ้นปีเก่ากันไปแล้วสำหรับปี 2015 ลองมาดูกันว่าในปีที่ผ่านมามีผู้หญิงคนไหนติดโผ 20 อันดับสาวหน้าสวยที่สุดในโลกกันบ้าง…

100 Most Beautiful Faces 2015

ไทยรัฐออนไลน์ นำการจัดอันดับสาวหน้าสวย 100 Most Beautiful Faces 2015 ของ TC Candler ซึ่งมีการจัดกันเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 1990 โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 26 แล้ว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมเว็บไซต์ได้ร่วมเสนอรายชื่อเข้าไป ก่อนที่ทางนักวิจารณ์อิสระจากทั่วโลกจะทำการคัดเลือกให้เหลือเพียง 100 คนเท่านั้น โดยรายการนี้นักวิจารณ์อิสระไม่ได้วัดคะแนนจากความนิยม หรือความมีชื่อเสียงใดๆ แต่ใช้ความรู้สึกทางสุนทรียศาสตร์ในการตัดสิน

จัดอันดับผู้หญิงหน้าสวยที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี 1990

วันนี้เราขอนำ 20 อันดับแรกจาก 100 อันดับ มาให้ได้ชมกัน จะมีใครกันบ้าง ลองสแกนหน้าดู

อันดับที่ 20 Maite Perroni – เม็กซิโก

อันดับที่ 19 Satomi Ishihara – ญี่ปุ่น

อันดับที่ 18 Marion Cotillard – ฝรั่งเศส

อันดับที่ 17 Yura – เกาหลี

อันดับที่ 16 Zoey Deutch – สหรัฐอเมริกา 

อันดับที่ 15 Nargis Fakhri – สหรัฐอเมริกา 

อันดับที่ 14 Odeya Rush – อิสราเอล/สหรัฐอเมริกา 

อันดับที่ 13 Tzutu – ไต้หวัน

อันดับที่ 12 Zara Larsson – สวีเดน

อันดับที่ 11 Lupita Nyong’o – เคนยา/เม็กซิโก

10 อันดับ ผู้หญิงหน้าสวยที่สุดในโลก 

อันดับที่ 10 Emilia Clar – สหราชอาณาจักร (UK)

อันดับที่ 9 Ana De Armas – คิวบา

อันดับที่ 8 Camilla Belle – สหรัฐอเมริกา 

อันดับที่ 7 Chloë Grace Moretz – สหรัฐอเมริกา 

อันดับที่ 6 Liza Soberano – สหรัฐอเมริกา / ฟิลิปปินส์

อันดับที่ 5 Golshifteh Farahani – อิหร่าน

อันดับที่ 4  Emma Watson – สหราชอาณาจักร (UK)

อันดับที่ 3 Jourdan Dunn – สหราชอาณาจักร (UK)

อันดับที่ 2 Gal Gadot – อิสราเอล 

อันดับที่ 1 Nana – เกาหลี

ซึ่งในปี 2015 สาว “นานะ” ไอดอลเกาหลีวงเกิร์ลกรุ๊ป after school ขึ้นอันดับ 1 คนที่มีใบหน้าสวยที่สุดในโลกประจำปี 2015 ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ของนานะแล้วที่ได้ครองอันดับนี้ติดต่อกัน

นานะ

หน้าสวยที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน

ทั้งนี้ แม้สาวไทยจะไม่ติด 1 ใน 20 สาวหน้าสวย แต่ก็ติดอยู่ใน 100 อันดับ สาวที่มีใบหน้าสวยที่สุดในโลก ประจำปี 2015 คือ “ปอย ตรีชฎา” เข้ามาเป็นปีที่ 2 อยู่ในอันดับที่ 63 และ นางเอกสุดฮอตอย่าง “ใหม่ ดาวิกา” ที่ติดอันดับเป็นปีแรก ในอันดับ 96

ปอย ตรีชฎา อันดับที่ 63

ใหม่ ดาวิกา อันดับที่ 96

ชมคลิป

ที่มา : TC Candler

มันเริ่ดอ่ะ! 5 ทริคแต่งตัวให้ดู ‘รวย’ สไตล์คุณหนูมีระดับ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555562

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ม.ค. 2559 06:05

 

ใครว่าสาวๆ ที่มีงบน้อย ไม่สามารถซื้อแบรนด์เนมราคาแพงๆ จะเปลี่ยนลุคเป็นคุณหนูร้อยล้านไม่ได้ วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีเคล็ด(ไม่) ลับในการแต่งตัว และการแมทช์เสื้อผ้าเก๋ๆ ที่จะทำให้สาวสุดแสนธรรมดากลายเป็นสาวมีระดับ ‘คลาสซี่เกิร์ล’ ในพริบตามาฝากกัน!

1. ให้ความสำคัญกับแอคเซสเซอรี่
อย่าคิดว่าจะหยิบอะไรมาใส่ก็ได้ โดยเฉพาะเครื่องประดับที่จะช่วยอัพความไฮของสาวๆ ให้แพงขึ้น หากคุณอยากใส่เสื้อผ้าเรียบๆ ที่ไม่มีดีเทลเยอะ คุณก็ควรจะเสริมด้วยแอคเซสเซอรี่ที่ใส่แล้วดูมีราคาหน่อย หรือเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ แบบที่มีกากเพชรวับวาว เพื่อให้คุณดูสวยเก๋แบบเบาๆ อย่าเลือกเครื่องประดับ ‘แบบพลาสติก’ หรือ ‘โลหะสีกระดำกระด่าง’ ที่ทำให้ลุคของคุณดูราคาถูกเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา แว่นตา กระเป๋า แหวน หรือสร้อยคอ ไม่งั้นรายละเอียดราคาถูกเหล่านี้จะทำลายลุคโดยรวมของคุณให้พังพินาศเลยล่ะ!

เลือกใส่เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่ดูมีราคา …

ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อแอคเซสเซอรี่

2. เลือกใส่แบบคีพ ‘ลุคแคชชวล’ สบายๆ
อะไรที่มันเยอะเกินไปก็ไม่ดีหรอกนะ จริงๆ เพียงแค่คุณแมทช์ใส่เสื้อผ้าเบสิคที่ดูเรียบโก้ และไม่น่าเบื่อ สามารถเปลี่ยนได้หลากหลายลุค อย่างกางเกงยีนส์ทรงสวยๆ สักตัว กับเสื้อเชิ้ตเข้ารูปดีไซน์ชิคๆ สีขาว หรือสีดำ ก็ทำให้คุณดูสวยเก๋ได้สารพัดสไตล์ เราแนะว่าให้คุณซื้อติดตู้เสื้อผ้าไว้ (โดยเฉพาะเสื้อผ้าสีเบสิคต้องมี อย่าง สีขาว สีดำ และสีเทา) เผื่อวันไหนที่คุณขี้เกียจ ไม่อยากแต่งอะไรหนักๆ ยังไงล่ะ!

อย่างไรก็ดี คุณอาจนำมาแมทช์กับผ้าพันคอที่มีเท็กซ์เจอร์น่าสนใจ รองเท้าส้นสูงเก๋ๆ หรือรองเท้าคลาสลิค อย่าง Platform ที่ช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่นขึ้น เพียงเท่านี้ก็ได้ลุคที่สบายๆ แต่เลอค่าสะดุดสายตาหนุ่มๆ เข้าอย่างจังแล้ว

‘ลุคแคชชวล’ ในวันสบายๆ

มียีนส์คู่ใจสักตัวก็เอาอยู่แล้วล่ะ !

