ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์กับการรักษา “มะเร็งเต้านม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/642050

วันที่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 09:28 น.ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์กับการรักษา "มะเร็งเต้านม"ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม เผยแนวทางการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมด้วยการแพทย์แบบแม่นยำ “Precision Medicine”

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทยและสตรีทั่วโลก ที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในประเทศไทยมักมีอายุน้อยกว่าผู้ป่วยทางประเทศตะวันตก โดยอายุเฉลี่ยที่พบสูงสุดคือ 49-51 ปี ซึ่งต่างจากทางประเทศตะวันตกที่มักพบในสตรีอายุมากกว่า 60 ปี นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยอายุน้อยหรืออยู่ในกลุ่มวัยก่อนหมดประจำเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอายุน้อยเหล่านี้มักเป็นมะเร็งชนิดที่ลุกลามเร็ว และมีพยากรณ์โรคที่แย่กว่ามะเร็งเต้านมในสตรีอายุมาก แสดงให้เห็นถึงสาเหตุกลไกการเกิดโรคและลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มนี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยแนวทางการตรวจวิเคราะห์และนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ

แม้ที่ผ่านมามะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในกลุ่มมะเร็งที่ได้ถูกพัฒนาวิธีการรักษาจนมีผลที่ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ทำให้มะเร็งเกิดการลุกลามกลับ เป็นซ้ำและแพร่กระจายจนเสียชีวิตได้ 

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลเมดพาร์ค และศัลยแพทย์ด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลเจ้าพระยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดและค้นคว้าด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษามะเร็งเต้านม และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ โรงพยาบาล Royal Marsden, Institute of Cancer Research กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงแนวทางการรักษาใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอายุน้อยหรือวัยก่อนหมดประจำเดือนในประเทศไทย ว่าจำเป็นต้องใช้แนวทางที่เรียกว่า “การแพทย์แบบแม่นยำ (Precision medicine)

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พรชัย กล่าวว่า การใช้ศาสตร์ “การแพทย์แบบแม่นยำ” ในการรักษามะเร็งเต้านม เป็นนวัตกรรมการรักษาที่เน้นการตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของมะเร็ง โดยค้นหารูปแบบการกลายพันธุ์ของยีนที่มีความสำคัญกับการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็ง นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ประกอบด้วยการวางแนวทางในการรักษาแบบองค์รวม ทั้งวิธีการผ่าตัด รังสีรักษา การให้ยาเคมีบำบัด และการใช้ยาต้านมะเร็งแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมมะเร็ง

ผลการวิจัยใหม่ๆ ที่ทำในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมวัยก่อนหมดประจำเดือนที่มีมะเร็งลุกลามกลับเป็นซ้ำ โดยอาศัยองค์ความรู้ทาง “การแพทย์แบบแม่นยำ” พัฒนายามุ่งเป้าที่ไปออกฤทธิ์ยับยั้งยีนชื่อ CDK4/6 ซึ่งเป็นยีนที่ควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง เมื่อให้ยายับยั้ง CDK4/6 จะสามารถชะลอการลุกลามของโรคได้นานถึง 2 ปี มีผลข้างเคียงน้อยและทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวมากขึ้นโดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมะเร็งมีการกลายพันธ์เพิ่มขึ้นจนไม่ตอบสนองต่อยา การตรวจหาความผิดปกติของยีนอื่น ๆ เช่น ยีน PIK3CA ซึ่งเป็นยีนหลักที่ควบคุมกระบวนการลุกลามของมะเร็งเต้านม นำไปสู่การคิดค้นยาต้าน PI3K ขึ้นมา 

การใช้ศาสตร์ “การแพทย์แม่นยำ” เพื่อการรักษามะเร็งเต้านมต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์ ทำให้การศึกษาทางโมเลกุลทำได้อย่างรวดเร็ว ในราคาที่ถูกลง มีการสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมมะเร็งของผู้ป่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ชะลอการกลับเป็นซ้ำของโรค และลดผลข้างเคียงจากการได้รับยาต้านมะเร็งที่ไม่เกิดประโยชน์ในผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการตรวจการกลายพันธุ์ และการแสดงออกของยีนคือ การวิเคราะห์ผล ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการแปลผลเนื่องจากความหลากหลายทางพันธุกรรมนั้นมีความซับซ้อน ข่าวดีคือปัจจุบันสามารถส่งตรวจหาความผิดปรกติของสารพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ หรือที่โรงพยาบาลเอกชนระดับแนวหน้าในประเทศไทย

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454751

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

11 มกราคม 2564 – 09:40 น.

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยความสนับสนุนของบี.กริม, BDMS, เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว งานนี้เชิญ “นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe)” ศิลปินเดี่ยวไวโอลินรุ่นใหม่ชาวเยอรมันชื่อดังระดับนานาชาติบรรเลงเดี่ยวร่วมกับวง RBSO อำนวยเพลงโดย มิเชล เทลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีของวง RBSO  

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

รายการเพลงจะบรรเลงผลงามาสเตอร์พีซสามบทของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค คือไวโอลินคอนแชร์โตหมายเลข 2 ของเฮนรี เวียนเนียพสกี ยอดนักไวโอลินและคีตกวีชาวโปแลนด์ผู้ยิ่งใหญ่ งานบทนี้เป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินที่มีความไพเราะ และท้าทายฝีมือผู้บรรเลงเดี่ยวมากที่สุดบทหนึ่งในบรรดากรุเพลงเดี่ยวไวโอลินทั้งหลาย  ส่วนเพลงบรรเลงคือบทโหมโรง “The Roman Carnival Overture” ของเฮ็คเตอร์ แบร์ลิออซ คีตกวีชาวโปแลนด์  และซิมโฟนีหมายเลข 4 บันไดเสียง F ไมเนอร์ ของปีเตอร์ อิลยิส ไชคอฟสกี คีตกวีชาวรัสเซีย ซึ่งเขาได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวผ่านงานชิ้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นงานซิมโฟนีของเขาที่นิยมฟังและนำมาบรรเลงกันมากที่สุด         

