หมูคั่วพริกเกลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562041

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2559 05:01

 

กุ้งคั่วพริกเกลือ ปลาหมึกคั่วพริกเกลือ รวมถึงเนื้อปลาทอดคั่วพริกเกลือ คงเป็นเมนูโปรดของหลายๆคนที่ชอบรับประทานกระเทียมเจียวกรอบๆ เช่นเดียวกับ คุณบัว-ธิติกาญจน์ ไชยวัฒนารัตน์ สาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟ เพราะมีแรงบันดาลใจจากรายการสอนทำอาหาร ทางทีวีที่ชอบดู

คุณบัวเล่าว่า เธอเริ่มตามหาความฝันทันทีที่จบปริญญาตรี โดยไปเรียนต่อ ด้านอาหารที่สถาบันสอนทำอาหารชื่อดัง “เลอ กอร์ดองเบลอ ซิดนีย์” ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเรียนจบก็กลับมาทำงานที่โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ จากนั้นก็ ตามรุ่นพี่ไปสมัครทำงานในครัวของเรือสำราญ Carnival Cruise Line USA ทำให้ได้พบสัจธรรมว่า “การเรียน และการทำงานจริงไม่สวยหรูอย่างที่คาดคิด ไว้…ค่อนข้างเหนื่อยและลำบากที เดียว…แต่ก็ยังไม่ท้อ เพราะความฝัน สูงสุดคืออยากมีร้านอาหารเล็กๆของตัวเองให้ได้” คุณบัวจึงพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อให้ได้มากที่สุด โดยกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ก่อนจะไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ กับพี่สาว แถวนนทบุรี ในคอนเซปต์ที่ให้คนทั่วไปได้รับประทานอาหารตามมาตรฐานของโรงแรม แต่ในราคาที่ย่อมเยา และเหมือนพรหมลิขิตให้ได้มาเจอกับหุ้น ส่วนใหม่ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของที่ร้าน จึงได้เข้าหุ้นกันเปิดร้าน YKB-หญิงกะบัว แถวๆถนนสนามบินน้ำ อยู่ในขณะนี้

ด้วยความที่คุณบัวชอบทาน “หมูคั่วพริกเกลือ” เธอก็คิดสูตรขึ้นใหม่ ให้เก็บไว้ทานได้นานและส่วนผสมยังกรอบดี โดยเก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นเดือนทีเดียว

เครื่องปรุง : แป้งทอดกรอบ ¼ ถ้วย/กระเทียมสับ 1 ถ้วย/ พริกชี้ฟ้าแดงสับหยาบ 1 ชต./ผงปรุงรส 1 ชต./เกลือ ¼ ชช./หมูสับ 2 ขีด/น้ำมันหอย 1 ชต./ซีอิ๊วขาว 1 ชช./พริกไทยขาวป่น 1 ชช.

วิธีทำ 1). คลุกแป้งทอดกรอบครึ่งส่วนกับเกลือ ผงปรุงรส กระเทียมสับ และพริกชี้ฟ้าสับ เข้าด้วยกัน เติมน้ำ 1 ชต.คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใส่แป้งที่เหลือเคล้าเบาๆ มือให้พอเข้ากัน 2). ตั้งน้ำมัน 2 ถ้วย พอร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมลงไป ทิ้งไว้โดยห้ามคน รอจนแป้งเกาะกับส่วนผสมดี จึงค่อยเริ่มคั่วเบาๆ มือ จากนั้นลดไฟลง และค่อยๆ คั่วจนกระเทียมเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นกรองใส่กระชอนพักไว้ 3). ตั้งกระทะใส่น้ำมันเพียง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่เนื้อหมูสับ ใช้ไฟแรง คั่วไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำที่ออกมาจากเนื้อหมูแห้ง 4). ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และพริกไทยขาวป่น คั่วต่อให้ส่วนผสมเข้ากัน และจนเป็นสีเหลืองเข้ม ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน 5). นำส่วนผสมแรกผสมรวมกับส่วนที่สอง คลุกเคล้าให้เข้ากันในกระทะ ใช้ไฟอ่อนมาก พอทุกอย่างเข้ากันดี ตักเสิร์ฟพร้อมผักเคียงตามชอบ.

ใครก็ทำได้! 5 เทคนิคลดน้ำหนักสุดอีซี่ กระชากหุ่นสวยเซี้ยะ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550983

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2559 06:00

 

ถ้าสาวๆ รู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้เวลาอยู่บนลู่วิ่ง ซิทอัพลดห่วงยางรอบเอว หรือทุ่มเทให้กับสารพัดวิธีการลดน้ำหนัก เพื่อเซฟหุ่นเป๊ะเว่อร์อยู่ตลอดเวลา ลองเปลี่ยนมาใช้เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ที่ทำให้สาวๆ ไม่ต้องเหนื่อยดีกว่าไหม รับรองว่าเห็นผลไม่แพ้กัน…

1. เลือกอาหารเผาผลาญไขมัน

เพื่อหุ่นที่สวยเป๊ะ แน่นอนว่าคุณต้องเปลี่ยนนิสัยการทานซะใหม่ โดยการงดทานแป้ง หรืออาหารที่ให้พลังงานอาหารน้อยลง แล้วหันมาทานอาหารที่เบิร์นไขมันรอบเอวของคุณมากขึ้น ซึ่งก็มีอาหารจำนวนไม่น้อยที่เป็นมิตรกับคุณ และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น ตลอดจนยังช่วยให้คุณอิ่มท้องได้นานกว่าเดิม อย่างเช่น ส้มเกรปฟรุต น้ำมันมะกอก เมล็ดทานตะวัน กระเทียม ถั่วอัลมอนด์ หรือจะเป็นผลไม้อย่าง บลูเบอร์รี่ และแอปเปิ้ล ก็ช่วยได้เช่นกัน

แอปเปิ้ลก็ช่วยเบิร์นไขมันได้…

2. หยุดทานสารพัดอาหารหน้าทีวี


เพราะอะไร? เพราะมันจะไม่ได้ทำให้คุณลุกเดินไปไหนยังไงล่ะ คุณก็เอาแต่นั่งทานอยู่กับที่ ทานไป ดูทีวีเพลินๆ ไป โดยไม่มีการเผาผลาญ อีกทั้งมันยังทำให้คุณทานเพิ่มจากปกติถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะการนั่งดูทีวี และทานอาหารไปอย่างช้าๆ มันทำให้คุณสามารถทานอาหารได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้สึกอิ่ม! (แต่เมื่อไหร่ที่คุณยืนขึ้นจะรู้สึกอิ่ม-แน่นท้องทันที) แล้วทีนี้คุณพอคิดภาพออกไหมล่ะว่า หุ่นคุณจะอ้วนเผละขนาดไหน ถ้าขืนคุณยังทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป แม้กระทั่งเวลาขับรถ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก็เช่นกัน

ทางที่ดี เราแนะนำว่าคุณควรย้ายทีวีให้ไกลจากโต๊ะอาหารมากที่สุด หรือหยุดพฤติกรรมนั่งทานอาหารหน้าทีวีโดยด่วน แล้วหุ่นสวยเพรียวที่คุณตามหาจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม!

