Booster dose for elders via intradermal injection gives lower immunity but fewer side effects: study

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40015440


Administering a Covid-19 vaccine booster dose to elders via an intradermal injection (ID) provided lower immunity but also fewer side effects, the Siriraj Institute of Clinical Research (SICRES) said.

Booster dose for elders via intradermal injection gives lower immunity but fewer side effects: study

SICRES announced the study result on the necessity for elders to receive a Moderna or Pfizer booster dose.

The institute said elders face the risk of suffering from severe Covid-19 symptoms so they need the booster dose for protection.

However, some of them are worried about side effects so they might not go in for vaccination.

The institute explained that ID used only one-fifth of a vaccine dose when compared to the intramuscular injection (IM) while also reducing side effects.

According to the study of 210 elders aged over 65 who received two doses of AstraZeneca, all of them gained immunity after a booster dose against the Omicron variant.

The study also confirmed that the immunity and side effects of ID is lower than IM, with the Moderna vaccine providing a higher immunity response than Pfizer.

SICRES concluded that elders need a booster dose to protect themselves from Covid-19.

Booster dose for elders via intradermal injection gives lower immunity but fewer side effects: study

Published : May 11, 2022

By : THE NATION

ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682756

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 14:30 น.ไอคอนคราฟต์ จับมือ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 - Sustainable

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ Theatre เปิดตัวคอลเลคชั่น Theatre 2022 – Sustainable มุ่งขับเคลื่อนวงการแฟชั่นควบคู่ไปกับแนวคิดไลฟ์สไตล์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม ร่วมกับแบรนด์ Theatre แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี โดยคุณจ๋อม ศิริชัย ทหรานนท์ จัดงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ของแบรนด์เธียเตอร์ (Theatre) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sustainable เพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่น ควบคู่ไปกับความยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชน รวมไปถึงผู้บริโภคแฟชั่นส่วนใหญ่ให้หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันนี้ – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม

คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้บริหารไอคอนคราฟต์ กล่าวถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ว่า ไอคอนคราฟต์ เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ที่สุด พร้อมเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจกับความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดในมุมมองใหม่ลงบนงานหัตถศิลป์ของไทย นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “The creative inspiration platform for Thai craftsmen, to love, enjoy and be proud of modern Thai-ness” เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและสนับสนุนส่งเสริมผลงานของสุดยอดช่างฝีมือไทย ล่าสุด ไอคอนคราฟต์ ได้ร่วมกับแบรนด์  เธียเตอร์  แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาดีเอ็นเอของแบรนด์ คือ Sustainable ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง นำมาขยายแบบจัดเต็มเป็นคอลเลคชั่นแห่งปี 2022 โดยจะมาจัดนิทรรศการที่ไอคอนคราฟต์ เพื่อให้ลูกค้าเหล่าแฟนคลับเธียเตอร์ ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันทำให้เกิดความยั่งยืนในวงการแฟชั่นต่อไป

คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เธียเตอร์ แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ซึ่งอยู่คู่วงการแฟชั่นมานานกว่า 37 ปี  กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า  ปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญของเธียเตอร์ ทั้งรูปแบบและภาพลักษณ์ของแบรนด์  โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ มุ่งเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน เริ่มจากกระบวนการผลิตคอลเลคชั่น Sustainable ที่เริ่มจากแนวความคิด Slow fashion, Reuse, Recycle และ Upcycle โดยเน้นงาน craft ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญคู่กับแบรนด์มายาวนาน ภายใต้แนวความคิดดังกล่าว นำมาสู่การสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นใน 3 ประเภท ได้แก่

สินค้าต้นแบบสำหรับ made to order ในแนว one of a kind โดยเป็นสินค้าที่เกิดจากการนำเศษผ้าและวัสดุเหลือใช้ นำกลับมาใช้ใหม่ บวกความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคเสริม ช่วยทำให้ตัวสินค้าโดดเด่น และมีความสวยงามเฉพาะตัว ไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนเดิม 100% ประกอบด้วย ชุดเดรส เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต กางเกง กระเป๋า และรองเท้าบูท

สินค้า Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถทำเพิ่มได้ จัดทำขึ้นจากผ้าและวัสดุที่คงเหลือในโรงงาน ทั้งผ้าที่มีตำหนิจากความเก่าเก็บ และผ้าค้างสต็อก นำมาผนวกกระบวนการและความคิดสร้างสรรค์แบบยั่งยืนและ ย้อมสีธรรมชาติ โดยร่วมกับแบรนด์ KiRee จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีจำนวนจำกัด ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ต เดรส ชุด pyjamas เสื้อเชิ้ต และกางเกง

สินค้าที่จัดทำขึ้นเพื่อการกุศล หารายได้ช่วยสถานสงเคราะห์เด็ก Life Impact อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเป็นสินค้าประเภทเสื้อยืดพิมพ์ลาย ดอกไม้วาดโดย ศิลปินไทย “กานต์ กาญจนามัย” ดีไซเนอร์เลือดใหม่ ซึ่งใช้แนวคิดการ reuse กระดาษใบเสร็จรับเงินเหลือใช้ มาเป็นพื้นในการวาด ทำให้ลายดอกไม้ที่ได้มีเสน่ห์แปลกตา สวยงาม ขณะที่เสื้อยืดจัดทำขึ้นจากผ้าฝ้าย พิมพ์ด้วยเทคนิค silk screen แบบทำมือ 10 สี มีจำนวนจำกัดเพียง 100 ตัว และมีหมายเลขกำกับ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้สถานสงเคราะห์เด็กทั้งหมด

การเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ณ  ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชั้น 4 ไอคอนสยาม ในรูปแบบของนิทรรศการ Exhibition โดยบริเวณงานจัดให้มีการแสดงผลงานต่างๆ เพื่อสื่อสารแนวคิดของ Sustainable เป็นภาพวาดจากกระดาษ reuse ของศิลปิน “กานต์ กาญจนามัย” ทั้ง 8 ชิ้นงาน พร้อมเปิดประมูลภาพ (ราคาต่อภาพ เริ่มต้นที่ 15,000 บาท) เพื่อรวบรวมรายได้สมทบทุน บริจาค ช่วยเหลือสถานสงเคราะห์เด็ก life impact ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ จะมีการจัดแสดงเสื้อผ้าคอลเลคชั่น Theatre 2022  งาน one of a kind ใน Exhibition ตั้งโชว์ทั้ง 10 ชุด  และจำหน่ายเสื้อผ้า limited edition ในจำนวนจำกัดอีกด้วย

ภายในงานเพิ่มความพิเศษ ด้วยการจัดพื้นที่โชว์ผลงานประติมากรรมดอกไม้ ซึ่งได้ทำงาน collaboration ร่วมกับแบรนด์ Permaflora  แบรนด์ดอกไม้ผ้าทำมือที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ร่วมกับศิลปิน คุณอีริค โตบัว  (Eric Tobua)  นักประดิษฐ์งานศิลป์จากเศษขยะ ซึ่งได้จัดทำประติมากรรมที่สวมใส่ได้จากดอกแพนซีทำมือ โดย Permaflora จำนวน 250 ดอก และจัดแสดงผลงานกระเป๋า tote bags ที่ได้ collaboration กับ Thais แบรนด์กระเป๋าที่ผลิตจากเศษหนังเหลือใช้จากอุตสาหกรรม โดยใช้เศษหนังมาอัดใหม่ผ่านกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สกรีนทับด้วยลายดอกไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้

