Health News : เซี่ยงไฮ้นำร่องวัคซีนแบบสูดทางปาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/688984

Health News : เซี่ยงไฮ้นำร่องวัคซีนแบบสูดทางปาก

Health News : เซี่ยงไฮ้นำร่องวัคซีนแบบสูดทางปาก

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เซี่ยงไฮ้เป็นนครแรกของโลกที่ใช้ วัคซีนไร้เข็มในการป้องกันโควิด-19 ที่มาในรูปแบบของการ “สูดเข้าทางปาก” (inhalable Covid-19 vaccine) ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยวัคซีนจะอยู่ในภาชนะรูปร่างคล้ายแก้วน้ำ มีท่อต่อออกมาเพื่อให้ผู้ใช้ปากดูดไปพร้อมกับการหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ละอองลอยของวัคซีนผ่านเข้าทางปาก จากนั้นกลั้นหายใจ 5 วินาที และหายใจออกช้าๆ ทำไปจนครบ 20 วินาที หนึ่งในผู้เข้ารับวัคซีนบอกว่า รสชาติวัคซีนมีรสหวานคล้ายชานม

นครเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองแรกของประเทศที่ใช้วัคซีนชนิดนี้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า จะให้บริการวัคซีนที่มีชื่อว่า “Cansino Biologics” ของบริษัท Cansino ที่ผ่านการทดลองทางคลินิกในหลายประเทศ ได้แก่ จีน ฮังการี ปากีสถาน มาเลเซีย อาร์เจนตินา และเม็กซิโก หลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลให้ใช้เป็นวัคซีนกระตุ้น เมื่อต้นเดือนกันยายน ผู้ที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และต้องผ่านการฉีดวัคซีนชุดแรก (primary inoculation) มาแล้ว แต่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มแรก

สำหรับเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีประชากรประมาณ 25 ล้านคน พบว่ามีคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว23 ล้านคน ส่วนคนที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นมีจำนวน 12 ล้านคน และสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับวัคซีนชนิดนี้ ยังสามารถเข้าไปที่ศูนย์บริการอีก 25 แห่ง ในเซี่ยงไฮ้

Health News : อินเดียทำลายวัคซีนโควิดหมดอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/688096

Health News : อินเดียทำลายวัคซีนโควิดหมดอายุ

Health News : อินเดียทำลายวัคซีนโควิดหมดอายุ

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก ระบุว่าสถาบันฯ จำเป็นต้องทำลายทิ้งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นเอง หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโควิชิลด์ จำนวน 100 ล้านโดส เนื่องจากวัคซีนเหล่านี้หมดอายุในเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยสถาบันฯ ได้หยุดผลิตวัคซีนโควิชิลด์ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน เนื่องจากประชาชนมีความต้องการฉีดวัคซีนโควิดลดลง ทั้งยังระบุว่าสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียจะหันไปผลิตวัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกา เพื่อนำมาใช้ในประเทศแทน ทั้งนี้ มีประชาชนอินเดียกว่าร้อยละ 90ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิชิลด์

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอินเดียระบุว่า มีชาวอินเดียกว่า 2,000 ล้านคนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด ในจำนวนนี้มีประชาชนกว่าร้อยละ 70 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 โดส ทางการอินเดียได้เริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข บุคลากรด่านหน้า และประชาชนอายุตั้งแต่ 60 ปี ที่มีโรคประจำตัว ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาก่อนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มผู้ใหญ่ ขณะนี้อินเดียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 44.6 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 528,900 คน

Health News : สเปนปลูกถ่ายลำไส้เด็ก 1 ขวบสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/686689

Health News : สเปนปลูกถ่ายลำไส้เด็ก 1 ขวบสำเร็จ

Health News : สเปนปลูกถ่ายลำไส้เด็ก 1 ขวบสำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงพยาบาลลาปาซ ในกรุงมาดริด ของสเปน จัดแถลงข่าวเรื่องทีมศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายลำไส้ให้แก่เด็กหญิงวัย 1 ขวบ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก อวัยวะที่นำมาปลูกถ่ายเป็นของผู้ป่วยอีกคนที่เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว ซึ่งครอบครัวเต็มใจและลงนามยินยอมในการบริจาคตามกฎหมาย อีกทั้งผู้รับบริจาคอวัยวะ ยังเป็นเด็กอายุเพียง 1 ขวบอีกด้วย

