รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม  จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมกับชมรมบ้านท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ครั้งที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องในวันโรคท้าวแสนปมโลก (17 พฤษภาคม) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคท้าวแสนปม (NF1) และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย – Equity to Shine” มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง

นพ.มนูญ เลียวนรเศรษฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์คนที่ 2 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า “โรคท้าวแสนปม หรือ นิวโรไฟโบรมาโตซิสชนิดที่ 1 (Neurofibromatosis Type 1 หรือ NF1) เป็นโรคทางพันธุกรรมหายาก ทำให้เกิดเนื้องอกตามแนวเส้นประสาททั่วร่างกาย โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จะมีก้อนเนื้องอกที่โตผิดปกติจนกดทับอวัยวะสำคัญ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด บางรายเสี่ยงพิการ กลายเป็นมะเร็งและเสียชีวิตได้ การจัดกิจกรรมในวันนี้ เพื่อตอกย้ำนโยบายของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วย ทั้งการให้ความรู้และกำลังใจ การได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรสหวิชาชีพ รับการประเมินและคำปรึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไม่โดดเดี่ยว ที่สำคัญ เรายึดหลักการดูแลผู้ป่วยอย่างเท่าเทียม ไม่ให้ฐานะหรือพื้นที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา”

รศ. พญ.กิติวรรณ โรจนเนืองนิตย์ มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก กล่าวว่า “ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 2-3 ล้านคน จากโรคหายากมากกว่า 7,000 ชนิด โดยโรคท้าวแสนปมหรือ NF1 เป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต มีอัตราการเกิด 1 ใน 3,000 คนของประชากรทั่วโลก ผู้ที่เป็นโรคนี้ร้อยละ 50 มีประวัติครอบครัว ขณะที่อีกร้อยละ 50 เกิดจากการกลายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นเอง แม้โรคหายากแต่ละโรคจะพบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อรวมกันแล้วถือเป็นประเด็นสาธารณสุขที่สำคัญ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะการเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษา รวมถึงกลไกเชิงนโยบายและระบบในทางปฏิบัติยังไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย”

ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวถึงโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ว่าสามารถตอบโจทย์การวินิจฉัยโรคหายากที่ซับซ้อนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีการถอดรหัสพันธุกรรมผู้ป่วยหลายกลุ่มโรคแล้วกว่า 50,000 คน ในจำนวนนั้นเป็นผู้ป่วยโรคหายาก เช่น โรคท้าวแสนปม และครอบครัวกว่า 18,000 ราย ช่วยเพิ่มอัตราการวินิจฉัยได้ถึงร้อยละ 37 และร้อยละ 22 ได้รับการรักษาที่ตรงจุด เช่น การปรับเปลี่ยนโภชนาการหรือการให้ยาที่เหมาะสม ซึ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้จริง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่เข้าสู่ระบบสุขภาพของประเทศเพื่อให้ประชาชนไทยเข้าถึงการแพทย์แม่นยำได้อย่างเท่าเทียม

ด้าน ภมรมาส สาลีพัฒนา ผู้ก่อตั้งชมรมบ้านท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ป่วย NF1 และครอบครัวจำนวนมากต้องเผชิญความเจ็บปวดจากโรค การถูกตีตราทางสังคม สิทธิรักษาที่ยังไม่ครอบคลุม และภาระค่ารักษาพยาบาล กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ NF1 แต่ต้องการบอกผู้ป่วยว่า พวกเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่ลำพัง ทุกเสียงของผู้ป่วยมีความหมายและเป็นพลังในการผลักดันให้เกิดการรักษาที่เหมาะสมและต่อเนื่อง เรายึดแนวคิด ‘เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย’ เพื่อย้ำว่าผู้ป่วยไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของโรค แต่ควรได้รับการดูแลแบบองค์รวมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การขยายสิทธิประโยชน์ เช่น การผลักดันยาจำเป็นเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ การพัฒนานโยบายและกองทุนโรคหายาก ตลอดจนโอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการยอมรับจากสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนแสดงศักยภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และเปล่งประกายเหมือนคนทั่วไป”

ภายในงานมีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือน อาการ การวินิจฉัย และแนวทางรักษา NF1 เวทีสะท้อนเสียงร่วมกันของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ป่วย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ชีวิตกับ NF1 พร้อมกิจกรรมเสริมพลังใจ โดยมีศิลปินแว่นใหญ่ (โอฬาร ชูใจ) ร่วมขับกล่อมบทเพลง สร้างบรรยากาศแห่งการให้กำลังใจ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชนทั่วไป สะท้อนความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล ภาคีเครือข่าย และผู้ป่วย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

สำหรับ “NF1 สัญจร” ครั้งที่ 2 จัดต่อเนื่องจากครั้งแรกในภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาเมื่อปลายปี 2568 มีเป้าหมายขยายเครือข่ายผู้ป่วยและครอบครัวสู่ภูมิภาคต่างๆ ส่งเสริมการพบแพทย์และตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระยะยาว และผลักดัน “ความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา” ให้เกิดขึ้นจริง

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN  สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