สำหรับนิทรรศการจะจัดแสดงผลงานผ้าบาติกพิมพ์ลาย block print monogram และย้อมสีธรรมชาติ จากการ collaboration ร่วมกับแบรนด์ KiRee กลุ่มชุมชนมัดย้อมสีธรรมชาติ บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช โดยจัดแสดงตัวอย่างการใช้สีจากธรรมชาติ  อาทิ   ใบมังคุด ครั่ง แก่นไม้ขนุน ลูกเนียง ฝักสะตอ เป็นต้น (โดยลาย monogram theatre ที่ใช้ในคอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นการเปิดตัวลาย อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก) และยังมีการจัดแสดงผลงานรองเท้าบูท upcycling จากเศษหนัง โดย collaboration ร่วมกับแบรนด์ Tango แบรนด์เครื่องหนังที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมายาวนานเช่นกัน โดยใช้เศษหนังที่เหลือจากการทำงานมาประกอบใหม่ ให้เกิดเป็นศิลปะแบบ patchwork ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง Tango และ Theatre

อีกหนึ่งไฮไลท์ ของการจัดงานครั้งนี้ จะจัดจำหน่ายเสื้อผ้า ready to  wear จากผ้าสต๊อก และเศษผ้าเหลือใช้นำกลับมาผลิตเป็นเครื่องแต่งกายใหม่ในแนวผสมผสาน ซึ่งมีจำนวนจำกัด และเข็มกลัดดอกไม้ทำมือโดย Permaflora ดอกไม้ทั้ง 7 แบบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้ถูกจัดทำในรูปแบบเข็มกลัด จำหน่ายพร้อมกล่องเสื่อกระจูดกับใบลาน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกเมา จังหวัดพัทลุง

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคกลุ่มแฟชั่น หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอกย้ำ และสื่อสารถึงแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยการจัดแสดงภาพจากวิดีโอ สัมภาษณ์บุคคลตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการ sustainability, เบื้องหลังการทำงานในคอลเลคชั่นนี้ รวมไปถึงขั้นตอนในการผลิตสินค้าบางประเภทที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน โดยภายในงานทางแบรนด์เธียเตอร์ จะทำการถ่ายภาพแคมเปญของคอลเลคชั่น Sustainable โดยช่างภาพระดับแถวหน้าของประเทศ คุณ ณัฐ ประกอบสันติสุข พร้อมพูดคุย สัมภาษณ์บุคคลพิเศษที่ทางแบรนด์เลือกมาเพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และเล็งเห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม  และโลกในอนาคตต่อไป

ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่นไทย ควบคู่ไปกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมาร่วมกันใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น กับแบรนด์ เธียเตอร์ (Theatre)  ในงาน “Theatre 2022 Sustainable” นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ปี 2022 ระหว่างวันนี้  – 15 พฤษภาคม 2565 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 -5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook ICONCRAFT

อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682733

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 13:50 น.อิ่มเอมเปรมใจไปกับอาหารเวียดนามสูตรดั้งเดิม @Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table

โพสต์ทูเดย์ชวนกินอาหารที่ดี เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ให้ชีวิตสดใสต้อนรับวันใหม่ในยามเช้า ที่ Morning Glory ร้านอาหารเวียดนามที่เฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ เสิร์ฟทั้งเชฟเทเบิล ชาบูบุฟเฟ่ต์ และเมนูอลาคาร์ท

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

รีวิวครั้งนี้เอาใจสายสุขภาพด้วยเมนูอาหารเวียดนามแบบดั้งเดิม ที่ร้าน Morning Glory (มอร์นิ่งกลอรี่) ร้านอาหารเวียดนามสไตล์เชฟเทเบิล และชาบูบุฟเฟ่ต์ นำโดยเชฟบัง-วาลิต เลิศปัญญา เชฟมากประสบการณ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์อาหารทั้งไทย-จีน-เวียดนาม ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา ทว่าเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย พร้อมมาในราคาที่เข้าถึงได้

สำหรับอาหารเวียดนาม นับเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารเก่าแก่ของโลก ที่ผสมผสานความอร่อยของซีกโลกตะวันออกและโลกตะวันตก หลอมรวมจนกลายเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการทางอาหารที่น่าหลงใหล โดยมีจุดกำเนิดมาจากอาหารจีนตอนใต้ที่แผ่ขยายเข้ามาในแต่ละภูมิภาคของเวียดนาม รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินของชาวเขมร ชาวไทย และชาวลาว ไม่เว้นแม้แต่จากชาวมาเลเซียที่มาทำการค้าในยุคสมัยนั้น มีการนำกลิ่นอายของวัฒนธรรมอาหารอินเดียที่มีการใช้ผงกะหรี่และกะทิมาประยุกต์ กอปรกับอิทธิพลการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสมาเสริมให้เข้ากับวัฒนธรรมอาหารเวียดนาม ทำให้ปัจจุบันอาหารเวียดนามเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย สมบูรณ์แบบครบรส ทั้งเทคนิคการปรุงและรสชาติ จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก

Cha Gio – Imperial Seafood Spring Roll

โดยความหมายของชื่อ Morning Glory นอกจากจะหมายถึง “ผักบุ้ง” ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชประจำถิ่นของเวียดนามแล้ว ยังหมายถึง “แสงแห่งรุ่งอรุณ” ด้วยความเชื่อว่าการได้รับประทานอาหารที่ดี ย่อมก่อให้เกิดความสดใสต้อนรับชีวิตแรกตื่นในยามเช้า ดังนั้น ความตั้งใจของ Morning Glory คือบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอาหารเวียดนามที่ไม่ได้มีเพียงแค่เปาะเปี๊ยะสด และเปาะเปี๊ยะทอด แต่ยังมีอาหารจานอร่อยที่รอให้ทุกคนได้มารู้จัก ลิ้มลองชิม และดื่มด่ำเรื่องราวของอาหาร ผ่านเมนูที่มีให้เลือกกว่า 33 รายการ

Cha Tom – Deep Fried Shrimp Cake on Sugarcane Sticks

ทุกเมนูของ Morning Glory ล้วนผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน สด ใหม่ และมีคุณภาพดี เพื่อให้คุณได้รับอาหารที่ดีที่สุดจากเชฟเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟ้นวัตถุดิบอย่างดีจากธรรมชาติ 100% ประกอบด้วยผักออร์แกนิกจากสวนเกษตรโดยตรง ซึ่งนำมาล้างจนสะอาดใบต่อใบก่อนเสิร์ฟถึงโต๊ะ เนื้อสัตว์จากฟาร์มที่รู้จักเจ้าของฟาร์มและได้รับความไว้วางใจจากร้านในเรื่องความสะอาดปลอดภัย อาหารทุกจานโดดเด่นด้วยวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรสชาติอาหารเวียดนามอย่างแท้จริง ชนิดที่ทุกท่านไม่ต้องบินไปไกลถึงฮานอย แต่ก็สามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเวียดนามรสเลิศ 

Beef Wrapped in Betel Leaf Served with Rice Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
Cha Ca – Vietnamese Turmeric Fish Served with Noodles
พิซซ่าเวียดนาม
โอวหนี่แปะก๊วย
สาคูแคนตาลูป

ที่ Morning Glory นอกจากจะเสิร์ฟอาหารเวียดนามแบบ Chef’s Table แล้ว ก็ยังคงขยายการนำเสนอความอร่อยให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเหล่านักกิน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอะลาคาร์ทกว่า 30 รายการให้ทุกท่านได้เลือกชิม โดยมีไฮไลท์ต้องลอง อาทิ Cha Gio เปาะเปี๊ยะทอดแบบพื้นบ้าน ห่อแป้งตาข่าย สอดไส้ซีฟู้ดเต็มปากเต็มคำ (220 บาท)  เปาะเปี๊ยะทอดแป้งตาข่ายไส้ทะเล  Cha Tom กุ้งพันอ้อย (310 บาท) เป็นชื่อของอาหารเวียดนามชนิดหนึ่งที่นำเนื้อกุ้งบดที่ปรุงรสแล้วมาพันกับก้านอ้อยขนาดพอเหมาะ เสิร์ฟกับซอสสูตรพิเศษที่สามารถหาทานเฉพาะที่ร้าน Morning Glory The Vietnamese Chef’s Table เท่านั้น Cha Ca ปลาเก๋าขมิ้นกระทะร้อน (400 บาท) เมนูพื้นบ้านของเวียดนามที่นำเสนอรสชาติแบบ Authentic เสริมทัพด้วยเนื้อย่างใบชะพลู (310 บาท) และของหวานสุดอร่อย อาทิ โอวหนี่แปะก๊วย (120 บาท) สาคูแคนตาลูป (120 บาท)

หรือจ่ายแค่ 499 บาท ก็อิ่มอร่อยจนพุงกางไปกับเมนู A La Carte Buffet ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 เมนู พร้อมสดชื่นไปกับน้ำสมุนไพรกันแบบไม่อั้น เรียกว่าอร่อยกันแบบต้นตำรับเหมือนไปกินเองที่เวียดนาม ทั้งขนมเบื้องญวน หมูย่างใบชะพลู กุ้งพันอ้อย ซึ่งมีทีเด็ดกันอยู่ที่น้ำจิ้มรสเลิศ อร่อยแบบเปรี้ยวอมหวาน หรือจะเป็นเมนูขนมจีนซุปเนื้อ เฝอหมู ที่มีน้ำซุปรสเด็ด อร่อยจนคุณไม่อยากอิ่ม

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชาบูเวียดนาม เนื้อหรือหมู (Royal Vietnamese Hot Pot) ราคา 350 บาท มีให้เลือกทั้งหมูหรือเนื้อ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปเคี่ยวนานกว่า 24 ชั่วโมง ด้วยกระดูกและน้ำมะพร้าวอ่อน เติมสมุนไพร ใส่น้ำจิ้มก็ฟินขั้นสุด นอกจากนี้ ยังบริการเสิร์ฟเครื่องดื่ม เบียร์และไวน์ ระหว่างเวลา 17.00 -20.00 น. ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้คุณดื่มด่ำตลอด 2 ชั่วโมงกับเบียร์บุฟเฟ่ต์ 259 บาท (Net) และไวน์บุฟเฟ่ต์ 359 บาท (Net)

ตามมาลิ้มรสอาหารเวียดนามได้ที่ร้านอาหาร Morning Glory : The Vietnamese Chef’s Table ที่ชั้น 1 อาคาร Ramada Plaza Sukumvit 48

เวลาเปิดทำการ 11.00 – 21.00 น.

ดูรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Morning Glory The Vietnamese Chef’s table

สำรองที่นั่งหรือสั่งอาหารกลับบ้านได้ที่ โทร. 098-494-2000

หรือทาง Line Official ID : https://lin.ee/zNkIqOd

หรือ line ID : @morningglorybkk 

IG : morning.glory48

KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682706

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 07:45 น. KIN เซ็ตมื้อค่ำครั้งใหม่จากแรงบันดาลใจทั่วโลก @Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

สัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เป็นอีกครั้งที่โพสต์ทูเดย์ได้ดื่มด่ำกับอรรถรสมื้ออาหารค่ำอันเป็นที่น่าจดจำในแบบฉบับอาหารญี่ปุ่น Kaiseki สมัยใหม่ ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่สุดของการรังสรรค์มื้ออาหารโดยสุดยอดเชฟ เจฟ แรมซีย์ เชฟลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น มากประสบการณ์ที่ได้รับตำแหน่งซูชิมาสเตอร์คนแรกที่เป็นชาวต่างชาติ ผู้คว้ารางวัลการันตีมากมาย จากความคิดสร้างสรรค์ผนวกรวมกับประสบการณ์อันโชกโชน เราจึงได้เห็นการนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่และทันสมัย หากแต่ยังสามารถคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สำหรับเมนูสไตล์ไคเซกิของห้องอาหารคินสุกินี้ เชฟแรมซีย์ กล่าวว่า ไคเซกิ คือต้นตำรับของเมนูอาหารชุด หรือเทสติ้งเมนู ซึ่งห้องอาหารทั่วโลกต่างนำเสนออาหารในรูปแบบนี้ และเขามั่นหมายจะรวมกลยุทธ์ต่างๆ ที่เขาเรียนรู้มารวมไว้ที่ไคเซกิ และเนื่องจากเชฟแรมซีย์และภริยาชาวญี่ปุ่นของเขาอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมนูของคินสุกิจึงเน้นวัตถุดิบที่มาจากแถบนี้โดยเฉพาะ และนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศไทย ปรัชญาของคินสุกิ เป็นที่มาของแนวคิดหลักของห้องอาหาร โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านทางอาหาร

สำหรับ KIN (12 คอร์ส ราคา 4,300++ บาท/ท่าน) เป็นเซ็ตมื้อค่ำชุดใหม่ห้องอาหารคินสุกิ เชฟเจฟ แรมซีย์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก อาหาร วัตถุดิบ และวิธีการปรุงแต่งมาจากทั่วโลก ซึ่งเชฟเจฟได้นำมาประยุกต์และผสมผสานให้เข้ากับวัตถุดิบญี่ปุ่นประจำฤดูกาลได้เป็นอย่างดี

Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko – ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน

เริ่มด้วยด้วย Simmered Ankimo and Salmon, Pickled Cherries and Iburigakko ตับปลามังฟิชและปลาแซลมอน จานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารทางภาคเหนือของประเทศไทย อย่าง “แกงกระด้าง” แกงที่เคี่ยวด้วยขาหมูและใช้เจลาตินจากขาหมูมาทำให้ตัวแกงกลายเป็นวุ้น และทานเย็นๆ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งเชฟได้เปลี่ยนจากขาหมูมาใช้ปลาแซลมอล ซึ่งปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันโอเมก้า 3 และคอลลาเจนที่มีประโยชน์อย่างมาก โดยนำกระดูกปลาแซลมอนและท้องปลาแซลมอนมาเคี่ยว 6-7 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ซอสที่เข้มข้น ทานพร้อมตับปลาอังโกะ และเสิร์ฟมาพร้อมกับเชอร์รี่แทสมาเนียจากประเทศนิวซีแลนด์ที่นำมาดองกับน้ำส้มสายชูไวน์แดง หัวไชเท้ารมควันของขึ้นชื่อจากจังหวัดอาคิตะ และเนื้อปลาแซลมอนต้มด้วยซีอิ๊วหวาน

