‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.18 น.

มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) เดินหน้าโครงการ 2025 Global Innovation Challenge มอบทุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่องค์กรเพื่อสังคม 50 แห่งทั่วโลก จัดทำโซลูชันเพื่อส่งเสริมการจ้างงานเยาวชนที่มีรายได้น้อย โดยในประเทศไทย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการฯ จำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ที่รวบรวมองค์ความรู้ การวางแผนอาชีพ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงาน ตอกย้ำปณิธานระยะยาวของธนาคารซิตี้แบงก์และมูลนิธิซิตี้ในการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เยาวชน

นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาการว่างงานของเยาวชนเป็นความท้าทายทางสังคมในระดับโลก โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ชี้ว่า ปัจจุบันมีเยาวชนกว่า 65 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นผู้ว่างงาน โดยมีสาเหตุสำคัญของปัญหาการว่างงานที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด (Skills Mismatch) ซึ่งสืบเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้นายจ้างต้องการแรงงานที่มีทักษะใหม่อย่าง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง จากการเล็งเห็นปัญหาดังกล่าว มูลนิธิซิตี้จึงได้เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะของเยาวชน ผ่านการมอบเงินทุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ให้แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลก ในการพัฒนาโครงการส่งเสริมการจ้างงานและนวัตกรรมเพื่อยกระดับทักษะทางอาชีพแก่เยาวชน อันเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

“ขณะที่ในประเทศไทย ปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า อัตราการว่างงานของเยาวชนไทยในปี 2568 อยู่ที่ 5.3% เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปีก่อนหน้า เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาดแรงงานไทย ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้จึงได้มอบทุน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) แก่มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ในการดำเนินโครงการ “A.I.R” (AI for Readiness and Resilience) พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมโอกาสทางอาชีพและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตแก่เยาวชน ตอบรับกับพันธกิจของซิตี้แบงก์ในการใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงิน ยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ทุกชุมชนที่องค์กรได้มีการดำเนินธุรกิจทั่วโลก” นางสาวนฤมล กล่าวเสริม

ด้าน ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ กรรมการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งยกระดับศักยภาพของประชากร ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็น ภายใต้โครงการ A.I.R ทางมูลนิธิฯ มีแผนพัฒนาเว็บไซต์ http://www.kenan-asia.org ให้เป็นแพลตฟอร์มด้านการเรียนรู้แห่งโลกอนาคตที่ครบวงจรสำหรับนักเรียนและครูผู้สอน ทั้งคลังความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน ระบบ AI แนะนำการวางแผนเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล โปรแกรมจำลองการสัมภาษณ์ เครื่องมือช่วยสร้างเรซูเม่ ฟีเจอร์ประเมินทักษะ Soft Skills ตลอดจนแหล่งข้อมูลด้านทักษะอาชีพในหลากหลายสาขา ทั้งนี้ ทุนสนับสนุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge จะช่วยให้แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ภายในภาคการศึกษาแรกปี 2569 และคาดว่าจะสามารถเข้าถึงนักเรียนอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส. ปีที่ 1-2) จำนวน 2,000 คน และครูผู้สอน 80 คน ในระยะ 2 ปีหลังการเปิดตัว”

ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ได้ทาง https://www.citigroup.com/global/foundation

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์  ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เปิดปีด้วยสุขแรกของปี ชวนคนกรุงชิลล์กลางสวน หลบความวุ่นวาย มาผ่อนคลายสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่สวนป่ากลางเมือง ที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจW Bangkok Bestival 2026  ครั้งที่ 4 ที่เนรมิต 4 สวนสาธารณะใหญ่กลางกรุงให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข  ไฮไลต์ที่สายชิลล์ห้ามพลาด คือโซน “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ณ สวนเบญจกิติ ตลาดนัดชุมชนสุดกรีนที่คัดสรรของดีของอร่อยมาเลือกให้ชอป ชิมแบบจุใจ 

“มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ชอป-ชิม ของดีกรุงเทพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากชุมชน และสินค้าเพื่อสุขภาพ อาทิ ผักผลไม้ปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และอาหารเพื่อสุขภาพที่คัดมาแล้วว่าดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีงานคราฟต์เก๋ๆ ให้เลือกชอปอีกมากมาย วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 14.00-20.00 น. ณ สวนเบญจกิติ

“ดนตรีในสวนดีต่อใจ” โดยวงดนตรีจากกรุงเทพมหานคร ฮีลใจด้วยการรับฟังดนตรีเพราะๆ ท่ามกลางสวนธรรมชาติสีเขียว วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 17.00-18.30 น.

