โกวิทย์ สุวาณิชย์กุล บ้านคือฐานชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580323

  • วันที่ 14 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

โกวิทย์ สุวาณิชย์กุล บ้านคือฐานชีวิต

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี  ภาพ  วิศิษฐ์ แถมเงิน

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ถึงจะสบายกายแต่ก็ไม่อบอุ่นใจเท่ากับการได้อยู่บ้าน หลายคนจึงพยายามทำบ้านให้เป็นสถานที่ในฝัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่หรือหลังเล็ก บ้านก็คือสถานที่ที่อบอุ่นที่สุดในโลกและสามารถตกแต่งในแบบที่เป็นตัวเราได้มากที่สุด

โกวิทย์ สุวาณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาแลนด์ ที่เชี่ยวชาญการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากว่า 40 ปี เผยแนวคิดในการตกแต่งและดูแลบ้านของเขาว่า สไตล์การตกแต่งบ้าน เขาชอบแบบเรียบๆ แต่ดูดี ไม่ชอบการตกแต่งที่มีลวดลายหรือรายละเอียดเยอะ

“เรื่องโทนสี ผมชอบโทนสีเข้มอาจจะเป็นสีน้ำเงินเข้มหรือสีดำประมาณนี้ แต่หากพูดถึงบ้านที่ผมอยู่ เมื่อมีครอบครัวมีภรรยามีลูกอยู่ด้วย ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนผสมผสานความชอบของคนทั้งคู่

ในการออกแบบบ้านของเราจะเริ่มต้นจากการหาสิ่งที่เราเห็นแล้วเราชอบก่อน อาจจะเริ่มจากการดูรูปตามนิตยสารตกแต่งบ้าน หรืออาจจะเดินทางไปเจอที่พักโรงแรมที่แต่งได้ถูกใจก็ถ่ายเก็บไว้ หรือเสิร์ชหาจากอินเทอร์เน็ตดูแบบที่เราชอบ แล้วเราก็รวบรวมเข้าด้วยกันจนมากพอที่จะบอกได้ว่า บ้านของเราน่าจะเป็นบ้านในรูปแบบไหน ธีมสีอะไร ตกแต่งแบบไหน แล้วก็เอาไปให้ภรรยาดูว่าเราชอบสไตล์แบบนี้ โทนสีแนวนี้ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่จะนำมาใช้ตกแต่งบ้านก็เช่นกัน

การทำแบบนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพใหญ่ในการตกแต่งบ้านของตัวเองได้ชัดขึ้น แล้วนำแบบไปให้สถาปนิกดูก็จะได้เห็นเค้าโครงของบ้าน ได้เห็นรูปแนวเส้นของประตู โทนสีในแบบที่เราชอบและเขาจะได้ออกแบบตามโจทย์ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่เราต้องการได้ เมื่อเราได้โครงร่างและธีมของห้องโดยรวมแล้ว

ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เวลาที่เราไปร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เราจะสังเกตเห็นได้ว่ามีการแบ่งโซนค่อนข้างชัดเจน อาจจะเป็นโซนที่จัดเฟอร์นิเจอร์แบบโมเดิร์น แบบวินเทจ แบบคันทรี่ หรือสไตล์อื่นที่นิยมในช่วงนั้น เราก็ต้องยึดเอาธีมการออกแบบของเราเป็นหลักว่าจะใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์ไหน เทียบดูกับเฟอร์นิเจอร์ ตามภาพที่เราเก็บเอาไว้เป็นไกด์ไลน์ เมื่อมาวางในห้องแล้วจะมีความเข้ากันได้กับห้องที่เรากำลังตกแต่งไหม

หากไปเลือกซื้อตามโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่จะมีอินทีเรียร์ดีไซน์เนอร์ประจำ ที่สามารถออกแบบห้อง 3 มิติทำให้เราเห็นภาพหลังการตกแต่งห้องได้เลย ดังนั้น ในการตกแต่งบ้านของผม การคิดภาพใหญ่ก่อนมันจะช่วยคุมธีมของเราให้ไปในโทนเดียวกันได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าการที่เราจะนึกภาพอยู่ในหัว คิดว่าใช่แต่บางทีซื้อเอามาวางแล้วอาจจะไม่ได้ตามภาพที่ต้องการ

ถ้าเป็นการแต่งบ้านที่มีการจัดวางธีมเดิมไว้อยู่แล้ว แนวทางในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่สำหรับผม คิดว่าการเลือกธีมของสีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้แบบอาจจะไม่เข้ากัน แต่อย่างน้อยโทนสีที่สามารถเข้ากันได้กับภาพใหญ่ จะทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นดูกลมกลืนกับส่วนอื่นๆ ไม่แตกต่างกันมาก สามารถวางในห้องของเราได้โดยไม่รู้สึกขัดแย้งกันมากนัก

อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตในบ้านย่อมต้องมีการหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเพิ่มเติม อยู่ไปแล้วมีการปรับเปลี่ยน อายุมากขึ้น ลูกโตขึ้นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปก็อาจจะมีของเพิ่มเข้ามา ถ้าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นไม่ได้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่มากๆ หรือว่านำเข้ามาวางแล้วทำให้ธีมของห้องนั้นดูผิดไปจากเดิมก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร อาจจะเป็นของเล็กๆ เช่น กรอบรูป ของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ อาจจะเป็นพวกแจกัน โคมไฟ ที่เรานำเข้ามาตกแต่งเพิ่มเติม ตรงนี้เราอาจจะไม่ต้องซีเรียสในเรื่องของธีมหรือสีมากนัก เราสามารถเน้นไปที่ฟังก์ชั่นในการใช้งานที่เราต้องการได้เลย

สำหรับผม มุมในบ้านที่ผมชอบมากที่สุดและใช้เวลามากที่สุดก็คือห้องทำงาน ห้องทำงานของผมจะเต็มไปด้วยหนังสือ ว่างๆ ผมจะใช้เวลาในการอ่านหนังสือค่อนข้างมาก และซื้อหนังสือเพิ่มเข้ามาตลอด ห้องหนังสือในบ้านผมมีไม่แพ้ห้องสมุดเล็กๆ เลยทีเดียว และแน่นอนเมื่อมีหนังสือเข้ามาเพิ่มอยู่ตลอด ผมจึงเน้นตู้หนังสือที่สามารถเก็บหนังสือได้เยอะๆ แต่หนังสือบางเล่มที่ผมอ่านแล้วและมีประโยชน์แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ก็จะเอาลงจากชั้นวางหนังสือแล้วหากล่องพลาสติกมาเก็บใส่เอาไว้ก่อน เก็บหนังสือที่เราคิดว่าไม่ใช้แล้วเอามาเรียงเข้าไปก่อน จะบริจาคหรือจะเอากลับมาอ่านค่อยว่ากันอีกที

วันไหนว่างๆ ผ่านไป 1-2 ปี ก็เปิดเอามาดูอีกรอบ ถ้าเราเกิดความรู้สึกว่าเราอาจจะกลับมาอ่านอีกครั้งก็จะดึงหนังสือเล่มนั้นกลับเข้าชั้นวางหนังสือ แต่ถ้าหนังสือเล่มนั้นคิดว่าไม่มีประโยชน์กับเราก็จะวางใส่กล่องส่งไปบริจาคกับคนที่มีความต้องการหนังสือเหล่านี้

วิธีนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะหนังสือ ของเล่นของลูกที่เขาเล่นตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล เมื่อเขาโตขึ้นเขาไม่กลับไปเล่นอีกแล้ว บางอย่างที่ยังเล่นได้อยู่ สามารถส่งต่อได้ ยังมีประโยชน์กับเด็กคนอื่น ก็จะแพ็กให้ดีแล้วส่งต่อมูลนิธิบ้านเด็กอ่อนต่างๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นกัน

นอกจากการคุมธีมของบ้านให้สวยงามแล้ว การใช้ชีวิตในบ้านก็ควรมีระบบการเก็บสิ่งของต่างๆ เอาไว้ แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในเก็บของเหล่านี้หากไม่ได้ใช้จริงๆ รู้สึกว่าล้น ก็ยังมีร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองที่รับซื้อของเหล่านี้อยู่ ซึ่งเป็นวิธีการระบายของภายในบ้านเราได้ ทำให้บ้านเราดูสะอาดน่าอยู่ ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าอยากอยู่บ้านที่เหมือนกับเป็นฐานของชีวิต เป็นที่พักผ่อนเป็นที่พักพิงทั้งร่างกายและจิตใจ

สำคัญกว่านั้น หากเรามองเรื่องบ้านก็ต้องมองไปถึงคนที่อยู่ในบ้านด้วย เช่น ผมอาศัยอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ ภรรยาและลูก เป็นบ้านใหญ่ที่ทุกวันหลังเลิกงานเราได้กลับมานั่งเล่นกับลูก ได้มีเวลาพูดคุยกับภรรยา ได้พูดคุยกับพ่อแม่ ได้นั่งกินข้าวพร้อมกัน นั่นก็คือฐานที่เราได้พักผ่อนให้มีแรงทำงานต่อหรือทำรู้สึกว่าเราโอเค เราสามารถสู้ต่อกับชีวิตได้เพื่อคนที่สำคัญในชีวิตของเรา ต่อให้เราไปเที่ยวต่างประเทศได้นอนโรงแรมสุดหรู แต่เมื่อสุดท้ายแล้วกลับมาถึงบ้านเราได้กลับมานอนที่เดิม ที่เรารู้สึกคุ้นเคยอยู่แล้วอบอุ่นสบายใจนับเป็นการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจของเราอย่างแท้จริง”

‘สมาร์ท มันนี่’ (ควร)เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580321

  • วันที่ 14 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

‘สมาร์ท มันนี่’ (ควร)เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น

เรื่อง ราตรีแต่ง

มนุษย์เงินเดือนมีรายได้ประจำ มักติดนิสัย (เสีย) ที่ซื้อง่าย จ่ายคล่อง ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรควักกระเป๋าได้ง่ายดาย เร็ว สะดวก เพราะมีบริการทางออนไลน์ต่างๆ ทั้งการขายของออนไลน์ การจ่ายเงินออนไลน์ และอื่นๆ มาอำนวยความสะดวกในการใช้เงินของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่น วัยทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนคนรุ่นใหม่ ที่มีวิธีการกู้ยืมทั้งจากในและนอกระบบ และกลายเป็นหนี้สินในที่สุด เพราะมักจะใช้เงินกันอย่างลืมตัว เกินตัว จนนำไปสู่รายรับไม่พอกับรายจ่าย

