ค็อกเทลอวกาศและอาหารกาแลคซี่ ปาร์ตี้สุดคูล @โรงแรม เดอะคอนทิเน้นท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/593658

  • วันที่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

ค็อกเทลอวกาศและอาหารกาแลคซี่ ปาร์ตี้สุดคูล @โรงแรม เดอะคอนทิเน้นท์

ฉลองครบรอบ 50 ปี ที่มีมนุษย์คนแรก นีล อาร์มสตรอง เหยียบพื้นผิวบนดวงจันทร์ ด้วยเครื่องดื่มและอาหารธีมอวกาศ ที่เอ็กซิส แอนด์ สปิน เลาจน์ (Axis & Spin Lounge – Fashionable Bar ที่แนะนำโดยหนังสือมิชลิน ไกด์ แบงค็อก) บนชั้น 38 ของโรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของ มิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 โรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ จัดกิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศและการตกแต่งในธีมดวงดาวและอวกาศ ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ค็อกเทลอวกาศและอาหารธีมกาแลคซี่ พร้อมชมไฮไลต์การแสดงดนตรีแจ๊ซสด ที่นำบทเพลง ‘To Another Armstrong’ และ ‘What a Wonderful World’ มาขับร้องเพื่อร่วมรำลึกถึงเรื่องราวที่น่าประทับในทุกค่ำคืนวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบนักบินอวกาศกับอาหาร 5 คอร์ส เริ่มต้นจากอาหารเรียกน้ำย่อย 2 เมนู ได้แก่ Mergers of the Galaxy ถั่วรสต้มยำสไตล์โฮมเมด ผลไม้อบแห้งหลากชนิดและมะกอกหมัก Gradient of The Galaxy ค็อกเทลกุ้งกับซอสเผ็ด อุ่นท้องด้วย Solar System Soup ซุปครีม มะเขือเทศ

ต่อด้วยอาหารจานหลักที่มีให้เลือก 2 แบบ Brightest Star ลาวิโอลีผักโขมกับครีมซอส หรือ Center of The Milky Way ผัดบะหมี่ไข่ต้มยำทะเล และของหวานยอดนิยม Galaxy Macarons กาแลคซี่มาการอง พร้อมจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดจากเมนูค็อกเทลอวกาศที่เตรียมไว้ให้ท่านเลือกตามชอบ

สามารถเลือกดื่มด่ำกับค็อกเทลอวกาศแบบไม่จำกัดได้ตลอดค่ำคืน กับ 5 ค็อกเทลแฟนตาซีสูตรพิเศษเฉพาะ ได้แก่ อพอลโล 11 (Apollo 11) ค็อกเทลที่ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปี้กระเปร่าเหมือนติดจรวด ด้วยส่วนผสมของ จิน โรซ กับเฟรนช์วนิลา น้ำมะนาว และโพรเซ็กโก้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากยานอพอลโล 11 ที่นำสองนักบินอวกาศขึ้นเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก

อาร์ทิมิส (Artemis) ด้วยส่วนผสมของวอดก้า เบอร์รี่เซนเซชั่น น้ำมะนาว ไวน์ขาวและโซดา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ตามด้วย ทางช้างเผือก (Milky Way) เป็นการผสมสานของเหล้ารัม น้ำมะนาวและน้ำส้มสูตรพิเศษ และโพรเซ็กโก้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทางช้างเผือก (แถบแสงสว่างขาวเรือง ๆ คล้ายเมฆบาง ๆ ที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน)

หรือจะลอง แอทมูน ออน 20/7/1969 (@Moon on 20/7/1969) จากแรงบันดาลในที่มนุษย์คนแรกสามารถไปเหยียบบนดวงจันทร์ครั้งแรกในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ค็อกเทลนี้จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของเตกีล่า น้ำเชื่อมชาอัลมอนด์อิตาเลียน คาลัวร์ นม และคุ้กกี้ ปิดท้ายด้วย ทะเลแห่งความเงียบสงบ (Sea of Tranquility) แรงบันดาลใจจากตำแหน่งที่ตั้งของยานอพอลโล 11 จึงนำมาซึ่งการผสมผสผานของวิสกี้ เหล้าพีช ชแนปส์ เหล้าบ๊วยญี่ปุ่น (Umeshu) น้ำมะนาวและโซดา

สัมผัสปาร์ตี้แบบคูลๆ กับประสบการณ์เครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารกาแลคซี่ที่ เอ็กซิส แอนด์ สปิน เลาจน์ ได้ทุกวัน ตลอดเดือนกรกฎาคม สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-686-7056, 02- 686-7000

โปรโมชั่นพิเศษ

พิเศษสุดกับส่วนลด 50% สำหรับแพ็คเกจ “อาหารธีมกาแล็คซี่ 5 เมนู พร้อมเครื่องดื่มต้อนรับค็อกเทลอวกาศ 1 แก้ว” ในราคาท่านละ 985 บาท++ (1,159 บาทสุทธิ) จากราคาเต็ม 1,969 บาท++

เอาใจสายดริงค์กับ Free Flow Spacey Cocktail Flights ในราคาท่านละ 1,234 บาท++ (1,452 บาทสุทธิ)

เคมีบำบัดคืออะไร? ทำไมจึงรักษาโรคมะเร็งได้?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/593650

  • วันที่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

เคมีบำบัดคืออะไร? ทำไมจึงรักษาโรคมะเร็งได้?

