รู้จัก “โรคไวรัสตับอักเสบซี” ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470456

รู้จัก “โรคไวรัสตับอักเสบซี” ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน

15 มิถุนายน 2564 – 08:00 น.

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่มนุษย์ห้ามไม่ได้ แต่สามารถป้องกันได้ ทำความรู้จักอีกโรคที่ควรระวัง โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์สายดาร์ก “โรคไวรัสตับอักเสบซี” ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน ต้นต้อสู่ “มะเร็งตับ”

ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน กับ โรคไวรัสตับอักเสบซี” เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี ทางเลือดหรือเพศสัมพันธ์ คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี

จุดเริ่มต้นของไวรัสชนิดนี้ ติดต่อเข้าสู่ร่างกายทางเลือดเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติการรับเลือดก่อนปี พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัส นอกจากยังพบบ่อยในผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด การสักด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด การฉีดยากับหมอเถื่อน และผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการล้างไต

และยังพบได้มากขึ้นสำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซีร่วมกับการติดเชื้อ HIV โดยมีอัตราการติดเชื้อในผู้ป่วยกลุ่มนี้สูงถึง 8–10 % และสามารถก่อให้เกิดพยาธิสภาพได้ทั้งภายในตับและภายนอกตับ

รู้จัก "โรคไวรัสตับอักเสบซี" ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน

เมื่อเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเข้าไปในร่างกายจะแบ่งตัวและอาศัยอยู่ในตับ ระยะแรกทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ส่วนมากผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการทำให้ผู้รับเชื้อไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อ จนกว่าจะไปตรวจเลือดแล้วพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ หรือบริจาคเลือดแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบซี ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ อ่อนเพลียจากการอักเสบของตับ คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เบื่ออาหาร น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย

แต่หากติดเชื้อเฉียบพลัน ประมาณ 70-80% จะเข้าสู่ระยะติดเชื้อเรื้อรัง เนื่องจากไม่สามารถขจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้ หากเป็นนานๆ หลายปี อาจมีภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดพังผืด หรือแผลเป็นในตับ นำไปสู่ภาวะตับแข็ง และในที่สุดมีโอกาสเกิดมะเร็งตับ ที่สำคัญจะทราบได้ว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่นั้น ปัจจุบันจะต้องใช้วิธีตรวจทางห้องปฏิบัติเท่านั้น

ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวาณิชย์ นายกสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2564 ได้อนุมัติการใช้ยาที่สามารถรักษาครอบคลุมทุกสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี คือ ยาสูตรผสม Sofosbuvir/Velpatavir (SOF/VEL) ที่มีกลไกการออกฤทธิ์โดยตรงในการยับยั้งไวรัสตับอักเสบซี (Direct Acting Antivirals; DAAs) และมีประสิทธิภาพรักษาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้หายขาดสูงถึง 95%

โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เป็นโรคที่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งยาสูตรนี้อยู่ในสิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ที่เข้าเกณฑ์การรักษาตามประกาศของบัญชียาหลักแห่งชาติ ภายใต้การดูแลรักษาของอายุรแพทย์สาขาระบบทางเดินอาหาร หรืออายุรแพทย์ทั่วไปที่ปฏิบัติงานด้านโรคระบบทางเดินอาหารไม่น้อยกว่า 5 ปี

[ อะไรทำได้-ไม่ควรทำ เพื่อป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซี ]

– หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมหรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

– สวมถุงมือถ้าต้องสัมผัสเลือด

– คู่สมรสที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสามารถอยู่ร่วมกันได้ตามปกติ

– มารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสามารถให้นมบุตรได้ ไม่ใช้มีดโกนหนวด แปรงสีฟันร่วมกัน

– ห้ามใช้อุปกรณ์ในการสักร่วมกัน

– ใช้ถุงยางอนามัยหากมีเพศสัมพันธ์หลายคน

– รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ทานอาหารปรุงสุก ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

– ตรวจร่างกายสม่ำเสมอเพื่อประเมินการทำงานของตับอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รู้จัก "โรคไวรัสตับอักเสบซี" ภัยเงียบที่ยังไร้วัคซีน

ข้อมูลจากกองทุนวิจัยมะเร็งโลกในปี 2561 พบว่า “มะเร็งตับ” เป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์สูงสุดเป็นอันดับที่ 5 ในผู้ชายและอันดับที่ 9 ในผู้หญิงทั่วโลก โดยพบผู้ป่วยใหม่กว่า 840,000 รายในปี 2561

ในไทย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย และสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลในปี 2563 ว่า “มะเร็งตับ” เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด มีอุบัติการณ์ในประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 1 สำหรับเพศชายและอันดับ 2 ในเพศหญิง

หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470498

หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง

14 มิถุนายน 2564 – 22:26 น.

ปัญหา “ผมร่วง” เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ สำหรับ ผู้หญิงและผู้ชาย ทุกเพศทุกวัย ซึ่งต้องบอกว่าไม่มีใครที่อยากจะเจอปัญหานี้ ซึ่งสาเหตุของอาการ “ผมร่วง” มีอยู่หลายปัจจัย ทั้ง กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด เป็นต้น

และสำหรับการแก้อาการ “ผมร่วง” นั้นมีหลากหลายวิธีด้วยกัน รับรองว่า ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ที่มีปัญหาผมบาง ขาดหลุดร่วง ไม่ต้องเครียดและหนักใจ  วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลมีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน

หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง

วิธีแก้ “ผมร่วง” 