งานนี้จัดเต็มความสุขเข้าฟรีตลอด 3 วัน  ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2569 เตรียมเสื่อปิกนิก และถุงผ้ามาให้พร้อม แล้วมาพบกันที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026”  ครั้งที่ 4 ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ FB:กรุงเทพดีต่อใจ

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดตัวกระเช้าของขวัญ ส่งความสุขผ่านรสชาติอิตาเลียนแท้

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ต้อนรับปีใหม่ 2026 สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน ประจำประเทศไทย ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงานเปิดตัวกระเช้าของขวัญ “Super Premium The Iconic of Italy” (ซูเปอร์ พรีเมียม ดิ ไอคอนิก ออฟ อิตาลี) คัดสรรสินค้าอิตาเลียนแท้คุณภาพระดับพรีเมียมจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ชาวไทยและต่างชาติเลือกส่งความสุขและความปรารถนาดี โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย, เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียน ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเดอะมอลล์ ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ พลอยชมพู อัมพุช ร่วมเปิดตัวกระเช้าของขวัญสุดพรีเมียม ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน ดีพาร์ทเท้นท์สโตร์

สำหรับ Super Premium The Iconic of Italy นำสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมมาจัดเป็นกระเช้าส่งความสุข 5 สไตล์ให้เลือกส่งความสุข อาทิ Di Martino Penne Mezzani Rigate Pasta (ดีมาร์ติโน่ เพนเน่ เมสซานิ ริกาเต้) ผลิตภายใต้แบรนด์ Pastificio Di Martino โรงงานพาสต้าอิตาเลียนดั้งเดิม ผลิตจากแป้งเซโมลินา (semolina) ของข้าวสาลีดูรัม คุณภาพสูงจากอิตาลี และใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เส้นพาสต้าผลิตด้วยการรีดผ่านแม่พิมพ์ทองเหลือง (Bronze Die) และอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ ทำให้พื้นผิวเส้นมีความหยาบเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ซอสเกาะเส้นได้ดีเป็นพิเศษ ให้รสสัมผัสแน่น เต็มคำ (Full-bodied) และเมื่อปรุงสุกจะได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มเด้งแบบ Al Dente ตามสไตล์อิตาเลียนแท้ โดยมีการคอลแลปกับแบรนด์ Dolce & Gabbana ในส่วนของดีไซน์แพ็กเกจ

บิสกิตรสนม และแครกเกอร์ Colussi (โคลุสซี่) แครกเกอร์ ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอิตาเลียนมาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี ผลิตจากแป้งสาลีที่คัดสรรมาอย่างดี ผสานคุณประโยชน์ที่หลากหลายมีให้เลือก หลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น แครกเกอร์ น้ำมันมะกอก, แครกเกอร์โฮลวีท หรือแครกเกอร์ลดเกลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย หนึ่งในแครกเกอร์ ที่มีไขมันอิ่มตัว ต่ำกว่าแครกเกอร์อื่น ๆ โดยเฉลี่ยถึง 70% บิสกิตกรอบ อร่อย ที่ลงตัวสูตรเฉพาะจาก Colussi

ILLY Coffee espresso ground (อิลลี่ กาแฟคั่วบดแบบผงเอสเพรสโซ่) กาแฟของ illy ถูกสร้างสรรค์เป็นพิเศษสําหรับคนรักกาแฟและผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สดจากเมล็ดกาแฟเต็มรูปแบบกาแฟ Classico หรือกาแฟคั่วคลาสสิกของ illy มีความหวานละมุนติดปลาย พร้อมโน้ตกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของคาราเมล ดอกส้ม และดอกมะลิ ไห้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัวเพลิดเพลินกับกาแฟพรีเมียมของ illy และรสชาติที่โดดเด่นของเมล็ดอาราบิก้าคุณภาพสูงจากประเทศ อิตาลี

Barbera Sicilia IGP Bio EVO Oil (บาร์เบรา ซิซีเลีย ไบโอ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil)) คุณภาพสูงจากเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี บรรจุในกระป๋องโลหะที่นอกจากป้องกันแสง คงความสดใหม่ อีกทั้งตัวผลิตภัณฑ์เองยังสวยงามเหมาะสำหรับเป็นของขวัญ

FIAMMA Vesuviana Chickpeas (ไฟมมา วีสุเวียนา) ถั่วชิกพีหรือถั่วหัวช้างน้ำ คือวัตถุดิบยอดนิยมของชาวเมดิเตอร์เรเนียน อุดมด้วยใยอาหาร โปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการย่อย เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัว พร้อมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและไอโซฟลาโวนอย ซึ่งช่วยต้านมะเร็ง ลดความเครียดและคอเรสเตอรอล เหมาะเป็นไอเท็มติดครัว ใช้งานง่าย พร้อมนำไปสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลายสไตล์ เพื่อความอร่อยและสุขภาพดีในทุกวัน

ปิดท้ายที่ MUSSINI Vecchio Ducato 1 Medal (มูซซินี เวคคิโอ ดูคาโต้ 1 เหรียญ) บัลซามิกจากมูซซินีตระกูลเก่าแก่ที่มีประสบการณ์หมักน้ำส้มสายชูหลากหลายชนิด ชนิดที่เก่าแก่ที่สุดบ่มในถังไม้มานานไม่น้อยกว่า 100 ปี โดยเหรียญที่อยู่ด้านหน้าขวดบ่งบอกถึงอายุของบัลซามิก แต่ละเหรียญเท่ากับระยะเวลาการบ่มในถังไม้ 3 ปี บัลซามิกที่อายุน้อยเหมาะสำหรับใช้ราดสลัด โดยใช้ร่วมกับน้ำมันมะกอกคุณภาพดี