3. อย่าใส่เสื้อผ้าที่มีโลโก้แบรนด์
คงไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ว่าคุณซื้อมาจากแบรนด์ไหน เพราะยังไงมันก็ดูหรู และมีราคาในตัวอยู่แล้ว หากแต่บางคนไม่ได้ซื้อของแท้ ทว่ากลับทำเป็นไม่รู้แล้วเดินโฆษณาโลโก้แบรนด์ไปซะให้ทั่ว คุณคิดว่าจะไม่มีใครดูออกหรอ? จำไว้ว่า ยิ่งใส่เสื้อผ้าที่มีโลโก้แบรนด์เห็นได้ชัดเจน (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าราคาถูก และของแจกฟรี) มันยิ่งทำให้ลุคของคุณดูราคาถูก และไร้รสนิยมในสายตาคนอื่นที่มองนะ!

เสื้อผ้าเรียบๆ แต่เก๋ชิคด้วยแอคเซสเซอรี่

4. รองเท้าต้องมีคุณภาพ

ในที่นี้หมายถึงรองเท้าที่คุ้มค่าแก่การลงทุน มันจะดีกว่าไหม ถ้ารองเท้าที่คุณซื้อมาสามารถใส่ได้ทุกสถานการณ์ อย่างรองเท้าสไตล์คลาสลิคสักคู่ ที่ทั้งใส่ออกงานก็ได้ หรือใส่ไปเที่ยวข้างนอกชิลๆ ก็ดี ถึงแม้มันจะแพงหน่อย แต่ก็คุ้มกว่าการมีรองเท้าหลักร้อยหลายสิบคู่ที่หยิบใส่ออกงานแล้วเฟลสุดๆ หรือสามารถใส่ได้แค่โอกาสเดียว เราอยากให้คุณนึกไว้เสมอว่า คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณนะ ไม่เพียงแต่จะเลือกซื้อรองเท้าที่มีดีไซน์เก๋ ไฮเอ็นตามสไตล์ที่ชอบแล้ว มันก็ควรใส่ได้หลากหลายโอกาส อย่างน้อยๆ ก็ทำให้การแต่งตัวของคุณ (ในแต่ละวัน) สนุกยิ่งขึ้น

5. เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่าง
เหนือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ลุคของคุณออกมาดูดีที่สุด คุณควรเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่าง และสัดส่วน (ไม่ดูคับ หรือหลวมจนเกินไป) โดยคุณอาจลองก่อนที่จะซื้อ เพื่อเช็กความโอเคว่า มันเข้ากับคุณไหม และที่สำคัญคือ ‘เนื้อผ้า’ คุณต้องดูว่ามันสามารถใส่ได้นานไหม มันจะเปลี่ยนทรง หรือยืดไปมากน้อยแค่ไหนเมื่อใส่ไปนานๆ หรือแม้กระทั่งหลังจากซักเสร็จแล้ว เพราะมันจะไม่เข้ารูปเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ แน่นอน!

อย่างไรก็แล้วแต่ เลือกใส่เสื้อผ้าสไตล์ที่เข้ากับคุณ ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง มันจะช่วยอัพลุคของคุณให้โดดเด่นขึ้นไปอีกนะ…

ใส่แล้วเวิร์ก! สีมาแรงปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555984

โดย GQ Thailand 5 ม.ค. 2559 16:01

 

“สี” สวมบทบาทสำคัญ และคุณอาจมองเห็นมันเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย (ไม่ผิดหรอก ก็ในเมื่อเราส่วนใหญ่สวมกันแต่สีทึมๆ… อย่างมากก็น้ำเงิน ใช่ไหม) แต่อย่าประมาทกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ยิ่งถ้าคุณทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น หรืออย่างน้อยก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของงานดีไซน์ ยิ่งต้องใส่ใจ เพราะสีนั้นทำเงินให้เราได้มากมายมหาศาล ลองนึกภาพตามดูสิว่า หากเราสามารถผลิตสินค้าที่มีสีเข้าเทรนด์ และกำลังเป็นที่นิยมในท้องตลาด เราจะขายดิบขายดี และรวยกันขนาดไหน

หลายคนอาจสงสัยว่าใครกันเป็นคนกำหนด และสีต่างๆ มันมาได้อย่างไร ประเด็นนั้นเราไว้คุยกันในโอกาสต่อๆ ไป แต่เอาเป็นว่าหนึ่งในผู้มีอิทธิพลในหัวข้อนี้ คือ เจ้าแห่งสีอย่าง Pantone ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้แล้วว่า

ในปี 2016 สีที่เราต้องจับตามอง ได้แก่ Rose Quartz กับ Serenity

ใครที่มีชาร์ตสีอยู่ในมือ ขอให้พลิกไปยังรหัสสี 15-3919 ซึ่งระบุชื่อสีไว้ในแผ่นเดียวกันว่า Serenity สีนี้จะออกแนวฟ้าคราม ผสมฝุ่นหน่อยๆ จนออกเป็นกึ่งเทา ในขณะที่ Rose Quartz หรือรหัสสี 13-1520 คือ สีชมพูอ่อนเบา สีเดียวกับสร้อยข้อมือหินกุหลาบ ซึ่งเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ฮอตฮิตกันนักกันหนาในหมู่คนเชื่อโชคลางด้านความรัก จนหลายคนไปสรรหากันมาสวมติดข้อมือนั่นล่ะ

อย่าคิดว่าคนกำหนดเขาจะนั่งเทียนกันเองแบบไร้สาเหตุ เพราะตัวทำเงินเช่นนี้เป็นผลมาจากการวิเคราะห์คำนวณอย่างถี่ถ้วน (กระซิบตรงนี้เลยว่า มีผู้ร่วมวิจัยมากมายตั้งแต่คนในแวดวงออกแบบ นักธุรกิจ โรงงานต่างๆ นักเดินทาง กูรูความงาม เรื่อยไปจนถึงนักภูมิศาสตร์ นักสำรวจประชากร หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกร กันเลยทีเดียว) และมันก็สอดคล้องต่อยอดกับเทรนด์แฟชั่นสไตล์ Androgeny หรือ No Gender (เทรนด์ไร้เพศ) ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ก่อนจะทะยานเป็นกระแสหลักอย่างแน่นอนในปีหน้าเสียด้วยสิ “เรากำลังเข้าสู่ภาะวะเลือนรางทางเพศ ที่มีผลมาจากรูปแบบแฟชั่น” ตัวแทนของ Pantone อธิบาย “การเคลื่อนไหวทางสังคมในประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ และการลื่นไหลทางเพศสภาพ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกสบายใจยิ่งขึ้นในการเลือกใช้สีต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงตัวตนของพวกเขา” ยิ่งไปกว่านั้น สีทั้งสองยังสะท้อนถึงสังคม ซึ่งกำลังมองหา ‘ความอ่อนโยน’ และ ‘สงบ’

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สีคู่ตรงข้ามจะพร้อมใจครอบครองตำแหน่ง “สีประจำปี” ในปี 2016 งานนี้คงจะเหลือแต่คุณๆ ทั้งหลายแล้วล่ะ ว่าจะกล้าเปิดใจรับสีบางเบาแนวนี้ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเรา ก่อนจะถูกประวัติศาสตร์วาดเรื่องราวเสียใหม่ จนกลายเป็นสีหวานของสาวๆ แบบที่เราเชื่อกันทุกวันนี้… เปิดใจหน่อยพวก! ถ้าสวมแล้วดูดี ก็สวมไปเหอะ!

