ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดอดีตเพื่อนร่วมงาน ร่วมแสดงความยินดีกับนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยคนใหม่

ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดอดีตเพื่อนร่วมงาน ร่วมแสดงความยินดีกับนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยคนใหม่

ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดอดีตเพื่อนร่วมงาน ร่วมแสดงความยินดีกับนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทยคนใหม่

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.50 น.

ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดอดีตสมาชิกและอดีตเพื่อนร่วมงานในหน้าที่ต่างๆที่เกี่ยวพันกับ งานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาร่วมแสดงความยินดีกับ ดร. วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองกรรมการหอการค้าไทยในตำแหน่งใหม่เพิ่มขึ้น นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย โดยมี นพ.เจตน์  ศิรธรานนท์ (อดีตที่ปรึกษา) คุณชั่งทอง  โอภาสสิริวิทย์ (อดีตเลขาธิการ) คุณ มังกร  ธนสารศิลป์ ดร.อาณัติชัย รัตตกุล คุณ สุพจน์  พฤกษานานนท์ คุณ สกลวัธม์   ศิวัตราบุญยกานต์  คุณ กำพล  หาญทวีวงศา  คุณ ณัฐปภัสร์ ประกายบุษราคัม และ คุณ เกศสุดา  ธรรมสาร ในบรรยากาศที่เป็นกันเองกับเพื่อนเก่าอดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ร้าน La Dotta สีลม คอนแวนต์ เมื่อเร็วๆนี้

ในอดีตนั้นสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญปี2550 มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการให้ความเห็นต่อร่างกฎหมาย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนอื่นก่อนพิจารณาประกาศใช้ ต่อมาองค์กรนี้ได้ถูกยุบในปี2557 จึงสิ้นสุดของ“องค์กรแห่งปัญญา สะท้อนปัญหาจากประชาสู่รัฐ”

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2569

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภญ.สุภัทรา บุญเสริม, รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ และคณะผู้บริหาร ประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูงแห่งชาติ โดยเป็นการติดตามความก้าวหน้า รวมถึงผลการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMP) รับเทรนด์ของการรักษาและดูแลสุขภาพในอนาคต มุ่งยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมได้เยี่ยมชมศูนย์การผลิตเซลล์และยีนส์บำบัด ณ รพ.จุฬาลงกรณ์..
  • อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดงาน “แสงแห่งธรรม นิรันดร์แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูลละสังขาร วิสาขบูชารำลึก” โดยมี พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์..
  • ข่าวสุดยินดีของชาว Digital CEO#1 เมื่อเพื่อนร่วมรุ่น วิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ จะได้เป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กก.ผจก.ใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป งานนี้เตรียมเลี้ยงฉลองใหญ่..
  • เพื่อนๆ วตท.14 กว่า 40 คนไปร่วมยินดีกับ ทวี ปิยะพัฒนา ในงานฉลอง PFP 40 ปี ก้าวสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยมี ศ.กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์, จีรศักดิ์ สุคนธชาติ, นันทวัลย์ ศกุนตนาค, สาลินี วังตาล, , ธีรนันท์ ศรีหงส์, ชนัญญารักษ์ เพ็ชรรัตน์, มานิต นิธิประทีป, วิลาสินี พุทธิการันต์, ณัฐญา นิยมานุสรวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ, ประภา ปูรณโชติ, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, รสริน เธียรนุกุล ร่วมด้วย..
  • ดร.สรวิชญ์ เปรมชื่น อุปนายกสมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย เป็นประธานในพิธีลงนาม MOU โครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” ระหว่าง สมพล ตันติสันติสม นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ดร.ปริญญา นิลรัตนคุณ ซีอีโอ บจ. ไอ-ออโตเมท..
  • ดร.สักกเวท ยอแสง ผอ.ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ดีป้า ได้รับเชิญจาก ไพโรจน์ เกียรติศิริขจร รอง กก.ผจก. บจ.เจียไต๋ ให้บรรยายเรื่อง บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog)..
  • ชัยรัตน์ อนุรักติพันธุ์ นายกก่อตั้งสโมสรโรตารีกรุงเทพ-เพลินจิต พร้อมด้วย จุมพจน์ เชื้อสาย และคณะกรรมการสโมสรโรตารีกรุงเทพ-เพลินจิตไปมอบเงินและสิ่งของ ให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี จิตราภา หิมะทองคำ รับมอบ..
  • จันทพร เจริญลาภนพรัตน์ ให้การต้อนรับ ดร.ภาสกร ประถมบุตร นำคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ณ บจ.แอสตรา คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส..
  • ดร.นิพนธ์ นาชิน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ ได้รับเชิญไปบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO# 9..
  • นพดล ศรีสรรค์ วันเกิดได้ทำบุญบ้าน และไปบริจาคโลงศพเป็นเจ้าภาพศพที่ไม่มีเงินทำศพ ณ วัดราษฎร์ประคองธรรม..
  • ผู้สมัครผู้ว่า กทม. อนุชา บูรพชัยศรี (อนุชาเบอร์ห้า) เป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยพูดถึงตัวเองเท่าไหร่แต่จริงจังกับการลงมือทำ พร้อมลุยกับทุกความท้าทายและอุปสรรค ทาง นิติพงษ์ ห่อนาค จึงได้แต่งเพลงนี้ให้อนุชาเบอร์ห้า ใครเป็น FC ฟังได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/18GYGM639T/?mibextid=wwXIfr..
  • สวด จงดี ตาตะยานนท์ มารดา ธนัท ตาตะยานนท์ 5-7 มิ.ย.18.00 น. อาคารสุคติสถาน ชั้น 2  วัดชลประทานรังสฤษดิ์..