ทั้งนี้ ในงานได้จัดกิจกรรมสาธิตการปรุงเมนูพิเศษจากสินค้าที่ร่วมรายการ โดย เชฟอเล็ก – อยุธยา พยัคพงษ์ จาก You Hunt We Cook เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์พรีเมียมในกระเช้าของขวัญ Super Premium Italy Hampers ให้ได้ร่วมลิ้มลองความอร่อยที่รังสรรค์จากกระเช้าส่งความสุข

กระเช้าของขวัญ Super Premium Italy Hampers วางจำหน่ายจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ และยังสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดของอิตาลี ได้ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

ทีทีบี สานต่อพลังอาสาสมัคร มุ่งเปลี่ยนชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์จับต้องได้จริง พร้อมจุดประกายสังคมแห่งการแบ่งปัน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดินหน้าสานต่อพลังอาสาสมัคร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดกิจกรรม ttb Volunteer Recognition Day  กิจกรรมที่ทำให้พนักงานตระหนักรู้ว่า องค์กรให้ความสำคัญกับผู้ที่เสียสละมาร่วมทำงานอาสาสมัคร และถือเป็นการขอบคุณอาสาสมัครทีทีบีที่ร่วมกันสร้างความสุข ส่งต่อการให้ โดยนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีไปช่วยเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจทั้งของตัวเองและองค์กร ทั้งนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 1,000 คน มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 20 โครงการ

ตัวอย่างของโครงการที่โดดเด่นสามารถตอบโจทย์และพัฒนาชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนดำเนินการต่อไปได้อย่างยั่งยืน  โครงการ “WasteWise”  โครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” และ โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน”

จัดการปัญหาขยะเปียกอย่างยั่งยืน ด้วยองค์ความรู้

นายธนอัครวุฒิ หน่อจำปา อาสาสมัครทีทีบี ทีม Talent C.A.C.3 จากโครงการ “WasteWise” ที่เข้าช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน เล่าว่า โครงการ WasteWise ได้เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนตลาดหัวตะเข้ โดยส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้กับชุมชน เยาวชน และโรงเรียนเชิดเจิมศิลป์ ด้วยการจัดทำสื่อการเรียนรู้ บอร์ดเกมต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชน และเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจ พร้อมมอบถังหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไร้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทนทาน ดูแลง่าย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน

ปี 2568 เป็นปีแรกที่ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครทีทีบี สัมผัสได้ถึงความสุขของการเป็นผู้ให้อย่างชัดเจน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนทุ่มเทให้กับการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงวันส่งมอบโครงการได้เจอรอยยิ้มของชุมชนก็หายเหนื่อย โดยเฉพาะพลังงานและความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ช่วยเติมพลังใจให้ทีมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงบันดาลใจและทักษะการทำงาน ทั้งทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานร่วมกันกับหลาย ๆ ฝ่าย ที่ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน พาทีมเดินไปทิศทางเดียวกัน มีการกระจายงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

“โครงการนี้เป็นพื้นที่ของการทำงานร่วมกัน ทั้งทีมของเราที่มาจากหลากหลายสายงาน องค์กร NGO และชุมชนในพื้นที่ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการประสานงาน ซึ่งการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะกับตัวแทนชุมชนและคุณครูที่มีช่วงวัยที่แตกต่าง โดยเราเน้นรับฟังเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการและเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของคนในชุมชน พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน แม้จะมีความท้าทายและปัญหาที่ต้องแก้ในหลายเรื่อง แต่ทั้งหมดถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทำให้ทีมเราได้เรียนรู้มากมาย ขอบคุณทีทีบีที่ส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆ สร้างประโยชน์ให้กับสังคม เรามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ และผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้อย่างชัดเจน” นายธนอัครวุฒิ กล่าว

ต่อยอดลวดกำมะหยี่แฟนตาซีสานฝัน สร้างอาชีพ

อีกเสียงสะท้อนจาก นายสรยุทธ รื่นเริง อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ เขตสระบุรี จากโครงการ “ลวดกำมะหยี่แฟนซีสานฝัน” เล่าให้ฟังว่า ทีมเลือกที่จะสนับสนุนโรงเรียนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมวิชาชีพให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน ต้องการเพิ่มทักษะและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับน้อง ๆ ผ่านการต่อยอดผลิตภัณฑ์ลวดกำมะหยี่ที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว ซึ่งทีมอาสาสมัครได้เข้าไปช่วยยกระดับทักษะ โดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี สอนเทคนิคการจัดดอกไม้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ออกแบบโลโก้ จัดทำสติกเกอร์และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงห้องกิจกรรมให้พร้อมใช้งานและทันสมัยขึ้น จัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น รวมถึงสอนการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย

“ผลสำเร็จที่ชัดเจน คือ นักเรียนในกลุ่มกิจกรรมมีความรู้และต่อยอดชิ้นงานได้มากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางออนไลน์และการไปออกร้านในสถานที่ต่าง ๆ  ขณะเดียวกันจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการลวดกำมะหยี่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 คน จากเดิม 15-30 คน ซึ่งสิ่งที่อาสาสมัครทีทีบีได้รับกลับมามีค่ามากกว่าความสำเร็จของโครงการ คือ ประสบการณ์ใหม่ ๆ และการได้เห็นรอยยิ้มของน้อง ๆ ถือเป็นแรงใจสำคัญที่สุด นอกจากนี้ การได้เห็นคนที่มีข้อจำกัด แต่ยังคงพยายามต่อสู้ พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ Mindset ของทีมอาสาสมัครเปลี่ยนไป และเกิดแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการทำประโยชน์ต่อสังคม” นายสรยุทธ กล่าว

ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรยั่งยืน แก้ปัญหาปากท้องและสร้างอาชีพ

ปิดท้ายที่ นายชาติชาย สมุดความ อาสาสมัครทีทีบี ทีมธุรกิจสาขา เขตพิษณุโลก จากโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน” เล่าว่า ทางทีมได้เข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาสำคัญของโรงเรียนบ้านปลักแรด ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน โดยใช้แนวทางการสอนวิชาชีพและสร้างทักษะติดตัวให้กับเด็ก ๆ ผ่านการเรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ด และบ่อเลี้ยงกบ รวมถึงแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เยาวชนสามารถนำความรู้นี้ไปขยายผลที่บ้านได้ในอนาคต อีกทั้งใช้ความเชี่ยวชาญติดอาวุธความรู้ทางการเงินสอนเรื่องการเงินพื้นฐานให้กับนักเรียน

“ในช่วงเริ่มแรกมีความท้าทายเรื่องความร่วมมือและการสื่อสารอยู่บ้าง เนื่องจากผู้ปกครองและคุณครูเข้าใจว่าเป็นการบริจาคแล้วจบไป แต่เจตนารมณ์ของโครงการ คือ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถือว่าน่าพอใจมาก นักเรียนมีความสุขกับการใช้เวลาว่างมาดูแลแปลงเกษตร และเกิดความผูกพันกับสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ทีมอาสาสมัครก็มีความสุขจากการได้เห็นน้อง ๆ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้เพาะเห็ดนางฟ้าและออกดอกเพื่อเก็บผลผลิตเป็นครั้งแรก สามารถนำมาทำอาหารกลางวันได้จริง ทำให้ทุกคนมีความสุขกับรอยยิ้มของเด็ก ๆ เหล่านี้ นับได้ว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราทำ”  นายชาติชาย กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการศูนย์การเรียนรู้การเกษตรอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยเติมเต็มอาหารกลางวันในเบื้องต้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้เด็กๆ มีทางเดินไปต่อ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ซึ่งทีมอาสาสมัครทีทีบียังคงมุ่งมั่นที่จะติดตามผล พร้อมสานต่อโครงการต่อไปเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งนี้ ในฐานะพนักงานทีทีบีรู้สึกภาคภูมิใจที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

สัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี งาน ‘เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569’ ครั้งที่ 41

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง เทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคชุมชนและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 (Bo-Sang Umbrella and San Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” หนึ่งในเทศกาลหัตถกรรมระดับตำนานที่สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนาและเป็นหมุดหมายสำคัญขอนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีของท้องถิ่น แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน เทศบาลเมืองต้นเปามุ่งยกระดับการจัดงานให้มีความเป็นนานาชาติ ควบคู่การสืบสานภูมิปัญญาร่มบ่อสร้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”

การจัดงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภาคเหนือ อุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หมู่บ้านบ่อสร้าง แหล่งกำเนิดร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนาสู่ความร่วมสมัย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 จึงถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ในการยกระดับงานสู่ความเป็นสากล ควบคู่การส่งเสริมบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน พร้อมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น มหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส 4 ไฮไลต์กิจกรรมหลักที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสากว่า 20 บูธ พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้

อีกทั้ง ขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติกว่า 5 ประเทศ พร้อมขบวนเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะด้านอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ถ่ายทอดผ่านความงดงามของขบวนช่างฟ้อนกว่า 500 คน ในชุดซิ่นพื้นเมืองและร่มดีไซน์พิเศษ สร้างสีสันและความประทับใจตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะแบบสามมิติ (Installation Art) และ จุดถ่ายภาพ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชน ให้เป็นมุมเช็กอินสำหรับนักท่องเที่ยวและสายโซเชียล พร้อมพื้นที่นิทรรศการมีชีวิต ที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านศิลปาชีพ ให้เก็บภาพความทรงจำตลอดการเดินทาง

“เทศบาลเมืองต้นเปา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง อันเปี่ยมด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และความสร้างสรรค์ของชุมชน ในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เปิดประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าวปิดท้าย

มาร่วมกันเที่ยวอย่างมีคุณค่า สนับสนุนงานหัตถกรรมไทย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นไปด้วยกันใน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง” หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก งานร่มบ่อสร้าง https://www.facebook.com/share/14TTp6A9JQK/?mibextid=wwXIfr