3. ตั้งสติก่อนกินสลัด


หลายคนอาจมองว่า ‘สลัดผัก’ ที่มีแต่ผักนี่แหละ คลีนๆ ไม่ทำให้อ้วน แต่หารู้ไม่ว่าสลัดบางอย่างก็เพิ่มน้ำหนักได้เหมือนกัน โดยเฉพาะซีซาร์สลัดที่โรยหน้าด้วยชีส เบคอน ขนมปังกรอบ ราดด้วยครีมสลัดหวานๆ จานนี้แหละตัวอ้วนเลยทีเดียว ฉะนั้นก่อนทานสลัด คุณควรเลือกทานสักนิดหนึ่ง เช่น อาจโรยหน้าด้วยแครอต หรือข้าวโพด จะเซฟหุ่นสวยของคุณได้มากกว่า อย่าคิดว่าสลัดจานไหนๆ ก็ทานได้หมด เพราะเมื่อทานไปแล้ว ตัวเลขบนตาชั่งอาจไม่เป็นอย่างที่ใจคิด!

ใช่ว่า ‘สลัด’ จะทานได้ทุกจานนะ

4. ทานไฟเบอร์อย่างน้อย 8 กรัม
สาวคนไหนอยากมีหุ่นสวยเซี้ยะ ลองอาหารไฟเบอร์สูงสิ ช่วยได้! ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโอ๊ต, ข้าวกล้อง, ถั่วลันเตา, ผลเบอร์รี่ หรือบรอกโคลี ล้วนแต่เป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานไม่มากเกินไป จัดเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม อาหารเหล่านี้จะใช้เวลาในการเคี้ยวนานกว่า (อาหารทั่วๆ ไป) ซึ่งจะทำให้คุณได้ทานช้าลง ทว่าการทานช้าลงนี้ จะช่วยป้องกันการรับประทานที่มากเกินไปได้ อีกทั้งยังทำให้อิ่ม อยู่ท้องได้นานขึ้น เหมือนเป็นการควบคุมอาหารไปในตัวด้วย

5. กินผลไม้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง


นอกจากผักใบเขียวแล้ว ผลไม้ก็อย่าให้ขาด อย่างน้อยสุดสาวๆ ควรทานวันละ 2 ครั้ง เพราะในผลไม้เต็มไปด้วยน้ำ และปราศจากไขมัน ซึ่งจะช่วยควบคุมหุ่น และน้ำหนักของสาวๆ ได้ ตลอดจนอยากทานอาหารอย่างอื่นน้อยลง (เหลือพื้นที่สำหรับอาหารในกระเพาะอาหารน้อยลง) โดยเฉพาะผลไม้เบาๆ อย่าง เชอร์รี่ ‘Montmorency’ ที่มีสารประกอบในธรรมชาติอยู่ถึง 17 ชนิด ถ้าคุณทานรองท้องก่อนเข้านอน มันจะไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวจนต้องตื่นมาทานกลางดึก ที่เป็นสาเหตุหลักๆ ของความอ้วน หรือจะเป็น แอปเปิ้ล สุดยอดตัวช่วยลดน้ำหนัก ที่มีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน และไขมัน ก็ทำให้หุ่นคุณเพรียวสวยได้ไม่แพ้กัน…

อย่างน้อยสุดทานผลไม้วันละ 2 ครั้ง!

**รู้ไว้ใช่ว่า**
– คนที่กินอาหารไม่ตรงเวลา หรือกินอาหารน้อยวันละ 1-2 มื้อ มักจะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารตรงเวลา และกินวันละ 3-5 มื้อ
– ควรทานอาหารเย็นให้ตรงเวลา อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ร่างกายทำงานหนักในเวลานอนแล้ว ยังช่วยป้องกันและบรรเทาอาการกรดไหลย้อน ซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพการนอนเป็นอย่างมากด้วย

ก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง ซุปดังหมูกรอบเด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560280

โดย คุณชาย 1 10 ม.ค. 2559 05:01

 

ภาพก๋วยจั๊บรสเด็ด.

ดอกไม้โปรดของคนเรานี่ก็แปลก…บอกอะไรได้ตั้งหลายเรื่อง!!!

ใครชอบ ดอกมะลิ ว่ากันว่า มักเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน รักสงบ เกลียดการโต้แย้ง เป็นคนอ่อนไหว แถมยังแคร์ความรู้สึกชาวบ้าน!!!

คนชอบ กุหลาบ…เอ้อ…ที่จริงใครๆก็ชอบกุหลาบด้วยกันทั้งนั้น…เพียงแต่ผู้ที่หลงใหลในกุหลาบมากกว่าดอกไม้อื่น ท่านว่า มักเป็นผู้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ตัวเอง ชอบทำให้ตัวเองดูเด่น ไม่ชอบอยู่นิ่ง รักการเรียนรู้ แถมยังจัดเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์อยู่ในขั้นดีงาม… พระราม 8!!!

ผู้ชื่นชอบ ทิวลิป…อ่านแล้วอย่าเพิ่งร่อนจานมาทางหัว “ชาย 1” เขาว่า เป็นพวกช่างคิด ช่างฝัน ช่างจินตนาการ หรือพวกโรแมนติกนั่นล่ะ…รู้ยัง…แต่ก็ได้ชื่อว่า เชื่อคนง่าย แถมยังมีความขัดแย้งอยู่ในตัว

แฟนพันธุ์แท้ ดอกทานตะวัน เป็นพวกมุ่งมั่น ชอบเข้าสังคม กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทาย แถมยังเป็นพวก “เสี่ยใหญ่ ใจแม่น้ำ…ซ้อสาม ใจนักเลง”

เหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่นักจิตวิทยาฝรั่งเขาว่าไว้ ส่วนจะแม่นหรือมั่ว คงต้องถามใจตัวเอง

ป้ายร้านราชวงศ์หมิง.

…แต่ถ้าใครชอบ ก๋วยจั๊บ วันนี้ “ชาย 1” มีร้านอร่อยอีกร้านจะแนะนำ ชื่อ ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง พิกัดอยู่แถวพหลโยธิน ซอย 7 (ซอยอารีย์) เป็นร้านเก่าแก่เปิดขายมานาน 37 ปีแล้ว

ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ราชวงศ์หมิง” “ชาย 1” เองก็อยากรู้เหมือนกัน แต่เสียใจด้วย ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะอาเจ็ก เองตี๋ แซ่คู ผู้ซึ่งบุกเบิกทั้งร้าน และกวยจั๊บสูตรนี้ ป่านนี้…ท่านอาจเดินเล่นอยู่บนสวรรค์ชั้นไหนสักแห่ง!!!

“เมื่อก่อนเราขายข้าวมันไก่ด้วย แต่ทั้งยุ่ง และเหนื่อยมาก ทำไม่ไหวเลยเลิกขายมา 21 ปีแล้ว เหลือแค่ก๋วยจั๊บอย่างเดียว” ฉันทนา ครูส่งเสริม หรือ “หมวย” หนึ่งในลูกสาวของคุณเองตี๋เปิดประเด็น

เธอว่า ตอนที่เลิกขายข้าวมันไก่ เมื่อ 21 ปีก่อน ขณะนั้นเตี่ยของเธอมีอายุถึง 66 ปีแล้ว แถมย่านซอยอารีย์ ก๋วยจั๊บยังเป็นของที่หากินได้ยากกว่าอาหารประเภทอื่น

(ซ้าย)ฉันทนาและ(ขวา)สมศรี ครูส่งเสริม.

