Ideas on how you can keep your kids busy under lockdown #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40003283

Ideas on how you can keep your kids busy under lockdown


Covid-related restrictions may be hampering people’s movement, but they shouldn’t block imagination, a Chulalongkorn University lecturer said.

Asst Prof Dr Soontharee Taweetanalarp from Chula’s Faculty of Allied Health Sciences said that though children may be stuck at home with their parents, they can do so much to ensure the youngsters continue developing and growing.

Here are some suggestions on how parents can keep their children up to the age of four engaged:

“Ja-Aey” (Peekaboo) for children under one

Dr Soontharee recommends choosing toys that have interesting shapes, sounds or movements and those that can promote hand-eye coordination. If it is a book, it should be a cardboard picture book that opens easily to help develop fine motor skills. Even without toys, parents can play easy games like Peekaboo.

For children aged nine to 10 months, who have already started standing, parents can use a chair or a stroller as support to help them walk.

Moving along with one to two-year-old toddlers

Dr Soontharee recommends parents encourage their toddlers to exercise to build their muscles and physical strength. They should also help them boost their fine motor skills by getting them to draw or write with their dominant hand, shape playdough or hold a spoon. These activities will help enhance their hand-and-eye coordination, brain function and motor skills.

Playing and activities with family members are essential for toddlers at this age to develop their communication skills. Apart from reading aloud from picture storybooks, singing to rhythmic gestures also contributes to their development.

When children ask questions, parents should seize the opportunity to heighten their curiosity by answering their questions in a fun, engaging storytelling manner.

Energetic activities for two to three-year-olds

Children at this age are very restless. They are confident in their movement because their muscles are strong, and they can balance themselves a lot better. So, their toys should be energy-intensive, such as a tricycle, bicycle, a football for kicking, jump rope or a basketball for throwing.

Besides energetic play, allowing children of this age to draw and write on the wall or on large pieces of paper, and attach stickers at various places is also essential, as their finger and hand muscles require just as much stimulation as their imagination. Beadwork that requires precise eyes and fingers coordination is another great home activity that is suitable for them.

Role-playing for three to four-year-olds

Play-acting is appropriate for this age because it stimulates the child’s imagination through given roles. It can also help them practice their communication skills.

Jigsaw puzzles or Lego is also suitable for this age group because it helps them practice solving immediate problems and stimulates creativity. In addition, activities related to light and shadow, be it sunlight or torchlight, will also help strengthen science-related skills like observation, telling the distance, position of the object and size of the shadows.

Children at this age can do simple household chores and parents can get them involved in water plants, sorting out clothes before washing, hanging them up and putting them away later. Easy baking is also another suitable activity.

Published : July 15, 2021

By : The Nation

“ล็อกดาวน์” แล้วเตรียมเข้าครัว เปิดสูตร “ลูกแพรตุ๋นไวน์แดง” คาเฟ่ดัง Mamaison cafe #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473720

“ล็อกดาวน์” แล้วเตรียมเข้าครัว เปิดสูตร “ลูกแพรตุ๋นไวน์แดง”   คาเฟ่ดัง Mamaison cafe

10 กรกฎาคม 2564 – 11:30 น.

อากาศดี ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำอาหารทานที่บ้าน แทนการออกนอกบ้านช่วง”โควิด-19″ ด้วยเมนูผลไม้สุดคลาสสิคจากฝรั่งเศส “ลูกแพรตุ๋นไวน์แดง” เมนูสุดฮิตจากคาเฟ่ดัง Mamaison Cafe เพิ่มสีสันการทานอาหารในบ้านอย่างลงตัว

ช่วงล็อกดาวน์ 14 วัน ที่ภาครัฐขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น หลายคนคงรู้สึกเหงา และเบื่อ และมีเวลาว่างมากพอที่จะเข้าครัว หลายคนคงหาเมนูใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสีสันบนโต๊ะอาหาร

ของหวานเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหาร วันนี้เราจะมาเปิดสูตร ของหวานสุดคลาสสิคจากฝรั่งเศสที่หาทานได้ยากในประเทศไทย นั่นคือ ลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดง Poached Pear in Red Wine  สูตรเด็ด จากร้านดัง Mamaison cafe ที่ยอมเปิดเผย สูตรลับเมนูsignature ของร้าน ให้ได้ลองทำกัน
ลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดง Poached Pear in Red Wine เป็นเมนูผลไม้ชื่อดัง ของประเทศฝรั่งเศสที่ นำลูกแพร์มาตุ๋นในไวน์แดง หวานหอม หอมกลิ่นเครื่องเทศ และกลิ่นไวน์แดง จะรับประทานร้อนๆ หรือเย็นก็ตามชอบ จะรับประทานกับวิบปิ้งครีม ก็เข้ากันมาก อีกทั้งยังมีสีแดงสดน่ารับประทานอีกด้วย มาดูที่วัตถุดิบกันค่ะ
วัตถุดิบ มี 6อย่างด้วยกันคือ
1. ลูกแพร์เขียวหรือ ลูกแพร์แดง
2. น้ำตาลทรายแดง
3. อบเชย
4.ไวน์แดงตามชอบ
5.เกลือป่น
6.เลม่อน

