Cannabis can bring blood pressure down too low, warns doctor

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40016735


People should control their consumption of cannabis as tetrahydrocannabinol (THC) can bring down their blood pressure and pulse to dangerous levels, a medical expert said on Thursday.

Cannabis can bring blood pressure down too low, warns doctor

Dr Thiravat Hemachudha, head of Chulalongkorn University’s Information Centre for Emerging Infectious Diseases, warned that people with heart diseases should be particularly aware as they can develop serious symptoms.

He added that using high amounts of cannabis does not mean it will give good results. Instead, he said, it can bring the blood pressure down far too much, and cause nausea, vomiting, disturbed vision, balance problems and depression.

Published : June 17, 2022

By : THE NATION

‘พอทเทอรี เคลย์’ จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/685771

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 18:38 น.

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

รู้จัก “พอทเทอรี เคลย์” (Pottery Clay) ครบทุกเรื่องเซรามิคแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อผู้ประกอบการและคนรักงานปั้น

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

“พอทเทอรี เคลย์” (Pottery Clay) ศูนย์รวมสินค้าและบริการงานเซรามิคที่แรก ที่เดียว ที่ครบมากที่สุดในประเทศไทย สำหรับผู้ประกอบการเซรามิคทั้งรายย่อยและรายใหญ่ในระดับอุตสาหกรรม รวมไปถึงกลุ่มคนรักงานปั้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “One Stop Shopping”  จำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์งานปั้น พร้อมบริการด้านงานเซรามิคที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งยังมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณค่างานปั้นด้วยการเปิด ‘SOC : School of Ceramics โรงเรียนสอนปั้นเซรามิค by Pottery Clay’  พื้นที่ที่ให้เรียนรู้งานปั้นรอบด้าน ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง เหมาะสำหรับทุกเพศวัย  พร้อมต่อยอดเสริมสร้างทักษะจนสามารถนำไปประกอบสร้างอาชีพได้จริง

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

นางสาวสราญรัตน์ พานิชสุขไพศาล กรรมการบริษัท พอทเทอรี เคลย์ จำกัด เผยว่า “จุดเริ่มต้นของพอทเทอรี เคลย์ เกิดขึ้นด้วยดินเพียง 1 กิโลกรัม ที่นำไปเสนอให้ลูกค้ากลุ่มศิลปินเซรามิคได้ทดลองใช้ ซึ่งดินที่ว่านี้เป็นสูตรเฉพาะที่คิดค้นขึ้นมาใหม่จากประสบการณ์ในแวดวงอุตสาหกรรมวัตถุดิบสำหรับผลิตเซรามิคที่ได้เรียนรู้มาจากธุรกิจของครอบครัว ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า เราเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในเรื่องดิน เมื่อดินสูตรใหม่นี้ได้รับการยอมรับในคุณภาพ เราก็เริ่มมองไปยังองค์ประกอบอื่นๆ ในการผลิตชิ้นงานเซรามิคจนได้ข้อสรุปมาว่า การจะสร้างชิ้นงานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็กหรือใหญ่ ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นอีกมากมายที่ควรจะได้มาตรฐานเพื่อให้ชิ้นงานที่ออกมามีคุณภาพที่ดีที่สุด จึงเริ่มสร้าง “พอทเทอรี เคลย์” (Pottery Clay) ขึ้นมา เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมสินค้าและบริการงานเซรามิคที่แรก ที่เดียว ที่มีของคุณภาพ ครบวงจรมากที่สุดในประเทศไทย

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

สินค้าของเราจึงไม่ได้มีแค่ดินสูตรของเราเองเท่านั้น แต่ลูกค้ายังสามารถออเดอร์ให้จัดหาดินสำเร็จรูป รวมถึงพัฒนาสูตรดินขึ้นมาตามความต้องการในลักษณะ Made to order ได้ด้วย ทั้งยังนำเข้าดิน Keane จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นดินที่มีสูตรเฉพาะเข้ามาให้นักปั้นได้ใช้งาน โดยไม่ต้องสั่งออนไลน์ถึงต่างประเทศ ไม่ต้องรอนาน แค่มาที่เราก็ได้สัมผัสเนื้อดินจริงๆ และซื้อกลับไปใช้งานได้ทันที”

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือและอุปกรณ์ทุกอย่างที่ต้องใช้ในการผลิตชิ้นงานเซรามิคจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นแป้นหมุน เตาเผาเซรามิคไฟฟ้า สีเคลือบต่างๆ เครื่องมือปั้นและอุปกรณ์ตกแต่งชิ้นงาน รวมไปถึงเครื่องจักรที่ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมเซรามิคต้องใช้  โดยเราคัดสรรคุณภาพของสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาร่วมไว้ที่นี่ เช่น แบรนด์ SKUTT เตาเผาเซรามิคไฟฟ้าที่ศิลปินทั่วโลกยอมรับในคุณภาพมายาวนานกว่า 70 ปี หรือจะเป็น Amaco สีเคลือบสีเซรามิคจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือศิลปินมือโปรก็ต้องมีติดไว้ใช้งาน โดยพอทเทอรี เคลย์เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

“เมื่อซื้อสินค้าจาก พอทเทอรี เคลย์ ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ลูกค้ายังสามารถติดต่อเข้ามาปรึกษา การใช้งานต่างๆ กับเราได้ตลอดเวลา เพราะงานบริการหลังการขายคืออีกสิ่งหนึ่งที่เรามุ่งเน้น พนักงานของเรา ได้รับการปลูกฝังให้บริการอย่างเป็นกันเอง เป็นเพื่อนที่รักในงานเซรามิคเหมือนกัน แต่ทุกการบริการจะยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับมืออาชีพ เช่นในเรื่องเตาเผาเซรามิคไฟฟ้าหรือเครื่องจักรเซรามิคที่ไม่เพียงมีประกันคู่ไปกับทุกเครื่อง แต่เรายังนำส่งให้ถึงจุดหมาย พร้อมบริการติดตั้ง สอนการใช้งานไม่คิดค่าใช้จ่าย และในกรณีที่ลูกค้าบางคนยังมีกำลังไม่พอที่จะซื้อเตาเผาไปเป็นของตัวเอง เราก็ยังมีบริการเปิดเตาเผาสำหรับงานเผาชิ้นงานเซรามิค ซึ่งไม่ว่าจะนำชิ้นมามาเผาเพียงชิ้นเดียวหรือหลายร้อยชิ้น พอทเทอรี เคลย์ก็บริการให้หมด

“ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เราได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากลูกค้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่ในระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยสัมผัสงานเซรามิคมาก่อนเริ่มให้ความสนใจในงานด้านนี้กันมากขึ้น เราจึงเห็นโอกาสในการช่วยยกระดับและสร้างคุณค่าให้กับอาชีพนักปั้นเซรามิค จึงสร้างพื้นที่สำหรับกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่ต้องการเรียนรู้งานปั้นเซรามิคและนำไปพัฒนาต่อยอดกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ได้จริง จึงถือโอกาสในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยการเปิด ‘SOC : School of Ceramics โรงเรียนสอนปั้นเซรามิค by Pottery Clay’  พื้นที่ๆ เปิดสอนงานปั้น ให้ได้ปั้นจริง เผาจริง ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ ซึ่งคอร์สสอนปั้นต่างๆ สอนโดยผู้เชี่ยวชาญที่จบเฉพาะทางเซรามิค อาทิ อ.ขวัญ – อนันตวัฒน์ วิวัฎฏ์กุลธร อาจารย์พิเศษ ภาควิชาออกแบบเซรามิค จากมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นผู้สอนด้วยตัวเองทุกขั้นตอน”

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

สำหรับ SOC มีคอร์สต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทั้งคอร์สระยะสั้น (One Day Workshop) ที่ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ปั้นได้ เช่น การสอนปั้นมือบนแป้นหมุน, ปั้นกระถาง, ปั้นชิ้นงานประติมากรรม เป็นต้น แต่สำหรับบางคนที่หลงใหลในการเพ้นท์หรืออยากสร้างลวดลายบนชิ้นงานเซรามิคอย่างเดียว ก็สามารถเลือกคอร์ส Paint Your Own Pot (PYOP) เพื่อเรียนรู้การออกแบบลวดลายและลงสีบนเซรามิคสำเร็จรูปในสไตล์ที่ต้องการได้ สำหรับคนที่อยากลงลึกจริงๆ ก็มีคอร์สระยะยาว (Long Term Workshop) ซึ่งใช้เวลาเรียน 2 เดือน (สัปดาห์ละ 1 วัน) ซึ่งคอร์สนี้จะสอนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ สอนเคล็ดลับทำเซรามิคด้วยเทคนิคขั้นสูง การทำลวดลาย การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เป็นคอร์สที่สามารถสร้างอาชีพได้หลังเรียนจบ

ด้านเสียงตอบรับ ในช่วงที่ผ่านมาทุกคนต้องเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในอาชีพ ประกอบกับเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ต้อง Work From Home หลายคนจึงเริ่มมองหาอาชีพเสริมกันมากขึ้น บางคนมองหากิจกรรมใหม่ๆ ในทำช่วงที่มีเวลาว่างมากขึ้น ส่งผลให้คอร์สเวิร์คช้อปต่างๆ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เราเริ่มต้นด้วยคลาสสอนเพียงแค่ 2 คลาส ปัจจุบันพัฒนาเพิ่มขึ้นกลายเป็นเกือบ 50 คลาส โดยมีนักเรียนจบคอร์สกับเราไปแล้วเกือบพันคน ซึ่งนักเรียนที่อายุน้อยสุดที่มาเรียนคือ อายุ 6 ปี ที่ผู้ปกครองจะพามาเรียนรู้งานศิลปะอีกแขนงในช่วงเวลาว่าง ซึ่งเด็กๆ จะได้สนุกกับปั้นดิน งานศิลปะแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กอีกด้วย ขณะที่นักเรียนที่อายุมากสุดคือ 76 ปี ซึ่งก็คือกลุ่มคนวัยเกษียณที่ต้องการหางานอดิเรกทำ เมื่อเข้าคอร์สปั้นก็ทำให้ได้เพื่อนใหม่ และยังได้การเคลื่อนไหวและกระตุ้นมองให้ได้ใช้ความคิดแบบเพลินๆ อีกด้วย

'พอทเทอรี เคลย์' จากดินหนึ่งก้อนสู่ศูนย์กลางงานเซรามิค

“ในปีที่ 6 ของ พอทเทอรี เคลย์ นี้ได้ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องก้าวขึ้นไปเป็นจุดศูนย์รวมของสินค้าและบริการเซรามิคที่คนที่ชื่นชอบในงานเซรามิค ทั้งนักท่องเที่ยว หรือศิลปินชาวต่างชาติ เมื่อมาถึงเมืองไทย ถ้านึกถึงสินค้าและงานเซรามิค จะต้องนึกถึงพอทเทอรี เคลย์ เพราะที่นี่มีทุกอย่างครบ จบในที่เดียว และเร็วๆ นี้จะมีการเปิดพื้นที่สำหรับ Residency ที่จะเป็นโปรแกรมที่จัดสำหรับศิลปินด้านงานเซรามิคที่ๆ ต้องการทั้งที่พำนักอาศัยและทำงานไปด้วยให้อยู่ในที่เดียวกัน รวมถึงอีกหนึ่งเป้าหมายที่อยู่ในแผนที่จะทำคือ การเปิดพื้นที่ Gallery Ceramic แห่งแรกในประเทศไทย ที่จะเป็นพื้นที่ๆ รองรับการจัดแสดงโชว์นิทรรศการ หรือผลงานเซรามิค งานประติมากรรมต่างๆ โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของพอทเทอรี เคลย์ คือการที่จะยกระดับงานปั้น งานฝีมือให้ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ ผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้นเรียนรู้ ได้มาลองฝึก ลองลงมือทำ สร้างสรรค์ผลงานด้วยสองมือตัวเอง รวมไปถึงการสร้างคุณค่า พร้อมส่งเสริมอาชีพนักเซรามิคไทย ผ่านพื้นที่ของ School of Ceramics (SOC) เพราะเชื่อว่าฝีมือคนไทยในด้านงานสร้างสรรค์นั้นสามารถก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างทัดเทียม เพียงแค่มีวัตถุดิบ อุปกรณ์ รวมไปถึงการบริการในด้านงานเซรามิคที่จะเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมให้พวกเขาได้สร้างผลงานกันออกมาได้อย่างเต็มที่แน่นอน” คุณสราญรัตน์ กล่าวเสริม

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685773

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 19:13 น.