“มะเร็ง” ความน่ากลัวของเนื้อร้ายที่เป็นได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าสามารถรักษาได้ด้วยเคมีบำบัดจริงหรือ และ 10 ลำดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง มาดูกัน

โรคมะเร็งพบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะพบในคนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่วนในวัยเด็กพบน้อยกว่าในผู้ใหญ่ประมาณ 10 เท่า โดยมะเร็งที่พบบ่อย 10 ลำดับ ได้แก่ โรคมะเร็งตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือดขาว กระเพาะปัสสาวะ ช่องปาก กระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร

ซึ่งมะเร็งคือเซลล์ที่มีการแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ และมีพฤติกรรมรุกรานแบบร้าย ได้แก่ การรุกรานเนื้อเยื่อข้างเคียง และการแพร่กระจาย เป็นต้น สาเหตุของการมีพฤติกรรมเช่นนี้เกิดจากหลายๆ ปัจจัย ทั้งจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม แล้วเคมีบำบัดคืออะไร? ทำไมจึงรักษาโรคมะเร็งได้? ข้อมูลจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ให้ข้อมูลเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนี้

เคมีบำบัด คืออะไร?

เคมีบำบัด หรือคีโม (Chemotherapy) มีคุณสมบัติฆ่าเซลล์มะเร็งหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง มีทั้งรูปแบบยารับประทาน และยาฉีดเข้าสู่กระแสเลือด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งจะเป็นผู้เลือกยาตามโรคและระยะของโรค เพื่อให้ได้ผลดีต่อผู้ป่วยมากที่สุด ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกัน โดยวัตถุประสงค์การให้เคมีบำบัดคือ

  1. รักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคมะเร็งและไม่กลับมาเป็นซ้ำ
  2. ควบคุมโรคให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงหรือไม่โตขึ้น และไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น
  3. บรรเทาอาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  4. ช่วยให้การรักษาควบคู่กับวิธีอื่นๆ ได้ผลดียิ่งขึ้น เช่น รังสีรักษา หรือการผ่าตัด

เคมีบำบัด มีผลข้างเคียงหรือไม่?

เคมีบำบัดแทบทุกชนิดจะก่อให้เกิดภาวะข้างเคียงต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุเกิดจากเคมีบำบัดจะไปทำลายทั้งเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติของร่างกาย ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นเช่น คลื่นไส้อาเจียน ความอยากอาหารลดลง ผมร่วง ชาปลายมือปลายเท้า ภาวะเม็ดเลือดต่ำ เป็นต้น อาจมีอาการขณะกำลังได้รับยาเคมีบำบัดหรือภายหลังจากได้รับยา ซึ่งแตกต่างกันไปตามชนิดของยาและภาวะของผู้ป่วยแต่ละคน

ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรแจ้งผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นให้กับแพทย์ผู้รักษาทราบทุกครั้งเพื่อปรับขนาดของยาให้เหมาะสม ซึ่งการประเมินก่อนการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดนั้น ผู้ป่วยจะต้องผ่านการประเมินโรค สภาพร่างกาย และได้รับการตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่ดีที่สุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับการตัดสินใจของผู้ป่วยและญาติ เพื่อพร้อมที่จะเข้ารับการรักษา โดยแพทย์และพยาบาลจะประเมินความสมบูรณ์ของร่างกายผู้ป่วย โดยการตรวจเลือดเพื่อดูความเพียงพอของเม็ดเลือดและผลเลือดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคและยาสูตรที่ผู้ป่วยจะได้รับ อีกทั้งต้องชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเพื่อการคำนวณปริมาณยา ทำการตรวจร่างกายและค้นหาภาวะข้างเคียง เพื่อการป้องกันและจัดการ โดยที่แพทย์จะต้องอธิบายถึงแผนการรักษาและให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันภาวะข้างเคียงของการรักษาให้แก่ผู้ป่วย

การให้บริการเคมีบำบัดโดยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญในการให้เคมีบำบัดเป็นผู้ดูแลตามมาตรฐานการพยาบาล ผสมยาในห้องปลอดเชื้อโดยเภสัชกรที่มีความชำนาญ ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง รวมถึงการรักษาโรคมะเร็งแบบออกฤทธิ์แบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) โดยให้ยาหรือสารไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

การรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดนั้นถึงแม้ว่าจะมีผลข้างเคียง แต่ถ้าแลกมาด้วยโอกาสในการหายจากโรคมะเร็งได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่า โดยผู้ป่วยจะต้องมีกำลังใจที่ดีและมีทัศนคติที่ดีในการรักษา เพื่อต่อสู้กับโรคร้าย พร้อมๆ กับกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ญาติ เพื่อนฝูง ซึ่งจะเป็นตัวช่วยอย่างดีเยี่ยมในการต่อสู้กับโรคมะเร็งให้ประสบความสำเร็จ

 

 

ภาพ freepik

สัตว์เลี้ยงเสี่ยงภัยร้าย อันตรายจากสัตว์มีพิษช่วงหน้าฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/593684

  • วันที่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 07:30 น.

สัตว์เลี้ยงเสี่ยงภัยร้าย อันตรายจากสัตว์มีพิษช่วงหน้าฝน

สัตวแพทย์แนะเจ้าของสัตว์เลี้ยงระวังภัยช่วงหน้าฝน พร้อมเผยวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากน้องหมาน้องแมวถูกงูกัด

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ แนะเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ระวังภัยที่มากับช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะงู รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่างๆ ซึ่งขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ในแต่ละวันมีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขที่ถูกงูกัด เข้ามารับการรักษาเป็นจำนวนมาก ด้วยลักษณะนิสัยของสุนัขที่ขี้เล่น อยากรู้อยากเห็นมากเป็นพิเศษ ทำให้มีโอกาสที่จะบังเอิญไปเล่น ไปแหย่ หรือไปรบกวนสัตว์มีพิษที่เป็นอันตรายได้ ทั้งนี้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มถูกกัดจนถึงระยะที่แสดงอาการนั้นอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของงูพิษ รวมไปถึงปริมาณพิษที่ถูกปล่อยเข้าสู่ร่างกายและสภาพร่างกายของสัตว์ที่ถูกพิษ