อีกทั้งยังต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาชำระหนี้ กับการขาดความรู้และทักษะทางการเงิน ขาดการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและการออม จึงไม่สามารถจัดการหรือแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีได้

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปีที่ผ่านมาสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยยังอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงถึง 77.6% และมียอดคงค้างหนี้ครัวเรือนสูงกว่า 12 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาหนี้ครัวเรือนเกิดจากการใช้จ่ายที่เกินตัวและไม่ระวัง และกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถจัดสรรรายจ่ายให้เหมาะสมกับรายรับได้ จึงทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วถ้าไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสม ก็จะมีหนี้สินพอกพูนไปเรื่อยๆ ดังนั้น ความรู้ด้านการจัดระเบียบทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรรู้และปฏิบัติ

วันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารซิตี้แบงก์ได้เล็งเห็นถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อาจมีเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทางมูลนิธิซิตี้ ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนทั่วโลก จึงจับมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย จัด “โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน” ขึ้น เพื่อสร้างเสริมความรู้และวินัยทางการเงินที่ดีสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่านการให้ความรู้ ฝึกอบรมด้านการจัดสรร และบริหารการเงินส่วนบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการกำหนดเป้าหมายทางการเงิน ไปจนถึงการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งเป็นเสมือนขั้นตอนหลักที่ควรปฏิบัติในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของแต่ละบุคคล

วิธีการจัดระเบียบทางการเงินขั้นพื้นฐานที่จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้น สามารถลดภาระหนี้สินและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวที่ทำได้ง่ายๆ มี 4 วิธีหลักดังนี้

มีการกำหนดเป้าหมายทางการเงิน

โดยจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่ามีความต้องการที่จะเก็บเงินจำนวนเท่าไร สำหรับการทำอะไรในอนาคต เพื่อนำไปสู่การจัดสรรเงินที่เหมาะสมและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ การมีรายได้ในระยะยาวและทำเงินได้ มากไม่ใช่ตัวกำหนดความมั่งคั่งร่ำรวยหรือไม่ในอนาคต แต่สามารถใช้หรือบริหารเงินเหล่านั้น โดยการลงทุนคือการวางเงินออมให้ถูกที่ตามที่แต่ละคนถนัดและสบายใจ ทำให้ทุกอย่างลงตัว เงินจะเติบโตและทำงานได้อย่างเต็มที่

การบริหารรายรับ-รายจ่ายที่มีในแต่ละเดือน

รายจ่ายควรเหมาะสมกับรายรับที่ได้ โดยจะต้องมีการจดบัญชีครัวเรือน หรือรายรับ-รายจ่ายเป็นประจำทุกเดือน และวางแผนค่าใช้จ่ายของแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า

การออมเงิน

จะต้องมีการออมอย่างสม่ำเสมอในแต่ละเดือน ควรจะหักจากรายรับส่วนหนึ่งก่อนคำนวณรายจ่ายเสมอ เพื่อจะได้มีเงินออมสำหรับอนาคต และสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ได้

มนุษย์เงินเดือนเห็นความสำคัญเรื่องการออมเงินสำหรับใช้จ่ายในวัยเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากแนวโน้มค่าครองชีพในอนาคตนับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงวันที่ต้องเกษียณจริง ค่าครองชีพก็จะสูงจนไม่สามารถใช้จ่ายเงินได้เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

การบริหารจัดการหนี้สิน

จะต้องมีการชำระอย่างตรงเวลาในทุกๆ เดือน จนกว่าจะครบตามจำนวน โดยการชำระหนี้สินจะเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งถ้ามีการจัดสรรรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเหมาะสม หนี้สินก็จะน้อยลงในทุกๆ เดือน

4 วิธีดังกล่าวเป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่ยากเกินจะทำ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วัยรุ่น เพื่อสร้างวินัยทางการเงินของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อในอนาคตมีเงินเดือนก็จะได้สามารถจัดระเบียบการเงินได้อย่างดี ซึ่งซิตี้แบงก์เองก็ได้สนับสนุนการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เด็กและวัยรุ่นผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมของมูลนิธิซิตี้มาตลอด และการร่วมมือกับสถาบันคีนันฯ ครั้งนี้มีอีกจุดประสงค์ คือเพื่อต่อยอดเสริมสร้างความรู้การบริหารการเงินให้แก่ทั้งเด็ก วัยทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบัน ให้สามารถเพิ่มพูนเงินออมและลดหนี้สินได้

โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน ได้ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 2 แล้ว และสมาชิกทุกครัวเรือนที่ได้ผ่านการอบรม ส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย หรือบัญชีครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่มีการกู้เงินเพิ่ม ลดปัญหาภาระหนี้สินต่างๆ ได้ มีการออมเงินสม่ำเสมอ มีเงินเก็บสำหรับอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในยุคดิจิทัล 4.0 ที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้ ได้มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการวางแผนทางการเงิน การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย และอื่นๆ มาคอยอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบทางการเงินแก่ทุกคนอีกด้วย

ของแต่งบ้านเย็บมือบำบัด สู่ช่องทางทำเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580184

  • วันที่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 12:00 น.

ของแต่งบ้านเย็บมือบำบัด สู่ช่องทางทำเงิน

เรื่อง วราภรณ์

หมอนรูปทรงน่ารักๆ อย่าง ตะบองเพชร ตุ๊กตาหญิงสาว ปลาดาว ภายใต้แบรนด์ My Handmade Mania ฝีมือสร้างสรรค์ของ ลิน-ลินดาสถาพร มาได้ 5 ปีแล้ว เธอออกจากงานประจำครูโรงเรียนอนุบาลโรงเรียนนานาชาติเพื่อมาดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ นอกจากได้สตางค์และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการช่วยบำบัดความเครียดได้ดีอีกด้วย

“เริ่มแรกที่ทำหมอนรูปทรงต่างๆ ลงเว็บไซต์ Blisby ขายของทำมือจากทั่วโลก ตั้งใจใช้ชื่อ Handmade Mania แต่มีคนใช้ชื่อนี้แล้ว จึงต้องเพิ่ม My เข้าไป จึงเกิดเป็นชื่อแบรนด์และจำหน่ายครั้งแรกตอนปี 2557 แต่วางขายในเว็บนั้นแล้ว พอลูกค้าเจอรูปติดต่อลินยากมาก ประกอบกับลินไม่เก่งด้านการตลาด และไม่มีช่องทางอื่น

แรงบันดาลใจทำงานฝีมือชิ้นนี้ออกมาเพราะพอต้องมาดูแลคุณแม่นานเป็นปี ช่วงเวลาที่ดูแลคุณแม่เสร็จแล้ว ลินก็ว่าง เลยเริ่มเย็บผ้าด้วยมือตั้งแต่ปี 2553 เริ่มเย็บเป็นตุ๊กตาปลา เห็นอะไรก็วาดออกมา แล้วก็เย็บ พอปี 2556 สามีป่วยอีก ลินต้องสู้หนักมากขึ้น ต้องดูแลแม่หนึ่ง สามีหนึ่ง ถึงจุดพีกสุด ลินอยากมีที่ที่เป็นของตัวเอง อยากมีโลกของตัวเอง อยากทำอะไรสักอย่าง แต่คุณแม่นอนไม่เป็นเวลา ลินต้องนอนดึกพร้อมแม่ แล้วจะทำอะไรดี ต้องหากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียด เพราะลินเริ่มซึมเศร้ามีอาการทางจิตเวชนิดๆ บางช่วงลินเอาแต่ร้องไห้ ก็คิดว่าจะร้องออกมาทำไม เอาแรงไปทำงานออกแบบดีกว่า จึงเป็นที่มาของแบรนด์ แปลว่านำความคลั่งไคล้มาทำงานมือ”

สินค้าแรกๆ ที่ลินสร้างสรรค์สู่ตลาด ล้วนน่ารักถูกใจตลาดที่มักซื้อไปเป็นของตกแต่งบ้านเก๋ๆ ทำให้บ้านมีอารมณ์อบอุ่นมากขึ้น เช่น ตุ๊กตาปลา ธงราวหรือบันติ้ง ขวดโหลมีรูปสัตว์อยู่บนขวดโหล แรงบันดาลใจออกแบบของตกแต่งบ้านเพราะพื้นฐาน ลินชอบแต่งบ้าน และอยากมีบ้านน่ารักๆ สไตล์มองแล้วไม่เหมือนใคร ซึ่งทุกอย่างสร้างสรรค์จากพรสวรรค์ล้วนๆ เพราะเธอไม่ได้เรียนศิลปะมาโดยตรง

“ลินเย็บผ้าได้ แต่เย็บเสื้อผ้าไม่ได้เพราะยากไป และงานเย็บผ้าเป็นงานอดิเรกที่ลินทำมาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าเราชอบการเย็บ ลินเย็บมาแล้วหลายอย่าง เช่น หมุดปักรูปสัตว์ไว้ปักกระดาน เย็บตุ๊กตาเช่นกบไปยืนอยู่บนฝาขวดโหล ก่อนทำสินค้าออกสู่ตลาด ลินศึกษาตลาดก่อนว่ายังไม่มีงานแบบนี้ เพื่องานเราจะได้ไม่เหมือนงานใคร พอขายใน Blisby ไม่เวิร์ก ลินจึงทำเพจในเฟซบุ๊กในชื่อเดียวกัน” แม้ระยะแรกจะเงียบ แต่ก็มีคนติดต่อสั่งเข้ามาเรื่อย ๆ จากเงินก้อนแรกหลักร้อย แต่มีบางช่วงที่พีกมีออร์เดอร์เข้ามาหลักหมื่นบาท สร้างความชุ่มชื่นให้จิตใจลินดาเป็นอย่างมาก

