งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี  บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

งานฉลอง 80 ปี วันชาติอิตาลี บุคคลสำคัญร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย นำโดย เปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี พร้อมด้วย มาดามทาลา ดิโอนิซี ภริยา เป็นประธาน จัดงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่เนื่องในโอกาสการก่อตั้งสาธารณรัฐอิตาลีครบ 80 ปี หรือวันชาติอิตาลี โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและผู้มีชื่อเสียงมาร่วมงานอย่างมากมาย อาทิ องคมนตรี พล.ร.อ.พงษ์เทพ – อินทริยา หนูเทพ, องคมนตรี จิรายุ – ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, คณะรัฐมนตรี นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ภริยา ธนนนท์ ชาญวีรกูล, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พิพัฒน์ รัชกิจประการ  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ นอกจากนั้นยังมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศมาร่วมงานท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติอิตาลีสุดยิ่งใหญ่

เปาโล ดิโอนิซี ออท.สาธารณรัฐอิตาลี พร้อมด้วย มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับ องคมนตรี จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา

การจัดงานเนื่องโอกาสการต่อตั้งสาธารณรัฐอิตาลีครบ 80 ปี เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานยังได้ร่วมชมความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงที่สุดแห่งยานยนต์สัญชาติอิตาลี อาทิ Maserati, Lamborghini, Ferrari, Ducati ฯลฯ นิทรรศการจากแบรนด์สิริวัณณวรี รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตจากวงไทยแลนด์ ฟิลฮาร์โมนิก ออเคสตร้า และนักร้องกิตติมศักดิ์ที่หาชมยากที่พร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสสุดพิเศษในครั้งนี้ โดยนายเปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ยังได้ร่วมร้องเพลงในบทเพลงสุดท้าย ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาของงานเลี้ยงรับรองที่เต็มไปด้วยอาหาร และเครื่องดื่มสัญชาติอิตาลีอย่าง พิซซ่า พาสต้า กาแฟ ไอศกรีมเจลาโต้สไตล์อิตาลีดั้งเดิมจากร้านอาหารชื่อดัง รวมถึงผู้สนับสนุนต่างๆ ที่มาร่วมฉลองในโอกาสพิเศษครั้งนี้

องคมนตรี พล.ร.อ. พงษ์เทพ - อินทริยา หนูเทพ

องคมนตรี พล.ร.อ. พงษ์เทพ – อินทริยา หนูเทพ

คณะผู้แทนจากนานาชาติร่วมยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี และมาดาม

คณะผู้แทนจากนานาชาติร่วมยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี และมาดาม

ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยามาริโกะ ปวงเบิฟ

ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยามาริโกะ ปวงเบิฟ

ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมภรรยา ซาจิโยะ คูโบ   ร่วมแสดงความยินดี

ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมภรรยา ซาจิโยะ คูโบ ร่วมแสดงความยินดี

คุณหญิงปัทมา-ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

คุณหญิงปัทมา-ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

จุลพยัพ-ยูกิ ศรีกาญจนา

จุลพยัพ-ยูกิ ศรีกาญจนา

มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์

มาดามทาลา ดิโอนิซี ต้อนรับศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์

สันติ ภิรมย์ภักดี

สันติ ภิรมย์ภักดี

นักร้องกิตติมศักดิ์ ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมร้องเพลง

นักร้องกิตติมศักดิ์ ปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมร้องเพลง

นักร้องกิตติมศักดิ์ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

นักร้องกิตติมศักดิ์ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมร้องเพลงกับเหล่านักร้องกิตติมศักดิ์

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมร้องเพลงกับเหล่านักร้องกิตติมศักดิ์

มล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา, มล.อรดิศ สนิทวงศ์, สองใหญ่  อินศรีเชียงใหม่, อัครรัฐ วรรณรัฐ, เข็ม
อัปสร สิริสุขะ, กรณ์ ณรงค์เดช

มล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา, มล.อรดิศ สนิทวงศ์, สองใหญ่ อินศรีเชียงใหม่, อัครรัฐ วรรณรัฐ, เข็ม อัปสร สิริสุขะ, กรณ์ ณรงค์เดช

เกรซ-กลอเรีย มหาดำรงค์กุล

เกรซ-กลอเรีย มหาดำรงค์กุล

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.นเรศวร สร้างโอกาสเพื่อคนรุ่นใหม่ เชื่อมองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมทั้งการผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการวิชาการ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตร การฝึกทักษะวิชาชีพแก่นิสิต การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งขับเคลื่อนบุคลากรคุณภาพที่มีความรู้ความสามารถอย่างรอบด้าน พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