บทโหมโรง “The Roman Carnival Overture” ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากให้กับ แบร์ลิออซ ซึ่งเขาได้นำทำนองต่างๆที่ได้ประพันธ์ไว้ อาทิ เพลงร้องคอรัสและเพลงจากอุปรากรเรื่อง Benvenuto Cellini มาร้อยเรียงและประพันธ์เพิ่มเติม มีสำเนียงเพลงเต้นรำพื้นบ้านชาวโปแลนด์ที่ร่าเริง สนุกสนานกับการฉลองเทศกาลคาร์นิวัล สลับกับทำนองที่แสนหวาน ถวิลหาความรัก บรรเลงเดี่ยวโดยปี่อิงลิชฮอร์น ทำนองนี้มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมาจากเพลงร้องคอรัสเพื่อศาสนา เพลงเด่นคือไวโอลินคอนแชร์โตหมายเลข 2 ในบันไดเสียง D ไมเนอร์ ของเฮนรี เวียนเนียพสกี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นคอนแชร์โตที่มีแนวเดี่ยวโลดโผนวิจิตรพิสดาร ทำนองไพเราะมีสีสัน เจิดจ้า ท่อนแรก เศร้าสร้อย ท่อนที่สองเริ่มอย่างเชื่องช้า ไพเราะ ท่อนที่สามซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย แนวเดี่ยวไวโอลินบรรเลงทำนองวนไปมาอย่างสนุกสนาน ค่อยๆเร่งเร้าจนจบลงอย่างตื่นเต้นด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรง งานชิ้นนี้ศิลปินเดี่ยวไวโอลินได้โชว์ฝีมือทั้งเทคนิคการเล่นไวโอลินขั้นสูงที่แพรวพราวตื่นตาตื่นใจ ได้รับการยกย่องว่าเป็นไวโอลินคอนแชร์โตที่ท้าทายและโด่งดังที่สุดบทหนึ่งในบรรดาไวโอลินคอนแชร์โตทั้งหลาย  เป็นเพลงทดสอบการแข่งขันไวโอลินระดับโลก รายการ Wieniawski Violin Competition และการแข่งขันไวโอลินที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย            

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

เพลงสุดท้ายซิมโฟนีหมายเลข 4 ในบันไดเสียง F ไมเนอร์ ของปีเตอร์ อิลยิส ไชคอฟสกี คีตกวีชาวรัสเซีย ซึ่งอุทิศงานชิ้นนี้ให้กับมาดาม ฟอน เม็ค ผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของเขามายาวนาน ท่อนแรกเริ่มด้วยทำนองที่แสดงความทุกข์ระทม และความอ้างว้างที่บั่นทอนทำลายความสุข จึงตั้งชื่อว่า “ชะตากรรม”  ท่อนที่สอง เศร้าสร้อย หวนคิดถึงอดีตอันแสนหวาน ท่อนที่สาม ให้ความรู้สึกทั้งร่าเริง และความทุกข์ระทม แต่แล้วก็ได้ยินทำนองเพลงพื้นบ้านที่คึกคัก สง่างามเหมือนเพลงมาร์ช ท่อนที่สี่ บรรยายให้เห็นบรรยากาศงานเฉลิมฉลองเทศกาล ทำให้ลืมความทุกข์ระทม  แต่แล้วทำนอง“ชะตากรรม” ได้หวนกลับมาให้ความรู้สึกที่อ้างว้าง จบลงด้วยทำนองที่เร่งเร้า มีพลัง ด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข            

ศิลปินเดี่ยวไวโอลิน นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) มีผลงานเดี่ยวกับวงชั้นนำหลายวงในยุโรป อาทิ NDR Radio Philharmonic, Hamburg Ebphilharmonic, Tauber Philharmonic, Berlin Philharmonic เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง อาทิ Gidon Kremer, Yuri Bashmet, Christoph Eschenbach และ Andras Schiff ชนะการแข่งขันรายการ อาทิ Henryk Wieniawski Violin Competition และ German Music Competition ล่าสุดได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับค่าย Sony Classic บรรเลงเพลงทั้งแนวแจ้ส แทงโก้ ลาตินและคลาสสิก ที่นำมาเรียบเรียงและประพันธ์เพิ่มเติมสำหรับวงออร์เคสตร้า            

ลิเพอร์จบการศึกษาด้านไวโอลินที่ Kronsberg Academy, Hannover Music University และCologne Music University โดยเรียนกับปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงคือ Prof. Ana Chumachenco,Prof. Mihaela Martin, Prof. Krzysztof Wegrzyn และ Prof. Zakhar Bron  ตามลำดับ          

ทั้งนี้ คอนเสิร์ต กำหนดแสดงวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามคำประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดมาตรการต่างๆ เช่น การกำหนดจุดเข้าออก การคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ การกำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่ โดยจัดให้มีระยะห่างระหว่างผู้ชมและผู้แสดง โดยผู้ชมต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ฯลฯ
บัตรราคา 300, 700, 900, 1200, 1500 บาท  ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ www.thaiticketmajor.com
สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2
Email: rbso@bangkoksymphony.org    

“ธัญ” แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454551

“ธัญ”แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

11 มกราคม 2564 – 08:50 น.