สำหรับอาการของสุนัขที่ถูกงูพิษกัด

ในระยะแรก จะพบรอยเขี้ยวที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย และมีอาการปวด บวม ร้อน ที่บริเวณรอยเขี้ยวที่ถูกกัด แต่ก็มีแผลจากงูพิษบางชนิดที่จะไม่ค่อยแสดงอากาศปวดและบวม เช่น งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา

ในเวลาต่อมา สัตว์เลี้ยงที่ถูกกัดจะแสดงอาการโดยขึ้นอยู่กับ ชนิดของงูพิษ แบ่งเป็น

  • อาการทางระบบประสาท โดยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต และไปขัดขวางกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ จนไม่สามารถหายใจได้และเสียชีวิตในที่สุด พิษของงูเหล่านี้ ได้แก่ งูจงอาง งูเห่า งูทับสมิงคลา และงูสามเหลี่ยม
  • อาการทางระบบเลือด ซึ่งพิษของงูจะไปขัดขวางกลไกการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย ทำให้เกิดเลือดออกจากแผลไม่หยุด และมีเลือดออกตามช่องว่างต่างๆ ของร่างกาย เช่น ตา ทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดสด ที่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดจุดหรือปื้นเลือดออกตามตัว สุดท้ายทำให้เสียเลือดจนถึงแก่ชีวิต พิษของงูเหล่านี้ ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา และงูกะปะ

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงทราบวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก รพส.ทองหล่อ จึงขอแนะนำวิธีปฐมพยาบาลในเบื้องต้นหากพบว่าสัตว์เลี้ยงของเราถูกงูกัด ดังนี้

  1. ใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณที่ถูกงูกัด
  2. ห้าม! นำเชือกมามัดที่บริเวณเหนือแผล เพราะอาจจะทำให้เนื้อตายได้
  3. สังเกตชนิดของงู ถ่ายรูปมาให้สัตวแพทย์ดูเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นงูชนิดใด (สำคัญมาก เพื่อความรวดเร็วในการรักษา)
  4.  รีบนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับเซรุ่มทันที เนื่องจากส่วนใหญ่คลินิกจะไม่มีเซรุ่มสำหรับการรักษา

สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่สงสัยหรือพบว่าสัตว์เลี้ยงโดนงูกัด ให้รีบนำสัตว์เลี้ยงเข้ามารักษาได้ที่ รพส.ทองหล่อ ทุกสาขา ตลอด 24 ชม. โทร.02-079-9999 หรือ http://www.facebook.com/ThonglorPet และ Line: @jaothonglor

พาส่องร้านรวงรวมของเด็ดของดีที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/593678

  • วันที่ 01 ก.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

พาส่องร้านรวงรวมของเด็ดของดีที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

อัพเดทห้างเปิดใหม่ใจกลางเมือง “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” คัดสรรของดี ของเด็ด ของขึ้นชื่อจากตลาดชื่อดังทั่วไทยมารวมไว้ที่นี่ที่เดียว

วันนี้เราขอพาชมศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่รวมที่สุดแห่งโลกไลฟ์สไตล์มาไว้ในกรุง ที่ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” ตลาดติดแอร์ที่ยกตลาดชื่อดังทั่วไทยมารวมไว้ในแห่งเดียว เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำประสบการณ์พิเศษตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมสร้างสรรค์บรรยากาศร้านค้าแบบตลาดดั้งเดิม เติมเต็มความต้องการของคนเมืองย่านราชประสงค์ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น

สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ กล่าวถึงที่มาของเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ว่า “คำว่า มาร์เก็ต (Market) หรือตลาด คือศูนย์รวมของความต้องการที่หลากหลายเป็นทั้งแหล่งนัดพบ แหล่งซื้อขายสิ่งของต่างๆ ซึ่งแม้รูปแบบของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตลาดกับผู้คนจะไม่มีวันแยกจากกันได้ ด้วยเหตุนี้ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ จึงตั้งใจรวบรวมของดีของเด็ดจากตลาดดังทั่วกรุงเทพฯ เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร สำเพ็ง เยาวราช ประตูน้ำ ฯลฯ พร้อมผสานเข้ากับความครบครันและทันสมัยในรูปแบบศูนย์การค้าใจกลางเมือง หากยังคงกลิ่นอายตลาดแบบไทยๆ ผ่านงานตกแต่งสุดสร้างสรรค์ จึงทำให้ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างจากศูนย์การค้าแห่งอื่นๆ”

