Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่และทางเดินหายใจสหรัฐฯ ขณะนี้นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากระดับการป่วยด้วยโรคนี้ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นถึงจุดที่ รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 25 ปี หรือนับตั้งแต่ฤดูกาลระบาดปี 1997-98 คาดการณ์ว่ามีชาวอเมริกันติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 11 ล้านคน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 120,000 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 5,000 ราย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการไข้ ไอ และเจ็บคอ ซึ่งเป็นอาการหลักของไข้หวัดใหญ่ มีสัดส่วนสูงถึง 8.2% ของการเข้าพบแพทย์ทั้งหมด สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997

สาเหตุหลักของการระบาดที่รุนแรงในปีนี้เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A(H3N2) กลุ่มย่อยใหม่ที่ชื่อว่า “subclade K” ซึ่งมีการกลายพันธุ์จนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและการติดเชื้อในอดีตได้ดีขึ้น และเนื่องจากสายพันธุ์ใหม่นี้แพร่กระจายหลังจากที่ได้มีการผลิตวัคซีนประจำปีไปแล้ว ทำให้อานุภาพของวัคซีนในปีนี้อาจป้องกันการติดเชื้อได้เพียงบางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังยืนยันว่า วัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการเสียชีวิตได้

ขณะที่แพทย์แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดที่มีคนหนาแน่น ล้างมือบ่อยๆ และผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนควรรีบฉีดทันที เนื่องจากคาดว่าการระบาดจะยังคงรุนแรงต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์

Health News : เวียดนามเตรียมฉีด ‘วัคซีนป้องกัน HPV-นิวโมคอคคัส’ ให้เด็กฟรี

Health News : เวียดนามเตรียมฉีด ‘วัคซีนป้องกัน HPV-นิวโมคอคคัส’ ให้เด็กฟรี

Health News : เวียดนามเตรียมฉีด ‘วัคซีนป้องกัน HPV-นิวโมคอคคัส’ ให้เด็กฟรี

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Health News : เวียดนามเตรียมฉีด ‘วัคซีนป้องกัน HPV-นิวโมคอคคัส’ ให้เด็กฟรี

รัฐบาลเวียดนามโดยกระทรวงสาธารณสุข จะจัดการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) และโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสให้เด็กโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ปี 2026 เพื่อขยายอัตราความครอบคลุมของการสร้างภูมิคุ้มกันและลดภาระทางการเงินของพ่อแม่ผู้ปกครอง

สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงานว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นแบบจำกัดวงตั้งแต่ไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้เด็กหญิงอายุ 11 ปี จะเริ่มต้นไตรมาสสาม (กรกฎาคม-กันยายน) คาดแต่ละปี จะมีเด็กประมาณ 18,000 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ในช่วงปี 2026-2028

วัคซีนทั้งสองตัวข้างต้นจะถูกเพิ่มเข้าโครงการขยายภูมิคุ้มกันแห่งชาติของเวียดนาม เพื่อช่วยรับประกันการเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคด้อยโอกาส ขณะปัจจุบัน การฉีดวัคซีนทั้งสองตัวจะมีค่าใช้จ่ายหลายล้านดองเวียดนามต่อโดส

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรประบุว่าไข้หวัดใหญ่ได้แพร่ระบาดไปทั่วภูมิภาคยุโรปเร็วกว่าปกติในฤดูหนาวปีนี้ โดยในบรรดา 38 ประเทศที่รายงานข้อมูล พบว่าอย่างน้อย 27 ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในระดับที่สูงหรือสูงมาก ขณะที่ในไอร์แลนด์ คีร์กีซสถาน มอนเตเนโกร เซอร์เบีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักร มีผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ หลังจากเข้ารับการตรวจด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

ฮันส์ อองรี พี. คลูเกอ ผู้อำนวยการสำนักงานองค์การฯ ประจำภูมิภาคยุโรป ระบุว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) กลุ่มย่อยเค ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยใหม่ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ทว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวก่อโรคในระดับรุนแรงขึ้น โดยองค์การฯ เผยว่าสายพันธุ์ย่อยนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในภูมิภาค

ข้อมูลเบื้องต้นจากสหราชอาณาจักรชี้ให้เห็นว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปัจจุบันช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) แม้ว่าวัคซีนไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้เต็มที่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าการฉีดวัคซีนยังคงเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วยรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์ และเด็ก รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายลำดับแรกเช่นกัน

Health News : ‘ควันบุหรี่มือสาม’ ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