นายอนันต์ รัตนมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “พันธุ์ไทยเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงมุ่งมั่นสนับสนุนเยาวชนไทยและเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ฝึกฝนอาชีพบาริสต้าในร้านพันธุ์ไทย การเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ทดลองปฏิบัติงานจริงเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การบริหารธุรกิจจริงเมื่อจบการศึกษา การสนับสนุนการประกวดนวัตกรรมเครื่องดื่มจากวัตถุดิบท้องถิ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยส่งเสริมให้เยาวชนนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตร เผยแพร่ของดีในชุมชนที่หาทานยากให้เป็นที่รู้จัก และล่าสุดกับการต่อยอดสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผ่านการร่วมพัฒนาหลักสูตร สนับสนุนการวิจัย และเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมยกระดับผลงานทางวิชาการใหม่ๆ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้เด็กไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ อยู่ดีมีสุข ของคนไทยในอนาคต”

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “ภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง การได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นมืออาชีพในภาคธุรกิจอย่างกาแฟพันธุ์ไทยมาร่วมสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะการปฏิบัติงานจริงก่อนสำเร็จการศึกษา นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรแล้ว มหาวิทยาลัยยังพร้อมผลักดันการนำองค์ความรู้และงานวิจัยของคณาจารย์เข้าไปปรับใช้และแก้โจทย์ในสถานประกอบการจริง ซึ่งการหลอมรวมศักยภาพในครั้งนี้จะสร้างอิมแพคอย่างเป็นรูปธรรมให้กับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ” 

สำหรับการขับเคลื่อนภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสององค์กรมุ่งเน้นการร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในรูปแบบเชิงบูรณาการผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่:

ด้านการผลิตบัณฑิต: พัฒนาทักษะแห่งอนาคตผ่านการลงมือทำจริงในระบบนิเวศธุรกิจของกาแฟพันธุ์ไทย พร้อมเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เพื่อสร้างบัณฑิตคุณภาพที่พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานจริงหลังจบการศึกษา

ด้านการวิจัยและนวัตกรรม: ร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ ทดลอง และยกระดับผลงานทางวิชาการสู่เชิงพาณิชย์ พัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและอาหารใหม่ๆ ที่แก้โจทย์ธุรกิจและตอบสนอง Pain Point ของตลาดได้จริง

ด้านการบริการวิชาการ: ขยายผลองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการและภาคธุรกิจสู่สังคม เพื่อร่วมมือพัฒนาและสร้างเครือข่ายความรู้ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการการบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่อย่างมืออาชีพ เพราะพันธุ์ไทยเชื่อมั่นว่า รากฐานของประเทศแข็งแกร่ง เริ่มต้นจากการพัฒนาคนในชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามบนกระดาษ แต่คือพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับคนรุ่นใหม่ ในการส่งเสริมและผลักดันให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

พีระพันธุ์ - สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ฉลองมงคลสมรสลูกสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และ เจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

คุณพ่อนักการเมืองอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและรองนายกรัฐมนตรีหลายสมัย พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เป็นปลื้มสุดๆ เมื่อลูกสาวฝาแฝดคนเล็ก ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา จูงมือเจ้าบ่าวลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน บุตรชายจอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน เข้าสู่ประตูวิวาห์ซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายอบอุ่น ที่ผสานวัฒนธรรมไทย-เทศและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน โดยได้รับเกียรติจาก ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรสในช่วงเช้าและพิธีฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องดิ ออเธอร์ส เล้าจน์ (The Authors’ Lounge) โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรส ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค-เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน โดยมี พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค บิดา-มารดาเจ้าสาว,  จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน บิดามารดาเจ้าบ่าวให้การต้อนรับ

ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี กล่าวอวยพรและนำดื่มฉลองแก่บ่าวสาว

พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค สุดปลื้มกับลูกสาวและลูกเขยคนแรกของครอบครัว

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รวมถึง เครือญาติ แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ เพื่อนๆ ของบ่าวสาวที่เดินทางจากต่างประเทศ มาร่วมยินดีกับบ่าวสาวจนแน่นห้องจัดงาน