จากตลาดดั้งเดิมและโรงซ่อมรถไฟมักกะสัน สู่แรงบันดาลใจในงานออกแบบความเจริญของชุมชนตลาดย่านประตูน้ำเลียบคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นแหล่งการค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องหนังที่สำคัญ และเส้นทางคมนาคมสายหลักของกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงสถานีรถไฟ-โรงซ่อมรถไฟมักกะสันที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2453 คือแรงบันดาลใจในงานสถาปัตยกรรมของ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ก่อกำเนิดเป็นต้นทางของงานออกแบบแบบวินเทจ-โมเดิร์น อินดัสเทรียล ที่คงความอ่อนช้อยในสไตล์โคโลเนียลและความดิบแบบอินดัสเทรียลลุค เริ่มตั้งแต่การใช้วัสดุอย่างอิฐแดงก่อเป็นผนังอาคาร จนถึงการสร้างสเปซเสมือนเป็นโครงสร้างอาคารรถไฟเก่าที่มีซุ้มโค้งอิฐเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทรอบข้างที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานส่วนพื้นที่ร้านค้าภายในศูนย์ ได้รับการดีไซน์ให้ดูฮิปและทันสมัย ผสมผสานความเก่าใหม่อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิดหลักคือ ความเป็น “ตลาด” ทั้งยังสร้างให้เกิดบรรยากาศของการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังตกแต่งโดยนำกลิ่นอายความเป็นไทย (THAINESS) ที่ปรากฏให้เห็นทั่วศูนย์ฯ อาทิ การตกแต่งเพดานด้วยไม้ในลักษณะคล้ายงานจักสาน คิ้วบัว การใช้รูปแบบบานประตู หน้าต่างแบบบานกระทุ้งและบานเกล็ดรวมถึงกระเบื้องโบราณเล่นลายฉลุวินเทจ เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวรวมร้านสุดฟิน กิน ดื่ม ช้อป ครบทุกไลฟ์สไตล์ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ รวบรวมความพิเศษที่เป็นจุดเด่นของตลาดชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ มาสรรสร้างโซนพื้นที่ร้านค้าที่น่าสนใจ แบ่งเป็น 6 ชั้น ได้แก่

ชั้น G – โซนร้านอาหารคาวหวาน อาหารกินเล่น และเครื่องดื่ม ในคอนเซ็ปต์ Lifestyle Café & Bistro และ Quick Meal Eatery /Takeaways อาทิ ซีฟู้ด มหานคร, โจนส์ สลัด, หลงโถว คาเฟ่,มอร์แกน เฟรนช์ฟรายส์ ฯลฯ

ชั้น M – เป็นชั้นที่เชื่อมกับ R-Walk จากด้านหน้าศูนย์ฯ รวมร้านเสื้อผ้า เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ แว่นตา มากกว่า 200 ร้าน มาให้ช้อปอย่างมีสไตล์ดีไซน์สวย ทั้งหญิงชายวัยทำงาน ในราคาจับต้องได้ อาทิ ดีเซมเบอร์ส, เซนส์, เซเว่น เดย์ส ออปติค ฯลฯ รวมถึงอีกหลายร้านที่มีที่นี่ที่เดียว

ชั้น 1 – สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับวัยรุ่นนักช้อปด้วยสินค้าแฟชั่นแนวสตรีท พร้อมการตกแต่งที่เน้นสีสันและโครงสร้างของร้านค้าที่แปลกตาทันสมัย อาทิ เครซี่ ฮอร์ส, จัสท์ อิน เคส เป็นต้น รวมถึงโซนสินค้าที่ตอบโจทย์คุณแม่คุณลูก เช่น คิดสมาร์ท, พีพีแอนด์พีคิดส์แวร์ ฯลฯ

ชั้น 2 –  ยกร้านเด็ดจากตลาดนัดสวนจตุจักรและตลาดดังทั่วไทย ให้เดินได้ทุกวันไม่จำกัดแค่เสาร์อาทิตย์ ทั้งของกินของใช้ ของแต่งบ้านงานคราฟต์ ของที่ระลึก และของฝากมาให้ช้อปกันจุใจในราคาสบายกระเป๋า นอกจากนี้ ยังมีร้านในหมวดความงามและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ เครื่องสำอาง เครื่องหอม ยาหม่องสมุนไพร ฯลฯ และยังพร้อมให้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินผ่าน ซุปเปอร์ริช สีเขียว และธนาคารกสิกรไทยอีกด้วย

ชั้น 3 –รวมร้านอาหารระดับตำนานและร้านอาหารชื่อดังหลายสัญชาติ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี เมียนมาร์ และอาหารตะวันตก ที่ใครกินต้องยกนิ้วไว้อย่างครบครัน อาทิ ฮิโนยะ เคอรี่, พระราม 9 ไก่ย่าง, รื่นรส ฯลฯ รวมถึงโซนสตรีท ฟู้ด ที่พาเหรดร้านเด็ดจากทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 60 ร้าน กับราคาอาหารอิ่มท้อง สบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 40 บาท

ชั้น 4 – สวยและสุขภาพดีให้สุดไปกับศูนย์รวมความงามหลากหลาย อาทิ เล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา, เพ้นท์, Kami Kami, 786 Salon นอกจากนี้ ยังเอาใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ด้วยเคอรี่ เอ็กซ์เพรส สาขา ใจกลางเมืองที่เปิดให้บริการจนถึง 20.00 น. ทุกวัน

การเดินทางมาที่นี่แสนสะดวกและมาได้ทุกเส้นทางด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ สะดวกสบายด้านการเดินทางทั้งทางรถยนต์ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีชิดลมเดินต่อมาทาง R-Walk มีทางเชื่อมเข้าชั้น M ของศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ได้เลย นอกจากนี้ หากเดินทางด้วยเรือ ก็สามารถเดินจากท่าเรือประตูน้ำใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น

พิเศษ!! เพื่อฉลองการเปิดโซน สตรีท ฟู้ด อย่างเป็นทางการ พบโปรโมชั่นอิ่มมื้อกลางวันราคาเพียง 15 บาท สำหรับ 15 จานแรกจากทุกร้าน และอร่อยมื้อเย็น ลดราคา 10 บาททุกเมนู!ระหว่างเวลา 17.00-19.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. นี้ เท่านั้น

เติมเต็มประสบการณ์ช้อปปิ้ง กินดื่มให้ฟินแบบสุด ๆ ที่ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 22:00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจ พร้อมโปรโมชั่นเด็ด ๆ ได้ทาง Facebook/Instagram: TheMarketBangkok

‘ข้อเสื่อม’ โรคยอดฮิตของผู้สูงวัย ป้องกันไว้ก่อนลุกลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/593649

