Health News : โอมิครอนทำให้เสี่ยงลองโควิดน้อยกว่าเดลต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/661174

Health News : โอมิครอนทำให้เสี่ยงลองโควิดน้อยกว่าเดลต้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ของอังกฤษเผยแพร่ผลวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในในวารสารการแพทย์เดอะแลนเซ็ต (The Lancet) เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในอังกฤษมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดลดลงร้อยละ 20-50 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า แต่ตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับอายุและระยะเวลาที่ฉีดวัคซีนโควิดครั้งล่าสุดของผู้ที่เคยติดเชื้อ ผลวิจัยชิ้นนี้พบว่า มีผู้ป่วยภาวะลองโควิดเพียงร้อยละ 4.5 จากผู้ที่เคยติดโควิดทั้งหมด 56,003 คนในเดือนธันวาคม 2564 ถึงมีนาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษเผชิญกับการระบาดรุนแรงของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่พบผู้ป่วยภาวะลองโควิดมากถึงร้อยละ 10.8 จากผู้ที่เคยติดโควิดทั้งหมด 41,361 คนในเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 2564ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษเผชิญกับการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า

ผลวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน เป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะลองโควิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ตัวเลขผู้ป่วยภาวะลองโควิดลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้พบผู้ป่วยภาวะลองโควิดเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

Health News : เผยสหรัฐฯทิ้งวัคซีนโควิดแล้วกว่า 82 ล้านโดส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/659626

Health News : เผยสหรัฐฯทิ้งวัคซีนโควิดแล้วกว่า 82 ล้านโดส

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีซี นิวส์ รายงานว่าสหรัฐฯ ทิ้งวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 82.1 ล้านโดสแล้ว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 11 ของวัคซีนที่รัฐบาลกลางจัดสรร โดย ซีวีเอส (CVS) และวอลมาร์ต (Walmart) เครือร้านขายยาปลีก 2 แห่ง ทิ้งวัคซีนกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนวัคซีนที่ถูกทิ้งทั้งหมดในช่วงเวลาข้างต้น โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านค้าสองแห่งนี้ได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก ขณะที่รัฐโอกลาโฮมาและแอลาสกา เป็นสองรัฐที่ทิ้งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนวัคซีนที่ได้รับ โดยโอกลาโฮมาทิ้งวัคซีนร้อยละ 28 จากเกือบ 4 ล้านโดส ส่วนแอลาสกาทิ้งวัคซีนเกือบร้อยละ 27 จาก 1 ล้านโดส

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่ายอดวัคซีนถูกทิ้งนี้เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันผู้ฉีดวัคซีนครบโดสได้รับวัคซีนโดสกระตุ้นน้อยกว่าครึ่ง และหลายประเทศที่ยากจนกว่ายังคงดิ้นรนกับการจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนของตัวเอง

Health News : พบ‘สตรอว์เบอร์รี’โยง‘ตับอักเสบเอ’ระบาดในสหรัฐฯ-แคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/658120

Health News : พบ‘สตรอว์เบอร์รี’โยง‘ตับอักเสบเอ’ระบาดในสหรัฐฯ-แคนาดา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐฯ เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ในหลายรัฐของสหรัฐฯ และแคนาดา มีแนวโน้มเชื่อมโยงกับสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกปนเปื้อนของยี่ห้อ “เฟรชแคมโป” (FreshKampo) และ “เอชอีบี” (HEB) ซึ่งวางจำหน่ายระหว่างวันที่ 5 มี.ค. ถึง 25 เม.ย. ในร้านค้าหลายแห่ง อาทิ วอลมาร์ต (Walmart) อัลดี (Aldi) สเปราต์ส ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต (Sprouts Farmers Market) และเทรเดอร์ โจส์ (Trader Joe’s) พร้อมผู้บริโภค ร้านอาหาร และผู้ค้าปลีก ไม่ควรจำหน่ายหรือรับประทานสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกสดของยี่ห้อเฟรชแคมโป หรือเอชอีบี หากซื้อระหว่างวันที่ 5 มี.ค. ถึง 25 เม.ย. 2022 พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้ทานสตรอว์เบอร์รีดังกล่าวหลังซื้อมาแช่เย็น

