การวิจัยครั้งนี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามและศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งตั้งแต่ช่วงปีที่ 1 เทอม 2 ของการศึกษาระดับปริญญาเอก ก่อนจะค่อยๆพัฒนาและทดลองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ปี จนสำเร็จสมบูรณ์เป็นชิ้นงานและผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ MUW.OFFICIAL ในปีสุดท้ายของหลักสูตร ซึ่งนวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริม Soft Power ของไทยไปสู่เวทีโลกด้วย จนได้รับรางวัลดีเด่นการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษาประจำปี 2567 ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และ BCG Economy Model ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 และได้รับรางวัล Excellence Award ในงาน The 24th International FABI Fashion Exhibition 2024 จาก Korean Society of Fashion Business ประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงยังได้รับทุนสนับสนุนต่อยอดวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในการขยายฐานการผลิตเส้นใยและผืนผ้าทอฯ ในทุน Innovation to Business จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ใน Thiel Gallery นอกจากมีผลงานทิวทัศน์ของ Bruno Liljefors, Eugene Jansson และ Karl Nordstrom 3 ศิลปินสวีดิชแล้ว ยังมีผลงานทิวทัศน์ของ Johan August Strindberg นักเขียนบทละครและจิตรกรชาวสวีดิชอีกจำนวนหนึ่ง Strindberg เกิดวันที่ 22 มกราคม 1849 ในครอบครัวที่บิดาทำอาชีพตัวแทนสายเรือ และมารดาเป็นสาวเสิร์ฟ เขาเขียนไว้ในหนังสือ The Son of a Servant ที่บรรยายถึงตัวเองไว้ว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความยากจน ถูกละเลยและขาดความมั่งคง เมื่อเขาอายุ 7 ปีบิดาเขาย้ายไปอยู่ทางเหนือ แล้วก็ย้ายอีกทีหลังจากนั้นเพียงแค่ปีเดียว แม้เขาจะยากจนแต่ก็ได้เรียนหนังสืออยู่ 4 ปีก่อนจะย้ายไปเรียนอีกเมืองหนึ่งในปี 1860 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดีกว่าเดิม แต่ก็เรียนได้เพียงแค่ปีเดียวก็ต้องย้ายอีก ครั้งนี้เขาได้ไปเรียนที่ Stockholm Lyceum ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนของชนชั้นกลาง และได้เรียนอยู่นาน 6 ปี มารดาของเขาเสียชีวิตเมื่อเขาอายุเพียงแค่ 13 ปี และบิดาก็แต่งงานใหม่หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่ถึงปี เขาเป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ การถ่ายภาพ และศาสนา เขาสามารถสอบผ่านเข้าเรียน Uppsala University ในปี 1867
The Avenue
เขาลองเรียนหลายสาขาทั้งที่ Uppsala และ Stockholm เพื่อหาแรงบันดาลใจว่าตัวเองถนัดอะไรกันแน่ ส่วนเวลาว่างเขาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยเภสัชกรที่ University Town of Lund อีกทั้งยังสอนหนังสือชั้นประถม รวมทั้งเป็นติวเตอร์ด้วยเพื่อหารายได้ หลังจากทำงานเป็นครู เขาก็เข้าเรียนเคมีที่ Institute of Technology Stockholm เพื่อเตรียมเรียนแพทย์ก่อนกลายเป็นติวเตอร์ให้กับนักเรียนที่ต้องการเข้าเรียนแพทย์ เมื่อเขาสอบตกในวิชาเคมีในเดือนพฤษภาคม 1869 เขาเลยเลิกสนใจที่จะเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ และหันไปเรียนต่อทางด้านภาษาและการเขียนบทละครแทนที่ Uppsala University ในปี 1870 เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดของ Charles Darwin และได้ร่วมก่อตั้ง Rune Society ขึ้น เขาได้เขียนบทละครเรื่อง In Rome ซึ่งได้รับการจัดแสดงที่ Royal Theatre ครั้งแรกในวันที่ 13 กันยายน 1870 ในขณะดูละครที่ตัวเองเขียน เขารู้สึกไม่ชอบและผิดหวังกับผลงานตัวเองมาก
Landscape