  • วันที่ 01 ก.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

'ข้อเสื่อม' โรคยอดฮิตของผู้สูงวัย ป้องกันไว้ก่อนลุกลาม

เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ก่อน “โรคข้อเสื่อม” จะมาเยือน หรืออาการลุกลามบานปลายจนสายเกินแก้

หนึ่งในปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุคือ “โรคข้อเสื่อม” ซึ่งอัตราของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมหากไม่ได้รับการรักษาหรือปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม อาการของโรคจะดำเนินไปเรื่อยๆ อาจทำให้เจ็บปวด ข้อเข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ ส่งผลให้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่างๆ ไม่สะดวก เกิดความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

หากอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น “ข้อเสื่อม” เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือเกิดการสึกกร่อนบางลงของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งมักจะเกิดกับข้อที่ต้องรองรับน้ำหนักค่อนข้างมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ฯลฯ โดยกระดูกอ่อนผิวข้อนี้จะถูกทำลายลงอย่างช้าๆ จนมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่โครงสร้างของข้อเข่า เกิดน้ำสะสมในข้อเข่าเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ข้อบวม พบกระดูกงอกผิดปกติที่ขอบหรือที่มุมข้อ พบกล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อเข่าหย่อนยาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของข้อที่กล่าวมาข้างต้น จะส่งผลให้การเคลื่อนไหวของข้อเป็นไปอย่างจำกัด โดยเริ่มแรกผู้ป่วยจะรำคาญกับอาการปวด หรือไม่สบายตรงข้อที่เสื่อมในขณะที่ใช้งาน เช่น ขณะยืนหรือเดิน และอาการปวดนี้จะดีขึ้นเมื่อได้พักการใช้งาน รวมทั้งยังอาจพบอาการฝืดตึงที่ข้อเป็นช่วงสั้นๆ ในช่วงเช้า หรือ ภายหลังที่อยู่ในอิริยาบถท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ เช่น หลังจากนั่งขับรถนานๆ นั่งยองนานๆ ฯลฯ

ช่วงอายุที่มักเกิดภาวะข้อเสื่อม

มักพบได้บ่อยในช่วงวัยกลางคน (40 ปีขึ้นไป) และจะพบโรคนี้มากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัยสูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีปัจจัยบางอย่าง เช่น อาชีพที่ทำงานหนัก ความอ้วน ฯลฯ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมความสมดุลของเซลล์กระดูกอ่อนได้ ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาวะข้อเสื่อมในที่สุด ส่วนในวัยหนุ่มสาว เซลล์กระดูกอ่อนยังแข็งแรงและทนทานต่อแรงตึงแรงกดได้ดีกว่าผู้สูงอายุ

สาเหตุการเกิดข้อเสื่อม

  • ความเสื่อมของข้อที่ไม่ทราบสาเหตุ เป็นการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย

พบข้อเสื่อมได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่อาจมีผู้สูงอายุบางรายที่ไม่เกิดภาวะข้อเสื่อม ส่วนใหญ่พบในเพศหญิง มากกว่าเพศชาย 2 – 3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวกับฮอร์โมน รวมไปถึงผู้มีน้ำหนักตัวเกิน (อ้วน) ผู้ที่ทำกิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ ฯลฯ นอกจากนี้ยังเกิดจากความบกพร่องของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวม กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงรวมทั้งเกิดจากกรรมพันธุ์

  • ความเสื่อมของข้อที่ทราบสาเหตุ

เป็นผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุจนมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น มีการใช้งานที่ข้อมากเกินไป เช่น อาชีพแม่บ้าน การเล่นกีฬา ฯลฯ นอกจากนี้ข้อเสื่อมอาจเป็นร่วมกับโรคข้ออักเสบอื่น ๆ ได้ เช่น โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน ฯลฯ

  • การเกิดข้อเสื่อมในอาชีพต่างๆ

ข้อที่เสื่อม มักเป็นได้ทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็น ข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อนิ้วมือ ข้อตะโพก ซึ่งในการเกิดนั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการใช้งาน ได้แก่ ผู้หญิง (แม่บ้าน) มีความเสี่ยงที่ข้อเข่า ข้อนิ้วมือ ผู้ชายมีความเสี่ยงที่ข้อตะโพก นักกีฬาเบสบอลมีความเสี่ยงที่ข้อไหล่ ข้อศอก นักวิ่งนักบาสเก็ตบอลมีความเสี่ยงที่ข้อเข่า นักยกน้ำหนักมีความเสี่ยงที่ข้อเข่า เป็นต้น

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเสื่อม

ระยะแรก

อาการจะเริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เวลาเดิน โดยเฉพาะขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า ฯและอาการปวดจะดีขึ้นเมื่อได้พักการใช้ข้อ พบอาการฝืดตึง หรือขัดที่ข้อเป็นช่วงสั้น ๆ ในตอนเช้า หรือภายหลังที่อยู่ในอิริยาบถท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น หลังจากนั่งขับรถนาน ๆ นั่งพับเพียบ หรือคุกเข่านาน ๆ ฯลฯ พบเสียงดังกรอบแกรบภายในข้อขณะเคลื่อนไหวข้อเข่า ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ หรือเอ็นที่หนาตัวขึ้น หรือเกิดจากความขรุขระของกระดูกอ่อนผิวข้อที่ถูกทำลายไป มักพบอาการข้อเสื่อมในข้อเข่าข้างที่ถนัดหรือข้างที่ใช้งานบ่อยก่อน ถ้าผู้ป่วยไม่ดูแลป้องกันต่อมาอีกไม่นาน ข้อเข่าอีกข้างก็จะเริ่มเสื่อมตามมา