น้องใหม่

TCTD ผนึกสมาคมฌาปนกิจฯ และ ไอ-ออโตเมท ลงนาม MOU เดินหน้า ‘สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคตฯ’

TCTD ผนึกสมาคมฌาปนกิจฯ และ ไอ-ออโตเมท ลงนาม MOU เดินหน้า ‘สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคตฯ’

TCTD ผนึกสมาคมฌาปนกิจฯ และ ไอ-ออโตเมท ลงนาม MOU เดินหน้า ‘สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคตฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.31 น.

สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย (TCTD) ร่วมกับ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ไอ-ออโตเมท จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าโครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย”  ผนึกกำลังส่งต่อ “สหกรณ์ฟิน (Sahakorn Fin)” แพลตฟอร์มสวัสดิการดิจิทัลรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับระบบฌาปนกิจสงเคราะห์และสร้างความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์ไทยทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็น “สวัสดิการ” เพื่อคนที่คุณรัก” มั่นใจจะได้การตอบรับที่ดีจากสมาชิกทั่วประเทศ

ดร. สรวิชญ์ เปรมชื่น อุปนายก สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย กล่าวว่า TCTD เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างอำนาจต่อรองและช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์รวมถึงกลุ่มเกษตรกร โดยเน้นหนักไปที่ด้านพลังงานและการลดค่าครองชีพ TCTD ผนึกกำลังของทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บริษัท ไอ-ออโตเมท จำกัด ในครั้งนี้เพื่อเดินหน้าโครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” เกิดขึ้นจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ส่งผลให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งประสบปัญหาสมาชิกหยุดส่งเงินสมทบฌาปนกิจรายเดือน จนหลายสมาคมไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ ขณะที่สมาชิกจำนวนมากที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องมายาวนานกลับสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ และแบกรับค่าใช้จ่ายโดยไม่เกิดความคุ้มค่า หลายคนมองว่าการส่งเงินสมทบเป็นเพียงภาระค่าใช้จ่าย และไม่เห็นประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งปัจจุบันสมาชิกกว่า 60% ที่ต้องพึ่งพาลูกหลานในการดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้สมาชิกรู้สึกว่าการจ่ายเงินเข้าระบบฌาปนกิจเป็นภาระ

จากปัญหาดังกล่าว ทั้ง 3 องค์กรจึงร่วมกันหาแนวทางพัฒนาระบบสวัสดิการรูปแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นเงินสะสมเพื่อการสงเคราะห์ครอบครัวในอนาคต ผ่านการนำส่วนต่างจากราคาสินค้าและบริการที่สมาชิกใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มารวบรวมเป็นเงินสมทบเข้าสู่ระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกเห็นคุณค่าของทุกการใช้จ่าย และสามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นความมั่นคงของครอบครัวในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการฯ

มีเป้าหมายรองรับสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน พร้อมตั้งเป้าหมายระยะแรกให้มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 500,000 คนในปีแรก และขยายสู่ 10 ล้านคนภายในระยะเวลา 3 ปี ภายใต้แนวทางการดำเนินงานระยะยาว ผ่านแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” ที่ช่วยบริหารจัดการข้อมูลและแสดงผลได้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้     

ด้าน นายสมพล ตันติสันติสม นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ฯ กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้า โครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” โดยเป็นการนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรมาร่วมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยสมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย (TCTD) ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการประสานเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ และสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ขณะที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความพร้อมด้านเครือข่ายสมาชิกและการบริหารสวัสดิการสมาชิก ส่วนบริษัท ไอ-ออโตเมท จำกัด ดูแลด้านการพัฒนาและออกแบบระบบแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” เพื่อรองรับการใช้งานของสมาชิก ร้านค้า และระบบสะสมสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ระบบแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” นี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็น “แต้มสวัสดิการ” ผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยระบบจะนำยอดใช้จ่ายมาแปลงเป็นแต้มสะสมเพื่อช่วยสมทบค่าฌาปนกิจโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการดูแลพ่อแม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับการใช้งานผ่าน LINE OA เชื่อมต่อระบบชำระเงินผ่าน QR Payment พร้อม Dashboard แบบ Real-time ที่ช่วยให้สหกรณ์ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใสและแม่นยำภายใต้มาตรฐานสากล

ภายหลังการลงนามความร่วมมือ ทั้ง 3 องค์กรยังมีแผนเปิดโอกาสให้นักศึกษาอาชีวะและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้และนำเสนอแอปพลิเคชันแก่ร้านค้าและสมาชิก เพื่อขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มสู่ประชาชนในวงกว้าง พร้อมต่อยอดบริการด้านธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์ผ่านแพลตฟอร์มเดียวอย่างครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบสวัสดิการสหกรณ์ไทยในยุคดิจิทัล ที่มุ่งเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นคุณค่าและความมั่นคงของครอบครัวในอนาคตอย่างยั่งยืน

อัพเดทเทรนด์สุขภาพโลกยุคใหม่ ปักหมุดงาน ‘Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026’ ครบวงจร

อัพเดทเทรนด์สุขภาพโลกยุคใหม่ ปักหมุดงาน 'Thailand Wellness  & Healthcare Expo  X SPORTEC Thailand 2026' ครบวงจร

อัพเดทเทรนด์สุขภาพโลกยุคใหม่ ปักหมุดงาน ‘Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026’ ครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.49 น.