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

ซอสพริกศรีราชาพานิช x The Yard Hostel เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัมผัสเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Cooking Class

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาว เมืองเชียงใหม่กลับมามีสีสันอีกครั้ง เพราะเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาสัมผัสอากาศหนาวเย็น ธรรมชาติที่โอบล้อมและวัฒนธรรมพื้นถิ่นภาคเหนือที่สะท้อนตัวตนของเมืองล้านนาได้อย่างลึกซึ้ง  

วรัญญา วิญญรัตน์

ท่ามกลางย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีโฮสเทลเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ The Yard Hostel เชียงใหม่ (เดอะยาร์ด โฮสเทล) “บ้านหลังที่สองของผู้คนทั่วโลก” ที่ก่อตั้งโดย ส้ม(เล็ก) – อติพร สังข์เจริญ และ ส้ม (ใหญ่) – อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ ที่ตั้งใจสร้างโฮสเทลเป็นเสมือน “บ้านญาติ” และ “Community Space” ที่เชื่อมผู้คนทั่วโลกไว้ด้วยกัน ได้พูดคุย แบ่งปันเรื่องราวและมิตรภาพระหว่างกัน

The Yard Hostel เริ่มต้นขึ้นย่านอารีย์ในกรุงเทพฯ ก่อนต่อยอดสู่เชียงใหม่ โดยยังคงยึดคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมเรื่อง Family – Community – Sustainability เอาไว้ครบถ้วน โดยเชียงใหม่ คือ บ้านหลังที่สองที่เราอยากให้ทุกคนพบความสุข และสร้างความหมายของการเดินทางกลับไป

เมื่อแบรนด์ซอสพริกอายุกว่า 90 ปี ผูกโยงประสบการณ์อาหารกับการท่องเที่ยว

การผสานความร่วมมือระหว่างแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช กับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างโฮสเทล ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจและสะท้อนวิสัยทัศน์ของผู้บริหารแบรนด์ โดย  วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เราอยากให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้ว่าต้นตำรับซอสพริกศรีราชาเป็นของคนไทยและอยากให้คนไทยภูมิใจไปด้วยกันที่แบรนด์ของเราเริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป”

วรัญญา กล่าวต่อว่า “แบรนด์อาหารไทย ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะบนโต๊ะอาหาร แต่สามารถต่อยอดสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน ด้วยมุมมองนี้ทำให้เราร่วมมือกับ The Yard Hostel จัดกิจกรรม Cooking Class ขึ้นที่สาขาอารีย์เป็นแห่งแรก ก่อนขยายผลสู่เชียงใหม่ในฤดูหนาวนี้ เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์อาหารไทยให้ชาวต่างชาติสัมผัสด้วยตัวเอง”

อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ (ส้มใหญ่) และ อติพร สังข์เจริญ (ส้มเล็ก)

เมนูพิเศษพื้นถิ่นเหนือ ผสานซอสพริกศรีราชาพานิชอย่างลงตัว

สำหรับคลาสที่เชียงใหม่ ทีมงานได้ออกแบบเมนูที่มีกลิ่นอายล้านนาอย่างน้ำพริกอ่องผสานซอสพริกศรีราชาพานิชมาสร้างรสชาติที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบไทยแท้ เพิ่มสีสันให้การเรียนทำอาหารสนุกขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่สร้างการจดจำที่ดีแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากครัวสู่ชุมชน – เชื่อมใจต่างชาติและเด็กหลายชาติพันธุ์ 

อีกหนึ่งความพิเศษ คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จบคลาสเรียนทำอาหาร สามารถร่วมเป็นอาสาสมัครทำอาหารกลางวันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดห้วยไร่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่างชาติพันธุ์กว่า 190 คนศึกษาอยู่ร่วมกัน โดยภายในงานนักท่องเที่ยวยังร่วมพิธีเปิดห้องพยาบาล สนามเด็กเล่น และส่งมอบสิ่งของจำเป็นด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนอีกด้วย

“กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเรียนทำอาหารไทย แต่ยังนำความรู้ที่ได้ไปมอบความสุขแก่น้องๆ ผ่านอาหารจานพิเศษเชื่อมใจทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าด้วยกัน เราหวังว่าจะสร้างความทรงจำที่ดีแก่ทุกคนที่มาเยือนประเทศไทย” วรัญญา กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 9 มกราคม 2569