วัตถุดิบหลักของจานนนี้คือ พริกหวานสเปน หรือพริกแพนทอน พริกที่ได้ชื่อมาจากเมืองแพนทอน เมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองเกษตรกรรม เมืองเมืองนึงของสเปน โดยปกติแล้วพริกตัวนี้ คนสเปนจะนำไปย่างและราดด้วยน้ำมันมะกอก เชฟเจฟเลยได้แรงบันดาลใจมาเสิร์ฟในรูปแบบสลัดเย็น แบบ ”เซบิเช่” โดยจะนำพริกมาทาด้วยน้ำมันมะกอกและนำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนเกือบสุก และจึงค่อยนำมาดองในน้ำสต๊อกปลาดาชิ ที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและสาเกหวาน จากนั้นจะนำคลุกกับน้ำสลัดเปรี้ยว-หวานของญี่ปุ่นแตงกวามะเขือเทศเชอร์รี่หอยเชลล์และปลาหัวหงอกตากแห้ง

Parmesan Cheese and Zuwai Crab Chawanmushi – ไข่ตุ๋นปูหิมะและพาเมซานชีส

มาถึงที่สุดของความละมุนกับไข่ตุ๋นที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมหวานของฝรั่งเศส ซึ่งก็คือขนม “ซูเฟล่” เพียงไม่ได้ผสมแป้งเค้ก ก่อนอื่นจะนำนมไปอุ่นแล้วค่อยนำมาหมักกับพาเมซานชีส หลังจากนั้นค่อยนำมาตีให้เข้ากับไข่ และปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ปูหิมะจากจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นปูที่หาทานได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น และหลังจากนั้นค่อยนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสของไข่ตุ๋นที่แตกต่างจากที่อื่น และพาเมซานชีสลนไฟบนชั้นบนสุด

Ika Somen – ซาซิมิปลาหมึกกล้วยญี่ปุ่น

สำหรับจานนี้เชฟเจฟเลือกใช้ปลาหมึกหอมสด ๆ ทั้งตัวจากจังหวัดชิบะ นำมาล้างทำความสะอาด และนำไปแช่ในน้ำแข็งเพื่อให้เนื้อปลาหมึก มีความกรอบ จากนั้นค่อยนำออกมาแล่ให้เป็นเส้น เสิร์ฟมาพร้อมกับ หน่อขิงอ่อนญี่ปุ่นและใบโอบะซอย หัวไชเท้าขูด และน้ำซอสเม็นซุยุเย็น ๆ สูตรพิเศษ ที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังทานได้เป็นอย่างดี

Japanese Fruit Tomato Burrata Cheese, Kombu and Hojiso – มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้า

มะเขือเทศญี่ปุ่นและชีสบูราต้าจานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานวัตถุดิบของ 2 ประเทศระหว่าง “อิตาลี กับ  ญี่ปุ่น” โดยจะใช้มะเขือเทศสายพันธุ์โมโมทาโร่ซึ่งมะเขือเทศพันธุ์นี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดีเสิร์ฟมาคู่กับซอสที่นำสตรอเบอร์รี่สดมาผสมกับบูราต้าชีส

Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ
Saba Misoni, Gochujang Miso Braised – ปลาแมคเคอเรลและซอสมิโซะ

ตัวแทนของประเทศเกาหลี จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนผสมและรสชาติของเกาหลี โดยการนำปลาซาบะมาหมักกับซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ หลังจากนั้นค่อยนำมาผัดกับซอสที่มีส่วนผสมของมิโซะขาวและซอสโคชูจัง เสิร์ฟมาพร้อมกับโฟมที่ทำมาจากต้นหอมญี่ปุ่นกับน้ำสต๊อกปลาดาชิ

Breaded Hirame with Yuzu Tzatziki, Compressed Golden Beetroot – สเต็กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ

สเต๊กปลาตาเดียวและซอสโยเกิร์ตยูซุ จานปลาที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจาก “ภูมิภาคตะวันออกกลาง” โดยมีองค์ประกอบของซอสครีมถั่วฮัมมุสที่มีส่วนผสมของถั่วลูกไก่บดและมิโซะ, ซอสยูซุโยเกิร์ตซาซิกิ, ปลาตาเดียวที่นำมาจี่กับกระทะจนสุก, ผงคุกกี้, แตงกวาดอง, และบีทรูทในน้ำมันมะกอก 

Shirako Mousse, Black Truffle and Crab Ankake – มูสท่อเก็บน้าเลี้ยงปลาค็อด

จากวัตถุดิบหลักตามฤดูกาลของญี่ปุ่นที่หาทานได้เฉพาะฤดูหนาวนี้เท่านั้น ชิราโกะ คือท่อเก็บน้ำอสุจิของปลาค๊อตที่ฮอกไกโด ที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจในการทำมาจากอาหารและวัตถุดิบจากอเมริกาใต้ ซึ่งได้แก่ “ทามาเล่” โดยจะนำชิราโกะมาปรุงให้สุกและนำมาปั่นละให้ละเอียด และนำไปนึ่งจนกลายเป็นมูส เสิร์ฟมาพร้อมกับชิราโกะเทมปุระ หน่อไม้ฝรั่งขาวจากเปรูย่าง ซอสปูอันกะเกะ และเห็ดทรัฟเฟิลสด

Seared Tachiuo, Fresh Grated Wasabi and Moshio – ปลาดาบย่างเกลือ

ปลาดาบเงินจากจังหวัดคะนะงะวะเป็นปลาที่หาทานได้ตามฤดูกาลเท่านั้นซึ่งจะมีไขมันสูงและเนื้อจะมีรสชาติหวานโดยจะนำมาโรยเกลือและย่างบนไฟอ่อนๆ จนสุกและเสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไชเท้าขูดวาซาบิสด

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar – เนื้อวากิวออสเตรเลียย่างบนเตาถ่าน

Grilled MB9 Wagyu Striploin, Shishito Pepper, Steam Egg Yolk and Caviar อาหารจานหลักที่ใช้เนื้อออสเตรเลียวากิว ส่วนสันนอก ระดับไขมัน MB9 ที่นำมาย่างเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่แดงที่นำไปนึ่งจนเกือบสุกและพริกชิชิโตะย่างไฟ

Asari Clam Miso Soup, Brown Butter and Sansho Powder – ซุปหอยลายญี่ปุ่น

เมนูซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นที่ผสมมิโซะ 2 ชนิดเข้าด้วยกันเพื่อทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้นโดยใช้เต้าเจี้ยวแดงที่ได้มาจากการหมักถั่วเหลืองกับเกลือและเต้าเจี้ยวขาวที่มีรสชาติหวานตามธรรมชาติเนื่องจากใช้ปริมาณเกลือและระยะเวลาในการหมักที่น้อยกว่าเต้าเจี้ยวแดงเสิร์ฟมาพร้อมกับหอยลายญี่ปุ่นผัดเนย

Melon Sorbet and Riesling Jelly, Yuzu Curd – เมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง

ปิดท้ายด้วยเมล่อนซอร์เบและเจลลี่องุ่นรีสลิ่ง ขนมหวานที่ใช้ไวน์ขาวรีสลิ่งจากประเทศ “ออสเตรเลีย” มาทำเป็นเจลลี่ เสิร์ฟมาพร้อมกับเมล่อนซอร์เบทโฮมเมดและผลไม้สด

ละเมียดละไมไปกับประสบการณ์อันแสนพิเศษกับมื้ออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (Kaiseki) สมัยใหม่ ได้ที่ห้องอาหาร Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey ที่โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก, อะลักซ์ซูรี คอลเลคชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 3 

เปิดให้บริการทุกวัน  มื้อกลางวัน 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 17.30 –  22:00 น.