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

The Standard, Hua Hin รีสอร์ทริมทะเลสุดเก๋ เปิดโฉมการเฉลิมฉลองสีสันและความสร้างสรรค์ในเดือน Pride ตลอดทั้งเดือน

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

The Standard, Hua Hin รีสอร์ทสุดเก๋ที่บรรยากาศริมชายหาดชิคๆ ชวนทุกคนมาพบกับการออกแบบสไตล์ยุคกลางศตวรรษ โบกธงเชิดชูความหลากหลายและความเท่าเทียมในเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเดือน Pride (ไพรด์) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2565

สำหรับ Pride Month คือโอกาสที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์สำหรับชุมชน LGBTQ+ ซึ่งทั่วโลกมีการจัดขบวนพาเหรด ปาร์ตี้ คอนเสิร์ต และเวิร์กช็อป โดยงานอีเวนต์ประจำปีดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการไม่แบ่งแยกในทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการต่อสู้เพื่อสิทธิแห่งความเท่าเทียม และยกย่องเชิดชูความสำคัญของเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล และบุคคลข้ามเพศที่มีมาตลอดในประวัติศาสตร์

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

เพื่อร่วมฉลองเดือนไพรด์ในประเทศไทย The Standard, Hua Hin จะสว่างไสวไปด้วยสีสันของสายรุ้ง การตกแต่งภายใน และศิลปะการจัดวางที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ลึกล้ำของรีสอร์ต ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกอย่างมีอิสระ โดยแขกยังจะได้รับเชิญให้ผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับปาร์ตี้ดีเจ “Loud & Proud” ถึง 2 วัน พร้อมดารารับเชิญสุดพิเศษ ตั้งแต่เวลา 20.00-23.00 ของวันที่ 17 มิถุนายน อมิตา ทาทา ยัง นักร้องชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นดีเจ จะเปิดเซสชั่นเพลงแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Beach Bar

จากนั้นในวันที่ 18 มิถุนายน กิจกรรมสุดสนุกเต็มวันรออยู่ที่ Lido Bar ดีเจ Gramaphone Children จะเริ่มปาร์ตี้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ตามด้วยดีเจ Rhunrun ประจำแท่นดีเจตั้งแต่ 16.30 น. จากนั้นเมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้าจะมีการแสดงจาก Pat Chanudom ผู้ร่วมงานสามารถเต้นรำไปจนค่ำคืนดึกดื่น กับเสียงเพลงสนุกๆ จากดีเจ Tob จนถึงเวลา 23.00 น. โดย “จีน กษิดิศ” จะมาร่วมงานด้วยเพื่อทำให้ค่ำคืนเป็นที่น่าจดจำ

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

เพื่อช่วยให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ความสนุกสนานของเดือนไพรด์ The Standard, Hua Hin ได้รังสรรค์แพ็กเกจ “Pride in Paradise” เพลิดเพลินกับการเข้าพักที่่น่าทึ่งกับคนที่คุณรัก รวมทั้งอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน การปูเตียงที่จะทำให้คุณประหลาดใจ ค็อกเทลไพรด์ 2 แก้ว เซสชั่นสปา Mud Lounge สำหรับ 2 คน และการลดราคา 15% ที่ร้านอาหารและสปาของรีสอร์ท ไม่เพียงเท่านั้นคู่รักที่จองห้องซูพีเรียร์สวีท หรือวิลล่า จะได้รับบับเบิ้ลบาธที่แสนสบาย แพ็กเกจ Pride in Paradise มีบริการตลอดทั้งเดือนไพรด์ ระหว่างวันที่ 1 และ 30 มิถุนายน 2565 สามารถจองได้ที่ https://www.standardhotels.com/hua-hin/specials/pride-in-paradise

“เดือนไพรด์เป็นโอกาสสำคัญ เมื่อชุมชนชาว LGBTQ+ ลุกขึ้นเพื่อแสดงยจุดยืนและเฉลิมฉลองในความหลากหลาย วัฒนธรรม และมรดกสืบทอด ที่ The Standard เรามุ่งมั่นในการสนับสนุนความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยกมาโดยตลอด ดังนั้นเราจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมฉลองอีเวนต์สำคัญนี้ ด้วยกิจกรรมน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย โดย The Standard Hua Hin จะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่แสนอลังการตลอดเดือนมิถุนายน ด้วยการสวมใส่สีสันต่างๆ จากธงสีรุ้งอย่างภาคภูมิใจ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับแขกของเรามาสู่ชายฝั่งสวยงามของประเทศไทยในระหว่างเดือนไพรด์” ใหม่ เวชชาชีวะ ทิมบลิก Chief Creative & Culture Officer ของ Standard Asia กล่าว

เติมสีสัน Pride Month ริมทะเลสุดเก๋ @The Standard, Hua Hin

The Standard, Hua Hin นำบรรยากาศคูลๆ แบบไมอามี่ มาสู่ชายหาดของประเทศไทย ด้วยห้องพัก 199 ห้อง ทั้งห้องสวีทและวิลล่า Lido พูลบาร์ ตกแต่งสไตล์ครึ่งศตวรรษ และร้านอาหารไทยสไตล์อิซากายาริมหาด และ The Juice Café ในบรรยากาศสวนร่มรื่น โรงแรมริมทะเลสุดฮิพแห่งนี้จะเป็นที่ดึงดูดใจในหมู่นักเดินทางจากทั่วโลกที่มองหาประสบการณ์ใหม่ และล่าสุดเพิ่งได้รับเลือกให้อยู่ใน Hot List ของปี 2022 ของนิตยสาร Conde Nast Traveler ซึ่งเป็นลิสต์ที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่างยิ่งสำหรับโรงแรมใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของโลก

โรงแรมต่างๆ ของ The Standard ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของโลก ตั้งแต่หาดไมอามี่ไปจนถึงมัลดีฟส์ ลอนดอนจนถึงนิวยอร์ก หัวหิน และเร็วๆ นี้ที่กรุงเทพฯ

ติดต่อกับโรงแรมได้ทาง Facebook: The Standard, Hua Hin

Line: @thestandardhuahin

Web: www.standardhotels.com/hua-hin

It’s up to you whether you want a 5th Covid jab: Yong

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40016700


It is up to each person to decide whether he or she would like to get a fifth Covid-19 jab as they have received vaccine doses for more than a year, top virologist Dr Yong Poovorawan said on Thursday.

It's up to you whether you want a 5th Covid jab: Yong

Citing a study on a volunteer who had five Covid-19 jabs, he said the volunteer’s immunity against the virus rose sharply two weeks after receiving the booster before declining.