สยามพิวรรธน์ จับมือ UNDP BIOFIN สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ผ่านความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (UNDP BIOFIN) จัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ภายใต้ธีม “Acting Locally for Global Impact” รวมผู้นำนานาชาติ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และชุมชน สร้างต้นแบบการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้ชื่อ “NEXTOPIA Gaming Application – Digital Finance for Nature” นวัตกรรมการเงินดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในเมืองกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น ผ่านกลไกเกมการศึกษา (edutainment) และการระดมทุนสาธารณะ (crowdfunding) บนแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp โดยเปิดพื้นที่ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บริเวณชั้น 5A ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จากระดับชุมชนไทยสู่เวทีโลก

งานครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพโลก (Global Biodiversity Framework) ภายใต้แนวคิด “Acting Locally for Global Impact” สะท้อนความเชื่อว่า การลงมือทำในทุกระดับ ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านธรรมชาติของโลกทั้งใบ ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ได้แก่ นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย, เซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย, ศลยา ณ สงขลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน),       

ศรสวรรค์ พงษ์เผ่า ผู้จัดการความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย, รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ดร.พรชัย จุฑามาศ เลขานุการมูลนิธิโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.), อรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (Big Trees Project), เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี, ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการอิสระ, Environman สื่อและคอมมูนิตี้ออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อมชั้นนำของไทย ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการปกป้องระบบนิเวศและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน

เวทีเสวนานานาชาติ: จากนโยบายโลก สู่การลงมือทำจริง

ไฮไลต์สำคัญของงาน “International Day for Biodiversity 2026”  ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569   ที่ผ่านมา คือการรวมตัวผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ นักการทูต นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำ และภาคประชาสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกรณีศึกษาการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงระดับนโยบาย การลงทุน และการลงมือทำจริงในพื้นที่

โดยเวทีเสวนาแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ “The Global Vision” ว่าด้วยภาพรวมสถานการณ์ธรรมชาติของโลก บทบาทภาคเอกชน และการลงทุนด้าน ESG การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติอย่างยั่งยืน, “The Collaboration: Local Roots & Heart of Nature” เปิดกลยุทธ์การขับเคลื่อน Biodiversity Finance Plan ที่มุ่งเน้นการปิดช่องว่างด้านการเงินเพื่อธรรมชาติของไทย ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Siam Piwat และ UNDP BIOFIN ผ่านการสร้าง NEXTOPIA Digital Gaming เป็นกลไกการเงิน crowdfunding สนับสนุนการขับเคลื่อนงานของมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และมูลนิธิ อพ.สธ. เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศที่มีค่าของประเทศไทย          และ “The Blue Frontier” บทบาทความร่วมมือในการผนึกกำลังปกป้องชายฝั่งทะเลไทย ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

Workshop : Crafting for the Planer เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของงานคือ Workshop : “Crafting for the Planet” เวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านงานศิลปะ งานคราฟต์ และวิทยาศาสตร์ เช่น การจัดสวนขวดเพื่อเข้าใจระบบนิเวศและพันธุกรรมพืช งานคราฟต์จากวัสดุทางทะเลเพื่อเรียนรู้ทรัพยากรชายฝั่ง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกฝังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน ผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปไม่เพียงได้รับความรู้ แต่ยังได้แสดงเจตจำนงในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านคำมั่นสัญญาเล็ก ๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติจริง สะท้อนแนวคิดว่า “การเปลี่ยนโลก เริ่มต้นได้จากมือของเราเอง”

ภาพถ่ายที่เล่าเรื่องธรรมชาติ: เมื่อวิทยาศาสตร์พบมนุษย์

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา NEXTOPIA ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอีกมิติหนึ่งของธรรมชาติผ่านนิทรรศการภาพถ่าย โดย จิตรทิวัส พรประเสริฐ ช่างภาพสารคดี ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “Hidden Paradise ” พื้นที่ธรรมชาตินอกเขตอนุรักษ์ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากเสียจนหลายครั้งอาจถูกมองข้าม หรือไม่เคยหยุดมองอย่างลึกซึ้งผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความรู้สึกและประสบการณ์ของมนุษย์ นิทรรศการชวนผู้ชมมองเห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และดำรงอยู่ร่วมกับผู้คนในทุกๆพื้นที่ โดยจิตรทิวัส พรประเสริฐ มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดเรื่องราวภาพถ่ายความหลากหลายทางชีวภาพที่นำมาจัดนิทรรศการ

NEXTOPIA: พื้นที่ต้นแบบ Regenerative Design ของเมือง

การจัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ตอกย้ำบทบาทของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ในฐานะแพลตฟอร์มด้าน Regenerative Design และนวัตกรรมความยั่งยืน ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดง ห้องทดลอง และสะพานเชื่อมระหว่างผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่น องค์กรระดับโลก และสังคมเมือง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และธรรมชาติ

งาน “International Day for Biodiversity 2026”  นับเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ช่วยยกระดับบทสนทนาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยสู่เวทีสากล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ Citizen of Earth ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่  เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 - Everybody Changes’

กทม. × BrandThink × ภาคีเอกชน ชวนสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ เดิน กิน ฟัง ชม ช็อป เวิร์กช็อป ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตพญาไท ร่วมกับ BrandThink และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน เตรียมจัดงาน ‘ThinkFest 2026 – Everybody Changes’ เทศกาล Creative Hopping ที่จะชวนผู้คนออกมาเดินสำรวจย่านอารีย์ในมุมใหม่ ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2569 ณ ย่านอารีย์ กรุงเทพมหานคร