Health News : ‘ควันบุหรี่มือสาม’ ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

Health News : ‘ควันบุหรี่มือสาม’ ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Health News : ‘ควันบุหรี่มือสาม’ ภัยคุกคามซ่อนเร้นในอาคาร

วารสารวิทยาศาสตร์บิลดิง แอนด์ เอ็นไวรอนเมนต์ (Building and Environment) เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งกล่าวถึง ‘ควันบุหรี่มือสาม’ (thirdhand smoke) ที่กลายเป็นภัยคุกคามคุณภาพอากาศในอาคารอย่างต่อเนื่องและซับซ้อนยิ่งขึ้น

ควันบุหรี่มือสามคือสารพิษตกค้างจากควันบุหรี่ที่เกาะติดอยู่ตามพื้นผิวผนัง เฟอร์นิเจอร์ พรม และผ้าม่าน แตกต่างจากควันบุหรี่มือสองที่สูดดมโดยตรงจากอากาศ ทำให้ควันบุหรี่มือสามสามารถฝังตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้ ผลการศึกษาฉบับนี้ชี้ว่า ควันบุหรี่มือสามไม่ได้เป็นเพียงคราบสกปรกทั่วไป แต่เป็นแหล่งมลพิษที่มีพลวัตเคลื่อนไหว ปล่อยอนุภาคและก๊าซกลับคืนสู่อากาศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีตามกาลเวลาที่ผันผ่าน นอกจากนี้ อนุภาคควันบุหรี่มือสองกระจายตัวค่อนข้างเร็ว แต่ควันบุหรี่มือสามตกค้างอยู่ในอากาศระดับต่ำในที่ร่มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน องค์ประกอบทางเคมีของอนุภาคควันบุหรี่มือสามที่ถูกปล่อยออกมายังมีการเปลี่ยนแปลงความซับซ้อน โดยมีปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป บ่งชี้การก่อตัวของสารประกอบที่เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น

ผลการศึกษาฉบับนี้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญต่อการกำหนดแนวปฏิบัติทางสาธารณสุข ตอกย้ำความจำเป็นในการรวมควันบุหรี่มือสามเข้าสู่นโยบายควบคุมยาสูบและมาตรฐานคุณภาพอากาศในอาคาร

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในสัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยืนยันพบเด็กเสียชีวิต 5 ราย ในชุมชนดาไต แฮมเลต เขตอินดรากีรี ฮูลู จังหวัดรีเยา หลังผลตรวจจากห้องปฏิบัติการพบว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ/เอ็ช1พีดีเอ็ม09 (A/H1pdm09) หรือไข้หวัดหมู และเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ (Haemophilus influenzae)

กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุด้วยว่า มีชาวบ้านรวม 224 รายที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ แต่ทั้งหมดฟื้นตัวแล้ว การระบาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาด้านสุขอนามัยและโภชนาการอย่างรุนแรงในชุมชนพื้นที่ห่างไกล โดยหลายคนมีภาวะทุพโภชนาการและมีอัตราการรับวัคซีนต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ซูมาร์จายา ผู้อำนวยการหน่วยเฝ้าระวังและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เตือนว่าการแพร่ระบาดของโรคจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป หากปราศจากการปรับปรุงด้านสุขอนามัย โภชนาการ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงรับมือด้วยการดำเนินการรักษาเชิงรุกในวงกว้าง เสริมแกร่งโครงการโภชนาการ จัดอาหารเสริมสำหรับเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ ขยายการให้ความรู้ด้านสุขภาพ และดำเนินการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการของจีนเผยในสัปดาห์นี้ ว่านักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นในจีนควรเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เอกสารฉบับใหม่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของนักเรียน กระตุ้นให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งจัดสรรชั่วโมงเรียนวิชาเหล่านั้นให้เพียงพอ โดยกระทรวงฯ ยังสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายแบบมีคุณภาพในช่วงเช้า 1 ชุด และช่วงบ่ายระหว่างคาบเรียนอีก 1 ชุด โดยแต่ละช่วงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจะต้องจัดให้มีวิชาพลศึกษาขั้นต่ำ 144 ชั่วโมงเรียน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้องมีวิชาพลศึกษาอย่างน้อย 108 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวยังเรียกร้องการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาเพิ่มขึ้น เพิ่มการผลักดันตำแหน่งครูพละ และปรับปรุงการประเมินผลการสอนของครูสาขาวิชานี้