“ธัญ”(THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

บรรยากาศในช่วงนี้มองไปทางไหนก็มักจะได้เห็นหมอกขาวๆ หนาแน่นลอยเหนือยอดตึกสูงเต็มไปหมด แต่ทราบหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วหมอกที่เราเห็นนั้นคือ มลพิษที่ลอยในอากาศ (Airborne particulate matter pollution) อย่าง PM 2.5 (Particulate Matter) หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญในชีวิตประจำวันซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรง โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าเสมือนเกราะปกป้องผิวให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย รวมถึงความหมองคล้ำ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) คำนึงถึงปัญหาผิวพรรณที่เกิดจากการเผชิญกับมลภาวะฝุ่นละอองในปัจจุบัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช จัดกิจกรรมแนะเคล็ด(ไม่)ลับ ‘ดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5’ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturising Cream) และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน’ )Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม อาทิ ปาวา นาคาศัย, รินทร์รตา อินทามระ และ กมลพร วงศ์รักมิตร ที่ เดอะ เอสเคป แบงค็อก เอ็มควอเทียร์

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ด (ไม่) ลับการดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ว่า “ปัญหาผิวพรรณของเรานั้นมีสาเหตุเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยก็คือปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัยภายในจะเกี่ยวข้องกับระบบของร่างกายเรา เช่น การรับประทานอาหาร ระบบขับถ่าย การพักผ่อน อารมณ์ และความเครียด ส่วนปัจจัยภายนอกที่คอยทำร้ายผิวสามารถแบ่งได้ 5 สาเหตุ ประกอบด้วย การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การอาบน้ำร้อน แสงแดด และมลพิษทางอากาศ 

แสงแดดและมลพิษทางอากาศถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำร้ายผิวได้รุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่นๆ ปัจจุบันโลกของเรามีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศมากขึ้น ยิ่งในช่วงนี้ประเทศไทยของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่ารูขุมขนคนเราถึง 20 เท่า จึงสามารถแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ง่าย และส่งผลกระทบกับผิวหนังโดยตรงขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น และระยะเวลาการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

ระยะเฉียบพลัน ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองของผิว ทำให้ผิวเสียสมดุลความชุ่มชื้น เนื่องจาก PM 2.5 สามารถทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก หรือชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และทำลายโปรตีนฟิลแลกกริน (Filaggrin) ที่มีหน้าที่ป้องกันผิวหนัง (epidermal barrier protein)  ระยะเรื้อรัง เกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นระยะเวลานาน โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระรบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย กระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สำหรับเคล็ดลับในการป้องกันและการดูแลผิวนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ให้มากที่สุดหรือสัมผัสให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิต้านทานของผิวหนังน้อยหรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว จะยิ่งต้องดูแลและป้องกันตัวเองให้มากเป็นพิเศษ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว หมวก แว่นตา เพื่อปกปิดไม่ให้ผิวเราสัมผัสกับอนุภาคฝุ่น PM 2.5 ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นอีกขั้น 

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

การดูแลผิวเมื่อกลับถึงบ้าน ควรรีบอาบน้ำชำระล้างผิวให้สะอาด ควรฟื้นฟูสภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ผิวสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี ประกอบด้วย จะช่วยเสริมให้สุขภาพผิวแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ควรสครับผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพสัปดาห์ละครั้ง แนะนำให้เลือกแบบที่เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว 

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยเจอร์ไรซิ่งครีม และเสริมเกราะป้องกันให้กับผิว ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวกันไม่ฝุ่นสัมผัสกับผิวได้โดยตรง  ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน และมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ รวมถึงควรทำให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อมลภาวะ เพราะเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ เวลาที่ได้รับเชื้อโรคหรือฝุ่นเข้ามาก็จะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งผัก ผลไม้ รวมถึงงดการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยสามารถปรับเปลี่ยนมาออกกำลังในร่มแทน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรดื่มน้ำสะอาดในระหว่างวันให้มากๆ”

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์โฮม อะโรมา ซึ่งประกอบไปด้วย ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท มาส์กสูตรดีท็อกซ์ผิวจากโคลนธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ ทานากุระ เคลย์ (Tanakura Clay) จากประเทศญี่ปุ่น, เกาลิน เคลย์ (Kaolin Clay) และเบนโทไนต์ เคลย์ (Bentonite Clay) ควบคุมความมันส่วนเกิน (Oil control) ได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และรูขุมขนมีขนาดเล็กลง 19.1% พร้อมทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างได้อย่างดีเยี่ยม สารสกัดจากแตงกวา (Cucumber) และกุหลาบ (Rose) ปลอบประโลมผิว และกระชับรูขุมขน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ (Efficacy test)* พบว่าสามารถควบคุมความมันส่วนเกิน (Oil Control) ได้ยาวนานถึง6 ชั่วโมง และขนาดของรูขุมขนเล็กลง 19.1% 

(*ทดสอบด้วยวิธี Visual grading และ Sebumetry กับกลุ่มผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทำการทดสอบโดยสถาบัน Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France)) 

‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท สครับสำหรับผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ด้วยเม็ดสครับเนื้อละเอียดจากธรรมชาติอย่าง ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) และเมล็ดผลแอพพริคอท (Apricot seed) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว พร้อมมอบคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจากดอกมาชเมลโล่ (Marsh Mallow) และใบบัวบก (Centella) อุดมด้วยวิตามินเอ, บี และซี ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturizing Cream) ขนาด 80 กรัม ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มอบความชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว เหมาะสำหรับผู้มีผิวแห้งหรือแพ้ง่าย อุดมด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติทรงประสิทธิภาพ อาทิ สารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดของข้าว (Rice callus culture extract)อุดมด้วยกรดไขมันที่ดีต่อผิว, วิตามิน อี และสารแกมม่าออริซานอล มอบความชุ่มชื้น พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ทรงประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากมลภาวะ, น้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยวิตามิน อี (Gamma Oryzanol) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ทรงประสิทธิภาพ รักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter) และ ออร์แกนิค อีฟนิ่ง พริมโรส (Organic evening primrose) ได้รับการรับรองจาก USDA ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น

‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++)  ขนาด 40 มล. ราคา 1,200 บาท เสริมเกราะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB พร้อมรับมือกับปัญหาริ้วรอย และผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ด้วยเนื้อครีมที่มอบสัมผัสแห้งสบาย ไม่มันวาว ไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีแม้ผิวเปียกน้ำ (Water Resistant) กันน้ำ กันเหงื่อ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงด้วยส่วนผสมธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), น้ำมันสกัดจากเมล็ดแบล็คเคอร์แรนท์ )Blackcurrant seed oil) และสารสกัดจากบอลลูนไวน์ (Balloon vine extract) ลดอาการระคายเคือง และทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาออแกนิค (Organic camellia seed oil) ปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียน, อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ปกป้องและลดอาการอักเสบของผิว, น้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower seed oil) และน้ำมันสกัดจากดอกคำฝอย (Safflower seed oil) เติมเต็มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว, สารสกัดจากโรสแมรี่ )Rosemary extract) ลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ

บรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยเทคนิคการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีอยู่เสมอ เริ่มจากสาวนักกิจกรรม ปาวา นาคาศัย เผยว่า “เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมเอาท์ดอร์หลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้า ว่ายน้ำ ดำน้ำ แต่ที่ชอบที่สุดคือต่อยมวย ส่วนมากเราจะชอบซ้อมต่อยมวยบริเวณรอบๆ บ้าน เพราะรู้สึกว่ามันสะดวกสบายกว่าเวลาหายใจ แต่ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างเยอะ มลพิษทางอากาศก็เยอะ ทำให้เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น ช่วงนี้เวลาที่จะออกไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด ส่วนการดูแลผิวพรรณก็ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะเราค่อนข้างจะกังวลเรื่องกระ ฝ้า ดังนั้นครีมกันแดดประเภทกันน้ำกันเหงื่อประเภทที่เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเรา และระหว่างสัปดาห์เราก็จะดีท็อกซ์ผิวหน้าด้วยมาส์กที่มีส่วนผสมของโคลนธรรมชาติ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวและรูขุมขนได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และช่วยกระชับรูขุมขนด้วย”

ถัดมาที่สาวยิ้มสวย รินทร์รตา อินทามระ เล่าว่า “ช่วงนี้ถ้ามองออกไปนอกระเบียงคอนโดก็จะมองเห็นฝุ่นที่ลอยตัวอยู่บนอากาศได้อย่างชัดเจน จนคิดว่าเป็นหมอกแต่แท้จริงแล้วคือฝุ่น PM 2.5 ทำให้ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นก็จะหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก อย่างปกติแล้วถ้ามีเวลาเราก็มักจะชอบออกไปตีกอล์ฟ เดินออกกำลังกาย แต่ช่วงนี้ก็ต้องงดไปก่อน เพราะโดยส่วนตัวแล้วจะมีอาการภูมิแพ้ถ้าต้องเจอฝุ่นเยอะๆ บางครั้งแพ้หนักถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ หากวันไหนที่มีแพลนต้องออกไปข้างนอกโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราก็จะเตรียมตัวเป็นพิเศษ นอกจากหน้ากากอนามัยแล้ว เราก็มักจะบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์มากกว่าปกติก่อนออกจากบ้าน เพราะเราเชื่อว่าพื้นฐานผิวที่ดี คือ ผิวที่มีความชุ่มชื้น รวมถึงไม่ควรลืมที่จะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน และเมื่อกลับถึงบ้านก็จะรีบล้างทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว นอกจากนี้เราก็จะหาเวลามาทำทรีตเม้นต์เองที่บ้านด้วยการมาส์กและสครับผิวสัปดาห์ละครั้ง สำหรับใครที่มีผิวแพ้ง่ายแบบเราแนะนำว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ยิ่งถ้าเป็นออแกนิคด้วยก็จะดี เพราะจะได้ลดโอกาสเสี่ยงต่ออาการแพ้ได้”

ปิดท้ายที่สาวผิวสวย กมลพร วงศ์รักมิตร เผยว่า “ทุกวันอาทิตย์เรามักจะชอบออกไปเล่นเทนนิสที่สปอร์ตคลับเป็นประจำ เพราะเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวเราชื่นชอบ แต่ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เยอะมาก อากาศไม่ค่อยดี ทำให้ต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งไปก่อน จริงๆ แล้วฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กิจกรรมกลางแจ้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงผิวของเราด้วย ทำให้ผิวเราเกิดผด ผื่นได้ง่าย เนื่องจากมลภาวะเราต้องเผชิญในปัจจุบันทำให้เราต้องคอยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหันกลับมาดูแลตัวเองอยู่เสมอ อย่างการดูแลผิวของเราจะเน้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ที่ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงเส้นผมด้วย ส่วนเทคนิคการบำรุงผิวของเราก็จะเน้นบำรุงผิวหลังการอาบน้ำ เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนเปิดทำให้ครีมบำรุงต่างๆ ที่เราทาลงไปสามารถซึมซาบสู่ผิวได้ดี”

ดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสียด้วยผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงและปกป้องผิวจากแบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) อาทิ ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturizing Cream)  และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน’ )Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต

More virus-zapping robots are coming, and they’ll stick around #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

More virus-zapping robots are coming, and they’ll stick around

Health & BeautyJan 11. 2021The LG CHOi is an autonomous robot that can clean hotels, schools and retail stores. MUST CREDIT: Photo by LGThe LG CHOi is an autonomous robot that can clean hotels, schools and retail stores. MUST CREDIT: Photo by LG

By The Washington Post · Dalvin Brown

Businesses across a broad range of industries continue to turn up the dial on high-tech surface disinfection, and LG Electronics is among the latest tech companies to bank on the deep-cleaning boom extending beyond the pandemic.

The South Korean technology giant’s American arm is introducing an autonomous UV-C light robot designed to kill viruses on heavily touched surfaces, joining a long list of companies to deploy such gadgets amid the ongoing coronavirus crisis.

LG’s CLOi robot looks like a plug-in space heater on wheels and is set to be introduced Monday at CES, which is among the world’s biggest tech conferences and will be hosted online this year.

The device will ship to LG’s business customers in April – almost a year after several start-ups and organizations began hyping their automated germ-blasting machines in the face of a deadly respiratory virus. LG says it is right on time as industries remain crippled by the outbreak and Americans face months of vaccine distribution ahead.

“I don’t think that the concern over items like this is going to go away anytime soon,” said Mike Kosla, the vice president for hospitality at LG’s business division in the United States. “This product is going to have a strong, strong life ahead of it.”