“สมัยที่คุณพ่อยังขายอยู่ ลูกค้ามักจะติดใจในน้ำซุปที่หอมกลิ่นอบเชย กับโป๊ยกั๊ก” หมวยว่า

“แต่ระยะหลังลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่กลับไม่ชอบกลิ่นนี้ บ่นว่าฉุนกลิ่นเครื่องเทศเกินไป พอหลังจากคุณพ่อเสีย พวกเราเลยปรึกษากันว่า คงต้องปรับสูตรใหม่เล็กน้อย โดยหันมาเน้นความหอมของน้ำซุปจากซีอิ๊วแทนเครื่องเทศ แต่ยังคงความหวาน กลมกล่อม และไม่เลี่ยนเอาไว้ตามเดิม”

กระเพาะหมูต้ม.

จริงๆแล้ว ก๋วยจั๊บ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่ง เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวจีนแต้จิ๋ว บางคนบอกว่า มันคือ เส้นข้าวในน้ำซุป ที่ผสมกับเครื่องต่างๆ นับรวมกันได้ 10 อย่างนั่นเอง เช่น ไส้ หัวใจ ตับ ปอด กระเพาะ เต้าหู้ ไข่ต้ม หมูต้ม หมูกรอบ และเลือดหมู

โดยทั่วไปการทำก๋วยจั๊บตามแบบฉบับดั้งเดิมที่นิยมกัน ไม่ว่าจะทำกินเองตามบ้าน หรือทำไว้รับรองแขกเหรื่อ แม่บ้านสมัยก่อนนิยมใช้ความหอม และความมันที่ได้จากน้ำต้มไส้หมู ซึ่งต้มจนเปื่อยดีแล้ว ผสมลงในน้ำซุปกระดูกหมู เพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติที่ทั้งหอมและมันยิ่งขึ้น

ตับหมูลวก.

แต่สมัยนี้ เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ร้านก๋วยจั๊บหลายแห่ง นิยมหันมาใช้ซุปก้อน หรือผงปรุงรสสำเร็จรูป เทลงไปในหม้อต้มน้ำซุปกระดูกหมูแทน

แต่ที่ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง…ยังคงอนุรักษ์ศิลปะการปรุงน้ำซุปตามแบบฉบับดั้งเดิม เพียงแต่มิได้นำน้ำต้มไส้หมูผสมลงไปในน้ำซุปกระดูกหมู…แต่ใช้ น้ำซุป ซึ่งปรุงขึ้นจากกระดูกหมูล้วนๆผสมกับกระเทียมรากผักชี และพริกไทยดำ เป็นตัวชูรสหลัก

ผลก็คือ เมื่อลองตักน้ำซุปใส่ปาก…แล้วหลับตาชิมอย่างพริ้มพราย รสสัมผัสที่ได้ คือ น้ำซุปที่หวาน กลมกล่อม และหอมอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ออกเค็ม หรือหวานโดด แปร่งลิ้น เหมือนน้ำซุปที่ได้จากซุปก้อน

หมวยเผยถึงศิลปะการปรุงน้ำซุปอย่างไม่หวงวิชาว่า เริ่มจากเธอใส่น้ำลงไปเกือบเต็มหม้อต้มเบอร์ 40 ก่อนจะหย่อนเล้ง (กระดูกส่วนสันหลังหมู) ประมาณ 4 กก. ลงไป เพื่อทำเป็น หัวเชื้อน้ำซุป

เครื่องที่ใส่ในก๋วยจั๊บ.

จะให้ดีงามพระราม 8 แบบไม่มีที่ติ…เธอว่า ก่อนลงมือต้มควรนำเล้ง ไปขูดหรือเลาะเอาส่วนที่คล้ายกับเส้นเอ็นซึ่งอยู่ตรงกลางออกให้เกลี้ยง ที่ต้องทำเช่นนั้น ก็เพื่อให้ได้น้ำซุปที่สะอาด ปราศจากตะกอน และกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง โดยใช้เวลาต้มน้ำซุปนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จากนั้นจึงเทผงพะโล้ตามลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ใส่อบเชย และโป๊ยกั๊กพอประมาณ เหยาะซีอิ๊วขาวลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยซีอิ๊วดำ เพื่อเพิ่มความหวาน และกลิ่นหอม โดยกะเอามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสีของน้ำซุปที่ต้องการ จากนั้นใส่รากผักชี 1 กำมือ กระเทียมสับ 2 กำมือ และพริกไทยดำอีก 3 ช้อนโต๊ะ

นอกจากน้ำซุปก๋วยจั๊บที่น่าประทับใจ หมูกรอบ ของร้านนี้ ยังเป็นอะไรที่ “ชาย 1” ชิมแล้วรู้สึกหลงใหลในความ “กรอบฟู” ของส่วนที่เป็นหนังหมู…ครั้นเมื่อเคี้ยวต่อไปถึงชั้นเนื้อหมู ซึ่งอยู่ถัดลงมาจากหนัง โดยมีชั้นมันบางๆขวางกั้นไว้…สิ่งที่รู้สึกได้ คือ รสสัมผัสที่นุ่มลิ้น ระคนกลิ่นหอมจางๆ

อีกครั้งที่น้องหมวยคนนี้เธอยินดีบอกเคล็ดลับความอร่อยเป็นวิทยาทานแก่แฟนคอลัมน์นี้ ว่า

หมูกรอบรสเด็ดของร้านนี้.

“หมูกรอบที่ดี ต้องทำมาจาก หมู 3 ชั้น ที่มีชั้นหนังไม่หนา หรือไม่บางเกินไปและควรนำ ไปต้มก่อนหนึ่งรอบ เพื่อให้ส่วนที่เป็นเนื้อหมูนุ่ม ถ้าใช้แบบที่มีชั้นหนังหนามาทำ จะได้หนังหมูที่หนาเกินไป ไม่อร่อย กลับกันถ้าใช้แบบที่มีชั้นหนังบางเกินไปมาทำ ส่วนที่เป็นหนังจะแข็งโป๊ก หรือกระด้างจนกัดแทบไม่เข้า เพราะชั้นที่เป็นหนังจะอยู่ชิดกับชั้นที่เป็นเนื้อเกินไป ทำให้ทอดออกมาแล้วไม่กรอบฟู”

ศิลปะการปรุงของหมวย ก็คือ จะนำหมู 3 ชั้น ลงไปต้มในหม้อซึ่งแยกต่างหากจากหม้อน้ำซุป ใช้ไฟอ่อนต้มนานสัก 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงตักขึ้นมาใช้ส้อมแทงให้ทั่วหนังหมู แล้วทาด้วยเกลือบางๆจึงค่อยนำไปอบให้แห้งในเตาอบ จนเห็นว่าแห้งดีแล้วค่อยนำออกไปลงทอดในน้ำมันท่วมกระทะ

เธอให้เคล็ดลับสุดท้ายว่า ก่อนทอดให้ทามะนาวที่หนังหมู จะช่วยให้หนังหมูกรอบฟูอร่อยยิ่งขึ้น และระหว่างทอดควรใช้ไฟกลาง ทอดไปจนกว่า จะเห็นว่าหมูสามชั้นเริ่มหดตัวและแห้งสนิท จึงจะใช้ได้

ร้านก๋วยจั๊บราชวงศ์หมิง…หาไม่ยาก ลงจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส “อารีย์” เดินเข้าซอยอารีย์ หรือพหลโยธิน ซอย 7 ร้านอยู่ห่างจากปากซอยไม่ถึง 100 เมตร ถามคนแถวนั้น หรือวินมอเตอร์ไซค์ รู้จักหมด แต่ถ้าใครยังไปไม่ถูก ลองกริ๊งกร๊างไปหาหมวยได้ที่ 08-9491-4882.