“อุปสรรคระยะแรกๆ ที่ทำคือ การหาอุปกรณ์ เช่น ผ้าที่จะนำมาเย็บตุ๊กตาเราจะออกไปซื้อไม่ได้เพราะต้องเฝ้าคุณแม่ มีบางช่วงทำธงราวซึ่งลินทำเป็นรายแรกๆ คนชอบก็สั่งเข้ามามาก ปัญหาตามมาคือลินเย็บและทำคนเดียว ไม่มีคนช่วย งานจึงทำได้เสร็จช้า ลูกค้าต้องรอนาน เรื่องอุปกรณ์แก้ปัญหาโดยเสิร์ชหาร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางออนไลน์ แล้วค่อยสั่ง บางครั้งลูกค้าสั่งออร์เดอร์เข้ามาเยอะได้นอนตอน 9 โมงเช้าก็มี เพราะลูกค้าสั่งแล้วนำไปขายที่ลาว มัลดีฟส์แต่เป็นแบรนด์ของเขา ลินปฏิเสธไปรายรายมาก ลูกค้ารอได้ลินจึงทำให้ลูกค้าบางรายสั่งแล้วรอนาน 6 เดือนก็มีเพราะสั่งเป็นปริมาณมาก ”

ลูกค้าของ My Handmade Mania มีทั้งคนไทยและต่างชาติที่เป็นแฟนคลับแบรนด์มานานพอมาเมืองไทยก็สั่งเพื่อนำกลับไปประเทศของเขาด้วย ส่วนใหญ่ชอบสั่งไปเป็นของขวัญ ได้แก่ ตุ๊กตา ปลาแขวนถือเป็นงานชิ้นแรกที่ขายดีมาก ต้นกระบองเพชร สัตว์น้ำมีปลาดาว ม้าน้ำพวงกุญแจ อีกหมวดเป็นโบฮีเมียนสไตล์ อีกหมวยเป็นตุ๊กตาผ้าตัดเย็บเป็นรูปตุ๊กตานางเงือก ตุ๊กตาผู้ชาย ผู้หญิง เย็บมือหมดทั้งหมด ฟีดแบ็กดีมากๆ โดยงานแต่ละชิ้นใช้เวลาตัดเย็บราว 1-2 วันทีเดียว จำหน่ายชิ้นละ 150-300 บาท ซึ่งไอเดียในการออกแบบต่างๆ ลินดาได้จากสถานการณ์รอบตัว เช่น ตุ๊กตาปลาได้แนวคิดตอนปี 2554 ที่น้ำท่วม หรือนำไอเดียมาจากการอ่านนิทานใครๆ ก็อยากเป็นเงือกน้อย

“ล่าสุดคุณมี่เจ้าของร้านเสื้อผ้าแลนด์มี่เพิ่งสั่งปอมๆ ตัดเย็บจากไหมพรมทำเป็นลูกกลมๆ นำไปตกแต่งร้านช่วงวันเกิดของเธอ แล้วถ่ายรูปส่งมาให้ลินดู มันดูน่ารัก เห็นแล้วรู้สึกภูมิใจ ทำแล้วเกิดความสุขเพราะไม่ต้องฝืนเลย เวลาเย็บผ้ารู้สึกว่าความเครียดหายไปเลย ลินเขียนแพตเทิร์นเอง ลงมือเย็บเองทุกชิ้น รู้สึกภูมิใจที่ลูกค้ารู้สึกชื่นชอบค่ะ”

หากผู้คนสนใจสามารถซื้อสินค้า My Handmade Mania สามาถเข้ามาดูความน่ารักของชิ้นงานได้ที่เฟซบุ๊ก My Handmade Mania หรือติดต่อผ่านโทร. 08-8683-4562 หรือไลน์ไอดี Handmade Mania

ปฏิมาพร ภูวจรูญกุล ของดีมีแล้วต้องใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580186

  • วันที่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 12:00 น.

ปฏิมาพร ภูวจรูญกุล ของดีมีแล้วต้องใช้

เรื่อง โยธิน อยู่จงดี ภาพ  อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

สิ่งของที่เราใช้ไม่ใช่เพียงแค่บอกตัวตน แต่บ่งบอกถึงฐานะและความพยายามเพื่อให้ได้มา แต่สิ่งที่บ่งบอกถึงความฉลาดคือการเลือกหยิบมาใช้งานอย่างคุ้มค่า มากกว่าเก็บครอบครองจนเสื่อมสลายไปเอง ปฏิมาพร ภูวจรูญกุล กรรมการบริษัท วอเตอร์ไพพ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตท่อน้ำดื่มและท่อร้อยสายไฟที่มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจสูงที่สุดบริษัทหนึ่งในภูมิภาค

ปฏิมาพรเผยถึงจุดเริ่มต้นของการสะสมกระเป๋าแอร์เมส กระเป๋าที่ผู้หญิงต้องการมากที่สุดในโลกว่า เริ่มมาจากการชอบกระเป๋าแบรนด์นี้เป็นทุนเดิม แต่ก่อนหน้านี้ก็มีใช้แบรนด์อื่นมาบ้าง อย่าง ชาแนล หลุยส์ วิตตอง

“เป็นไปตามวัย วัยรุ่นก็จะใช้กระเป๋าที่วัยรุ่นนิยมใช้ พอถึงจุดหนึ่งที่คิดว่าเราอยากจะได้กระเป๋าแอร์เมส ซึ่งเป็นกระเป๋าที่ผู้หญิงทุกคนในโลกอยากได้มากที่สุด ก็เริ่มตามหากระเป๋าแบรนด์นี้มาครอบครองเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว

เริ่มหาใบแรกที่ประเทศอังกฤษ ช่วงนั้นเดินทางไปที่อังกฤษบ่อย ก็เข้าไปหาซื้อที่ช็อปของแอร์เมส ซึ่งอย่างที่ใครๆ ก็รู้กันก็คือ ไม่ใช่กระเป๋าที่จะหาซื้อกันได้ง่ายๆ เดินเข้าไปในร้านแล้วถามหากระเป๋าก็ใช่ว่าเซลส์จะยอมขาย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเซลส์ขายหน้าร้าน ว่าเขามีวิธีการเลือกการดูลูกค้าอย่างไร บางคนก็ต้องเข้าไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจนเซลส์คุ้นหน้าถึงเสนอขายกระเป๋าให้ แต่บางคนแต่งตัวปกติเข้าไปถามก็ขายให้ก็มี ไม่มีอะไรที่แน่นอนสำหรับการซื้อกระเป๋าแอร์เมส

โดยเฉพาะกระเป๋าแอร์เมส รุ่นเบอร์คินเป็นกระเป๋าที่มีออร์เดอร์สั่งจองนานที่สุด กระเป๋าแต่ละใบจะทำจากแฮนด์เมดทั้งหมด โดยช่างฝีมือคนเดียว ซึ่งแต่ละใบจะใช้เวลาทำนาน ประกอบกับการตลาดที่ไม่ได้ให้ลูกค้าทุกคนที่มีสิทธิถือกระเป๋า นอกจากหายากแล้วยังได้มาครอบครองยากอีกด้วย บางครั้งมีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้

เราก็เริ่มจากซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อนจนพนักงานคุ้นหน้าคุ้นตา เห็นว่าเราแบรนด์รอยัลตี้มาพอก็ขายให้ ใบแรกที่ซื้อจะเป็นรุ่นแอร์เมส เบอร์คิน ไซส์ 25 นิ้ว สีดำ ใบขนาดกำลังดี ถือง่าย อีกใบเป็นรุ่นเดียวกันแต่เป็นสีครีม ก็เป็นกระเป๋าใบโปรดที่สุดใบหนึ่งใช้ออกงานบ่อย เพราะเป็นเบอร์คินใบแรกๆ ที่เราได้มาครอบครอง และทำให้การซื้อใบต่อๆ มาเป็นเรื่องง่าย

จากใบแรกผ่านมา 3 ปี เรามีแอร์เมสเพิ่มมาทั้งหมด 9 ใบ เพราะช่วงที่ผ่านมาเราเดินทางไปอังกฤษค่อนข้างบ่อยเลยมีโอกาสซื้อหลายครั้ง การเลือกจะเน้นไปที่แบบทรง สีที่ชอบเป็นหลัก และในหมู่กระเป๋าแอร์เมสทั้ง 9 ใบ ใบที่รักที่สุดน่าจะเป็น แอร์เมส เบอร์คิน ไซส์ 30 นิ้ว สีแคลร์ เป็นรุ่นที่ใช้หนังและสีแบบพิเศษที่หาซื้อได้ยาก

พอหมดซีซั่นไปแล้วก็จะไม่เอากลับมาขายอีก ทำให้ราคากระเป๋าสูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของแอร์เมสที่ทำให้แบรนด์นี้มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ก็จะมีพวกของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ของแอร์เมสมาประดับกระเป๋าของเราให้ดูสวยน่ารักน่าใช้

นอกจากกระเป๋าแอร์เมสแล้วก็ยังมีกระเป๋าของ หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton – Petite Boite Chapeau) เป็นใบโปรดอีกใบสำหรับออกงาน ถ้าเป็นแบรนด์ชาแนล จะเป็นรุ่นบอย กับ ชาแนล คลาสสิก”

เห็นมีหลายใบแบบนี้ ผู้บริหารสาวก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเก็บโชว์บนตู้ เธอบอกกับเราว่าการใช้งานจะไม่ใช่แนวซื้อมาเก็บเอาไว้ ทุกใบจะต้องหยิบเอามาใช้หมด ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับเราเอาเงินมาเสียเปล่ากับของที่ไม่ได้ใช้ ดังนั้นการเก็บกระเป๋าจะไม่ได้เก็บอยู่ในกล่องในห้องเก็บของ แต่จะวางบนชั้นวางกระเป๋าและเลือกหยิบมาใช้ตามความเหมาะสม

ก็มีบ้างที่อาจจะมีกระเป๋าที่อยู่ด้านในแล้วไม่ได้เอาออกมาใช้เลย แต่โดยปกติแล้วเราจะใช้ทุกใบที่มีตามโอกาสและความเหมาะสม แต่เวลานี้ก็ต้องยกให้แอร์เมสเท่านั้น โดยเทคนิคในการเลือกกระเป๋าใช้งานในแต่ละวันจะเน้นไปที่ธีมสี หากวันนี้เราเลือกใส่เสื้อผ้าสีอ่อนก็จะเลือกกระเป๋าสีเข้ม ถ้าเลือกเสื้อผ้าสีสดใสก็จะใช้กระเป๋าที่มีโทนสีอ่อนลงสักหน่อย เพื่อขับให้ทั้งกระเป๋าดูเด่นขึ้น