While the novel coronavirus is primarily spread through the air, UV-C robots disinfect rooms and equipment with ultraviolet light. CLOi will be LG’s first robot to be rolled out in the United States, and it would not have existed, LG says, had the pandemic not presented a new business opportunity.

Hospitals have relied on mechanical UV light cleaners for years. But since March, a growing number of malls, airports and hotels have spurred demand for a new wave of user-friendly, anti-contamination robots that could safely zap high-traffic areas with or without people in the room. Companies grew desperate to attract foot traffic with elaborate displays of cleaning.

A New Mexico school district is already using a UV robot by Xenex as a safety measure. MIT began work on its UV-C robot for schools and grocery stores in April. Other such robots have been spotted at airports and sports arenas, and more are on the way.

Sales of cleaning robots are projected to swell from $341 million in 2019 to more than $2.3 billion by 2025, according to a market advisory firm Mordor Intelligence. Most of the growth comes in health-care settings, the report said, but buyers include schools and industrial facilities.

Before the pandemic, demand for UV light robots outside hospitals did not exist, according to companies in the field. Analysts and tech firms say the robots are here to stay and will continue to crop up in new places as prices fall.

“I do believe there has likely been a slight paradigm shift in how people think about hygiene, as well as how corporations and governments approach sanitation-related issues,” said Tim Mulrooney, a commercial services equities analyst for William Blair.

The investment bank said in a research note that it expects the commercial cleaning market to settle at a higher level after the pandemic because of increased attention to hygiene and because of businesses signing long-term commercial cleaning contracts.

Hills Engineering, which developed a robotic arm system that sprays disinfectant and emits UV light, also will show at CES. On Jan. 21, Canada’s Prescientx will release its talking UV-C robots, dubbed “Charlotte” and “Violette,” that were created to kill germs in large public spaces.

“We started developing a UV robot in 2016, but there was no demand. It was ahead of its time,” said Barry Hunt, the chief executive of Prescientx. “Now there are all kinds of companies, probably 100 companies, around the world that are all jumping into that market because of covid.”

LG’s upcoming device has a built-in motion sensor that shuts it off when people are around, and it is meant for restaurants, corporate offices and retail stores. It can navigate around tables, chairs and other furniture by itself, generally disinfecting a room’s touchable surfaces in up to 30 minutes.

The company developed the project in eight months, building on various other overseas robotics projects. When it does launch, it’ll face a wave of competition.

LG says it will be more affordable than comparable products on the market, which can cost as much as $100,000 per unit.

The virus that causes the illness covid-19 is primarily spread through respiratory droplets in the air, not through surfaces, according to the World Health Organization. The gadgets may make people feel safer and could be an added layer of protection in an era when cleanliness is top of mind.

A sustained market for cleaning robots hinges on the pandemic having a lasting impact on the American psyche, analysts say.

Part of what is expected to keep these boxy, light-emitting cleaners around is the notion that people will not be as quick to forget the pandemic compared with other outbreaks such as SARS and Ebola. Health experts say outbreaks of infectious diseases are becoming more common, so a fleet of robotic germ fighters will be around when the next one hits.

“If anything, this should be something that allows us to be better prepared,” said John Rhee, the general manager of UBTech Robotics, a firm offering a range of humanoid “anti-epidemic” gadgets. “One of the things that companies can do is develop products and become a part of a government’s core strategy on what to bring out of the warehouse when the next one occurs.”

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ.. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454486

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

8 มกราคม 2564 – 10:25 น.

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..รวมขนมขบเคี้ยว ของว่างสุดเฮลตี้ ดีต่อสุขภาพ กินแล้วไม่รู้สึกผิด

ตั้งแต่ Work From Home มาใครน้ำหนักขึ้นแล้วบ้าง? กลุ้มใจใช่ไหม? ตอนกินก็อร่อยดีแต่ตอนมองน้ำหนักอีกทีแทบจะเป็นลม….ความจริงการทำงานที่บ้านจะทำให้คุณรู้สึกหิวง่ายกว่าเวลาที่คุณอยู่ในออฟฟิศ ส่วนหนึงมาจากความสะดวกสบาย และการการหาของทานเล่นก็ง่ายเพียงเดินเข้าครัว แต่จะให้อดทนไม่กินอะไรเลย ก็ดูจะยากมากสำหรับชาว Work From Home อย่างเราๆ งั้นวันนี้เราได้รวบรวมเอาขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่น้อยมาฝากกัน 

Healthy snack

ขนมที่พลังงานแคลเป็นศูนย์ แถมยังให้พลังงานกลับมาที่ร่างกายแบบเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก หนุ่มๆ สาวๆ คนไหนกำลังคุมน้ำหนักบอกเลยว่าไม่ควรพลาด ซื้อติดบ้านไว้เถอะอิ่มท้องอยู่ได้นานด้วย

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

ถั่วต่างๆ

ปริมาณพลังงานประมาณ 200 แคลอรี่

แนะนำของกินเล่นแบบถั่วชนิดต่างๆ แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพสุดๆ ต้องเป็น ถั่วอัลมอนด์ เพราะให้พลังงานสูง เวลาทำงานเครียดๆ จะหยิบมากินเล่นก็ไม่รู้สึกผิด แต่ตัวนี้ต้องระวังเรื่องของโซเดียมสักหน่อย ควรกินทีละน้อยๆ แก้หิวช่วงดึกได้เป็นอย่างดี

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

สลัดผักสด

ปริมาณพลังงานประมาณ 93 แคลอรี่

สลัดผักสดแบบแพ็คมาพร้อมทาน ถ้วยเล็กๆตามร้านสะดวกซื้อ รสชาติอร่อย และความสดของผักก็ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นด้วย ใครที่ทำงานที่บ้านแล้วอยากทานมื้อเย็นเบาๆ แนะนำเป็นสลัดตัวนี้กับอกไก่นุ่ม เข้ากันดีมากเลย

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

ผลไม้อบแห้ง

ปริมาณพลังงานประมาณ 110 แคลอรี่

ใครชอบหาของหวานๆทานเล่น แต่ตอนนี้น้ำหนักก็ไม่ใช่เล่นๆ งั้นลองหันมาลองผลไม้อบแห้ง แนะนำเป็นพวกลูกเกดสีทอง บอกเลยว่ามีประโยชน์ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ใครเบื่อๆอยากกินอะไรหวานๆแต่ไม่อ้วน ตัวนี้ตอบโจทย์มาก