เตรียมพบ งาน Thailand Wellness  & Healthcare Expo  X SPORTEC Thailand 2026 วันที่ 25-27 มิ.ย.นี้  ฮอลล์ 101, 102  ไบเทคบางนา งานแห่งสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ที่ครบวงจรแห่งปี  คาดสร้างเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท

ปักหมุดเตรียมรอกับงานสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ครบวงจรที่สุดแห่งปี  “Thailand Wellness & Healthcare Expo  X SPORTEC Thailand 2026” รวบรวม 22 โซนนวัตกรรมสุขภาพครบวงจร เวลเนส สปา Longevity ความงาม   ฟิตเนส  และกีฬา  บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ที่ชวนให้คุณเปิดประสบการณ์  อัพเดทเทรนด์สุขภาพโลกยุคใหม่  พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพผ่านเวทีเสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตื่นตากับกิจกรรมสร้างสีสันภายในงาน อย่าพลาด ! วันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา  คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท

นางสาวณรินณ์ทิพ  วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 กล่าวว่า “งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านสุขภาพ  และธุรกิจกีฬาในภูมิภาคอาเซียน   โดยรวบรวมบูธจัดแสดงสินค้าด้านสุขภาพ และเวลเนส รวมกว่า 150 บูธ  ประกอบด้วย 11 โซนที่น่าสนใจ ได้แก่  Wellness, Health Care, Longevity, Senior Product, Digital Health, Aesthetic, Medical Equipment, Future Food, Food and Beverage และ Experience Room 

ที่สำคัญปีนี้ได้ผนึกแนวร่วมกับ SPORTEC Thailand ดึงธุรกิจกีฬา  ฟิตเนส  และนวัตกรรมกีฬา รวมอีก 100 บูธ มาจัดแสดงร่วมเพื่อยกระดับให้งานมีความพิเศษแตกต่างและครบวงจรที่สุด อีกทั้งยังได้ประสานแนวร่วมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย  สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย  สมาคมแพทย์ความงาม  สมาพันธ์หมอนวดไทย  และ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตแห่งแรกของประเทศไทย เป็นต้น ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพและเวลเนส มาสร้างกิจกรรมเติมเต็มให้มีงานสีสันที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 ภายในงานยังมีไฮไลท์กิจกรรมดี ๆที่ไม่ควรพลาด  อาทิ การประกวดแข่งขัน Thailand Chocorista Championship 2026, การแข่งขันผู้ฝึกสอนฟิตเนสกลุ่ม Rookie Contest Thailand, การแข่งขัน Functional Fitness โดย ONTRACK, เวิร์กชอปมวยไทยโดยแฟร์เท็กซ์, เวิร์คชอปคลาสฟิตเนส และห้อง Experience Room ให้คุณได้เปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ  เวลเนส ฟิตเนสและกีฬาแบบเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ และเวิร์กชอปปลุกพลังสร้างสุขภาพองค์รวมอย่างคับคั่ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและกูรูระดับแถวหน้าของเมืองไทย  อาทิ เมนูเรียกคืนพลังหนุ่มสาว โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์  ศุกระฤกษ์ , กินอย่างฉลาดเพื่อย้อนวัยเซลส์ โดย ผศ.ดร.นพ.มาศ  ไม้ประเสริฐ  ,ใบหน้าไม่ได้แก่ แต่กล้ามเนื้อกำลังทรุด โดยพราวิเรีย กรุ๊ป, Longevity ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อยู่ยืนอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มยังไง โดยสถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา ,ปลดชีวิตเดอะแบกด้วยพื้นที่ของใจ อยู่ในโลกที่วุ่นวายได้อย่างสงบ โดยบูธาราโยคะ,  เวิร์กชอปปรุงสุก โดยเชฟมังกร-ผศ.ดร.ภูริ  ชุณห์ขจร เป็นต้น  อีกทั้งยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจขยายคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ อีกด้วย

ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้ว่า “จากที่เราประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการด้านฟิตเนสและกีฬาในมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มากว่า 15 ปี และได้มองเห็นศักยภาพและความตื่นตัวด้านกีฬาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยเฉพาะประเทศไทย จึงมั่นใจที่จะจัดงาน SPORTEC Thailand 2026 อีกหนึ่งเวทีร่วมกัน เพื่อให้เป็นงานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมกีฬาในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดสากล

นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ผู้จัดงาน SPORTEC THAILAND 2026 กล่าวว่า “ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า รายได้ในตลาดกีฬาของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 90-100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  สำหรับตลาดอุปกรณ์กีฬาในปี 2025 มีมูลค่ารายได้ประมาณ 1,334 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกีฬาของไทยมีศักยภาพสูง จึงต้องการเวทีในการรวมตัวของผู้ประกอบการเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระดับสากล  งาน  SPORTEC Thailand 2026 ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และองค์กรชั้นนำอื่น ๆ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจกีฬาและสุขภาพในอาเซียน  เชื่อว่างานนี้จะสามารถเติมเต็มโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมกีฬาของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นางสาวณรินณ์ทิพ กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อมั่นว่า “Thailand Wellness & Healthcare Expo  X SPORTEC Thailand 2026 ในปีนี้จะเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่จะเป็นแพลทฟอร์มขนาดใหญ่ที่รวมคนรักสุขภาพ ฟิตเนส และกีฬามาไว้ในงานเดียว  นอกจากนี้ยังเป็นเวทีสำคัญที่ให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุน มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสร้างเครือข่าย  เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยคาดการณ์ว่างานนี้จะสร้างเม็ดเงินสะพัดได้มากกว่า 500 ล้านบาท” 

เชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่  รวมทั้งผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน  เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย !  งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo  X SPORTEC Thailand 2026 จัดระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา

ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานและฟังเสวนาได้ที่  https://eventpassinsight.co/el/to/twst2602 

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน  เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.25 น.

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future” งานแสดงเทคโนโลยีอาคารครบวงจรแห่งปี ที่รวบรวมนวัตกรรมด้านพลังงาน วิศวกรรม การออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการอาคารสมัยใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาคารไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงพลังงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในอาคารเพื่อลดโลกร้อน” โดยเน้นย้ำว่า ภาคอาคารเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

ด้าน ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานจัดงาน The NOVA Expo 2026 กล่าวว่า แนวคิด “Re:Build” ไม่ได้หมายถึงเพียงการปรับปรุงอาคาร แต่คือการยกระดับศักยภาพอาคารเดิม ผ่านการอัปเกรดระบบวิศวกรรม เทคโนโลยีพลังงาน สุขภาวะภายในอาคาร และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero Carbon และการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต

งาน The NOVA Expo จัดโดย EEC Academy ภายใต้ EEC Engineering Network ซึ่งในปี 2569 ครบรอบ 50 ปีของการดำเนินงานในวงการวิศวกรรมและการออกแบบอาคาร พร้อมเปิดตัว “Re Handbook” คู่มือแนวทางปรับปรุงอาคารสู่ Net Zero ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงสำหรับเจ้าของอาคาร วิศวกร และนักออกแบบ

ปัจจุบันกว่า 70% ของอาคารในประเทศไทยมีอายุมากกว่า 20 ปี ขณะที่ภาคอาคารและที่อยู่อาศัยใช้ไฟฟ้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ การอัปเกรดอาคารจึงเป็นโอกาสสำคัญในการลดการใช้พลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงถึง 50% และช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งจุดแข็งของแนวคิด “Re:Build” คือ การต่อยอดศักยภาพอาคารเดิมที่มีทำเลและระบบขนส่งรองรับอยู่แล้ว ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ทันที โดยใช้คาร์บอนจากการก่อสร้างต่ำกว่าการรื้อและสร้างอาคารใหม่ ขณะเดียวกัน แนวโน้มด้านสุขภาวะและมาตรฐานคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (IEQ) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน และสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการระดับนานาชาติ

ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การอัปเกรดอาคารเพื่อรองรับเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยผู้อำนวยการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งนำเสนอแนวทางการพัฒนาอาคารเพื่อรองรับสังคมสุขภาพและมาตรฐาน Wellness Building ที่กำลังได้รับความสำคัญทั่วโลก

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน ในการผลักดันอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ Advanced Innovation City โดย National Charter และอาคารต้นแบบด้านสุขภาพและพลังงานจาก MEA Energy Saving

สำหรับนวัตกรรมไฮไลท์ที่เปิดตัวภายในงาน ประกอบด้วย Cooling Tower ประสิทธิภาพสูงจาก TRUWATER, Power Train Unit ห้องไฟฟ้าสำเร็จรูปจาก Fuji SMBE, CHILLOX นวัตกรรมแบตเตอรี่เก็บความเย็นจาก SCGC และ GRP Pipe ท่อพลาสติกขนาดใหญ่พิเศษจาก TAC-M รวมถึงโซลูชันอนุรักษ์พลังงานจาก Thai ESCO Association และโมเดลปรับปรุงระบบทำความเย็นแบบไม่ต้องลงทุนจาก UNISUS Green Energy ที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าและลดคาร์บอนได้ทันที

ตลอด 3 วันของการจัดงาน ยังมีเวทีสัมมนาให้เข้าฟังฟรี ครอบคลุมหัวข้อด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม Smart Building เทคโนโลยี AI การบริหารจัดการอาคาร และแนวทางลดพลังงาน-ลดคาร์บอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยหลายโครงการสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี

The NOVA Expo 2026 ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน สะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคต Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำบทบาทของการอัปเกรดอาคารเดิมในฐานะกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยน “อาคารเก่า” ให้กลายเป็น “โอกาสใหม่” ของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.21 น.