สำนักงานฯ ระบุว่าการสืบสวนแกะรอยพบผู้ป่วยหลายรายในแคนาดา รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐมินเนโซตาของสหรัฐฯ รายงานการซื้อสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกสดยี่ห้อเฟรชแคมโปหรือเอชอีบี ก่อนจะล้มป่วย โดยเริ่มแสดงอาการป่วยระหว่างวันที่ 28 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักงานฯ รายงานการตรวจพบผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเอในสหรัฐฯ รวม 17 ราย เมื่อนับถึงวันเสาร์ (28 พ.ค.) ซึ่งผู้ป่วย 12 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยจากเชื้อไวรัสฯ ที่แพร่เชื้อง่ายและทำให้เป็นไข้ คลื่นไส้ ปวดท้อง และเหนื่อยล้า

Health News : ผู้เคยติดโควิดเสี่ยงลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด 2 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/656636

Health News : ผู้เคยติดโควิดเสี่ยงลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด 2 เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผลวิจัยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือซีดีซี ระบุว่า พบผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดจากกลุ่มตัวอย่างวัย 18-64 ปี ร้อยละ 20 และผู้ป่วยจากกลุ่มตัวอย่างวัย 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 25 มีอาการป่วยที่เชื่อมโยงกับโรคโควิด ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยอื่นๆ คณะนักวิจัยยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวเสี่ยงต่อการเป็นโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดเฉียบพลันมากที่สุด รวมถึงอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง และหายใจลำบาก

โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดมักมีสาเหตุจากลิ่มเลือดที่อุดตันบริเวณหลอดเลือดดำของขาหลุดไปอุดตันที่ปอด และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น ปอดถูกทำลาย ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และเสียชีวิต ทั้งนี้ ผลวิจัยของซีดีซีอ้างอิงข้อมูลจากกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดกว่า 350,000 คน ในช่วงเดือนมีนาคม 2563-พฤศจิกายน 2564 และนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 1.6 ล้านคน ที่ไปพบแพทย์ในช่วงเดียวกัน แต่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด

Health News : สิงคโปร์คิดค้นยาแคปซูลดูดซึมไขมันจากเส้นใยใบสับปะรด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/655035

Health News : สิงคโปร์คิดค้นยาแคปซูลดูดซึมไขมันจากเส้นใยใบสับปะรด

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ได้คิดค้นยาแคปซูลและขนมปังกรอบผลิตจากเส้นใยใบสับปะรดที่มีสรรพคุณช่วยดูดซึมไขมันในร่างกาย หัวหน้าคณะวิจัยในครั้งนี้เผยว่า การคิดค้นยาแคปซูลและขนมปังกรอบจากใบสับปะรดที่ถูกทิ้งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตยังเป็นการช่วยลดขยะทางการเกษตรอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า ยาแคปซูลหรือขนมปังกรอบมีสรรพคุณช่วยดูดซึมสารประกอบไขมันต่างๆ เช่น ไขมันสัตว์ โดยการสร้างก้อนเส้นใยเคลือบไขมันเหล่านี้ไว้และจะถูกขับถ่ายออกจากระบบย่อยอาหารภายใน 1-3 วัน เหมือนกับการบริโภคอาหารอื่นๆ

หัวหน้าคณะนักวิจัยเผยผลการทดลองในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ที่ชี้ว่า เส้นใยใบสับปะรด 1 กรัม สามารถดูดซึมไขมันที่ใช้ปรุงอาหารได้ 45.1 กรัม และไขมันในร่างกาย 20.4 กรัม นอกจากนี้ ผลการทดลองยังแสดงให้เห็นว่า คนทั่วไปรับประทานยาแคปซูลที่ผลิตจากเส้นใยใบสับปะรดเพียงเม็ดเดียว ก็สามารถช่วยดูดซึมไขมันอิ่มตัวจากการรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น ทั้งนี้ ข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ในปี 2563 ระบุว่ามีชาวสิงคโปร์อายุ 18-74 ปี ร้อยละ 35.5 ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และร้อยละ 39.1 มีภาวะคอเรสเตอรอลสูง

Health News : จีนอาจตายจากโควิด 1.6 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/653506

Health News : จีนอาจตายจากโควิด 1.6 ล้านคน

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในนครเซี่ยงไฮ้ เผยว่า จีนเสี่ยงที่จะมีผู้เสียชีวิตได้ถึง 1.6 ล้านคนหากรัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ และปล่อยให้เชื้อโอมิครอนแพร่ระบาดไปโดยไม่ตรวจสอบ