สององคมนตรี ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล พร้อมด้วย วัส ติงสมิตร, ศุภเดช พูนพิพัฒน์, วิภาดา โทณวณิก, ริรินดา พูนพิพัฒน์, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา ลารีรัฐวิภาค รักษ์พลเมือง และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน,บ่าวสาว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน -ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค และน้องชายเจ้าบ่าว ชอน เบอนาร์ด สโลน กับเพื่อนสาวคนสนิท

ดาวินทร์ กับคุณแม่ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา ลารีรัฐวิภาค รักษ์พลเมือง, ทญ.พิมสวาท วัฒนศิริโรจน์ มาพร้อมหลานๆ ดิศรา -ดิศศาณุวงศ์ ดิศกุล

พี่ๆ ต้อนรับน้องเขยจากซ้าย แฝดพี่เจ้าสาว ภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค กับคนรู้ใจ,  ชลิตา-ภัทร สาลีรัฐวิภาค

สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค  ต้อนรับชนินทร์ –วิภาดา-ศิรินันท์ โทณวณิก มี ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา ร่วมยินดี

เจ้าสาว ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค เป็นบุตรสาวของ พีระพันธุ์ – สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ Pepperdine University สาขา Political Studies ที่ Malibu หลังจากจบปริญญาตรีได้ทํางานกับ non-profit organization ที่นิวยอร์ค ก่อนได้ทุนศึกษาต่อปริญญาโท สาขา International Affairs (Economic and Political Development Specialization) ที่มหาวิทยาลัยคอมลัมเบีย ด้านเจ้าบ่าว เรียวมะ ลีโอ เบอนาร์ด สโลน เป็นบุตรชายของ จอห์น เฮนรี่ เบอนาร์ด – โยชิโกะ สโลน จบการศึกษาปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยคอมลัมเบีย นิวยอร์ค สาขา Applied Statistics

กัญญชลี จันทราสุข แพม บุนนาค, อรนุช โอสถานนท์ และ สุมิดา พันธุ์กระวี

ดร.พิจิตร รัตตกุล ร่วมแสดงความยินดี

วรพัฒน์-สุจินดา อังคณาภิวัฒน์ และ สุเวทย์ ธีรวชิรกุล

คุณพ่อเจ้าสาว ต้อนรับอดีต รมว.คลัง ธารินทร์ – นกน้อย นิมมานเหมินท์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

เส้นทางความรักกล่าวได้ว่ามีกีฬาเทนนิสเป็นสื่อชักนำให้ทั้งคู่ได้มารู้จักกัน เพราะทั้งบ่าวสาวต่างเป็นนักกีฬาเทนนิส พบกันครั้งแรกในการแข่งขันเทนนิส international tournament ของเยาวชน ที่ประเทศบรูไน ซึ่งขณะนั้นเจ้าสาวมีอายุเพียง 15 ปี และ เจ้าบ่าวอายุ 17 ปี เริ่มจากการเป็นเพื่อนแม้จะอยู่คนละประเทศแต่ก็ได้ติดต่อพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอจนได้เวลาสมควรจึงได้พัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคู่รัก ซึ่งปีนี้ครบรอบ 14 ปี จึงได้จัดพิธีมงคลสมรส เพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน  ปัจจุบันบ่าวสาวได้ประกอบธุรกิจร่วมกัน คือร้านอาหาร farm-focused brunch และร้านชําออนไลน์ ภายใต้ชื่อ บ้านเกิด ปัจจุบันร้านอาหารมี 2 สาขา ที่ สุขุมวิท 39 และ ชิดลม

Kimmiko Vigden บินตรงจากอเมริกามาร่วมยินดีกับเพื่อนรัก

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

บ่าวสาวร่วมกันทำพิธีทุบถังสาเก วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่จะทำในวาระเฉลิมฉลองต่างๆ

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ชวนถอดรหัส ’ข่าวร้อน‘ผ่านมิติอำนาจ ความจริง และแพลตฟอร์มในสังคมดิจิทัลไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.36 น.