เทศกาล ‘ThinkFest 2026’ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงอีเวนต์เดินเที่ยว แต่คือการทดลองโมเดลใหม่ของการพัฒนาเมืองผ่าน Creative Economy และ Soft Power โดยใช้อารีย์เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ภาครัฐ เอกชน ครีเอเตอร์ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น เข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อทำให้อารีย์ไม่ใช่แค่ย่านคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือที่ทำงานของคนเมือง แต่กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ที่ทุกซอยมีเรื่องเล่า ทุกพื้นที่มีประสบการณ์ และทุกการเดินคือโอกาสในการค้นพบสิ่งใหม่

รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ThinkFest 2026 เป็นตัวอย่างของการทำให้เมือง ‘น่าอยู่’ และ ‘น่าเที่ยว’ ไปพร้อมกัน อารีย์มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการเป็นย่าน ที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ ความคิด และวิถีชีวิตร่วมสมัย เป็นทั้งพื้นที่ที่มีรากของเรื่องราวการบ้านการเมืองไทย เป็นย่านเดินได้ มีธุรกิจท้องถิ่นที่แข็งแรง และที่น่ายินดีมากไปกว่านั้น คือการที่อารีย์มีคนรุ่นใหม่เข้ามาใช้พื้นที่ สร้างกิจกรรม และตีความย่านนี้ ในรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง

งานนี้จึงไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรม แต่เป็นการชวนทุกฝ่ายมาช่วยกันดึงศักยภาพของย่านออกมาให้เห็นชัดขึ้น ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเมือง และคุณภาพชีวิตของคนในย่าน แนวคิดสำคัญของกรุงเทพมหานคร คือการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจาก ‘คนในพื้นที่’ เพราะไม่มีใครรู้จัก รัก และผูกพันกับย่าน ของตัวเองได้มากไปกว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นจริงๆ”

สายชล จังสมยา ผู้อำนวยการเขตพญาไท กล่าวเสริมว่า  “ในมุมมองของการบริหารจัดการเมือง ผมมีความเชื่อเสมอครับว่า การพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ไม่สามารถเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จได้จากนโยบายของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยพลังของผู้คนในพื้นที่เป็นฟันเฟืองหลัก อารีย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ย่านที่พักอาศัย หรือเป็นแค่แหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง แต่สำหรับผม อารีย์คือ ‘ต้นแบบของ Community ที่มีชีวิต’ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า เมื่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่าน รู้จัก รัก และผูกพันกับพื้นที่ของตนเอง พวกเขาจะสามารถร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด บทบาทของสำนักงานเขตพญาไท จึงไม่ใช่การเข้าไปขีดเส้นกำหนดว่าอารีย์ควรจะเป็นแบบไหน แต่หน้าที่ของเราคือการเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ คอยเชื่อมโยง สร้างโอกาส และปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ภาพฝันที่คนในย่านอยากเห็น สามารถเกิดขึ้นได้จริง

เอกลักญ กรรณศรณ์ Managing Director จาก BrandThink กล่าวว่า “บทบาทของ BrandThink ในฐานะ Creative Business Company ต้องการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมรัฐ เอกชน ครีเอเตอร์ และชุมชน เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดลของการสร้าง Creative District ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนท์หรือจัดอีเวนต์เป็นครั้งคราว แต่เป็นการใช้พลังของ Creator Ecosystem มาช่วยขับเคลื่อนเมือง สร้างโอกาสให้แบรนด์ และต่อยอดเศรษฐกิจของชุมชนได้พร้อมกัน

คอนเซ็ปต์ Everybody Changes เกิดจากอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต หลายคนรู้สึกว่าตัวเองถูกกำหนดด้วยอัลกอริทึม ความคาดหวังของสังคม และสูตรสำเร็จที่บอกว่าต้องเก่งขึ้น เร็วขึ้น หรือเป็นอะไร บางอย่างตลอดเวลา ThinkFest 2026 จึงอยากชวนทุกคนออกมา ‘เลือก’ ประสบการณ์ของตัวเองอีกครั้ง ผ่านรูปแบบ Self-Curated Experience ที่ผู้ร่วมงานสามารถ Hopping ไปตามสิ่งที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เพลง หนัง เวิร์กช็อป แฟชั่น ตลาดนัด หรือการเดิน สำรวจซอกซอยอารีย์”

เตรียมพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจใน ThinkFest 2026

ThinkFest 2026 จะชวนทุกคนมา Creative Hopping ทั่วอารีย์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เลือกจอยได้ตามสไตล์ของตัวเอง ทั้งการเดินกิน ฟังเพลง ดูหนัง เวิร์กช็อป ช็อปแฟชั่น และสำรวจย่านในจังหวะที่สนุกขึ้น