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

3 สเต็ปเตรียมตัวให้พร้อม… เพราะปีนี้ ‘ชั้นจะมีแฟนแน่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555954

โดย Cosmopolitan 4 ม.ค. 2559 16:01

 

และแล้วเราก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 1 ปี กับความโสด ความเหงา ความซึมเศร้าซ้ำไปซ้ำมา แต่สำหรับสาวๆ คนไหนที่ตั้งเป้าไว้ว่า “ปีนี้ชั้นจะมีแฟนแน่” …แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มยังไง มา!! ลองมาดูวิธีของเรากันเถอะค่ะ พร้อมแล้ว ลุย!!!!

ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ บ้างเถอะ

เราอยู่กับคนรอบตัวเดิมๆ มากี่ปีแล้ว… เบื่อมั้ยถามใจดู? แล้วแบบ เห้ย! นั่นก็เพื่อนเก้ง นี่ก็มีแฟนแล้ว เพราะฉะนั้นสาวๆ ต้องลองพาตัวเองออกไปเจอกับสังคมและผู้คนที่แปลกใหม่ เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสขยายฐานความเป็นไปได้ให้กว้างมากขึ้น แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะหาจากไหนเราจะแนะนำให้ค่ะ…

1. ออกไปแฮงเอาต์ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงติดบ้าน เราขอแนะนำให้ชวนเพื่อนๆ ออกไปเที่ยว เดินเล่น ช็อปปิ้งตามที่สถานที่สาธารณะชิลๆ อย่างเช่น ตลาดนัดหน้าหนาวที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ เพราะนอกจากบรรยากาศดีๆ แล้ว… ถ้าเลือกสถานที่ดีๆ ก็มีคนที่รสนิยมเริ่ดๆ แฝงอยู่เยอะเหมือนกันนะเธอ

2. ไปลุยเทศกาล แนะนำให้ไปตามเทศกาลดนตรีค่ะ เพราะโอกาสที่เราจะได้ร่วมร้อง เล่น เต้นรำ และทำอะไรสนุกๆ กับเหล่าผู้คนรอบตัวนั้นมีเยอะแยะมากมาย ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะได้ทำความรู้จักกับคนเจ๋งๆ และน่าสนใจก็มีเยอะไม่แพ้กันเลย เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า… รีบหาข้อมูลเช็กวัน-เวลา แล้วพาตัวเองออกไปสนุกเล้ยยย

3. เพื่อนของเพื่อน แน่นอนว่าพอเราออกไปแฮงเอาต์กับกลุ่มเพื่อน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เพื่อนจะพา “เพื่อนของเพื่อน” มาให้เราทำความรู้จัก แล้วก็ขอบอกเลยนะคะว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้เค้าได้ดีมีความสุขแต่งงานกันไปหลายคู่เหมือนกันน้าาา

4. คอร์สต่างๆ อยากได้ผู้ชายชอบทำอาหารต้องไปสมัครคอร์สเรียนสอนทำอาหาร หรือชอบแบบติสต์ๆ ลองไปเรียนวาดรูปดูสิ เพราะนอกจากจะมีลุ้นจากเพื่อนร่วมคลาสแล้ว… เป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งกว่านั้นอาจเป็นคุณครูที่สอนคุณในคลาสก็ได้นะ อิอิ

5. Tinder ไหนๆ ก็ไปทางออฟไลน์มาหมดละ… ลองมาทางออนไลน์กันบ้างเนอะ ลองโหลดแอพพลิเคชั่นอย่าง Tinder มาลองเล่นดูสิ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ในการทำความรู้จักคนให้เพิ่มขึ้นนะคะ

รู้จักแล้วต้องทำยังไง?

พอได้ติดต่อกันแล้วก็มาถึงขั้นตอนของการทำความรู้จักกัน อาจจะเริ่มจากการคุยการทางโทรศัพท์ นัดกันออกไปทานข้าว หรืออาจจะออกไปทำกิจกรรมน่าตื่นเต้นอย่างอื่น (อย่างเช่น การเล่นเซิร์ฟบอร์ด) ก็ได้นะคะ เพราะการที่คุณกับเขาได้ออกไปใช้เวลาร่วมกัน ก็จะทำให้คุณรู้จักกันดียิ่งขึ้นไง

เริ่มใกล้ก็ต้องเรียนรู้

มาถึงขั้นนี้ก็คงจะใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ขอย้ำแบบเน้นๆ เลยนะคะว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไง เขาจะทำอะไรให้คิด หรือทำให้เรานอยด์มากแค่ไหน ก็ห้ามทำตัวงี่เง่าเด็ดขาด เพราะสมัยนี้เค้าไม่ทำแบบนั้นกันแล้วล่ะ เดี๋ยวนก!! (นกคืออดนะคะคุณ) และถ้านึกไม่ออกเราจะแนะนำให้ว่าพฤติกรรมแบบนี้นี่ล่ะ ที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด

1. พูดจาประชด นิสัยแบบนี้ไม่น่ารักเอาซะเลยนะจ๊ะสาวๆ ขอให้ท่องไว้ว่าไม่ว่าสถานการณ์มันจะน่าหงุดหงิดขนาดไหน แต่การพูดจาประชดประชันกันก็ไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้น (แถมยังทำให้แย่ลงอีกต่างหาก) เพราะฉะนั้นสาวๆ ต้องสวมวิญญาณผู้หญิงดีมีเหตุผลเข้าไว้ แล้วอะไรๆ ก็จะดีเองค่ะ

2. อย่ารีบจัดกลุ่มเขา แค่เพียงเขาทำอะไรไม่ถูกใจคุณเล็กน้อย ก็อย่างเพิ่งดึงเขาไปอยู่ในสารบบของความเป็นเพื่อน คนเราต้องเปิดใจให้กว้างเข้าไว้นะคะ เพราะบางทีคนที่ใช่อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิดก็เป็นได้

3. ตัวหลอก หลายคนที่รู้สึกไม่มั่นคงว่าเขาจะจริงจังกับเราหรือเปล่า มักจะมีการสร้างตัวละครหลอกขึ้นมาเพื่อเป็นการบอกว่า “ไม่รีบอดนะจ๊ะ เพราะชั้นก็มีให้เลือกเหมือนกัน” โนว์ๆๆๆ แบบนี้ไม่ดีเลยค่ะ เพราะมุกนี้มันใช้ไม่ได้มาตั้งแต่ยุค 90 แล้วเธอ แถมถ้าถูกจับโป๊ะได้นี่อายแทรกแผ่นดินไม่ทันเลยนะ