คุณชาย 1

ปรอทในปลาดุกย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559315

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ม.ค. 2559 05:01

 

ปรอท โลหะหนักชนิดหนึ่งที่อาจพบปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน โคลน แหล่งน้ำทั้งหนอง คลอง บึง แม่น้ำ และในท้องทะเล แหล่งอาหารสำคัญของเรา

การปนเปื้อนของปรอทในอาหาร มักเกิดจากแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนของน้ำทิ้งและของเสียจากโรงงานที่เป็นแหล่งของปลา หอย หมึก สัตว์น้ำและสัตว์ทะเลต่างๆ อีกทั้งการพัฒนาของอุตสาหกรรม ยังทำให้สารเคมีรวมทั้งปรอทปนเปื้อนเข้าสู่สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

หากแหล่งน้ำมีปรอทปนเปื้อน สัตว์น้ำที่อยู่ในบริเวณแหล่งน้ำนั้นก็ปนเปื้อนปรอทไปด้วย เช่น ปลาดุก ที่คนไทยนิยมนำมาปรุงและประกอบอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นยำปลาดุกฟู ผัดเผ็ดปลาดุก ลาบปลาดุก ปลาดุกย่างที่ทานคู่กับน้ำปลาหวานสะเดา หรือข้าวเหนียว ส้มตำ

เมื่อปรอทปนเปื้อนในอาหารแล้ว มันจะมีความคงตัวสูง ไม่ว่าจะนำอาหารไปปรุง หรือผ่านความร้อนด้วยวิธีใดก็ตาม ก็ไม่สามารถทำให้ปรอทหายไปจากอาหารได้

ฉะนั้น หากเราทานอาหาร เช่น ปลาดุกที่มีปรอทปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายบ่อยๆ มันจะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย เมื่อสะสมถึงระดับหนึ่งปรอทจะค่อยๆจับตัวกับเนื้อเยื่อในระบบประสาท ทำให้เป็นอันตรายต่อสมองและอวัยวะต่างๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท ทำให้สมองฝ่อ แขนขาอ่อนแรงคล้ายคนพิการได้

สถาบันอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างปลาดุกย่างจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ปรอทปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า ปลาดุกย่างทุกตัวอย่างไม่พบปรอทปนเปื้อน

วันนี้ผู้ที่ชื่นชอบปลาดุกย่างสบายใจกันได้ แต่ขอแนะว่า ควรเลือกทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ทานอาหารชนิดเดิมซ้ำๆ

ที่สำคัญไม่ควรทานอาหารปิ้งย่าง ที่ปิ้งหรือย่างจนไหม้เกรียม เพื่อความปลอดภัยและไกลโรค.

บาร์เล็กๆ ทว่าให้ความสุขกองโต แทรค 17

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/419720

บาร์เล็กๆ ทว่าให้ความสุขกองโต แทรค 17

โดย…ลีโอ เคน ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

แทรค 17 (Track 17) สถานที่ที่จะพาคุณได้ออกเดินทางไปกับตู้เสียงของขบวนรถไฟ ที่เติมเต็มความสุขทุกโมงยาม

เพียงก้าวผ่านประตูเล็ก เสมือนทางเชื่อมต่อของโบกี้รถไฟ เราจะได้สัมผัสกับการตกแต่งสไตล์วินเทจที่จะทำให้หลายคนนึกถึงรถไฟขบวนไฮโซอย่าง Oriental Express ซึ่งของตกแต่งส่วนใหญ่ได้มาจากการ
เดินทางของตัวเจ้าของเอง

ผ้าม่าน เก้าอี้ไม้ โซฟา แนวเรโทรต่างสอดผสานกันอย่างกลมกล่อม สะท้อนความเป็นส่วนตัว และในมุมที่เหมาะมากับก๊วนหลายๆ คน

 

มีเคาน์เตอร์บาร์ทรงเท่ ที่มีบาร์เทนเดอร์รูปหล่อโชว์ลีลาอย่างช่ำชอง เครื่องดื่มที่ผมกำลังพูดถึงก็คือ ค็อกเทลนานา เสิร์ฟทั้งในรูปแบบคลาสสิก และในแบบซิกเนเจอร์ของร้าน ที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มตั้งใจโชว์ฝีมืออย่างสุดกำลัง และที่น่าตื่นเต้นไปก่วานั้นก็คือ ในทุกๆ 3 เดือน จะนำเสนอเดสติเนชั่นใหม่ๆ ด้วยค็อกเทลและสแน็กที่ทางร้านจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อล้อเลียนกับการจอดจุดต่างๆ ของรถไฟ ซึ่งแปลว่าเราจะได้เห็นค็อกเทลที่มีแรงบันดาลใจจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ลิ้มลองกันอยู่เสมอ

เฉกเช่นค่ำนี้โบกี้เติมสุขนี้มาจอด ณ บาร์เซโลนา แห่งสเปน จึงนำเสนอเครื่องดื่มสีสวยที่มีกลิ่นอายของสเปน แก้วแรกสีสันยวนตา Rosita ที่มีส่วนผสมของ เตกีลา สวีทเวอร์มูธ แครนเบอร์รี่ สีแดงเด่นชวนเคลิ้ม

ต่อด้วย Georgia Mint Julep ส่วนผสมหลักอย่างคอนญัก พีช ลิเคอร์ หรือจะเป็น French Martini ได้ส่วนผสมที่ลงตัวอย่าง วอดก้า แชมบอส และน้ำเสาวรส

โบกี้นี้ยังเติมความสุขด้วยเสียงเพลงในสไตล์อิเล็กทรอ เฮาส์ เสมือนกับขับกล่อมผู้โดยสารตลอดระยะการเดินทาง และพิเศษในทุกค่ำคืนวันศุกร์-เสาร์ จะมีดีเจมาเปิดแผ่นในแนวแจ๊ซ ดีพเฮาส์ ช่วยจุดความสุขให้ลุกโชน

 

แม้ว่าค่ำคืนนี้เพื่อนผมจะไม่มาแจม แต่การได้นั่งอยู่ในโบกี้อันเปี่ยมสุขนี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมรู้สึกเพลิดเพลิน หลงลืมความเหงา และได้ทบทวนสิ่งดีๆ ตลอดการเดินทางเลยล่ะครับ

แทรค 17 อยู่ที่ชั้น 2 เดอะ คอมมอนส์ ทองหล่อ 17 เคลื่อนขบวนทุกค่ำคืนตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. โทร. 02-101-4525 และ 08-1250-8580

 

ดื่มกินเคล้าบรรยากาศดีๆ ที่ บลู สกาย โฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:50 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/418449

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร/ศศิธร จำปาเทศ ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ตกเย็น ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ ไปแฮงเอาต์กันที่ไหนดี?