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

น้ำเตาหู้

ปริมาณพลังงานประมาณ 70 แคลอรี่

ของทานเล่นพร้อม ก็ต้องหันมาเช็คเครื่องดื่มกันหน่อย บางคนไม่ชอบทานขนมเลอะเทอะมือ แต่ชอบดื่มน้ำหวานต่างๆ วันนี้เราขอแนะนำให้หันมาลองดื่ม น้ำเต้าหู้สูตรหวานน้อย มีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เป็นอาหารคลีนที่สามารถกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดื่มรองท้องตอนเช้าหรือระหว่างวันก็เหมาะ

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

#กินแล้วไม่รู้สึกผิด #ขนม #ขนมแคลต่ำ #wfh #workformhome #กินแล้วไม่อ้วน #คมชัดลึก

ขอขอบคุณภาพจาก :

Kafeel Ahmed on Pexels

Perfect Snacks on Unsplash

Yu Hosoi on Unsplash

Polina Tankilevitch on  Pexels

Brian Suman on Unsplash

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454457

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

7 มกราคม 2564 – 20:49 น.

SHU จัดอันดับสุดปัง “SHU TOP5 THE BEST SELLER 2020”  รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ถ้าพูดถึงแบรนด์รองเท้าดังอันดับหนึ่งของเมืองไทย เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก SHU ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในกลุ่มดารา นักแสดง เซเลบริตี้ คนดังระดับประเทศ และ ระดับโลก ก็ยังใส่ SHU ในปีที่ผ่านมา SHU ได้ออกคอลเลคชั่นรองเท้ามาเอาใจสาวๆมากมาย  ในต้นปีนี้จึงได้จัดอันดับ “SHU TOP5 THE BEST SELLER 2020” 5 อันดับรองเท้าฮอตฮิต ขายดีที่สุดของ SHU ตลอดปี 2020 เพื่อตอกย้ำและการันตีคุณภาพจาก SHU 

เริ่มต้นกับอันดับ 1 รองเท้าซิกเนเจอร์ที่ครองใจสาวๆมาตลอดกับ SHU SOFASHOES SLIM SWEET CHIC GLOSSY ASH GREY รองเท้าแตะสุดพิเศษ ลงตัวกับพื้นรองเท้าSOFASHOES ให้ความนุ่มลดแรงกระแทกได้อย่างดี ประดับด้วยโบว์คริสตัลชิคๆ ดูดี มีสไตล์ มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41”  ราคา 1,990 บาท

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ถัดมาอันดับที่ 2 คู่โปรดที่สาวๆคู่ควรกับ SHU SOFASOFY PRIMA NUDE รองเท้าหนังแกะพรีเมียมอันดับ 1 มาพร้อมสัมผัสที่นุ่มด้วยพื้นรองเท้า SOFASHOES หนา 10 mm. ยืดหยุ่นได้ 360 องศา ใส่สบาย ช่วยลดแรงกระแทกได้ดี มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 34”- 42”  ราคา 2,290 บาท 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

อันดับที่ 3 SHU SOFY SLIM ORIGINAL BLACK รองเท้าแฟลตหนังแกะพรีเมี่ยมที่ดีที่สุด ออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทางของ SHU ทำให้กลายเป็น Item เด็ด ที่ทุกคนต้องมี สวมใส่ได้ในทุกวัน เข้าได้กับทุกชุด ให้ความนุ่มนวลไม่กัดเท้า มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 34”- 42”  ราคา 1,990 บาท 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

มาถึงอันดับที่ 4 Item ฮอตกับ SHU x HELLO KITTY SOFASHOES SLIM IN PINK รองเท้ารุ่นพิเศษ ที่สาวกคิตตี้ทั้งหลายไม่ควรพลาด นุ่มสบายด้วยพื้น SOFASHOES มาพร้อมกับเซ็ตกล่องคิตตี้สุดหรู และถุงกระดาษลายคิตตี้ แสนน่ารัก มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41” ราคา 2,290 THB

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ปิดท้ายอันดับที่ 5 กับรุ่นขายดี SHU SOFASANDALS JEWELRY CHAIN PLATINUM รองเท้าแตะสวยหรู พร้อมประดับเพชรคริสตัลสุดพรีเมียม ดีไซน์โดดเด่น สวมใส่นุ่มสบายด้วยพื้นรองเท้า SOFASHOES  มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41” ราคา 2,290 THB

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ใครไม่อยากตกเทรนด์ รีบจัดด่วน!! เข้าไปดูไอเท็มเด็ดๆจาก SHU เพิ่มเติมที่ https://www.shu.global/ 

Sinovac’s covid shot proves 78% effective in Brazil trial #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Sinovac’s covid shot proves 78% effective in Brazil trial

Health & BeautyJan 08. 2021Dimas Tadeu Covas, director of the Butantan Institute, from left, Jean Gorinchteyn, Sao Paulo's health secretary, and Joao Doria, Sao Paulo's governor, hold boxes of the Sinovac Biotech coronavirus vaccine at Guarulhos International Airport in Sao Paulo, Brazil, on Nov. 19, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Jonne Roriz.Dimas Tadeu Covas, director of the Butantan Institute, from left, Jean Gorinchteyn, Sao Paulo’s health secretary, and Joao Doria, Sao Paulo’s governor, hold boxes of the Sinovac Biotech coronavirus vaccine at Guarulhos International Airport in Sao Paulo, Brazil, on Nov. 19, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Jonne Roriz.

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Andre Romani

The experimental vaccine developed by China’s Sinovac Biotech was shown to be 78% effective against covid-19 in late-stage Brazil trials, the most definitive result so far on the shot’s efficacy after previous data sparked confusion and doubt.