1. “สระผมให้ถูกวิธี”  การสระผมที่ถูกต้อง ควรสระวันละครั้งหรือวันเว้นวันก็พอ ในขณะสระผมไม่ควรเกาหนังศีรษะแรงๆ ให้เปลี่ยนมาใช้วิธีการนวดด้วยปลายนิ้วมือของเราเบาๆ  รวมไปถึง อุณหภูมิของน้ำก็สำคัญ เย็นไปก็ทำให้เส้นผมเปราะบาง ร้อนไปก็ทำลายรากผม ควรใช้น้ำที่อุณหภูมิปกติจะดีที่สุด

2. “ไม่ควรทำสีผมบ่อย” เนื่องจากในน้ำยาย้อมผม ประกอบไปด้วยสารเคมี เช่น แอมโมเนีย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สารเคมีเหล่านี้จะไปกัดเส้นผมและหนังศีรษะ เป็นสาเหตุทำให้ผมแห้งเสียและหลุดร่วงได้ง่าย

3. “อย่าปล่อยให้ผมเปียกชื้น” ช่วงที่เส้นผมเราเปียกชื้น เป็นช่วงเวลาที่เส้นผมอ่อนแอ และ บอบบางมากที่สุด เพราะหนังกำพร้ายังเปิดอยู่ ดังนั้นอย่าหวีทันทีหลังสระผมเสร็จ ควรใช้ผ้าขนหนูเช็ดเบาๆ หรือไดร์เป่าด้วยลมเย็นค่อยๆ ทำให้ผมแห้ง เพราะหนังกำพร้าบนหนังศีรษะอาจเกิดความเสียหายได้

หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง
หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง

4. “ไม่เครียด” วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือแก้จากต้นเหตุ หากรู้ตัวสะสมความเครียด ก็ควรหากิจกรรมสนุกๆ ทำ ปล่อยใจให้สบายๆ ร่าเริงเข้าไว้ เพราะความเครียดไม่ใช่แค่เป็นต้นเหตุทำให้ผมหลุดร่วงเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ อีกด้วย

5. “กินอาหารมีธาตุเหล็ก –โปรตีน” ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เช่น “ถั่วดำ งาดำ ผักใบเขียว เมล็ดบัว ไข่แดง ตับอ่อน เนื้อสัตว์ ธัญพืชต่างๆ” เพราะอาหารจำพวกนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โปรตีนและวิตามิน เป็นสารอาหารที่สำคัญของเส้นผม

หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง
หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง
หมดปัญหาผมร่วง ด้วยวิธีง่ายๆ จากตัวเราเอง

รู้จัก “วัดสร่างโศก” วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469942

รู้จัก “วัดสร่างโศก” วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี

10 มิถุนายน 2564 – 15:36 น.

เรื่องราวดีๆวันนี้จะพาแนะนำให้รู้จักกับวัดมอญโบราณที่อายุ 200 กว่าปี มีชื่อว่า “วัดสร่างโศก” เหมาะสำหรับสายบุญที่ชอบไหว้พระขอพร ที่สำคัญวัดนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯด้วยจ้า

เมื่อได้ยินชื่อวัดต้องบอกเลยว่าหมดทุกข์คลายความเศร้าหมองแน่นอนเพราะว่าวัดนี้มีชื่อว่า “วัดสร่างโศก” มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะแบบครบทุกแขนง ตั้งแต่พ่อปู่ฤาษี พระมหามุนี พระธาตุ เทพจีน เทพอินเดียและมีพระเจ้าอาวาสคอยนั่งเจิมหน้าผากให้กับปประชาชนที่เดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์ภายในวัดด้วย

ในเรื่องของที่ตั้งนั้น “วัดสร่างโศก” ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง การคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำและทางบก มีถนนเข้าถึงวัดแต่ซอยทางเข้าค่อนข้างที่จะลึกแนะนำว่าควรจะมีรถส่วนตัวขับเข้ามาเองน่าจะสะดวกกว่า เพราะบริเวณวัดพอจะมีที่จอดรถ

รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี

ในส่วนของประวัติของวัดสร่างโศก ต้องบอกว่าวัดนี้เป็นวัดมอญโบราณสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2300 ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ให้สมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2360 ตามหลักฐานของกรมที่ดิน ระวางที่ 41 ระบุชื่อวัดนี้ว่า “วัดปากอ่าว” แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดมอญ” เพราะอยู่ใกล้คลองมอญ ตามที่ปรากฏในระวางที่ดิน และบริเวณนี้มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก แต่จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาจากชาวบ้าน บ้างก็ว่าชื่อ “วัดอัฎฐวราราม” เพรามีกุฎิ 8 หลัง บ้างก็เรียกว่า “วัดอัศวราราม” เพราะวัดนี้เป็นที่ตั้งกองทัพม้าของพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนแปลงนามวัดใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัชการที่ 5 ) เป็น “วัดเตลงรมณ์” หรือ “วัดทะเลงลม” ในปี พ.ศ. 2482 เปลี่ยนนามใหม่เป็น “วัดโพธิ์ทอง” ครั้งถึง พ.ศ. 2483 จนในที่สุดทางราชการได้เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่ เป็น “วัดสร่างโศก” เพื่อให้สอดคล้องกับพระนามของ “พระองค์หญิงโศกสว่าง” พระราชธิดาในสมเด็จพระปิ่นเกล้า 

ปัจจุบันทาง“วัดสร่างโศก”ก็กำลังปฏิสังขรณ์วัดและบริเวณรอบๆบรรยากาศค่อนข้างดีลมถ่ายเทแต่อากาศก็ร้อนจัดหากมีแดดและยังมีกลิ่นลมทะเลพัดมาด้วย เมื่อไปถึงทางคนดูแลวัดก็จะแนะนำให้เดินเข้ามาแล้วไปจุดธูปไหว้พระด้านหลัง จะมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้แปะแผ่นทองคำเปลว ก็อธิษฐานขอพรกันได้เลย