เด็กหญิงที่เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้มีชื่อว่า เอ็มมา เธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติที่ลำไส้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 1 เดือน เนื่องจากลำไส้เธอสั้นเกินไป และอาการของเธอทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งได้เข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะภายในใหม่หลายครั้ง ทั้งตับ กระเพาะอาหาร ม้าม และตับอ่อน ก่อนมาเข้ารับผ่าตัดปลูกถ่ายลำไส้

ด้านศัลยแพทย์ที่รับผิดชอบการผ่าตัด ระบุว่า ส่วนที่ยากที่สุดสำหรับกรณีนี้ คือ การเก็บรักษาลำไส้ที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ย่อยอาหาร จากผู้บริจาคที่หัวใจหยุดทำงานแล้ว เนื่องจากโดยปกติผู้บริจาคอวัยวะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีอาการสมองตาย แต่หัวใจยังคงเต้นอยู่ ซึ่งจะช่วยให้อวัยวะไม่เสียหาย การปลูกถ่ายด้วยเทคนิคดังกล่าวจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียนผ่านอวัยวะต่างๆ สำหรับการปลูกถ่ายหลังจากผู้บริจาคเสียชีวิต และเก็บรักษาอวัยวะนั้นๆ ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้

Health News : WHO สอบยาแก้ไออินเดียทำเด็กตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/685264

Health News : WHO สอบยาแก้ไออินเดียทำเด็กตาย

Health News : WHO สอบยาแก้ไออินเดียทำเด็กตาย

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศเตือนเรื่องการใช้ยาแก้ไอและยาแก้หวัด 4 ขนานที่ผลิตโดย เมเดน ฟาร์มาซูติคัลส์ (Maiden Pharmaceuticals) บริษัทเวชภัณฑ์ของอินเดีย โดยระบุว่ายาดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับภาวะไตวายเฉียบพลันที่ทำให้เด็ก66 คน ในแกมเบียเสียชีวิต พร้อมทั้งเตือนว่า ยาเหล่านี้อาจมีวางจำหน่ายในประเทศนอกภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก และอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้น พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกเร่งสอบสวนบริษัทผู้ผลิตยาและหน่วยงานสาธารณสุขในอินเดียแล้ว

ประกาศแจ้งเตือนดังกล่าวขององค์การอนามัยโลกระบุว่ายาทั้งสี่ขนานประกอบด้วยยาแก้แพ้ (Promethazine Oral Solution) ยาแก้ไอชนิดน้ำ 2 ชนิด (Kofexmalin Baby Cough Syrup, Makoff Baby Cough Syrup) และยาลดไข้ชนิดน้ำ (Magrip N Cold Syrup)

ด้านหน่วยงานสาธารณสุขอินเดียกำลังรอหลักฐานจากองค์การอนามัยโลกที่ยืนยันว่ายาแก้ไอเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเด็ก 66 ศพ ในแกมเบีย แต่ขณะนี้ อินเดียได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันทีหลังจากที่ได้รับการติดต่อจากองค์การอนามัยโลก

Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683741

Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

Health News : สตรีอินเดียทุกคนมีสิทธิ์ทำแท้ง

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาลฎีกาอินเดียมีคำชี้ขาดในสัปดาห์นี้ว่า สตรีที่ไม่มีสถานภาพสมรสมีสิทธิ์ที่จะทำแท้งได้ขณะมีอายุครรภ์สูงสุด 24 สัปดาห์ เช่นเดียวกับสตรีที่แต่งงานแล้ว เพราะการไม่มีสถานภาพสมรสไม่สามารถทำให้สตรีเสียสิทธิ์การทำแท้งได้ เป็นการชี้ขาดตามที่สตรีคนหนึ่งยื่นฎีกาว่า เธอตั้งครรภ์ด้วยความสัมพันธ์อย่างสมัครใจ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแท้งตามที่ต้องการ

ปัจจุบันกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์หรือเอ็มทีพี ปี 2514 ของอินเดียสงวนการทำแท้งให้เฉพาะสตรีแต่งงานแล้ว หญิงม่ายหย่าร้างหรือสามีเสียชีวิต ผู้เยาว์ สตรีพิการและบกพร่องทางจิตใจ และผู้ตกเป็นเหยื่อข่มขืนหรือประทุษร้ายทางเพศ ศาลฎีกามีคำชี้ขาดด้วยว่า การถูกสามีประทุษร้ายทางเพศสามารถถือเป็นการข่มขืนคู่สมรสภายใต้กฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถือว่า การข่มขืนคู่สมรสเป็นความผิด แม้มีความพยายามแก้ไขเรื่องนี้

สมาชิกรัฐสภาสตรีอินเดียคนหนึ่งทวีตชื่นชมคำชี้ขาดว่า เป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ ขณะที่นักเรียกร้องสิทธิที่เชี่ยวชาญกฎหมายเพศสภาพทวีตว่า คำชี้ขาดของศาลฎีกาเรื่องการทำแท้งภายใต้กฎหมายเอ็มทีพีเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับยุคที่ยังมีการแบ่งแยกสถานภาพสมรสของผู้หญิงที่ถูกข่มขืน

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682190

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

Health News : ผลศึกษาชี้โควิดเพิ่มเสี่ยงสมองบาดเจ็บระยะยาว

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และผู้เชี่ยวชาญจากระบบดูแลสุขภาพเซนต์หลุยส์ในสหรัฐฯ เผยผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Medicine ซึ่งพบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะสมองบาดเจ็บในอีกหนึ่งปีต่อมา เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับเชื้อโควิด คณะวิจัยระบุต่อไปว่า ความผิดปกติทางสมองและระบบประสาทอื่นๆ เกิดขึ้นในผู้ที่ติดเชื้อโควิด มากกว่าคนที่ไม่ติดโควิดถึงร้อยละ 7 หมายความว่า ชาวอเมริกัน 6.6 ล้านคน ที่มีความบกพร่องทางสมอง เชื่อมโยงกับการติดเชื้อโควิด

ดร.ไซอัด อัล-อาลี แห่งคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เปิดเผยว่าผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงผลกระทบระยะยาวที่ร้ายแรงของโควิด ผลวิจัยยังพบว่า ผู้ติดเชื้อโควิด มีความเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 77 ที่จะพัฒนาไปสู่ภาวะความจำมีปัญหา และน่าจะมีโอกาสมากกว่าร้อยละ 50 ที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน สาเหตุจากลิ่มเลือด เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่ติดเชื้อโควิดอีกทั้งคนที่ติดโควิด น่าจะมีอาการชักมากถึงร้อยละ 80 และร้อยละ 43 มีปัญหาสุขภาพจิต เช่นโรคซึมเศร้า กับโรควิตกกังวล และร้อยละ 35 มีอาการปวดศีรษะ ส่วนร้อยละ 42 น่าจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น ตัวสั่น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ติดโควิด พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและระบบสุขภาพ ต้องปรับแผนหลังสิ้นสุดโควิด

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/680674

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

Health News : ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นทั่วปากีสถาน

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมืองใหญ่หลายแห่งของปากีสถานพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมืองลาฮอร์ แพทย์วินิจฉัยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 62 คนในช่วง 24 ชั่วโมงนับจนถึงวันศุกร์ ขณะที่ผู้ป่วยไข้เลือดออกราว 152 คน อยู่ในระหว่างการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ในเมือง ส่วนกรุงอิสลามาบัด รายงานพบผู้ป่วย
ไข้เลือดออกรายใหม่ 55 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อรวมกับจำนวนผู้ป่วยเดิม ผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งหมดจะสูงถึง 668 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพส่วนสำนักงานสาธารณสุขของแคว้นสินธ์ ที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก ยืนยันผู้ป่วยไข้เลือดออกรายใหม่แล้ว 113 คน ซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของปากีสถาน ประกาศแนะนำให้ประชาชนสวมเสื้อแขนยาวและใช้โลชั่นกันยุง เพื่อป้องกันตัวเองจากยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกอีกทั้งเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนแนะนำเพิ่มเติมให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อป้องกันไข้เลือดออกรวมถึงการดื่มน้ำให้มาก และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/679162