4. ตัวละครลับ ถ้าคุณอยู่ในสถานะที่คิดว่าจะตกลงปลงใจกับใครซักคนแล้ว เราอยากให้คุณเคลียร์ตัวละครลับในสต๊อกทั้งหลายออกให้หมดนะคะ ทำตัวให้โปร่งใสเข้าไว้ เพราะใครๆ ในโลกนี้ (แม้แต่ตัวคุณเอง) ก็ชอบคนที่ซื่อสัตย์กันทั้งนั้นล่ะ

ผ่านสเต็ปเหล่านี้มาได้คุณสาวๆ ก็คงจะพร้อมที่จะเปิดหัวใจให้กับใครซักคนแล้วล่ะค่ะ ซึ่งเราอยากให้คุณท่องไว้อย่างนึง นั่นก็คือท้ายที่สุดความสัมพันธ์ของทุกคนมักจะมีทั้งความทุกข์และความสุขไหลปนกันอยู่ เราอยากให้คุณมีสติ หนักแน่น และรู้จักให้อภัย แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน จะได้รู้กว่าจริงๆ แล้วการจะเจอใครซักคนที่ทั้ง “ถูกต้อง” และ “ถูกใจ” มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยค่ะ

ที่มา – www.cosmopolitanthai.com
อัพเดตทุกวัน ทุกเรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้
www.facebook.com/cosmothailand
instagram.com/cosmothailand
twitter.com/cosmothailand

กราฟฟิกดีไซน์+สีสันสดใส เทรนด์มาแรงซัมเมอร์ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557568

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ม.ค. 2559 05:15

 

แจกความสดใสให้ออร่ากระจายกันไปเลย เพราะซัมเมอร์ 2016 นี้ เทรนด์ฮอตมาแรงสุดๆต้องยกให้โทนสีสดใส และกราฟฟิกดีไซน์ หลายแบรนด์ฮิตจับมือกับศิลปินดัง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คอลเลกชั่นพิเศษ ต้อนรับความเบิกบานของฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง

พลีตส์ พลีส

ลอง ฌอมป์

DVF

นำขบวนพาเหรด สร้างสีสันโดย “พลีตส์ พลีส อิซเซ่ มิยาเกะ” ภูมิใจเสนอคอลเลกชั่นพิเศษ “อิกโกะ ทานากะ” จากการรังสรรค์ของ “อิกโกะ ทานากะ” อาร์ตไดเร็กเตอร์คนแรกของแบรนด์ Muji โดยเลือกใช้สีสดใส, ลายเส้นสะอาดตาในภาพวาด และงานกราฟฟิกดีไซน์ เพื่อสื่อถึงการมองโลกแง่ดี ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเฟื่องฟู ด้านแบรนด์ “ลอง ฌอมป์” ฉลองครบรอบ 10 ปี ในการสร้างผลงานร่วมกับดีไซเนอร์ดังระดับโลก “เจเรมี่ สก็อตต์” ด้วยการครีเอทคอลเลกชั่นพิเศษลิมิเต็ดเอดิชั่น “The 10th Anniversary” เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่น 10 ปี กับไอเดียแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเหมือน หลังดีไซเนอร์ทรงอิทธิพลปลุกวิญญาณความคึกคักให้กระเป๋าในตำนาน “เลอ ปลิยาจ” มาทุกซีซั่นตั้งแต่ปี 2006 จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั้งโลก

ราล์ฟ ลอเรน

COCCINELLE

ลาคอสท์

“ไดแอน วอน เฟอร์สเตนเบิร์ก” DVF แฟชั่นดังจากนิวยอร์ก นำเสนอคอลเลกชั่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “Playful and Glamorous” ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มาแรงหมดทั้งสีชมพู, เหลือง, ส้มนีออน, ทองกลิตเตอร์, เขียวโอลีฟ และม่วง ด้าน “ราล์ฟ ลอเรน” หยิบแรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายทันสมัย มาปัดฝุ่นใหม่ให้ดูฮิป โดยผสมผสานความแตกต่างที่ลงตัวของสีดำและขาวสุดคลาสสิก เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีโทนน้ำตาล และการนำผ้าเดนิมสีดำมาสร้างสรรค์ใหม่อย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดความสง่างามในสไตล์สปอร์ตแบบอเมริกัน ขณะที่แบรนด์เครื่องหนังจากอิตาลี “COCCINELLE” ก็แจ่มแจ๋วไม่แพ้ใคร ส่งคอลเลกชั่นซัมเมอร์ 2016 ที่จี๊ดจ๊าดไปด้วยสีสันความสดใสพร้อมลูกเล่นผ้าโปร่งบางและรูปทรงเรขาคณิตแปลกตา สำหรับแบรนด์ “ลาคอสท์” โชว์ความเด็ดด้วยการจับมือสุดยอดช่างหัตถศิลป์ฝรั่งเศส “มร.ปาสกัล อองแกร์” เพิ่มความพิเศษให้กระเป๋าถือลาคอสท์รุ่นชองทาโก โดยสลักอักษรย่อชื่อลงแผ่นทองอย่างพิถีพิถัน.

เจาะเทรนด์ความงามปี 59 ‘ศัลยกรรม’ เชยแล้วรู้ยัง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555049

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ธ.ค. 2558 13:05

 

ปฏิทินเก่ากำลังจะหมดอายุไป ปฏิทินใหม่กำลังจะเข้ามา คำถามก็คือในเรื่องความสวยงามของหนุ่มๆ สาวๆ ในปี 2559 มีอะไรที่น่าจับตา ฟังแล้วก็น่าทึ่งก็เพราะว่าปีหน้าจะเป็นเทรนด์ที่ศัลยกรรมเชยไปทันตา…

ไทยรัฐออนไลน์รวมมาให้ชมกัน…

หมอโทนี่ ชื่อดัง

Naked Face 

เทรนด์แรก เทรนด์เผยความงามแบบผิวธรรมชาติ แน่นอนว่า เทรนด์ไทย และเทรนด์โลกก็หมดยุคโบ๊ะเครื่องสำอางหนาๆ มาสู่ยุคที่สาวผิวสวยจะได้โชว์ผิวได้เต็มที่ สาวๆ ที่ยังมีปัญหาเรื่องผิวหน้า ไม่เนียนเรียบ หรือมีจุดด่างดำต้องรีบหาตัวช่วยกันแล้ว ตอนนี้มีวิวัฒนาการมากมายที่ทำแล้วไม่เจ็บตัวราคาก็ไม่แพงมาก ที่สำคัญไม่ต้องเจ็บตัวทำศัลยกรรม ที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร

หน้ารูปหัวใจ

ฟังไม่ผิดหรอก เรียกได้ว่าหมดยุคหน้า V-Shape แล้ว เทรนด์หน้าปี 2016 ของโลก จะเน้นการปรับรูปหน้าให้เห็นโหนกแก้มที่สูงขึ้น แล้วปรับให้หน้าเรียวตั้งแต่บริเวณ Middle Face ถึง Lower Face ซึ่งถ้ามองด้านข้างจะเห็นเป็น S-Curve ยิ่งมีมากยิ่งสวย ควบคู่กับการทำผิวหน้าให้กระชับ ไม่มีเหนียงใต้คางเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ไทย และเทรนด์โลกที่สวยได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