เมนู อะลาคาร์ท ราคาเริ่มต้นที่ 120 – 840++ บาท

สอบถามโทร. โทร. 02 650 8800

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey

หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/

Almost 1 in 5 children in Thailand have had Covid: Dr Yong

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40015369


Almost one out of every five young children in Thailand has already been infected with Covid-19, a leading virologist said on Monday.

Almost 1 in 5 children in Thailand have had Covid: Dr Yong

Dr Yong Poovorawan said about 8 per cent of children aged 5-6 were infected during the Delta outbreak, citing an infection survey conducted by Chulalongkorn University’s Centre of Excellence in Clinical Virology, which he heads.

“The infection among this group of children increased to 17 per cent during the Omicron outbreak,” he said in a Facebook post on Monday.

“More than half of them were asymptomatic,” Yong added, explaining that their previous infection was shown by the presence of Covid-19 virus antibodies in their blood.

Almost 1 in 5 children in Thailand have had Covid: Dr Yong

He said that 8 per cent of children aged 6-11 years who participated in the centre’s research study had also shown previous infection with asymptomatic Covid-19.

“This proves that small children may have already been infected with Covid-19 and these infections are likely to increase.”

However, most of them were asymptomatic and will have generated immunity against the virus in future, Yong added.

He believes many teenagers and adults have already been infected with Covid-19 unknowingly after experiencing no or only mild symptoms.

However, this should help create herd immunity and reduce the virus’s severity in the future.

Meanwhile, the Chula centre’s Covid-19 infection survey was a useful tool for making disease-control plans, he said.

Published : May 09, 2022

By : THE NATION

เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682473

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:38 น.เปิดไอเดียรีเฟรซมุมพักผ่อน…สร้างอินสไปร์ทำงานแฮปปี้ได้ทุกสเปซ

เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน ปลุกความสดชื่นชาร์จพลังให้ Summer นี้ ด้วยไอเดียรีเฟรชมุมพักผ่อน สร้างแรงบันดาลใจ

ปรับโหมดบ้านชิลฟีลลิ่ง “รีสอร์ท” เหมือนได้วาร์ปไปรับลมริมหาดทรายทั้งที่ตัวอยู่บ้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ แชร์ไอเดียเพิ่มมู้ดความสดชื่นให้บ้าน บอกลาความเหนื่อยล้า หันมา Refresh บ้านและตัวเองใหม่!!  กับบรรยากาศภายในบ้านให้เต็มไปด้วยสีสันสดใส ช่วยชาร์จพลังเติมเต็มการพักผ่อน สร้างอินสไปร์การทำงานให้แฮปปี้ตลอด Summer นี้ ภายใต้แนวคิด  SUMMER FRESH SUMMER RELAX ให้อารมณ์เหมือนยกรีสอร์ทมาไว้ที่บ้าน มาส่องกันเลย  

เติมความ Fresh เล่นเฉดสีสร้างพลังบวก

Summer นี้ลองสร้างให้มู้ดชื่นฉ่ำและชาร์จพลังใจไปกับไอเทม Décor อาทิ แจกัน, หมอนอิง, เฟรมภาพ, พรม และอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน มา  Mix กับเฟอร์นิเจอร์หลักสีเรียบ  เน้นการใช้ 3 โทนสีที่แทนความสดชื่นเพิ่มพลังบวก อย่าง โทนสีเหลืองเลม่อน สีแห่งความสุข เพิ่มความแจ่มใส เหมาะสุดๆช่วงเวลาปาร์ตี้ , โทนสีส้ม สร้างมู้ดสนุก ร่าเริง รู้สึกอิสระและความคิดสร้างสรรค์ และหากใครอยากเสกบ้านให้ได้ฟีลชิวริมทะเลลองเลือก โทนสีฟ้า ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเย็นตา เพิ่มมู้ดผ่อนคลายน่าพักผ่อน โดยใช้การตกแต่งในโทนสีฟ้า เติมผนังห้องด้วยภาพวิวท้องทะเลให้สัมผัสถึงธรรมชาติ

นั่งทำงานชิลด้วยฟีลรีสอร์ทได้ง่ายๆ

แม้ว่าอุณหภูมิช่วงนี้จะร้อนระอุฉุดมู้ดการทำงาน ก็ใส่ไอเดียปรับมุมทำงานให้บาลานซ์กับการพักผ่อน จัดโต๊ะที่รกและดูเคร่งเครียดให้เป็นสเปซรีแล็กซ์เสริมอินสไปร์ให้สมองแล่นด้วยฟีลลิ่งรีสอร์ท ลองเพิ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน วัสดุธรรมชาติวัสดุไม้, หวาย หรือของตกแต่งลายไม้  เพราะด้วยลวดลายของไม้จะช่วยจากสิ่งทอจากผ้าฝ้ายที่นุ่มเบาเข้าถึงธรรมชาติ ทั้งยังช่วยระบายอากาศได้ดีอีกด้วยเหมาะกับฤดูร้อน จะองศาเดือดแค่ไหน ไอเทมชุดนี้ก็เอาอยู่ หรือลองนำผ้าพิมพ์ลายสดใส ตกแต่งบนโซฟานุ่มดีไซน์ชิคๆ ในมุมนั่งเล่น ก็ช่วยปลุกมู้ดความสดชื่นได้เช่นกัน  

เนรมิตบ้านให้ร้อนนี้กลายเป็นมุมพักผ่อน

จะมุมไหนๆ ก็เป็นมุมพักผ่อนได้สบาย ด้วยทริคการแทรกธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เช่น นำแจกันดอกไม้วัสดุทำจากโลหะ แก้วน้ำ กระถางต้นไม้มาตกแต่งตามมุมต่างๆ ทั้งห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว ห้องทำงาน ซึ่งช่วยทำให้บ้านสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ  