งานวิจัยดังกล่าว ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine พบว่าระดับของภูมิคุ้มกันที่เกิดจากโครงการฉีดวัคซีนในจีนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันคลื่นการระบาดของเชื้อโอมิครอนได้ และจะทำให้เกิดภาวะล้นทะลักเตียงผู้ป่วยวิกฤต มากกว่าศักยภาพที่มีถึง 16 เท่าเนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นยังต่ำอยู่ และไวรัสดังกล่าวสามารถเล็ดรอดภูมิคุ้มกันของวัคซีนได้

ผลวิจัยนี้เพิ่มน้ำหนักให้กับรัฐบาลจีนที่ยืนยันหนักแน่นว่าต้องยึดมั่นในนโยบายผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อไป เพราะหากไม่มีมาตรการควบคุมเข้ม เช่น การตรวจหาเชื้อขนานใหญ่และการล็อกดาวน์เข้มข้น การระบาดของโอมิครอนจะทำให้จีนมีผู้ติดเชื้อแบบแสดงอาการ 112.2 ล้านคน โดยจะมีผู้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 5.1 ล้านคน และเสียชีวิตสูงถึง 1.6 ล้านคน หากเกิดการระบาดใหญ่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม พร้อมกับชี้ว่า จีนจำเป็นที่จะต้องตัดสินด้วยตนเอง ว่าจะรับมืออย่างไร เพราะท้ายที่สุด รัฐบาลจีนต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิต ในขณะที่ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ก็ไม่ได้เสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพหรือยั่งยืนใดๆ ให้

Health News : พบไวรัสตับอักเสบปริศนาในเด็กเกือบ 300 คนทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/652009

Health News : พบไวรัสตับอักเสบปริศนาในเด็กเกือบ 300 คนทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกกำลังตรวจสอบ กรณีพบผู้ป่วยเด็กที่มีอาการโรคไวรัสตับอักเสบไม่ทราบแหล่งที่มาเพิ่มมากขึ้น หลังจากพบรายแรกในอังกฤษ องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ระบุว่าจนถึงวันที่ 1 พ.ค. มีเด็กป่วยด้วยอาการเข้าข่ายไวรัสตับอักเสบ 228 คน ใน 20 ประเทศและกำลังตรวจสอบเด็กที่ป่วยอีกกว่า 50 คน

ผู้ป่วยมากที่สุดอยู่ในยุโรปโดยพบในอังกฤษกว่า 140 คน และพบจำนวนเล็กน้อยในอเมริกา แปซิฟิกตะวันตก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย WHO ระบุว่าไม่พบไวรัสตับอักเสบชนิด A B C D และ E ในผู้ป่วยเด็กตับอักเสบดังกล่าว แต่พบเชื้อไวรัสอะดีโนในเด็กเกือบ 3 ใน 4 ของเด็กที่ป่วยตับอักเสบในอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขกำลังตรวจสอบปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เด็กเป็นตับอักเสบ เช่น การเกิดสายพันธุ์ใหม่ของไวรัสอะดีโน การติดเชื้อโควิด-19 หรือสองปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกัน

ในสหรัฐฯ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคส่งคำเตือนถึงแพทย์ทั่วประเทศเมื่อเดือนที่แล้วให้ตรวจหาเชื้อไวรัสอะดีโนในเด็กที่มีอาการตับอักเสบรุนแรง นอกจากนี้ อินโดนีเซียรายงานว่ามีเด็ก 3 คน ในกรุงจาการ์ตา เสียชีวิตในเดือนเม.ย. หลังจากอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และกำลังมีการตรวจสอบเด็กที่อาจป่วยด้วยตับอักเสบในสิงคโปร์และญี่ปุ่นด้วย

Health News : สหรัฐฯ เพิ่มจุดแจกยารักษาโควิด-19 ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/650643

Health News : สหรัฐฯ เพิ่มจุดแจกยารักษาโควิด-19 ฟรี

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเป้าเพิ่มการเข้าถึงยารักษาโรคโควิด-19 อย่างยาเม็ดแพ็กซ์โลวิดของไฟเซอร์ ด้วยการเพิ่มจำนวนร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการแจกยาฟรีเป็น 2 เท่าของปัจจุบัน รัฐบาลกลางจะส่งยาไปให้ร้านขายยาที่ได้รับเลือก รวมทั้งจะส่งไปให้รัฐบาลระดับรัฐและศูนย์ชุมชนโดยตรง ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการจาก 20,000 แห่ง ในปัจจุบันเป็นมากกว่า30,000 แห่ง และจะให้ถึง 40,000 แห่งในอีกไม่กี่สัปดาห์