Angel eyes

ความอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอย ถึงเวลาที่สาวๆ จะต้องดูแลผิวรอบดวงตาอย่างจริงจัง เพราะเทรนด์ความงามปี 2016 นี้ ให้ความสำคัญกับผิวรอบดวงตามาก เพราะริ้วรอยรอบดวงตาคือสัญลักษณ์ของวัยที่เพิ่มขึ้นและความเหนื่อยล้าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ไม่ต้องศัลยกรรมก็ทำสวยได้

‘หมอโจ้’ ขวัญใจคนดัง

L-Shape

ใช่เมื่อผู้หญิงมี V-Shape ผู้ชายจะมีแนวนี้ก็ดูหวานไป เทรนด์ L-Shape ของหนุ่มๆ ก็บังเกิดขึ้น โดยเน้นความชัดของแนวกราม เนื่องจากผู้ชายส่วนใหญ่จมูกจะสวยได้รูป การทำ L-Shape ให้ชัด เก็บแก้มไม่ให้ย้อยเลยกรามมา เก็บถุงใต้ตา แก้มเหนียง ชัดๆ แมนๆ เหมือนนายแบบเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ไทย และเทรนด์โลกที่คนนิยมกัน แถมไม่ต้องศัลยกรรมด้วย

killing fat

ลด Fat ลดไขมัน เป็นอีกหนึ่งปีที่ต้องบอกว่าเห็นภาพชัดแจ่มแจ๋วว่าคนหันมาออกกำลังกายกันอย่างมหาศาลแล้ว ยังเน้นการปรับวิธีการกินคำว่า ‘อาหารคลีน’ จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะคนหันมารักษาสุขภาพ แต่เทรนด์ที่เรียกว่า killing fat ออกมาเพื่อส่งเสริมเทรนด์ เพื่อให้การออกกำลังกายขึ้นเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ไทย และเทรนด์โลกที่คนนิยมกัน

ตาสองชั้นแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด

นวัตกรรมนี้ เป็นของโลกที่ยังไม่เข้ามาในไทย โดยล้ำหน้าด้วยการใช้เลเซอร์เจาะๆ ยังไม่มา ทำให้มันดีขึ้นกระชับขึ้นเลเซอร์ กรีดข้างนอกเล็กๆ ไม่มีแผล เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ไทย และเทรนด์โลกที่คนนิยมกัน

กระชับช่องคลอด

เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ยังไม่มีในเมืองไทย แต่เป็นเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนทั่วโลก โดยยังสามารถกระชับช่องคลอดได้แล้ว ยังป้องกันปัสสาวะเล็ด เป็นเทรนด์โลกที่คนนิยมกัน แถมไม่ต้องศัลยกรรมเช่นเคย

และนี่คือเทรนด์หน้าที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ไม่ต้องผ่าตัด เป็นเทรนด์ความงามใหม่ที่รับประกันความเจ๋งในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึงนี้.

ขอบคุณ : นายแพทย์ ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ หรือ ‘หมอโจ้’ และ นายแพทย์วรพล สุขีวัฒนา หรือ ‘หมอโทนี่’ 

5 เคล็ดลับง่ายๆ เลือกซื้อของขวัญจับสลาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554702

โดย GQ Thailand 27 ธ.ค. 2558 15:05

 

“ซื้ออะไรจับสลากดี?” คือคำถามที่ถามกันทุกสิ้นปี

“ยังไม่รู้เลยอะ…” คือคำตอบที่ตอบกันทุกสิ้นปีเหมือนกัน
ไม่ว่าจะจับได้คุกกี้หรือไม่ และแม้ตอนนี้การเอาคุกกี้มาจับสลากจะกลายเป็นมุก เป็น cult เป็นเรื่องสั้นหักมุมของทุกการจับสลากปีใหม่ไปแล้ว แต่พอหลังเทศกาลปีใหม่ทีไรที่บ้านได้กล่องใส่เข็มกับด้าย อันใหม่ทุกที ดังนั้น ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะซื้ออะไรให้ผู้จับของเราได้ ประทับใจไปตลอดทั้งปี ลองใช้ 5 แนวทางนี้ช่วยในการเลือกซื้อของดู

1. ใครจับ จะถูกใจผู้รับก็ต้องรู้ก่อนว่าผู้รับเป็นใคร คิดง่ายๆ ว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง อายุเฉลี่ยเท่าไร ลักษณะงานในออฟฟิศเป็นงานประเภทใด เช่น ที่ออฟฟิศมีแต่สตรีวัยคุณแม่ ของที่นำไปจับสลากก็น่าจะเป็นของใช้ในครัวเรือนอย่างของในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น เครื่องทำแซนด์วิช ซึ่งเดี๋ยวนี้ดีไซน์สวยๆ ราคาย่อมเยามีให้เลือกมากมาย

2. งบ ต้องเคารพกติกา ไม่ควรซื้อของราคาต่ำกว่าที่ตั้งไว้ ถ้าคิดว่าจ่ายไม่ไหวให้บอกแต่แรกว่าตั้งสูงเกินไป เชื่อว่าทุกคนเข้าใจเพราะช่วงปีใหม่ใครๆ ก็รายจ่ายเยอะทั้งนั้น ของที่นำมาจับควรเป็นของใหญ่ชิ้นเดียวไปเลย ดีกว่าเอาของหลายชิ้นมารวมกันจนได้ราคาขั้นต่ำ (ยกเว้นของเป็นเซต) หากคุณเป็นหัวหน้า ควรแสดงสปิริตด้วยการเลือกของที่มีมูลค่าสักหน่อย

3. จินตนาการตอนแกะกล่อง นึกภาพคนที่จับได้ของคุณ เมื่อแกะกล่องแล้วเขามีอารมณ์เช่นไร กรี๊ด กระโดด หัวเราะ กราบขอบคุณ ฉีกยิ้ม (เฉพาะปาก แต่นัยน์ตาไม่ยิ้ม) อยากได้อารมณ์ไหน ให้เลือกของแบบนั้น

4. ของเฉพาะตัว ลืมได้เลย มีของใช้หลายอย่างมากในโลกนี้ที่เป็นของเฉพาะตัว เช่น ของที่มีกลิ่นหอมอย่างน้ำหอม น้ำมันหอมระเหย ของแต่งตัวพวกเสื้อผ้า เครื่องสำอาง เนกไท ตลอดจนของที่เกี่ยวกับความเชื่อหรือศาสนา เช่น เครื่องรางของขลัง รูปเคารพบูชา หรือแม้แต่หนังสือธรรมะ ให้ลืมของพวกนี้ไปได้เลยเพราะเราไม่มีวันรู้ว่าใครจะจับได้ ของนั้นจะมีสีเหมาะหรือกลิ่นถูกใจเขาหรือไม่ เขานับถือศาสนาอะไร หากอยากให้เขาได้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองรับปีใหม่ ให้มอบให้คนที่คุณปรารถนาดีเป็นของขวัญไปเลย อย่าเอามาจับสลาก

