รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : คิดให้ดีก่อนสั่งซื้อยาและอาหารเสริมจาก online

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.59 น.

โลกออนไลน์ในยุคนี้มีทั้งประโยชน์และโทษ ยิ่งการที่ทุกคนเข้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ได้ง่ายดายก็ยิ่งต้องใช้สติปัญญามากยิ่งขึ้น เพราะโลกออนไลน์มีคนบางจำพวกอวดอ้างสรรพคุณของตนเองและของสิ่งที่นำมาขายไว้เกินจริง โดยเฉพาะพวกที่อ้างว่าตนเป็นกูรู เป็น influencer ที่พากัน share เรื่องสารพัดชนิดตลอดเวลา ซึ่งบางรายก็มีประโยชน์ แต่บางรายก็เป็นโทษ ดังได้พบได้เห็นกันเป็นประจำ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเชื่อคำพูดต่าง ๆ จากสื่อออนไลน์จึงต้องตั้งสติให้ดี ยิ่งเป็นเรื่องของหยูกยา เวชสำอางค์ อาหารเสริม วิตามิน ก็ยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะการจะกินยา กินอาหารเสริม หรือวิตามิน ต้องมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่เป็นพิษเป็นอันตรายของร่างกายของผู้บริโภค

Influencer บางรายทำรายการออนไลน์เพื่อความบันเทิงสนุกสนาน ก็อาจจะนำเสนอเรื่องราวแบบเบา ๆ สบาย ๆ แต่บางรายทำเพราะต้องการช่วยเหลือสังคม จึงเน้นการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ก็มีบางรายทำเพื่อหารายได้ทางตรงและทางอ้อม แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าผู้ผลิตคอนเทนท์ที่ดี ต้องเน้นความถูกต้องก่อนนำเสนอ เพราะเมื่อนำเสนอเรื่องราวไปแล้ว อาจมีผู้ share หรือ forward ต่อ ๆ กันไป ซึ่งหากเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นข้อมูลเท็จ ก็เท่ากับกระจายความเท็จในวงกว้าง ผลเสียก็จึงตกกับผู้ที่รู้ไม่เท่าทันจึงกลายเป็นเหยื่อ หลายคนเจ็บป่วยหรือล้มตาย เพราะความไม่รู้จริง โดยเฉพาะการหลงเชื่อผู้ให้เท็จ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเรื่องอาหาร ยา วิตามิน อาหารเสริม และเรื่องสุขภาพ น่าประหลาดที่คนไข้บางคนไม่เชื่อหมอ ไม่กินยาตามที่หมอสั่ง แต่หลงเชื่อข้อความหลอกลวงในออนไลน์ จาก influencer ที่พูดเรื่องวิตามิน อาหารเสริม และแร่ธาตุโดยปราศจากความรู้แท้จริง แต่กลับทำให้หลายคนหลงเชื่อ แล้วสั่งซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่คนบอกเล่าเรื่องราวไม่ใช่หมอ ไม่ใช่เภสัชกร

เป็นเรื่องประหลาดมากที่คนไข้บางรายไม่ยอมกินยาที่หมอสั่ง แต่หลงเชื่อแล้วกินอาหารเสริม แต่กินไปแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์ แถมยังเกิดอาการข้างเคียง ทำให้ต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบใด ๆ จาก influencer ได้ เรื่องราวเหล่านี้พบได้ทุกวันในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีใครสามารถห้าม influencer นำเสนอเรื่องราวที่ผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพได้ เพราะฉะนั้น มีสิ่งเดียวที่ทำได้คือ ผู้เสพสื่อฯ ต้องมีสติ ต้องคิดไตร่ตรองก่อนว่าควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ ต้องตั้งคำถามเสมอว่า ผู้ให้ข้อมูลเป็นใคร มีความรู้ด้านยา และด้านการรักษาโรคแท้จริงหรือไม่ และมีการหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือเปล่า

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

บวชนาน 6 ปี ‘MiMi Tao’ หลังโดนบูลลี่หนัก ก่อนออกตามฝันบนรันเวย์เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.55 น.

ชีวิตสุดเหลือเชื่อ ชีวิตเกินจะคาดเดา ตอนเด็กๆ บ้านยากจน เคยบวชเณรนานถึง 6 ปี โดนล้อโดนแกล้งสารพัด เพราะเป็นตุ๊ดเด็กหัวโปกตัวเล็กผอมบาง มีมี่ เทา MiMi Tao พชรณัฏฐ โนบรรเทา เติบใหญ่เป็นนางแบบข้ามเพศ ตอนนี้พุ่งรุ่งสู่นางเอกซีรีส์ดังเยอรมัน Crooks ฉายแล้วทาง Netflix ไปทั่วโลก

Crooks ซีรีส์ดังแรงๆ จากเยอรมัน แนวสืบสวนแอคชั่นซ่อนปมดุ! กระแสแรงดั้งแต่แรก จึงต้องทำซีซั่น 2 ออกมา ได้เปิดตัวฉายรอบแรกของโลก PreWord Premiere ที่เวียนนา ออสเตรีย แน่นอนว่าฉายไปแล้ว แค่ไม่กี่ ep. ตอน ก็มีกระแสดีมากๆ

มีมี่ เทา เปิดใจว่า “มี่ต้องมาปักหลักถ่ายทำที่ไทย นานกว่า 6 เดือน ตอนแรกถูกวางบทให้เล่นเป็นน้องสาว ของบิ๊ก D Gerrard ดี เจอร์ราร์ด แต่พอถ่ายทำจริง ทางผู้กำกับเปลี่ยนบท ให้เป็นพี่สาวของบิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด แทนค่ะ อยากให้ลองดูกันก่อน น่าจะชอบกันได้ เพราะคุณภาพมาตรฐาน Netflix ต้องเป๊ะอยู่แล้ว ที่ฉายไปทั่วโลก