นอกจากกระเป๋าใบโปรดที่ใช้เป็นประจำแล้ว ของสะสมอีกอย่างที่โดนใจผู้บริหารสาวก็คือ นาฬิกาเรือนหรู อย่างโรเล็กซ์ และปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) ที่อยู่ในคอลเลกชั่นของสะสมของเธอ กล่าวกันว่า ปาเต็ก ฟิลิปป์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่สุดในหมู่นาฬิกาสวิส มีสโลแกนว่า “คุณไม่ได้เป็นเจ้าของปาเต็ก ฟิลิปป์ เพียงแค่เก็บไว้ชั่วคราวเพื่อคนรุ่นหลัง” ดังนั้นนาฬิกาแบรนด์นี้จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากของชนชั้นสูง

หากเปรียบเป็นรถก็คงไม่ต่างจากรถโรลส์-รอยซ์ หรือรถหรูระดับผู้นำประเทศใช้กัน มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นแบรนด์แรกๆ ที่คิดค้นระบบกลไกนาฬิกาข้อมือขนาดเล็กจนแพร่หลายในปัจจุบัน นาฬิกาทุกเรือนที่นำกลับมาประมูลล้วนมีมูลค่าเพิ่มมากกว่า 10 เท่าตัว

“นาฬิกาเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราชื่นชอบ โดยเฉพาะนาฬิกาหรู การเลือกซื้อนาฬิกาเรานอกจากความสวยงามแล้วเราต้องดูรุ่นเหมือนกัน คล้ายๆ กับการเลือกกระเป๋า อย่างนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ เราก็จะเลือกรุ่นที่ผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัด และดูรุ่นที่มีราคาสูงสักหน่อย ตั้งแต่หลักแสนไปถึงหลักล้านบาท เราก็เลือกรุ่นที่เห็นว่าซื้อมาราคาไม่ตก ซื้อมาใช้แล้วมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และยังสามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้อีกด้วย

ถามถึงเรื่องการใช้งาน แน่นอนว่าตามสไตล์ของเราซื้อมาแล้วต้องใช้ทุกเรือน เลือกตามสถานการณ์ เสื้อผ้า และกระเป๋าที่ใช้ต้องเข้าชุดกัน เรารู้สึกว่าถ้าซื้อมาแล้วเราไม่ได้ใช้ไม่คุ้ม ซื้อมาแล้วต้องใช้ หลายคนอาจจะเลือกเก็บไว้ในตู้เก็บนาฬิกา เราก็มีตู้เก็บแบบนั้นเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็ต้องหยิบเอามาใส่อยู่ดี

ให้เก็บดีแค่ไหนของไม่ได้ใช้จะเสื่อมสภาพเร็วกว่าของที่ใช้เป็นประจำ เหมือนกับกระเป๋า ดังนั้นการเก็บรักษาเครื่องใช้ที่ดีที่สุดไม่ใช่การเก็บใส่ตู้ แต่คือการหมุนเวียนออกมาใช้เพื่อรักษาสภาพของเหล่านี้ให้อยู่กับเราไปอีกนานๆ ลองคิดดูว่าของราคาแพงแบบนี้ แต่เราใช้งานไม่กี่ครั้งก็คงไม่คุ้มค่าที่จะซื้อ แม้ของสะสมที่มีอยู่จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่หากจะเทียบก็เหมือนกับรางวัลชีวิตที่เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มา และของบางชิ้นมีเงินก็ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ต้องใช้ความพยายามเช่นกัน เมื่อได้มาแล้วเราต้องใช้ให้คุ้มค่าให้สมกับเป็นรางวัลชีวิตของเรา”

ฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับมากันเถอะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580039

  • วันที่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 12:00 น.

ฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับมากันเถอะ

เรื่อง บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ช่วงนี้คนป่วยเป็นจำนวนมากจากสภาพอากาศที่ไม่ปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่แล้ว มองไปทางใดจึงได้พบได้เห็นผู้คนที่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันที่หนักหนาสาหัสแตกต่างกันไป โอ้ ไม่นะ ถ้าภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ระบบตรวจจับความผิดปกติของเซลล์ก็บกพร่องตามไปด้วย ส่งผลให้เซลล์ผิดปกติรอดมาได้และขยายจำนวนมากขึ้นไปเรื่อยๆ ภูมิคุ้มกันร่างกายต้องแข็งแรง เพื่อหน้าที่กำจัดเซลล์ผิดปกติออกไป เอาล่ะ ลองมาหาวิธีเพื่อฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับคืนมากันดีกว่า

1.อย่ากินของที่ไม่มีในธรรมชาติ

ของกินที่ผ่านกระบวนการผลิตต่างๆ เป็นตัวทำลายระบบภูมิคุ้มกัน โดยการใช้ชีวิตทุกวันนี้เต็มไปด้วยสิ่งผิดธรรมชาติ ที่คอยทำลายภูมิคุ้มกันให้ต่ำลง นอกเหนือจากอาหารผ่านกระบวนการผลิตต่างๆ แล้วยังมีน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลแปรรูปที่ขัดจนขาว น้ำตาลเหล่านี้แฝงอยู่ในกาแฟสำเร็จรูป เครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง น้ำอัดลม เบเกอรี่และขนมต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีสารสังเคราะห์อีกมากมาย ได้แก่ สารกันบูด สารเคมีในระบบเกษตรกรรม ที่ต้องระวังด้วย

2.อย่าปล่อยให้ (ท้อง) อิ่มอยู่ตลอดเวลา

เมื่อร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้น้อยลง ระบบต่างๆ ก็ถูกกระตุ้นให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น การกินให้ท้องอิ่มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงคงที่เป็นผลเสีย ไม่ต่างจากการกินแบบไม่บันยะบันยังตอนท้องว่าง ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

3.เคี้ยวของแข็งให้มากๆเวลารับประทานอาหาร

การเคี้ยวอาหารไม่ใช่กระบวนการบดอาหารให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้น หากสมองกำลังทำงานอีกหลายส่วนควบคู่ไปด้วย ได้แก่การส่งสัญญาณไปยังอวัยวะในระบบย่อยและดูดซึมอาหาร เช่น กระเพาะอาหาร และตับอ่อน ให้รู้ว่าอาหารกำลังมา ศูนย์ควบคุมความอิ่มในสมองจะเริ่มส่งสัญญาณ หากเราเคี้ยวน้อยหรือเร็วเกินไป สัญญาณนี้จะส่งออกมาช้า ทำให้เราไม่หยุดทั้งที่อิ่มแล้ว

อาหารที่โฆษณาว่านุ่มจนแทบละลายในปาก จึงไม่ส่งผลดีต่อร่างกายเลย หากเป็นไปได้เลือกรับประทานอาหารที่ค่อนข้างแข็ง หรือมีเนื้อหยาบ จะฟื้นฟูภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า เช่น ถั่ว ผักที่มีเส้นใยสูง เนื้อแดง และปลาตัวเล็กตัวน้อย

4.กินสาหร่ายเพื่อรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

อาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ในลำไส้ คือเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ พบมากในสาหร่ายต่างๆ หัวบุก วุ้นที่ทำจากสาหร่ายแดง เป็นต้น หากต้องการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ต้องบริโภคอาหารเหล่านี้ให้เพียงพอ ส่วนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยไม่ละลายน้ำเองก็จำเป็นไม่น้อยกว่ากัน เพราะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระซึ่งจำเป็นต่อการกำจัดของเสียในร่างกาย

5.จัดห้องนอนให้เหมาะกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ

การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมให้การนอนมีคุณภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจอย่างมาก การเตรียมห้องนอนเพื่อฟื้นฟูภูมิคุ้มกันนั้นอย่างไร ห้องนอนต้องสะอาด เครื่องนอนสะอาดและหอมละมุน ไร้เสียงรบกวน มีอากาศถ่ายเทบริสุทธิ์ (เอิ่ม)

การปรับปรุงห้องนอน เริ่มจากการสำรวจห้องนอนของตัวเองว่ามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงบ้าง จดบันทึกไว้และค่อยๆ ปรับไปทีละน้อย อาจเริ่มจากการทำความสะอาดก่อน ทำไปทีละน้อยแต่ต้องทำทุกวัน จนได้ห้องนอนที่เหมาะสมกับการนอนหลับที่สามารถ “บูสต์” พลังภูมิคุ้มกัน

6.การออกกำลังกายที่เหมาะสม

ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายให้ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ อาจเริ่มจากการยืดกล้ามเนื้อ ยืดแขนซ้ายออกมา พาดไปด้านขวา และพับแขนขวาดันตรงศอกซ้ายเอาไว้ ไม่ต้องออกแรงต้าน หายใจออกช้าๆ พร้อมกับดึงแขนขวาเข้าหาตัว สูดหายใจเข้าพร้อมกับปล่อยกลับที่เดิม ให้สังเกตว่าข้อต่อต้นแขนซ้ายถูกยืดออก ทำสลับข้างกัน

บางคนใช้โยคะเพื่อการออกกำลัง ก็ใช้ได้และดีมากๆ ทั้งนี้ การฝึกโยคะที่ดี พึงต้องมีท่าทางที่สอดคล้องกับลมหายใจ การหายใจเข้า-ออกให้ลึกพอจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกได้ ทำให้ร่างกายและจิตใจเข้าสู่ภาวะสงบ ซึ่งช่วยให้คุณภาพของภูมิคุ้มกันดีขึ้น n

ข้อมูล : สุดยอดวิธีกินดีไม่มีป่วย

สำนักพิมพ์ : อมรินทร์สุขภาพ

พัชรี แซ่พุ้น ทุกความสุขความสำเร็จ…สร้างได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580040

  • วันที่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 12:00 น.