5. คิดไม่ออก บอกท่าไม้ตาย…“บัตรของขวัญ” ถ้าคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกหรือไม่มีเวลาจะไปเดินหาซื้อของ เอาบัตรของขวัญมาจับก็เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ไม่แย่เกินไปนัก ถ้ารู้สึกว่าบัตรของขวัญของห้างน่าเบื่อเกินไป คุณอาจจะแสดงความใส่ใจเสียหน่อยด้วยการเลือกบัตรของขวัญจากร้านกาแฟ กิฟต์การ์ดที่ใช้โหลดเพลง หรือซื้อแอพฯ คูปองทำสปา ฯลฯ แล้วแต่วัฒนธรรมการบริโภคในหมู่ผู้จับสลากของคุณ หรือกรณีแย่สุด หากไม่มีเวลาแม้แต่ซื้อบัตรของขวัญ เอาเงินใส่ซองไปจับก็ไม่เลว แต่ควรใส่มากกว่าขั้นต่ำที่ตั้งไว้เพื่อสยบคำครหาแนวๆ “โห…ไม่ใจเลย”

สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไรมาจับหรือจับได้อะไร อย่าลืมว่าเนื้อหาของการจับสลากไม่ได้อยู่ที่ “มูลค่า” แต่อยู่ที่ “คุณค่า” มากกว่า มันคือการร่วมสนุกต้อนรับปีใหม่ เทศกาลแห่งการทิ้งสิ่งไม่ดีให้เป็นอดีตไปกับปีเก่า และต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีที่กำลังมาถึง ซึ่งของขวัญนั้นเป็นตัวแทนความตั้งใจ ความใส่ใจ และความปรารถนาจะให้ทุกคนรอบตัวเรามีความสุข

สวัสดีปีใหม่ 2559

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

ที่มา : GQ Thailand
www.gqthailand.com

ง่ายนิดเดียว! ไม่ต้องซื้อให้เปลืองเงิน 6 วิธีจัดกระเช้าคริสต์มาส ปีใหม่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/553820

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ธ.ค. 2558 13:05

 

ในโอกาสพิเศษ และช่วงเทศกาลต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนของการแสดงความยินดี และส่งมอบความสุขเสมอมา และได้รับความนิยมทุกสมัย คือ กระเช้าของขวัญ นั่นเอง ทั้งกระเช้าเพื่อมอบให้ในวันเกิด กระเช้าแสดงความยินดี กระเช้าเยี่ยมไข้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเช้าคริสต์มาส และปีใหม่ และเนื่องในเทศกาลที่กำลังจะถึงนี้ Trend Can do ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอรวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของกระเช้าคริสต์มาส และวิธีทำกระเช้าด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป…

ว่ากันว่า กระเช้าคริสต์มาส เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 11 แต่มาได้รับความนิยมจริงๆ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคที่เริ่มมีรถไฟใช้ ทำให้การส่งกระเช้าคริสต์มาสที่มีอาหารอร่อยๆ ทั้งคาวหวาน ขนมนมเนยที่อบสดใหม่ และไวน์ ง่าย และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ในสมัยก่อน นอกจากจะมอบกระเช้าคริสต์มาสให้ครอบครัว และเพื่อนแล้ว ยังมีธรรมเนียมที่ครอบครัวชั้นสูงจะมอบกระเช้าคริสต์มาสให้กับผู้รับใช้ในบ้านในวัน Boxing Day (1 วันหลังวันคริสต์มาส คือ วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี) โดยในกระเช้าจะประกอบด้วยสิ่งจำเป็นต่างๆ ในชีวิตประจำวัน คือ อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

กระเช้าของขวัญคริสต์มาส ปีใหม่

ปัจจุบัน กระเช้าได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีหลากหลายรูปแบบ ใส่ของได้หลากชนิด และสามารถมอบได้ในหลายๆ โอกาส และหลายๆ เทศกาลตลอดปี ส่วนกระเช้าคริสต์มาสแบบดั้งเดิม มักจะนิยมประกอบด้วยคริสต์มาสพุดดิ้ง พายเนื้อผสมผลไม้และเครื่องเทศ ฟรุ้ตเค้ก ถั่ว บิสกิต แยมผลไม้ ชีส ช็อกโกแลต และไวน์ เป็นต้น

สิ่งที่ต้องเตรียม 

สิ่งที่ต้องเตรียม

กล่องสวยๆ

โฟม

1. กระเช้า จะเป็นกระเช้าหวาย กระเช้าพลาสติก ทรงกลม ทรงรี หรือทรงเหลี่ยมก็ได้ หรือสำหรับคนที่ชอบไอเดียเก๋ๆ อาจลองใช้กล่องสวยๆ หรือถุง มาจัดเป็นกระเช้าก็ดูเก๋ไปอีกแบบ แถมยังสามารถเอาไปใช้ต่อได้ด้วย

2. โฟม หรือกระดาษฝอย

3. สกอตช์เทป กาวสองหน้า

4. กรรไกร คัตเตอร์

5. ริบบิ้น โบ

6. กระดาษสา หรือกระดาษห่อของขวัญ และปากกา

7. สุดท้ายคือของที่จะใส่ในตะกร้า ควรเลือกจัดให้มีคอนเซปต์ เช่น เลือกตามโทนสี เลือกตามเพศหรือวัย หรือเลือกตามโอกาส และเทศกาลพิเศษ ในวันนี้ จะมีตัวอย่างการจัดทั้งหมด 4 แบบ คือ กระเช้าสำหรับมอบให้ผู้หญิง กระเช้าสำหรับมอบให้ผู้ใหญ่ กระเช้าสำหรับเยี่ยมคุณแม่มือใหม่ และกระเช้าคริสต์มาส

ขั้นตอนการทำ

1. เตรียมโต๊ะ หรือพื้นโล่งๆ เอาไว้จัดกระเช้า พร้อมวางอุปกรณ์ไว้ใกล้ๆ จะได้หยิบถนัดมือ หยิบกระดาษฝอย หรือโฟม หรือเศษหนังสือพิมพ์ที่ตัดเป็นฝอยเส้นยาวๆ ใส่ในตะกร้าจนฟูเต็มให้เลยขอบตะกร้า หรือกล่องสัก 3-5 นิ้ว เพราะเวลาวางของที่มีน้ำหนักมาก ของจะได้ไม่จมไปในตะกร้า

2. นำกระดาษสา หรือแร็ปใส คลุมทับอีกครั้ง เพื่อเก็บความเรียบร้อย และทำให้ฐานแน่นขึ้น

นำกระดาษสาคลุมทับอีกครั้ง

3. เลือกของที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไว้ด้านหลังก่อนแล้วค่อยๆ เรียงของที่มีขนาดเล็กลงมาตามลำดับไว้ด้านหน้า พยายามเลือกของในตะกร้าให้มีหลายๆ รูปทรง จะทำให้ตะกร้ามีมิติมากยิ่งขึ้น

เรียงของในกล่องหรือตะกร้า

4. ของบางชิ้นที่เราอยากให้เด่น หรือเล่นระดับในตะกร้า ให้นำกระดาษสา หรือกระดาษห่อของขวัญมาห่อกระดาษฝอยให้เป็นก้อนอีกทีแล้วนำไปรองของในตะกร้าอีกที

5. ของหลายชิ้นที่มีน้ำหนักเบาไม่สามารถทรงตัวอยู่ เช่น กล่องชา ให้ม้วนสกอตช์เทปเป็นวงกลม ติดข้างกล่อง นำไปประกบกับของอีกชิ้น จะทำให้กล่องไม่เคลื่อนด้วย