สำหรับใครที่ชอบเสี่ยงโชคทางวัดยังมีพี่กุมารแกละ ตาไข่ และไอ้ไข่ ให้ขอโชคขอลาภด้วยอีกทั้งยังมีเซียมซีและเครื่องหมุนลูกบอลตัวเลขให้เสี่ยงดวงกันด้วย ส่วนใครอยากจะซื้อน้ำหรือดอกไม้ถวายก็บอกคนดูแลวัดได้ บริจาคตามกำลังศรัทธา

รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี

แต่ใครที่กำลังทุกข์ร้อนอยากขอพรแบบด่วนๆก็แนะนำให้ไปกราบขอพรหลวงพ่อทันใจ ก่อนกลับบ้านวัดนี้เขาก็มีเครื่องลางของขลังให้เช่ากลับไปบูชาติดไม้ติดมือกลับไปด้วย และเเน่นอนว่าทำบุญไหว้พระแล้วใครอยากจะบริจาคเงินหรือทำทาน ตามจุดต่างๆของวัดเขาก็เปิดให้หยอดได้ตามตู้ต่างๆ  

ด้านล่างของวัดจะมีเปิดให้รอดใต้เศียรพ่อแก่เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ที่สำคัญ“วัดสร่างโศก” ยังมีศิลปะมอญปรากฏให้เห็นอยู่บ้างและที่นี่ไม่เหมือนวัดอื่นที่หลายคนมองว่าเป็นธุรกิจ เพราะไม่มีการบังคับค่าใช้จ่ายใดๆ ทุกอย่างตามกำลังศรัทธาขอแค่มีจิตใจดีแค่สองมือพนมก้มลงกราบก็ได้บุญและความเป็นสิริมงคลกับชีวิตแล้ว

รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี
รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี
รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี
รู้จัก "วัดสร่างโศก" วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี

รู้วิธีกำจัด “ไมเกรน” เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470495

รู้วิธีกำจัด “ไมเกรน” เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข

14 มิถุนายน 2564 – 21:20 น.

ปวดหัวตุ๊บๆ จี้ดๆ ข้างเดียว สัญญาณบอกว่า “ไมเกรน” กำลังถามหา ยิ่งถ้ายังอยู่ในสภาวะเครียด-กดดัน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวเร้า อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ มารู้ถึงสาเหตุ และวิธีแก้ไขกันก่อนที่หัวจะระเบิดดีกว่า

หลายคนคงเคยมีอาการปวดหัวแบบตุ๊บๆ จี๊ดๆ เป็นจังหวะ และมักจะปวดหัวข้างเดียว โดยอาการปวดในช่วงแรกมักจะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ แต่จะค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ในบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง และไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นมากขึ้น ถ้าใครมีอาการประมาณนี้ เข้าข่ายว่า “ไมเกรน” เล่นงานซะแล้ว

รู้วิธีกำจัด "ไมเกรน" เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข

ไมเกรน (Migraine headache) เป็นการปวดศีรษะที่รบกวนชีวิตเรามาก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะพบบ่อยสุดในช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี มีข้อมูลว่าบางรายตรวจพบได้เมื่ออายุเพียง 7-8 ปีเท่านั้น แต่อายุโดยเฉลี่ยที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือช่วงวัยรุ่นถึงวัยทำงานในช่วงต้นๆ และพบน้อยในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยในเพศหญิงมากกว่าเพศชายอีกด้วย

รู้วิธีกำจัด "ไมเกรน" เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข

แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่า “ไมเกรน” เกิดจากอะไร แต่ปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะแบบนี้ มีหลายปัจจัย เช่น การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือมากเกินไป, ออกกำลังกายอย่างหักโหม ,การสูบบุหรี่, อาการถอนคาเฟอีน, การอดอาหาร, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิง, ความเครียด, สภาพแวดล้อม อาทิ แสงจ้าหรือแสงแฟลช เสียงดังติดต่อกัน  หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบฉับพลัน เป็นต้น บางคนแค่แพ้กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสี กลิ่นควันรถ กลิ่นธูป หรือกลิ่นที่เรารู้สึกว่าฉุนจมูก ก็ทำให้ปวดไมเกรนได้

การจัดการอาการปวดไมเกรน มีหลายวิธี บางคนต้องพึ่งยาบางชนิดบรรเทาอาการและป้องกันการปวด ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและแนะนำเป็นรายๆไป ขณะที่บางคนแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย อย่างการนวดผ่อนคลาย บริเวณขมับ ต้นคอ และช่วงไหล่ โดยนวดไปเรื่อยๆ เส้นเลือดก็จะคลายตึง ไม่หดเกร็ง 

รู้วิธีกำจัด "ไมเกรน" เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข


นอกจากหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายแล้ว การนอนพักในที่มืดและเงียบสงบ ประคบเย็นบริเวณศีรษะ การรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือจิบน้ำขิงก็สามารถช่วยได้  เพราะมีงานวิจัยออกมาว่าสารที่อยู่ในน้ำขิงสามารถช่วยแก้ปวดศีรษะไมเกรนได้เป็นอย่างดี ดื่มน้ำขิงร้อนๆ อร่อย และสามารถช่วยให้ผ่อนคลายความตึงเครียดไปในตัวได้อีกด้วย

รู้วิธีกำจัด "ไมเกรน" เพชรฆาตร้ายทำลายความสุข

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656022

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08:01 น.