พัชรี แซ่พุ้น ทุกความสุขความสำเร็จ...สร้างได้

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

ผู้บริหารการขายมากความสามารถ บุคลิกหลากหลาย หากในมิติที่ชัดเจนที่สุดคือความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เธอเป็นหญิงสง่างามที่ฉายชัดถึงความมั่นใจ พัชรี แซ่พุ้น ผู้บริหารการขายลูกค้าบุคคลธนกิจ สาขาหลังสวน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย วัย 37 ปี กับตำแหน่งสุดยอดนักขาย ผู้กวาดรางวัลท็อปเซลส์ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค

ทำความรู้จักกับพัชรีผ่านรางวัลของเธอไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสาวสวยคนเก่งคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ล่าสุดกับรางวัลใหญ่ 2 ปีซ้อน Principal International Asia Sales 2017 และ 2018 ที่กรุงไทเปและนครโฮจิมินห์ ตามลำดับ

ขณะที่ปี 2016 รับรางวัลยอดขายเบี้ยประกันภัย OL สูงสุดอันดับ 1 จากงาน Bancassurance Award 2016 จัดโดยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ Top Preferred Banking Team Head 2016 ถัดมาในปี 2017 ได้รับรางวัล Regional CEO’s Challenge จัดโดย CIMB Group ที่ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

เดินทางมาถึงจุดนี้ อะไรหนอที่ผลักดันหญิงแกร่ง…

พัชรี เล่าถึงตัวเองว่า เป็นชาวฝั่งธนบุรี เกิดเติบโตและเรียนหนังสือจากย่านเมืองเก่า ครอบครัวของเธอเป็น “ตึ่งหนั่งเกี้ย” หรือครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน พ่อซึ่งพัชรีผูกพันมากได้จากไปตั้งแต่พัชรียังเรียนหนังสือไม่จบ เธอเป็นลูกคนที่ 5 จากทั้งหมด 6 คน นิสัยหาเงินเก่งขายของเก่งมีมาตั้งแต่เด็ก ส่วนหนึ่งอาจซึมซับมาจากพ่อ เพราะตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อขยันทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว

หญิงสาวจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และจบปริญญาโท คณะการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนหนังสือไม่จบ หัวไวแต่สมาธิสั้น ขณะที่เรียนได้เป็นตัวแทนกลุ่มทำหน้าที่นำเสนอโครงงานต่างๆ เสมอ

“เรียนหนังสือแบบไม่ตั้งใจ แต่ทำได้ดี อาศัยว่าหัวไว ก็ขายไอเดีย ขายวิธีคิด ใช้ความเร็วเป็นกลยุทธ์ สนุกกับการเป็นตัวแทนกลุ่ม ทำคะแนนและสู้เพื่อกลุ่ม กระทั่งเรื่องกิจกรรมหรือกีฬา ก็เป็นทั้งประธานกีฬาสี และประธานนักเรียนในเวลาเดียวกัน”

การศึกษาสำหรับพัชรีแล้ว เธอมองว่า คือพื้นฐานสำหรับการไปต่อ เรื่องของอนาคตคิดไว้ตั้งแต่เด็กว่า ต้องการทำงานที่ท้าทาย ในวัยกำลังศึกษาก็เปิดหูเปิดตาไว้ คิดกับตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งรู้ชัดว่าอยากทำอะไรก็จะหาทางเรียนรู้เอา เพราะทุกอย่างเรียนรู้ใหม่ได้หมด เริ่มต้นใหม่ได้เสมอถ้าต้องการ

เส้นทางนักขายมือทองเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียน เพื่อนซึ่งไปขายบัตรเครดิตให้กับธนาคารแห่งหนึ่งได้ชักชวนเธอให้ลองไปขายสนุกๆ ด้วยกัน ทำอยู่ไม่ถึงหกเดือนดี พัชรีก็ทำยอดได้ตามเป้าและทะลุเป้าไปหลายขุม จนสถาบันการเงินต้นสังกัดออกปากขอให้รับตำแหน่งงานประจำ โดยขณะนั้นเพียงขายบัตรเครดิต 3 วัน/สัปดาห์ ก็ได้เงินเดือนกว่า 2.5 หมื่นบาทแล้ว ถือว่าสูงมากสำหรับนักศึกษาที่ยังเรียนปี 4 ไม่จบ

“ชอบงานขายมาก ดิฉันขายได้ทุกอย่าง จะพูดว่าขายทุกอย่างในโลกนี้ก็ได้ ท้าทายตัวเอง และสนุกกับการทำแบบนั้น”

บางครั้งใช้วิธีรับคำท้าของตัวเอง สิ่งใดอะไรขายง่ายจะไม่ทำ ขอทำและขอขายแต่ผลิตภัณฑ์ที่ทำยอดได้ยาก ยิ่งการขายทำได้ลำบากยากแค้นเพียงไหน พัชรีก็ยิ่งสนุกกับเป้าหมายและการไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น ถามว่าชอบอะไรในการขายนักหนาหรือ ตอบว่า “ฟีลลิ่ง” ชอบความรู้สึกของการเป็นนักขายนั่นเอง

วลี “มันเป็นไปไม่ได้หรอก” ถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการรับงานของพัชรี บางที “ลูกทีม” ไปคุยมาแล้ว-ไม่ได้ พัชรีตะครุบเดี๋ยวนั้น อะไรที่เป็นไปไม่ได้ นั่นละคือสิ่งที่เธอจะทำ เวลาได้ไปคุยกับลูกค้า “ยากๆ” จะรู้สึกรีแลกซ์หรือผ่อนคลายอย่างประหลาด แน่นอนที่เธอต้องวางแผนให้เหมาะสมกับลูกค้าและงัดใช้กลยุทธ์ที่ออกแบบมาอย่างพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละราย

ทุกดีลที่สำเร็จลงได้คือของหวาน เคล็ดลับความสำเร็จ คือการคิดแบบใหม่ๆ แก้ไขที่ตัวเอง และการไม่ยอมให้ตัวเองคิดแบบเดิมหรืออยู่ที่เดิมนานๆ ก่อนหน้านี้พัชรีเป็นนักขายระดับบริหารของสถาบันการเงินมีชื่อหลายแห่ง ตั้งแต่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ธนาคารยูโอบี

“ดิฉันชอบเอาชนะ ถ้าไม่ชนะจะคิดหาหนทาง วิธีนี้นำมาใช้และปลุกปลอบลูกทีมในทีมด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมทีมเราถึงแข็งแกร่ง รางวัลมากมายที่ได้รับ นำมาซึ่งความภูมิใจ หากความสุขความดีใจ ภาคภูมิใจที่สุดนั้น เกิดขึ้นอย่างเต็มที่แล้วตั้งแต่ตอนที่ขายได้”

นอกจากชัยชนะที่เป็นของชอบ พัชรีกล่าวถึงตัวเองว่า หากให้อธิบายก็เห็นจะเป็นความชอบในอิสระ เธอทำงานไม่ได้ หากเจ้านายไม่มีสิ่งนี้ให้ ความสุขในการทำงานคือการตอบโจทย์ความรักความเมตตาในชีวิต ทั้งจากหุ้นส่วนทีมงาน ลูกค้าผู้มีพระคุณ และที่สำคัญก็คือความเข้าอกเข้าใจจากผู้บังคับบัญชา

“เจ้านายของดิฉันคนหนึ่ง เคยกล่าวถึงดิฉันไว้ว่าเหมือนม้าพยศ เป็นม้าพยศตัวหนึ่ง เป็นม้าดี เป็นม้าเก่ง แต่ต้องรู้จักวิธีกุมบังเหียน ต้องรู้ธรรมชาติของม้าตัวนี้ คือต้องให้เรามีอิสระ ต้องให้พื้นที่ให้เราวิ่ง ต้องให้คนเก่งกับเรา และต้องพร้อมที่จะแก้ปัญหาให้เรา”

ความสามารถในการขายตีเป็นมูลค่าได้หรือไม่ พัชรีตอบว่า ความมีค่าของเรา คนจะเห็นเอง และไม่ได้เห็นจากมูลค่าราคาของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ขายได้เพียงอย่างเดียว แต่เห็นได้จากความซื่อสัตย์และความทะเยอทะยาน ความอยากไปต่อ ทุกวันนี้ความสุขความสำเร็จในชีวิตถือว่าสร้างได้ด้วยตัวเองหมด ทั้งเงินทองของมีค่า แต่ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกตัญญู

“ดิฉันเติบโตจากความกตัญญู เติบโตมาได้ทุกวันนี้จากลูกค้าและเจ้านายทุกคน นี่คือชีวิตและการทำงานของเราที่จะไม่ทำร้ายผู้มีพระคุณ”

ปัจจุบันใช้ชีวิตเดี่ยวๆ คนเดียว สาวสวยคนเก่งตอบว่า สนุกกับชีวิตโสดที่ยังไม่มีพันธะ ไม่ต้องแบกภาระหรือความรับผิดชอบใดๆ รู้สึกดีมากกับสถานะและความพร้อมของตัวเอง ที่พร้อมสำหรับทุกอย่างหรืออะไรก็ตามที่จะเข้ามา ชีวิตไม่มีอะไรต้องห่วง ไม่มีใครให้ต้องคิดถึง ปลดล็อกตัวเองจากพันธะความผูกพันใดใด

“โนลูก โนสามี ดิฉันไม่ได้แรง แต่มันคือความชัดเจน สักวันหนึ่งเคยคิดเหมือนกันว่าคงจะมีลูก อาจทำกิฟต์ ทำเด็กหลอดแก้ว ข้ามเรื่องแต่งงานไปมีลูกเลย”

เหนื่อย กดดันแต่มีความสุข นี่คือคำจำกัดความที่พัชรีให้กับตัวเอง สำหรับธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ดีใจที่ได้อยู่ที่นี่ ก็เพราะที่นี่ให้สิ่งที่เป็นธรรมชาติของเธอแก่เธอ ตั้งแต่ความรัก ความเข้าใจ ความเป็นตัวของตัวเอง ความสุขความเป็นอิสระ รวมทั้งแนวทางการทำงานที่เกื้อหนุนให้บุกจับขยายในทุกงานทุกผลิตภัณฑ์ในมือ

“ต้องขายต้องลุย สู้และบุกไปข้างหน้าพร้อมกับซีไอเอ็มบี ไทย พร้อมกับแบ็กอัพชั้นเลิศ ในชีวิตของเรา จะมีโอกาสอย่างนี้สักกี่ครั้ง อนาคตอยากผลักดันทีมให้พวกเขาเป็นเหมือนดิฉัน เป็นนักสู้พันธุ์เดียวกัน ที่ใช้ชีวิตเต็มที่ และเติมเต็มตัวเองด้วยเป้าหมายที่สูงสุด”

ซื้อรางวัลชีวิต ให้คุ้มค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/580038