However, vaccinated people develop mild symptoms and recover from Covid-19 quickly as their “body memory” helps boost immunity once they are infected, Yong made clear.

It's up to you whether you want a 5th Covid jab: Yong

He said everyone should receive at least three jabs, while at least four should be administered to those with chronic diseases and frontline medical staff so they can deal with virus mutations, especially Omicron.

Yong also advised people to get their next Covid jab four to six months after the third or fourth shots as immunity against the virus drops sharply during that time.

He expected people, especially the vulnerable, would need annual Covid-19 doses, just as in the case of influenza.

Published : June 16, 2022

By : THE NATION

Cannabis can affect nervous system, liver, mental health, doctor warns

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40016696


Cannabis can impact the nervous system and liver, apart from affecting mental health, an expert at Siriraj Hospital’s Faculty of Medicine said on Wednesday.

Cannabis can affect nervous system, liver, mental health, doctor warns

The faculty’s dean for informatics, Clinical Prof Dr Adune Ratanawichitrasin, explained that the decriminalised herb’s effect on the nervous system includes widening of the blood vessels, a slow or fast heart rate, and irritable bowel syndrome.

He also pointed out that people who eat or smoke cannabis could suffer from its effect on the nervous system.

Adune said people could also be at risk of drug overdose due to the herb’s effect on liver functions, especially enzymes which help mitigate effects of the drug.

He went on to say people who use anticoagulants, diabetes drugs, lipid-lowering agents and sleeping pills after consuming cannabis are at risk of drug overdose.

Adune warned that using cannabis as a food additive without informing consumers would trigger risks especially for those with chronic diseases who consume various drugs.

Restaurants or food stalls which add cannabis to food can’t blame consumers who suffer from the effects of the herb, he added.

Published : June 16, 2022

By : THE NATION

You could be at risk of lung cancer despite never having smoked

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40016667


Roche Thailand has introduced a new method in lung cancer diagnosis using a low dose computerised tomography scan which provides accurate diagnosis in the vital early stage of the dreaded disease.

You could be at risk of lung cancer despite never having smoked

The company announced the novel method at a seminar on May 27 titled “Did you know? You could be at risk of lung cancer” to promote public awareness regarding the risks of lung cancer and other diseases related to smoking on the occasion of World No Tobacco Day on May 31.

Key speakers at the seminar included Vichaiyut Hospital respiratory specialist Dr Manoon Leechawengwongs and Dr Narinthorn Surasinthon, anti-aging and regenerative medicine specialist from Bumrungrad International Hospital. The session also featured two guest speakers, one who had been diagnosed with early-stage lung cancer after having smoked for some time but had kicked the habit for years and another, whose mother had never smoked before, to share their experiences in diagnosis and treatment.

Statistics from the World Health Organisation’s Global Cancer Observatory report showed lung cancer was the second highest cause of death from cancer in Thailand in 2021, with 23,717 new cases reported – an average of 65 patients per day.

Last year 20,395 Thais died due to lung cancer, or an average of 56 persons per day, putting Thailand in 18th place of disease severity.

Despite the high rate of cases, the number of patients being diagnosed in the early stages in Thailand is relatively low compared to those in developed countries such as the United States, United Kingdom, France, Space, Italy and Japan.

“Since the success in treating cancer largely depends on how early a patient is diagnosed with it and receives treatment, it is evident that challenges in reducing the mortality rate from lung cancer in Thailand lies in providing persons at risk of this disease with a fast, accurate and affordable screening test,” said Manoon.

You could be at risk of lung cancer despite never having smoked

“If patients are diagnosed when they are in the fourth stage, or the spreading stage of lung cancer, they will have a 0-10 per cent chance of surviving more than five years after treatment. However, the chance of survival improves to 13-36 per cent if cancer is detected in the third stage, and to 53-92 per cent if it is found during the second or first stage,” he explained.

Thailand has an early-stage lung cancer detection rate of only 15 per cent, Manoon said.

He therefore urged people in high risk groups, like those who have been smoking or exposed to cigarette smoke or other chemicals that cause cancer to get tested immediately if they have the following persisting symptoms: hoarse voice, change in voice, chronic coughing, blood in phlegm, wheezing, prolonged chest pain, pain when swallowing, or lung infection.

“Healthy people could also be at risk of getting lung cancer as the risk factors of this disease could be heredity. If your family members have a history of chronic lung diseases and emphysema, you could inherit a faulty gene that may cause lung cancer,” he warned.

“However, the heredity factor is responsible for only 20 per cent of lung cancer patients, while 80 per cent developed the disease due to their behaviour and the environment – for example, smoking more than 20 packs of cigarettes per year, being exposed to asbestos, nickel and chromium due to an industrial work environment, riding a motorcycle in areas with PM2.5 dust particles, or burning incense sticks regularly.”

During the seminar, Arun Thepkaew shared his experience after he was diagnosed with second stage lung cancer at 68 years of age. Arun had been smoking two packs of cigarettes a day for 13 years but had quit the habit for 35 years.

Arun had been smoking two packs of cigarettes a day for 13 years but had quit the habit for 35 yearsArun had been smoking two packs of cigarettes a day for 13 years but had quit the habit for 35 years

“Last year I went to a doctor after experiencing chronic coughing, and was diagnosed with lung cancer,” he said. “This helped me get treatment at an early stage and the result has been satisfactory. I can live a normal life without being a burden to others. I vowed to follow the doctor’s orders in reducing risky behaviour and avoiding environments that could worsen my condition.”

Yod Kusolmanosuk shared the story of his mother Kimtiang, 72, who had been diagnosed with first stage lung cancer despite never having smoked.

You could be at risk of lung cancer despite never having smoked

“My mom often burned incense sticks while praying before going to bed,” he said. “Ten years ago, she was also diagnosed with the spreading stage of colon cancer. Last year, I took her for an annual physical check-up, in which the doctor suggested that she get a low dose CT scan since her heredity factor indicates she could be at risk of lung cancer. The scan revealed she had first stage lung cancer, which is lucky for us as treating it in this stage means a high chance of success, compared to colon cancer in later stages that she has had to deal with.”

Bumrungrad’s Dr Narinthorn said there are three methods of screening for lung cancer: chest X-ray, a CT scan and low dose CT scan.

“Chest X-ray is often included in annual physical check-ups as it is fast and inexpensive,” he said. “However, it is inefficient in detecting cancer cells in the early stage because the cells are too small for X-rays to pick up,” he explained.