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ผลกระทบจากโควิดไม่มีจบ เพราะการกลายพันธุ์ของมันเป็นเรื่องปกติ และมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนไข้หวัดทั่วไป วัคซีนจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยชะลอความรุนแรงได้ รวมทั้งลดอาการข้างเคียง

ผลจากวิกฤตโควิด ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ อีก 4 เดือนจะเปิดประเทศ การปรับฟื้นคืนสภาพเพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ด้วยตนเอง (Self-resilience) จึงเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีประเด็นที่อยากเสนอให้พิจารณาดังนี้

1. การพัฒนาความสามารถในการเลือกตอบสนอง

ประเด็นนี้ต้องการทำความเข้าใจว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนเป็นเรื่องภายนอกที่เราไม่อาจควบคุมได้ แต่ตนมีอิสรภาพในการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ เพราะเราเลือกได้ ความสามารถของการเลือกตอบสนองได้นี้เองเป็นหลักการสำคัญของการสร้างการนำตนเอง เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเล่นเชิงรุกได้

2. มองทางเลือกในขอบเขตศักยภาพที่ตนสามารถทำได้

การจะพลิกฟื้นตนเองได้ต้องปรับมุมมองใหม่ว่า ทุกปัญหาเป็นความท้าทาย ทุกปัญหามีทางออก มองปัญหาเป็นโอกาส มันอยู่ที่เราเอง ดังนั้น ลองถามตนเองว่า เราควรเอาเวลาไปโฟกัสต่อสิ่งที่ตนสามารถทำได้ หรือจมอยู่กับตัวปัญหา หลายคนมักคิดวนอยู่กับตัวปัญหาและบ่นโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่สามารถก้าวข้ามพ้นกรอบติดลบที่ตนเองนั่นแหละสร้างขึ้นมาเองได้ และเอาเวลาไปคิดหาทางออกในขอบเขตศักยภาพของตนเองที่ตนพอจะทำได้ ไม่ดีกว่าหรือ 

3. หาเป้าหมายชีวิตตนเอง

เป็นการถามตนเองว่า ตนมีภาพเป้าหมายชีวิตอะไร อยู่ไปเพื่ออะไร ทำไม อะไรสำคัญในชีวิต ตนอยากมีอะไร อยากเป็นอย่างไร อยากทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง ภาพเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนี้เองที่จะสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมานำตนเอง เล่นเชิงรุกได้

4. วาดภาพก่อนลงมือทำทุกครั้ง

เพราะภาพเป้าหมายความสำเร็จจะสร้างแรงบันดาลใจ แต่ที่หลายคนลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ เพราะภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการมันไม่ชัด ดังนั้น ก่อนลงมือทำอะไรต้องวาดภาพเป้าหมายให้ชัด เพราะภาพยิ่งชัด ฝันยิ่งเป็นจริง โอกาสพลิกฟื้นจึงเป็นไปได้

5. พัฒนาแนวคิดเชิงระบบ การมองภาพเชิงองค์รวม

หลายคนเวลาเจอปัญหาแล้วคิดไม่ออก ไม่สามารถคิดอะไรที่แตกต่าง จึงขาดทางเลือก ขาดทางออกที่สร้างสรรค์ จึงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ นั่นเป็นเพราะขาดปัญญา ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ และที่ขาดองค์ความรู้ก็เพราะขาดแนวคิดเชิงระบบ องค์กรที่สามารถพลิกฟื้นตนเองได้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมงานต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยมองว่าอะไรคือองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และองค์ประกอบเหล่านั้นมันเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้ได้ทางออกใช้แก้ปัญหา อีกทั้งต้องสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจ

6. มองความพลาดพลั้งคือการเรียนรู้

ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันย่อมมีความคลาดเคลื่อน เพราะนี่คือธรรมชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิด มองว่ามันคือความผิด ที่สำคัญคือมองว่าตนผิด แล้วเอาความรู้สึกผิดมาทำทำลายศักยภาพตนเองอย่างเข้าใจผิด เราจึงต้องปรับมมุมมองที่มีต่อความพลาดพลังนั้นเสียใหม่ว่า มันคือกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็ง

7. พัฒนามุมมองที่เห็นคุณค่าตนเอง

นอกจากจะมองว่าความพลาดพลั้งคือกระบวนการเรียนรู้แล้ว เรายังต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกว่า ความพลาดพลั้งเป็นประสบการณ์ที่ฝังลงในกรอบความคิด กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตที่เห็นตนเองมีค่าเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความมั่นคงภายใน มีความเข้มแข็ง สามารถก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้สามารถกลับมานำตนเองเชิงรุกได้อีกครั้ง

ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน ส่งผลให้หลายคน หลายองค์กรหมดสภาพ ถอดใจ ท้อถอย แต่บางคนยังยืนหยัดสู้ต่อ สามารถพลิกฟื้นตนเอง สามารถสร้างการนำตนเอง ให้ลุกขึ้นมารับมือกับปัญหาได้อย่างท้าทาย ท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ท่านคิดว่าแล้วอะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน อะไรทำให้องค์กรของท่านสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655957

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

 New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์วนัช กูตูร์ อวดโฉมลุคใหม่ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม กับแฟชั่นชุดไทยพระราชนิยมสุดหรูครั้งแรก