บ้านไม้สักทองหลังใหญ่มโหฬาร ชื่อบ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองสร้างแบบบังกะโลว์ในสวนป่า ของนายเลิศ เศรษฐบุตร หรือพระยาภักดีนรเศรษฐ ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านวิทยุ เพลินจิต ชิดลม สมคิดในบัดนี้ บ้านหลังนี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจยิ่ง ถึงแม้คนจำนวนไม่น้อยอาจจะรู้จักประวัติของบ้านอายุร้อยกว่าปีหลังนี้ค่อนข้างดี แต่ทุกครั้งที่ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศน่าหลงใหลของบ้าน และของสวนป่าที่รวมต้นไม้อายุหลายสิบปี บางต้นอาจมีอายุเป็นร้อยปี ก็ทำให้อยากเรียนรู้ประวัติของบ้านในแง่มุมอื่น ๆ ให้ลึกซึ้งและครบถ้วนมากกว่าที่เคยทราบมาก่อน

วันนี้ขอชวนคุณผู้รักรากเหง้าของกรุงเทพฯ ไปเที่ยวบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกันอีกสักครั้ง แม้หลายคนอาจจะบอกว่าไปมาแล้วหลายครั้ง แต่รับรองว่าการไปเที่ยวบ้านที่เรียกได้ว่าเป็น One of the special heritage of Bangkok ในครั้งนี้จะทำให้คุณมองเห็นและเข้าใจปรัชญาของเจ้าของบ้านได้ลึกซึ้งถึงแก่นยิ่งขึ้น แล้ววันหน้าจะชวนคุณไปคุยผ่านตัวอักษรจากบทสัมภาษณ์กับทายาทรุ่นสามและสี่ของเจ้าของบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกัน แต่สำหรับวันนี้ขอชวนคุณเที่ยวบ้านไม้สักทองที่ปลูกท่ามกลางพรรณไม้ยืนต้นนานาชนิดผ่านตัวหนังสือและภาพก่อน

เริ่มจากหนังสือแบบ pop-up ชื่อบ้านปาร์คนายเลิศ (NAI LERT PARK HERITAGE HOME The Ultimate Pop-up Book) ผลงานของทวีพงษ์ ลิมมากร หนังสือ pop-up เล่มนี้มหัศจรรย์มาก เพราะรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ให้ข้อมูลของบ้านได้ละเอียดละออ ทำให้เห็นภาพบ้านไม้สักทองทั้งสองหลังราวกับได้เข้าไปดูของจริงด้วยตาตัวเอง แล้วยังทำให้เห็นถึงบรรยากาศของบ้านกลางสวนป่ากลางกรุงฯ รวมถึงทำให้จินตนาการเห็นของสะสมของเจ้าของของบ้านที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ แม้หนังสือเล่มนี้จะมีภาพ pop-up ขนาดใหญ่เพียงสองภาพเท่านั้น แต่ก็ยังมีภาพ pop-up ขนาดเล็กประกอบอีก 8 ภาพ เพราะฉะนั้น เมื่อ pop-up ทุกภาพแล้วจึงทำให้เห็นรายละเอียดของบ้านปาร์คนายเลิศได้โดยสมบูรณ์ เห็นรถยนต์คันโปรดของพระยาภักดีนรเศรษฐ แล้วยังได้เห็นของสะสมในบ้านในพิพิธภัณฑ์กลางสวนป่า ได้เห็นรถเมล์ขาวนายเลิศ เห็นเรือ และจักรยานของนายเลิศ และเห็นเรือนบรรพบุรุษของเจ้าของบ้าน

ผู้เขียนขอทำตัวประมาณว่า เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ด้วยการเล่าประวัติโดยสังเขปว่า บ้านปาร์คนายเลิศได้รับการดูแลอย่างดีต่อจากนายเลิศโดยท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ธิดาคนเดียวของพระยาภักดีนรเศรษฐ และคุณหญิงสิน โดยกิตติศัพท์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์คือรักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ และรักความเป็นธรรมชาติเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อสิ้นท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ บ้านหลังนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังธิดาทั้งสองของท่านคือ คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ และคุณสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร พร้อมทั้งทายาทรุ่นต่อ ๆ ไปของตระกูล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลร่วมกันของทายาทรุ่นที่ 3 และ 4 สำหรับทายาทรุ่นที่ 4 ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในการดูแลมรดกสำคัญชิ้นนี้คือคุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร (วันหน้าจะชวนคุณผู้อ่านไปคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 และ 4 ของบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกัน) 

ทุกวันนี้บ้านปาร์คนายเลิศยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างน่าประทับใจ จนอาจจะกล่าวได้ว่าบ้านปาร์คฯ แห่งนี้เคยเป็นมาอย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แม้วันเวลาจะล่วงผ่านไปนานกว่าศตวรรษ แต่บ้านปาร์คฯ หลังนี้ก็ยังคงเป็นบ้านปาร์คนายเลิศดุจดั่งเมื่อครั้งผู้ก่อสร้างบ้านยังดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการซ่อมแซมบูรณะให้บ้านสวยงามมั่นคงแข็งแรง และเข้มขลังอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่บ้านเก่าย่อมต้องทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา แต่ด้วยความเอาใจใส่อย่างดียิ่งของทายาท ก็ทำให้บ้านเก่าอายุกว่าร้อยปียังคงความงามและสมบูรณ์ได้จนถึงบัดนี้ 