“The CT scan has higher accuracy, but it is expensive and not many hospitals have the equipment, which results in patients having to wait for a long time to get scanned,” the doctor said.

“But the low dose computerised tomography scan, or in short low dose CT scan, is six times more accurate than chest X-rays and can therefore detect cancer cells early, allowing for quicker treatment, which will help reduce patient mortality from lung cancer by 20 per cent,” he said.

“The low dose CT scan for lung cancer screening is both fast and efficient. Therefore, all patients in risk groups should go in for this.”

You could be at risk of lung cancer despite never having smoked

The US National Comprehensive Cancer Network suggests people over 50 and those who have been smoking more than 20 packs a year should get low dose CT scan every year as a precaution against lung cancer, Narinthorn pointed out.

“Those who have never smoked but carry other risk factors, or even health-conscious people, can consult their physician to get a low dose CT scan, as detecting this cancer at an early stage will significantly increase the success rate of treatment and reduce the chance of cancer recurring,” he strongly advised.

You can watch the seminar via the following YouTube channels: https://www.youtube.com/watch?v=vJWl48RAeng or https://www.youtube.com/watch?v=yQGpUZqRvn4.

Published : June 15, 2022

By : THE NATION

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685674

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 12:36 น.

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

“พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์สเปเชียลตี้คอฟฟี่ชื่อดัง พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด! กับสุดยอดเมนูกาแฟเดอร์ตี้สไตล์โตเกียว ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถันพิถันด้วยสูตรลับเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work Hard, Dirty Harder”

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

หากพูดถึงเมนูยอดนิยมของคาเฟ่ประเภทสเปเชียลตี้คอฟฟี่ ในอันดับต้นๆ จะต้องมีเมนูกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) อยู่อย่างแน่นอน เพราะหลายปีมานี้จะเห็นได้ว่ากาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) นั้นได้รับความนิยมในกลุ่มคอกาแฟเป็นอย่างมาก จากเสน่ห์ในความชัดเจนของรสชาติและมีความหลากหลายในแก้วเดียว โดยล่าสุด “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านสเปเชียลตี้คอฟฟี่และมีซิกเนเจอร์เป็นเมนูกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) ได้เปิดตัวสุดยอดเมนูใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นจากเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษเพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) สไตล์โตเกียวต้นตำรับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work Hard, Dirty Harder” ทำทุกอย่างให้เต็มที่ แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยสุดยอดกาแฟเดอร์ตี้ที่พาคามาร่า โดยพร้อมเสิร์ฟให้ได้ดื่มด่ำกันแล้ววันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

“พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์สเปเชียลตี้คอฟฟี่ชื่อดัง ที่ใส่ใจควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน จากโรงงานแปรรูป โรงสีเมล็ดและโรงคั่วกาแฟ ภายใต้การดูแลของแบรนด์เอง พร้อมคัดสรรเมล็ดพันธุ์กาแฟชั้นดีจากแหล่งปลูกชั้นนำทั่วทุกมุมโลก ผ่านฝีมือการแปรรูปโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำเมล็ดกาแฟไปคั่วอย่างพิถีพิถันเพื่อดึงเอาเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่นของเมล็ดกาแฟออกมาด้วยเครื่องคั่วไฮเอนด์คุณภาพระดับโลก

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

สำหรับกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยการสร้างสรรค์จากเจ้าของร้าน Bear Pond Espresso เอสเพรสโซ่บาร์ชื่อดังย่าน Shimokitazawa ในโตเกียว และได้นำเมนูนี้ไปเปิดตัวครั้งแรกให้คอกาแฟได้ลิ้มรสที่ร้าน Joe The Art of Coffee ในมหานครนิวยอร์กจนโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยความพิเศษของกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) เป็นเมนูกาแฟนมที่เสิร์ฟแยกชั้นกันอย่างชัดเจนระหว่าง ‘นมเย็นจัด’ ที่อยู่ด้านล่างของแก้ว กับ ‘ช็อตเอสเพรสโซ่’ หรือ ‘ริสเทรตโต้’ ที่อยู่ด้านบน จึงต้องเสิร์ฟใน ‘แก้วใสแช่เย็น’ เท่านั้น เพื่อให้มองเห็นการแยกชั้นเป็นลวดลายต่างๆ ดังนั้นคำว่าเดอร์ตี้ (Dirty) จึงไม่ได้หมายถึงสกปรก แต่มาจากคราบของกาแฟที่เปรอะเปื้อนภายในแก้วนมสีขาวบริสุทธิ์นั่นเอง โดยวิธีการดื่มนั้นจะไม่ใช้ช้อนคนส่วนผสมก่อนดื่ม แต่ให้ยกขึ้นจิบตามที่บาริสต้าเสิร์ฟทันที เพื่อให้ได้รสชาติของส่วนผสมแต่ละชั้นอย่างชัดเจน โดยแต่ละจิบที่ดื่มไปเรื่อยๆ ก็จะได้รสสัมผัสและกลิ่นที่แตกต่างกันไปซึ่งเป็นเสน่ห์พิเศษของเมนูนี้

โดยที่ “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) นั้น ก็มีเมนู เซนต์ เดอร์ตี้ (Saint Dirty) กาแฟเดอร์ตี้สุดคลาสสิก หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมตลอดกาล จากช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ท็อปอยู่บนนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะ ที่มอบรสสัมผัสหอมเข้มข้นกลมกล่อมหวานมันได้อย่างลงตัว

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

สำหรับความพิเศษของเมนูใหม่นั้น ทางแบรนด์ได้สร้างสรรค์ “โตเกียว เดอร์ตี้ เบลนด์” (Tokyo Dirty Blend) เมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะจากส่วนผสมของเมล็ดกาแฟต่างประเทศที่คัดสรรจาก 3 ทวีป 3 ประเทศผ่านการคั่วที่ถูกควบคุมโดยทีมโรสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคการสกัดช็อตกาแฟแบบพิเศษและควบคุมอัตราส่วนโดยบาริสต้าที่มีความชำนาญ เพื่อให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำกับช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ในสไตล์โตเกียวแท้ๆ ที่รสชาติออกหวานแบบเมเปิ้ลไซรัป (Maple Syrup) ผสมมอลต์บิสกิต (Malt Biscuits) และดาร์กช็อกโกแลต ( Dark Chocolate) และมีบอดี้ที่ดี (Full Body)