เรามี บลู สกาย บาร์ แอนด์ ไดนิ่ง ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว มานำเสนอ ว่ากันว่า นอกจากสถานที่แห่งนี้จะได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 บาร์วิวระฟ้าที่น่าตื่นตาที่สุดในโลก จากการสำรวจของเว็บไซต์ อาคิเทคเจอร์ อาร์ต ดีไซน์ ที่นี่ยังได้ปรับปรุงขยายพื้นที่ของร้านใหม่ โดยเพิ่มโซนไดนิ่งรูปโฉมใหม่ให้มีความทันสมัยและดูน่านั่ง น่าแฮงเอาต์กับคนรู้ใจเป็นที่สุด

เมื่อเข้ามาภายในร้านจะพบเจอมุมรับประทานอาหารหลากหลายมุม โดยเฉพาะมุมส่วนตัวที่ใช้ม่านห่วงโซ่สีทองกั้นเอาไว้ (ถึงจะมีโซ่กั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด) นอกจากนี้ เมื่อมองไปยังส่วนกลางของร้านก็สะดุดตาไปกับความอร่ามเรืองรองของแสงสีทองตัดกับสีขาว รวมทั้งผ้าที่พลิ้วไหวเป็นระลอกน่ามองเหลือเกิน อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านก็ออกแบบมาให้เรารู้สึกได้ถึงความหรูหรามีระดับ ซึ่งนี่ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกเหนือจากบาร์วิวระฟ้าด้านนอกร้าน

 

ในส่วนของเครื่องดื่ม นอกจากที่นี่จะมีแชมเปญก็ยังมีไวน์ที่ได้รับรางวัลจาก ไวน์ สเปกเตเตอร์ นิตยสารระดับโลกของวงการไวน์ที่มอบรางวัลให้กับทางร้าน เพื่อการันตีว่าที่นี่มีรายการไวน์จากแหล่งผลิตไวน์คุณภาพดีให้ลูกค้าได้เลือกสรรมากมาย นอกจากนี้ ก็ยังมี ค็อกเทล รสชาติยอดเยี่ยมจากฝีมือของนักชงเครื่องดื่มฝีมือดี ที่มีลีลาการชงเร้าใจอย่าบอกใคร แถมรสชาติยังดีเยี่ยมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บลู สกาย ค็อกเทล ที่มีส่วนผสมจากวอดก้า, บลู คูราโซ่, น้ำลิ้นจี่, น้ำมะนาว และน้ำเชื่อม ทำให้เราได้รับรสชาติทั้งหวานและเปรี้ยวคลุกเคล้ากันไปอย่างลงตัว อีกทั้งยังมี ไหมไทย ที่มีส่วนผสมของเหล้ารัม, เหล้าดาร์ก รัม, ออเรนจ์ คูราโซ่, น้ำสับปะรด, น้ำมะนาว, น้ำทับทิม และน้ำเชื่อม ซึ่งดื่มแล้วลื่นคอ แถมยังเพลิดเพลินใจอีกด้วย

 

มาที่เมนูอาหารกันบ้าง ที่นี่มีเมนูอาหารฝรั่งเศสในสไตล์ เฟรนช์ บิสโทร มาให้เราได้ลองลิ้มชิมรส จากฝีมือของเชฟอีริค เบริโกต์ และทีมงาน โดยเราได้ลองลิ้มเนื้อสันในย่าง เสิร์ฟพร้อมซอสพริกไทยอ่อน และมันฝรั่งทอด โดยเนื้อสันในนี้ได้นำเข้าจากออสเตรเลีย และหมัดเด็ดของเมนูนี้ก็อยู่ที่ซอสเห็ดที่ทำขึ้นมาเองด้วยสูตรลับเฉพาะ เมนูต่อมา ปลาฮามาจิ กับหอยนางรมฝรั่งเศส ทาร์ทาร์ และคาเวียร์ ขอบอกว่า เมนูนี้เชฟได้นำวัตถุดิบคุณภาพดีมาปรุงแต่งด้วยฝีมือชั้นเยี่ยม ทำให้หน้าตาและรสชาติอาหารกลมกล่อมเป็นพิเศษ

 

เมนูต่อมา ปลาแซลมอน ห่อด้วยหมูแฮมบายองเน เสิร์ฟพร้อมธัญพืช ควินัว กับข้าวรีซอตโต ว่ากันว่า แซลมอนของที่นี่สดใหม่ใช้งานวันต่อวัน ไม่แช่แข็ง เมื่อนำมาปรุงรสจึงได้รสชาติดีทั้งเค็มทั้งมันฉ่ำลิ้น เมนูต่อมา น่องเป็ดตุ๋นแบบฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมซอสพริกไทยอ่อน และมันฝรั่งผัด ถือเป็นเมนูฝรั่งเศสดั้งเดิมที่เชฟอีริคภูมิใจนำเสนอ เนื้อเป็ดก็นุ่มลิ้นละลายในปาก ซอสพริกไทยอ่อนก็รสชาติเยี่ยมอย่าบอกใคร ตบท้ายด้วยเมนู สเต๊กซี่โครงแกะ เสิร์ฟพร้อมมะเขืออบยัดไส้ และซอสมะกอก ที่ต้องขอบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า เนื้อแกะดี มีคุณภาพ นุ่มลิ้น และกลิ่นไม่แรงอีกด้วย

ที่นี่เปิดบริการมื้อค่ำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. (รับออร์เดอร์อาหารถึงเวลา 23.00 น.) สำรองที่นั่งได้ที่ 02-541-1234 ต่อ 4151

 

ชิลชิลแกล้มวิวแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ กริลล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/417242

ชิลชิลแกล้มวิวแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ กริลล์

โดย…คีตะ mag_e@posttoday.com ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หลังจากแดดร่มลมตก มุมนี้ของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน นั้นช่างเชื้อชวนให้ผู้คนเข้าไปหาเพื่อพักผ่อนและดื่มกิน

ริเวอร์ไซด์ กริลล์ เป็นบาร์ แอนด์ กริลล์ซึ่งตกแต่งด้วยสไตล์ร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสบายๆ และอบอุ่นด้วยโทนสี รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้และหวาย มีที่นั่งสบายๆ หลากหลายมุมให้เลือก ทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ซึ่งเป็นระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