เขากลับไปเขียนบทประพันธ์ใหม่โดยอาศัยแนวทางของ William Shakespeare แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เขาตัดสินใจกลับไปเรียนหนังสือและสอบผ่านภาษาลาติน และสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ด้วย เขาย้อนกลับไปเขียนบทประพันธ์เรื่อง Outlaw และได้จัดแสดงที่ Royal Theatre ในวันที่ 16 ตุลาคม 1871 แม้นักวิพากษ์จะวิจารณ์อย่างหนักหน่วงแต่เขาก็ได้รับการสนับสนุนจาก King Charls XV เขากลับไปเรียนอีกครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เลยตัดสินใจเลิกเรียนเด็ดขาด และหันมาเป็นนักข่าวแทน หลังจากนั้นเขาหันมาทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่ Royal Library
ปี 1875 เขาได้พบกับ Siri von Essen นักแสดงสาววัย 24 ซึ่งเป็นภรรยาของ Baron หลังจากที่เธอประสบความสำเร็จได้เป็นดาราและได้แสดงที่ Royal Theatre เธอก็หย่าขาดจากสามี และหันมาแต่งงานกับเขาแทนในวันที่ 30 ธันวาคม 1877 ซึ่งขณะนั้นเธอได้อุ้มครรภ์บุตรชายของเขาไว้แล้ว 7 เดือน เป็นที่น่าเสียดายที่บุตรชายคนแรกของทั้งคู่เสียชีวิตหลังคลอดเพียงแค่ 2 วัน นิยายเรื่องแรกของเขาที่ชื่อ The Red Room ได้รับการวิพากษ์ว่าเป็นหนังสือนิยายรุ่นใหม่เรื่องแรกของสวีเดนส่งผลให้เขาได้รับความชื่นชมไปทั่วทั้ง Scandinavia หนังสือเริ่มนี้ทำให้ชาวบ้านอยากร่วมมือกันต่อต้านคนหน้าซื่อใจคด
Landscape Study
ส่วนผลงานด้านจิตรกรรมนั้น เขาเน้นในเรื่อง Naturalism, Symbolism และ Expressionism เพราะเขาย้ำว่าเขาเป็น Socialist, Nihilist และ Republican ซึ่งชอบทำอะไรกลับหัวกลับหางเพื่อหาแรงจูงใจลึกลงไปอีก เขาเป็นเพื่อนกับ Edvard Munch, Paul Gauguin, Anders Zorn จึงได้รับอิทธิพลมาเต็ม ๆ แต่ก็มาควบรวมกันจนมีแนวทางของตัวเองที่เน้นไปในทาง Expressionism และ Naturalism
ปี 2569 ปีที่เรื่องความยั่งยืนถูกสานต่อและเห็นผลเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในทุกมิติ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN พาสัมผัสแง่มุมสถาปัตย์เพื่อความยั่งยืน ผ่านศูนย์การค้า “เซ็นทรัล กระบี่” สู่การเป็นต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของประเทศไทยและหนึ่งในอาคารพาณิชย์กลุ่มแรกๆของโลกที่มุ่งสู่การรับรองมาตรฐานระดับสากล EDGE Zero Carbon Certification จาก International Finance Corporation (IFC) ภายใต้กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group)
โครงการนี้สะท้อนพันธกิจของเซ็นทรัลพัฒนาในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน และเป้าหมายเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดกระบี่ “Krabi Go Green” ที่ต้องการสร้างเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตสีเขียวของภาคใต้ ผนวกกับการสร้างสรรค์ถนนรักษ์โลกสายแรกของภาคใต้ ร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่ และ พันธมิตร
จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า เซ็นทรัล กระบี่ ได้รับการพัฒนาให้เป็น “Thailand’s First Prototype of a Sustainable Mall” ที่มุ่งลดคาร์บอนฟุตพรินต์ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง และตั้งเป้ารับรองมาตรฐาน EDGE Zero Carbon Certification ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy Efficiency), น้ำ (Water Efficiency), และวัสดุ (Embodied Energy in Materials) โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานมากกว่า 40%, ลดการใช้น้ำกว่า 30%, และลดพลังงานจากวัสดุก่อสร้างกว่า 20% เมื่อเทียบกับอาคารทั่วไป
พบกับกิจกรรมฮีลใจ ฮีลกาย อาทิ ทำบุญ ตักบาตร เสริมบุญ ต้อนรับปีใหม่, เสียงธรรมยามเช้า เริ่มต้นปีด้วยใจที่สงบ โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี), Yoga in the Park and Sound Bath, Biodiversity Survey, Kids Climbing, Nature Walk, นิทานและระบายสีกลางสวน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมใหม่เกาะกล่อง คือ “One Sense To Nature เปิดประสบการณ์สัมผัส…สัมผัสธรรมชาติ”, กิจกรรมถ่ายภาพนกและธรรมชาติในสวนเบญจกิติ และ SATI APP “ม้านั่งมีหู”, FIRST JOY RUN วิ่งรับสุขแรกกับ100PLUS PRO, ชี่กงในสวน โดย A ROOT by THAI GROUP เป็นต้น