ระยะรุนแรง

อาการปวดข้อจะรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะเวลาเดินหรือขยับข้อ บางครั้งอาจพบปวดช่วงกลางคืน อาจคลำพบกระดูกงอกบริเวณข้างข้อ หรือที่ขอบมุมข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่ จะพบมีอาการปวดหรือเสียวที่กระดูกสะบ้า ถ้ามีอาการอักเสบที่ข้อจะทำให้ข้อบวมและร้อน แพทย์จะตรวจพบน้ำคั่งอยู่ในช่องว่างระหว่างข้อ ถ้าข้อเสื่อมมานาน จะทำให้การเหยียดข้อเข่า หรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุดนอกจากนี้อาจพบกล้ามเนื้อรอบข้อลีบลงหรืออ่อนแรง ข้อเข่าโก่ง ข้อเข่าหลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป จะทำให้การเดินและการใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น หากผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่รพ. แพทย์จะฉายรังสี x – ray ภาพจากฟิล์ม x – ray จะเห็นช่องว่างระหว่างข้อจะแคบลง

แนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อม

แม้ว่าข้อเสื่อมจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็ตาม แต่ก็มีวิธีการรักษาหลากหลายวิธี ซึ่งเป้าหมายในการรักษาก็คือ พยายามลดอาการปวดอักเสบของข้อให้ทุเลาเร็วที่สุด รวมไปถึงการดูแลป้องกันข้อที่เริ่มเสื่อมไม่ให้เสื่อมมากไปกว่านี้ เพื่อให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยให้น้อยที่สุด

  • การรักษาด้วยยา มีหลายรูปแบบทั้งชนิดทาภายนอก ฉีดเข้าข้อ รับประทาน ยาบางตัวสามารถปรึกษากับเภสัชกรในร้านยาได้ แต่บางตัวจะต้องจ่ายตามแผนการรักษาของแพทย์ ซึ่งเป้าหมายรักษาคือช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบ บวมที่ข้อให้หายเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมานกับการปวด ช่วยควบคุมไม่ให้เป็นมากไปกว่านี้
  • การรักษาโดยไม่ใช้ยา เน้นการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อให้ถูกหลัก การควบคุมน้ำหนัก การบริหารกล้ามเนื้อ ออกกำลังกาย การใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยพยุง เพื่อช่วยประคับประคองด้วยการลดแรงกดที่ข้อเท้า ร่วมกับการทำให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขึ้น จะเป็นผลทำให้ร่างกายค่อย ๆ ซ่อมแซมส่วนของข้อที่เสื่อมไปได้ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ และสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อเสื่อมมากขึ้น ได้แก่ การปรับเปลี่ยนวิธีนั่ง นอน ยืน เดิน
  • การรักษาโดยการผ่าตัด ใช้ในกรณีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมรุนแรง

วิธีดูแลร่างกายและข้อ

มีวิธีดูแลร่างกายและข้อเพื่อช่วยให้ห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม โดยคำแนะนำจากทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนี้

  • การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์
  • ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ไม่ทำอะไรที่ผิดท่า เช่น นั่งยอง ๆ นั่งกับพื้น พับเพียบ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ นั่งหลังงอ ก้มคอทำงานนาน ฯลฯ
  • เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อ ดังนั้นการที่จะเริ่มฝึกบริหารกล้ามเนื้อใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน และควรเลือกการออกกำลังกายที่ไม่มีผลเสียต่อข้อ เช่น ว่ายน้ำ การเดินในน้ำ เดิน ปั่นจักรยาน ฯลฯ
  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมป้องกันข้อเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

แม้ว่าอาการของโรคข้อเสื่อมจะมีสาเหตุมาจากวัยที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการใช้งานบริเวณข้อที่หนักเกินไป ซึ่งหากเกิดภาวะข้อเสื่อมแล้วก็ยากที่จะรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนสู่สภาพปกติได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะข้อเสื่อมได้เลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงควรรักษาข้อให้อยู่ในสภาพดีและแข็งแรง เพื่อเป็นหลักประกันว่าในวันข้างหน้าเราจะยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปนานๆ

How to make divorce easier on the kids

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30374251

How to make divorce easier on the kids

Aug 05. 2019
By The Nation270 Viewed

With couples in Thailand now divorcing at a rate of 333 per day, a psychiatrist is offering advice on how to ease the blow for any children involved.

Krongkarn Kaewchong, deputy director of patient care at Nakhon Ratchasima Rajanagarindra Psychiatric Hospital, said the divorce rate was on the rise, chiefly in that province and in Bangkok and Chonburi.

The provincial administrative department put the national divorce rate at 24 per cent in 2004 (86,982 among 365,721 marriages), but the figures rocketed last year to 41 per cent (121,617 in 297,501 marriages).

The modern family structure is seen as the primary cause for the rise, given pressure piled on parents in their jobs and social surroundings, as well as financially. The pressure undermines tolerance, Krongkarn said.

Krongkarn Kaewchong

Krongkarn Kaewchong

“Divorce is common, but it’s not ‘someone else’s fault’. Newly divorced couples tend to feel incomplete because of the sentimental loss.

“But, even once married life has ended, they should persist in their parental duties to prevent mental health problems arising in their children, such as becoming easily distracted, aggressive or depressed. And the people around the couple should provide support and avoid expressing opinions about the divorce.”

Krongkarn’s other advice for single parents:

• Assure children that they were not part of the cause of the divorce. Young children haven’t yet developed logical thinking, so some might believe their bad behaviour or poor grades led to their parents splitting up.

• Maintain the children’s same lifestyle as before, as much as possible.

• Treat children the same way as before.

• Tell them the true reasons for the divorce so they can adapt better.

However, he cautioned, parents should avoid talking about their ex-spouse’s bad behaviour if it might stir hatred in the children.