The protection rate, which was reported by newspaper Folha de Sao Paulo on Thursday and confirmed by Sao Paulo state officials, was derived from Sinovac’s most advanced phase III trials in Brazil, involving about 13,000 participants. The number is below the near 95% effectiveness seen in the mRNA vaccines developed by Pfizer and Moderna.

Sao Paulo Governor Joao Doria is attempting to move quickly while the central government delays presenting concrete vaccination dates. Almost 11 million doses of Sinovac’s vaccine, called CoronaVac, have already been shipped to the country. Doria, a political rival of Brazil President Jair Bolsonaro, plans to obtain swift approval and begin vaccinating the state of some 45 million people on Jan. 25. Pressure from other governors led the health ministry to include the shot, which has been publicly shunned by Bolsonaro, to the country’s vaccination plans.

Conflicting and incomplete information from Sinovac’s trials last month created confusion over exactly how effective its shot is in protecting people sickened by the novel coronavirus. Researchers in Brazil delayed releasing complete data on the so-called CoronaVac shot in late December, saying only that it was found to be more than 50% effective. Sao Paulo state Health Secretary Jean Gorinchteyn later said the vaccine “didn’t reach 90%” efficacy. Further confusing matters, Turkey said its trial showed an estimated efficacy rate of 91.25%, though that was based on only 29 cases.

The release of more definitive data on the vaccine’s efficacy was delayed because the Beijing-based vaccine developer needed to reconcile results from different trials using varying protocols, according to a person familiar with the matter.

While Sinovac’s disclosure now provides a clear picture of its vaccine’s efficacy and should shore up confidence in countries where it has inked supply deals like Indonesia and Brazil, Chinese developers’s lack of timely and clear disclosures have contributed to a lack of trust in their shots.

China has already administered more than 4.5 million doses under emergency use authorization, and is aiming to inoculate 50 million people against the virus by early February, ahead of the annual Lunar New Year holiday.

Both Sinovac and state-owned developer China National Biotec Group Co., whose shot last week became the country’s first to be approved for general public, have seen conflicting data disclosed on their vaccines. CNBG said its vaccine is effective in preventing covid-19 in 79.3% of people, less than the 86% reported earlier from its trials in the United Arab Emirates.

Sinovac can make more than 600 million doses a year at its production facilities in China. The company has orders from countries involved in vaccine trials, including Brazil, Turkey and Indonesia, and will also supply Singapore and Hong Kong in addition to the Chinese mainland.Sinovac and CNBG’s inactivated vaccines use a killed version of the coronavirus to stimulate the body’s immune response. They can be stored at refrigerated temperature (2 to 8 degrees Celsius), making them potentially better choices for distribution and use in the developing world than the mRNA vaccines from Pfizer and Moderna that require deep freezing.

Coronavirus caseload average sets another record in Washington region #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Coronavirus caseload average sets another record in Washington region

Health & BeautyJan 08. 2021Registered Nurse Maryanne Morgan, left, gives a shot to Susan Dodge, a midwife, right, as Montgomery County administered 4,000 doses on Dec. 30. MUST CREDIT: Washington Post photo by Bill O'Leary.Registered Nurse Maryanne Morgan, left, gives a shot to Susan Dodge, a midwife, right, as Montgomery County administered 4,000 doses on Dec. 30. MUST CREDIT: Washington Post photo by Bill O’Leary.

By The Washington Post · Rachel Chason, Jenna Portnoy

WASHINGTON – The number of new coronavirus infections continued to rise Thursday across the region as the number of recent daily cases set a record.

The District of Columbia, Maryland and Virginia added 8,617 new daily cases – the third most in a day since the start of the pandemic – sending the seven-day average soaring to 7,725. It’s the eighth consecutive day the recent average has risen across the region.

Compared to last week, the average of new daily cases is up 19% in D.C., 21% in Maryland and 29% in Virginia.

The increase comes as the distribution of vaccines continues across the region.

Virginia hospitals have administered more than 102,900 doses of the coronavirus vaccine in the three weeks since shipments of the Pfizer-BioNTech and Moderna vaccinations arrived in the state, according to the Virginia Hospital & Healthcare Association. Starting with the first shipments to Virginia in mid-December, the state’s 67 hospitals have received more than 269,000 doses, the association reported Thursday.

The Pfizer vaccine is administered in two doses 21 days apart, while the Moderna vaccine is administered in two doses 28 days apart. Hospitals already have begun administering some of the 72,150 doses of the Pfizer vaccine they received Dec. 31.

“It is important to understand that in addition to responding to the current covid-19 surge, Virginia hospitals are also leading the way on a complex vaccination process that involves many moving pieces,” Virginia Hospital & Healthcare Association President and CEO Sean Connaughton said.

The process includes coordination of temperature-controlled shipment and delivery of the vaccine, storage in ultracold conditions, redistribution to other health-care facilities and scheduling vaccination clinics.

In Virginia, three groups are responsible for vaccinating the public: Hospitals give the vaccine to front-line clinicians at greatest risk of exposure before vaccinating other health care professionals. CVS and Walgreens pharmacies are coordinating vaccinations for staffers and residences of long-term-care facilities. The Virginia Department of Health and local health districts, with help from hospitals, are overseeing vaccinations for other health professionals.

In Maryland, 98,536 people had received the first dose of the vaccine as of Thursday, according to that state’s vaccine distribution portal.

In D.C., 16,989 vaccine doses have been administered. The city’s health department reports that 40,075 doses have been delivered to health-care providers.

D.C. added 252 new infections Thursday, Maryland had 2,745 new cases and Virginia added 4,728. D.C. reported two new deaths, Virginia reported 49 and Maryland had 41.

The number of people hospitalized with the coronavirus ticked upward in D.C. and Virginia on Thursday, with 278 people hospitalized in D.C. and 3,000 in Virginia. Maryland had 1,834 people hospitalized Thursday, down slightly from 1,862 a day earlier.

The Washington suburbs continue to be among the hardest-hit jurisdictions in Maryland and Virginia, with Prince George’s County, by far, leading the state in the total number of reported coronavirus cases, including 3,190 in the past seven days. Montgomery County, Maryland’s most populous jurisdiction, has added 3,057 in the past seven days.