เมื่อเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ไปทำกันเลยค่ะ วิธีทำ นำลูกแพร์ล้างน้ำปอกเปลือก แช่เกลือเล็กน้อย จากนั้นนำไปตั้งไฟกลาง ใส่ลูกแพร์ ไวน์แดงครึ่งขวด อบเชย 4-5 ก้าน น้ำตาลทรายแดง ตรงนี้ใส่ ความหวานตามชอบได้เลยค่ะ ตุ๋นด้วยไฟอ่อน-กลาง ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนกว่าลูกแพร์จะนิ่มใช้พายไม้คนเล็กน้อย ก่อนปิดไฟบีบน้ำเลม่อนเล็กน้อยเพิ่มความหอม

มาต่อกันที่วิธีทำซอสราด เริ่มกันที่นำน้ำจากที่ตุ๋นลูกแพร์ 150 ml. มาตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายแดง ไวน์แดง เลม่อนเล็กน้อย เกลือหยิบมือ เคี้ยวจนเหนียวได้ที่ พักให้เย็นแล้วราดลงไปที่ลูกแพร์ได้เลย แค่นี้เป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟ


ยังไงถ้าลองทำกันแล้วส่งการบ้านมาให้ดูกันบ้างนะคะ หรือถ้าอยากชิมรสชาตของmamaison cafe แวะไปกันได้แต่อาจจะต้องมาตรการของรัฐ ให้อนุญาตให้นั่งทานในร้านได้ก่อนนะคะ

เช็ก 4 ปัจจัย ทำไม “ผู้สูงอายุ” ถึงน้ำหนักลดฮวบกว่าวัยอื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473676

เช็ก 4 ปัจจัย ทำไม “ผู้สูงอายุ” ถึงน้ำหนักลดฮวบกว่าวัยอื่น

10 กรกฎาคม 2564 – 10:30 น.

เช็กเลย 4 ปัจจัย ทำไม “ผู้สูงอายุ” ถึงน้ำหนักลดฮวบกว่าวัยอื่น

ปัญหาน้ำหนักลดใน “ผู้สูงอายุ” เป็นปัญหาที่พบได้ส่วนมาก ซึ่งเมื่อไปพบแพทย์มักตรวจพบว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร เป็นต้น นอกจากการมีอาการอื่น ๆ ร่วมนั้น ยังอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา ซึ่งเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ

น้ำหนักผู้สูงอายุที่ลดลงตามธรรมชาตินั้น จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงดังนี้

1.ปกติแล้วผู้ชายทุกคนจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงอายุ 40-50 ปี ขณะที่ผู้หญิงจะมีน้ำหนักตัวขึ้นสูงสุดระหว่างอายุ 50-60 ปี หลังจากนั้นผู้ชายจะสูญเสียเนื้อเยื่อของร่างกายส่วนที่ไม่ใช่ไขมันไปรวดเร็วกว่าผู้หญิง ทำให้ผู้สูงอายุที่เป็นชายมีน้ำหนักลดได้เร็วกว่าผู้สูงอายุที่เป็นหญิง ทั้งนี้เกิดจากกล้ามเนื้อของแขน ขาจะลดปริมาณลง ขณะที่ไขมันในบริเวณลำตัวจะเพิ่มมากขึ้น

2.ไขมันที่บริเวณใบหน้าจะลดจำนวนลง ทำให้ใบหน้าของผู้สูงอายุจะแลดูแก้มตอบ และด้านข้างของศีรษะบริเวณขมับลีบเล็กลง

แต่ทั้งนี้ถ้าน้ำหนักลดลงจากเดิม 5% ภายในเวลา 6-12 เดือน ถือว่าอาจมีสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่แค่จากความชราแล้ว ซึ่งมีดังนี้

1. ฟันและเหงือกผิดปกติ ทำให้เจ็บปวดขณะกิน หรือรับรสได้ไม่ดี ทำให้เบื่ออาหาร

2. การกลืนลำบาก มักไอ จาม สำลักอาหาร หรือเมื่อกลืนแล้วรู้สึกว่าอาหารติดอยู่ในหน้าอก สาเหตุอาจมาจากความผิดปกติที่หลอดอาหารเองเช่น มีเนื้องอกของหลอดอาหารหรือหลอดอาหารตีบตัน หรือมีอะไรมากดทับหลอดอาหารจากทางด้านนอก เป็นต้น ซึ่งควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

3. มีอาการท้องร่วงเรื้อรังโดยเฉพาะหลังอาหาร แต่สุขภาพโดยทั่วไปค่อนข้างดี ส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารชนิดที่มีกากอาหารมากเกิดไป โดยกากอาหารที่มีอยู่ในลำไส้จะไม่ถูกย่อย กลับจะดูดน้ำเข้ามาไว้ กระตุ้นให้อาการถ่ายเหลวหลังอาหารได้

4. เกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ภาวะหัวใจวาย โรคมะเร็งภาวะจิตซึมเศร้า เป็นต้น โดยพบว่ามะเร็งเป็นสาเหตุของน้ำหนักลดในผู้สูงอายุได้ราว 20%

ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุน้ำหนักลดลงได้มากยังเกิดขึ้นได้จากภาวะสมองเสื่อม และผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้อีกด้วย

ภาพประกอบจาก allwellhealthcare

“ค้าปลีกสมัยใหม่” อีกหนึ่งความน่าจับตามอง หลังวิกฤติโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473712

“ค้าปลีกสมัยใหม่” อีกหนึ่งความน่าจับตามอง หลังวิกฤติโควิด-19

10 กรกฎาคม 2564 – 10:26 น.