They shouldn’t try and persuade children to choose sides, or “use” children to take revenge on the ex-partner.

Children shouldn’t be forced to live with one parent or the other if it might cause them to feel guilty or become fearful of being abandoned by both parents.

“Divorced parents should be concerned about their children’s potential mental problems as they yearn for parental love,” Krongkarn said. “They have to let the children speak out and express their feelings, which helps relieve their stress. The more confidence they gain, the less they’ll want to talk about it.”

New elevators to aid seniors and disabled

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30374158

New elevators to aid seniors and disabled

Aug 03. 2019
Senior citizens chat at a retirement home in Beijing. [Photo/Xinhua

Senior citizens chat at a retirement home in Beijing. [Photo/Xinhua
By China Daily
Asia News Network

399 Viewed

Older residential buildings make life tough for those with limited mobility

China plans to install more than 20,000 elevators by the end of this year to promote accessibility for the disabled and senior dwellers of old residential buildings that have limited modern equipment.

The program came as the country marks the seventh anniversary of a landmark regulation introduced by the central government to boost physical accessibility in new facilities and buildings.

Launched by the China Commission of Promotion of Publicity for the Undertakings of Chinese Disabled Persons earlier this year, the program has seen 2,000 installations completed in a number of provinces including Jiangsu, Yunnan and Henan, according to the commission’s deputy secretary-general Xu Gang.

Xu, while speaking at a news conference on Friday, said the program is expected to help tens of millions of senior and disabled inhabitants of old residential buildings and is crucial for their equal participation in society.

“The input into an accessible environment … is a major symbol of social progress,” he said.

Xu said China has an estimated 85 million people with disabilities craving for accessible designs. The need was also fueled by the country’s fast-aging population.

The National Statistics Bureau said in January that China had almost 250 million people age 60 and above, accounting for 17.9 percent of its population.

A 2016 survey conducted by the Office of National Working Commission on Aging found more than 40 million seniors had limited or no capacity to take care of themselves.

Chen Zhenhua, head of the office’s information technology department, said Chinese seniors have an average eight years of poor health before they reach a life expectancy of 77 years old, and many are victims of bone and joint diseases.

“That has seriously affected seniors’ mobility and social participation,” he said.

In 2016, the office, alongside the Ministry of Housing and Urban-Rural Development and dozens of other departments, issued a guideline on creating a senior-friendly environment, which kicked off a flurry of programs aimed at renovating old residential buildings with limited accessibility for vulnerable groups.

China had about 170,000 such old communities nationwide, and about 5 million elevators are needed to improve living conditions for more than 42 million families, the vice-minister of housing and rural-urban development Huang Yan said at a news conference early last month.

As of last year, more than 10,000 elevator installations have been finished, and another 11,000 elevators were either under construction or going through the approval process, she said.

In addition, China also renovated almost 3 million homes for families of disabled people between 2016 and last year, according to a white paper released last month by the State Council Information Office.

Akaryn tempts resort visitors with sustainable dining

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30373566

Akaryn tempts resort visitors with sustainable dining

Jul 24. 2019
By The Nation

367 Viewed

Akaryn Hotel Group is launching its Akaryn Culinary Series with a sustainable dining concept on the Gulf of Thailand that aims to showcase fresh produce from the land and the sea.

As part of the series, guests “will be able to savour these exquisite ingredients in a series of special dishes, which are designed to be both nutritious and delicious”, the hotel group said, adding that “to enhance the guests’ connection with their cuisine even further, Aleenta Hua Hin will allow diners to discover exactly where the chefs source their produce with experiential trips to neighbourhood farms and fishing villages”.

The first culinary specialty being showcased at Aleenta Hua Hin is barbecued squid, a simple yet sublime recipe from chef Thitipong Worakham, who is known as Chef M. Most mornings, Chef M visits the small fishing village of Pak Nam Pran, where the Pranburi River flows into the sea and bountiful fishing grounds lie just offshore. The seafood sold here is straight off the boat, and squid is a specialty.

Guests can now join Chef M on his morning mission to the buy the latest catch, haggling with the friendly fishermen to get the best squid for the optimum price, and taking in all the stimulating sights, sounds and smells of this captivating coastal community.

On the way back to the resort, guests will also stop at a small-scale farm to select out-of-the-ground vegetables to accompany the menus, before visiting the Aleenta Hua Hin’s own organic herb garden. Chef M will then cook up his barbecued squid for the guests, served with organic brown rice. Alternatively, Chef M’s steamed Pak Nam Pran squid with spicy lime sauce is another must-try, the hotel group said.

Both of these seafood plates are accompanied by the resort’s signature summertime drink: ginger and pineapple shandy. This cool concoction combines traditional Thai rice liquor with ginger, mint, pineapple purée and sugar syrup, topped with beer. As many of these ingredients are sourced in-house or locally, guests will be able to follow this refreshing beverage from the ground to the glass.

“At Akaryn Hotel Group, we believe in the concept of farm-to-table dining. It is so important that diners are able to see how their food is harvested, transported and prepared. We are fortunate to live in Thailand, which is home to so many wonderful ingredients on land and at sea. Through our new Akaryn Culinary Series, we will allow guests to experience exactly how the finest produce is brought to their table, to create our chefs’ mouth-watering dishes,” said Anchalika Kijkanakorn, the group’s founder and managing director.

Kate Spade unearths animal inspiration for autumn collection

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30373459

Kate Spade unearths animal inspiration for autumn collection

Jul 23. 2019
By The Nation

248 Viewed

The fashion gods have decided this autumn will be a season of soft glamour and eclectic decadence. Lending her unique heavenly touch is Nicola Glass, creative director of New York-based brand Kate Spade whose reputation springs from unique prints and a refined eye for colour.