FOOD: พบกับ Sauce Tour ที่พาไปค้นหาร้านอาหาร Hidden Gems และร้านเด็ดในย่านอารีย์ ตั้งแต่โยเกิร์ตกรีก พิซซ่าร้านดัง เครปสมหวังขวัญใจคนอารีย์ ไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ของการรู้จักย่านนี้มากขึ้น พร้อมอีกหนึ่งสีสันอย่าง ‘เตี๋ยวป๊อก Clubbing’ ที่หยิบก๋วยเตี๋ยวป๊อกมาสร้างบรรยากาศใหม่ด้วย DJ Clubbing ให้กลายเป็นโมเมนต์ Hyper-Local ที่ถ่ายคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

MUSIC: เปลี่ยนอารีย์ยามค่ำให้เป็น Music District ผ่านคอนเสิร์ตหลากหลายรูปแบบบนพื้นที่ GUMP’s Ari โดยความร่วมมือกับค่ายเพลงชั้นนำ อาทิ GMM, LOVEiS และ What The Duck

WORKSHOP: พบกับกิจกรรมที่ชวนทุกคนกลับมาสำรวจตัวเองในแบบสนุกและเข้าถึงง่าย เช่น Moody Universe ที่ชวนสำรวจ Mental Health ผ่านการเปิดตัว Moody Character ใหม่ และเวิร์กช็อปทำของฮีลใจในแบบของตัวเอง รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปและ Talk Session ในพื้นที่ White Cloud ซอยอารีย์ 3 

CINEMA & CONTENT: สายหนังและสายคอนเทนต์จะได้พบกับ BrandThink Cinema ที่เตรียมเปิดตัวหนัง  อาทิ Tame เลี้ยงไม่เชื่อง, I’m not your ladyboy, อรุณกาล และสารคดีที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลนานกว่า 30 ปี กับการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี ‘PARADOX’ ของวง ‘พาราดอกซ์’ พร้อมร่วมพูดคุยกับศิลปิน นักแสดงและผู้กำกับฯ

FASHION & COMMUNITY: พบกับ ‘ตราหลาด’ ตลาดมีตรา by CheezeLooker ภายใต้แนวคิด ‘ของเปลี่ยนมือ คนเปลี่ยนมุมมอง ความสัมพันธ์ใหม่เริ่มขึ้น’ หยิบพลังของ Street Fashion Community มาสร้างตลาดนัดริมถนน ริมกำแพง และพื้นที่ต่างๆ ในอารีย์ให้กลายเป็นจุดนัดพบของคนมีสไตล์

HOPPING: รู้จักอารีย์ให้ลึกขึ้นผ่านกิจกรรม Walk Ari by RollingRun ที่เปลี่ยนจาก Run Club มาเป็นการ ‘เดินเล่นชมย่านอารีย์’ เพื่อให้ผู้คนได้มองเห็นรายละเอียดของย่านมากขึ้น ทั้งร้านเก่า ร้านใหม่ Community Space จุดเช็กอิน และบรรยากาศของซอยที่หลายคนอาจเคยผ่าน แต่ไม่เคยหยุดมอง

ใครอยากจอยกิจกรรมไหน แนะนำให้เช็กตารางและสำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ https://restspace.me/event?utm_source=ig

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

‘MGI All Stars’ 56 สาวงามระดับจักรวาลลุ้นมงกุฎ ‘The All Stars Crown’ รอบตัดสินในไทย

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

ศูนย์การค้าบราโว่ บีเคเค ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางแห่งนางงามโลกอีกครั้ง กับการเปิดตัวสุดอลังการในงาน “WELCOME ALL THE STARS TO BANGKOK & SASHING CEREMONY”  รวม 56 สาวงามระดับแนวหน้าของโลกจากหลากหลายเวทีนานาชาติ  ร่วมชิงมงกุฎ  “The All Stars Crown” ในรอบตัดสิน 30 พฤษภาคม นี้

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนจากแฟนคลับทั่วโลก กับการปรากฏตัวของผู้เข้าประกวดที่ล้วนเป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จ เคยผ่านเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Miss Grand International, Miss Universe, Miss World, Miss Earth และอีกหลายเวทีชั้นนำ กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในเวทีที่รวม “ที่สุดของที่สุดของนางงาม” อย่างแท้จริง

ไฮไลต์ในค่ำคืนวันเปิดตัว และการปรากฏกายของพิธีกรคนพิเศษอย่าง ซีเจ โอเปียซา มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 เรียกความคึกคักด้วยแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำสุดร้อนแรง ตามด้วยโชว์ชุดค็อกเทลที่ถ่ายทอดความสง่างามและพลังของทั้ง 56 ดวงดาว ให้พวกเธอได้เปล่งประกายเรียกแสงแฟลซและยอดกดไลท์ถล่มทลายผ่านหน้าจอ Youtube : Grand TV  ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญ “พิธีสวมสายสะพาย” อย่างเป็นทางการ โดย บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งเวที Miss Grand International ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องทั้งฮอลล์

บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวถึงความสำคัญของเวทีนี้ว่า “MGI All Stars ไม่ใช่แค่เวทีประกวดนางงาม แต่คือเวทีของผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน ทุกคนเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่ยังเลือกกลับมาท้าทายตัวเองอีกครั้ง นี่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พิสูจน์ศักยภาพอย่างแท้จริง บนระบบการตัดสินที่โปร่งใส และยุติธรรมที่สุดในโลกครับ โดยคณะกรรมการและแฟนนางงามเป็นผู้ร่วมตัดสินทั้งหมด”