ธุรกิจ”ค้าปลีกสมัยใหม่” มีแนวโน้มในการแข่งขันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดวิกฤติโควิด-19 ที่จะมีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น

ปัจจุบันธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่า หลังจากภาวะวิกฤตโรคระบาดโควิด – 19 จบลงหลายฝ่ายมีความเชื่อมั่นธุรกิจค้าปลีกยังเจริญเติบโตได้อย่างแน่นอน ด้วยปัจจัยที่เกิดจากเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการใช้จ่ายจากภาครัฐ การขยายตัวของโครงการลงทุนภาครัฐต่าง ๆ 

อย่างไรก็ตามในวงการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่นี้มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น จากคู่แข่งรายใหม่ทั้งในและต่างประเทศที่เห็นช่องทางการเติบโตของภาคค้าปลีกไทย รวมถึงคู่แข่งจากร้านค้ารูปแบบออนไลน์ ส่วนแบ่งตลาดธุรกิจนี้จึงเป็นที่น่าสนใจให้กับผู้ลงทุนหน้าใหม่และหน้าเก่าจำนวนมาก

อาจารย์ โสภิดา วระนิล หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การทำธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ให้ประสบความสำเร็จต้องมีความอดทน ความอุตสาหะ และแรงบันดาลใจหรือว่าความฝันนั้นเอง เพราะการทำธุรกิจผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต้องมี 3 สิ่งนี้ ควบคู่กันไปจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ทุกคนมองเป้าหมายและหนทางไปสู่ความสำเร็จ ในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจ ควรหาแนวคิดใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การสร้างนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์

การสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมรับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อเข้ามาตอบสนองต้องการทางด้านตลาดยุคปัจจุบันอย่างมาก ก็นับเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งค้าปลีกในปัจจุบันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แวดวงธุรกิจมีส่วนประสบความสำเร็จมากขึ้น มหาวิทยาลัยหอการค้าเองก็ได้เล็งดห็นความสำคัญในการสร้างบุคคลากรด้านนี้ จึงเปิดสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ขึ้นใหม่ สอนให้นักศึกษาได้เรียนรู้และมีการฝึกทักษะปฏิบัติงานจริง ในเรื่องธุรกิจค้าปลีก การจัดการหน้าร้าน การบริการลูกค้า การดูแลในเรื่องของการส่งเสริมการตลาด เพื่อเป็นฟันเฟืองในการผลักดันธุรกิจค้าปลีก

วิกฤตโรคระบาดโควิด -19 ในเรื่องของการปรับตัวของภาคค้าปลีกก็ประสบปัญหาในเรื่องของยอดขายที่มีการลดลงมากขึ้น เนื่องจากประชาชนมีการเก็บออมเงินค่อนข้างสูงขึ้นมากขึ้น ถ้าผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้แล้วประเทศกลับมาพัฒนาในทุกรูปแบบ ภาคธุรกิจจะสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพแน่นอน โดยการทำธุรกิจค้าปลีกมีหลากหลายสินค้าไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม อุปโภคบริโภค ยังคงเป็นสินค้าที่สำคัญมากที่ประชาชนก็ยังต้องการอยู่คู่กับระบบเศรษฐกิจประเทศไทย

“มองบวก” กับ ‘โควิด-19’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473701

“มองบวก”กับ’โควิด-19′

10 กรกฎาคม 2564 – 08:57 น.

เรายังต้องอยู่กับ”โควิด-19″ อีกยาวนาน การเรียนรู้ในการปรับตัวและทำความเข้าใจหรือ”มองบวก”จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมี”ความสุข”

อย่าไปทุกข์หนัก จิตตกกับเจ้าเชื้อโรค”โควิด-19″ เพราะว่า”ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดี”หลักของการมองโลกใน”แง่บวก” การหยิบเอาประโยชน์จากสิ่งที่เป็นลบมาปรับในชีวิตโดยเฉพาะ”โควิด-19″ที่มองกันว่าเป็น”มหันตภัย”ที่ทำร้ายสุขภาพ ชีวิตและฉุดเศรษฐกิจให้ย่ำแย่ลง

หากมองอีกแง่การระบาดของ”โควิด-19″เป็นเครื่องย้ำเตือนให้มนุษย์ทุกคนรู้ว่าเรากำลังใช้ชีวิตไปในเชิงออกนอกลู่นอก
ทางหรือผิดธรรมชาติมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน

เริ่มตั้งแต่ผิดธรรมะ การเห็นแก่ตัว การทำร้ายธรรมชาติมากเกินไป ถ้าเราเข้าใจธรรมะจริงๆแล้ว เราก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและนั่นจะทำให้เราไม่เป็นทุกข์โดยเฉพาะเรื่องของโรค โควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งบ้านเราที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ 

โรคระบาด”โควิด19″ต้องการบอกหรือสะท้อนให้คนทั่วโลกเห็นว่า ตอนนี้เราทุกคนกำลังใช้ชีวิตแบบผิดครรลองหรือผิดธรรมชาติมากขึ้นเพราะสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดมาให้เราคือการใช้ชีวิตอย่างพอดีแต่ทุกวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น  