เมนูแรกคือ “โตเกียวสไตล์ เดอร์ตี้” (Tokyo Style Dirty) ความลงตัวของช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ที่ท็อปด้านบนด้วยนมสดเย็นจัด ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งแม้ไม่ได้เติมความหวานเลย แต่เดอร์ตี้แก้วนี้ก็สามารถดึงความหอมหวานที่มาจากรสชาติกาแฟอย่างแท้จริงออกมาได้อย่างลงตัว ถัดมาที่เมนู “แซนด์แคสเซิล เดอร์ตี้” (Sandcastle Dirty) เปิดประสบการณ์ในการดื่มเดอร์ตี้ด้วยความหวานกลมกล่อมของนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะและช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ทำให้เดอร์ตี้แก้วนี้ มีรสชาติที่คอมเพล็กซ์ เมื่อจิบไปเรื่อยๆ จะมีรสสัมผัสและกลิ่นที่แตกต่างกันไป โดยเสน่ห์พิเศษของเมนูนี้คือความหอมหวานของคาราเมลแคนดี้และมอลต์บิสกิต ที่จะมาสร้างความเพลิดเพลินให้อย่างไม่รู้จบ ปิดท้ายที่เมนู “กรีนมาร์เบิล เดอร์ตี้” (Green Marble Dirty) เดอร์ตี้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอาใจคนรักมัทฉะโดยเฉพาะ ด้วยผงมัทฉะเกรดพรีเมียมจากเมืองอุจิ (Uji) จังหวัดเกียวโต นำมาผสมผสานกับนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะ ที่นอกจากสีสันสวยงามน่ารับประทานแล้ว รสชาติของมัทฉะเดอร์ตี้แก้วนี้ยังกลมกล่อม หอม และนุ่มนวลเป็นพิเศษอีกด้วยรับรองว่าต้องถูกใจสาวก มัทฉะอย่างแน่นอน

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

ร่วมดื่มด่ำไปกับรสชาติชั้นเยี่ยมของเครื่องดื่ม เดอร์ตี้ (Dirty Beverage) ได้แล้ววันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ร้าน “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) ทุกสาขา และอีก 3 สาขาใหม่เร็วๆ นี้ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สุขุมวิท 39, ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ และเซ็นทรัล ลาดพร้าว พิเศษสำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน พาคามาร่า ระดับแพลตตินั่ม สามารถรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ในเมนู “Work Hard, Dirty Harder” ได้ทุกวันพุธ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) ได้ทาง Facebook: PACAMARA

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685634

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 08:05 น.

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

TWG Tea บรรจงคัดสรรชาชั้นเลิศที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกจากเทือกเขาหิมาลัย กับ “2022 Darjeeling First Flush” พร้อมนำเสนอลิสต์ชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศที่คนรักชาห้ามพลาด

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ทีดับเบิลยูจี ที (TWG TEA) แบรนด์ชาชั้นนำระดับโลก นำความหอมกรุ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศจากบริเวณเชิงเขาที่ราบสูงหิมาลัยอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งชาดำ” จากรสชาติอันมีเอกลักษณ์ และในปีนี้ TWG Tea ได้นำเสนอ “2022 Darjeeling First Flush” ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกที่ดีที่สุด รวมถึงนำเสนอลิสต์เมนูชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศอีกหลากหลายรายการเพื่อให้คนรักชาได้เลือกสรรชาชั้นดีอย่างเต็มอรรถรส

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ชาดาร์จีลิ่ง ‘ราชาแห่งชาดำ’

ที่ราบสูงหิมาลัย ดินแดนอันเป็นแหล่งเพาะปลูกชาดาร์จีลิ่ง เป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์ในการเพาะปลูกชาอย่างยิ่ง เนื่องด้วยมีสภาพภูมิอากาศเย็น อีกทั้งยังมีระดับความสูงที่สูงถึง 2,500 เมตร นอกจากนี้ดินและปริมาณน้ำฝนที่มีลักษณะเฉพาะของเทือกเขาทำให้ได้คุณภาพ กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นจากธรรมชาติ ส่งผลให้ได้ชาดำชั้นเลิศที่ไม่สามารถพบเจอได้จากบริเวณอื่นในโลก จนได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งชาดำ

ทีดับเบิลยูจี ที ขอนำเสนอ 2022 ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช (2022 Darjeeling First Flush) ชาดำคัดสรรพิเศษที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกของปี ให้รสสัมผัสอันหอมหวานคล้ายองุ่นมัสคาเทลและพีช มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนชาใดๆด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยสัมผัสที่โดดเด่นของผลไม้สุกและถั่ว ชา 2022 ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช (2022 Darjeeling First Flush) บรรจุในกระป๋องชาลิมิเต็ท เอดิชั่น (limited edition) พิมพ์ลวดลายสีทองสวยงาม เหมาะแก่การสะสมหรือมอบให้เป็นของขวัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

นอกจากนี้ ทีดับเบิลยูจี ที (TWG Tea) ยังมีลิสต์ชาดาร์จีลิ่งนานาชนิด นำเสนอให้เลือกสรร ได้แก่ชา Darjeeling Mist Tea ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูแรก จากแหล่งปลูกบริเวณเทือกเขาหิมาลัยผสานกับชาแดงชั้นยอดจากแอฟริกาใต้ และชา Maharajah Darjeeling ชาดาร์จีลิ่งรสชาติเข้มข้น ให้รสสัมผัสหวานอันมีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับโอกาสสำคัญ และชา Darjeeling Princess Tea ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูแรก ผสานกับผลไม้นานาชนิด และชา Royal Darjeeling FTGFOP1 ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งชาอินเดีย” มีกลิ่นและรสที่จะช่วยเติมชีวิตชีวาได้ในทุกโอกาส และสุดท้ายชา White Darjeeling ชาขาวชั้นยอด ที่ผลิตได้เพียง 2 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น และใช้มือในกระบวนการเก็บและผลิต ทำให้ได้รสสัมผัสละมุนและเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์คนรักชาที่มองหาชาชั้นเลิศเพื่อเติมเต็มอรรถรสในการดื่มชาอย่างยิ่ง

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

จาก ‘ใบชา’ สู่ ‘ถ้วยชา’