When adjusted for population, Prince George’s is third among Maryland jurisdictions in terms of cases per 100,000 residents, behind Alleghany and Somerset counties, while Montgomery County is 10th.

In Virginia, Fairfax County has reported the most cases in Virginia since the start of the pandemic, with 3,258 infections in the past seven days.

Moderna’s covid vaccine wins backing of EU drugs regulator #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Moderna’s covid vaccine wins backing of EU drugs regulator

Health & BeautyJan 07. 2021The Moderna covid-19 vaccine in Delray Beach, Fla., on Dec. 30, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Saul Martinez.The Moderna covid-19 vaccine in Delray Beach, Fla., on Dec. 30, 2020. MUST CREDIT: Bloomberg photo by Saul Martinez.

By Syndication Washington Post, Bloomberg · Naomi Kresge

Moderna’s covid-19 vaccine won the backing of the European Union drugs regulator, clearing the way for a second weapon in the bloc’s fight to stem the pandemic.

The recommendation was announced by the European Medicines Agency on Wednesday. The European Commission is working “at full speed” on the final clearance step, President Ursula Von Der Leyen said in a tweet.

EU leaders are facing growing pressure to speed up clearance and deployment of vaccines to tame a virus resurgence across the continent. The 27-nation bloc began immunizations last week with the vaccine developed by Pfizer Inc. and BioNTech SE, but the pace of the rollout has been uneven, prompting unfavorable comparisons with the U.K. and U.S.

France had vaccinated fewer than 10,000 people so far, compared with more than 300,000 in Germany, heaping pressure on President Emmanuel Macron to accelerate the deployment. The U.S., by contrast, has immunized more than 5 million people, and Britain more than 1.3 million.

Moderna shares rose 2.6% before U.S. exchanges opened. The vaccine was developed with the National Institutes of Health and is given in a two-dose regimen. Like the Pfizer-BioNTech shot, it’s based on messenger RNA technology that previously hadn’t been used in immunizations. The Moderna shot was cleared for emergency use by U.S. regulators on Dec. 18.

“This vaccine provides us with another tool to overcome the current emergency,” Emer Cooke, the EMA’s executive director, said in a statement. “We will closely monitor data on the safety and effectiveness of the vaccine to ensure ongoing protection of the EU public. Our work will always be guided by the scientific evidence.”

The EU recently announced that it would trigger an option for 100 million additional doses of the Pfizer-BioNTech vaccine, raising the total from the companies to 300 million. It’s also negotiating a deal that could as much as double that amount, people familiar with the talks said Tuesday.

The bloc has ordered 160 million doses of the Moderna vaccine, the company said last month.

Moderna will likely start delivering doses within the next week, German health minister Jens Spahn said Wednesday. Germany expects to get more than 50 million doses, he said.

Shots from AstraZeneca and the University of Oxford are also anticipated, though it may be some weeks before they’re approved. After the EMA said last week it hadn’t received enough information to review the Astra-Oxford vaccine, Astra submitted a “substantial” data package and said it would work closely with the EMA to support the start of a formal application process.

Vaccines are considered the ultimate weapon against the coronavirus, which has infected more than 86 million people worldwide and killed more than 1.86 million. But getting shots into people’s arms presents a huge logistical challenge and will take months, leaving governments little choice but to impose restrictions on public life to keep the pathogen from spreading out of control.

Britain, Germany and Italy all announced tougher measures to contain the spread of the virus this week.

“With every jab that goes into our arms, we are tilting the odds against Covid,” U.K. Prime Minister Boris Johnson said a televised address late Monday. “The weeks ahead will be the hardest yet, but I really do believe that we are entering the last phase of the struggle.”

เพจนมแม่ จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454375

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม”  

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ "เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม"  7 มกราคม 2564 – 11:32 น.

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม”  พูดคุยเรื่องเตรียมรู้นมแม่, วิธีเลี้ยงลูก และ 4 เทคนิคเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ 6 เดือนแรก

เพจนมแม่ ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม” พูดคุยเรื่องเตรียมรู้นมแม่, วิธีเลี้ยงลูก และ 4 เทคนิคเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ 6 เดือนแรกเชิญชวนคุณแม่มืออาชีพและคุณแม่มือใหม่ที่อาจมีเรื่องวิตกกังวล คุณแม่ให้นมที่ยังสับสนมีคำถาม รวมถึงบุคคลที่สนใจ โดยรวบรวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่ทุกคนอยากรู้มาแลกเปลี่ยนผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์กับหลากประเด็นน่ารู้ให้คุณแม่ได้เตรียมตัวและนำไปประยุกต์ใช้ 

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ "เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม"  

ภายในไลฟ์ร่วมพูดคุยกับคุณลิซ่า อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย พิธีกรและผู้ประกาศข่าวคุณแม่ลูก 2 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ลูกสาว น้องอลิซ 6 ขวบ และลูกชาย น้องเทย์แลน 3 ขวบ,  คุณบีม-อาทิกา ธนพงศ์พิพัฒน์ คุณแม่ฟูลไทม์ และลูกสาวน้องมารีน อายุ 5 เดือน และ ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขามูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยฯ ดำเนินรายการโดย คุณลอร่า ศศิธร วัฒนกุล นักสื่อสารมวลชนคุณแม่ลูกสอง       

สำหรับคุณแม่และผู้ที่สนใจสามารถติดตามไลฟ์สดได้ทั้งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ นมแม่ และ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ใน วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 17.00 – 17.45 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ      

ทั้งนี้หวังว่าผู้รับชมจะได้รับความรู้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเลี้ยงลูกหรือบุตรหลานใกล้ชิด พร้อมเล็งเห็นถึงความสำคัญว่านมแม่มีประโยชน์มากมาย ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนจะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานโรค และมีพัฒนาการสมบูรณ์ตามวัย สำหรับแม่ให้นมเองก็ช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงาน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอย่างมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ที่สำคัญคือสายใยความอบอุ่นที่ส่งผ่านถึงกันก่อให้เกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีคุณค่าต่อจิตใจ