จากการสำรวจของ”โพล”พบว่า ในความทุกข์ที่เกิดจาก”โควิด-19″ประชาชนก็ยังมีความรู้สึก”สุขใจ” โดยเฉพาะในด้านเวลาทั้งการให้เวลากับตนเอง การให้เวลากับครอบครัว เงื่อนไขเรื่องเวลานี้ทำให้ผู้คนได้มีโอกาสในการคิดพิจารณาและทำสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยได้ทำมากขึ้น

อีกทั้งยังได้พัฒนาตนเองในด้านการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เรียกได้ว่าต้องขอบคุณ”โควิด-19″ ที่ทำให้คนไทยได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองมากขึ้น

“ในทุกสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นแม้มีปัญหามีความทุกข์แต่ก็มีสิ่งที่ดี ๆ และมีสิ่งที่เป็น”ความสุข”เกิดขึ้นอยู่ด้วยเสมอดังนั้นการปรับทัศนคติ การปรับมุมมองหรือการคิดเชิงบวกจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองที่ปัญหาแต่ให้เลือกมองโอกาสที่เกิดขึ้นจากปัญหานั้น ๆ เช่นเดียวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนไทยและคนทั้งโลก”

จากการสำรวจของโพล พบว่า คนไทยก็ยังมี”ความสุข”ในยุค”โควิด-19″

อันดับ 1 มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 86.92%

อันดับ 2 ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกับข้าวกินเอง 75.22%

อันดับ 3 ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเร่งรีบ 56.10%

อันดับ 4 ได้ออกกำลังกาย หันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น 29.81%

อันดับ 5 ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ ได้พัฒนาทักษะเทคโนโลยี 13.46%

อันดับ 6 ยังมีงานทำ ยังไม่ถูกเลิกจ้าง 13.08%

อันดับ 7 รถไม่ค่อยติด เดินทางสะดวก 10.44%

อันดับ 8 บุคลากรทางการแพทย์ของไทยทำงานได้ดี 8.18%

อันดับ 9 ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย 5.03%

อันดับ 10 ทรัพยากรธรรมชาติได้พัก เป็นการฟื้นฟู 1.89%

ทุกข์ได้แต่อย่านานหากก้าวผ่านความทุกข์ไปได้เราก็จะพบกับความสุข สุขอยู่ที่ใจ ถ้าพอใจใน”แบบพอเพียง”ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ความสุขก็อยู่ไม่ไกลและอยู่รอบ ๆ ตัวเราเสมอ

“10 อาหารจานด่วนสุดโปรด” แต่แคลอรี่โหดไม่เบา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473673

“10 อาหารจานด่วนสุดโปรด” แต่แคลอรี่โหดไม่เบา

10 กรกฎาคม 2564 – 07:09 น.

“10 อาหารจานด่วนสุดโปรด” แต่แคลอรี่โหดไม่เบา

อาหารตามสั่งหรืออาหารจานด่วน จานเดียวกับคนทั่วไปโดยเฉพาะนักศึกษาและวัยทำงานแทบจะเป็นเพื่อนซี้กันเลยก็ว่าได้ เพราะมันง่ายในการหาร้านและประหยัดเงินไปในตัว เรียกได้ว่าคิดไรไม่ออกวิ่งเข้าร้านอาหารตามสั่งไว้ก่อน เดี๋ยวก็ได้กิน วันนี้จึงได้รวบรวมข้อมูล 10 อาหารจานด่วนสุดโปรด แต่แคลอรี่โหดไม่เบามาให้ดูกันว่าจะโหดขนาดไหน และใครที่ชอทานอะไรอยู่มาดูกัน

1. ข้าวขาหมู 690 แคลอรี่

เมนูนี้ขอยกให้เป็นอันดับ 1 ฉายาเจ้าพ่อแคลอรี่เลยก็ว่าได้ ยิ่งกับคนที่ชอบกินหนังด้วยนี่รับไปเต็มๆ ไม่ยั้งเลย ถ้าใครไม่อยากได้แคลอรี่มหาโหดนี่ละก็สั่ง เนื้อแดง only นะจ๊ะ

2. ข้าวมันไก่ทอด 675 แคลอรี่

ทั้งทอดทั้งมีหนัง คงไม่มีใครสั่ง “พี่ เอาข้าวมันไก่ทอดไม่เอาหนัง” ใช่มั้ย แต่ก็ใช่ว่าจะกินไม่ได้ แค่อย่ากินบ่อยๆ อาทิตย์ละ ครั้ง-2 ครั้งก็พอ กินหลากหลายดีกว่านะ

3. ข้าวกระเพราะหมู-ไก่ ไข่ดาว 650 แคลอรี่

เรียกได้ว่าเป็น เมนูที่ฮอตที่สุด เชื่อว่าต้องเป็นเมนูที่คนสั่งเยอะที่สุดไม่ว่าร้านไหน แต่เห็นจำนวนแคลอรี่แล้วใช่ไหม? เพราะฉะนั้นอย่ากินบ่อย พยายามหันไปกินเมนูอื่นบ้างละกันน้า