  • วันที่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

ซื้อรางวัลชีวิต ให้คุ้มค่า

เรื่อง กั๊ตจัง ภาพ Pixabay

เราต่างมีเคล็ดลับการบริหารเงินเพื่อทำให้เกิดดอกออกผลงอกเงย แต่เราเคยรู้สึกไหมว่า ได้เงินมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัว เงินที่หามาได้คือการส่งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้านเพื่อคนที่เรารัก แต่พอจะซื้อของใช้ให้ตัวเองสักชิ้นกลับรู้สึกเสียดายเงิน

วันนี้เรามาดูวิธีการใช้เงินซื้อรางวัลชีวิตอย่างไร ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองสูงสุดกันบ้าง

ยึดมั่นในความต้องการ

หลายคนเมื่อถึงเวลากำเงินไปซื้อของก็รู้สึกเสียดายเงิน คิดว่าเงินสามารถเอาไปทำอะไรอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง ส่วนมากแล้วจะเกิดกับตอนซื้อของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋า รองเท้า สมาร์ทโฟน และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความบันเทิง บางครั้งก็เกิดขึ้นตอนเลือกซื้ออุปกรณ์ช่วยในการทำงานก็มี เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต เครื่องเขียน

สิ่งแรกที่จะทำให้คุณจ่ายเงินกับสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ลังเลก็คือ เห็นประโยชน์ในการใช้งานสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ แม้บางอย่างจะเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย แต่เราก็ต้องมองเห็นความจำเป็นเรื่องความสุขด้านจิตใจของเราเอง ความสุขเล็กๆ ที่จะช่วยทำให้เรามีแรงใจทำงานต่อ ของบางชิ้นคือรางวัลในการทำงานให้กับตัวเอง เหมือนที่ใครต่อใครมักจะตั้งเป้าว่าทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อบางสิ่งที่เป็นความฝัน

บางคนยอมทิ้งความฝันหลายอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข จนครอบครัวประสบความสำเร็จแล้วถึงย้อนกลับมาตามหาความฝันเดิมที่เคยมี คนเหล่านี้คือผู้ใหญ่ที่ตามหาของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่เคยได้แต่มองเมื่อวัยเด็กนั่นเอง ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่คุณคว้ามาได้ก็ไม่ควรพลาดโอกาสเพื่อให้เป้าหมายนั้นบรรลุผล แล้วมุ่งสู่เป้าหมายอื่นในชีวิตต่อไปไม่ต้องเดินย้อนกลับมาให้เสียเวลา

ซื้อทั้งทีต้องเลือกให้ดี

เวลาใช้เงินซื้อของที่เราอยากจะได้ เรามักจะพบว่าเมื่อไปถึงหน้าร้านของที่อยากจะได้ก็มีหลายเกรด หลายออปชั่นให้เลือก บางครั้งเราก็ไม่ได้ศึกษามาก่อนว่าเราอยากจะได้แบบไหน หรือปัจจุบันมีการพัฒนาอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง หลักการคิดที่ง่ายที่สุดก็คือ ของแพงย่อมดีกว่าของถูก เราควรเลือกซื้อของที่ดีที่สุดในระดับงบประมาณที่จ่ายได้ โดยไม่เดือดร้อนสภาพคล่องทางการเงินของเราเอง

สมมติว่าคุณต้องการปากกาหมึกซึมสักด้าม แล้วพบว่ามีรุ่นราคา 200 บาท และ 800 บาท ทั้งสองด้ามใช้เขียนได้เหมือนกัน ความลื่นไหลในการเขียนต่างกันเล็กน้อยแทบไม่รู้สึก แต่ความทนทานของหัวด้ามราคา 200 บาทใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี แต่ปากการาคา 800 บาทใช้ได้มากกว่า 5 ปี ปากการาคาแพงจึงคุ้มค่ากว่าทั้งในแง่การใช้งานและภาพลักษณ์ของผู้ใช้

ในกรณีของที่เราอยากได้นั้นมีหลายราคาตามระดับออปชั่นเสริม ให้เลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่เราต้องการใช้เป็นหลัก หรือคิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเราเอง เพราะฟังก์ชั่นที่ต้องจ่ายเพิ่มแล้วเราไม่ได้ใช้ก็เหมือนกับเราเสียเงินทิ้งไปเปล่าๆ

กำหนดเวลาที่แน่นอนในการซื้อ

รางวัลชีวิตไม่ใช่สิ่งที่จะหาซื้อกันบ่อยๆ แต่ต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสมและมีเป้าหมายเป็นอย่างๆ ไป โดยเฉลี่ยสำหรับคนที่ใช้เงินเพื่อซื้อรางวัลให้ชีวิตมักจะอยู่ที่ 3 ปีครั้ง ส่วนมากเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง เป็นของที่มีมูลค่าสูง

สำหรับคนที่ชอบให้รางวัลชีวิตกับตัวเองทุกปีมักเป็นของที่มีมูลค่าไม่สูงมากนัก เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม แกดเจ็ต และเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ทุกปี

แนะนำว่า การกำหนดเวลาในการเก็บเงินซื้อของต่างๆ ช้าเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการหารายได้เสริมเพิ่มเข้ามาซึ่งจะทำให้คุณได้รางวัลชีวิตอย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบกับเงินเก็บหรือเงินลงทุนอื่นๆ

รางวัลชีวิตที่ครอบครัวชื่นชม

สุดท้ายแนวทางการซื้อรางวัลชีวิตที่คุณทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิต ไม่มีรางวัลอะไรที่คุ้มค่าไปกว่ารางวัลทุกคนในครอบครัวได้ชื่นชมและใช้ร่วมกัน เช่น รถคันในฝัน แพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ เครื่องใช้ที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ สิ่งของเพิ่มมูลค่าในตัวเองได้ เช่น นาฬิกาลิมิเต็ด เอดิชั่น เครื่องเพชร เครื่องทอง ของเหล่านี้นอกจากมีมูลค่าเพิ่มแล้วยังสามารถส่งต่อให้กับคนที่คุณรักได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายรางวัลชีวิตที่คุณอยากได้เพื่อเติมความฝัน คุณควรวางแผนการใช้เงินโดยไม่กระทบต่อเป้าหมายทางการเงินอื่น เช่น ค่าซ่อมบ้าน ซ่อมรถ เงินประกัน ค่าผ่อนต่างๆ มิฉะนั้นความสุขที่ได้มาจะเป็นความสุขที่พ่วงความทุกข์ตามมาภายหลัง

โยคะท่าบิด(ตัว) ไม่ซับซ้อนแต่ประโยชน์เยอะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/579936

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

โยคะท่าบิด(ตัว) ไม่ซับซ้อนแต่ประโยชน์เยอะ

เรื่อง พุสดี

มือใหม่หัดฝึกโยคะส่วนใหญ่ มักใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะสามารถทำท่ายาก โชว์ความยืดหยุ่นของร่างกายไว้อวดเพื่อนในโซเชียล แต่หลังจากได้เข้ามาในโลกของโยคะจริงๆ แล้ว จะพบว่าคุณค่าและคุณประโยชน์ของโยคะไม่ได้อยู่ที่ความยากของท่า เพราะต่อให้ท่าพื้นฐานธรรมดาก็มีประโยชน์มากมายซ่อนอยู่ ยกตัวอย่าง ท่านั่งบิดตัว (Seated Twist) เป็นอีกท่าโยคะง่ายๆ ที่จัดว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเกินคาด แถมไม่จำเป็นต้องมีทักษะขั้นเทพก็สามารถฝึกได้

ประโยชน์ของท่านั่งบิดตัวคือ นอกจากจะช่วยยืดหยุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ดีแล้ว ยังช่วยกระตุ้นระบบอวัยวะภายในร่างกาย ระบบย่อยอาหาร ช่วยนวดลำไส้ ที่สำคัญยังช่วยให้นอนหลับสบาย เหมาะสำหรับคนที่นอนหลับยากและคนที่เป็นโรคหอบหืด แถมยังช่วยทำให้กระดูกสันหลังแข็งแรง คลายความเครียด

วิธีการฝึกโยคะท่านั่งบิดตัว เริ่มด้วยการนั่งบนพื้นโดยชันเข่าหยียดขาออกไปด้านหน้า มือวางไว้แนบลำตัวทั้งซ้ายขวา ยืดอกและหลังให้ตรง จากนั้นนำเท้าซ้ายสอดเข้าไปอยู่ใต้ขาขวา โดยให้ส้นเท้าซ้ายอยู่ใกล้กับสะโพกด้านขวาให้มากที่สุดและเท้าซ้ายต้องแนบติดพื้น ส่วนขาขวาให้ยกเท้าขวาวางข้ามเข่าซ้าย โดยให้เท้าขวาวางแนบพื้นใกล้กับสะโพกด้านซ้าย หายใจเข้าลึกๆ

จากนั้นพอหายใจออกให้บิดลำตัวไปทางด้านขวา ให้มือซ้ายยกไปวางราบพื้นอยู่ใกล้กับสะโพกทางด้านขวา บิดลำตัวค้างไว้ 30-60 วินาที แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายยกเท้าขวาออก เพื่อสลับทำอีกข้างหนึ่ง พยายามเปิดแผ่นอก ยืดหัวไหล่และหลังให้ตรง เพื่อบิดหน้าท้องได้เต็มที่

ทั้งนี้ เมื่ออยู่ในท่านั่งบิดตัวจะมีแรงกดที่อวัยวะภายในช่องท้อง ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะภายในช่องท้องได้ชั่วขณะ กระทั่งเมื่อคลายตัวออกจากท่าจะส่งผลให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะภายในช่องท้องได้ดี ทำให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น และยังเป็นการขจัดของเสียออกจากเซลล์ในร่างกาย

ผลพลอยได้ถัดมาจากการฝึกท่านี้คือ ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง เพราะโดยปกติกล้ามเนื้อรอบๆ กระดูกสันหลัง สามารถเกิดอาการตึงได้ตลอดเวลา ส่งผลให้กระดูกสันหลังเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ การฝึกโยคะท่านั่งบิดตัวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อรอบๆ กระดูกสันหลัง ทำให้เคลื่อนไหวได้ดี พร้อมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลัง ส่งผลให้อาการปวดหลังค่อยๆ หายไป

นอกจากนี้ หากทำท่านั่งบิดตัวช้าๆ ควบคู่ไปกับการหายใจเข้า-ออกลึกยาว จะยิ่งช่วยผ่อนคลายได้ดียิ่งขึ้น เพราะการฝึกท่านั่งบิดตัวโดยพยายามเปิดแผ่นอก หัวไหล่ และหลัง จะช่วยลดอาการวิตกกังวล ความเครียดได้

การฝึกโยคะท่านั่งบิดตัวสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการการผ่อนคลาย หรือมีเวลาว่างหลังจากเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกคอและกระดูกหลัง

ฝันเป็นเจ้าของธุรกิจยุคออนไลน์ ไม่ยาก…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/579934

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

ฝันเป็นเจ้าของธุรกิจยุคออนไลน์ ไม่ยาก...