แห่ขับสดับเสียงเจรียงเจิด เลอวิเลิศเพริศพิลาสภาสไสว

ชนม์ทิดาพะงาพรั่งสุรังค์พิไล อันอรทัยประไพพริ้งศฤงคาร

งามสมวงศ์สวัสดิ์อัศวเหม อะเคื้อเอมอร ภฤศสมร ขจรสถาน

งามถ้วนทั้งอินทรีย์ศรีอังคาร อันตระการปรานต์นิรันดร์

…ปานวาด ณ วนัช ผู้ประพันธ์

ใครที่ชื่นชอบและติดตามผลงานชุดไทยของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จะเห็นได้ว่าแต่ละชุดนั้นสวยงดงามยืนหนึ่งมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็อีกเช่นกันกับแฟชั่นชุดไทยแต่งงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบดีไซน์ให้ดูสวย หรูหราตามแบบฉบับเจ้าสาวชุดไทยที่มีให้เลือกชมทั้งชุดไทยโบราณ และ ชุดไทยประยุกต์ มากกว่า 9 แบบ โดยได้ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม มาร่วมถ่ายทอดผลงานแฟชั่นชุดไทยในครั้งนี้

ด้วยลุคที่ดูสวยเก๋พราวเสน่ห์แบบสาวไทยแท้ ทำให้ชุดไทยทั้ง 9 ลุคดูงดงามจับตาเป็นพิเศษ นอกจากงานดีไซน์และงานตัดเย็บที่ประณีตขั้นสุดแล้ว ยังยกระดับความเลิศหรูดูแพงให้กับชุดไทยด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมระดับพรีเมียมอย่าง ผ้าไหมยกลำพูน ผ้าไหมปักธงชัย และผ้าไหมพาราณสี อีกด้วย

รวมถึงทุกรายละเอียดของชิ้นงานล้วนมีความวิจิตรบรรจง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีเอกลักษณ์ที่สวยงดงามไม่ซ้ำใคร อีกทั้งสีผ้าไหมที่เลือกใช้ยังเน้นโทนสีที่ละมุนตามากขึ้น อาทิ สีทอง สีกลีบบัว สีงาช้าง สีโรสโกลด์ และ สีเขียวอมเทา นอกจากนี้ ยังมีการปรับลุคชุดไทยให้ผู้สวมใส่ดูเรียบโก้แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของสาวชาววัง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวยุคใหม่ให้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยการันตีผลงานด้วยการเป็นแบรนด์เดียวในเมืองไทยที่ได้รับรางวัล The Best of Thai Wedding Dress ถึง 5 ปีซ้อน ถือเป็นห้องเสื้อตัวจริงที่มีผลงานคุณคับแก้วที่ไม่เคยแผ่วลงไปแม้แต่นิดเดียวเลยแม้จะอยู่ในสถาณการณ์ไหนก็ตาม สมศักดิ์ศรีเจ้าของรางวัล

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยที่ดูเรียบหรูและมีสไตล์แบบนี้ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้ที่ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ พิกัดร้านอยู่ที่ ปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร 02-002-4895 , 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655612

วันที่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนานเผยความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ อาดิดาส ออริจินอลส์ จับมือ เลโก้ กรุ๊ป เปิดตัวรองเท้าผ้าใบระดับตำนานรุ่นซูเปอร์สตาร์ พร้อมเลโก้คอลเลกชั่นพิเศษที่นักสะสมต้องมี

อาดิดาส ออริจินอลส์ และเลโก้ กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อความร่วมมืออีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ที่นำเสนอลุคใหม่ที่ต่อยอดมาจากคอลเลกชั่นระดับตำนานอย่างซูเปอร์สตาร์ พร้อมกับการเปิดตัวเลโก้ ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ที่สร้างสรรค์รองเท้ารุ่นซูเปอร์สตาร์ด้วยตัวต่อเลโก้บริก เพื่อเพิ่มความประทับใจให้แก่คอลเลกชั่นรองเท้าผ้าใบของคุณ

รองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ดึงความโดดเด่นของทั้งสองแบรนด์ โดยผสานสุนทรียศาสตร์ระดับสูงจากอาดิดาส และตัวตัวต่อเลโก้บริกที่เป็นที่รู้จักของเลโก้เข้าร่วมด้วยกัน

สำหรับรองเท้าผ้าใบรุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ขนาดสำหรับผู้ใหญ่ เป็นรุ่นที่หยิบเอาเค้าโครงที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังสีขาวและสีดำสุดคลาสสิกมาผสมผสานกันได้อย่างสนุกสนานและโดดเด่น ไม่เพียงเท่านั้น รองเท้ารุ่นนี้ยังเพิ่มความเท่ด้วยลวดลายแถบ 3 แถบที่บริเวณหัวรองเท้า (Shelltoe) และส้นเท้า (heel tab ) ที่ดีไซน์อย่างพิถีพิถันเพื่อจำลองลวดลายเลโก้บริก และรองเท้าเอดิชันนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นน่าสนใจด้วยดีไซน์แถบทองรอบตัวรองเท้า

โดยในครั้งนี้เลโก้นำเสนอสิ่งใหม่ ด้วยการมอบโอกาสให้คุณได้ออกแบบโมเดลรองเท้าที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากส่วนประกอบของเลโก้ เพื่อรังสรรค์ของสะสมที่จะเป็นที่สนใจจนทำให้ใครๆ ก็พูดถึงได้อย่างแน่นอน

เลโก้เวอร์ชั่นนี้มีความสมจริง เพราะมาพร้อมกราฟิกบนรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ที่มีความโดดเด่น ด้วยรูปทรงบริเวณหัวเท้า โลโก้ Trefoil และเครื่องหมายลายทาง 3 แถบ จะดีไซน์ให้อยู่บนรองเท้าข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ผู้สร้างต้องการ หรือจะออกแบบให้ครบคู่ก็ทำได้ เลโก้ชุดนี้ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พิเศษ 17 ชิ้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกที่จะสร้างรองเท้าผ้าใบเท้าสำหรับข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเชือกผูกรองเท้าและกล่องรองเท้าเพื่อเพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น