”นางแบบเป็นอาชีพที่มี่ยังรัก มี่เป็นนางแบบมานานหลายปี เป็นนางแบบให้รายการดัง Project Runway มาแล้วถึง 6 ปี และรับเดินแบบ ให้หลายแบรนด์ดังแล้ว ในแฟชั่นวีคที่สหรัฐอเมริกา

“ซี่รีส์เยอรมัน Crooks เป็นการแสดงครั้งแรกของมี่ เปิดโลกการแสดงของเรามากๆ สนุกกว่าที่คิดค่ะ ถ้ามีโอกาสอีก ก็อยากจะเล่นหนัง ละคร ซีรีส์ ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

“จริงๆ มี่อยากลองเล่นซี่รีส์ละครไทย หนังไทย อย่างหนังสัปเหร่อ มี่ดูแล้วทั้ง 2 ภาค ชอบมากๆ มี่ชอบพูดภาษาอีสาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จึงอยากลองเล่นหนัง ที่พูดๆ ภาษาอีสานด้วยค่ะ คุณก้องผู้จัดการฝั่งไทยของมี่ ก็ติดต่อคุณโอม ( อวิรุทธ์ อรรคบุตร โปรดิวเซอร์หนังสัปเหร่อ ) ไปแล้ว ก็ไม่รู้จะได้เล่นเรื่องอะไรหรือไม่ ถ้าได้เล่นจริงๆ มี่ก็พร้อมกลับไทย เพราะปกติก็บินมาไทย เกือบทุกปีอยู่แล้วค่ะ“

มีมี่ เทา MiMi Tao พชรณัฏฐ โนบรรเทาเป็นนางแบบข้ามเพศจากไทย ที่เจิดจรัสที่ไปไกลมากๆ สร้างชิ่อเสียงระดับโลกให้สาวไทย ก่อนหน้านี้ มีมี่ เทา เคยได้รับตำแหน่งใหญ่ เป็นทูตยูเอ็น UN (United Nations องค์การสหประชาชาติ ) เป็นแอมบาสเดอร์ Ambassador ในโปรเจกต์ TogetherBand ด้านลดความเหลื่อมล้ำในสังคม Reduced Inequalities

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

กลุ่ม CPF คว้า 6 รางวัล TPM Awards 2025 เวทีระดับโลกจากญี่ปุ่น ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น คว้า 6 รางวัลระดับโลก จากเวที TPM Awards 2025 จัดโดยสถาบัน Japan Institute of Plant Maintenance (JIPM) ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐานสากล โดยในปี 2025 มีองค์กรจาก 16 ประเทศ รวม 83 บริษัท เข้ารับการประเมิน ภายใต้กระบวนการประเมินมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

โดยปีนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกปักธงชัย คว้ารางวัลสูงสุดระดับ “Special Award” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นเป็นเลิศในทุกมิติ ตอกย้ำความเป็นองค์กรต้นแบบด้านเกษตรอุตสาหกรรม ที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างยั่งยืน

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ เกียวโต อินเตอร์เนชันแนล คอนเฟอเรนซ์ เซ็นเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี บุญเสริม เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านบริหารกระบวนการธุรกิจอาหารสัตว์บก ,สลิลรัตน์ พงษ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป CPF และ วิรัตน์ บัวแย้ม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซี.พี.เวียดนาม เป็นผู้แทนรับรางวัล

บุญเสริม เจริญวัฒน์ กล่าวว่า CPF ได้นำระบบ Total Productive Maintenance (TPM) มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต โดยให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจขององค์กร แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

สำหรับรางวัลที่ได้รับในปีนี้ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ดังนี้

  • Special Award for TPM Achievement ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกปักธงชัย จ.นครราชสีมา
  • Award for Excellence in Consistent TPM Commitment ได้แก่
  1. โรงงานอาหารสัตว์บกท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. โรงงานอาหารสำเร็จรูป จ.สระบุรี
  3. Binh Dinh Feed Mill ซี.พี.เวียดนาม
  4. Hai Duong Factory ซี.พี.เวียดนาม
  • Award for TPM Excellence ได้แก่ โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก

ทั้งนี้ TPM Awards เป็นเวทีระดับนานาชาติที่มีเกณฑ์การประเมินเข้มข้น โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น (TPM Assessor) พิจารณา 5 ด้านหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการโรงงาน ระบบและกระบวนการ บุคลากร ผลลัพธ์ และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ

ในช่วงปี 2015–2022 กลุ่ม CPF ได้รับรางวัล TPM อย่างต่อเนื่อง รวม 25 รางวัล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างยั่งยืน

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด  รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อาจไม่ใช่แค่หวัด รู้ทันมะเร็งปอด ด้วยเทคโนโลยี EBUS

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

อาการไอเรื้อรัง หายใจติดขัด หรือเหนื่อยง่าย อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม คิดว่าเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไป แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งปอด โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

นายแพทย์อภิรักษ์ จันทร์เพ็ง อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า   มะเร็งปอด คือหนึ่งในมะเร็งที่พบมากที่สุด และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากจึงได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคลุกลามแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาหายขาดลดลง

นายแพทย์อภิรักษ์ จันทร์เพ็ง

อาการของมะเร็งปอด ได้แก่ ไอเรื้อรังหรือมีเสมหะปนเลือด  หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก  น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ  เสียงแหบหรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว

การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ฃๆ เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งปอดให้ได้ผลดีที่สุด ดังนั้นแนะนำทุกคนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีหรือเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดปริมาณรังสีน้อย (Low Dose CT Scan) หากตรวจพบก้อนหรือจุดในปอด แพทย์จะพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วย เทคโนโลยี EBUS-TBNA (Endobronchial Ultrasound-Guided Transbronchial Needle Aspiration) โดยใช้เทคนิคส่องกล้องหลอดลมร่วมกับอัลตราซาวนด์ ที่ช่วยให้แพทย์เก็บชิ้นเนื้อจากก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองภายในทรวงอกได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าตัด  หากพบเร็วและรีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มีโอกาสหายขาดสูง แต่หากปล่อยให้ ก้อน หรือ จุด ในปอดโตขึ้น มะเร็งจะลุกลาม ยากต่อการรักษา และเป็นอันตรายถึงชีวิต

ข้อดีของ EBUS คือ ตรวจเจาะชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองหรือก้อนเนื้อข้างหลอดลมโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน ใช้กล้องอัลตร้าซาวด์นำทางแม่นยำ ลดความเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว ตรวจได้ทั้งมะเร็งปอด วัณโรค หรือเนื้องอกในระบบทางเดินหายใจ สามารถดูความผิดปกติของปอด และหลอดลม ทราบผลชิ้นเนื้อภายใน 2 วัน

กลุ่มที่ควรตรวจด้วย EBUS มีดังนี้  ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สูบบุหรี่ หรือสัมผัสมลพิษเรื้อรัง ผู้ที่มีอาการผิดปกติเรื้อรังเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่ตรวจพบก้อนผิดปกติจาก X-ray หรือ CT Scan ผู้ที่มีประวัติมะเร็งปอดในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีก้อนในทรวงอก หรือมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด เพราะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แม่นยำ และฟื้นตัวได้ไว ดังนั้นหากสังเกตอาการตัวเองหรือคนรอบข้างว่า มีอาการผิดปกติ หรือมีก้อนในทรวงอก ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยกับแพทย์และการวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า จริงๆ แล้ว อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติหรือความรู้สึกอึดอัดเวลานอนราบนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคลิ้นหัวใจ” ภัยร้ายที่กำลังทำลายหัวใจอย่างเงียบๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อาการรุนแรงแล้ว ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าอกที่มีความเสี่ยงและใช้เวลาพักฟื้นนาน จนอาจสร้างความกังวลให้ผู้ป่วยอย่างมาก แต่ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษารูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) ที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวไว ถือเป็นอีกทางเลือก สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะรุนแรง อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

 นพ. สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลความรู้วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ เพื่อรู้เท่าทันโรคนี้ก่อนสาย พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง และเทคโนโลยีการรักษาโรคลิ้นหัวใจในปัจจุบันที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วย

 นพ. สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย

“โรคลิ้นหัวใจ” ภัยเงียบที่ปล่อยไว้ยิ่งอันตราย

โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ลิ้นหัวใจ แบ่งเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ คือ ลิ้นหัวใจรั่ว และ ลิ้นหัวใจตีบ โดยปกติคนเรามีลิ้นหัวใจ 4 ลิ้น ทำหน้าที่เปิด–ปิดเพื่อควบคุมทิศทางการไหลเวียนของเลือด เมื่อลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับหรือไหลไม่สะดวก ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ร่างกายพยายามปรับตัวชดเชยจนเราแทบไม่เห็นความผิดปกติในระดับแรก กว่าจะรู้ตัวโรคก็อาการรุนแรงแล้ว

“โรคลิ้นหัวใจ” ไม่เลือกวัย ใครก็เสี่ยงได้

หลายคนอาจคิดว่าโรคลิ้นหัวใจเกิดได้แค่ในผู้สูงอายุ แต่จริง ๆ แล้วโรคลิ้นหัวใจสามารถเกิดกับคนทุกวัย โดยในกลุ่มเด็กเล็กอาจพบความผิดปกติของลิ้นหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเคยติดเชื้อรุนแรงจนทำให้ลิ้นหัวใจเสียหาย ส่วนในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สาเหตุหลักมักมาจากลิ้นหัวใจเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุจนลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีแคลเซียมและไขมันเกาะสะสมจนแข็งตัวทำให้เป็นลิ้นหัวใจตีบ นอกจากนี้คนที่มีโรคประจำตัว อาทิ ความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคลิ้นหัวใจเช่นกัน

เหนื่อยง่ายผิดปกติ สัญญาณเตือน “โรคลิ้นหัวใจ”

 นพ.สุวาณิช ชี้ให้เห็นถึงภัยเงียบนี้ว่า “อาการเริ่มแรกของโรคลิ้นหัวใจคือการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจชะล่าใจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น นอนราบแล้วอึดอัด หรือขาบวม ที่อันตรายกว่านั้นคือภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ทั้งภาวะหัวใจโต น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์-อัมพาต ดังนั้นหากเริ่มเหนื่อยขณะทำกิจกรรมเดิม ๆ อย่ารอช้า รีบมาตรวจคัดกรองกับแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที”

อายุ 35+ ควรเช็กหัวใจ ไม่ต้องรอมีอาการ

เมื่อเข้าสู่วัย 35 ปี แม้ภายนอกจะดูแข็งแรง แต่ร่างกายภายในอาจเริ่มเสื่อมลง แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ โดยที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมุต ทีมแพทย์เฉพาะทางมีแนวทางการวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจด้วย 4 ขั้นตอนหลักเพื่อความแม่นยำ เริ่มจากการเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินขนาดหัวใจ ต่อด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เพื่อตรวจการเต้นและกระแสไฟฟ้าหัวใจ ไปจนถึงการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) และการวิ่งสายพาน Exercise Stress Test (EST) เพื่อตรวจการทำงานของหัวใจอย่างละเอียด ซึ่งการตรวจพบเร็วไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของโรค แต่ยังช่วยให้วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัยสูง กลับบ้านได้ใน 2 วัน

การรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจที่ไม่รุนแรงจะเน้นรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาลดไขมัน หรือยาลดความดันโลหิต พร้อมกับควบคุมโรคประจำตัวให้สงบ นพ. สุวาณิช อธิบายว่า “ในกรณีผู้ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรุนแรง  แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ซึ่งเดิมทีต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจและพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยี TAVI นวัตกรรมการรักษาใหม่ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน ทำให้ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและไม่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แผลเล็ก และพักฟื้นเพียง 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้

“เราสามารถสร้างเกราะป้องกันโรคลิ้นหัวใจได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการตรวจสุขภาพหัวใจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป หากผลปกติดีอาจตรวจซ้ำทุก 5 ปี ควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล กินให้ดี คุมน้ำหนักให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง พยายามคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่อยากย้ำเน้นคืออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ อย่างอาการ ‘เหนื่อยง่าย’ และรีบมาพบแพทย์ เพราะถ้าตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

หาดมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0042 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Applicationเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน สะท้อนความตั้งใจของโรงพยาบาลวิมุตที่พร้อม “เข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด”

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร คัดกรอง ประเมิน ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร  คัดกรอง ประเมิน  ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกกับแนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกร คัดกรอง ประเมิน ดูแลผู้ป่วย ‘โรคปลายประสาทอักเสบ’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมชั้นนำจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับ P&G Health ประกาศเปิดตัวแนวทางปฏิบัติฉบับแรกของภูมิภาค ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุน “เภสัชกรชุมชน” ให้สามารถคัดกรอง ประเมิน และดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy: PN) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติวิชาชีพเภสัชกรรมในทุกๆ วัน

แนวทางภายใต้ชื่อ “เสริมศักยภาพเภสัชกรชุมชน: แนวทางเวชปฏิบัติจากฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญเพื่อการจัดการภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติอย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท” มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิชาการสู่การปฏิบัติจริง พร้อมคำแนะนำที่สามารถปรับใช้ตามบริบทวัฒนธรรม เพื่อสร้างมาตรฐานการคัดกรอง การให้คำปรึกษา และขั้นตอนการรักษาในร้านขายยา ช่วยลดปัญหาการวินิจฉัยล่าช้าและการรักษาที่ไม่ทันท่วงที

ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ (Dr. Yolanda R. Robles) อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ และประธานสหพันธ์สมาคมเภสัชกรรมแห่งเอเชีย (FAPA) ผู้เขียนหลักและประธานคณะทำงาน กล่าวว่า “โรคปลายประสาทอักเสบเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยมีอัตราการเกิดสูงในผู้ป่วยเบาหวานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (58%) อินโดนีเซีย (58%) มาเลเซีย (54%) ไทย (34%) สิงคโปร์ (28%) และออสเตรเลีย (21%) ด้วยบทบาทของเภสัชกรในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด แนวทางนี้จึงช่วยให้เภสัชกรสามารถตรวจพบอาการได้เร็วขึ้น ให้คำแนะนำผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ และทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อยกระดับผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว”

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ชรัดดา โวห์รา (Shraddha Vohra) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพส่วนบุคคล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, P&G Health สิงคโปร์ กล่าวว่า “ร้านขายยาชุมชนมักเป็นจุดแรกที่ผู้คนจะเข้ามาปรึกษาเมื่อมีอาการชา เหน็บ แสบร้อน หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มบริเวณมือและเท้า ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของโรคปลายประสาทอักเสบ คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยจากโรคดังกล่าว สูงถึง 80% ในเอเชียแปซิฟิกที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย เภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญในการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก พร้อมทั้งแนะนำการดูแลที่เหมาะสม และช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม แนวทางนี้ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริงของร้านขายยา ที่รองรับทั้งความหลากหลายทางภาษาและข้อกำหนดด้านกฎหมายที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ โดยมาพร้อมกับเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

พลิกบทบาทเภสัชกร: จากการตั้งรับสู่การคัดกรองเชิงรุก และการรักษาที่ทันท่วงที

ดร. ภญ. ลูซี โนเวียนี (Dr. Apt. Lusy Noviani) ผู้ร่วมเขียน และผู้แทนสมาคมเภสัชกรอินโดนีเซีย (IAI) กล่าวว่า “จากบทบาทหลังเคาน์เตอร์สู่การเป็นบุคลากรด่านหน้า เภสัชกรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการทำหน้าที่ ‘จ่ายยา’ ไปสู่ ‘การตรวจคัดกรองโรคในระยะแรกและการดูแลเชิงรุก’ โดยเฉพาะในประเทศอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งมีสัดส่วนแพทย์ต่อจำนวนประชากรค่อนข้างน้อย เภสัชกรชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการคัดกรองและลดความล่าช้าในการดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ”

แนวทางใหม่นี้ช่วยเสริมศักยภาพเภสัชกรให้เป็น “พารท์เนอร์ในการดูแลสุขภาพเชิงรุก” ตลอดกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยที่โรคปลายประสาทอักเสบ ให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ด้วยหลักการช่วยจำแบบใหม่ที่เรียกว่า MEDIC, แยกแยะอาการปวดเส้นประสาทออกจากอาการปวดกล้ามเนื้อ, ใช้แบบประเมินมาตรฐานในร้านขายยา (เช่น ACT, DN4 และ NPQ)  ,ให้คำแนะนำ พิจารณาการใช้ยาพื้นฐานที่เหมาะสม รวมถึงวิตามินบีบำรุงประสาทที่โดสสูง (B1, B6, B12) และส่งต่อแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย ,ติดตามผลและประเมินการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อความปลอดภัยและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