ม้วนสกอตช์เทปเป็นวงกลม ติดข้างกล่อง

6. หลังจากที่จัดเรียงของในตะกร้า หรือกล่องเสร็จแล้ว บางทีอาจมีรูโหว่ต่างๆ เราจะอุดรูด้วยกระดาษสาสีสันสวยงาม หรือกระดาษห่อของขวัญที่บางหน่อย ตัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาว 5×5 นิ้ว โดยวางกระดาษเหนือรู แล้วเอาหัวปากกาจิ้มไปตรงกลาง จะทำให้กระดาษนั้น มีจีบขึ้นมาอุดรูได้อย่างสวยงาม

อุดรูโหว่ด้วยกระดาษ

7. เลือกโบที่ชอบ แล้วติดกาวสองหน้าด้านหลัง เพื่อนำไปติดขอบกล่องหรือตะกร้าอีกที เลือกโบที่มีขนาดเหมาะสมกับกระเช้า ติดริมด้านขวาหรือซ้ายล่าง เป็นอันเสร็จ

ติดโบให้สวยงาม

 

ซูมชัดๆ! 10 หนุ่มฮอร์โมน แฟชั่นวัยว้าวุ่นเท่กระฉูด คุณชอบใคร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/552077

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ธ.ค. 2558 06:05

 

จบกันไปแล้วกับซีรีส์ยอดฮิตติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ดูได้ทุกเพศทุกวัยกับฮอร์โมนวัยว้าวุ่น Hormones 3 The Final Season หลังจากที่ ไทยรัฐออนไลน์ เคยทำแฟชั่นชุดนักเรียนของเหล่าสาวๆ ฮอร์โมนไปแล้ว ( แฟชั่นก็พลุ่งพล่าน! ส่อง 10 ชุดนักเรียนหญิง สาวฮอตฮอร์โมน) วันนี้ ขอนำแฟชั่นเท่ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อไม่ได้อยู่ในซีรีส์ฮอร์โมน หนุ่มๆ วัยว้าวุ่นจะแต่งตัวกันอย่างไร มาให้คุณได้ส่องกัน ทั้งยังพาไปทำความรู้จัก 10 นักแสดงชายว่าเมื่อเขาไม่ได้เรียนอยู่โรงเรียนนาดาวบางกอก ปัจจุบันเขาเรียนที่ไหน สถาบันอะไรกันบ้าง

อย่าช้า! ไปอ่านพร้อมๆ กันได้เลย…

กันต์ – ท็อป
คนแรก : นน รับบทโดย แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ (IG: @bank_thiti)

“แบงค์ ธิติ” หนุ่มสุดฮอตผู้รับบทนน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พูดถึงการแต่งตัวของแบงค์เขาจะใส่อะไรก็ดูดีไปซะหมดแม้จะเป็นแค่เสื้อยืดธรรมดาก็ตาม

แบงค์ ธิติ

คนที่ 2 : ซัน รับบทโดย เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธ์ภิญโญ (IG:@jamyjamess)

“เจมส์ ธีรดนย์” ผู้รับบทหนุ่มสุดฮอตแห่งนาวดาวบางกอก ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเข้าไปสอดส่องในอินสตาแกรมของหนุ่มเจมส์ บอกเลยว่าแฟชั่นของหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา ทั้งเสื้อ ผ้า หน้า ผม หนุ่มเจมส์จัดหนักจัดเต็มไปซะทุกงานตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่สิ่งที่หนุ่มเจมส์ดูจะโปรดปรานเป็นพิเศษคงจะเป็นบรรดารองเท้ารุ่นต่างๆ ที่มีให้เห็นมากมาย

เจมส์ ธีรดนย์

คนที่ 3 : บอส รับบทโดย พี สาริษฐ์ ตรัยเลิศวิเชียร (IG : @peatrs)

“พี สาริษฐ์” หนุ่มคนนี้ทำให้คนเกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมืองในบทของบอส แห่งนาดาวบางกอก ในซีรีส์ฮอร์โมนเป็นคนเรียนเก่ง แต่ตัวจริงของหนุ่มพีก็ไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน เพราะตอนกำลังเรียนอยู่ ม.4 พีสามารถสอบเทียบได้วุฒิ ม.6 จึงได้ออกจากโรงเรียน มาเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย และในปัจจุบันได้เรียนในคณะสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากจะเรียนเก่ง การแสดงดีแล้ว หนุ่มพียังมีเซ้นส์ในด้านแฟชั่นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มอีกคนที่แต่งตัวออกมาแล้วดูดีจนหลายๆ คนปลาบปลื้มในสไตล์ของเขา

พี สาริษฐ์

คนที่ 4 : พละ รับบทโดย สกาย วงศ์รวี นทีธร  (IG:@skywongravee)

หนุ่มหน้าใสขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ “สกาย วงศ์รวี” หรือ พละ ฮอร์โมน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แฟชั่นของหนุ่มสกายยังไม่โดดเด่นเท่าไร แต่ด้วยหน้าตาของเขาแล้วเชื่อเลยว่าไม่ว่าสกายจะแต่งตัวแบบไหน ใครๆ ก็พร้อมที่จะเป็นแม่ยกให้กับหนุ่มน้อยคนนี้อย่างแน่นอน

สกาย วงศ์รวี

คนที่ 5 : เฟิสต์ รับบทโดย ปีโป้ ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์  (IG:@nutchapanp)

หนุ่มที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นนอกจอในจอ “ปีโป้ ณัชพัณณ์”ปัจจุบันกำลังศึกษาโรงเรียนมัธยม เซนต์ฟรานซิส เมโธดิสท์ – สิงคโปร์ (St.Francis Methodist School) แฟชั่นของหนุ่มน้อยคนนี้ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการใส่กางเกงวอร์ม หรือกางเกงลายทหารก็เท่ไม่ใช่เล่น

ปีโป้ ณัชพัณณ์

คนที่ 6 : วิน รับบทโดย พีช พชร จิราธิวัฒน์  (IG: @peach_pachara)

มาถึงรุ่นพี่ฮอร์โมนกันบ้าง กับหนุ่ม “พีช พชร” ปัจจุบันพีชจบการศึกษาในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวตนของเขาที่ไม่ใช่วินก็ดูเหมือนจะเป็นตัวของตัวเองเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งนิสัยหรือการแต่งตัว พีชเป็นตัวพ่อด้านแฟชั่นอีกหนึ่งคนเลยทีเดียว ที่ไม่ว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์อะไรก็ดูจะเข้ากันได้อย่างลงตัว

พีช พชร

คนที่ 7 : ภู รับบทโดย มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล (IG: @marchutavuth)

หนุ่มหน้าใสพูดเก่งพระเอกสุดฮอต “มาร์ช จุฑาวุฒิ” ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ้าพูดสไตล์การแต่งตัวของมาร์ชก็ดูดีทีเดียว เรียกได้ว่าแค่มาร์ชเดินมาสาวก็ต้องเหลียวมอง

มาร์ช จุฑาวุฒิ

คนที่ 8 : ธีร์ รับบทโดย ตั้ว เสฏฐวุฒิ อนุสิทธิ์ (IG: @tousedthawut)

หนุ่มที่เกิดเพราะฮอร์โมนอีกหนึ่งคน “ตั้ว เสฏฐวุฒิ” ปัจจุบันกำลังศึกษาที่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แฟชั่นของหนุ่มตั้วดูเข้ากับเขาเป็นอย่างดีกับลุคฮิปๆ สบายๆ กับรองเท้าคู่เท่ของเขา