4. หอยทอด 605 แคลอรี่

เห็นเมนูนี้แล้วไม่น่าแปลกใจเลย เพราะวิธีการทำเราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าใส่น้ำมันเยอะมาก เลี่ยงได้ก็ดีเพราะมีแต่แป้ง และไขมันซะส่วนใหญ่ สารอาหารก็ไม่ครบถ้วน

5. ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 595 แคลอรี่

มาถึง 5 อันดับแรกกันสักที เมนูนี้ถือเป็นเมนูคลาสสิกคู่กับคนทุกวัยจริงๆ สำหรับข้าวผัดหมูใส่ไข่ ทำกินเองได้สบายแคลอรี่ที่สูงมาจากน้ำมันที่ใช้ผัดนั่นเอง ถ้าทำกินเองที่บ้านก็ใส่น้ำมันน้อยๆ เลือกเนื้อล้วนๆ แล้วกันน้า

6. ข้าวมันไก่ 585 แคลอรี่

เนื้อไก่สีขาวนุ่มๆ หนังลื่นๆ ละมุนลิ้น จิ้มน้ำจิ้มสุดแซ่บ ปิดท้ายด้วยน้ำซุบร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร ใช่! เรื่องแคลอรี่ก็สูงอย่าบอกใครเช่นกัน เกือบติด 5 อันดับเลยทีเดียว แต่ก็กินแบบคลีนๆ ได้นะ แค่สั่งไก่ไม่เอาหนัง เปลี่ยนข้าวมันเป็นข้าวสวย แค่นี้ก็โอแล้ว

7. ข้าวหมูแดง 560 แคลอรี่

เนื้อหมูสีแดงระเรื่อ ราดด้วยน้ำซอสหอมหวาน น่ากินซะจริง เห็นดูสะอาดตาอย่างนี้แคลอรี่ไม่ธรรมดา เพราะแคลอรี่ที่สูงจากมันหมูและน้ำราดนั่นเอง ถ้าอยากให้แคลอรี่น้อยลงหน่อยก็สั่งเอาแต่เนื้อ ราดน้ำน้อยๆ ก็พอช่วยได้นะ

8. เส้นใหญ่ผัดซีอิ๋ว 550 แคลอรี่

เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยสำหรับเมนูนี้ ตอนนี้จัดให้อยู่อันดับ 8 นี่ยังไม่รวมใส่ไข่ลงไปนะ ถ้าใส่ไข่ไปด้วย คงติด อันดับต้นๆ แน่นอน

9. ผัดไทยกุ้งสด 545 แคลอรี่

สีของเส้นที่มันเยิ้มชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำมันพร้อมกุ้งสดตัวใหญ่ๆ ยากจะอดใจไหว เห็นความมันของเส้นแล้วคงไม่ต้องคิดเลยนะว่า แคลอรี่จะสูงขนาดไหน คนลดน้ำหนักควรเลี่ยงให้ไวเลยนะ  

10. ข้าวหมูกระเทียม 525 แคลอรี่

เนื้อหมูเน้นๆ ผัดกับกระเทียม กลิ่นหอมชวนกิน ถึงจะสั่งเอาเนื้อล้วน ยังไงก็ได้แคลอรี่จากน้ำมันเต็มๆ ไม่แปลกที่จะติดอันดับสิบของอาหารแคลอรี่สูง 10 อย่างที่เรานำมาบอกกัน  น่าเสียดายจังเลย 

ถ้าใครเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นแล้วล่ะก็ ลองหันกลับมาดูอาหารการกินในแต่ละวันดูก็อาจจะรู้สาเหตุ เพราะส่วนใหญ่มักมาจากอาหารการกินของเรานี่แหละ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ทานให้น้อยลง ไม่บ่อย ก็คงพอช่วยได้ แต่ก็อย่าลืมออกกำลังกายด้วยล่ะ จะได้เผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินออกให้มากที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง

หมอโอ๋ แนะรับมือลูกเครียดจาก “เรียนออนไลน์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473623

หมอโอ๋ แนะรับมือลูกเครียดจาก “เรียนออนไลน์”

10 กรกฎาคม 2564 – 07:00 น.

การเรียนออนไลน์ เครียดทั้งเด็กและครู หมอโอ๋ แนะรับมือลูกเครียดจาก “เรียนออนไลน์”

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กก็มีความเครียดเหมือนผู้ใหญ่  ยิ่งเป็นเด็กในวัยเรียนด้วยแล้วความเครียดก็จะต่างจากเด็กที่วิ่งเล่นทั่วไป ประกอบกับการเรียนรู้ของเด็กยุค2021 ทางออกของการศึกษายุคนี้คิดการเรียนออนไลน์ เด็กจำนวนหนึ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา ไม่สนุก ต้องนั่งเรียนคนเดียว

ความจริงการเรียนออนไลน์  เครียดทั้งครู ทั้งเด็ก และก็ผู้ปกครอง ต่างเครียดพอกันแต่จะมีวิธีไม่ให้รู้สึกเครียดอย่างไร “หมอโอ๋” มีคำแนะนำดีๆมาฝากพ่อแม่ ผู้ปกครองให้คลายความเครียด และความกังวลในเรื่องนี้ได้บ้่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) หรือ หมอโอ๋ ซึ่งเป็นเจ้าของเพจ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน”ระบุว่า การเรียนออนไลน์จะแตกต่างจากการไปเรียนที่โรงเรียน ซึ่งเด็กจะขาดการติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ขาดการสร้างปฏิสัมพันธ์และยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนและสถานที่เรียน มานั่งหน้าจอ ยิ่งส่งผลให้ขาดมิติด้านการเชื่อมโยงกับผู้คน ส่งผลให้เด็กจำนวนหนึ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา ไม่สนุก ต้องนั่งเรียนคนเดียว