คุณแหน : 9 มกราคม 2569

คุณแหน : 9 มกราคม 2569

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจ.ลำพูน เน้นย้ำ ยังต้องเข้มงวด เฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง..๐๐

ll ธนิต ภูมิถาวร รอง ผวจ.พิจิตร เป็นประธานพร้อมร่วมกิจกรรมในโครงการแคมป์ข้าว Phichit Rice Movement : สืบสานภูมิปัญญา สร้างคุณค่าข้าวพิจิตรลือเลื่อง ณ สวนเพ้อฝัน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร..๐๐

ll มิตรสหายยินดีกับ ดร.ภก.พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ ที่จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่..๐๐

ll ปีนี้ Mr. Renato Petruzzi อายุครบ 7 รอบ งานเลี้ยงวันเกิดมีมิตรสหาย เหล่าผู้ร่วมงานและลูกน้องเก่า ต่างมาร่วมอวยพรวันเกิดให้เกือบ 50 คน พร้อมได้เคล็ดลับความแข็งแรงของ Mr.Pet คือการไปเดินสวนลุมพินีวันละ 7-10 รอบทุกวัน งานนี้มี ศ.เกียรติคุณ ภก.จอมจิน จันทรสกุล, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, วาที รินทรสุนทร, เทวัญ งามบุญสิน, สมศักดิ์ กำเนิดสิทธิเสรี, สุวรรณ ถนอมบูรณ์เจริญ, สุธรรม ถนอมบูรณ์เจริญ, ภก.สมเกียรติ มหพันธ์, ภก.นลินทร์ อุไรเลิศประเสริฐ, ดร.ภก.ทวีศักดิ์ สีทองสุรภณา, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์, ภญ.วินิตา เมืองมั่น, ผศ. (พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, สืบพงศ์ วัฒนสินธุ์, ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ ร่วมด้วย โดยมี อรนุช จรรยาศักดิ์ เป็นแม่งานใหญ่..๐๐

ll รศ.นพ ปรีชา สุนทรานันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง เป็น ประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ให้นักศึกษาแพทย์ และ คณะพยาบาล ม.แม่ฟ้าหลวง..๐๐

ll ดร. สมศักดิ์-ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ พร้อมครอบครัว บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างอาคารรพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี..๐๐

ll กิตติ ภัทรเลาหะ มอบเงินบริจาคกองทุนเพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับมอบโดย รศ. นพ.ดิลก ภิยโยทัย และ ผศ.พญ.นิธิตา สัตตรัตน์ไพจิตร..๐๐

ll ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ให้การต้อนรับ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ นำคณะนักศึกษาหลักสูตร Digital Jumpstart #3 ไปดูศึกษางานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยของ รพ.เวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล..๐๐

ll เพื่อนๆชาว ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ รศ.นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ที่ได้รับรางวัล 120 ปี 120 คนดี ผู้สืบสานพระราชปณิธานแห่งเกียรติภูมิ ยุพราชวิทยาลัย สาขาบริหารภาครัฐ เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี แห่งการพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย”..๐๐

ll สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจและอาลัยยิ่ง ต่อการจากไปของ ภก.เสกสรร บูรพาเดชะ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 12..๐๐

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฏีกา ร่วมยินดีกับหลานสาว พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ ฉลองสมรสกับ นพ.อาคัส กุรุง เจ้าบ่าวเนปาล

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฏีกา ร่วมยินดีกับหลานสาว  พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ ฉลองสมรสกับ นพ.อาคัส กุรุง เจ้าบ่าวเนปาล

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฏีกา ร่วมยินดีกับหลานสาว พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ ฉลองสมรสกับ นพ.อาคัส กุรุง เจ้าบ่าวเนปาล

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

บรรยากาศสุดชื่นมื่น อบอุ่นในพิธีฉลองมงคลสมรสสองคุณหมอต่างเชื้อชาติที่ได้ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักแท้ ระหว่าง พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ บุตรี นพ.อานนท์ –  มิ่งขวัญ วงศ์กิตติรักษ์ และเจ้าบ่าวชาวเนปาล นพ.อาคัส กุรุง (Dr. Akash Gurung) บุตร Mr.Suman – Mrs.Maya Kumari Gurung ในพิธีมงคลสมรสมีคุณป้าเจ้าสาว อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกา คนที่ 49 เป็นประธานในพิธี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท โดยมีครอบครัว ญาติสนิท และแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ หรือคุณหมอนานา และ นพ.อาคัส กุรุง พบรักกันตั้งแต่ศึกษาระดับปริญญาตรีที่ University of Surrey สาขา Biomedical Science จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์ ณ University of Buckingham ด้วยกัน ปัจจุบันเป็นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือ General Practitioner (GP) อยู่ที่ประเทศอังกฤษ และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท โดยคุณหมอนานาเจ้าสาว กำลังศึกษาปริญญาโททางด้าน AI ที่ Queen Mary University of London เพื่อจะได้นำ AI มาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์

Mr. Ram Parsad Gurung เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวทำพิธีสู่ขอ และ บุญเลิศ วงศ์กิตติรักษ์ เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาว

Mr. Ram Parsad Gurung เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวทำพิธีสู่ขอ และ บุญเลิศ วงศ์กิตติรักษ์ เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาว

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกาคนที่ 49 เป็นประธานในงานมงคลสมรสระหว่าง พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ บุตรี นพ.อานนท์-มิ่งขวัญ วงศ์กิตติรักษ์ กับ นพ.อาคัส กุรุง บุตร Mr. Suman – Mrs. Maya Kumari Gurung