ความลับในการผลิตชาดาร์จีลิ่งชั้นดีสักถ้วยนั้นคือกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ตั้งแต่สภาพอากาศและสภาพดิน เทคนิคการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวแบบออร์แกนิค ไปจนถึงการทำฟาร์มแบบยั่งยืนและวิธีการแปรรูปชา ชาดาร์จีลิ่งเหล่านี้ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันด้วยมือ เพื่อให้แน่ใจว่าได้คุณภาพสูงและละเอียดประณีต

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ดื่มด่ำกับอรรถรสแห่งชาชั้นดี ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช ที ปี 2022 (2022 Darjeeling First Flush Tea) ได้ในราคาชิ้นละ 1,560 บาท มีจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ณ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูทีค ทุกสาขา และเมนูชาดาร์จีลิ่งได้แก่ Darjeeling Mist Tea, Maharajah Darjeeling, Darjeeling Princess Tea, และ Royal Darjeeling FTGFOP1 ราคาพิเศษ 250 บาท++ ต่อที่ และ White Darjeeling ราคาพิเศษ 490 บาท++ ต่อที่ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2565 ณ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูทีค สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น G สาขาสยามพารากอน ชั้น G และสาขาไอคอนสยาม ชั้น G สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2259-9510

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/685680

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 13:50 น.

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ แพทย์ย้ำไม่ใช่โรคติดต่อ จัดการได้หากรับการรักษาอย่างตรงจุด รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ

เนื่องด้วยสัปดาห์โรคภูมิแพ้โลก หรือ World Allery Week 2022 ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของโรคภูมิแพ้  ยิ่งไปกว่านั้น ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ ( Atopic Dermatitis) ยังเสมือนด่านปราการแรกในการนำไปสู่โรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ จากข้อมูลกว่า 50% พบเกิดอาการร่วมกับโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ จาม น้ำมูก คัน คัดจมูก โรคหอบหืด รวมถึงการแพ้อาหาร ความเข้าใจและการรักษาอย่างตรงจุดจึงนับเป็นหัวใจสำคัญช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้มากว่า 30 ปี ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยทุกวันนี้ มีผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่อยู่ในระดับที่รุนแรง ไม่น้อยกว่า 5% หรือประมาณ 500,000 ราย จากประชากรที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งมีอยู่กว่า 10 ล้านคน หรือ 15% ของประชากรไทย แต่กลับมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มากมาย อาทิ เป็นโรคติดต่อกันได้ ทำให้ผู้ป่วยเกิดความอับอาย โดนรังเกียจจากสังคม ส่งผลกระทบต่อจิตใจ การอาบน้ำช่วยบรรเทาอาการคันหรือระคายเคือง หรือกระทั่งการงดเว้นอาหารบางประเภทจะทำให้อาการต่าง ๆ หายขาด นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดว่าหากใช้สเตียรอยด์แล้วจะหาย ซึ่งสเตียรอยด์เป็นยาต้านการอักเสบ ช่วยเฉพาะผิวภายนอก ไม่ได้ช่วยการอักเสบข้างในหรือไม่ได้ช่วยรักษาจากสาเหตุของเซลล์หรือยีนที่ผิดปกติ หากใช้สเตียรอยด์ไปเรื่อย ๆ ก็จะเกิดการดื้อยา และได้รับผลข้างเคียง ทำให้ผิวหนังบางลงและดูดซึมเข้าร่างกาย ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ในความเป็นจริงโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่สามารถติดต่อกันได้ แต่เกิดจากปัจจัยหลักสำคัญ 2 ประการ คือ ปัจจัยภายใน คือ พันธุกรรม หรือมีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้หรือภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน และ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สิ่งกระตุ้น เช่น มลพิษต่าง ๆ อาทิ แสงแดด สภาพแวดล้อม รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ปัจจัยภายนอกนั้นมีผลมากกว่าปัจจัยภายใน เพราะอาการต่าง ๆ อันเนื่องมาจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้น เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคือง หรือการอักเสบของผิวหนัง ยิ่งปัจจุบัน ประเทศไทยมีปัจจัยกระตุ้นทั้งจากมลภาวะเป็นพิษ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งล้วนมีผลกระตุ้นทำให้ชั้นผิวหนังถูกทำลาย ส่งผลให้คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการคาดการณ์ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรไทย 50% จะเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ซึ่งกว่า 50% มักพบว่าเป็นร่วมกันทั้งสองโรค

ทั้งนี้วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่ควรมาพบแพทย์ คือ  “รบกวน” ในกรณีที่มีอาการคันจนรบกวนการนอน รบกวนการใช้ชีวิต และ “เรื้อรัง” มีอาการคันหรือเป็นผื่นที่เป็นเรื้อรัง เกิน 6 เดือน มีอาการหลายบริเวณ เกิน 2 ตำแหน่งขึ้นไป  มีการกลับมาเป็นอยู่เรื่อย ๆ อีกหนึ่งจุดสังเกตคือ มีอาการเห็นเด่นชัดบริเวณใบหน้า

ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล กล่าวถึงวิธีการรักษาภูมิแพ้ ต้องเริ่มจากการรักษาที่เกราะป้องกันตัวเราก่อน คือผิวหนัง ผิวหนังมีพื้นที่ผิวมากที่สุดในร่างกาย เพราะฉะนั้นผิวหนังจึงเสมือนปราการด่านแรก หากถูกทำลายก็ทำให้อ่อนแอ ส่งผลให้เกิดการแพ้อื่น ๆ ได้ เราสามารถแพ้อาหารทางผิวหนังได้ เช่น แพ้ถั่ว โดยไม่จำเป็นต้องกินก็แพ้ได้ด้วยการสัมผัสบ่อย ๆ ปัจจุบัน ถ้าเด็กเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็จะแพ้อาหาร แพ้พวกไรฝุ่น หรือขนสัตว์ที่เกิดจากการสัมผัส ไม่ได้เข้าระบบทางเดินหายใจ บรรดาโรคภูมิแพ้ทั้งหมด ‘โรคภูมิแพ้ผิวหนัง’ ถือเป็นโรคที่มีผลกระทบในวงกว้าง เพราะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ชนิดอื่นได้ และสิ่งที่น่าวิตก คือ คนไทยประมาณ 5% ที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ในระดับที่รุนแรงกลับถูกมองข้าม เพราะคิดว่าโรคนี้ไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่ทว่าโรคนี้ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีอาการคันตลอด นอนไม่ได้ ติดเชื้อง่าย ไม่เพียงแค่ผลกระทบทางร่างกาย ความเข้าใจผิด ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม สูญเสียความมั่นใจ อาย เกิดความเครียดสะสมและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่คิดฆ่าตัวตาย