ท่ามกลางกระแสข่าวและข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ถอดรหัสปรากฏการณ์ข่าวร้อน: อ่านความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างผ่าน ‘อำนาจ-ความจริง-แพลตฟอร์ม’ ในนิเวศสื่อไทย”  ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30–15.00 น. ห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์ ชั้น 11

เวทีเสวนาครั้งนี้มุ่งชวนสาธารณชนก้าวข้ามการติดตามข่าวรายวัน และมองลึกลงไปถึงโครงสร้างทางสังคม การเมือง และเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ข่าวสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการไลฟ์อนาจารบนเฟซบุ๊ก ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับ “ทราย สก๊อต” หรือข้อกล่าวหาเรื่องการรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจความคิดเห็นสาธารณ

ผู้ร่วมเสวนาจะร่วมกัน “กะเทาะเปลือก” ข่าวดังในกระแส เพื่อชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เหล่านี้มิใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า หากแต่สะท้อนถึงภูเขาน้ำแข็งแห่งความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง การต่อรองอำนาจ และการต่อสู้ทางข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ใช้สื่อ สื่อมวลชน แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก และรัฐไทย ภายใต้นิเวศสื่อร่วมสมัย

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและตรวจสอบธุรกิจแพลตฟอร์ม อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีการกระจายสื่อ ไทยพีบีเอส สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact Thailand

การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ICA Regional Hub Thailand 2026 การประชุมวิชาการนานาชาติที่จัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีครั้งที่ 76 ของ International Communication Association (ICA) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร สื่อ และสังคมจากมุมมองของเอเชียสู่เวทีโลก 

งานดังกล่าวจัดโดย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Asian Network for Public Opinion Research (ANPOR) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’  นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์ม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.31 น.

“ละลายเพื่อจดจำ เลือนหายเพื่อคงอยู่” เมื่อกาลเวลาและความร้อนกัดกร่อนฟิล์มเนกาทีฟกว่า 22,680 ภาพ ทำให้ภาพบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญ ตั้งแต่กราวด์ซีโร่ นิวยอร์ก, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ค่อย ๆ พร่าเลือนแลแตกสลายไปตามกาลเวลา

ภาพทุกภาพเป็นแรงบันดาลใจให้ ศาสตราจารย์ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินร่วมสมัย-นักวิจัยดีเด่น ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ศิลปะเชิงมีส่วนร่วมและตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์ ร่วมกับ 11 ศิลปินรับเชิญหลากหลายสาขา ถ่ายทอดเรื่องราวจากม้วนฟิล์มใน “ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า” เชื้อเชิญให้ตั้งคำถามถึงความเปราะบางของความทรงจำผ่านนิยาม “สิ่งใดที่เราเลือกจะจำ และสิ่งใดที่ปล่อยให้เลือนหาย”

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของ “ภาคีเครือข่าย” ด้านศิลปะและภาพถ่ายชั้นนำของไทย ได้แก่ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสมาคมนักศึกษาเก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมด้วยพันธมิตรสื่อ (Media Partners) ร่วมขับเคลื่อนพลังการสื่อสาร ได้แก่ Arts Work, The VISLIT และ Happening BKK ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

นิทรรศการจัดขึ้น ณ อาคารคุณากิจเทรดดิ้ง เลขที่ 131 ถนนเยาวราช ซอย 2 แขวงสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร อาคารเก่าแก่ในย่านเยาวราช ตัวอาคารเปรียบเสมือน “พยาน” ของกาลเวลา ผู้ชมจะได้พบกับผลงานศิลปินทั้ง 12 คนที่จัดแสดง กระจายอยู่ทั้ง 5 ชั้นของตัวอาคาร

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่าในหลากหลายมิติ กิจกรรมทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะ โดยนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน – 12 กรกฎาคม 2569  ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://www.suteekunavichayanont.com / Instagram: @sutee_kuna / YouTube: @popsutee

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’  ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4  รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

รัฐบาล โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569  ภายใต้ชื่อ “บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2-7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-22.00 น. เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ทรงปฏิบัติด้วยความวิริยะเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการน้อมนำแนวพระราชปณิธานอันทรงคุณค่า มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีกลมเกลียวของคนในชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมต้อนรับ

ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ การเดินแฟชั่นโชว์และการจัดแสดงชุดไทยพระราชทาน 8 แบบ จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยาก ได้แก่ การปักไหมดิ้นเงินดิ้นทอง การทอผ้าลายขิด การสานย่านลิเภา และการทำเครื่องประดับจากปีกแมลงทับ

รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเรียนรู้คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย อันนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด จับมือ กรุงเทพมหานคร พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐและภาคเอกชน ฉลองเดือนไพรด์กับงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride” (ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ) เนรมิตถนนสีลม ย่านเศรษฐกิจกลางกรุงฯ ต่อเนื่องมาถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 1 มุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) ตลอดระยะทาง 3.8 กิโลเมตร เป็นถนนสีรุ้งแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียม ความหลากหลาย เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสันติภาพ

ปีนี้ปิดถนนเดินพาเหรดอย่างสร้างสรรค์และสง่างามทั้งสิ้น 6 ขบวนหลัก 6 สี 6 มิติของโลกที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันภายใต้ 3 หัวใจหลัก PEACE-PEOPLE-PRIDE : สันติภาพ ผู้คน และความภาคภูมิใจ และขบวนย่อยอีกกว่า 200 ขบวนยิ่งใหญ่ตระการตา ที่เปิดกว้างให้ทุกคนมาร่วมแสดงพลัง LGBTQIAN+ สร้างสีสันให้เบ่งบานในงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ปีที่ 5 นี้พร้อมธงไพรด์สีรุ้งขนาดใหญ่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 500 เมตร ที่ปูทอดยาวตลอดแนวถนนสีลม จากแยกนรารมย์(คลองช่องนนทรี) ผ่านเส้นทางสำคัญๆ ที่เป็นหัวใจของกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งประวัติศาสตร์ของโลกแบบสมศักดิ์ศรีมาตรฐาน WorldPride 

ที่สุดของขบวนพาเหรดปีนี้ คือ ขบวน Road to Bangkok WorldPride 2030 ที่เริ่มปล่อยขบวนเวลา 18.00 น. ในสนามกีฬาเทพหัสดิน ตรงบริเวณหัวมุมสนาม พร้อมเคลื่อนตัวเดินเข้าสู่กลางสนามกีฬาเทพหัสดินอย่างยิ่งใหญ่และอลังการด้วย ขบวน Pride City Network ทั่วประเทศ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตนฤมิต และศิลปินดารา พร้อมด้วยธง Road to Bangkok WorldPride ขนาดใหญ่ความยาวกว่า 20 เมตร ที่สะกดทุกสายตาคนทั้งสนาม และสายตาชาวโลก

การจัดงานครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มาร่วมเดินขบวนพาเหรดไปพร้อมๆ กับชาว LGBTQIAN+  คาดว่ามีผู้มาร่วมเดินขบวนพาเหรดทะลุกว่า 500,000 คน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน รวมถึงศิลปินดารามากมาย อาทิ เก่ง ธชย ,ป๊ายปาย โอริโอ้ ,Influencer ,กลุ่ม DRAG ICON ,DRAG QUEEN ตัวแม่ตัวมัมอย่าง Gawdland(ก็อตแลนด์) แชมป์รายการระดับโลกอย่าง “RuPaul’s Drag Race UK vs The World” ซีซัน 3 ที่มาร่วมสร้างสีสันในงาน ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival 2026” กล่าวว่า  “บนเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ เราได้ร่วมกันประกาศศักดิ์ศรีและความพร้อมของเมืองผ่านการปรากฏตัวของธง ‘Road to WorldPride 2030’ ที่นำทัพโดยเครือข่าย Pride City Network ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจของเฟมินิสต์ที่โอบรับความหลากหลายในงานนี้ ยังถูกสะท้อนอย่างทรงพลังผ่านวัฒนธรรมรากหญ้าและศิลปะการแสดงของประชาชน อย่างหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ และประถมบันเทิงศิลป์ ที่มาร่วมทลายกรอบเดิมๆ และส่งเสียงเคียงข้างไปกับพวกเรา ในฐานะคนทำงานเรารู้สึกถ่อมตนอย่างยิ่งต่อพลังอันยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วนที่ร่วมเดินทางกันมาไกลได้ขนาดนี้ และเราภาคภูมิใจที่จะบอกว่าจากก้าวแรกในปี 1998 สู่อนาคตในปี 2030 พวกเราจะยังคงก้าวเดินร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมที่โอบรับสิทธิและความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม”

ความสำเร็จของ “Bangkok Pride Parade” ในเทศกาล “Bangkok Pride Festival” ในทุกๆ ปี เกิดจากพลังของ LGBTQIAN+ พลังของชุมชน การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วนล้วนๆ ที่ถือว่า “ประเทศไทย” บรรลุเป้าหมาย เป็นหมุดหมายของ “ชาวสีรุ้ง” จากทั่วทุกมุมโลก และ“กรุงเทพมหานคร” เป็นศูนย์กลางหรือมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคต พร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ Road to Bangkok WorldPride ในปี 2030 เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIAN+ จากทั่วโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้สามารถเฉลิมฉลองความไพรด์ได้ตลอดทั้งปี