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

Health News : เกาหลีเหนืออาจเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวปราศรัยต่อสมัชชาประชาชนสูงสุด หรือรัฐสภาเกาหลีเหนือ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอ้างคำเตือนขององค์การอนามัยโลกที่ว่า หน้าหนาวอาจจะทำให้เกิดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 กลับมาอีกครั้งและด้วยเหตุนี้เอง นอกจากรัฐบาลจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว ยังเสนอแนะให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปัองกันตนเองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี นายคิมไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เกาหลีเหนือไม่ได้ยืนยันเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 แม้ว่าบันทึกของศุลกากรจะแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือนำเจ้าวัคซีนที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดจากประเทศจีนในปีนี้

เมื่อเดือนที่แล้ว นายคิม จอง อึน เพิ่งประกาศชัยชนะเหนือโควิด-19 และสั่งให้ยกเลิกมาตรการขั้นสูงสุดในการป้องกันการระบาดที่ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ยังให้ใช้มาตการคุมเข้มอยู่ต่อไป

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/677664

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

Health News : โรคปอดบวมปริศนาในอาร์เจนตินา

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาร์เจนตินา เปิดเผยความหวาดกลัวไวรัสมรณะตัวใหม่ระบาดได้เริ่มลุกลามแล้ว หลังมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายด้วยโรคปอดบวมลึกลับที่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้ติดเชื้ออีก 9 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่อนามัย 8 คน และอีกคนเป็นผู้ป่วยไอซียูที่เข้ารับการรักษาอยู่ที่คลินิกเอกชน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแสดงความวิตกอย่างยิ่ง หลังตรวจหาเชื้อ 30 คน รวมถึงโควิด และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และบี รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐตูกูมัน ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตและป่วยด้วยโรคปอดบวมลึกลับ และว่าผู้ป่วยทั่วไปมีอาการหายใจติดขัดรุนแรง ควบคู่ไปกับปอดบวม และจากภาพเอกซเรย์พบอาการคล้ายคลึงกับโรคโควิด-19 ตัวอย่างของเชื้อไวรัสนิรนาม ได้ส่งถูกไปทดสอบที่สถาบันมัลแบรนในกรุงบัวโนสไอเรส รวมถึงสำนักงานห้องปฏิบัติการทดลองทางสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันต่างๆ ในอาร์เจนตินา และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ยังตรวจสอบน้ำและเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ เพื่อตรวจหาสารพิษ

ขณะเดียวกัน ทีมนักระบาดวิทยาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป เฝ้าจับตาสถานการณ์ดังกล่าว เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก ได้เริ่มติดตามสถานการณ์ด้วย

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676729

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

Health News : รู้ทันอาการสมองเสื่อมถอย..หลังติดเชื้อโควิด-19

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดูเหมือนการใช้ชีวิตทุกวันนี้จะเข้าสู่โหมดปกติที่เราต่างก็กลับไปทำงาน ไม่ได้ Work from Home เหมือนที่ผ่านมา รวมถึง
การออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเชื้อโควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่น และคนส่วนใหญ่ก็ป้องกันตัวเองกันอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังฉีดวัคซีนกันมาครบโดสแล้ว แต่หลายคนก็อาจจะกลับมาติดเชื้อซ้ำได้อีก อย่างไรก็ตามผู้ติดเชื้อก็ยังคงต้องแยกตัวออกจากผู้อื่นและรักษาตัวด้วยการกินยาตามดุลยพินิจของแพทย์จนกว่าจะหายป่วยและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ข้อมูลจาก รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรสหประชาชาติ และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า หากใครที่ติดโควิด-19 และรักษาจนหายแล้ว แต่กลับยังต้องเผชิญกับอาการที่หลงเหลืออยู่ หรือลองโควิด (Long COVID) ตามมา ซึ่งลักษณะอาการสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ตั้งแต่ระบบหายใจ ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร หัวใจ และหลอดเลือด โดยที่แต่ละบุคคลอาจจะมีอาการหลากหลายแตกต่างกันไป อีกทั้งผู้ที่หายป่วยบางรายอาจยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม

หนึ่งในอาการลองโควิดที่กรมการแพทย์ออกมาเปิดเผยก็คือ อาการสมองเสื่อมถอย ที่มักจะพบในช่วง 1-6 เดือน
หลังจากติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงค่อนข้างมาก การติดเชื้อลงปอดทำให้ออกซิเจนในเลือดลดลง ออกซิเจนจึงไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ และในขณะเดียวกันก็เกิดการอักเสบเรื้อรังของเซลล์ประสาท ทำให้สมรรถภาพการทำงานของสมองถดถอย ส่วนใหญ่มักจะเกิดในด้านสมาธิ ทักษะในการตัดสินใจ การวางแผน การแก้ปัญหา และความจำระยะสั้น โดยมีอาการรู้สึกเหมือนสมองล้า (brain fog) รู้สึกตื้อๆ มึนๆ เบลอๆ ไม่มีสมาธิ หรือไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน การทำงาน หรือการเข้าสังคมในระยะยาว

ปัจจัยเสี่ยงของอาการสมองเสื่อมถอย

l อายุมาก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหลายอย่างร่วมอยู่ด้วย

l อาการติดเชื้อที่รุนแรง อาการติดเชื้อระยะเฉียบพลันที่รุนแรงและมีภาวะขาดออกซิเจน

l เดิมมีโรคทางระบบประสาทและสมองอยู่ เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก

l ซึมเศร้าและวิตกกังวล มีโรคร่วมทางจิตเวช เช่น ผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

เสริมสุขภาพ ชาร์จพลังสมอง

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครดูแลเราได้ดีกว่าตัวเราเอง ฉะนั้น ทางที่ดีคุณควรให้เวลากับสุขภาพตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะสมอง กองบัญชาการสำคัญที่ควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกาย ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างดี โดยเริ่มจาก

อาหารบำรุงสมอง การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากช่วยให้ร่างกายเราเจริญเติบโตแล้ว ยังช่วยบำรุงและฟื้นฟูให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฉะนั้น จึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบมื้อครบหมู่ตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารประเภท โปรตีน ถือเป็นอาหารบำรุงสมองที่สำคัญ ยิ่งถ้าเป็นโปรตีนจากสัตว์ก็จะมีธาตุเหล็กสูงและกรดอะมิโนจำเป็นที่สมองต้องการนำมาสร้างสารสื่อประสาท ซึ่งมีหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง

พักผ่อนเพื่อผ่อนคลาย สมอง จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย และการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ช่วยให้สมองได้หยุดพักและผ่อนคลายหลังจากใช้งานมาทั้งวัน เพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาเซลล์ประสาทให้กลับสู่สภาพที่พร้อมใช้งานได้ในวันถัดไป รวมทั้งยังช่วยให้สามารถคิดอ่านหรือตัดสินใจได้ดี เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และมีกระบวนการในการจดจำที่ทรงประสิทธิภาพ

ออกกำลังกาย ถ้าต้องการให้ร่างกายและสมองฟิตพร้อมอยู่เสมอก็ต้องหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำด้วยไม่ว่าเป็นเต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ เดิน วิ่ง ฯลฯ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่ซึ่งจะเชื่อมต่อการทำงานของสมองและร่างกายให้ทำงานควบคู่กันได้อย่างดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาวะอารมณ์ให้ดีขึ้นด้วย

หมั่นลับสมอง การมีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมองและบันเทิงจิตใจอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเขียนหรืออ่านหนังสือ รวมถึงการเล่นเกมส์ฝึกสมองต่างๆ เช่น หมากรุก ครอสเวิร์ด ปริศนาอักษรไขว้ ต่อภาพจิ๊กซอว์ เกมประเภทตัวเลข ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการเรียนรู้ ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงถือเป็นวิธีที่ช่วยบริหารสมองได้ดี

เสริมภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ แม้จะมีเรื่องหงุดหงิด ไม่สบายใจ วิตกกังวล ควรรู้จักปล่อยวาง อย่าเอาเรื่องร้ายๆ มาใส่ใจ พยายามมองโลกในแง่บวก คิดถึงแต่สิ่งดีๆ เพราะสมองของเราทำงานได้ดีในขณะที่มีความสุข พร้อมหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือทำงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ฟังเพลง หรือไปเที่ยวพักผ่อน เพื่อช่วยให้สมองปลอดโปร่งและลดความตึงเครียดลงได้

หากรู้จักใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ สมองของคุณก็จะมีสุขภาพดี มีสมาธิ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