ปัจจุบัน มีชาวอเมริกันรับยาแพ็กซ์โลวิดฟรีต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากระเบียบขั้นตอนยุ่งยาก ประกอบกับมีคนรับการตรวจหาเชื้อลดลง และเกรงผลข้างเคียงของยา อย่างไรก็ดี ยาขนานนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับโรคโควิด-19 เพราะผลการทดลองทางคลินิกพบว่า ช่วยให้กลุ่มเสี่ยงสูงมีอัตราการเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตลงได้ถึงร้อยละ 90 ขณะที่ยาขนานอื่นอย่างยาเม็ดโมลนูพิราเวียและยาฉีดเรมเดซิเวียร์มีประสิทธิภาพน้อยกว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ตกลงซื้อแพ็กซ์โลวิดมากถึง 20 ล้านเม็ด สำหรับรักษาผู้ป่วยในราคา 530 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 18,147 บาท)ต่อคอร์ส ไฟเซอร์ตั้งเป้าผลิตให้รัฐบาลได้ 3.5 ล้านคอร์ส ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่นับจนถึงครึ่งแรกของเดือนนี้รัฐบาลแจกไปเพียง 1.5 ล้านคอร์สเท่านั้น

Health News : เผยภาพความแออัดในศูนย์กักตัวโควิดที่เซี่ยงไฮ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/647830

Health News : เผยภาพความแออัดในศูนย์กักตัวโควิดที่เซี่ยงไฮ้

วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานการณ์โควิด-19 ที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีนยังวิกฤต ล่าสุดมีคลิปเผยให้เห็นสภาพความแออัดภายในศูนย์กักตัว ที่มีผู้ติดเชื้อราว 200 คน อยู่กันอย่างแออัดบนพื้นของอาคารที่เป็นเหมือนสำนักงาน และถูกดัดแปลงให้เป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วยโควิด-19 แห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ ผู้ป่วยนอนบนถุงนอนโดยมีกระเป๋าสัมภาระและสิ่งของอื่นๆ กองวางข้างที่นอน ผู้ที่บันทึกคลิปนี้ระบุว่ามีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 200 คน อยู่ในอาคารแห่งนี้ รวมถึงเด็กๆ แต่ไม่มีฝักบัวอาบน้ำ มีห้องน้ำรวม 4 ห้องและมีเพียงขนมปังเป็นอาหารมื้อเช้า

เซี่ยงไฮ้บังคับใช้นโยบายกักตัวผู้ติดเชื้ออย่างเข้มงวด ตามข้อบังคับของรัฐบาลจีนที่กำหนดว่าผู้ติดเชื้อไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยก็ต้องอยู่ในศูนย์กักตัว และปรับเปลี่ยนโรงเรียน อพาร์ตเมนต์ที่เพิ่งตกแต่งเสร็จ และศูนย์จัดแสดงนิทรรศการให้เป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วยโควิด-19 โดยศูนย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองรับผู้ป่วยได้มากถึง 50,000 คน ทางการท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์กักตัวแบบนี้ไว้กว่า 60 แห่ง

ขณะที่สถานการณ์ระบาดยังน่าวิตก โดยเซี่ยงไฮ้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 27,719 คน เมื่อวันพฤหัสบดี โดยขณะนี้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นศูนย์กลางการระบาดที่เลวร้ายที่สุดของจีน นับตั้งแต่ในเมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปี 2562 ที่ทำให้ประชาชน 25 ล้านคน ต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

Health News : ออสเตรเลียเตรียมเริ่มฉีดเข็ม 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/643852

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลออสเตรเลียจะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เข็มที่ 4 ให้กับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ในออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อย บีเอ 2 ของสายพันธุ์โอมิครอนที่ติดต่อกันได้ง่าย และความกังวลว่าจะเกิดการระบาดพร้อมๆ กัน ของโควิด-19และไวรัสไข้หวัดในช่วงฤดูหนาวหลังจากที่มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมส่วนใหญ่สิ้นสุดลงแล้ว

เกรก ฮันท์ รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 จะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนนี้เป็นต้นไป โดยจะฉีดให้กับประชาชนที่ฉีดเข็มกระตุ้นเข็มแรกไปแล้วอย่างน้อย 4 เดือน และเป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คนพื้นเมืองของออสเตรเลียที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและผู้พิการหรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างรุนแรง ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้ประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้วถึงร้อยละ 95 และเกือบร้อยละ 67 ฉีดเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้นไปแล้ว