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วารสาร Nature Medicine เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา ระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่ อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยระบุว่าการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลการศึกษาระยะยาวจากศูนย์วิจัยยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย พบว่า วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์เร็วตั้งแต่อายุ 12 ปี เสี่ยงเผชิญอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นสูงขึ้นมาก

การศึกษานี้ติดตามพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นชาวออสเตรเลียมากกว่า 900 คน เป็นระยะเวลา 10 ปี พบว่ายิ่งวัยรุ่นเริ่มต้นเป็นนักดื่มก่อนอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำที่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมาย ยิ่งเสี่ยงดื่มหนักและได้รับอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นสูงขึ้น

วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์ตอนอายุ 12 ปี มีแนวโน้มจะดื่มหนักเป็นระยะเพิ่มขึ้นและเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มตอนอายุ 18 ปี โดยวัยรุ่นที่เริ่มดื่มเร็วมีแนวโน้มดื่มหนักเป็นระยะทุกเดือนภายในอายุ 20 ปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เช่น ดื่มอย่างน้อย 4 แก้ว และเสี่ยงอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้เริ่มดื่มตอนอายุ 18 ปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 73

นอกจากนั้น วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์เร็วยังเสี่ยงเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด และมีอาการผิดปกติจากการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ไม่ว่าดื่มในปริมาณเท่าใด ซึ่งสวนทางกับสมมติฐานที่ว่าแค่จิบหรือชิมเป็นครั้งคราวภายใต้การดูแลของผู้ปกครองนั้นไม่เป็นอันตราย

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเผยแพร่การศึกษาในวารสารเจอร์นัล ออฟ ดิ อเมริกัน เมดิคอล แอสโซซิเอชัน (JAMA) ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดทั่วโลกถึง 1 ใน 5 รายเป็นผู้ไม่สูบบุหรี่ โดยมะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งหมายถึงผู้ที่สูบบุหรี่น้อยกว่า 100 มวนตลอดชีวิต คิดเป็นร้อยละ 15-20 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมดทั่วโลก

รายงานสรุปผลการศึกษาบนเว็บไซต์ศูนย์สื่อวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่สูบบุหรี่มักมีอัตราการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งในระดับสูงกว่า ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลต่อประสิทธิภาพแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

ทีมวิจัยซึ่งรวมถึง เบนจามิน เจ. โซโลมอน นักวิจัยจากศูนย์มะเร็งปีเตอร์ แมคคัลลัม และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น พบว่า มะเร็งส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (adenocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่เริ่มต้นในเซลล์ต่อม หลังจากวิเคราะห์งานวิจัยนานาชาติ 92 ฉบับเกี่ยวกับมะเร็งปอดในผู้ไม่สูบบุหรี่

จากการวิจัยก่อนหน้านี้ ผู้เขียนระบุว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเป็นมะเร็งปอด มักเป็นกลุ่มที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง สัมผัสกับสารกัมมันตรังสี มลพิษทางอากาศ และแร่ใยหิน รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง เช่น พ่อแม่หรือพี่น้องแท้ๆ เป็นมะเร็งปอดมาก่อน

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักเรียนประมาณ 6,000 คนทั่วประเทศมาเลเซียกำลังป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนตามคำแนะนำของสำนักงานสาธารณสุข สำนักข่าวเบอร์นามาของทางการมาแลซียรายงานว่า ดร.โมฮัมหมัด อาซัม อาห์มัด อธิบดีกระทรวงศึกษาธิการแถลงข่าวว่า การปิดโรงเรียนเป็นไปตามกระบวนการและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียน นอกจากนี้โรงเรียนต่าง ๆ ยังได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มนักเรียน โดยอาศัยประสบการณ์ที่มีอย่างกว้างขวางเมื่อครั้งรับมือกับโรคโควิด-19 ระบาด ส่งเสริมเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยและลดการทำกิจกรรมของนักเรียนกลุ่มใหญ่ ส่วนเรื่องการสอบระดับประเทศของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (SPM) ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน อธิบดีฯ ให้ความมั่นใจว่า กระทรวงฯ ได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียแจ้งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า พบกลุ่มผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (A) และสายพันธุ์บี (B) ทั้งหมด 97 กลุ่มในการระบาดประจำสัปดาห์ที่ 40 ของปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 14 กลุ่มในการระบาดประจำสัปดาห์ก่อนหน้านั้น โดยส่วนใหญ่พบตามสถานศึกษา