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกาคนที่ 49 เป็นประธานในงานมงคลสมรสระหว่าง พญ.อารดา วงศ์กิตติรักษ์ บุตรี นพ.อานนท์-มิ่งขวัญ วงศ์กิตติรักษ์ กับ นพ.อาคัส กุรุง บุตร Mr. Suman – Mrs. Maya Kumari Gurung

จรูญ - อโนชา ชีวิตโสภณ สวมมงคลแฝดให้แก่คู่บ่าวสาว

จรูญ – อโนชา ชีวิตโสภณ สวมมงคลแฝดให้แก่คู่บ่าวสาว

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกาคนที่ 49 คุณป้าเจ้าสาว กล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาว

อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกาคนที่ 49 คุณป้าเจ้าสาว กล่าวอวยพรให้คู่บ่าวสาว

ศ.เกียรติคุณ นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร เป็นประธานในพิธีสู่ขอและพิธีหมั้น

ศ.เกียรติคุณ นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร เป็นประธานในพิธีสู่ขอและพิธีหมั้น

อุไร คุณานันทกุล ทำพิธีรับไหว้จากเจ้าบ่าวเจ้าสาว

อุไร คุณานันทกุล ทำพิธีรับไหว้จากเจ้าบ่าวเจ้าสาว

พิสิทธิ์ คุณานันทกุล,อุษณี วงศ์กิตติรักษ์, อุไร คุณานันทกุล, และทิชา โก๋กลิ่น ร่วมยินดี

พิสิทธิ์ คุณานันทกุล,อุษณี วงศ์กิตติรักษ์, อุไร คุณานันทกุล, และทิชา โก๋กลิ่น ร่วมยินดี

ครอบครัวและญาติพี่น้องในตระกูลวงศ์กิตติรักษ์

ครอบครัวและญาติพี่น้องในตระกูลวงศ์กิตติรักษ์

ครอบครัวและญาติพี่น้องในตระกูลด่านชัยวิจิตร-ด่านชัยวิโรจน์

ครอบครัวและญาติพี่น้องในตระกูลด่านชัยวิจิตร-ด่านชัยวิโรจน์

วิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ และ ลลิสา จงบารมี

วิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ และ ลลิสา จงบารมี

รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ รดน้ำสังข์อวยพรให้คู่บ่าวสาว

รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ รดน้ำสังข์อวยพรให้คู่บ่าวสาว

Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก  ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

Airbnb จับมือ แร็ปเปอร์ระดับแนวหน้าของไทย “มิลลิ” (MILLI) ชวนคนทั่วโลกมาสัมผัสกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Bangkok Weekender” จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง  เปิดให้จองประสบการณ์สุดพิเศษกับ มิลลิ ในวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 14:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เท่านั้น ผ่าน airbnb.com/milli ในราคาเพียง 99 บาท

Airbnb แพลตฟอร์มระดับโลก กระตุ้นไฮซีซันท่องเที่ยวไทย จับมือ “มิลลิ” (MILLI) ดนุภา คณาธีรกุล ไอคอนแร็ปเปอร์แถวหน้าของไทยเปิดประสบการณ์สัมผัสเสน่ห์กรุงเทพ “Bangkok Weekender” สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต  ดึง 2 ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทยอย่างดนตรีและอาหารไทย มาผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์และความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยของนักเดินทาง Airbnb

มิลลิ รับหน้าที่เป็นโฮสต์ และขอเชิญแฟน ๆ และนักเดินทางเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของอาหารและย่านต่าง ๆ ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเธอ 

ผู้โชคดีจะได้เข้าพักในที่พัก Airbnb สุดโปรดของมิลลิในกรุงเทพฯ ก่อนเปิดประสบการณ์เข้าสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลงคาราโอเกะส่วนตัวกับมิลลิ กิจกรรมทำข้าวเหนียวมะม่วงแบบกันเอง รวมถึงค้นพบย่านโปรด และสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่นจานโปรดของมิลลิ โดยมิลลิจะแบ่งปันแรงบันดาลใจและเรื่องราวจากเมืองบ้านเกิด เปิดมุมมองใหม่ให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสวัฒนธรรม พลังสร้างสรรค์ต่าง ๆ ของเมือง และอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ     

ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

การเปิดตัวประสบการณ์สุดพิเศษกับมิลลิ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยอดการค้นหาที่พักในประเทศไทยช่วงไฮซีซันเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z ไทย มีการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%2 สะท้อนความนิยม ของการเดินทางที่เน้นการสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้วัฒนธรรมของจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง

มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาเป็นโฮสต์ Airbnb ในครั้งนี้ การได้เดินทางและขึ้นแสดงบนเวทีทั่วโลกทำให้เห็นว่าคนจากหลากหลายประเทศอยากเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยมากแค่ไหน และเอ็กซ์พีเรียนซ์ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะได้ถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาอย่างใกล้ชิดกับแฟนๆ อีกด้วย

ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะไม่ได้แค่ร้องคาราโอเกะและทำข้าวเหนียวมะม่วงเมนูโปรดไปด้วยกันเท่านั้น แต่มิลลิจะแชร์ทริคเด็ดสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แบบโลคอลตัวจริง ตั้งแต่การร้องคาราโอเกะด้วยกัน ไปจนถึงการอิ่มอร่อยกับเมนูจานโปรด อยากให้นักเดินทางได้สัมผัสสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจและเสน่ห์ที่ทำให้ประเทศไทยพิเศษไม่เหมือนที่อื่น ๆ”

ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นายอมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของ Airbnb กล่าวว่า  “ประเทศไทยเป็นแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม การได้ร่วมงานกับ มิลลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคลื่นลูกใหม่แห่งวงการเพลงไทย เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แฟนๆ และนักเดินทางได้สัมผัสพลังเหล่านี้อย่างใกล้ชิด การร่วมมือกันครั้งนี้เป็นมากกว่าประสบการณ์ โดยเป็นการเปิดประตูสู่วัฒนธรรมไทยสมัยใหม่ และเราภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความโดดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก”

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ 5 Must Do in Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น Must Taste, Must Try, Must Buy, Must See, และ Must Seek ที่จะช่วยให้นักเดินทางได้สัมผัสเสน่ห์ไทยอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงไฮซีซันประเทศไทยกำลังเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ความร่วมมือครั้งนี้ของ Airbnb และ มิลลิ

ได้นำแนวคิด 5 Must Do in Thailand ในการนำเสนอ 2 ซอฟต์พาวเวอร์หลักอย่างอาหารและดนตรี ซึ่งประสบการณ์สุดพิเศษนี้แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศไทย นอกเหนือจากความบันเทิงแล้ว ช่วงเวลาเหล่านี้ยังนำเสนอประเทศไทยในฐานะดินแดนแห่งการเยียวยาและการพักใจที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดล้ำค่าให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้ลึกซึ้งกับวัฒนธรรมของเราและค้นพบสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าจดจำอย่างแท้จริง”

ประสบการณ์วีคเอนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ มิลลิรับหน้าที่เป็นโฮสต์ ต้อนรับผู้โชคดีสูงสุดจำนวน 4 ท่าน ที่จะได้เข้าร่วม Airbnb Experience ในกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 กับประสบการณ์สุดสัปดาห์ 2 วัน 1 คืน ที่จะเต็มไปด้วยเสียงดนตรี และรสชาติอาหารแบบน่าจดจำไม่รู้ลืม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การเข้าพักที่ Airbnb สุดโปรดของมิลลิ พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวและเรื่องราวที่น่าสนใจของเธอ กระทบไหล่ร้องเพลงคาราโอเกะกับแร็ปเปอร์ระดับประเทศอย่างใกล้ชิด เข้าร่วมเวิร์กชอปทำข้าวเหนียวมะม่วง ลิ้มลองเมนูโปรดของมิลลิ ไปจนถึงเซลฟี่เก็บภาพโมเมนต์และรับของที่ระลึกพร้อมลายเซ็นเฉพาะเอ็กซ์พีเรียนซ์นี้ก่อนกลับบ้าน

รายละเอียดการจองประสบการณ์สุดพิเศษ จะเปิดจองผ่านเว็บไซต์ airbnb.com/MILLI วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 14:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ประสบการณ์สุดสัปดาห์ 2 วัน 1 คืน ราคา 99 บาท จองก่อนได้สิทธิ์ก่อน โดยผู้โชคดี 1 คน สามารถพาเพื่อนร่วมทริปมาได้สูงสุด 3 คน โดยผู้เข้าร่วมจะต้องรับผิดชอบค่าเดินทางไป–กลับกรุงเทพฯ ประเทศไทยด้วยตนเอง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 และมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติแก่คณะนักวิจัยสาขาต่าง ๆ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100 –104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  คณะผู้บริหาร และเหล่านักวิจัย นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้แทนศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ร่วมต้อนรับ

งาน วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation)” เพื่อมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ มีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน อาทิ ผลงาน: สืบสานคุณค่า “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายมุสลิมเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา บินหมัดหนี คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล: รางวัลผลงานวิจัย ระดับดี สาขาสังคมวิทยา “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” เป็นการสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้าง เรื่องราวนําสู่การประยุกต์ลวดลายบนผืนผ้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่บนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังสร้างแพลตฟอร์มการขายบนตลาดดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการวัฒนธรรม ประเภทเครื่องแต่งกายมุสลิม จำนวน 12 กลุ่ม จากชุมชนจำนวน 10 ชุมชน และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผลงาน: หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย ผลงานของ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ และคณะ จากสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก สาขาการศึกษา เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับฝึกทักษะการฉีดยาอย่างถูกต้องในกลุ่มทารกแรกเกิด โดยผสมผสานหุ่นจำลองเสมือนจริงกับระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง ความลึก องศา และระยะเวลาในการแทงเข็ม พร้อมเชื่อมต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบันทึกผลและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ หุ่นนี้ช่วยยกระดับการเรียนรู้แบบรายบุคคลและสามารถใช้ประเมินสมรรถนะได้จริง เหมาะสำหรับใช้ในสถาบันการศึกษาด้านสุขภาพ โรงพยาบาล และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