ในงานยังเผยโฉมคณะกรรมการ นำโดย Osmel Sousa Legendary ไอคอนระดับตำนานแห่งวงการนางงาม, Natalie Glebova Miss Universe 2005 , Isabella Menin Miss Grand International 2022 , Abena Appiah Miss Grand International 2020, Omar Harfouch นักเปียโนและนักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลก, Lupita Jones Miss Universe 1991, Jojo Bragais President and CEO of Jojo Bragais Shoes เซอร์ไพรซ์สุดกับการประกาศ ทราย สิรณัฐ สก็อต ร่วมเป็นกรรมการทุกรอบการแข่งขัน

ความพิเศษของ MGI All Stars คือระบบการตัดสินรูปแบบใหม่ โปร่งใส 100% โดยคะแนนจากคณะกรรมการคิดเป็น 70% และคะแนนจากผู้ชมทั่วโลกคิดเป็น 30% ผ่านระบบ Median Score โชว์ผลคะแนนพร้อมกับเห็นหน้ากรรมการผู้ให้คะแนน ซึ่ง บริษัท  มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ออกแบบมาเพื่อความยุติธรรมสูงสุดต่อผู้เข้าประกวด และเปิดโอกาสให้แฟนนางงามมีส่วนร่วมในการกำหนดผลลัพธ์ในทุกช่วงของการแข่งขัน

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลสำคัญ “World’s Choice Award” ให้ผู้เข้าประกวดที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ผ่านเข้าสู่รอบ Top 18 โดยอัตโนมัติ สร้างแรงกระเพื่อมให้แฟนคลับต้องร่วมพลังโหวตอย่างเข้มข้น และอีกหนึ่งไฮไลต์ของค่ำคืนนี้ที่สะกดทุกสายตา คือการเปิดตัวมงกุฎ “The All Stars Crown” จากแบรนด์ Beauty Star สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ที่จะถูกสวมให้กับผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวจาก 56 ประเทศทั่วโลก

หลังจากค่ำคืนแห่งการเปิดตัว ผู้เข้าประกวดทั้งหมดเดินทางไปทำกิจกรรมเก็บตัว ณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากนั้นเข้าสู่รอบการแข่งขันหลัก ได้แก่ 27 พฤษภาคม รอบ Preliminary Round 1 (ชุดราตรี และ Bareface)  28 พฤษภาคม รอบ Preliminary Round 2 (ชุดว่ายน้ำ และ Runway Challenge)  และรอบตัดสิน 30 พฤษภาคม

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่จุดเริ่มต้นของการแข่งขัน แต่คือการประกาศศักดาของเวทีใหม่ที่พร้อมยกระดับวงการนางงามโลก และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเวทีประกวดระดับนานาชาติMGI All Stars 2026 กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และทั้งโลกกำลังจับตามองว่า ดาวดวงใดจะได้เปล่งประกายสูงสุด คว้ามงกุฎแรกแห่งเวที MGI All Stars ไปครอง

ติดตามกิจกรรม MGI All Stars ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV  เฟสบุ้ค: Miss Grand International ,อินสตาแกรม : missgrandinternational และ TikTok

ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

ดร.พัชรินทร์ พูลสวัสดิ์ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล องคมนตรี เพื่อเข้าฟังโอวาส

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:00 น. ดร.พัชรินทร์  พูลสวัสดิ์ ประธานกรรมการสมัชชาส่งเสริมวัฒนธรรมและศักยภาพแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.สันติ พิมพ์ใจใส นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาทาง(ประเทศไทย) 

รวมทั้งคณะผู้บริหาร สส.ศท. นาย พัชรวัฒน์  พุฒิชัยธนาสิริ  รองประธานกรรมการ/ ดร.สาวิกา สาวิสา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ / ดร.รชต. ลาตีฟี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ/นางสาว พัศญา เพชระพรรณ รองประธานที่ปรึกษา/นางสาว ชณันภัสร์ ไชยอักษรวิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ  /นางสาวชนนิศา สาวิสา /อ.ณัฏฐ์กานดา เทวรุ่งสัจจา คณะกรรมการ ได้รับความกรุณา จากท่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี  เพื่อรับฟังโอวาส ณ วังวรดิศ ซึ่งเป็นที่พำนักและพิพิธภัณฑ์ของทายาทราชสกุลดิศกุล ตั้งอยู่เลขที่ 204 ถนนหลานหลวง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ท่านองคมนตรีได้มอบโอวาทและข้อคิดในการดำเนินชีวิต โดยเน้นย้ำถึงการทำความดี การพัฒนาตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น และการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ พร้อมทั้งให้สมาคมและองค์กรสมัชชาฯร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนส่งเสริมสนับสนุนระบบการศึกษาของประเทศไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และหลักการของวัฒนธรรมไทยด้วยความระลึกถึงและสำรวมในจิตไมตรีอันดียิ่ง ในโอกาสที่ได้รับความกรุณาให้เข้าพบครั้งนี้ ท่านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล แสดงความรู้สึกว่าเป็นห้วงเวลาแห่งการร่วมถวายความอาลัย น้อมใจรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งขอขอบพระคุณในมิตรภาพและความเมตตาอันอบอุ่นที่มอบให้ข้าพเจ้าเสมอมา กราบเรียนขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