เรื่อง ปอย

ใครกำลังเตรียมตัวบอกลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน หนทางเดิมเริ่มตีบตัน ต้องมองหาจุดเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือลองสัมผัสวิถีชีวิตฟรีแลนซ์ดูสักครั้ง ไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถอีกต่อไป ทุกวันนี้ ใครฝันจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ได้กลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าในยุคไหนๆ มีทั้งแรงสนับสนุน ทั้งโอกาสที่เอื้ออยู่รอบทิศทาง

นับตั้งแต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐอีกมากมาย เข้ามาเติมพลังให้ธุรกิจเอสเอ็มอี แกร่งกล้าสามารถ ลุกมาท้าชนกับแบรนด์ใหญ่ได้แบบไม่ต้องกลัวใครหน้าไหน

ถ้ามองจากอีกด้าน เอสเอ็มอีในยุคนี้ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือให้เลือกใช้มากมายเหลือเกิน จนหลายคนอาจจะสับสนว่าทางเลือกไหนคือคำตอบเข้าเป้าที่สุด?!! การเริ่มปีใหม่นี้ มีทิปส์เด็ดๆ จากไมโครซอฟท์และพันธมิตรมาช่วยชี้ทางให้การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ออกตัวและเดินหน้าได้ปังกว่าใครในปีหมูทอง พุ่งไปข้างหน้าในปี 2019

ออกตัวดี ดีดตัวแรง

Tool (ต้อง) เด็ด

โปรแกรมสำเร็จใช้ในการจัดเครื่องมือต่างๆ หรือ Tool ต้องมีไว้ให้เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น การมีของดีเป็นพื้นฐาน ควรเริ่มจากของใช้ทำงานอย่างคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หรือของพนักงานที่ยุคนี้มีทางเลือกหลากหลาย จากแล็ปท็อปดูธรรมดาแต่บางเบาพกสบาย ไปจนถึงเครื่องทูอินวันที่แปลงร่างเป็นแท็บเล็ตได้ตามใจชอบ ไปจนถึงการเลือกใช้ซอฟต์แวร์แท้ ก็จะช่วยให้หมดกังวลด้วยความปลอดภัยจากไวรัสสารพัดชนิด แถมยังได้ลูกเล่นใหม่ๆ มาใช้เรื่อยๆ อีกต่างหาก

ของดีครบแล้ว ก็ต้องมีวิธีใช้ให้ได้ดีด้วย แต่อย่ากังวลใจมากหรือรีบเร่งไปเรียนต่อกัน มีวิธีเรียนรู้ความสามารถใหม่ๆ ได้เพียบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แค่เลือกหนังสือดีๆ ศึกษาง่ายๆ สัก 1 เล่ม จาก Ookbee ลองเลือกหามาอ่านในวันว่าง หรือเลือกเข้าคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับคนทำงาน SkillLane ที่คิดขึ้นมาโดยฝีมือคนไทย หรือโกอินเตอร์ เลือกลองคอร์สของ LinkedIn Learning ก็ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าทั้งนั้น

ทำงานคล่อง แชร์ไฟล์ง่าย

ประชุมลื่น

เรื่องโปรแกรมทำงาน คงไม่พ้นต้องนึกถึงบัดดี้รู้ใจของคนทำงาน ผ่านร้อนหนาวกันมาหลายยุคหลายสมัยก็คือ Word-Excel-PowerPoint และโปรแกรม Office วันนี้ไปไกลกว่าเดิมจากที่ขายกล่องราคาเป็นหลักหมื่นบาท ตอนนี้จ่ายแค่เดือนละไม่ถึงหลักร้อยบาท ก็ได้ใช้ของแท้สบายๆ กับ Office 365 มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1TB ใหญ่จนลืมคำว่าเต็ม แถมจัดประชุมทีมได้ง่ายสุดกับตัวเลือกทั้ง Skype และ Microsoft Teams

ย้อนยุคเรียกโปรแกรมแล้วพิมพ์งานก็ว่าสะดวกสุดๆ แล้ว แต่ Office ยุคนี้ สบายกว่ากับการมีฟังก์ชั่น AI ในตัวที่ช่วยให้ทำงานง่ายเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว เรียกว่าเป็น “Everyday AI” ให้เรียกใช้กันได้ทุกวัน (และทั้งวัน) เลยทีเดียว

เซย์โนกับกระดาษ

ไปผงาดบนคลาวด์

หมดยุคไปแล้ว!! การนั่งหัวปั่นคำนวณเงินเดือนจนแทบไม่ทันจ่าย จะเช็กวันมาสาย หรือดูวันลาพนักงานก็ลำบากค้นเอกสารแทบตาย หรือสำหรับสายฟรีแลนซ์กว่าจะมานั่งทำใบเสนอราคา ไล่รับเช็ค ออกใบเสร็จ เสียเวล่ำเวลาหมดไปแล้วไม่รู้กี่วัน

ถึงเวลาตัดปัญหาพวกนี้ให้หมดไปด้วยสองบริการคลาวด์ ชีวิตง่ายขึ้นทันใด ทั้ง HRTable โปรแกรมบริหารงานบุคคลบนคลาวด์ที่คล่องตัวกว่า หมดความวุ่นวายกับกองเอกสารล้นตู้ กระดาษทะลุแฟ้ม ใช้งานได้ทั้งฝั่ง HR และพนักงาน แถมยังตอบทุกโจทย์ตั้งแต่การคำนวณเงินเดือน และออกสลิปแบบอัตโนมัติ เช็กวันลามาสายได้ง่ายๆ หรือจะล้ำขนาดใช้พิกัด GPS ระบุเวลาเข้า-ออกงานก็ยังได้

ส่วน EazyBiz ตอบโจทย์ทั้งเอสเอ็มอีและฟรีแลนซ์ด้วยฟังก์ชั่นการออกเอกสารสารพัดได้ง่ายๆ ตั้งแต่ใบเสนอราคายาวไปจนถึงใบส่งของ และใบเสร็จ ทั้งหมดนี้อาจจะฟังดูอลังการ แต่ขอบอกเลยว่าไม่แพงอย่างที่คิดกับราคาเริ่มต้นต่อเดือนในหลักร้อยบาท ซื้อกาแฟสองแก้วยังแพงกว่า!

ระบบขึ้นคลาวด์ทั้งทีก็ต้องยกหน้าร้านขึ้นตามไปด้วยแบบง่ายๆ สบายๆ กับบริการอี-คอมเมิร์ซแบบครบวงจร BentoWeb ที่มีครบทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน รองรับลูกค้าได้ทั้งทางหน้าจอมือถือ พีซี หรือผ่านเพจเฟซบุ๊ก

สองเรื่องใหญ่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ถ้าพาดหัวมาเป็น Big Data กับ AI อาจจะทำให้เจ้าของกิจการบางคนเมินหนีไปแล้ว เพราะเข้าใจว่าต้องลงทุนมหาศาล แต่สำหรับธุรกิจ SME ยุคใหม่สามารถนำสองเทคโนโลยีสำคัญนี้มาใช้งานได้แบบไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ แถมยังไม่ต้องไปลงทุนจ้างโปรแกรมเมอร์ตัวเป็นๆ ด้วยซ้ำ

ธุรกิจขายของออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียพลาดไม่ได้กับระบบ Social Listening ฝีมือคนไทย InsightEra ที่จะช่วยเจาะลึกข้อมูลปริมาณมหาศาล เพื่อค้นหาทิศทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป๊ะกว่า แถมยังไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าล้นหลามจนตอบไม่ทัน ขอแค่ยืมมือ AI อย่างเจ้าแชตบอต CUBIKA จาก Digital Dialogue ที่ออกแบบมาให้ช่วยตอบคำถามของลูกค้าแบบอัตโนมัติอย่างรวดเร็วทันใจ และยังสร้างเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

การต่อยอดธุรกิจให้ล้ำไปอีกขั้นก็สามารถดึง AI มาช่วยเล็งเป้าหมายค้นหาลูกค้าใหม่ ยกระดับการบริการลูกค้าด้วย Dynamics 365 โซลูชั่นคลาวด์นี้ตอบทุกโจทย์ของทุกๆ ธุรกิจ จัดการได้ทั้งระบบการเงิน ซัพพลายเชน บริการลูกค้า งานขาย และระบบงานวันต่อวันให้ลื่นไหลได้

ขายเก่งไม่พอ

ต้องทั้งซื้อเก่ง-ส่งเก่งด้วย

ยุคที่เอสเอ็มอีสมัยนี้มีคู่แข่งรอบตัว ถ้าอยากประสบความสำเร็จให้เหนือกว่าใคร ก็ต้องทำตัวให้เก่งรอบด้านด้วย นอกจากการสร้างยอดขายแล้ว การจัดซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ และการหาช่องทางขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เอสเอ็มอีรายใดสนใจขยายเครือข่าย ไม่ว่าเพื่อซื้อหรือขาย สามารถเข้าร่วมแพลตฟอร์ม T-GoodTech ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเปิดโอกาสในการจับคู่กับธุรกิจทั้งไทยและเทศ ต่อยอดกิจการได้แบบพุ่งพรวดแน่นอน

ซื้อได้ ขายได้ ต่อไปต้องส่งได้ ถ้าไปรษณีย์ปกติยังเร็วไม่ทันใจลูกค้า คงต้องหันไปหาทางเลือกใหม่ๆ อย่าง GrabExpress หรือ Skootar ที่พร้อมตอบโจทย์ตั้งแต่ส่งข้าวยันวิ่งเอกสารได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า

กรณ์กวิน ปันมะ-กนิษฐการจ์ ณ เชียงใหม่ ถังขยะอัจฉริยะไอโอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/579932