ประกอบกับการเรียนออนไลน์เด็กต้องนั่งอยู่หน้าจอที่มีการตอบโต้กันน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการให้ข้อมูลเพียงทางเดียว นั่นจึงยิ่งทำให้เด็กรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะว่าต้องนั่งฟังไปเรื่อยๆ และการอยู่กับหน้าจอตลอดเวลา ทำให้เกิดความล้าทางร่างกายและจิตใจ สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ภาวะความเครียดความวิตกกังวลต่างๆ ตามมา

และอีกหนึ่งความรู้สึกที่ทำให้เกิดความกังวล และเครียดเวลาเรียนออนไลน์ก็น่าจะมาจากความไม่พร้อมของอุปกรณ์ เช่นไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กส่วนใหญ่ของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ความพร้อมของสถานที่เรียนก็เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดได้ เพราะบางบ้านมีพี่น้อง 3 คน อยู่ห้องเดียวกัน ก็ส่งผลไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่การฟังครูสอน รวมไปถึงมีพ่อแม่ที่คอยบ่นว่าตำหนิ ทำไมไม่ตั้งใจเรียน นั่งไม่เรียบร้อย คอยเป็น super coach อยู่ข้างๆ ยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับเด็กมากขึ้น

และต้องยอมรับว่า บางทีมันยากที่จะโฟกัสหน้าจอ เวลาที่เด็กไม่มีสมาธิ เขาจะรู้สึกเครียด เรียนไม่ทัน ฟังไม่รู้เรื่อง การบ้านไม่เสร็จ พอไม่มีสมาธิก็โดนพ่อแม่ตำหนิบ่น เป็นวงจรแห่งความเครียด

ประกอบกับการที่เด็กต้องอยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา ซึ่งพ่อแม่ตอนนี้ก็อาจมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเยอะ ทั้งปัญหาความไม่แน่นอนของชีวิตวัคซีนยังไม่ได้ อาชีพที่ถูกยกเลิก ความไม่แน่นอนของประกาศเปิด-ปิดโรงเรียน มันก็กลายเป็นความเครียดที่ต้องอยู่พื้นที่เดียวกับพ่อแม่ อาจกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของพ่อแม่ได้

นอกจากนี้ยังส่งผลด้านสุขภาวะทางกาย คือ แต่ก่อนอยู่โรงเรียนยังได้พักเบรก เดินไปกินขนมกับเพื่อน เล่นกีฬา ตอนนี้กลายเป็นนั่งอืดๆ อยู่หน้าจอ ช่วงพักก็เปิดเล่นเกมแทน ก็มีผลกับสุขภาพทางกายซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพใจในที่สุด

สุดท้ายที่น่าเป็นห่วงมากๆ คือการเรียนที่ไม่สนุก จะไปส่งผลต่อ mindset หรือทัศนคติมุมมองที่เด็กมีต่อการเรียนรู้ ถ้าเด็กรู้สึกว่าการเรียนรู้น่าเบื่อ ต้องจดจ่อหน้าจอทั้งวัน โดนครูบ่น โดนแม่ตำหนิ มันจะทำลายล้างวิธีคิดที่ว่าการเรียนทำให้เราสนุก ทำให้เราเติบโต กลายเป็นปัญหาต่อการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต

วิธีการรับมือกับการเรียนออนไลน์ของลูก

พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องลดความคาดหวัง ต้องทำใจให้ได้ว่าการเรียนออนไลน์เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเด็กบางคน เด็กที่สมาธิไม่ดี เด็กที่การอ่านเขียนไม่คล่อง หรือเด็กที่ไม่มีความมั่นใจ ไม่กล้าซักถามเวลาไม่รู้เรื่อง การเรียนออนไลน์ไม่ได้ตอบโจทย์เด็กเหล่านี้

รวมถึงการเรียนออนไลน์ก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน เพราะว่าลักษณะการเรียนรู้บางทีมันน่าเบื่อ ไม่สนุก ไม่มีพลังงานกลุ่มในการที่จะดึง เหมือนเวลาอยู่ในห้อง เพื่อนตั้งใจ เราก็นั่งตั้งใจด้วย มีเวลาทำงานกลุ่ม มีการยืดหยุ่นแทนการนั่งฟังอะไรตลอดวัน ฉะนั้นต้องเข้าใจว่านี่คือเรื่องยากลำบากสำหรับเด็ก ลดความคาดหวังของตัวเราว่าลูกต้องทำได้สมบูรณ์แบบ

หมอโอ๋ อยากฝากพ่อแม่ว่า ที่สำคัญการเรียนออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือกเดียว ยังมีการเรียนรู้อื่นๆ มากมายที่เราทำได้ที่บ้าน การเรียนรู้จากการสังเกตภูมิทัศน์รอบตัว ออกไปดูซิว่าบ้านเรามีต้นไม้อะไรบ้างก็เป็นการเรียนรู้ พาลูกอ่านหนังสือก็เป็นการเรียนรู้ พาเขาเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมที่บ้าน การช่วยเหลือชุมชน เอาหนังสือของเราที่ไม่ใช้ไปให้เด็กๆ ในชุมชนใกล้บ้านเรา เหล่านี้ก็คือการเรียนรู้

การใช้ยา “ฟ้าทะลายโจร” ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473662

การใช้ยา “ฟ้าทะลายโจร” ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

10 กรกฎาคม 2564 – 05:00 น.