Key Kate Spade elements this season include a ’70s-meets-’40s mix of fluid silhouettes and fabrics, an explosion of animal prints — leopard, croc, cheetah and snake — rich textures, abstract florals, gentle curves and sophisticated colours that escalate from rich to vibrant.

The autumn accents are warm browns, cinnamons and berry shades, lightened with shafts of brightness. Neutral lilac is paired with everything from nutty browns to deep evergreen and golden raisin.

The styling mixes prints and textures to create floral patterns that feel like animal prints, and polished looks that are punctuated with playful accessories — two bags worn at once, turbans and tights that sparkle.

Ready-to-wear has evolved in new textures, prints, colours and finishing touches that forge a polished but casual look. Key silhouettes include solid colour dresses in dramatic autumn shades, scoopneck mini dresses, ’70s-inspired blazers paired with high-waist flares in wool and corduroy, sharp-collar blouses, and pinafores designed to be worn with lurex knits and flowy blouses. Broomstick pleating and smocking details lend soft structure, while asymmetrical draping and ruching add movement to fluid fabrics.

Oversized cardigans and voluminous outerwear offer effortless elegance, including ultra-soft puffers, taffeta trenches, bias-cut coats and capes, and the two-tote look rendered in the same shades but with different textures or two clashing animal prints.

The brand is also experimenting with scale — a camera bag paired with a duffle, or a crossbody phone bag with a top handle bag.

On the subject of bags, seasonal updates include Glass’s top handle satchel and convertible shoulder bag, in mixed animal prints and textures: leopard-print, leopard haircalf, snake and high-shine croc-embossed leather. A new mini satchel in the Margaux line, as well as styles in multiple leopard colours. The Dolly line in crocodile- and snake-embossed leathers, haircalf and metallic-printed leather. Betty in shiny patent, and combinations of leather and suede. A new Molly work tote fits a 13-inch laptop, while the Dorie has an extra-large bucket bag.

Autumn-season shoes complement the tones of the ready-to-wear collection. Styling is easy thanks to lace-up knee-high boots and platform sandals in colourful python-embossed leather and suede; buckle pumps; hiking boots in a deco floral; high- and low-top sport-luxe sneakers in a varied mix of quilted nylon, velvet, glitter, suede, reflective materials and fun colours (lavender, pink, bright leopard), topped with novel details such as jewelled laces, tiny hearts. Slip-on sock sneakers with touches of lurex offer a more streamlined take on the silhouette.

Fit and healthy in Suphan Buri

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30373604

Fit and healthy in Suphan Buri

Jul 25. 2019
The athletes start the race.

The athletes start the race.
By Kitchana Lersakvanitchakul
THE NATION

500 Viewed

Ivan Vlasenko, a 30-something Russian based in Bangkok, was crowned the winner of Male Open at Probike Classique Duathlon 2019 in Suphan Buri last Sunday for the second consecutive year and Sawangjit Sae-Ngow, known as Coach Sueng to her young charges in the Kids Triathlon Weekend Training Class, took home the top prize in the Female 30-39 category.

The second edition of the run-bike-run event, organised by Probike in cooperation with the Sports Association of Suphan Buri and Suphan Buri Football Club, had as its slogan “The Challenging Never Ends” and aimed to raise awareness of the importance of sports, exercising the right way and paying more attention to health so as to reduce the burden on public health services. A secondary objective was to bring more people to experience the culture of Suphan Buri Province and generate income for the community.

Natural Resources and Environment Minister Varawut “Top” Silpa-archa presents the trophy to Russian athlete Ivan Vlasenko, the winner of Probike Classique Duathlon 2019 in Suphan Buri Province last Sunday, as the runners-up look on.

“This second event seems very busy,” mused Natural Resources and Environment Minister Varawut “Top” Silpa-archa, the only son of former Prime Minister Banharn Silpa-archa and chairman of Suphan Buri FC, during a brief interview with The Nation the day before the race. “For me, it wouldn’t be better than last year. I can’t seem to make time for a full workout now that I’m in government. Nevertheless, I will try my best. Usually, I run about 5 kilometres or one hour a day in this stadium. The activity is called ‘plogging’, and it all about picking up trash while jogging. I tie a trash bag around my waist, so my heartbeat will be faster.”

Probike’s managing director Natee Chaisinthop presents a trophy to Sawangjit Sae-Ngow, the winner in the Female Open category of the Probike Classique Duathlon 2019.

He is also delighted that his city was named by the Sports Authority of Thailand as one of the six sports cities of Thailand alongside Chon Buri, Buriram, Udon Thani, Si Sa Ket and Krabi.

The Thailand Paracycling Team took part at this run-bike-run event for the first time.

“Suphan Buri received a high honour,” said Top. “The province’s population either exercises or supports sports, as do all government units, such as the provincial administration organisation, municipality, police, rescuers and public health officials. There are more than 100 people working out at this stadium every day. There’s futsal here too plus we have a X-Games field with a half-pipe behind the stadium. People can cycle outside or come and exercise inside. Suphan Buri is a small province but very hospitable.”

All participants who finished the race received a medal and a dragon mascot.

Thousands of runners and cyclists turned out for the event, among them sports personality Pannasorn “Aeh Glory” Patamapinunt and model Surampha “Golf” Yokchotisakul, as well as the Thailand Paracycling Team from Thai Para Cycling Association.

Varawut Silpa-archa and Natee Chaisinthop pose with supporters and celebrities.

The start time was rescheduled from 6.30am to 6am to avoid the heat. Participants started with a 5km run on the same course as last year but then turned into the stadium before mounting their bikes in the transition zone for a 42-kilometre ride. Russian athlete Vlasenko was the first and with his last 5km run came in at just one hour and forty minutes.

For pictures of this second event, go to http://www.probike.co.th.