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

กรณ์กวิน ปันมะ-กนิษฐการจ์ ณ เชียงใหม่ ถังขยะอัจฉริยะไอโอที

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว

ผ่านไปแล้วงานเมกเกอร์ แฟร์ แบงค็อก 2019 (Maker Faire Bangkok 2019) มหกรรมการรวมตัวของเหล่าเมกเกอร์และงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานพันธมิตรและกลุ่มเมกเกอร์ในประเทศไทย ร่วมกันจัดขึ้น ณ ลานหน้าศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา

หนึ่งในไฮไลต์ของงานนี้คือการประกาศผลการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของเมกเกอร์เยาวชนสายสามัญและอาชีวะในโครงการ Young Makers Contest ปีที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว” ซึ่งมีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวม 399 ผลงาน คัดเหลือ 60 ทีม แบ่งเป็นสายสามัญ 30 ทีม สายอาชีวะ 30 ทีม ก่อนจะคัคเหลือ 20 ทีม (สายละ 10 ทีม) เพื่อประกาศผลในงานเมกเกอร์ แฟร์ แบงค็อก 2019

ทีมชนะเลิศสายอาชีวะ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี กับผลงาน คลีน ออยสเตอร์ (Clean Oyster) เครื่องล้างหอยนางรม เพื่อลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย โดยใช้วิธีธรรมชาติของหอยนางรมเอง ใช้น้ำทะเลสะอาดมาทำความสะอาด รวมถึงดึงเมือกของเสียและแบคทีเรียด้วยเครื่องโปรตีนสกิมเมอร์ น้ำที่ใช้แล้วยังนำกลับมาใช้ได้อีก ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์และมีการนำไปใช้จริงแล้วในสถานประกอบการ ส่วนทีมชนะเลิศสายสามัญ ได้แก่ ผลงานหุ่นยนต์ขจัดคราบสกปรกบนผิวน้ำ โรงเรียนสตรีพัทลุง จ.พัทลุง

ทว่า มีผลงานหนึ่งแม้จะไม่ได้รับรางวัลระดับรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบถูกใจของผู้คนที่มางาน Maker Faire Bangkok 2019 ตลอดทั้งสองวัน รวมถึงเจ้าของผลงานทีมอื่นๆ ที่โหวตเลือกด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ให้ได้รับรางวัลป๊อปปูลาร์โหวต (Popular Vote) พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาท นั่นก็คือ ถังขยะไอโอที(Internet of Thing) ผลงานของ ด.ช.กรณ์กวิน ปันมะ และ ด.ช.กนิษฐการจ์ ณ เชียงใหม่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่

ความอัจฉริยะของถังขยะไอโอที ที่ทุกคนรู้แล้วต้องทึ่งในไอเดียและความสามารถของกรณ์กวินและกนิษฐการจ์ คือ สามารถป้องกันไม่ให้สัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค โดยเฉพาะหนู แมลงสาบ หรือแมลงวัน ที่มักจะเข้ามาหาอาหารในถังขยะ หรือไต่ตอมขยะสร้างความรำคาญให้คนเวลาเดินผ่านถังขยะ หรือไต่ตอมขยะ แล้วไปไต่ตอมอาหารเมื่อคนกินอาหารเข้าไปก็ทำให้เกิดโรค เท่ากับมันช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

ประการสำคัญ ถังขยะไอโอทีซึ่งใช้เทคโนโลยี Internet of Thing เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของผู้มีหน้าที่เก็บขยะ จะทำการแจ้งเตือนให้กับบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการเก็บขยะทราบถึงสถานะของขยะในถัง เช่น บอกให้รู้ว่าตอนนี้ขยะเต็มถังได้เวลาต้องไปเก็บแล้ว เป็นต้น นั่นเท่ากับช่วยลดปริมาณของขยะสะสมในถัง และป้องกันสัตว์พาหะนำเชื้อโรคอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันของรถเก็บขยะ เพราะในปัจจุบันรถเก็บขยะต้องทำการเก็บขยะทุกวัน ซึ่งขยะเต็มถังหรือไม่เต็มถังก็เก็บหมด ดังนั้นหากทราบว่าขยะยังไม่เต็มถัง ก็ยังไม่ต้องนำรถมาทำการเก็บขยะ

“ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับถังขยะที่ทุกคนเห็นคือ เวลาที่มีขยะอยู่ในถัง จะมากหรือน้อย จะเต็มถังหรือไม่เต็มถังก็ตาม ถ้าถังขยะใบนั้นไม่มีฝาปิดอย่างมิดชิด หรือรอบๆ บริเวณที่ตั้งของถังขยะสกปรก พวกหนูก็มักจะเข้าไปหาอาหารในถัง วิ่งพล่าน แถมส่งเสียงร้องน่ารำคาญ ส่วนแมลงวันก็ตอมขยะเป็นขยะแขยง

อีกเรื่องที่สำคัญ เวลาถังขยะเต็มแล้วไม่มีคนเอาไปทิ้ง บางครั้งคนที่ดูแลในการจัดเก็บขยะก็ไม่รู้ว่าถังขยะเต็ม บางคนแม้รู้ทั้งรู้ว่าถังขยะเต็มแล้ว ก็ยังเอาขยะไปทิ้งอีกจนขยะล้นออกมานอกถัง และกว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลในการเก็บขยะจะมาเก็บขยะก็เกลื่อนพื้น เป็นภาพที่เห็นแล้วไม่น่าดู ยิ่งถ้าสถานที่นั้นเป็นโรงเรียน หรือหน่วยงานราชการ ก็ยิ่งไม่งามตาน่าดู” กรณ์กวิน และกนิษฐการจ์ สองเมกเกอร์รุ่นเยาว์เล่าถึงปัญหาที่เกิดกับถังขยะ

สำหรับหลักการทำงานของถังขยะไอโอทีนั้นจะเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือ ส่วนที่เป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้า (Power Supply) ที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งอยู่บนฝาถังขยะ โดยจะใช้แรงดันประมาณ 5 โวลต์ในการชาร์จประจุเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขนาด 3.7 โวลต์ ส่วนที่ 2 เป็นวงจรไล่สัตว์พาหะนำโรค โดยใช้วงจรสัญญาณคลื่นเสียงอัลตราโซนิกที่ความถี่ประมาณ 20 กิโลเฮิรตซ์ ในการทำให้สัตว์พาหะรำคาญหนีไปจากถังขยะ

ส่วนที่ 3 เป็นการประยุกต์การใช้งานอุปกรณ์ Mira Controller มาใช้ออกแบบการทำงาน โดยแบบแรกได้ทำการออกแบบสร้างจากชุดไมโครคอนโทรลเลอร์ NodeMCU ที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณไว-ไฟ (Wi-Fi) โดยมีเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจเช็กระยะของขยะในถังขยะ เมื่อขยะเต็มถึง NodeMCU จะส่งสัญญาณแจ้งไปยังแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) ผ่านทาง Line notify ทำการแจ้งไปยังกลุ่มไลน์ที่ได้ทำการตั้งการแจ้งเตือนไว้ ซึ่งปัญหาที่พบของการใช้งาน คือ ต้องตั้งถังขยะในบริเวณที่มีสัญญาณไว-ไฟ และต้องตั้งค่าการล็อกอินไว-ไฟเฉพาะถังนั้นๆ หากย้ายที่ไปใช้งานกับแหล่งจ่ายไว-ไฟอื่นก็จะใช้งานไม่ได้

“พวกผมจึงได้พัฒนามาเป็นแบบที่ 2 คือ ทำการแก้ปัญหาในการล็อกอินไว-ไฟ มาเป็นการใช้การรับส่งสัญญาณวิทยุผ่านทาง LoRaWAN โดยทำการใช้ Lora SX 1278 ทำการติดตั้งไว้ที่ถังขยะแล้วส่งสัญญาณมายังชุดควบคุมที่ใช้ไว-ไฟส่งสัญญาณ แจ้งไปยังแอพพลิเคชั่นไลน์โดยผ่านทาง Line notify ทำการแจ้งไปยังกลุ่มไลน์ที่ได้ทำการตั้งการแจ้งเตือนไว้” กรณ์กวินและกนิษฐการจ์ พูดถึงการทำงานของถังขยะไอโอที

ที่มาและแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน กรณ์กวินและกนิษฐการจ์เล่าว่า ไอเดียเกิดขึ้นในห้องเรียน โดยครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ได้ให้นักเรียนคิดหาปัญหาที่ตัวเองประสบพบเจอในชีวิตประจำวัน แล้วหาวิธีแก้ไข ปัญหาหนึ่งที่พวกเขาเห็นพ้องกัน คือ เวลาออกนอกบ้านมักจะเห็นถังขยะเต็มจนล้น แต่ไม่มีคนมาเก็บถังไป แล้วขยะก็หล่นเกลื่อนพื้น

“ผมสองคนเห็นปัญหานี้ ประกอบกับที่โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนใหญ่ มีนักเรียนประมาณ 6,000 คน ปัญหาเกี่ยวกับถังขยะในโรงเรียน บางครั้งก็อาจเกิดขึ้นบ้าง ที่ขยะเต็มถังแล้วคนที่มีหน้าที่เก็บยังไม่เอาขยะไปทิ้ง เพราะบางทีเขาก็ไม่รู้ว่าขยะเต็มถังเมื่อไรนั่นเอง นี่คือจุดประสงค์ของการทำถังขยะไอโอที

สำหรับการนำไปใช้ควรไปใช้ในสถานที่วงแคบก่อน เช่น โรงเรียนแล้วขยายไปในชุมชน หมู่บ้านจัดสรร และเมื่อระบบฟรีไว-ไฟของประเทศพร้อม จึงค่อยนำไปใช้ในสถานที่สาธารณะต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำให้การแบ่งแยกชนิดขยะตามสีของถังบรรลุผล โดยไม่ต้องเทขยะมารวมในรถเก็บขยะคันเดียวกันแบบในปัจจุบัน

ความสำเร็จครั้งนี้พวกผมขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการโรงเรียน และโดยเฉพาะอาจารย์รัฐเขต นิลรัตนบรรพต อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้ให้คำแนะนำและสนับสนุนให้พวกเราส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการ Young Makers Contest ปีที่ 3 พร้อมทั้งพามาร่วมงานที่กรุงเทพฯ อีกด้วย” สองเมกเกอร์รุ่นเยาว์กล่าวทิ้งท้าย