แสดงความยินดี ดร.รีเบคก้า รับรางวัล นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา รุ่น ๑๕ ในวาระครบรอบ ๕๕ ปี

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

ขอแสดงความยินดีกับ ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัล “นักเรียนเก่าดีเด่นบดินทรเดชา” รุ่นที่ ๑๕ วาระครบรอบ ๕๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ในงาน “วันเกียรติยศ นักเรียนเก่าดีเด่น บดินทรเดชา” ประจำปี ๒๕๖๙
ณ หอประชุมอาคารบดินทรพิพัฒน์  โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เมื่อเร็วๆนี้

โดยงานนี้ได้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ อันเป็นแรงบรรดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวไอ.ซี.ซี. และนักเรียนเก่าบดินทรเดชาอย่างแท้จริง

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กล่าวว่า “จากคำกล่าวที่ว่า ‘เสร็จศึกจะสร้างคน’ ของ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้นำมาสู่การก่อกำเนิดสถาบันที่มุ่งสร้างคนดี คนเก่ง และบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่สังคมและประเทศชาติ ที่ยังคงสะท้อนคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน ดิฉันขอขอบพระคุณคณาจารย์ สมาคมนักเรียนเก่าฯ และคณะผู้บริหารโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้มอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติ และกำลังใจสำคัญในการมุ่งมั่นสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม และองค์กรต่อไปค่ะ”

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

-ฝรั่งอาจจะเรียกว่า “Throwing cold water over somebody” ในเหตุการณ์สัปดาห์ที่แล้วเมื่อ ประธานาธิบดี XI ให้การต้อนรับการมาเยือนจีนของ ประธานาธิบดี Trump อย่างยิ่งใหญ่ วันสุดท้ายของการเยือน ท่าน XI ได้ให้เกียรติเป็นกรณีพิเศษพา Trump ไปชมสถานที่ “ต้องห้าม” สวนโบทานิคธรรมชาติ “จงหนานไห่” ซึ่งเป็นที่พักและที่ทำการของผู้นำจีนในอดีตอยู่ในพระราชวังหลวงติดกับ “พระราชวังต้องห้ามปักกิ่ง” อีกทั้งกล่าวกันว่าเป็นสถานที่กุมความลับการเมืองจีนมากมาย และท่าน XI ยังภูมิใจกล่าวย้ำว่านอกจาก “จงหนานไห่” จะเป็นสถานที่ๆมีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์แล้วภูมิทัศน์ยังเต็มไปด้วยความสวยงามลึกซึ้ง Trump ได้กล่าวเสริมว่า “ดอกกุหลาบที่นี่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็น” ซึ่งท่าน XI ก็ได้ตอบสนองด้วยการตกลงจะส่งเมล็ดพันธุ์กุหลาบต้นนี้ไปให้ทรัมป์ที่สหรัฐฯ…มาถึงประเด็นการพูดคุยที่ว่า “จงหนานไห่” เป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ซึ่ง Trump ถามว่านอกจากเขาแล้วมีผู้นำอื่นอีกไหมที่ได้รับเกียรติ, ท่าน XI เป็นคนตรงอยู่แล้วตอบว่า คนแรกที่ได้รับเกียรติคือ ประธานาธิบดีปูติน !…

-นับเป็นความฝันอันสูงส่งของนักการเมืองแทบทุกคน หวังจะก้าวขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรี ของประเทศ ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นได้ว่ากิเลสนี้สามารถก่อให้เกิดเหตุไม่คาดคิด อาทิ กรณีเพื่อนรักต้องมาหักเหลี่ยมโหด และแม้แต่พี่เขยแสนดียังต้องขัดใจกับน้องรัก นอกจากนั้นยังอาจเป็นทุกขลาภ โชคดีปลื้มใจได้ 5-6 เดือนแล้ว มักมีอาการปัญหาสุขภาพตามมา เพราะนายกฯไทยต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว…สมัยรัฐบาลของมิสเตอร์ “โน โพรเบล็ม” พล..ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีก็เคยปรารภในวงสนทนากับกลุ่มคอลัมนิสต์อาวุโสว่า ย้อนไปสมัยท่านมาเป็น รมต.อุตสาหกรรม บังเอิญเป็นยุคเศรษฐกิจไทยเริ่มเฟื่องฟูการงานเยอะมาก ญาติๆก็มาเตือนว่า “ท่าน อุตส่า-หา-กรรม” พอมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ถึงได้รู้ว่างานหนักกว่าหลายเท่า ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวเลย…

-ขอแสดงความยินดีกับ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กงสุลใหญ่  เมืองดูไบ และจะเดินทางไปรับตำแหน่งในเร็ววันนี้…

-ส่วน ปราโมทย์ ฐิติวงศ์ฤทธิ์ จากกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอแสดงความยินดีด้วย…

-ดีใจอีกเรื่องกับ พิชิต สุขไผ่ตา เจ้าของเพจอีจันที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น ศิษย์เก่าดีเด่น ของโรงเรียนบดินทร์เดชาฯ ประจำปีนี้…-0- ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ รศ.ปิยะชาติ แสงอรุณ อาจารย์เกษียณอายุราชการ สาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ พิธีสวดพระอภิธรรม 22-26 พ.ค.19.00 น. ณ ศาลา 11 วัดธาตุทอง และ พิธีฌาปนกิจศพ 27 พ.ค.17.00 น…