ช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 “ฟ้าทะลายโจร” กระแสตอบรับดีมาก เรามาดูว่าแบบไหนควรได้รับยา วิธีใช้ ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังกัน

สถานการณ์ โควิด-19 ช่วงนี้เรียกได้ว่า วิกฤติ ทั้งยอดติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งขึ้นสูงทำนิวไฮท์รายวัน ขณะที่ การใช้ “ฟ้าทะลายโจร” รักษา โควิด-19 ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจน “หมดสต็อก” ผลิตไม่ทัน โดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แจ้งว่า ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรขาดสต็อก เนื่องจากปริมาณความต้องการสูงมาก และส่วนใหญ่ได้นำไปมอบให้กับผู้ป่วยหนัก และในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ โดยทางมูลินิธิฯ กำลังเร่งบริหารจัดการกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ภายใต้มาตรฐานและคุณภาพ

การใช้ยา “ฟ้าทะลายโจร” ในช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 

ฤทธิ์ยา

  • เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส ลดอักเสบ ขับเหงื่อ บรรเทาอาการไข้ ไอ เจ็บคอ

ผู้ป่วยที่ควรได้รับยา “ฟ้าทะลายโจร”

  1. มีไข้ ไอ เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว
  2. มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด
  • ใช้รักษา : 5 วัน
  • ใช้เสริมภูมิคุ้มกัน : 5 วันต่อสัปดาห์นาน 3 เดือน

วิธีใช้

(ใช้รักษาตามอาการ หยุดยาได้ทันทีเมื่ออาการดีขึ้นปกติ หากเป็นหวัดธรรมดาจะใช้เวลา 5 – 7 วัน)

  • อายุ 12 ปีขึ้นไป : ใช้ผงยาฟ้าทะลายโจรครั้งละ 1.5 – 3 กรัม วันละ 4 ครั้ง (ประมาณครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง) กรณีสารสกัดควรศึกษาขนาดการใช้ของแต่ละผลิตภัณฑ์
  • อายุ 4 – 11 ปี : สารแอนโดรกราโฟไลด์ 30 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งให้กินวันละ 3 ครั้ง (ประมาณครั้งละ 1 แคปซูลวันละ 3 ครั้ง)
  • การใช้ใบสด จากต้นอายุ 3 เดือนขึ้นไป ใช้ 4 – 7 ใบ ชงน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง
  • กรณีเสริมภูมิคุ้มกัน พบการใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ และมีวิจัยพบว่า ช่วยลดอัตราการเป็นหวัด โดยให้ได้รับปริมาณสารสำคัญ “แอนโดรกราโฟไลด์” 12 มิลลิกรัมต่อวัน หรือกินเพียงวันละ 1 แคปซูล 5 วันต่อสัปดาห์นาน 3 เดือน (คำนวณจากขนาดยาของอภัยภูเบศร)
  • ไม่แนะนำการใช้เสริมภูมิคุ้มกันในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และในผู้ป่วยที่ตับและไตไม่ดี รวมถึงผู้ใช้ยาวาร์ฟาริน

ข้อห้ามใช้ / ข้อควรระวัง “ฟ้าทะลายโจร”

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์, ให้นมบุตร
  • ระวังการใช้ระยะยาวในผู้ที่หนาวง่าย ความดันโลหิตต่ำ เพราะอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน
  • ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ ไตวาย ใช้ยาวาร์ฟาริน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

5 อาหารที่ไม่ควรกินตอนดึก ถ้าไม่อยากอ้วนลงพุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473666

5 อาหารที่ไม่ควรกินตอนดึก ถ้าไม่อยากอ้วนลงพุง

9 กรกฎาคม 2564 – 20:44 น.

ต้องคำนึงไว้อยู่เสมอว่า มื้อดึก ไม่ใช่อยากจะทานอะไรก็ทานได้หมด แต่ควรจำกัดหมวดหมู่อาหารการกิน เพื่อลดการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดการเกิดกรดไหลย้อน และลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

และนี่คือประเภทอาหาร 5 อย่าง หากกินตอนดึกจะอ้วนง่ายไม่รู้ตัว

1.อาหารที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม

สำหรับประเภทอาหารในส่วนนี้ คือ อาหารหรือของทานเล่นทุกอย่างที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็น ผัด ทอดแม้กระทั่ง เนย ชีส นม ไอศกรีม ก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาหารที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ซึ่งอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกายค่อนข้างมาก อีกทั้งยังทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินกำลัง ส่งผลต่อเนื่องไปถึงคุณภาพการนอนหลับ และการหลั่งของฮอร์โมนที่จะผิดปกติไปจากเดิม