บรรยากาศของร้านนี้เหมาะสำหรับจูงมือคนรักมานั่งจ้องตาเอื้อนเอ่ยคำหวาน หรือนำขบวนเพื่อนหนุ่มสาวมาเมาท์มอย หรือพาสมาชิกในครอบครัวมาใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะมากับใครก็ตาม ด้วยบรรยากาศอันงดงาม รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ จะทำให้แต่ละนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่รู้ตัว

 

ที่นี่นักชิมจะได้อิ่มท้องด้วยอาหารประเภทปิ้งย่างหรือกริลล์ซึ่งคัดสรรเมนูเด็ดหลายเมนูเป็นที่คุ้นเคยกันดี แต่แตกต่างด้วยคุณภาพของวัตถุดิบซึ่งนำมาปรุง เช่นเมนูยอดฮิตอย่าง ไก่ย่าง เป็นอาหารไทยๆ ที่หารับประทานได้ทั่วไป แต่ที่นี่จะทำให้ไก่ย่างต่างไปด้วยนำไก่คัดขนาดกำลังเหมาะมาหมักนานาสมุนไพร ก่อนนำไปย่างไฟให้สุกหอม ตกแต่งจานสวยงามเก๋ไก๋ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียว เนื้อไก่นุ่มนวลฉ่ำรับประทานกับน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ กลายเป็นสตรีทฟู้ดที่ยกระดับมาขึ้นร้านหรู ลูกค้าต่างชาติดูจะนิยมเมนูนี้เป็นพิเศษ

 

นอกจากนั้นยังมีเมี่ยงปลากะพงเผา ซึ่งมาคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด 3 ชนิด รวมทั้งผักสดหลากชนิด ปลานั้นแกะก้างออกแล้ว จึงรับประทานได้อย่างไม่ต้องกังวล เนื้อปลาไม่คาวเพราะใช้สมุนไพรยัดตัวปลาเพื่อดับกลิ่นตอนเผา ในเนื้อมีรสเกลือและพริกไทยผสมผสาน หากไม่เข้มข้นพอก็มีน้ำจิ้ม 3 อย่างให้เลือก แนมด้วยเส้นหมี่และผักสดขณะที่คนรักกุ้งพลาดไม่ได้กับ กุ้งเผาขนาดใหญ่เนื้อแน่นๆ รับประทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ส่วนมีทเลิฟเวอร์ทั้งหลายคงถูกใจ สเต๊กเนื้อวากิว ทำจากเนื้อออสเตรเลียส่วนริบอายรับประทานกับซอสเบอร์เนสหรือจะเลือกซอสเลมอนบัตเตอร์ ซอสเรดไวน์ และซอสเปปเป้คอร์นก็ได้ มาพร้อมเครื่องเคียง 2 อย่าง จะเป็นสลัดหรือของทอดก็เลือกได้อีก ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง บลูเบอร์รี่ ชีสเค้ก อันหวานละมุนเข้มข้น

 

ตลอดเดือน ก.พ.นี้ ริเวอร์ไซด์ กริลล์ มีเมนูเครื่องดื่มพิเศษ Sweet Heart และ Love Forever ที่มาพร้อมหมีน้อยสีแดงซึ่งลูกค้าสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ เครื่องดื่มซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้านมาในไซส์จัมโบ้ไม่ว่าจะ Ocean Lover หรือ Paradise on Earth นอกจากสีสวยแล้วปริมาณนี้ทำเอาอิ่มได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นยังมี Destination Imagination ซึ่งผสมจากไอริชวิสกี้ มะม่วง ไลม์ และใบมินต์ หรือจะลอง Security Check ที่โดดเด่นด้วยว้อดก้าหมักใบเตยนำมาผสมกับส้มโอ ส้ม และไลม์ ส่วน Aphrodisia นั้นผสมจากวอดก้า แพสชั่นฟรุต ทับทิม น้ำอ้อย และไลม์

 

ทุกค่ำคืนวันศุกร์และเสาร์ระหว่างเวลา 18.30-20.30 น. มีดนตรีแจ๊ซโดย อัจฉ์ กัลยาณคุปต์ หรือ เคนนี จี เมืองไทย ผู้เข้าประกวดรายการ Thailand’s Got Talent มาขับกล่อม ต่อด้วยเพลงจากฝีมือการเปิดแผ่นของดีเจซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศดียิ่งขึ้นไปอีก

ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ท่าน้ำสี่พระยา ถนนเจริญกรุง บาร์เปิดบริการตั้งแต่ 16.00-01.00 น. และให้บริการอาหารระหว่าง 17.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร. 02-665-3125 ต่อ 3125

 

นอกจากจะมีบรรยากาศริมน้ำอันแสนงามแล้ว ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ยังมีคุณสมบัติมากมายเป็นแต้มต่อ ทำให้การตัดสินใจมาใช้เวลาดีๆ ที่นี่เป็นเรื่องง่ายดาย

 

นั่งกินดื่มชิลๆ พร้อมทั้งเชียร์กีฬาไปด้วยที่ ‘ฮูเตอร์ส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/415855

นั่งกินดื่มชิลๆ พร้อมทั้งเชียร์กีฬาไปด้วยที่ ‘ฮูเตอร์ส’

โดย…อีตติง อาร์ต

สุดสัปดาห์นี้ใครมีโอกาสได้ไปพักผ่อนยังเมืองชายทะเลเดินทางง่ายอย่างพัทยา ช่วงเย็นย่ำเราอยากชวนคุณมานั่งกินดื่มชิลๆ พร้อมทั้งเชียร์กีฬาไปด้วยที่ “ฮูเตอร์ส” ร้านอาหารแนวสปอร์ต บาร์ สไตล์อเมริกันสาขาพัทยา ซึ่งเป็นสาขาที่ 4 ในเมืองไทย ต่อจากภูเก็ต โรงแรมโฟร์พอยต์ และซอยนานา กรุงเทพ

คอนเซ็ปต์ของร้านคือความสนุกสนานและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับนัดปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ สไตล์สปอร์ต บาร์ ซึ่งจะมีจอทีวีคมชัดระดับเอชดีติดตั้งไว้ทั่วทุกมุมของร้าน พร้อมทั้งถ่ายทอดเกมการแข่งขันกีฬาต่างๆ จากทั่วโลกให้บรรดาคอกีฬาได้ชมและเชียร์กันอย่างสะใจ

 

ภายในร้านตกแต่งด้วยโครงเหล็กที่มีโครงสร้างเพดานสูง เน้นโทนสีขาว ดำ และน้ำตาล ผนังบางส่วนตกแต่งด้วยอิฐ โต๊ะ เก้าอี้ ทำจากไม้และเหล็ก ตัวร้านมี 2 ชั้น บนพื้นที่กว้างขวาง 3,300 ตร.ม. จุคนได้ถึง 500 กว่าที่นั่ง ซึ่งสัญลักษณ์สำคัญของฮูเตอร์สทุกสาขาก็คือ จะมีโซนสำหรับกีฬาขี่วัวกระทิงจำลองให้ลูกค้าได้ท้าทายความกล้า พร้อมทั้งมีสาวเสิร์ฟสุดเซ็กซี่ที่เรียกว่า “สาวฮูเตอร์ส” อยู่ด้วยเสมอ

เมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารสไตล์อเมริกัน-เม็กซิกันที่กินง่าย สามารถกินคู่กับเครื่องดื่มต่างๆ ได้หลากหลายชนิด เมนูซิกเนเจอร์ก็อย่างปีกไก่ทอดหรือชิกเก้นวิงสูตรเด็ด ที่มาพร้อมเครื่องเทศและซอสที่มีให้เลือกกว่า 10 ชนิด นอกจากนี้ยังมีเมนูประเภท ซุป สลัด นาโช่ เบอร์เกอร์ สเต๊ก ซีฟู้ด และอาหารไทย (บางเมนู) ที่ปรับรสชาติให้มีความเป็นสากล คนทุกชาติสามารถกินได้ไว้บริการด้วย

 

นอกจากนี้ ยังมีเบอร์เกอร์น่าสนใจให้เลือกถึง 8 เมนูด้วยกัน อย่าง “แองกัส บีฟ เบอร์เกอร์” ซึ่งใช้เนื้อวัวชั้นดีนำเข้าจากออสเตรเลีย เวลากัดจะได้รสชาติของเนื้อนุ่มๆ ชุ่มฉ่ำด้วยชีสและซอสสุดอร่อย กินคู่กับมันฝรั่งทอดรสเผ็ดก็ยิ่งเข้ากัน อีกเมนูคือ “บัฟฟาโล ชิกเก้น แซนด์วิช” เมนูนี้เป็นเนื้ออกไก่นุ่มๆ ซุ่มด้วยซอสสูตรพิเศษ สลับด้วยกะหล่ำปลีและมะเขือเทศสด กัดคำแรกก็รับรู้ถึงความอร่อยแล้วล่ะ ต่อด้วย “เม็กซิกัน นาโช่” เมนูอาหารเม็กซิกันที่ผสมผสานความเป็นอเมริกันเข้าไปด้วย จึงได้รสชาติที่อร่อยแตกต่าง แล้วยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ ราคาอาหาร 220-950 บาท++

มาต่อด้วยเครื่องดื่มกันบ้าง ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่เป็นแนวสปอร์ตบาร์แอนด์เอนเตอร์เทนเมนต์ ที่นี่จึงมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดแบบจัดเต็ม ทั้งเบียร์สดและดราฟต์เบียร์ชื่อดังจากแถบยุโรป รวมทั้งซิกเนเจอร์ค็อกเทลแก้วเด่นๆ ของร้านที่สีสันและหน้าตาดูน่าลิ้มลอง

 

“บลู ฮาวาย” แก้วสีฟ้าใส มีส่วนผสมของน้ำมะนาว น้ำเชื่อม บลูคูราเซา และลิเคียวร์ ดีกรีเบาๆ ดื่มง่าย แก้วต่อมา “พิงก์ แพสชั่น” ดูจากชื่อและสีสันแล้วรู้สึกว่าจะเหมาะกับคุณสาวๆ มีส่วนผสมของน้ำสับปะรด น้ำเชื่อม และลิเคียวร์ อีกแก้วคือ “ฮูเตอร์ส มาการิต้า” แก้วสีเหลืองใส มีส่วนผสมของแมงโก้ไซรัป เตกีล่า ลิเคียวร์ น้ำมะนาว และน้ำส้มคั้น ดีกรีกลางๆ ดื่มได้ทั้งชายและหญิง

แหม ถ้าได้มานั่งชิลๆ พร้อมฟังวงไลฟ์แบนด์เล่นดนตรีสดไปด้วย น่าจะได้บรรยากาศยามค่ำคืนที่รู้สึกอินมากๆ ใครที่ชอบเพลงแนวดีเจเปิดแผ่นที่นี่ก็มีเช่นกัน ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยการแฮงเอาต์รับลมเย็นๆ ชมวิวทะเลอ่าวไทย พร้อมชิมอาหารและเครื่องดื่มชิลๆ ไปด้วย แนะนำที่นี่เลย

 

ฮูเตอร์ส สาขาพัทยา อยู่บนถนนเลียบชายหาดพัทยา-จอมเทียน (พัทยากลาง) ติดกับพัทยาซอย 13 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-01.00 น. โทร. 038-415-318

 

ดัสค์ บาร์ & บิสโทร ความสำราญเมื่อยามพลบค่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/414443

ดัสค์ บาร์ & บิสโทร ความสำราญเมื่อยามพลบค่ำ

โดย…ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ดัสค์ บาร์ & บิสโทร (Dusk Bar & Bistro) รูฟท็อปบาร์น้องใหม่ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของตึกในซอยทองหล่อ 13 ด้วยความหมายที่แปลได้ว่า พลบค่ำ บรรดา 4 หนุ่มหุ้นส่วนจึงมีความคิดเห็นตรงกันที่ว่าอยากให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่สังสรรค์ของหมู่มิตรในยามที่ตะวันลับฟ้า

เปิดต้อนรับด้วยความโล่งโปร่งสบาย พร้อมมีหลังคาสามารถเปิด-ปิดได้ยามเมื่อสายฝนมาเยือน ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ด้วยโทนสีขาว ดำ เทา ผสมกับแสงสลัวๆ จากเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีขาวสะอาดตา ที่สามารถมองเห็นลีลาบาร์เทนเดอร์บรรจงผสมค็อกเทลอย่างสนุกสนาน ขานรับเก้าอี้เหล็กสีดำขลับให้จังหวะสูงต่ำตามความปรารถนาที่จะเลือกนั่ง

 

ด้านอาหารของที่นี่สุดเซอร์ไพรส์ เพราะแหวกแนวอาหารของรูฟท็อปบาร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ที่ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารสไตล์ยุโรป ทว่าที่นี่เสิร์ฟอาหารสตรีทฟู้ดแบบอาหารไทยโดยเฉพาะอาหารจัดจ้านจากอีสาน

ก่อนเครื่องดื่มจะทำหน้าที่ เราเรียกหาของรับประทานเล่นมารองท้อง เริ่มจากอาหารเบาๆ อย่างปากเป็ดทอด เมนูคุ้นเคยของคอเหล้า กรอบๆ กรุบๆ ชวนให้เรียกหาเมนูต่อไปอย่างเอ็นข้อไก่ทอด กรอบกรุบกำลังดี ทวีความอร่อยด้วยซอสสูตรเด็ดจากทางร้าน

 

ถ้าต้องการจัดหนักต้องนี่เลยครับ ข้าวผัดต้มยำกุ้ง ถึงเครื่องต้มยำทั้งรสชาติและกุ้งแม่น้ำที่เสิร์ฟมาคู่กัน

ถ้ายังไม่พอก็ลองสั่งหมูสามชั้นลวกจิ้มซีฟู้ด สามชั้นที่คุ้นเคยเสิร์ฟเคียงมากับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ตอกย้ำให้ต้องเรียกหาเครื่องดื่มมาย้อมใจ

บาร์แห่งนี้เน้นดริงก์ลิสต์ทุกประเภท ทั้งเบียร์ บรั่นดี วิสกี้ รวมไปถึงค็อกเทลสีสวยแสนยวนเย้าที่ได้บาร์เทนเดอร์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีและเคยผ่านงานจากร้านดังๆ มามากมายมาเสกสรร ซึ่งค็อกเทลของที่นี่จะเป็นสไตล์รีเฟรชชิ่งค็อกเทล ที่เพิ่มความสดชื่นจากรสชาติจากผัก ผลไม้สด และใช้น้ำเชื่อมโฮมเมดที่มีสีและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