โมเดลของรองเท้ารุ่นนี้สูงกว่า 12 ซม. ยาว 27 ซม. และกว้าง 9 ซม. มาพร้อมแท่นตั้งแสดงผลงานและแท่นวางโลหะ โมเดลรุ่นนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่รักในการสะสมอาดิดาสและงานสตรีทแวร์ รวมถึงแฟนๆ ของเลโก้อีกด้วย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ของเลโก้ อาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ทางเลโก้ กรุ๊ป ได้ระดมเหล่าผู้สร้างแรงบันดาลใจ 6 คน มาออกแบบโมเดลรองเท้าผ้าใบที่สร้างจากเลโก้บริกในเวอร์ชั่นของตัวเอง พร้อมทั้งเชิญชวนให้เหล่าผู้ติดตามทำการแสดงท่าทางในแบบของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้แฮชแท็ก #RebuiltByOriginals สามารถเข้าชมผลงานได้ก่อนใครที่ www.lego.com/adidas-originals-superstar เพื่อจะได้เห็นว่าเหล่าผู้หลงรักในรองเท้าอย่าง Aida Kiraya (@afrokickz), Tom Yoo (@tommyoo23), Hanna Helsøe (@helsoe), Leta Sobierajski (@sobierajski), Nicolai Sclater (@ornamentalconifer) และ Coffee Boy (@178kz_boy) ทำการออกแบบโมเดลในแบบฉบับของตนเองอย่างไร

“ในฐานะเด็กยุค 80 ที่เติบโตขึ้นมาในยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นซุปเปอร์สตาร์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมแนวสตรีทอาร์ตจึงเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลานั้น และทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ได้เป็นเจ้าของรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้คู่แรก” ฟลอเรียน มัลเลอร์ ดีไซเนอร์อาวุโสของเลโก้ กรุ๊ป กล่าว

”ตอนที่เราเริ่มต้นโปรเจ็กนี้กับอาดิดาสผมจึงตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานนี้ เนื่องจากรองเท้าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติมากๆ การผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น แต่ให้ภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปตามผู้สวมใส่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าสนุกกับการตีความสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นรูปแบบและระบบการต่อของเลโก้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นตัวต่อสี่เหลี่ยมและบล็อก ขอขอบคุณซูเปอร์สตาร์ของอาดิดาส ออริจินอลส์ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมตลอดช่วงการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยได้มากเกี่ยวกับศิลปะการผลิตรองเท้า และตอนนี้เราก็ตั้งตารอดูผลตอบรับจากแฟนๆ ว่าจะนำโมเดลนี้มาสร้างสรรค์ในรูปแบบของตนเองได้อย่างไรบ้าง”

เลโก้ รุ่นอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ 10282 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม และจะวางจำหน่ายเฉพาะร้านเลโก้ที่ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน และเมกา บางนา โดยราคาอยู่ที่ 2,990 บาท สำหรับรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ จะวางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ในราคา 5,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ สยามเซ็นเตอร์ และทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655484

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 11:45 น.

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อนหาไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ให้ได้ลุคสุดเริ่ด…ส่งท้ายฤดูร้อน เลิก #เที่ยวทิพย์ เมื่อไหร่ ขอปังเมื่อนั้น

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ปิดให้บริการแม้จะเป็นฤดูท่องเที่ยวทะเลก็ตาม สำหรับใครที่ #เที่ยวทิพย์ กันมาพักใหญ่ต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อมโดยเฉพาะ ชุดว่ายน้ำอย่าให้ขาดเพราะสถานที่ท่องเที่ยวในหลายจังหวัดเริ่มกลับมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอีก อาทิ พัทยา เกาะล้าน ภูเก็ต เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ก่อนจะเดินทางก็อย่าลืมเช็กมาตรการคัดกรองของแต่ละจังหวัดให้ดีเสียก่อน …

เที่ยวส่งท้ายฤดูร้อนทั้งนี้ก็ต้องจัดเต็มทั้งบีชแวร์ดีไซน์เริ่ดและแอคเซสซอรี่ประจำชายหาด วันนี้เลยมีไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างไรให้ได้ลุคสุดจี๊ดในธีม Sweet, Sweet Summer คอลเลกชั่น Spring Summer 2021 – “Baby Icing” จากแบรนด์ AB. Angelys Balek มาฝากสาวๆ ให้ได้โพสท่าถ่ายรูปลงโซเซียลกัน

เริ่มต้นกับชุดว่ายน้ำสีดำ แม้จะเป็นสีเบสิคแต่ถ้าหากเลือกชุดว่ายน้ำที่มีดีไซน์ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ลุคดูน่าค้นหา อย่างชุดบิกินี่ชุดนี้โดดเด่นด้วยสายไขว้ Ruffle เข้าคู่กับกางเกงเอวสูงช่วยกระชับสรีระได้เป็นอย่างดี เพิ่มความเท่ให้ลุคด้วยแว่นตากันแดดทรงวินเทจ เติมความหวานด้วยต่างหูทำจากเปลือกหอย และรองเท้าแตะมัดเชือก

สำหรับใครที่ชอบชุดว่ายน้ำวันพีชสไตล์สาวหวาน แนะนำให้เลือกชุดว่ายน้ำวันพีชสี Dazzling Blue ที่มีดีไซน์คล้ายเกาะอก สะท้อนความเซ็กซี่ของหญิงสาว ดึงความละมุนด้วยสายไขว้ Ruffle แมทช์กับ ต่างหูสีชมพู แหวนดีไซน์เก๋ จาก Bea Bongiasca แว่นตารูปทรงเรขาคณิตขนาดโอเวอร์ไซส์ เท่านี้ก็จะได้ลุคสาวหวาน น่ารัก แต่แฝงความแซ่บ

ชุดว่ายน้ำสไตล์สปอร์ตเป็นอีกดีไซน์ยอดฮิตของผู้หญิง ซึ่งดีไซน์ชุดนี้แบรนด์ AB. Angelys Balek ได้รังสรรค์ออกมาเป็น ชุดว่ายน้ำทูพีช สี Blooming dahlia หรือ สีส้มอมชมพู ที่ผสานความเท่และความเย้ายวนของผู้หญิงได้อย่างลงตัว ท่อนบนโดดเด่นด้วยดีไซน์ไหล่เดี่ยว ทรงคัตเอาท์ เผยความสวยงามของสรีระหญิงสาว เข้าเซ็ทกับกางเกงทรงเอวสูงที่ช่วยกระชับสัดส่วนให้สามารถเคลื่อนไหว หรือ เล่นกีฬาทางน้ำได้อย่างคล่องตัว เติมเต็มลุคให้น่าหลงใหลด้วยแอคเซสซอรี่ประจำชายหาดอย่าง สร้อยลูกปัด หมวกบักเก็ตลวยลายมัดย้อม จาก Paco Rabanne และแว่นตาทรงกลมกรอบใส

ส่งท้ายฤดูร้อนด้วยลุคเซ็กซี่ ท้าแสงแดดและน้ำทะเลกับบิกินี่สีสันสดใสตัดกับพื้นทรายและท้องฟ้า 2 ดีไซน์ จาก AB. Angelys Balek

บิกินี่สี Tomato Red ท่อนบนเก๋ด้วยดีไซน์เชือกคล้องคอ ซึ่งสามารถปรับขนาดให้กระชับกับขนาดหน้าอก ท่อนล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลเว้าสูง เอวต่ำ แมทช์กับหมวกบักเก็ตสีอ่อน ต่างหูห่วงสีทอง และ เพิ่มความน่ารักด้วยแหวนดอกไม้ จาก Bottega Veneta

อัพลุคสาวมั่นเปรี้ยวดูไฮแฟชั่น ต้องบิกินี่สี Flame ท่อนบนดีไซน์เกาะอกโดดเด่นด้วยลูกเล่นเชือกผูกเส้นคู่ ท่องล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลที่ออกแบบให้เสริมความสง่างามของสรีระหญิงสาว และเบรคความร้อนแรงด้วยสร้อยคอดีไซน์สายคล้องโทรศัพท์สีขาว จาก Bottega Veneta แว่นตากันแดดทรงเหลี่ยมและรองเท้าแตะเชือกคัลเลอร์ฟูล จาก Nomadic State of Mind

สาวๆ สามารถอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ได้ที่ https://www.angelysbalekshop.com/ หรือ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth และ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ #AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021

ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655478

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 08:20 น.

ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่Pride Month : เมื่อ “ความหลากหลาย” และ “ความเท่าเทียม” คือหลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ในแบบ LINE ประเทศไทย

ในโอกาสที่เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่ง Pride Month ของทุกปี ความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+ (Equality) ถูกนำมาพูดถึงในหลากหลายบริบท และดูเหมือนจะ ทวีความสำคัญมากขึ้นในทุกๆปี จากการก้าวเข้ามาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายๆ ภาคส่วน ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับ LINE ประเทศไทย องค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีคนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์องค์กรที่เปิดรับและยอมรับ ความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) ทั้งในแง่ของเชื้อชาติ วัฒนธรรม ประสบการณ์ ความเชื่อในเรื่องต่างๆ รวมถึงเพศสภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่ออาชีพ

กานต์ กิมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE ประเทศไทย เห็นความสำคัญในการสนับสนุนความหลากหลาย ของพนักงานเสมอมา เราเป็นบริษัทที่รวม New Blood ที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญของสังคมและประเทศในอนาคตอันใกล้ เราเล็งเห็นว่าการยอมรับความหลากหลาย จะนำมาซึ่งการทำให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพการทำงาน ของตัวพนักงานแต่ละคน ซึ่งไม่เพียงแต่การเปิดพื้นที่กว้างโดยไม่ได้หยิบเอา ความแตกต่าง มาเป็นประเด็นหรือกีดกันแต่อย่างใดเท่านั้น บริษัทฯ ยังส่งเสริมการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างเท่าเทียม ทำให้พนักงานรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท กลายเป็นแรงผลักดันที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับคนที่ LINE ได้แสดงความสามารถในการทำงานอย่างเต็มที่”

พูดคุยกับชาว LINE ประเทศไทย : เมื่อการยอมรับคือจุดเริ่มต้นของความสุขพนักงาน

เมย์เดย์ (Marketing Manager – LINE TODAY) กล่าวว่า “ในการทำงานที่ LINE ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกันหมดไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ทำงานมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ ถูกดูถูก หรือถูกลิดรอนเสรีภาพอะไรจากการทำงานเลย ทุกคนถูกปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด พูดแสดงความคิดเห็นต่องานได้อย่างเต็มที่ อยากแต่งตัวแบบไหนก็แต่ง ทุกคนให้เกียรติกันมาก รวมถึงเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ยิ่งทำให้สภาพแวดล้อม ในที่ทำงานมันดีและน่าอยู่สำหรับทุกคน”

เช่นเดียวกันกับ บูม (Human Resources – LINE ประเทศไทย) พูดถึงความสุขที่ไม่มีการแบ่งแยกในการทำงานว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเปิดกว้างให้กับพนักงานทุกคน ได้ทำงานอย่างเต็มที่ LINE มี Mission ที่ว่า Closing The Distance เช่นเดียวกันกับสังคมในที่ทำงานที่ถูกเชื่อม เข้าด้วยกันโดยที่ความหลากหลายไม่ได้เป็นข้อจำกัด เราสามารถแสดงตัวตน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก ไม่อึดอัด”

สุดท้ายกับ แพทริเซีย (Partnership Team – LINE TODAY) “แพทเชื่อเสมอว่าการทำงานที่ดีคือการได้ เป็นตัวของตัวเองด้วย เพราะชีวิตการทำงานคือเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตคนวัยเรา ถ้าเราไม่ได้เป็นตัวเองในที่ทำงาน ก็คงน่าเศร้า แต่แพทโชคดีที่เพื่อร่วมงานสนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งแน่นอนผลงานก็จะสะท้อนความสุขและสภาพจิตใจคนทำงานได้เลยนะคะ แต่ถ้าไม่มีความสุข ไม่ว่าจะสาเหตุมาจากการต้องปกปิดตัวตนหรือเหตุผลใด ก็ตาม ก็จะฟ้องออกมาที่ผลงาน งานดูไม่มีเอเนอร์จี้ เรามาถึงยุคที่เพศไม่ควรเป็นอุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ซึ่งความหลากหลายจะนำมาซึ่งผลลัพธ์งานที่มีพลัง สนุกสนานและมีสีสันค่ะ”

“LINE ประเทศไทย ยังมุ่งเน้นให้องค์กรเสมือนพื้นที่เสรีให้กับพนักงานได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยว และต่อยอดประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมไทย ผ่านมุมมองที่มาจากความหลากหลายทั้งสายอาชีพ วัย และเพศ เพื่อให้ทุกคนที่ทำงานในบริษัทฯ สามารถที่จะเติบโตได้ด้วยศักยภาพตัวเองอย่างแท้จริง” กานต์ กล่าวสรุป

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655391

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ แรงบันดาลใจของ แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021

แม็กซ์ มาร่า (MaxMara) นำเสนอคอลเลคชั่นก่อนฤดูใบไม้ร่วง (Pre-Fall 2021) โดยได้แรงบันดาลใจจาก เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ (Elizabeth ‘Lee’ Miller) นางแบบที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านความงาม สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ การให้แรงบันดาลใจ ตลอดจนความมุ่งมั่นของเธอ ซึ่งทำให้เธอเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ในทุกๆ เหตุการณ์ตลอดชีวิตอันน่าทึ่งของเธอ นอกจากนั้น เธอยังเป็นทั้งนักข่าว ช่างภาพสงคราม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินมากมาย อาทิเช่น Man Ray, Max Ernst, Magritte, Cocteau และ Picasso

ชีวิตของมิลเลอร์แตกต่างจากที่ผู้คนทั่วไปคิดอย่างสิ้นเชิงและทุกๆ เหตุการณ์ก็ได้ถูกบันทึกผ่านภาพถ่าย ซึ่งภาพถ่ายสีขาวดำที่ทรงพลังเหล่านั้นกระตุ้นให้แม็กซ์ มาร่านำเสนอเรื่องราวของเธอออกมาผ่านภาพถ่ายสีเทา  รูปภาพของมิลเลอร์ในชุดทหารเป็นแรงบันดาลใจให้กับธีมหลักของคอลเลคชั่น โดยแม็กซ์ มาร่าได้ตัดเย็บชุดนักรบให้กับผู้หญิงเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งชุดสูทดีไซน์สุดเฉียบ และสูทลายตารางสุดคลาสสิคที่มาพร้อมกับกระเป๋าด้านหน้าที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงแจ็คเก็ตตัวใหญ่ทรงหลวมจับคู่กับกางเกงและกระโปรงคาร์โก้สูงเหนือเข่าที่ดัดแปลงมาจากเครื่องแบบของทหาร

ชีวิตของมิลเลอร์ในฐานะนางแบบเริ่มต้นจากที่เธอบังเอิญเดินผ่านหน้ารถของผู้บริหารนิตยสาร Condé Nast กลางถนนในเมืองแมนฮัตตัน ภาพถ่ายโดย Edward Steichen and George Hoyningen-Huene ที่ถ่ายรูปเธอไว้ ณ ตอนที่เธอขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น ซึ่งเธอได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้นำแฟชั่นของสาวยุคใหม่ และสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้แม็กซ์ มาร่าสร้างสรรค์ชุดที่ผลิตจากผ้าออร์แกนซ่า และผ้าไหมแก้วตกแต่งด้วยโบว์ขนาดใหญ่และแขนเสื้อพองที่ดูโดดเด่น

มิลเลอร์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับงานดีไซน์ของแบรนด์แม็กซ์ มาร่ามาโดยตลอด โดยเห็นได้จาก Moodboard ของแบรนด์ในปี 1999 รวมถึงภาพแคมเปญของ Carolyn Murphy ที่ถ่ายโดย Steven Meisel ที่สะท้อนถึงสไตล์ของ Miller ออกมาได้อย่างชัดเจน รูปที่เธอสวมชุดสูทสีขาวนั้นเต็มไปด้วยความเท่ ความมั่นใจ และความมีเสน่ห์ และซีซั่นนี้แม็กซ์ มาร่าก็ได้สร้างสรรค์ชุดสูทขึ้นใหม่อีกครั้งโดยมีสัญลักษณ์ 101801 พาดอยู่บนไหล่

เมื่อเร็วๆ นี้ศิลปินและช่างภาพมากความสามารถอย่าง Jessie Mann ก็ได้เสาะหานางแบบที่มีลักษณะและสไตล์คล้ายกับ Miller มากขึ้น โดยได้นิยามหญิงสาวเหล่านั้นว่าเป็น ‘ผู้หญิงที่มีความซับซ้อน สมบูรณ์แบบ และน่าค้นหา’ ซึ่งแม็กซ์ มาร่าได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงเหล่านั้นได้สวมใส่ชุดที่ทำให้พวกเธออยากออกไปโลดแล่นบนโลกใบนี้