เพิ่มความ Fresh ไอเทมรับ Summer

ทุกมุมบ้านกับการปรับ-เปลี่ยนสเปซใน ห้องนั่งเล่น ลองสร้างอารมณ์การพักผ่อนด้วยโซฟาผ้า-หนัง อาร์มแชร์และ Recliner ฟังก์ชันปรับระดับด้วยไฟฟ้า เพิ่มโมเม้นต์รีแร็ค เสริมความสะดวกสบายในทุกการพักผ่อน พร้อมตกแต่งด้วยโต๊ะข้าง โต๊ะกลาง และไอเทม Décor อาทิ แจกันดอกไม้ หมอนอิงสีสดใส และพรม หรือใน มุมครัว เลือกชุดครัว  ชุดโต๊ะอาหารที่ใช้วัสดุจากไม้ที่เรียบง่าย และตกแต่งมื้ออาหารให้สุดแสนพิเศษด้วยชุดจานชาม ด้วยเมนูและเครื่องดื่มดับร้อนให้กับสมาชิกในครอบครัว สำหรับ ห้องนอน เพิ่มความมีชีวิตชีวาชุดเครื่องนอนด้วยลายดอกไม้ หรือสีฟ้าของน้ำทะเล หรือหากิจกรรมเอ้าท์ดอร์สนุกๆ กับครอบครัว จัดบาร์บีคิวในสวนมอบอารมณ์ธรรมชาติด้วยโต๊ะ เก้าอี้สนาม กระถางต้นไม้  รูปปั้น ชวนให้ฟิน…รับรองว่าอยู่บ้านซัมเมอร์นี้ไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน!!

มาช้อปไอเทมเด็ดที่ช่วยปลุกมู้ดให้บ้าน Fresh อีกครั้ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com

Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682475

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 13:15 น.Jockey For Her เปิดตัวคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022

Jockey ตอกย้ำเทรนด์โลกด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ สวมใส่สบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort

ตอบโจทย์เทรนด์ของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกบราที่สวมใส่สบาย สามารถใช้ได้หลายโอกาสมากขึ้น ล่าสุด Jockey (จ๊อกกี้) แบรนด์สัญชาติอเมริกันมีประวัติยาวนานมากว่า 146 ปี เปิดตัวชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงใหม่ล่าสุด  Jockey For Her  คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022  ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Comfort  ที่มอบความสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยบราไร้โครงหลากสไตล์ พร้อมคุณสมบัติไม่กดรัด ไม่อึดอัด กระชับทรงสวย และซัพพอร์ตได้ดี มาพร้อมกับเคล็ดลับที่ไม่ลับให้กับสาวๆ ในการเลือกชุดชั้นในที่จะทำให้คุณมั่นใจตลอดวัน จาก คุณพั้นช์-ภัคญดา ชุติดนัยกุล และ เซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม-ปภาพินท์ วีระภุชงค์

Jockey แบรนด์สัญชาติอเมริกาเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์กางเกงชั้นในชายอันดับ 1 ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีชุดชั้นในและชุดออกกำลังกายสำหรับผู้หญิง ที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทั้งหมดจึงเป็นบราไร้โครง ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การสวมใส่บราของผู้หญิงที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนนิยมเลือกบราที่ช่วยดันทรงให้หน้าอกสวยชิด ปัจจุบันสาว ๆ หันมาให้ความสำคัญกับชุดชั้นในที่สวมใส่สบายแต่ยังเก็บทรงสวย โดยเฉพาะช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้อง Work From Home และมองหาชุดชั้นในที่สวมใส่สบายมากขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทรนด์ชุดชั้นในทั่วโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับจ๊อกกี้ฟอร์เฮอร์คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ประกอบด้วยกางเกงชั้นในและบราไร้โครง 5 รุ่น ได้แก่ รุ่น 360° Fit Soft Cup ราคา 1,190 บาท เป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชั่น ถูกพัฒนาจาก 360° Fit รุ่นแรกให้สวมใส่สบายมากขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The No-Bra Bras ให้ความรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่บรา มาพร้อมเนื้อผ้าที่ผ่านการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษให้มีเนื้อเนียนละเอียด สัมผัสนุ่มสบาย อ่อนโยนต่อผิว มอบความสบายขั้นสุดด้วยการตัดเย็บแบบไร้ตะเข็บ แต่มีตะขอที่ช่วยให้สวมใส่ชุดชั้นในไร้โครงสะดวกมากขึ้น สายบรายืดหยุ่นรับกับรูปร่าง ทำให้ไม่อึดอัดไม่กดทับบริเวณบ่า ดีไซน์หน้ายู หลังยู รับกับทรวงอก เก็บกระชับทุกสัดส่วน นอกจากนี้ยังประกอบด้วยฟองน้ำยางพารา ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นคืนรูปได้ดี พับเก็บได้ไม่เสียทรง เหมาะทุกการเดินทาง

ถัดมาเป็นรุ่น The Cloud ราคา 1,090 บาท ให้สัมนุ่มนวล เบาสบายดั่งปุยเมฆ  ด้วยเนื้อผ้า Circular Knitted ผ้าทอเนื้อละเอียดเนียนนุ่มที่มีส่วนผสมของเส้นใยสเป็นเด็กซ์มากถึง 40% จึงทำเนื้อผ้ามีความยืดหยุ่น โอบกระชับรับทรวงอก ไม่ง้อโครง สายบ่าปรับได้ตามรูปร่าง เก็บกระชับทุกสัดส่วน มาพร้อมดีไซน์แบบเต็มตัว สามารถใส่เป็น Everyday Look แมตช์กับเสื้อตัวนอกได้อย่างลงตัว ตามด้วยรุ่น Feather ราคา 990 บาท โฮมบราที่มอบความสบายและระบายอากาศได้ดีขั้นสุด ทำจากผ้าคอตตอน รูปทรงแบบเต็มตัวช่วยเก็บเนื้อด้านข้าง และสามารถใส่เป็นเสื้อครอปในชีวิตประจำวันได้ ตอบรับเทรนด์การสวมใส่เสื้อผ้าของสาว ๆ รุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังมีรุ่น Cut Out ราคา 1,090 บาท ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการสวมใส่บรา ด้วยดีเทลผ้าตาข่ายที่ดูแฟชั่นมากขึ้น แต่ยังสวมใส่สบาย ไม่ระคายผิว เพราะตัดเย็บจากเนื้อผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สาว ๆ หลายคนชอบ ดูแลรักษาง่าย เปื้อนยาก และสีสันสดใสยาวนาน ไม่ซีดเร็ว มาพร้อมฟองน้ำแบบชิ้นเดียว ทำให้ไม่เคลื่อนหลุดเมื่อสวมใส่ และฟังก์ชั่นปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ เพื่อเพิ่มความกระชับมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายที่รุ่น Iconic II ราคา 1,090 บาท ที่มีฟังก์ชั่นคล้ายกับรุ่น Cut Out ตรงที่เป็นฟองน้ำแบบชิ้นเดียว และปรับสายบ่าให้ไขว้กันได้ แต่แตกต่างกันที่เป็นบราไร้โครงผ้าไนลอน ยืดหยุ่นสูง ระบายการได้ดี และมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบจ๊อกกี้