-บินไปท่องเที่ยวที่เมืองจีนหลายวัน กลับมาถึง กทม.เรียบร้อยแล้ว มนฤดี เกตุพันธ์ุ แจ้งเตือนไปยังญาติสนิทมิตรสหายว่า อย่าลืมลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” (60-40)เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อใช้สิทธิตามมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อคนไทย…ปรากฏว่าเพื่อนๆพร้อมใจกันขานรับเพียบ…ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนากันนะทุกๆคน…รวยไม่ไหวแล้วจ้ะ !!…

บารอนเนส

‘ทีมยูนิฟายด์’ ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

'ทีมยูนิฟายด์' ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

‘ทีมยูนิฟายด์’ ฟุตบอลหญิงไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Special Olympics Unified Football World Cup 2026’

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

ทีมฟุตบอลหญิงไทย เป็นหนึ่งใน 12 ทีม ที่เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันระดับโลก Special Olympics Unified Football World Cup 2026 ณ กรุงปารีส อันเป็นการจุดประกายพลังของการอยู่ร่วมกันทางสังคม ผ่าน ‘ฟุตบอล’ กีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งทุกวันนี้ มีนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคเกือยครึ่งล้านคนที่เล่นฟุตบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก

นับว่า เป็นครั้งแรก ที่นักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้มีโอกาสการเข้าร่วมรายการแข่งขันระดับบอลโลกครั้งนี้ เป็นการแสดงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และความภาคภูมิใจของประเทศไทยบนเวทีโลก

ทั้งนี้ ดร. ก้องศักด ยอดมณี  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมกีฬาในภาพรวม และความสำคัญของการแข่งขันในครั้งนี้ ว่า “ในมุมของการกีฬาแห่งประเทศไทย การที่ทีมฟุตบอลหญิงไทยได้ เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ มีความสำคัญต่อวงการกีฬาไทย และต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญนั้น มิใช่เพียงเรื่องผลการแข่งขัน แต่คือการแสดงให้เห็นว่า กีฬาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับนักกีฬาทุกคน ที่รวมถึงนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญา การแข่งขันในรูปแบบกีฬายูนิฟายด์ ที่นักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาและนักกีฬาที่ไม่มีความพิการ ได้เล่นร่วมกันในทีมเดียว สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความเข้าใจ ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแท้จริง นับว่า “การเล่นกีฬา” มีความสำคัญและจำเป็น ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม และการสร้างทัศคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้พิการทางสติปัญญา”

ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของสมาคมฯ       ในการสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาไทย จากระดับรากหญ้า สู่ระดับโลก ว่า “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาศักยภาพความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสติปัญญาในประเทศไทย และ ฟุตบอลเป็นกีฬาสำคัญที่นำแนวคิด กีฬายูนิฟายด์ มาใช้ ทุกวันนี้ มีนักกีฬาฟุตบอลทั่วประเทศจำนวนมาก และ มีนักกีฬาฟุตบอลหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทีมชุดนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการคัดเลือก ผ่านระบบ “ฟุตบอลลีคหญิง” ทำ เพื่อให้ได้ทีมที่มีความพร้อมที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาฟุตบอลเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่ช่วยเปิดทางให้นักกีฬาได้พัฒนาตนเอง ฉะนั้น การเดินทางสู่เวทีโลกครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงความสำเร็จของนักกีฬากลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคทั่วประเทศ  รวมถึงครอบครัว และผู้ฝึกสอนทุกคน ด้วย”

ดร.ฤทธิรงค์ อินทรจินดา ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลชุด  Unified Football World Cup 2026 กล่าวถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันบอลโลก ว่า “ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมทีมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคกีฬา สมรรถภาพร่างกายความแข็งแกร่งทางจิตใจ ประสบการณ์ในการแข่งขัน รวมถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกันอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา ทีมได้มีการฝึกซ้อมและเก็บตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาได้เรียนรู้ทั้งทักษะในสนาม การรับมือกับความกดดัน การปรับตัวระหว่างการแข่งขัน และการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันภายในทีม โดยเฉพาะก่อนเดินทางไปแข่งขันจริง จำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของนักกีฬา โภชนาการ การพักผ่อน การป้องกันการบาดเจ็บ และการเสริมกำลังใจให้ทุกคนมีความพร้อมเต็มที่ เพราะทีมหญิงไทยชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมที่ไปแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นทีมที่สะท้อนศักดิ์ศรี ความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความสามัคคีของนักกีฬาทีมชาติไทย”

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการสัมภาษณ์พิเศษกับ Special Olympics Thailand Group Ambassador BNK48 ที่ส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน ว่า “ไม่ว่าจะอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต หรืออยู่ในสนามฟุตบอล หัวใจสำคัญที่เหมือนกัน คือ การฝึกซ้อม ความสามัคคี การเชื่อมั่นในทีม และการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดใด ๆ”

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

เก็บตกคานส์ ปีที่ 7 ‘ปลา เพียงฤทัย’ จุดกระแสช้างไทยกับหนัง ‘คช Mahout’

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.36 น.