เราซึ่งเป็นคนรุ่นหลัง เป็นทายาท คงไม่มีความสามารถสร้างเรือนไม้สักเก่าแก่หลังนี้ได้ด้วยตัวเราเองอย่างแน่นอน แต่ยืนยันว่าเราตั้งใจเก็บรักษา และดูแลเรือนไม้ประวัติศาสตร์หลังนี้ไว้อย่างดีที่สุด เราทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เรือนไม้บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้ทรงไทยตามแบบฉบับของนายเลิศยังคงสภาพงดงามดังเดิม เราตั้งใจเก็บรักษาและดูแลสวนป่าให้อยู่คู่กับบ้านปาร์คฯ และตั้งใจอนุรักษ์บ้านหลังนี้ให้เป็นทั้ง museum และ heritage กลางสวนป่าใจกลางกรุงเทพมหานครที่สมบูรณ์แบบ นี่คือคำมั่นจากทายาทรุ่น 3 และ 4 ของนายเลิศ

และแน่นอนที่สุดคือ เมื่อกล่าวถึงบ้านปาร์คนายเลิศแล้ว หลายคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปย่อมต้องนึกถึงงานจัดดอกไม้ที่แสนยิ่งใหญ่งานหนึ่งของเมืองไทย งานนี้สำคัญมากถึงขนาดที่ว่าสื่อมวลชนต่างชาติยังต้องมานำเสนอข่าว ส่วนคนไทยผู้หลงใหลในความงดงามของมวลดอกไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะดอกไม้ไทยแท้ ๆ ก็ต้องเฝ้ารอชมงานจัดดอกไม้ ในโรงแรมฮิลตัน ปาร์ค นายเลิศ 

ธิดาของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์บอกว่า มีประโยคสำคัญประโยคหนึ่งที่ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์บอกย้ำเสมอ ๆ คือ “พ่อสอนว่าสีเขียวทำให้คนสุขใจ” นี่คือการปลูกฝังให้รักธรรมชาติ รักต้นไม้ รักสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ เสน่ห์ของงานดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศยังคงตราตรึงอยู่ในใจของคนไทยเสมอมา ผู้ร่วมจัดงานดอกไม้รายหนึ่งบอกว่า หัวใจสำคัญของงานดอกไม้ที่ปาร์คนายเลิศ คือการรวบรวมคนที่รักชอบดอกไม้ คนรักการจัดดอกไม้ก็ได้จัดแสดงฝีมือของตัวเอง คนชอบดอกไม้ก็ได้ไปชื่นชมความงามของดอกไม้ที่ถูกจัดอย่างงดงาม และได้ทำบุญร่วมกัน ช่วยเหลือสังคมร่วมกัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ผู้เขียนตั้งใจนำภาพงานจัดดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศ มาประกอบในบทความวันนี้ด้วย   

ยังมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านปาร์คนายเลิศอีกเหลือคณานับที่จะมาบอกเล่าชวนคุณคุญ แต่ทว่าเนื้อหาสำหรับนำเสนอเรื่องราวในคอลัมน์หมดแล้ว ก็ขอยกยอดเรื่องของบ้านปาร์คไปไว้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป แต่ก็จะลากันวันนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณหนังสือหนังสือต่าง ๆ ที่เป็นต้นธารของเรื่องราวในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะหนังสือ pop-up และขอขอบคุณภาพประวัติศาสตร์ที่มาจากหนังสืออีก 4 เล่ม คือ เลิศ-สิน เลิศสมันเตา พระยาภักดีนรเศรษฐ และหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ

สำหรับผู้สนใจซื้อหาหนังสิอ pop-up และหนังสือชุดนายเลิศ รวมสามเล่ม คือ เลิศ-สิน เลิศสมันเตา และพระยาภักดีนรเศรษฐ สามารถซื้อได้ที่บ้านปาร์คนายเลิศ 

บ้านปาร์คนายเลิศเปิดให้เข้าชมวันพุธถึงอาทิตย์ วันละ 4 รอบ คึอ 09.30 11.30 14.30 และ 16.30 น. บัตรราคา ผู้ใหญ่ 350 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา 150 บาท เด็กความสูงน้อยกว่า 100 เซนติเมตร เข้าชมฟรี สนใจสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ โทรศัพท์ 0 2253 0123 Email : museum@nailertgroup.com

เฉลิมชัย ยอดมาลัย

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม ‘Rewrite Your Denim Story’ ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม 'Rewrite Your Denim Story' ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม ‘Rewrite Your Denim Story’ ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator แบรนด์ C  P  S ส่งมอบกางเกงเดนิมจำนวนกว่า 500 ตัว จากกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story” ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้ขาดแคลนในสังคม ผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิฯ โดยมี วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและระดมทุนมูลนิธิกระจกเงาเป็นผู้รับมอบ

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator แบรนด์ C  P  S  ส่งมอบกางเกงเดนิมจำนวนกว่า 500 ตัว จากกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story”  โดยมี วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและระดมทุนมูลนิธิกระจกเงาเป็นตัวแทนผู้รับมอบจากมูลนิธิกระจกเงา