ด้านคุณแม่ผู้ป่วย ซึ่งมีลูกชายวัย 17 ปี ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขั้นรุนแรง แบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังว่า ลูกชายของตนมีอาการเป็นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็รักษาตามอาการมาโดยตลอด ทั้งกินยา ทายา และห่อตัวด้วย Wet Wrap เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว แต่พอระยะหลังช่วงมัธยมต้น อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ รักษาทุกวิธีทุกรูปแบบก็ไม่หาย ผิวหนังเป็นตุ่มเป็นผื่นแดงทั่วตัว ไม่มีที่ว่างเลย เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร เมื่อไปโรงเรียน ก็มีคนทำท่ารังเกียจ ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่อยากถ่ายรูป ขาดสมาธิในการเรียน  การเรียนตกต่ำลง อีกทั้งงานอดิเรกคือกีฬากอล์ฟ ก็ต้องหยุดไปเพราะไม่สามารถออกแดดได้ คนเป็นแม่รู้สึกทุกข์ทรมานใจมาก เพราะโรคนี้ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและคนในครอบครัว ทั้งด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา น้องได้รับการรักษาด้วยกลุ่มยาชีววัตถุ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทำให้น้องมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 2 สัปดาห์ และผื่นหายหมดหลังจากรักษาไป 1 เดือน ปัจจุบันครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง น้องอยากไปโรงเรียน และมีกลุ่มเพื่อน ๆ รวมถึงผลการเรียนก็ดีขึ้น

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล กล่าวปิดท้ายถึงอุปสรรคในการเข้าถึงกลุ่มยาชีววัตถุว่า ในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยยากลุ่มนี้ได้ เนื่องจากยากลุ่มชีววัตถุยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และยังไม่มีระบบสำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาของยากลุ่มนี้ ซึ่งเป็นยาที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นนวัตกรรมใหม่หรือที่เรียกว่าการรักษาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นการรักษาตรงจุดช่วยลดการอักเสบเฉพาะเซลล์ที่บกพร่อง และทำให้โรคสงบ ช่วยลดการเห่อ ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีเวลาฟื้นฟูผิว อาบน้ำ ทาครีมดูแล แต่ถ้าโรคไม่สงบ ผิวหนังถูกกระตุ้นเรื่อย ๆ จากการเกา เกิดการอักเสบและเห่อขึ้นอีก ซึ่งจะวนไปแบบนี้เรื่อย ๆ โดยหลักการการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คือ ต้องให้โรคสงบก่อน และรีบฟื้นฟูผิว รวมถึงต้องเลี่ยงไม่ให้เจอปัจจัยกระตุ้น อีกทั้งต้องปรับการใช้ชีวิตให้สมดุลแบบองค์รวม หรือ 4E ประกอบด้วย 1. Environment – สภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงพวกไรฝุ่น หรือมลภาวะเป็นพิษหรือตัวกระตุ้นทั้งในบ้านและนอกบ้าน 2. Emotion – พยายามไม่เครียด เพราะมีผลทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และโรคภูมิแพ้กำเริบ 3. Exercise – การออกกำลังกายจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ก็ต้องมีลักษณะพิเศษคือควรอยู่ในห้องแอร์ ออกกำลังกายแต่พอดี ไม่ร้อน ไม่ให้เหงื่อออก หรือหากว่ายน้ำ ก็ต้องเป็นระบบน้ำเกลือ ควรหลีกเลี่ยงคลอรีน เป็นต้น และ 4. Eating – รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรกินผักผลไม้ในปริมาณที่สมดุลกับหมวดหมู่อื่นๆ และเสริมวิตามิน D เพื่อช่วยป้องกันเรื่องภูมิแพ้

สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เพจศูนย์ภูมิแพ้ ธรรมศาสตร์ 

https://www.facebook.com/pageAsthmaTUcaap และเพจ Asthma? Talks by Dr. Ann 

https://www.facebook.com/TU.AsthmaClub2014/

DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/685627

วันที่ 14 มิ.ย. 2565 เวลา 19:14 น.

DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต

คอลเลคชั่นใหม่ : DC Shoes X Andy Warhol สายสเก็ต สายแฟชั่นไม่ควรพลาด

DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต

เปิดคอลเลคชั่นสุดอาร์ท DC Shoes X Andy Warhol จากศิลปินผู้ที่สร้างสรรค์ผลงาน POP ART ที่โด่งดังที่สุดในศตวรรษที่20 การันตรีจากภาพประมูลราคาสูงถึง 195 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.7 พันล้านบาท เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดย Warhol ไม่ได้มีแค่ภาพวาด แต่ยังมีภาพถ่าย การทำ Silk screen ที่โดดเด่นทั้งมุมมอง และการใช้สีที่ตื่นเต้นอีกด้วย

DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต
DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต

โดยในครั้งนี้เป็นการที่เอาศิลปะของ Andy Warhol มาจับคู่ชนกันบนชุด และรองเท้า จากมุมมองของ DC Shoes ที่เรียกว่า Collisions

โดยจะแบ่งออกเป็น 4 มุมมองย่อย

1. Strength and Weakness โดย การนำเอารองเท้าที่มีทนทานที่สุด เทคโนโลยีสำหรับนักสเก็ตสายโหดอย่างแท้จริง มาติด Fragile ไว้

2. WAR and Peace ที่ใช้สีสันอันโดดเด่น โดยใช้ รูปวัว และ มีด มาเป็นการเล่าเรื่อง

3. Saints and Sinners มีการนำภาพโด่งดังระดับโลกมาทำสีใหม่ ทั้งเบาสบายตา และ โทนร้อนแรง

4. Life and Death เป็นอีกสองสิ่งที่ Warhol ใช้ในงานของเค้าบ่อยครั้ง นั่นคือ กะโหลก และ ดอกไม้ที่สีสด

DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต
DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต
DC Shoes x Andy Warhol ผสานศิลปะป๊อปอาร์ตกับวัฒนธรรมการเล่นสเก็ต

สำหรับสินค้าที่มีใน Collection นี้เรียกได้ว่าหลากหลาย น่าตื่นเต้น และมีศิลปะที่ยืนยาวอยู่คู่กันแบบลงตัว เพราะฉะนั้น ทั้งสายสเก็ต และสายแฟชั่นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง