Employees say working from home has increased their expenses: poll #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40000940

Employees say working from home has increased their expenses: poll


Work-from-home arrangements have led to an increase in their expenses, according to the majority of respondents to a poll.

Employees say working from home has increased their expenses: poll

Since the third wave of Covid-19 emerged in Thailand in April this year, many organisations have decided to allow their employees to work from home to comply with the government’s policy to contain the spread of the virus.

A Suan Dusit Poll on “Thai behaviour while working from home” was conducted from May 10 to 13 on 1,553 samples nationwide.

Asked about their work experience during the Covid-19 crisis:

42.72 per cent said they were working from home;

34.45 per cent said they were working both from home and office;

22.83 per cent said they were working at the office.

Regarding their experience of working from home (multiple choice):

74.82 per cent said they were safe from Covid-19;

48.60 per cent said they were following the government’s policy;

44.05 per cent said they had more time with their family;

40.53 per cent said they did not have devices and tools for working from home;

39.04 per cent said the atmosphere was different from working at the office.

Asked about the strong points of working from home (multiple choice):

88.33 per cent said it could contain the spread of Covid-19;

70.19 per cent said they could save travel expenses;

60.73 per cent said they could comply with the government’s policy.

Askef about the weak points of working from home (multiple choice):

65.80 per cent said their expenses had increased;

62.08 per cent said devices and tools were not as convenient as in the office ;

45.97 per cent said they faced communication difficulties.

70.33 per cent of respondents said they were able to work well from home.

Asked whether they preferred working from home or office:

37.17 per cent said they liked to work both from home and office;

36.13 per cent said they preferred working at the office;

18.10 per cent said they preferred working from home;

8.60 per cent said they did not care;

Asked if the work from home practice could contain the spread of Covid-19:

82.66 per cent said it could;

13.14 per cent said they were not sure;

4.20 per cent said it could not.

Published : May 16, 2021

By : The Nation

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม งานนี้ “แม่ชม” สุดแฮปปี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466908

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม งานนี้ “แม่ชม” สุดแฮปปี้

15 พฤษภาคม 2564 – 12:30 น.

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม A2 “แม่ชม” สุดแฮปปี้ งานนี้ไม่ต้องเทคเยอะ คอนเฟิร์มพัฒนาการสองแฝดก้าวล้ำไปอีกขั้น

เรียกความสดใสให้กับชาวโซเชียลได้อีกครั้ง เมื่อสองแฝดแสบซ่า “สายฟ้า-พายุ” พรีเซ็นเตอร์ขวัญใจ พาบุกเบื้องหลังกองถ่ายภาพยนตร์โฆษณา เอนฟาโกร เอพลัสทู มายด์โปร ที่เพิ่งจะออนแอร์ไปหมาดๆ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา 
งานนี้สองแฝดต้องรับภารกิจโชว์ฝีมือการแสดงเหนือระดับขึ้นไปอีกขั้นในลุคมาสคอตน้องหยดนม A2 สุดคิวต์ ประกบคุณแม่ชม “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และเพื่อนๆอีกกว่า 20 คน เรียกได้ว่าทั้งแม่และลูกปล่อยของกันเต็มที่ ยิ่งได้ยินเพลงโปรดก็วาดลวดลายออกสเต็ปสู้กล้องแบบไม่มีใครยอมใคร เห็นแล้วน่ารักน่าหยิกคูณสองเลยทีเดียว

แม่ชมเปรยถึงเบื้องหลังของพัฒนาการของเด็กๆกว่าที่สองแฝดจะทำการแสดงได้เป๊ะปังขนาดนี้ ชนิดเทคเดียวผ่าน ว่า ชมคิดว่าลูกเราจะมีพัฒนาการที่ดี พร้อมเรียนรู้ไปกับสิ่งใหม่ๆรอบตัวได้ดี ต้องมาจากพื้นฐานสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่พร้อมอยู่เสมอ นอกจากให้ความรักและเวลาอย่างเต็มที่แล้วโภชนาการของลูกเป็นสิ่งสำคัญ ถึงตอนนี้พี่แฝดจะทานอาหารทั้ง 3 มื้อแล้ว แต่ชมก็ยังเสริมเขาด้วยนมอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกนมสูตรที่มีโปรตีน A2 เพราะจะย่อยง่าย ช่วยให้ลูกสบายท้อง ร่วมด้วยสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูก

ทุกสิ่งที่ชมเลือกให้ลูก ชมเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เพราะชมเชื่อว่าสิ่งที่มาจากธรรมชาติย่อมดีที่สุดสำหรับลูก ชมเชื่อมั่นในแบรนด์เอนฟาเสมอมา และวันนี้เอนฟาก็มากับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เอนฟาโกร เอพลัสทู มายด์โปร นมสูตรพรีเมี่ยมที่มีโปรตีน A2 โปรตีนคุณภาพจากวัวคัดสรรสายพันธุ์ดั้งเดิมตามธรรมชาติ ที่มีโครงสร้างโปรตีนใกล้เคียงกับโครงสร้างโปรตีนของเบต้าเคซีนพี่พบในนมแม่ ซึ่งย่อยง่าย ช่วยให้ลูกสบายท้อง ร่วมกับ MFGM DHA สารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ นอกจากนี้ยังมี FOS ใยอาหารสุขภาพ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่รอบด้านของสายฟ้าและพายุ

แม้สองแฝดจะเคยถ่ายหนังโฆษณามาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้ฝีมือพัฒนาไปอีกขั้น แม่ชมเผยเคล็ดลับให้ฟังว่า สิ่งหนึ่งที่ชมไม่เคยมองข้ามเลย คือ เรื่องการย่อยของลูก เมื่อไรที่ลูกไม่สบายท้อง ปวดท้อง ท้องอืด หรือแน่นท้อง เขาก็จะเล่นได้น้อยลง กินได้น้อยลง ขับถ่ายไม่เป็นปกติ จนบางครั้งหงุดหงิดงอแง อารมณ์ไม่ดีตามมา กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของการเรียนรู้ที่ชมคาดไม่ถึง

“แต่เมื่อเขาสบายท้องก็จะอารมณ์ดีพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวตลอดเวลา นี่แหละจุดเริ่มต้นที่ชมให้ความสำคัญ พอถึงเวลาเข้าฉาก ชมปล่อยให้เขาได้เล่นเต็มที่ เป็นธรรมชาติที่สุดในแบบของเขา ทำให้ชมรู้สึกว่าพี่ๆเติบโตขึ้นมาก อย่างวันนี้ชมรู้เลยว่าพัฒนาการของเขาก้าวล้ำไปอีกขั้น พี่สายพี่ยุเข้าใจในบรีฟงาน เข้ากับเพื่อนๆพี่ๆในกองถ่ายได้ดี และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ทั้งการใส่ชุดมาสคอตหยดนม A2 ที่พี่ๆไม่เคยใส่มาก่อน และกล้าที่จะเข้าใกล้และจับวัวซึ่งเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ยิ่งได้เห็นลูกเติบโตเป็นเด็กที่มีหัวคิดและหัวใจที่ดีแบบนี้ คนเป็นแม่อย่างชมก็ภูมิใจ และตอกย้ำว่าการที่ชมพยายามเลือกสรรแต่สิ่งดีๆให้ลูกมันส่งผลถึงพัฒนาที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่องของลูกในวันนี้จริงๆ”

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466589

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน

12 พฤษภาคม 2564 – 13:51 น.

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน

สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แต่ยังติดกินขนมขบเคี้ยว หรือคนที่ชอบกินขนมขบเคี้ยวมากๆ แต่ก็กล้วอ้วน คุณสามารถเลือกซื้อขนมแคลอรี่น้อยๆมากินแทนได้แถมยังอร่อยด้วย ถือคติว่าถ้าเลิกกินไม่ได้ก็เปลี่ยนเมนูขนมให้แคลอรี่น้อยลงก็ยังดี ทาง คมชัดลึก จึงนำขนมกินเล่นแบบสุขภาพดีมาแนะนำ

1. ทาโร่

ทาโร่รสเข้มข้น มีพลังงาน 70 กิโลแคลอรี *4%, น้ำตาล 4 กรัม *6%, ไขมัน 0 กรัม *0%, โซเดียม 410 มิลลิกรัม *21% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ถ้าคิดจะลดความอ้วนแล้วต้องเลือกทาโร่ ปลาเส้นเคี้ยวเพลินแถมยังช่วยให้อิ่มท้อง เน้นโปรตีนแบบไร้ไขมัน กินได้แบบเพลินๆ

 2. เถ้าแก่น้อยสาหร่ายญี่ปุ่น

เถ้าแก่น้อยสาหร่ายญี่ปุ่นรสคลาสสิค มีพลังงาน 340 กิโลแคลอรี *17%, น้ำตาล 0 กรัม *0%, ไขมัน 32 กรัม *49%, โซเดียม 170 มิลลิกรัม *7% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ทำมาจากสาหร่ายคุณภาพเกรดพรีเมียมพันธุ์ AJINSUKE NORI สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

3. อองเทร่หมูแผ่น

อองเทร่หมูแผ่นรสบาร์บีคิวคลาสสิค มีพลังงาน 60 กิโลแคลอรี *3%, น้ำตาล 7 กรัม *10%, ไขมัน 18 กรัม *34%, โซเดียม 230 มิลลิกรัม *10% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ไม่ว่าจะกิจกรรมไหนๆ ก็ไม่ต้องกลัวหิว ได้ประโยชน์เต็มๆคำ โปรตีนสูง แคลอรี่ต่ำ แถมยังอร่อยกินได้เรื่อยๆ

4. ซันไบทส์ 

ซันไบทส์รสออริจินัล มีพลังงาน 140 กิโลแคลอรี *54%, คาร์โบไฮเดรต 20 กรัม *7%, โปรตีน 2 กรัม *4%, โซเดียม 160 มิลลิกรัม *7% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) กินได้หลากหลายโอกาส ไมว่าจะเป็นของว่าง หรือช่วงเวลาสนุกๆ อย่างปาร์ตี้ อร่อยดีและมีประโยชน์

5. เบนโตะปลาหมึกบด

เบนโตะปลาหมึกบดรสลาบ มีพลังงาน 60 กิโลแคลอรี *3%, น้ำตาล 3 กรัม *5%, ไขมัน 0 กรัม *0%, โซเดียม 380 มิลลิกรัม *16% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) อร่อยซี๊ด เผ็ด มันส์กันแบบต่อเนื่องทุกคำ

Tests at Chula vouch for efficacy of Sinovac, AstraZeneca vaccines #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40000687

Tests at Chula vouch for efficacy of Sinovac, AstraZeneca vaccines


The Sinovac and AstraZeneca vaccines are both helpful in stimulating peoples immunity against Covid-19, Dr Yong Poovorawan, a senior virologist at Chulalongkorn University, said on Sunday.

Tests at Chula vouch for efficacy of Sinovac, AstraZeneca vaccines

Citing a study by Chulalongkorn’s Centre of Excellence in Clinical Virology, he explained that people who got the first AstraZeneca jab had a 98.3 per cent immunity against Covid-19 compared to 99.4 per cent in people who had received the second Sinovac jab and 92.4 per cent in people who had been infected with Covid-19.

He also emphasised that people who had been infected with Covid-19 could get re-infected.

“We still do not know what level of immunity can prevent people from infection, but we already know that the severity of the disease would be reduced as long as we have immunity,” he said.

He added that the centre is currently studying people’s immunity against the Covid-19 in the long term.

“As Covid-19 has a short incubation period, it may be necessary to administer more doses to ensure people’s immunity is at the highest level,” he added.

Published : May 09, 2021

By : The Nation

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466162

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ

8 พฤษภาคม 2564 – 15:00 น.

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ

งานนี้ขิงกันสุดๆ เมื่อ “โอ๊ต ปราโมทย์” ยันตัวเองไม่ใช่ไก่ พร้อมท้าดวลเพื่อนๆคอเกมเมอร์อย่าง “ดีเจเผือก” , “ดีเจอาร์ต” และ “แจ๊ส ชวนชื่น” มาประชันลีลาแบกไก่ในการแข่งขัน “เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ ตื่นคูณสาม อีสปอร์ต ชาเลนจ์ แบกไก่ไปตีป้อม”

ครั้งแรกที่เหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ชื่อดังรับอาสาเป็นหัวหน้าทีมและเปิดโอกาสให้แฟนๆ หรือผู้เล่นมือใหม่มาสมัครร่วมทีมเป็นไก่ รวม 10 ทีม เพื่อประชันฝีมือในเกม ROV ผ่านทางออนไลน์ที่บ้านไปยาวๆ 3 สัปดาห์ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท งานนี้ทั้งมันส์ทั้งอึด

ขิงกันจัดหนักตั้งแต่ก่อนแข่ง เพราะแฟนๆก็รู้กันดีว่าสี่คนนี้ฝีมือเจ๋งกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะ “โอ๊ต ปราโมทย์” คนนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ออกมาขิงก่อนใครว่า “พี่ก็ไม่ไก่อยู่แล้ว” แถมโพสต์ไอจีรับสมัครเทพ ROV ตีป้อม 4 ตำแหน่งว่า “ไหนใครอยากร่วมทีม ROV ก็กรอกรหัสใต้ห่วงแล้วเลือกทีมโอ๊ต ย้ำๆเลือกทีมโอ๊ตนะ เดี๋ยวพี่แบกเอง” ใครอยากอยู่ทีมพี่โอ๊ตให้รีบจัดด่วน

ทางด้าน “แจ๊ส” มือดีตำแหน่งฟาร์มป่าขาโหด รอซัดทีมคู่ต่อสู้ เจ้าตัวโพสต์ในไอจีรับสมัครสมาชิกในทีมว่า “ตัวจริงพี่ดูตลก ในเกมซัดหมดนะครับ ใครอยากอยู่ทีมพี่ ส่งเลขบัญชี เห้ยย ส่งรหัสเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ มาเลย” ใครชอบขาโหด ยิ่งส่งรหัสมาก ก็ยิ่งมีสิทธิ์มากนะทุกคน แจ๊สแข่งสัปดาห์ที่สองวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 สมัครร่วมทีมได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2564

งานนี้มีมันส์เพราะ ดีเจเผือก ที่ออกมาซุยในวิดีโอโปรโมททัวร์นาเม้นต์ว่า “ทีมโอ๊ตอ่ะ มีแต่ไก่ มาอยู่ทีมเฮียดีกว่า” แถมเรียกคะแนนเสียงจากแฟนๆผ่านไอจีให้มาร่วมทีมว่า “อีกครั้ง กับการลงแข่งขัน E-Sport ใครไก่ เดี๋ยวรู้ ไม่รู้จักแคร์รี่พรสวรรค์ซะแล้ว มาช่วยเฮียตีป้อมหน่อย”

และศึกตีป้อมครั้งนี้จะขาดความมันส์จากดีเจอาร์ตได้ยังไง บอกเลยว่าเป็นเกมเมอร์เหมือนกันอย่าง ดีเจอาร์ต งานนี้ก็ได้ออกมาโพสต์หาลูกทีมทั้งใน FB และ IG แถมโม้ไว้เบาๆ เหมือนกันว่า “ทีมพี่ไม่มีไก่ ใครคิดว่าเล่น ROV เก่ง ยกมือขึ้น กำลังหาลูกทีมอยู่”งานนี้ตื่นคูณสาม อึดคูณสามทั้งทัวร์นาเม้นต์แน่นอน แฟนๆ และเหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด มีถ่ายทอดสด ให้ได้เชียร์ทีมโปรดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเนสกาแฟ https://www.facebook.com/Nescafe.TH/ และยูทูบของเนสกาแฟ และเหล่าโปรเพลเยอร์ ซึ่งจะมีการแจกรางวัลและกิจกรรมต่อเนื่องตลอดการไลฟ์ในวันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์

กำหนดการแข่งขัน

สัปดาห์แรก แข่งขันวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ทีมโอ๊ต ปราโมทย์ และ ทีมดีเจอาร์ต 
สมัคร 16 เมษายน 2564 – วันที่ 29 เมษายน 2564 และ ประกาศผล วันที่ 30 เมษายน 2564
สัปดาห์ที่สอง แข่งขันวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ทีมแจ๊ส ชวนชื่น และ ทีมโอ๊ต ปราโมทย์
สมัคร 30 เมษายน 2564 – วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 และ ประกาศผล วันที่ 7 พฤษภาคม 2564
สัปดาห์สุดท้าย แข่งขันวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ทีมโอ๊ต ปราโมทย์ และทีมดีเจเผือก 
สมัคร 7 พฤษภาคม 2564 – วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 และ ประกาศผล วันที่ 14 พฤษภาคม 2564

ใครอยากอยู่ทีมไหนหรือเชียร์ทีมไหน ก็เข้ามาร่วมลุ้นได้ง่ายๆ เพียงซื้อเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ กระป๋องพร้อมดื่ม 1 กระป๋อง และนำรหัสใต้ฝาห่วงกระป๋อง 10 หลักมาลงทะเบียนในช่องทาง LINE Official Account: @NESCAFETH เพื่อลุ้นต่อที่ 1 สมัครแข่งขันกับเหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ ระหว่างวันที่ 16 เมษายน 2564 – 16 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น 1 รหัสต่อ 1 สิทธิ์ 

ลุ้นต่อที่ 1 ลุ้นสมัครร่วมแข่งขันกับเหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ 

ลุ้นต่อที่ 2 ลุ้นโหวตเชียร์ ทีมที่ชอบเพื่อชิงของรางวัล เสื้อการแข่งขันดีไซน์สุดคูล 1 ตัว จำนวน 99 รางวัล

ลุ้นต่อที่ 3 ลุ้นรางวัลใหญ่และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท อาทิ โทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่น 12 Pro Max , เครื่องเล่นเกม Sony PS 5 (Digital Edition) , เก้าอี้เกมมิ่ง DXRacer X Bacon Time Limited Edition , หูฟังเกมมิ่ง HYPER-X CLOUD FLIGHT S WIRELESS , เครื่องดื่ม NESCAFE Triple Espresso 10 กระป๋อง , บัตรเติมเงิน Garena Shells

และยังสามารถสะสมแต้มคูณสามกับกิจกรรม Line Loyalty Program ใน LINE Official Account: @NESCAFETH เพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย อาทิ สร้อยทอง ทีวี บัตรเติมเงิน

ดูวิธีการสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/247857058681/posts/10162942052213682/?d=n 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nescafe.com/th/th-th/nescafe-triple-espresso-esport-challenge

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466161

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี

8 พฤษภาคม 2564 – 14:55 น.

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี

เรียกได้ว่าเป็นแรงใจในการทำงานของสองหนุ่ม “คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา” และ “ปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช” คู่จิ้นสุดฮอตจากซีรีส์ “My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังว่ะ” , Bitter Sweet Theseries ผลงานจากค่าย ไทร ครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อย่างมากเลยทีเดียว

ล่าสุดวันนี้ 7 May ครบรอบ 1 ปี #mypepo ของแฟนคลับคูเปอร์ปอย ที่ให้การสนับสนุนทุกผลงานของน้องๆ ซึ่งมีแฟนคลับส่งคำอวยพรมาให้มากมายพร้อม #1yAnniversaryMypepo งานนี้สองหนุ่มคูเปอร์ปอย จึงทำคลิปขอบคุณแฟนๆ และเตรียมมีเซอร์ไพรส์ แต่จะเป็นอะไรต้องติดตาม บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด https://youtu.be/gQnjFe64p2s

นอกจากนี้รายการ “เล่าไป เล่ามา” ใน facebook Tri Creation ทุกวันพฤหัสจะมีน้องๆจากซี่รี่ส์ “My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังว่ะ” ผลัดเปลี่ยนกันมาพูดคุยกันตลอด สัปดาห์ไหนใครมาเข้าไปอัพเดทกันได้เลยนะจ๊ะ

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466058

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

7 พฤษภาคม 2564 – 13:40 น.

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในปัจจุบัน ทำให้หลายคนไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ บางคนต้องทำงานที่บ้าน บางคนก็ต้องเรียนออนไลน์ และอีกหลายคนก็ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมหรือสังสรรค์นอกบ้านได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อาหาร ในเมื่อหลายคนก็คงไม่อยากออกจากบ้าน จะสั่งอาหารทุกวันก็เปลืองเงิน ทาง คมชัดลึก จึงมาแนะนำ 5 เมนูอาหารเด็ดแนะนำที่สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโควิด-19 อีกด้วย

เมนูอาหารต้านโควิด ทำเองที่บ้านได้

  1. ผัดกะเพรา

ใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเซลล์  ช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากเชื้อไวรัส มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ 

2.ไก่ตุ๋นเห็ดหอมมะระ

ไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ทำให้ย่อยง่าย ส่วนเห็ดหอมมีสารเบต้ากลูแคน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีมะระ ซึ่งมีสารโพลีฟีนอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเก๋ากี้ ขึ้นฉ่าย มีสารอะพิจีนิน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน

3.เมี่ยงคำ

เป็นอาหารที่มีส่วนผสมหลักคือ มะนาวหั่นพร้อมเปลือก และหอมแดงสด ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสมุนไพรที่มีสารเฮสเพอริดิน สารรูติน และวิตามินซี ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ได้

4. แกงเลียง

ส่วนประกอบมีผักและสมุนไพรมากมาย ทั้งบวบเหลี่ยม ตำลึง ใบแมงลัก ฟักทอง เห็ดฟางที่เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย มีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัด  ยังมีพริกไทยที่ช่วยย่อยอาหาร และสมุนไพรอย่าง หอมแดง  ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ร่างกายได้  ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

5. ข้าวต้มปลา

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีโอเมก้า 3 ส่วนขิง มีสารจินเจอรอล ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีกระเทียม ซึ่งมีสารอัลซินิน ช่วยต้านการอักเสบ และช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนา

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมนูต้านโควิดได้ที่นี่

“ธัญ” แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465910

“ธัญ”แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

6 พฤษภาคม 2564 – 13:28 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะ “วิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง” กับผลิตภัณฑ์ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) โดยมี   เซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว  อาทิ จันทมน แย้มพันธุ์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ และ ตะวันนา ธารา 

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า “แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆได้ เช่นอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น, ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด, สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%, ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง 

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 
ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง 

ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ

ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และหาแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ 

ส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ 

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป 

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น 

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวที่ช่วยคงความชุ่มชื้นมีสุขภาพดีให้แก่ผิว ซึ่งประกอบไปด้วย ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ขนาด 100 มล. ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Nano Shiso Extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ สารสกัดจากต้นไมโรทัมนัส (Myrothamnus Extract) พืชทะเลทรายจากทวีปแอฟริกาใต้ที่ได้รับฉายาต้นไม้คืนชีพเพียงโดนน้ำแค่หยดเดียวก็สามารถฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง อุดมด้วยสารอาร์บูติน (Arbutin) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) เสริมความแข็งแรงให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันเมล็ดชาออแกนิค (Organic Camellia Seed Oil) อุดมด้วยวิตามิน A, B, D, E, กรดโอเลอิก, โอเมก้า 3,6,9 และโพลีฟีนอล )Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากถั่วอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi Seed Oil) อุดมด้วยโอเมก้า 3,6,9 ปกป้อง และลดการระคายเคืองของผิวจากแสงแดด, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), น้ำมันมะกอก (Olive oil), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Algin Extract) และ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน บำรุงผิวที่อ่อนล้าได้อย่างอ่อนโยน (*ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มผู้ทดสอบ อายุ 25-45 ปี จำนวน 22 คน โดยวัดผลหลังทาผลิตภัณฑ์ผ่านไป 4 ชั่วโมง)

‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream) ขนาด 40 มล. ราคา 1,500 บาท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สูตรเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เนื้อครีมบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แล้วว่า สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 31.3%* ภายใน 28 วัน ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติจากสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์, สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein) และสารสกัดจากชาดำ (Black tea extract) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้ผิว (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica กับผู้หญิงเอเชีย 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) ขนาด 30 มล. ราคา 2,500 บาท เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 25.5%* และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น 13.4%* ภายใน 28 วัน อุดมด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากสารสกัดจากใบบัวบก (Centella extract) เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว สารสกัดจากปลีกล้วย (Banana flower extract) กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica และ Cutometry measurement กับผู้หญิงเอเชีย 17 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องวันละ 2 ครั้ง (เช้า และก่อนนอน) ทำการทดสอบโดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ มอบความเปล่งประกาย (Luminosity) สู่ผิวถึง 43%* ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากผลองุ่น (Grape fruit extract) ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ, สารสกัดจากรากหม่อน (Mulberry Root extract) ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว, สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose extract) ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ (* ทดสอบด้วยวิธี Sensory Evaluation (C.L.B.T) โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France) กับผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์)

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

ALT พร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465884

ALTพร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City

6 พฤษภาคม 2564 – 09:57 น.

“เอแอลที”พร้อมร่วมมือภาครัฐนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิทัลสื่อสาร ขับเคลื่อนเมืองไปสู่ Smart City

นายปริญญ์ ชากฤษณ์  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  บริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อพัฒนาเมืองไปสู่ Smart City ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

“ในฐานะที่  ALT เป็นผู้ให้บริการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารดิจิทัลให้หน่วยงานระดับประเทศมานานกว่า 20 ปี มองว่าการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องถ่ายทอดและเรียนรู้กระบวนการคิดของคนในพื้นที่ให้มีทัศนคติต่อการรักบ้านเกิด อยากพัฒนา และ ตั้งใจต่อการแก้ไขปัญหาพื้นฐานก่อน การมีส่วนร่วมต่อการพัฒนามีส่วนสำคัญมาก  ALT นำนวัตกรรมการพัฒนาเมือง ด้วยหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับคนในพื้นที่ทุกกระบวนการ เพื่อเรียนรู้ให้ประชาชนเป็นเจ้าของนวัตกรรม และในแต่ละพื้นที่มีปัญหาในบริบทที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลมีเท่าเดิม จึงต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการไปสู่การบริการภาคประชาชนและแก้ปัญหาได้โดยตรง” นายปริญญ์กล่าว

โดยเบื้องต้น  ALT สามารถต่อยอดพัฒนาระบบอุปกรณ์เดิม ด้านระบบเสาโทรคมนาคมสื่อสาร มาใช้สร้างเสาอัจฉริยะ หรือ Smart pole  เพื่อให้หน่วยงานบริหารเมืองมีศูนย์รวบรวมข้อมูล และ เฝ้าระวัง จากส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนได้รับการตอบสนองการให้บริการ เช่น การแจ้งประกาศเตือนมลพิษในพื้นที่ หรือ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะ เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับเมืองเป็นต้น

ส่วนแผนในระยะต่อไป นวัตกรรมดังกล่าว สามารถรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ มาใช้ในการบริหารเชิงวิเคราะห์ พยากรณ์ ไปสู่การป้องกัน และขยายผลในการพัฒนาในแต่ละมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“ปัจจุบันเราได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยด้าน Smart Environm

Chulalongkorn University releases film on how its innovations helped fight pandemic #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40000593

Chulalongkorn University releases film on how its innovations helped fight pandemic


Chulalongkorn University, which recently launched the “Innovations for Society” campaign, has released a short film to show the different innovations Chula has successfully developed to fight Covid-19.

Chulalongkorn University releases film on how its innovations helped fight pandemic

This campaign is part of the university’s mission to play a leading role in “Creating Knowledge and Innovation to Promote Sustainable Development for Society”.

The film, “Innovations for Society: Innovations against Covid”, uses a storytelling technique from the point of view of an ad agency person who has to dig deep into her creative arsenal to come up with a pitch for her client to approve.

Chula’s target is “to communicate a myriad of innovations against Covid-19 that are full of technical and complicated jargon in a fun and engaging way in three minutes”.

The film director ties all the information into a coherent, cute and funny storyline that is divided into three parts.

First, it starts with “preventive innovations” such as a face-mask spray to protect us from viruses and dust, and CU-RoboCovid – the medical-support robot.

Then, it describes “screening innovations” such as the Chula Covid-19 Strip Test, Chula Express Analysis Mobile Unit (EAMU) and Covid-19 data incubator website that’s developed with other partners.

Finally, the story concludes with “remedy innovations” such as Covid-19 mRNA vaccine, tobacco vaccine, Chula MOOC (massive open online course), and Quick MBA from home that provides cutting-edge professional knowledge to Thai people with novel ways to earn a living during the Covid-19 crisis.

Chula’s innovations against Covid-19 are part of the university’s mission to serve the society with technological breakthroughs as well as to be a driving force for Thai society to continue along the path of robust growth.

Published : May 06, 2021

By : The Nation