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน   เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.21 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เดินหน้าภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชน จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปีงบประมาณ 2569″ ภายใต้แนวคิด “กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดสร้างและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ทันสมัย ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศ จำนวน 73 แห่ง ณ อาคารออกรางวัล ชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานฯ มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จในการส่งมอบพลังงานสะอาดผ่านระบบโซลาร์เซลล์ในปี 2567 และการสร้างเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและเสริมทักษะในการอยู่ร่วมกันให้กับเยาวชนผ่านเครื่องเล่นสนามในปี 2568 และในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญ สู่การ “ส่งมอบปัญญา” ด้วยการนำนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรมมาพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้แห่งศตวรรษใหม่ที่ครบครันด้วย สื่อความรู้ที่ทรงคุณค่า เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชน

“สำนักงานฯ เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ โดยมุ่งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในครบทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และภูมิปัญญา ซึ่งมุ่งหวังว่ากล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนในปีนี้ จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญ ให้กับเยาวชนไทย”

สำหรับ กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน สำนักงานฯ ได้ให้การสนับสนุนในดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมเครื่องปรับอากาศ และจัดหาหนังสือที่เหมาะสำหรับห้องสมุดโรงเรียน มีเนื้อหาเหมาะกับเด็กและเยาวชน อาทิ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และหนังสือน่าอ่านนอกเวลา ที่เหมาะกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้นวัตกรรมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งสมาร์ททีวี และชุดจอ Kiosk เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน พร้อมจัดอบรมการใช้งานสื่อดิจิทัลให้กับคุณครูบรรณารักษ์หรือผู้ดูแล เพื่อให้คุณครูสามารถดึงศักยภาพของอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้สร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับเยาวชนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

นายสุริยา เด็นลีเมาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเพรางาย (สลากกินแบ่งสงเคราะห์ที่ 364หอม-บุญนาค อนุเคราะห์) กล่าวว่า โครงการนี้คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของโรงเรียน ซึ่งเชื่อว่าห้องสมุดที่ได้มาตรฐานจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เด็กๆ หันมาเข้าห้องสมุดมากขึ้น อีกทั้ง การบูรณาการเทคโนโลยีสื่อดิจิทัลเข้ากับการเรียนการสอนและการสืบค้นข้อมูล เพื่อเปิดโลกกว้างและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับนักเรียน

นางวชิราวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบนิทานเด็กชื่อดัง จากสตูดิโอ Littleblackoz Studioได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของหนังสือและภาพประกอบว่า ภาพวาดที่ดีคือสะพานเชื่อมที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการและดึงดูดใจเด็กๆ การที่โครงการบรรจุ “หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฉบับการ์ตูน” ไว้ในห้องสมุด จะช่วยลดความซับซ้อนของวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษา (STEM) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปี 2569 จะทยอยติดตั้งและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้) พร้อมจัดกิจกรรม “GLO ส่งมอบปัญญา ปูทางฝันให้น้อง” ซึ่งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ จะลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรมจัดหนังสือเข้าชั้น และนั่งเล่านิทานเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการปูทางฝันและสร้างพลเมืองคุณภาพของชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมดีๆ ของสำนักงานฯ ได้ทาง Website http://www.glo.or.th , Facebook Fanpage สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล , Line Official Account GLOLottery และ TikTok GLOสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.56 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ หรือ “WIPO Ambassador for Fashion and Design” จากผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก  โดยทรงเป็นพระองค์แรกที่ดำรงตำแหน่งนี้เนื่องจากพระอัจฉริยภาพและพระกรณียกิจอันโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล 

ในการเสด็จครั้งนี้มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้แทนถาวรไทย และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ณ นครเจนีวา เฝ้ารับเสด็จ ณ สำนักงานใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

ชนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้กล่าวรายงานถึงเหตุผลที่ WIPO ทูลเชิญพระองค์เพื่อทรงรับตำแหน่งนี้ว่า ถือเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากความสำเร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่ง WIPO ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล WIPO Award for Creative Excellence แด่พระองค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการนำความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญามาถ่ายทอดมรดกและงานฝีมือของไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ทรงใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในพระนามถึง 541 รายการ ซึ่งรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ 256 รายการ การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 227 รายการ และเครื่องหมายการค้า 58 รายการ มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใน 34 ประเทศ เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งแฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องหนัง ของตกแต่งบ้าน และบริการต่างๆ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน พระราชกรณียกิจของพระองค์ยังรวมถึงการร่วมงานกับช่างฝีมือ และกลุ่มหัตถกรรมทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยให้ชุมชนต่างๆ นำมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดร่วมสมัย สร้างทั้งโอกาสทางการค้า และการต่อยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เป็นการหลอมรวมมรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบ และทรัพย์สินทางปัญญาเข้าด้วยกัน ถือเป็นต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจและการเจริญรอยตาม ซึ่งผู้อำนวยการใหญ่ฯ หวังว่า ตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบของ WIPO จะช่วยขยายพระราชกรณียกิจไปไกลกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะการสนับสนุนชุมชนในประเทศอื่นๆ ให้ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ด้านการสร้างสรรค์  การออกแบบ  การสร้างแบรนด์ และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและยกย่องเชิดชูพระกรณียกิจอันทรงคุณค่า ด้านความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติภายใต้แนวคิด “การเดินทางแห่งแรงบันดาลใจ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา : การออกแบบและการสร้างสรรค์” หรือ “JOURNEY of INSPIRATION Empowering Community through Intellectual Property: Design and Creativity” เพื่อเทิดพระเกียรติ และเผยแพร่อัจฉริยภาพด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการสืบสานคุณค่าศิลปวัฒนธรรมของชาติ สะท้อนผ่านผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งลิขสิทธิ์ การออกแบบ และเครื่องหมายการค้า

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าว แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนสำคัญต่างๆ ได้แก่ โซนที่ 1 “Intellectual Inspirations” นำเสนอจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลพระทัย แนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน และพระวิสัยทัศน์ในการใช้ศิลปะ การออกแบบ และทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกในการสร้างคุณค่าแก่ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โซนที่ 2 “WIPO Award” จัดแสดงเรื่องราวแห่งเกียรติยศในโอกาสองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ถวายรางวัล “WIPO Global Leader Award” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ. 2552, ถวายรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence” แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ.ศ. 2558 และรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence” แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พร้อมจัดแสดงเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการถวายรางวัลและดวงตราไปรษณียากรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ

โซนที่ 3 “Following the Legacy” นำเสนอพระวิสัยทัศน์ ที่ทรงตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาการถักทอผืนผ้าของไทยและสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทย โซนที่ 4 “Creative Assets” รวบรวมสถิติผลงานทรัพย์สินทางปัญญาในหลากหลายแขนง โซนที่ 5 “Intellectual Property” จัดแสดงลายผ้าพระราชทานจำนวน 18 ลาย ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้กว่า 8 แสนครัวเรือน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ  คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาท  โซนที่ 6 “Music” จัดแสดงผลงานลิขสิทธิ์ด้านดนตรีและเพลงพระนิพนธ์ โซนที่ 7 “Trademarks” นำเสนอการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายใต้ความคุ้มครองใน 34 ประเทศทั่วโลก โซนที่ 8 “Design Patents” จัดแสดงผลงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI โซนที่ 9 “Geographical Indication (GI)” นำเสนอการต่อยอดผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย โซนที่ 10 “Shining Future” นำเสนอพระวิสัยทัศน์ในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เศรษฐกิจ และสังคม อันนำไปสู่การเติบโตอย่างทั่วถึงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.19 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร ตัวแทนบริษัทฯ ในนามผู้สนับสนุนการนำเข้ารถเข็นวีลแชร์ เข้าร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569”

โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ด้านอาสาสมัครโครงการ RICD Wheelchair Project สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ พร้อมให้บริการประเมินและปรับให้เข้ากับสรีระของผู้ที่มารับรถเข็น จำนวนทั้งสิ้น 127 ราย รวมมูลค่า 2,824,591.37 บาท ทั้งนี้ ทีมพนักงานจากสายงานสื่อสารองค์กร บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้นำผลิตภัณฑ์อุปโภค ได้แก่ กระเป๋าผ้า ทิชชูเปียก ผ้าขนหนูจากแบรนด์อองฟองต์ (Enfant) และผลิตภัณฑ์ซักผ้าเอสเซ้นซ์ (Essence) ไปมอบให้แก่เด็ก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ณ อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสระบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้รับ

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ภายใต้ Purpose ของบริษัทฯ นำความมั่นใจให้ทุกชีวิต” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ยั่งยืนต่อไป