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยรุ่นใหม่อย่าง คุณออม – ปภาพินท์ วีระภุชงค์ เผยว่า ชุดชั้นในเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่มีทรวดทรง และการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมกับรูปร่าง ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจยามสวมใส่เสื้อผ้าให้ดูดีทั้งภายในและภายนอก ด้วยความที่ตัวเองชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว จึงมักเลือกบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย และสามารถใส่ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้เลย ซึ่งปัจจุบันมีบราไร้โครงให้เลือกหลากหลายแบบมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน แต่ส่วนตัวมักเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เนื้อผ้านุ่มสบาย ใส่แล้วไม่แพ้ และสามารถพับเก็บได้ เนื่องจากเป็นคนชอบเดินทางบ่อย ๆ

อีกหนึ่งคนดังที่มาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกชุดชั้นใน คุณพั้นช์ – ภัคญดา ชุติดนัยกุล กล่าวว่า ส่วนตัวชอบบราที่นอกจากสวมใส่สบายแล้ว ต้องช่วยกระชับสัดส่วน โดยจะมีบราหลัก ๆ 2 แบบคือบราที่เน้นความสบายยามสวมใส่อย่างสปอร์ตบรา และบราแบบไร้สายเนื่องจากตัวเองชอบใส่เสื้อปาดไหล่  สำหรับเคล็ดลับการเลือกซื้อบราอย่างแรกแน่นอนว่าต้องสวมใส่สบาย และพยายามไปลองและเลือกซื้อชุดชั้นในที่ร้านด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ชุดชั้นในที่พอดีกับรูปร่าง ต่างจากบางคนที่ชอบเลือกชุดชั้นในให้มีความหลวมนิดนึงเพื่อความสบายตัว ซึ่งตอนนี้มีบราแบบไร้โครงที่สวมใส่สบาย พับเก็บง่าย และดีไซน์สวย ให้เลือกสวมใส่มากมาย จนบางครั้งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกาย สามารถใส่บราตัวเดียวกับเสื้อคลุมหรือเสื้อแจ็คเก็ตออกไปข้างนอกได้เลย

#JockeyforHer #JockeyThailand #InfiniteComfort

ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682185

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 06:10 น.ทฤษฎีกาแฟร้อน Coffee Theory ตอนที่ 1 ศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เอไอ ก้าวหน้าในอัตราเร่ง นำมาซึ่งความท้าทายต่อการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

ความท้าทายในการแก้ปัญหาการดำเนินไปของโลกทุกวันนี้คือการแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหา เรามักเจอความท้าทายต่อไปนี้

1. เวลาจะแก้ปัญหา คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเก่าๆ คิดวนเวียนเหมือนติดอยู่ใน “กับดักกรอบความคิดเดิมๆ”

2. ไม่เข้าใจว่าทำไมในขณะที่กำลังจัดการกับปัญหาหนึ่งๆ แม้มันยังไม่เรียบร้อยดีเลย มันก็มีปัญหาอื่นๆ แทรกและพ่วงติดเข้ามาทุกครั้ง ทำไมปัญหามันไม่จบซักที

3. เวลามีปัญหาเข้ามา ทำไมแก้ปัญหาไม่ตก หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่เป็น ไม่เป็นลำดับชั้น คิดสับสน วนไปมา

4. เวลาแก้ปัญหา คิดทีไรมันก็ได้แต่แนวทางแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ขาดทางเลือกที่หลากหลาย ไม่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ จึงขาดนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

5. องค์กรไม่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานยังแยกส่วน มองภาพคนละเป้าหมาย จึงไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ทางออกการแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา แล้วเราจะสร้างปัญญา และความคิดที่แตกต่างขึ้นมาได้อย่างไร ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น โดยรวมแล้วเป็นเพราะขาดมุมมองเชิงระบบ แล้วมุมมองเชิงระบบคืออะไร การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมขอเสนอ ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory

เวลาท่านจะทานกาแฟร้อน โดยมาตรฐานก็มีผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน แล้วท่านสงสัยไหมว่า ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง แต่ท่านต้องนำองค์ประกอบทั้งสี่มาชงให้เข้ากันก่อน แล้วจึงดื่ม

เมื่อพิจารณาถึงกาแฟร้อนที่ชงเสร็จแล้ว จะเห็นว่ามันมีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วย ในความเป็นหนึ่งเดียวนั้น มันต้องมีองค์ประกอบ ก็คือผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน องค์ประกอบทั้งสี่ต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะที่มันเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ ได้เป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพ ในรูปของความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม และคุณสมบัติเหล่านี้เองที่เป็นตัวกำหนดคุณค่าและสะท้อนออกมาในรูปของราคาและมูลค่าที่สูงขึ้น

และไม่ว่าเราจะพิจารณาอะไรก็ตาม เราพบว่าสรรพสิ่งรอบตัวทั้งรูปและนาม หรือแม้แต่ตัวความรู้ ปัญญา กระบวนการเรียนรู้ ต่างล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เช่นเดียวกับความเป็นกาแฟร้อน กล่าวคือ มันมีภาวะของความเป็นองค์รวมที่สะท้อนออกมาจากความเป็นระบบ และขอเรียกแนวคิดนี้ว่า ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

ทฤษฎีกาแฟร้อนจึงให้ความหมายที่เข้าใจง่ายถึงธรรมชาติของสรรพสิ่งว่าคืออะไร โลกเรานี้มันมีธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้วเราจะนำเอาความเข้าใจในธรรมชาติดังกล่าวไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ดังนั้น การพัฒนาใดๆ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงธรรมชาติทั้ง 6 นี้ตามทฤษฎีกาแฟร้อน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาปัญญา องค์ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา การพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ รวมทั้งการคิดค้นนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

โดยสรุป ปัญหาคือความท้าทาย การแก้ปัญหาต้องใช้ปัญญา ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เราเข้าใจในความหมายของมุมมองเชิงระบบ อันเป็นฐานรากสำคัญของการยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ทฤษฎีกาแฟร้อน จึงเป็นศาสตร์องค์รวมแห่งความสำเร็จ

ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682480

วันที่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 17:25 น.ต้องมนตร์เสน่ห์คาเฟ่ปารีเซียง Le Paris : The Taste Of Parisian

เช็กอิน Le Paris ชิมครัวซองต์ฝรั่งเศสในไทย ที่สาขาเปิดใหม่ ณ พาร์คเลน เอกมัย ใจกลางเมือง

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์นี้ขอเอาใจเหล่า café hopper ด้วยการพาไปรู้จักกับ Le Paris คาเฟ่บรรยากาศดีที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ในใจกลางมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งกลิ่นอายที่รายล้อมด้วยสไตล์การตกแต่งร้าน และกลิ่นหอมอบอวลของเบเกอรี่ที่ยั่วยวนใจ ตอบโจทย์คนเมืองครบทั้งชิมทั้งชิล ด้วยเมนูอาหารสไตล์ Modern Paris เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ พร้อมมีมุมถ่ายรูปให้เลือกเพียบทั้ง indoor และ outdoor แถมการเดินทางที่ง่ายและแสนสะดวก

สำหรับ Le Paris ที่พาร์คเลน คอมมูนิตี้มอลล์ย่านเอกมัย เป็นสาขาเปิดใหม่ล่าสุดจากที่ใครๆ ต่างรู้จักกันดีกับสาขาก่อนนี้ที่ Gump อารีย์ 4 และใน Central Rama 9 ซึ่งความพิเศษของสาขานี้ นอกจากจะมาในโทนสีน้ำเงิน-ส้ม ที่ดูสวยสดใสสะดุดตากว่าสาขาอื่นแล้ว ยังเรียกได้ว่า Full Option ขั้นกว่าด้วยตัวเลือกเมนูที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยทั้งมื้อย่อยและมื้อหลัก