ตั้ว เสฏฐวุฒิ


คนที่ 9 : ต้า รับบทโดย กันต์ ชุณหวัตร (IG: @gunnjunhavat)

มาถึงหนุ่มสุดฮอตที่รับบทบาท พี่ต้าคนดีคนเดิมของสาวๆ “กันต์ ชุณหวัตร”ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เอกดนตรีตะวันตก (กีตาร์) หนุ่มกันต์เป็นผู้ชายร่างเล็ก ขาเล็กซะจนสาวๆ บางคนอิจฉา แต่สไตล์การแต่งตัวของกันต์ดูแมนๆ ผู้ชายๆ ใส่เสื้อผ้าโทนสีดำซะส่วนใหญ่ ซึ่งบอกเลยว่าเหมาะกับหนุ่มนักดนตรีแบบกันต์เป็นที่สุด

กันต์ ชุณหวัตร

ชอบใส่สีดำ
คนที่ 10 : ป็อบ รับบทโดย ท็อป ณภัทร โชคจินดาชัย (IG:@toptapp_nc)

มาถึงหนุ่มคนสุดท้าย หนุ่มแว่นพูดเก่ง “ท็อป ณภัทร” ปัจจุบันกำลังศึกษา สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แฟชั่นของหนุ่มท็อปมีสไตล์อีกเช่นกัน ที่โดดเด่นคือหนุ่มคนนี้ชอบใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ ท็อปเป็นอีกคนที่เรายกให้เป็นคนที่แต่งตัวแล้วดูดี

ท็อป ณภัทร

Doing laps with the Lahu

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/life/Doing-laps-with-the-Lahu-30278824.html

FASHION

Kim Jones, centre, with models wearing his latest collection for Louis Vitton. It is inspired in part by clothing of the indigenous people of northern Thailand. Nation/Tanachai Pramarnpanich

Kim Jones, centre, with models wearing his latest collection for Louis Vitton. It is inspired in part by clothing of the indigenous people of northern Thailand. Nation/Tanachai Pramarnpanich

The track-suit jacket is inspired by the clothing of the Lahu people in northern Thailand. Nation/Tanachai Pramarnpanich

The track-suit jacket is inspired by the clothing of the Lahu people in northern Thailand. Nation/Tanachai Pramarnpanich

The black pattern motif on a limited-edition jacket. Nation/Tanachai Pramarnpanich

The black pattern motif on a limited-edition jacket. Nation/Tanachai Pramarnpanich

Hilltribe clothing lends its influence to the latest line of men’s wear from Louis Vuitton

Kim Jones, Louis Vuitton’s artistic director in charge of men’s ready-to-wear, has been to Thailand six times, including a visit to Chiang Rai, and it shows in his spring-summer collection, which bears some inspiration from the Lahu hilltribe.

One sporty red-white-and-blue shirt in particular is named the Embroidered Lahu Blouson.

Jones was in Bangkok last week to open a pop-up store at Siam Paragon, which will pop back down again this Sunday, so you have to hurry.

“This collection takes in all of Southeast Asia, and Thailand is a key area,” he said. Jones was quite taken with the outfits worn by the Lahu of the northern hills and by how “modern” they seemed for an ethnic group so steeped in the traditions of the past.

A keen traveller – ably matching the spirit of Louis Vuitton, with its retail base in luggage – Jones has been with the firm since 2011 and, in the year before conceiving this collection, made his way through 15 countries.

The British-born designer was only three months old when he first ventured abroad – when his family visited Ecuador. There were childhood stays in Ethiopia, Kenya, Tanzania and Botswana, as well as the Caribbean, between residences in London.

By age 14, Jones had decided he wanted a “creative” career and considered graphic art and photography before discovering he could “build a world around” fashion. He earned a master’s degree in men’s wear at London’s Central Saint Martins College of Art and Design.

He’s been developing clothing lines geared to travel ever since. “But rather than looking at one destination, this season I decided to look at travelling all round the world,” Jones said.

“The world traveller these days picks things up wherever he goes and makes them his own. In this collection we’re using many ideas and techniques from Southeast Asia – from Myanmar, Thailand, Laos and Cambodia. At the same time we wanted to look at how these styles are actually shared globally.

“Traditional Lahu clothing looks a lot like contemporary sportswear. Fashion is a language that reflects different cultures and ‘tribes’ globally, from New York, Tokyo and Bangkok to Paris, and Louis Vuitton is really a part of that.

“The key idea,” Jones said, “is using silk for men and things like animal prints, just giving a little bit of a youthful feel, but in a sophisticated way.”

The results include a pyjama shirt in printed silk, a slim scarf bearing a red crane or a blue panther, and match-up sneakers. There’s a satin T-shirt with a baseball motif that looks great with micro-textured slacks, and indigo-dyed cotton jeans and blended-twill trousers.

Wildlife prints adorn a satin “souvenir jacket” – embroidered cranes, birds of paradise, monkeys – and the blouson has embroidered stripes resembling the stitched and woven geometric patterns of Lahu clothing.

The collection, Jones emphasised, celebrates global similarities in style rather than differences. Traditional and contemporary ideas are transposed and transformed, from the mountains of Thailand to America’s Ivy League.

Jones looked at the ways people around the world identify themselves, from the jackets a tourist chooses as souvenirs to timeless luxury items. Vuitton strives to extend the “clothing remix”, he said.

Traditional, intricately striped Thai embroidery echoes contemporary sportswear along with the personalised stripes of the LV Monogram. In silhouette, the national costumes of Southeast Asia reflect the large volume of the American baseball jersey. Track pants are rendered in embroidered silk.

Light, organza-bonded leatherwear features taped seams, echoing utilitarian waterproofed clothing of the past, and it’s even reversible. Indigo provides the global, unifying colour in everything from the hand-dyed and sun-dried Kobe leather used in American flight jackets to silk-mix denims and printed silk parkas printed with “brushstroke” camouflage patterns.

Even the pearl accessories have been lavishly treated with indigo – while the pearl was still forming in the shell.

The Vuitton Monogram bag becomes lighter than ever thanks to new ultra-supple canvas. Textured Epi leather is used in footwear this season, as well as in the usual, structured maroquinerie. And Taiga leather has been reintroduced both for footwear and bags, adding another layer of texture.

The souvenir jacket incorporates a black leopard print, and Jones designed another one in a limited edition – five pieces exclusively made for sale in Thailand for Bt130,000 each – and they were all quickly sold.

Style means “knowing who you are”, he said. “It’s everything when you’re building identity. A designer is telling a story, right? He’s providing people with very special information – how I want to be seen, where I want to be right now, who I am.”

Jones pointed out that Vuitton is one of the biggest brands of its kind in the world, “looking at things that any man from 20 to 60 can wear. We do a lot of different collections in 12 years.

“The challenge is keeping your eye on what’s going on in the digital world and finding out how you can improve on that. Trends happen, after all, because journalists pick out certain things in different collections. The themes are concurrent with the seasons, because people have the same feelings and moods.

“I plan one season at a time. Continuity is very important to our customers, but at the same time they expect something fresh each season. I’ve been working for Louis Vuitton for five years and the way men shop today is very different from what it was then, which is cool!”