2.อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง

หากรู้สึกว่าน้ำตาลในเลือดต่ำ รู้สึกวิงเวียนศีรษะ หรือหน้ามืด การทานลูกอมสักเม็ดจะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น และทำให้นอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่การทานขนมหวาน น้ำหวาน และน้ำอัดลมก่อนเข้านอนปริมาณมากเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานหนักเกินไปแล้ว ยังทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงแล้วน้ำตาลเหล่านี้นี่แหละที่ต่อไปจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันและสะสมอยู่ตามหน้าท้อง แขนและขาของคุณเอง

3.เนื้อแดงและโปรตีนอื่น ๆ

อาหารประเภทเนื้อหรือโปรตีนต่างๆ เป็นสารอาหารที่ย่อยยากและใช้เวลานานในการย่อย การทานในช่วงดึกจึงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินจำเป็น โดยอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง นอนไม่หลับได้ ดังนั้น หากอยากทานอาหารประเภทโปรตีนจริงๆ ควรเลี่ยงเนื้อแดง แต่ไปทานเนื้อปลา หรืออกไก่ชิ้นเล็กๆ หรือนมแทนจะดีกว่า

4.ส้มตำ

แม้ส้มตำจะไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ แต่อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านจะทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน อีกทั้งสารเคมีจากพริก ยังเข้าไปกระตุ้นการรับรู้ทำให้นอนไม่หลับได้อีกด้วย

5.มื้อหนัก

จำไว้เลยว่าสิ่งที่กำลังทานในช่วงดึกคือ ของว่างรองท้อง ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพราะอาหารมื้อหนักจะทำให้น้ำหนักตัวพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และทำให้สุขภาพแย่ลงได้ ดังนั้น เมื่อรู้สึกหิวขึ้นมากลางดึก ควรมองหาอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำเข้าไว้ ยิ่งปริมาณแคลอรี่ต่ำกว่า 200 กิโลแคลอรี่ยิ่งดี หรือถ้าจะให้ดีก็ดื่มน้ำเปล่าแล้วเข้านอนไปเลย

การทานอาหารในช่วงกลางคืนที่ร่างกายควรได้รับการพักผ่อน นอกจากจะทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อสมดุลการทำงานของร่างกายด้วย เพราะเมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ระบบต่างๆ ภายในรวน และทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

“มาร์ค ธาวิน” เซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ อวดแฟชั่นเซตเก๋ๆ หลักล้านแก้เหงาช่วงโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/473596

“มาร์ค ธาวิน” เซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ อวดแฟชั่นเซตเก๋ๆหลักล้านแก้เหงาช่วงโควิด

9 กรกฎาคม 2564 – 20:25 น.

อีกหนึ่งเซเลบริตี้ Top Spender แบรนด์แฟชั่นระดับโลก “มาร์ค ธาวิน” อวดแฟชั่นเซตเก๋ๆราคาหลักล้านแก้เหงาช่วงโควิด พร้อมเผยถึงมุมมอง ว่าทำไมถึงต้องซื้อเสื้อผ้าของใช้แบรนด์หรูอยู่เสมอ

“มาร์ค-ธาวิน พี เซียวตงเซ” เลบริตี้ลูกครึ่ง ไทย-ฟิลิปปินส์ แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังในแวดวงสังคมเมืองไทย เจ้าของกิจการร้านทำผมสุดหรู Mark Thawin: Ultimate Hair Solution และเป็น Top Spender แบรนด์แฟชั่นระดับโลก คุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวงสังคมกันเป็นอย่างดี

ช่วงโควิดแบบนี้ออกงานสังคมก็ไม่ได้ เซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ “มาร์ค ธาวิน”ก็หาวิธีแก้เหงา โดยจัดเต็มใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรูลงภาพและวีดีโอเก๋ๆ อวดแฟชั่นเซ็ตลง Instagramทำเอาบรรดาเพื่อนเซเลปแฟนๆแห่แซวแห่ชมไม่ขาดสาย  โดยแต่ลุคนั้นก็ไม่ธรรมดา  ใครสายแฟดูแล้วไปช้อปตามไม่ตกเทรนด์แน่นอน

โดย“มาร์ค ธาวิน” ได้เผยมุมของการซื้อเสื้อผ้าของใช้แบรนด์หรู ไว้ว่า… การซื้อเสื้อผ้าถ้าคิดว่าแค่อยากได้เอามาใส่ เราแค่เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ตัดเย็บดีๆก็ได้ แต่ซื้อของที่แบรนด์มันเป็นการเดินทางของคนที่อยู่ในสังคมที่ต้องได้อีกสังคมหนึ่ง มันได้ความฟิน เราไม่ได้จ่ายแค่ ค่าหินค่ากรวด เราจ่ายค่าแบรนด์ดิ้งของเขา ซึ่งเขาสร้างชื่อมาเป็นเวลานานและสร้างในระดับโลก สิ่งนี้เป็นใบเบิกทาง ซึ่งในระดับอินเตอร์เขาดูที่แบรนด์  เขาไม่ให้ค่าที่พลอยหรือเพชรใครใหญ่เม็ดใหญ่กว่ากัน พร้อมทิ้งท้ายว่าถ้าเราคิดเหมือนอื่นเราก็จะไม่มีตัวตน