“MEDIC” ช่วยคัดกรองความเสี่ยงก่อนที่จะสายเกินแก้

ดร. นาวิน กุมาร โลแกนาดัน  (Dr. Navin Kumar Loganadan) ผู้เขียนร่วมและหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก และ คลินิก DMTAC (Diabetes Medication Therapy Adherence Clinic) ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “ในสภาพแวดล้อมร้านขายยาที่มีความเร่งรีบ เครื่องมือที่ใช้ง่ายคือสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้น MEDIC จึงเป็นหลักจำที่ช่วยให้เภสัชกรระบุผู้มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว โดยย่อมาจาก M (Medication) = ยา, E (Elderly) = ผู้สูงอายุ, D (Diabetes) = เบาหวาน, I (Infection) = การติดเชื้อ, C (Chronic) = โรคเรื้อรัง ซึ่งการใช้หลัก MEDIC จะทำให้เภสัชกรสามารถระบุกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดเส้นประสาทเสียหายได้ตั้งแต่ระยะแรก และแนะนำขั้นตอนถัดไปได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องวินิจฉัยโรคเอง”

ด้าน เกรซ ชิว (Ms. Grace Chew) ผู้เขียนร่วมและเภสัชกรอิสระจากสิงคโปร์ กล่าวเสริมว่า “ผู้ที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ มักถูกตรวจพบเมื่ออาการรุนแรงแล้ว แนวทางนี้จะช่วยให้เภสัชกรแยกแยะอาการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใช้เครื่องมือคัดกรองที่ได้รับการยอมรับ และส่งต่อผู้ป่วยได้ทันท่วงที ซึ่งการเปลี่ยนจากวิธีตั้งรับมาเป็นการป้องกันจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระอีกครั้ง”

จากขั้นตอนคัดกรองสู่การดูแลต่อเนื่อง: แนวทางการรักษาที่ชัดเจนและเป็นระบบ

ดร. เคนนี เจมส์ พี. เมริน (Dr. Kenny James P. Merin) จากมหาวิทยาลัยไลเซียมแห่งฟิลิปปินส์–ดาเวา (LPU Davao) และผู้เขียนร่วม กล่าวว่า “แนวทางนี้ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานจริงในร้านขายยา โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง คัดกรอง ให้คำปรึกษา พิจารณาการบำบัดด้วยวิตามิน B1, B6 และ B12 ในขนาดที่เหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีอัลกอริทึมและรายการตรวจสอบที่เป็นระบบ จะช่วยให้เภสัชกรสามารถสร้างมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยได้ โดยไม่ทำให้ขั้นตอนการทำงานช้าลง”

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ มักจะซื้อผลิตภัณฑ์วิตามินบีมารับประทานเอง บ่อยครั้งอาจมีการใช้ในขนาดที่ไม่เหมาะสม และอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลเนื่องจากได้รับปริมาณวิตามินไม่เพียงพอ หรือในทางตรงกันข้าม อาจเกิดการได้รับวิตามินบีบางชนิดเกินขนาด ซึ่งสามารถส่งผลให้อาการทางระบบประสาทแย่ลงได้ ดังนั้นบทบาทของเภสัชกรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาของผู้ป่วย

ดร. กิติยศ ยศสมบัติ จากภาควิชาปฏิบัติการเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนร่วม กล่าวว่า “วิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทในขนาดที่ใช้เพื่อการรักษา มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบที่มีความเหมาะสม ซึ่งต้องใช้ปริมาณโดสและระยะเวลาที่ถูกต้อง แนวทางนี้เน้นให้เภสัชกรติดตามผลในช่วง 3–6 เดือน เฝ้าระวังสัญญาณอันตราย และทำงานร่วมกับแพทย์อย่างใกล้ชิด”

การเข้าถึงและการนำไปปฏิบัติใช้จริง

แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญร่วมลงมติดังกล่าวจะเปิดให้เภสัชกรในเอเชียแปซิฟิกเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มใหม่ พีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ (P&G Nerve Connect) พร้อมการสัมมนาออนไลน์โดยผู้เชี่ยวชาญในหลายประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

“การเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากการสำรวจเภสัชกรในฟิลิปปินส์พบว่าผู้ที่ผ่านการอบรมตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป มีความเข้าใจเรื่องปริมาณโดสของวิตามินบีที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ จึงถูกพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบครบวงจรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในงานประจำวัน” ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ กล่าวทิ้งท้าย

แนวทางปฏิบัติสำหรับเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยที่โรคปลายประสาทอักเสบ ฉบับแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://mobile.swiperxapp.com/png-nerveconnect-ph/clinical-guideline/

ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยดีไซน์สุดจี๊ดรับซัมเมอร์

ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยดีไซน์สุดจี๊ดรับซัมเมอร์

ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยดีไซน์สุดจี๊ดรับซัมเมอร์

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ชวนทุกคนสัมผัสเสน่ห์ของงานคราฟต์ไทยในมุมมองใหม่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์หน้าร้อน กับแคมเปญพิเศษ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” รวมไอเท็มสุดคราฟต์ที่โดดเด่นด้วยเฉดสีจัดจ้าน ลวดลายมีเอกลักษณ์ และดีไซน์ที่สะท้อนพลังความสนุก ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สดใหม่และร่วมสมัย มาให้ผู้รักในงานฝีมือเลือกช็อปเลือกแมตช์กับสไตล์ที่ใช่ จุดประกายให้ซัมเมอร์นี้สดใสยิ่งกว่าเดิม

สุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า  “ไอคอนคราฟต์ตั้ งใจที่จะทำให้งานคราฟต์ไทยเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและสนุกสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในฤดูร้อนปีนี้ เรามุ่งเน้นการนำเสนอ ‘Thai Craft Reimagined’ หรือการตีความงานฝีมือไทยในมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสและความร่วมสมัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวเห็นว่า งานฝีมือจากภูมิปัญญาไทยสามารถหลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้ในบ้าน ซึ่งทุกชิ้นไม่เพียงดีไซน์เก๋ สีสันสดใส ยังมีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และมีความหมายอันเป็นสิริมงคล เหมาะเป็นของขวัญของฝากให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยและซัมเมอร์นี้”

แคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” เติมสีสันให้ซัมเมอร์นี้ด้วยงานฝีมือไทยดีไซน์ร่วมสมัย แฝงไปด้วยอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งแฟชั่นไอเท็ม เครื่องประดับ และของใช้ในบ้าน จากแบรนด์ไทยขวัญใจสายคราฟต์

PREM X BELLVE ความร่วมมือสุดพิเศษระหว่าง PREM.ARTISTIC ศิลปินผู้ชุบชีวิตวัสดุเหลือใช้ผ่านการเล่าเรื่องด้วยสีสัน และ BELLVE ดีไซเนอร์ผู้ใช้ภาษาแห่งสี เพื่อเยียวยาหัวใจและสะท้อนตัวตนที่แท้จริง กับนิทรรศการ Forever In Bloom เผยโฉมคอลเลกชันแฟชั่นคราฟต์รับซัมเมอร์ ที่เด่นด้วยการนำเศษผ้าและเศษวัสดุเหลือใช้มาถักทอจนเปล่งประกายราวกับดอกไม้ ผสานสีสัน ลวดลาย และดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เติมความสนุกและความเคลื่อนไหวให้ทุกลุคในฤดูร้อนนี้

 PATTERN.ERS การรวมตัวของ 4 แบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ ทั้ง KANZ BY THAITOR จากจังหวัดแพร่ ที่มีเอกลักษณ์ในการนำเศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อเป็นผ้าชิ้นใหม่เพื่อให้เกิดมิติของลาย จนเหมือนงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้, {JUN} แบรนด์ Men’s Wear ที่มักหยิบเอาดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย ตัดเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพของเชียงใหม่, LONGGOY แบรนด์แฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวล้านนาในรูปแบบใหม่ ใช้เทคนิคการกัดสี และวัตถุดิบจากเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานให้มีเอกลักษณ์, FEEL YOUTH ที่นำแรงบันดาลใจจากสีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าซึ่งสะท้อนความสนุก ความงาม และความเยาว์ ได้อย่างมีชีวิตชีวา

MAMAWELL แบรนด์กระเป๋าแฟชั่นสาย Sustainable ที่ปลุกชีวิตให้เศษผ้าเหลือใช้จากการตัดเย็บชุดว่ายน้ำ กลายมาเป็นกระเป๋าถักมือสีสันสุดจี๊ด สะท้อนเอกลักษณ์ความไม่ซ้ำใครในทุกใบ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความสดใส น้ำหนักเบา และแห้งไว จึงเป็น Must-Have Item สำหรับซัมเมอร์นี้

HOROSCARF ผ้าพันคอแบรนด์ไทยที่เปลี่ยนความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ให้กลายเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าได้อย่างมีรสนิยม ด้วยภาพวาดสีน้ำอันอ่อนช้อยแฝงด้วยลวดลายมงคลเสริมพลังบวกและสิริมงคล ช่วยเสริมความเก๋และความโชคดีไปพร้อมกัน

WISHULADA แบรนด์งานศิลปะสื่อผสมที่ทลายขีดจำกัดของคำว่าขยะ สู่ผลงานดีไซน์ที่โลกต้องจับตามอง ผ่านการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้รอบตัวให้กลายเป็นแฟชั่นไอเทมและของตกแต่งบ้านสุดคูล สะท้อนหัวใจสำคัญของงานคราฟต์ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความทันสมัยและเปี่ยมด้วยจินตนาการ

 Suaydeee Studio แบรนด์เครื่องประดับแฮนด์เมดสายมูแสนเก๋จากเชียงใหม่ที่ มาพร้อมคอลเลกชันล่าสุด The Auspicious Takrud Collection สร้อยตะกรุดมงคล 5 แบบ 5 สไตล์ เครื่องประดับที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเสริมความมั่นใจ ความสำเร็จ และโชคลาภให้กับทุกวันที่สวมใส่

 Hathai Herb แบรนด์สมุนไพรไทยร่วมสมัยที่ผสานธรรมชาติ งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน กับผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ “ยาดมสมุนไพรรูปหัวใจ” ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันพร้อมสีสันโดนใจ ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสมุนไพรไทยและสนุกกับการ Mix & Match กับสไตล์ที่ต้องการ

 Suchai Craft ภาชนะอลูมิเนียมลายไทยที่พลิกโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเพิ่มสีสันให้หลากหลาย พร้อมนำเสนอการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำของผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมลายไทย ให้เป็นของที่ใคร ๆ ก็หยิบมาใช้ได้อย่างร่วมสมัย

ร้อนนี้ต้องเก๋กว่าใครกับ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER”  ตลอดเดือนเมษายน นี้  ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT

รมว.พม. นำทีมลุยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ริมรางรถไฟเมืองย่าโม พร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยกลุ่มเปราะบาง

รมว.พม. นำทีมลุยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ริมรางรถไฟเมืองย่าโม พร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยกลุ่มเปราะบาง

รมว.พม. นำทีมลุยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ริมรางรถไฟเมืองย่าโม พร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยกลุ่มเปราะบาง

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.29 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในระดับจังหวัด ทั้งนี้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) , คณะผู้บริหารกระทรวง พม., นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทีม พม.จังหวัดนครราชสีมา, ผู้บริหารท้องถิ่น, ผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ร่วมลงพื้นที่ โดยเริ่มจาก 1) บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยมีการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้รับบริการที่อยู่ในความดูแล และพบปะพูดคุยกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา และ 2) สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา อำเภอเมืองนครราชสีมา สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) โดยมีการเยี่ยมให้กำลังใจผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน , มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้รับบริการ , มอบบัตรผู้แสดงความสามารถ , เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของโครงการทักษะอาชีพผู้ใช้บริการ (กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษและกลุ่มเลี้ยงปลา), มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานสังกัดกรม พส. (เขตชาย) รวมทั้งกิจกรรมรำวงพื้นบ้าน โดยกลุ่มจิตอาสาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

นายนิกร กล่าวว่า จากนั้น ได้ลงพื้นที่ 3) สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม (ชุมชนพะไล) จำกัด หมู่ 6 เทศบาลตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยมีการรับฟังสรุปผลการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง พร้อมมอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร กำหนดอายุ 3 ปี ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2571, มอบงบประมาณสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด จำนวน 29 ครัวเรือน งบประมาณรวม 3,960,750 บาท จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., มอบเงินอุดหนุนโครงการการจัดหาครอบครัวอุปการะคนพิการ จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.), มอบพัดลมแก่กลุ่มเปราะบาง และมอบวอร์คเกอร์แก่คนพิการ อีกทั้งเปิดป้าย “อาคารจามจุรี” บ้านสวัสดิการราคาถูก และรับมอบข้อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากเครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ และ 4) วัดป่าโนนม่วง (หิมพานต์) อำเภอโชคชัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ด่านเกวียน โดยมีการรับฟังสรุปภาพรวมการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่อำเภอโชคชัย จาก พอช.,  มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่กลุ่มเปราะบาง, มอบกุญแจบ้านในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 22 หลัง จากการเคหะแห่งชาติ (กคช.), มอบเงินกู้ยืมคนพิการต้นแบบเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรม พก., มอบป้ายบ้านคนพิการและผู้สูงอายุที่ได้รับงบประมาณการซ่อมแซมปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย จากกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกรม พก., มอบเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 47 ราย จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) , มอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัว จำนวน 19 ราย จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.), มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหากรณีฉุกเฉิน จำนวน 10 ราย และมอบเงินอุดหนุนโครงการกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่อำเภอโชคชัย  

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง นั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนงานและงบประมาณโครงการฯ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) มีเป้าหมายครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน และมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ P-Move) ในส่วนของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทางกระทรวง พม. โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครนครราชสีมา, เทศบาลตำบลหัวทะเล, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเครือข่ายองค์กรชุมชน “เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม” เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคงอย่างแท้จริง

สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนนั้น มีการขับเคลื่อนงานภายใต้อุดมการณ์ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” ซึ่งตลอดระยะเวลา 20 ปี มีผู้สนับสนุนประกอบด้วย กระทรวง พม. โดย พอช. , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชน โดยมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ประมาณ 6,083 กองทุน มีสมาชิกประมาณ 6,762,990 คน และช่วยเหลือสมาชิกและกลุ่มเปราะบางทางสังคมได้มากกว่า 11,846,374 คน โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ผู้ช่วยเหลือในเบื้องต้น” เนื่องจากกองทุนฯ มีการบริหารจัดการโดยชุมชน และมีการระดมทุนจากกองทุนฯ ทั่วประเทศ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยเร็วในเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ สถานการณ์โรคระบาด ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติ

เรือยอช์ท ‘AZIMUT FLY 62’ หรูหราเหนือระดับ อวดโฉมในงาน ‘Singapore Boat Show 2026’

เรือยอช์ท ‘AZIMUT FLY 62’ หรูหราเหนือระดับ อวดโฉมในงาน ‘Singapore Boat Show 2026’

เรือยอช์ท ‘AZIMUT FLY 62’ หรูหราเหนือระดับ อวดโฉมในงาน ‘Singapore Boat Show 2026’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

การเป็นเจ้าของ อะซิมุท (AZIMUT)  คือการแสดงออกถึงรสนิยมและความสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร   บริษัท เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือยอช์ท อะซิมุท อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมมือกับ อะซิมุท ยอช์ท ประเทศอิตาลี เข้าร่วมเทศกาลเรือระดับโลก ‘Singapore Boat Show 2026’ นำเสนอความหรูหราเหนือระดับ ของ ‘AZIMUT FLY 62’ จาก Flybridge Collection ที่สะท้อนความก้าวล้ำของดีไซน์ เทคโนโลยี และงานฝีมืออันประณีต ระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2569  ที่ ONE°15 Marina Sentosa Cove ประเทศสิงคโปร์