หนังไทยแรงไกลถึงคานส์ ฝรั่งเศส “คช Mahout” ทุ่มสร้างและนำแสดงโดย ปลา – เพียงฤทัย โกมารทัต ซึ่งเป็นหนังเกี่ยวกับช้างไทยในหลากหลายมุมมอง ที่กระแสแรงตั้งแต่ยังไม่ฉาย  โดยได้รับการคัดเลือกและสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP Department of International Trade Promotion) กระทรวงพาณิชย์ ให้ไปออกบูทที่คานส์ ฝรั่งเศส “Cannes Film Festival 2026”

ปลา – เพียงฤทัย เปิดเผยว่า เทศกาลคานส์ปีนี้คึกคักมากๆ ปลาไปเดินพรมแดง ทั้งหมด 4 รอบ เพื่อเข้าไปดูหนังรอบ world premiere ซึ่งฉายครั้งแรกของโลก โดยปลาเป็นคนออกแบบชุดเองและสั่งดีไซเนอร์ตัดให้ อีกทั้งตนเองยังนำหนัง คช Mahout ไปออกบูทขายภายในงานอีกด้วย นับเป็นความสำเร็จของหนังไทยที่ คช Mahout ติด 1 ใน 15 หนังในโปรแกรม Thailand Where films Alive

ทั้งนี้ หนังคช Mahout ได้รับหลายรางวัลการันตีคุณภาพจาก Bangkok Movie Awards 2025 สาขา Best Narrative Feature รางวัลหนังเล่าเรื่องยอดเยี่ยม อินโดนีเซีย Dimension Independent Film Festival 2025 สาขา Best Narrative Feature หนังเล่าเรื่องยอดเยี่ยม และได้หนังอาเซียนยอดเยี่ยม Best Asian Feature Film จาก Moscow Asian Film Festival

สำหรับแฟนๆ สามารถฟังเพลงประกอบหนัง คช Mahout เหมือนกลับชาติมารัก Reborn Love ( https://www.youtube.com/watch?v=LB3ljBc0dtw ) ได้แล้ววันนี้ หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Youtube / Plah Blah Blah Official / FanPage แฟนเพจ : Plah Komaratat / Pla Blah Blah production / IG : plahblahblahofficial / TikTok : @plahkomaratat ผู้หญิงอย่าหยุดสวย http://www.plahblahblah.com และยังมี IG ไอจี + แฟนเพจ plah blah blah production

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

เฟ้นหาสุดยอดนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ กองทุนสื่อจัดค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดแถลงข่าวการประกวดสื่อสร้างสรรค์ สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ รวมถึงเป็นผู้ผลิตสื่อ และพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพของไทยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนที่เติบโตท่ามกลางสภาพสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ที่เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

กองทุนฯ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการผลักดันให้เกิดสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โครงการ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเป็นนักผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์หน้าใหม่ที่มีทักษะรู้เท่าทันสื่อ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ และทักษะที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อที่ตนเองผลิตได้ และเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยการสนับสนุนให้สถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ดังนั้น จึงควรมีการฝึกฝนเพื่อเสริมสร้างทักษะให้เด็กและเยาวชนมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อเพื่อรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม พร้อมกับส่งเสริมการใช้สื่อเป็นช่องทางในการศึกษาเรียนรู้ที่สำคัญไปพร้อมๆ กัน รวมไปถึงทักษะ Media Information and Digital Literacy (MIDL) เป็นกระบวนการสร้างสรรค์สังคมเพื่อให้พลเมืองมีทักษะในการตั้งคําถาม วิพากษ์วิจารณ์ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร และทักษะศตวรรษที่ 21 ที่ทั่วโลกให้ความสําคัญ และ Digital literacy จัดเป็นทักษะพื้นฐานด้านดิจิทัลที่จำเป็นต่อการนำไปพัฒนาต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถงานดิจิทัลในด้านอื่นๆ

จากผลสำเร็จและการตอบรับของเยาวชนและโรงเรียน ที่ให้การตอบรับในการเข้าร่วมโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ สำหรับกลุ่มมัธยมศึกษา ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” ในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนไทยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศจาก 322 โรงเรียน จำนวนกว่า 2,444 คน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ จนได้มาซึ่งผลงานคุณภาพที่สะท้อนและสร้างความตระหนักเรื่องความสําคัญของการรู้เท่าทันสื่อ โดยฝีมือของเด็กและเยาวชนไทย จํานวน 30 ผลงาน โครงการได้ยกระดับกิจกรรมให้เข้มข้นขึ้น โดยการจัดกิจกรรมอบรมรณรงค์ส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Digi Camp On Tour) ที่จะนำความรู้ไปหาเยาวชน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก รถโรงเรียน (School Bus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพาหนะที่เชื่อมต่อโอกาสการรู้เท่าทันสื่อเข้ากับโรงเรียน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปผลิตผลงาน ที่สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตสื่อ เพื่อสร้างสรรค์สังคมต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานการผลิตคลิปสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” ความยาว 3-5 นาที ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 500,000 บาท โดยโครงการเริ่มเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศ ในเดือนตุลาคม 2569 นี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : Digi Camp และ Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือสามารถสอบถามได้ที่โทร. 095-723-1789, 095-257-8297