ทางด้านซิกเนเจอร์เมนูชูโรงยังคงต้องยกให้เบเกอรี่หลักอันเป็นที่มาของชื่อร้าน Le Paris กับครัวซองต์ฝรั่งเศสที่ใช้สูตรและวัตถุดิบหลักส่งตรงจากปารีส ใช้  AOP Butter ซึ่งเป็นเนยฝรั่งเศสที่ได้เครื่องหมายการันตีคุณภาพว่าผลิตจากแหล่งผลิตเฉพาะ และผลิตด้วยวิธีการเฉพาะของพื้นที่การผลิตที่มีลักษณะพิเศษกว่าที่อื่นจากรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งครัวซองต์ที่ Le Paris มีให้เลือกมากมายหลายประเภท และหลากหลายรสชาติ

Truffle Soup Set (240.-) ซุปทรัฟเฟิลหอมกรุ่นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ได้กลิ่นทรัฟเฟิลเต็มคำ แพร์ริ่งมากับคลาสสิคครัวซองต์ชิ้นโต คู่หูคู่อร่อยที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตามด้วย Croffle ลูกผสมระหว่างครัวซองต์สไตล์ฝรั่งเศส และวาฟเฟิล ผิวสัมผัสบางกรอบนอก เนื้อในหอมนุ่มชุ่มเนย AOP แท้ๆ อบสดใหม่จากเตาร้อนๆ ทุกวัน มีทั้งเวอร์ชั่นคาวและหวานให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์กับเรื่องดื่มได้ตามชอบ

Strawberry Tropic Croffle (140 บาท) Croffle แป้งครัวซองต์ส่งตรงจากฝรั่งเศษเนย AOP โรยหน้าด้วย Strawberry บน Fresh Cream สด รสชาตหอม หวานน้อยๆ มัน สดชื่น อร่อยลงตัว
Bacon Cheese Croffle 155 บาท
Cube Macademia (180 บาท) ครัวซองต์ Cube เนย AOP และแป้งส่งตรงจากฝรั่งเศส ราดด้วยคาราเมลซอสฉ่ำๆ ออนท็อปด้วยแมคคาเดเมียเม็ดโต
Craquelin Croissant คาราเมล & ครีมสด ครัวซองต์ (135 บาท) ครัวซองต์เนย AOP เคลือบด้วย Craquelin หน้าแตกสไตล์ฝรั่งเศส ที่เป็นแผ่นเนยกรอบกลิ่นวานิลลา สอดไส้ Caramel & ครีมสดหอมฟุ้ง หวานมันกำลังดี

เครื่องดื่มแนะนำ

Muddy Chocola (120 บาท) เมนูยอดฮิตเอาใจคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ดาร์คช็อกโกแลตสุดเข้ม ผสานกับการเลือกส่วนผสม ที่ให้ความข้น หวาน เติมเต็มรสชาติความอร่อยจาก “กู๊ดวิล” สูตรนมโคแท้ถือว่าเป็นการผสมผสานความอร่อยได้อย่างลงตัวที่สุด
Mocha Noir ความลงตัวของดาร์กโกโก้เข้มข้นราดบนมอคค่า ได้รสชาติเข้มข้นของโกโก้และความหอมมันของนม & กาแฟ ผสมช็อคโกแลต
Yuzu Ikura Honey Jelly (140 บา) ยูสุสปาร์คลิ่งเปรี้ยวซาบซ่า เติมความหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง เเละเม็ดไข่มุกเจลลี่สีทอง เมนูเครื่องดื่มสุดรีเฟรชชิ่ง

แวะมาลิ้มลองความอร่อยจากแดนไกลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ได้ที่ Le Paris สาขาเอกมัย โครงการ Park Lane เอกมัย ซอยสุขุมวิท 63 เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00-21:00

สอบถามโทร 061-601-9888

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Page FB : https://www.facebook.com/leparisthailand

IG : https://www.instagram.com/leparis_croissant

Map : https://maps.app.goo.gl/TgdeuTkL2jPKMcW39

Line  : @leparis

Delivery : Lineman, Grab, Robinhood

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682445

วันที่ 07 พ.ค. 2565 เวลา 21:00 น.สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

สายคาเฟ่ สายธรรมชาติ ต้องมาด่วน!! “289restaurant” ร้านสุดปัง เมืองเพชรบุรี

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนมักมองหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ หรือร้านอาหารสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ใครแพลนมาเที่ยว “เพชรบุรี” จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยร้านที่บรรยากาศร้านดีต่อใจ เป็นทั้งคาเฟ่ และร้านอาหาร ครบจบในร้านเดียว! จะไปเที่ยวคนเดียวแบบชิคๆ ไปกับแก๊งเพื่อนแบบชิลๆ หรือจะพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนให้แฮปปี้กันทั้งบ้าน ถ้าอยากรู้แล้วตามเราไปดูกันได้เลย!

ร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดีที่ใครได้มาลอง จะต้องติดอกติดใจ มาซ้ำอีกแน่นอน “289restaurant” ถือว่าเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีโอบล้อมไปด้วยภูเขา ใครที่ชื่นชอบร้านที่มีกลิ่นอายของธรรมชาติ มีจุดเช็กอินและมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ต้องห้ามพลาดเลยนะขอบอก! 289restaurant เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีบรรยากาศดี สวยทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยทีเดียว และที่สำคัญทางร้านจะมีดนตรีสดด้วยตลอดทั้งคืน! ใครที่เป็นสายนั่งชิลจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

นอกจากบรรยากาศของร้านที่สุดแสนจะดีจนลืมไม่ลงแล้วนั้น ยังมีอาหารหลากหลายอย่างให้เราได้ลิ้มลอง ราคาก็คุ้มค่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนต้องห้ามพลาด! ซึ่งทางร้านจะมีเมนูให้เลือกมากมายและคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สลัดอกเป็ดซอสส้ม, 289ไก่สะเต๊ะโรตี, ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ, ไก่คุณปู่ และเครื่องดื่มอีกมากมาย เรียกได้ว่าข้าวมีกาแฟพร้อม! ที่สำคัญพนักงานที่ร้านบริการดีมาก ถ้าใครได้แวะมาที่นี่จะต้องชอบอย่างแน่นอน ที่ร้านเปิดให้บริการความสุขทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 23.00 น.

Facebook Page : 289 Hill farm&resort

พิกัด : อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี

เบอร์โทร : 099- 289-9628

289 grill salmon เสิร์ฟคู่กับซอสพิเศษเฉพาะของทางร้าน รสกลมกล่อม กินกับแซลมอนเข้ากันสุดๆ ไม่เลี่ยนแน่นอน

อเมริกาโน่ต้มยำ 

ขลุ่ยกุ้ง

สตริปลอยน์ (Strip Loin) – เนื้อสันติดมัน ทางร้านใช้เนื้ออาร์เจนติน่า สายพันธุ์แบล็คแองกัส ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ นุ่มลิ้น