โดยหัวใจสำคัญของกิจกรรม Rewrite Your Denim Story ในครั้งนี้ คือการตอกย้ำบทบาทของ C  P  S ในฐานะ Denim Curator ที่ไม่ได้มองเดนิมเป็นเพียงเสื้อผ้า แต่เป็นแฟชั่นไอเทมที่อยู่กับผู้คนในทุกช่วงชีวิต ผ่านการสวมใส่ การเดินทาง และบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของเจ้าของแต่ละคน เดนิมจึงเป็นหนึ่งในไอเทมแฟชั่นที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างมีคุณค่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กางเกงเดนิมที่ส่งมอบในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน DENIM WEEK ณ PLAY art house ถนนทรงวาด และกิจกรรม Rewrite Your Denim Story เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ร้าน C  P  S  ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้านำเดนิมตัวเก่าในสภาพดีที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไม่จำกัดแบรนด์ มาแลกเป็นเดนิมตัวใหม่จาก C  P  S เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเดนิมให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมในวงกว้างต่อไป

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นสุดเท่ของ “C  P  S” เพิ่มเติมได้ที่
Instagram : @cps.label
Facebook : CPS
LINE Official Account : @cps
TikTok : cps.label

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

สถาบันพระปกเกล้า โดย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสำนักงานเลขาธิการ จัดงานเทิดพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ  “A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations” เพื่อเปิดตัวผ้าพันคอและเนคไทของสถาบันพระปกเกล้า เนื่องในวาระพิเศษแห่งการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่น และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงยกระดับงานศิลปาชีพไทยให้มีคุณค่าและร่วมสมัย โดยได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผ่านมุมมองขององค์ครีเอทรีฟไดเร็กเตอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยลวดลายจากแรงบันดาลใจเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ

A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations เป็นส่วนหนึ่งของโครงการกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ‘สิริรำไพพรรณ พัสตราภรณ์’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในโอกาสมหามงคล 120 ปี แห่งวันพระราชสมภพ และโอกาส 100 ปี แห่งวันสถาปนาพระบรมราชินี อีกทั้ง ยังเป็นวาระสำคัญที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) มีมติรับรองการประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำปี 2569 – 2570 พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมหัตถศิลป์และผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล  

ในการนี้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมสืบสานและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัย โดยมี “บุรพราชินี” ทั้งสองพระองค์เป็นปฐมบทแห่งแรงบันดาลใจอันสูงสุดในการศึกษาศิลปะและการออกแบบ ได้รังสรรค์อัตลักษณ์ของสถาบันพระปกเกล้าผ่านการตีความใหม่ด้วยศิลปะแฟชั่นชั้นสูง ในผลิตภัณฑ์ 3 รูปแบบ

  • เนคไทสำหรับนักศึกษาชาย : ออกแบบบนพื้นผ้าสีเขียวอันเป็นสีประจำสถาบันพระปกเกล้า โดดเด่นด้วยลวดลาย “ดอกไอริส” สีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ตรงกึ่งกลางของลวดลาย ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์  อันวิจิตรที่ผสานตัวตนของสองสถาบันไว้อย่างกลมกลืน เปี่ยมด้วยความหมาย 
  • เนคไทสำหรับผู้บริหาร : รังสรรค์ด้วยสีดำที่สื่อถึงความสง่างามและความน่าเชื่อถือ ตกแต่งด้วยลวดลายโลโก้ของสถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นเนคไทรุ่นพิเศษสำหรับผู้บริหารของสถาบันฯ
  • ผ้าพันคอสำหรับนักศึกษาหญิง : ลายพิมพ์ภาพวาด ‘ต้นประดู่’ พรรณไม้ประจำรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะสถาบันที่จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมตีกรอบด้วยสีเขียวและประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ทั้ง 4 มุม สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของสถาบัน

ภายในงานยังจัดแบ่งพื้นที่นิทรรศการออกเป็น 3 โซน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระเกียรติคุณ การสืบสานรสนิยมความงาม และการพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยของทั้ง 3 พระองค์ เริ่มจาก โซนเฉลิมพระเกียรติ นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และความเชื่อมโยงของทั้ง 3 พระองค์ในฐานะผู้ทรงส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่ สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี ผู้ทรงมีพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร ฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่นของจันทบุรี และพัฒนาเป็นกิจการ S.B.K. อุตสาหกรรมชาวบ้าน ต่อด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพและยกระดับงานหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามในโลกปัจจุบัน และสมเด็จพระเจ้า  ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI

โซนต่อมา นําเสนอชิ้นงานทรงออกแบบ ทั้งผ้าพันคอและเนคไท ที่ถ่ายทอดแนวคิด กระบวนการออกแบบ และความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด พร้อมทั้งนําเสนอการลงสีลายผ้าพันคอโดยช่างฝีมือจากแผนกช่างเขียนภาพ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และปิดท้ายด้วย โซนต้อนรับและเวทีสนทนา ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการบอกเล่าถึงความร่วมมือสำคัญระหว่างสถาบันพระปกเกล้า และแบรนด์ SIRIVANNAVARI  

นิทรรศการเทิดพระเกียรติในครั้งนี้  เปิดให้ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2569 วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 นาฬิกา ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  02 142 7703

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่  ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.12 น.

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์องค์กร ด้วยการส่ง แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย (First Officer) บนเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ในเที่ยวบิน TG564 เส้นทางกรุงเทพฯ–ฮานอย  ด้วยเครื่องบิน Airbus A320-200 ทะเบียน HS-TXS ถือเป็นนักบินหญิงคนแรกในรอบ 66 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการบินของการบินไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี จันทริกา โชติกเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน ร่วมแสดงความยินดี

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้เติบโตในสายอาชีพการบิน โดย แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทยรายนี้ สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง  และผ่านการฝึกบินพาณิชย์จาก Asia Aviation Academy ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วยเครื่องบิน Airbus A320 กับสายการบินชั้นนำเป็นเวลากว่า 4 ปี

 แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทย

การเข้าปฏิบัติหน้าที่ของเธอนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการบินไทยในยุคใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมการบิน และความพร้อมขององค์กรในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรฐานสากล

ความสำเร็จของนักบินหญิงคนแรกในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสตรีที่มีความฝันในสายอาชีพการบิน กล้าก้าวสู่เส้นทางแห่งความท้าทาย และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทยสู่อนาคต

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

หากพูดถึงเมืองที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศได้มีสีสันที่สุดในเอเชีย กรุงเทพฯ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ในช่วงเทศกาล Pride ปีนี้ทั้งถนนหนทาง รูฟท็อป และย่านต่างๆ ทั่วเมืองต่างคึกคักไปด้วยกิจกรรม สีสัน และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่ดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนจากทั่วภูมิภาค อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว  เผยว่า ใน 9 ประเทศที่ทำการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ของเทศกาล Pride มากที่สุดนั้น ล้วนมาจากเอเชียทั้งหมดทุกอันดับ โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้า สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ประเทศที่มีนักเดินทางค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ สำหรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ซึ่งนั่นบ่งบอกได้ชัดเจนว่ากรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวช่วง Pride ในสายตาของนักเดินทางชาวเอเชีย นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนในภูมิภาคนี้ต่างมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและมีชีวิตชีวา และกรุงเทพฯ ก็ตอบโจทย์ทุกข้อนั้นได้ในระยะเที่ยวบินสั้น ๆ

สำหรับทั้ง 9 ประเทศนั้น แต่ละประเทศก็มีการฉลองกิจกรรม Pride ที่ต่างกันออกไป เช่น ไต้หวันมีขบวนพาเหรดประจำปีที่ดึงผู้คนมาร่วมนับแสน ขณะที่โตเกียว โซล มะนิลา และฮ่องกง ต่างก็มีงานฉลองของตัวเองที่คึกคักและเติบโตขึ้นทุกปี สำหรับกรุงเทพฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักเดินทาง สู่การเป็นสัญลักษณ์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้กรุงเทพฯ มีแรงดึงดูดในฐานะศูนย์กลาง Pride Tourism ของภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ธงสายรุ้งในขบวนพาเหรดจะออกสู่ท้องถนน เริ่มจากงาน Bangkok Pride Awards 2026 ที่กลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 28 พฤษภาคม ณ NEX HALL สยามพารากอน เพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลผู้บุกเบิกและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย ใน 11 สาขา รวม 24 รางวัล โดยปีนี้มีผู้ร่วมโหวตมากกว่า 6 ล้านโหวต และไฮไลต์หลักที่ทุกคนรอคอยที่สุดของสัปดาห์นี้คือ Pride Parade ในวันที่ 31 พฤษภาคม ภายใต้ธีม “Patch the World with Pride” โดยขบวนจะเริ่มต้นจากถนนสีลมมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน พร้อมจุดเด่นสุดพิเศษอย่างธงสายรุ้งขนาดยักษ์ที่ยาวกว่า 500 เมตร

นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว Bangkok Pride Forum 2026 ยังรวบรวมเวทีเสวนากว่า 35 เซสชันที่ครอบคลุมหัวข้อด้านวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และชุมชน และยังมี Drag Bangkok Festival 2026 นำเสนอธีม “From Thailand to the World” พร้อมการแข่งขัน drag lip-sync ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดนี้ กรุงเทพฯ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าเมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่คือพื้นที่ที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเชื่อมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าหากันอย่างแท้จริง

นางสาวอรรคพร รอดคง  ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ มีเสน่ห์พิเศษในการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วเอเชียในช่วง Pride Season ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ทั้ง 9 ตลาดต่างประเทศที่มียอดค้นหาสูงสุดล้วนมาจากภูมิภาคเดียวกัน ที่อโกด้า เรามุ่งมั่นช่วยให้นักเดินทางทุกคนเข้าถึงที่พักที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ด้วยข้อเสนอราคาคุ้มค่า ตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย และประสบการณ์การจองที่สะดวกสบาย เพื่อให้ทุกช่วงเวลาพิเศษ อย่างเช่นเทศกาล Pride เป็นทริปที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ด้วยตัวเลือกที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 300,000 รายการ อโกด้าช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนและจองทุกส่วนของการเดินทางได้ครบจบในที่เดียว สำหรับใครที่กำลังวางแผนบินมากรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาล Pride สามารถเลือกดูตัวเลือกที่พักที่หลากหลายได้เลยบนแอปพลิเคชันอโกด้า หรือที่ Agoda.com