ธน จงสืบธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการหลังการขายและซัพพลายเชน บริษัท เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) จำกัด เผยว่า “งานจัดแสดงเรือระดับนานาชาติที่สิงคโปร์ครั้งนี้ นับว่ามีความพิเศษ เนื่องจากต้นกำเนิดเรือยอช์ท อะซิมุท จากอิตาลี พร้อมด้วยผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย ได้ผนึกกำลังพร้อมชูไฮไลท์อย่าง ‘AZIMUT FLY 62’ หนึ่งในรุ่นยอดนิยมในกลุ่ม Flybridge Collection ของ อะซิมุท เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่คลาคล่ำไปด้วยผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ทางน้ำจากทั่วโลก ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของเครือข่าย อะซิมุท ในภูมิภาคเอเชีย และบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดสำคัญของกลุ่มลูกค้า อัลตร้า-ลักชัวรี่ ยอช์ทติ้ง (Ultra-Luxury Yachting)”  

AZIMUT FLY 62 ออกแบบโดย อัลแบร์โต มานชินี่ ที่ตีความงานออกแบบเรือใหม่ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงสร้าง Superstructure ถูกออกแบบให้ยื่นไปด้านหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่ค็อกพิท พร้อมคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตของ Azimut Fly Series โดดเด่นด้วยเส้นสายที่ต่อเนื่องและพื้นผิวที่เรียบสะอาดยิ่งขึ้น ดึงดูดสายตาด้วยหลังคาแข็งดีไซน์ใหม่ล้ำสมัย ผสานกับแนวเส้นหน้าต่างตัวเรือในแนวนอนอย่างลงตัว

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้นำเรือยอช์ท อะซิมุท รุ่น SEADECK 7 และ MAGELLANO 60 มาร่วมจัดแสดงให้ผู้สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกด้วย 

หนีร้อนสู่สวรรค์กลางทะเล กับแพ็กเกจ Maldives Summer Escape ที่ เอ็นเอช คอลเลคชั่น สองรีสอร์ทบนเกาะส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

หนีร้อนสู่สวรรค์กลางทะเล กับแพ็กเกจ Maldives Summer Escape ที่ เอ็นเอช คอลเลคชั่น  สองรีสอร์ทบนเกาะส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

หนีร้อนสู่สวรรค์กลางทะเล กับแพ็กเกจ Maldives Summer Escape ที่ เอ็นเอช คอลเลคชั่น สองรีสอร์ทบนเกาะส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.25 น.

เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนอย่างเต็มตัว นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับทริปถัดไป โดย มัลดีฟส์ ยังคงติดอันดับจุดหมายในฝันที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำทะเลใสราวคริสตัล หาดทรายขาวบริสุทธิ์ และการบริการเหนือระดับ มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความร้อนและความวุ่นวายของชีวิตในเมือง

เอ็นเอช คอลเลคชั่น โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (NH Collection Hotels & Resorts) แบรนด์ระดับพรีเมียมภายใต้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนบนเกาะเหนือระดับ เปิดตัวแพ็กเกจ “Maldives Summer Escape” ณ สอง รีสอร์ทที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ได้แก่ เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ รีธิ รีสอร์ท (NH Collection Maldives Reethi Resort) และ เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ ฮาวอดด้า รีสอร์ท (NH Collection Maldives Havodda Resort)

เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ รีธิ รีสอร์ท ตั้งอยู่ในเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก ในบา อะทอลล์ (Baa Atoll) โดดเด่นด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายร่วมสมัยเข้ากับเสน่ห์แบบมัลดีฟส์อย่างลงตัว รายล้อมด้วยลากูนสีเทอร์ควอยซ์และระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ รีสอร์ทให้บริการวิลล่าริมชายหาดและวิลล่าเหนือน้ำที่ออกแบบอย่างมีสไตล์พร้อมวิวทะเลทอดยาวสุดสายตา

ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์ด้านอาหารที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก กีฬาทางน้ำ ไปจนถึงโปรแกรมเวลเนสแบบองค์รวม แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 16,000 บาทต่อห้องต่อคืน พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% รวมอาหารเช้าและอาหารเย็นทุกวัน เครดิตสปามูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 2 ท่าน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 5 คืนขึ้นไป ยังได้รับสิทธิ์ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก 60 นาที

สำหรับผู้ที่มองหาความเป็นส่วนตัวและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ ฮาวอดด้า รีสอร์ท มอบประสบการณ์การพักผ่อนอันเงียบสงบใน กาฟู ดาลู อะทอลล์ (Gaafu Dhaalu Atoll) หนึ่งในอะทอลล์ธรรมชาติที่ใหญ่และลึกที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศอันเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่

แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 15,000 บาทต่อห้องต่อคืน พร้อมส่วนลดสูงสุด 40% รวมอาหารเช้าและอาหารเย็นทุกวัน กิจกรรมดำน้ำตื้นสำรวจแนวปะการังหน้ารีสอร์ท (House Reef) พร้อมไกด์ตามรอบที่กำหนด และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมาย อาทิ ส่วนลด 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเมื่อเข้าพัก 6 คืนขึ้นไป ส่วนลด 20% สำหรับมินิบาร์ ส่วนลด 25% สำหรับห้องอาหารภายในรีสอร์ท และเครดิตสปามูลค่า 30 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 2 ท่านต่อการเข้าพัก

แพ็กเกจ Maldives Summer Escape นี้สามารถสำรองและเข้าพักได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยกำหนดระยะเวลาการเข้าพักขั้นต่ำ 3 คืน และเงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่พักได้ที่
เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ รีธิ รีสอร์ท: https://world.nh-hotels.com/en/nh-collection-maldives-reethi/offers/maldives-summer-escape
เอ็นเอช คอลเลคชั่น มัลดีฟส์ ฮาวอดด้า รีสอร์ท: https://world.nh-hotels.com/en/nh-collection-maldives-havodda/offers/maldives-summer-escape