เริ่มต้นเรียกความสดชื่นแห่งค่ำคืนด้วย Dusk Rosita ที่มีแตงกวา ทับทิม น้ำเชื่อมอัญชัน และกลิ่นของดอกมะลิช่วยเพิ่มมิติให้กับค็อกเทลแก้วนี้

สำหรับสาวๆ ที่มองหาค็อกเทลดื่มง่ายต้องนี่เลย  Dusk Yoghurt ค็อกเทลสีชมพูพาสเทล ที่มีสตรอเบอร์รี่และเตกีลาโรเซ่ ให้เนื้อสัมผัสแบบครีมนวลๆ

คอกาแฟต้องลอง Cafe Saddle Brown เครื่องดื่มที่ต้องผสมด้วยตัวเองจากเหล้า 3 ชนิด และใช้แท่งซินนามอนคนผสมเครื่องดื่ม ดื่มคู่กับช็อกโกแลตเวเฟอร์ ให้รสชาติคล้ายการดื่มกาแฟยามเช้า

นอกจากอาหาร เครื่องดื่มแสนถูกใจยังเพิ่มความพิเศษสำหรับทุกค่ำคืนวันศุกร์-เสาร์ ด้วยการกล่อมเบาๆ จากนักร้องเสียงดีจากเวที เดอะวอยซ์ รวมถึงศิลปินมีชื่อ สลับสับเปลี่ยนมาช่วยเพิ่มสีสันยามค่ำคืน และในอนาคตอันใกล้ยังมีแผนที่จะร่วมงานกับร้านคราฟต์เบียร์ไทยชื่อดัง เพื่อวางจำหน่ายคราฟต์เบียร์ของไทยแท้ๆ ให้ได้ดื่มกันอีกด้วยนะครับ

 

ดัสค์ ชั้น 5 ซอยทองหล่อ 13 เปิดบริการทุกวัน (หยุดวันจันทร์) เวลา 18.00-24.00 น. เฉพาะวันศุกร์-เสาร์ เปิด 18.00-02.00 น. โทร. 09-6860-7690

 

นั่งชิลนั่งชิมที่นี่ ซิท-นี่ สระบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 มกราคม 2559 เวลา 17:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/413098

นั่งชิลนั่งชิมที่นี่ ซิท-นี่ สระบุรี

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ศุกร์สิ้นเดือนนี้ ไปชิล ไปแฮงเอาต์กับเพื่อนๆ กันที่ไหนดีนะ ขอแนะนำร้านซิท-นี่ (Sit-นี่) ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เมเจอร์ฯ สระบุรี ถนนสุดบรรทัด อ.เมือง จ.สระบุรี ที่ซึ่งหากคุณอยากหาประสบการณ์ดีๆ ในที่แปลกใหม่ ร้านแห่งนี้ถือเป็นตัวเลือกได้อย่างดีทีเดียว

เมื่อคุณเดินทางมายังถนนสุดบรรทัด (จากกรุงเทพฯ เข้าถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุดบรรทัด ทางไปห้างสุขอนันต์ปาร์ค) ตรงไปเพียงเล็กน้อย สังเกตขวามือ จะพบเจอร้านแห่งนี้ ที่มีป้ายร้านใหญ่ชัดเจน เทิร์นรถกลับ สามารถจอดรถได้ที่หน้าร้านและข้างๆ ร้าน

เมื่อตะวันตกดิน แสงไฟเหลืองอุ่นจากภายในร้านจะส่องแสงนวลตายั่วยวนใจให้เราอยากเข้าไปนั่งชิลในร้านแห่งนี้ แม้ขนาดของพื้นที่ร้านจะไม่ได้กว้างขวางนัก แต่การจัดวางร้านถือว่าลงตัว โดยตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ผมชอบก้อนอิฐสไตล์ฝรั่งที่เจ้าของร้านเฟ้นหามาตกแต่งเป็นอย่างดี สามารถนั่งชิลทั้งภายในร้านและภายนอกร้าน (อากาศเย็นๆ แบบนี้ แนะนำให้นั่งภายนอกร้าน) โดยมีที่นั่งไว้บริการ 60-70 ที่นั่ง มีบริการไว-ไฟฟรี และลูกค้าสามารถนำเครื่องดื่มมาดื่มภายในร้านได้ โดยเสียค่าเปิดขวด 100 บาท เพราะทางร้านมีบริการทั้งเหล้า ไวน์ และเบียร์อยู่แล้ว

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน อาทิตย์ อายุวะศรี และธนาวุฒิ อุ่นอารมณ์ ทั้งคู่บอกเล่าว่า ที่นี่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. ไล่ยาวไปจนถึง 24.00 น. โดยครัวจะปิดบริการในเวลา 22.00 น.

“เรามีข้อแม้เพียงนิดเดียวว่า หากลูกค้าจะนั่งชิลนั่งดื่มไปจนถึงเที่ยงคืน รบกวนลูกค้าคุยกันเสียงเบานิดนึง จะได้ไม่รบกวนผู้ที่อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ชั้นบนของร้าน”

นอกจากนี้ ทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีวงดนตรีอะคูสติกที่เล่นภายนอกร้านในสองช่วงเวลาด้วยกัน นั่นคือ เวลา 19.00-20.00 น. และ 21.00-22.00 น. อีกด้วย

สำหรับเมนูอาหาร มาที่นี่ต้องห้ามพลาดเมนูเด็ด ต้มย้ำเนื้อตุ๋น ที่เราจะได้รับรสชาติทั้งความเป็นเนื้อตุ๋นและความเป็นต้มยำ ที่เชฟประจำร้านรังสรรค์ออกมาได้อย่างกลมกล่อมลงตัว เมนูต่อมา เนื้อปูผัดผงกะหรี่ โดยนำเนื้อปูสดใหม่จากตลาดสดจากพ่อค้าคนกลางที่ไว้ใจได้

อีกเมนูเด็ด ปลากะพงทอดน้ำปลา เมนูที่เราคุ้นชินดี แต่ก็ยากนักที่จะได้กินปลากะพงเนื้อแน่น (ที่นี่มีให้แน่นๆ) โดยรสชาติของน้ำปลาก็เค็มกำลังดีและน้ำจิ้มก็แซบได้ใจ ปิดท้ายด้วยเมนูส้มตำถาด ที่ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของส้มตำได้ ที่แน่ๆ ถ้าอยากกินส้มตำอีสาน ที่น้ำปลาร้าสั่งจาก จ.อุบลราชธานี ต้องส้มตำของที่นี่ อีสานของจริงได้ใจ

หากใครสนใจอยากมานั่งชิลนั่งชิม ณ ร้านซิท-นี่ ก็แวะมาได้เลย หรือจะเข้าไปเซอร์เวย์ก่อนได้ที่ เฟซบุ๊กและไลน์ Sit-นี่ restaurant โทร. 09-2279-3336