ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681450

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:10 น.ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

3 ทริปเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีป! เนสเพรสโซ เปิดโลกวัฒนธรรมไปกับกาแฟ World Explorations ใหม่ ส่งตรงรสชาติสุดลงตัวสำหรับคอเอสเพรสโซ

เคยสงสัยไหมว่า … ทำไมชาวปารีสถึงชอบนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่?

… คนบราซิลดื่มกาแฟกันทั้งวันจริงไหม?

… แล้วชาวตุรกีมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จริงหรือเปล่า?

มาร่วมท่องวัฒนธรรมหาคำตอบไปกับกาแฟเนสเพรสโซ ในกลุ่ม World Explorations ใหม่ที่เหมาะกับการดื่มกาแฟแบบเอสเพรสโซตั้งแต่วันนี้! 

Paris

เริ่มต้นขอพาคอกาแฟทัวร์ดินแดนยุโรปบุกปารีส กับ World Explorations Paris Espresso หากพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟฉบับ ปารีเซียง คงต้องย้อนกลับไปสู่ช่วง ปี ค.ศ. 1644 ที่เป็นครั้งแรกที่ชาวปารีสได้เริ่มดื่มด่ำกาแฟ เมื่อกาแฟเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้คาเฟ่เริ่มผุดขึ้นมากมาย จนเกิดเป็นสภากาแฟ โดยร้านกาแฟได้กลายมาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆ และความคิด รวมถึงเป็นสถานที่พบปะสำคัญแม้ในยามสงคราม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ที่หลบภัยของคนเกียจคร้านและที่พักพิงของคนยากจน”

จากประวัติศาสตร์ต่างๆ นานา ทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองสุดชิคที่มีวัฒนธรรมกาแฟเป็นเอกลักษณ์ หันไปทางไหนก็เจอคาเฟ่ให้นั่งจิบกาแฟคลายเครียดได้ทุกหัวมุมถนน หากใครกำลังเศร้าๆ เหงาๆ แต่ยังไม่มีแพลนไปไหน ขอแนะนำให้หยิบโต๊ะและเก้าอี้ออกไปนั่งในสวน มองดูเหล่านกชมไม้เที่ยวปารีสทิพย์แบบห่างไกลโควิด ด้วยการจิบกาแฟ World Explorations Paris Espresso จากเนสเพรสโซ ผสานวัฒนธรรมกาแฟแท้ๆจากปารีส มอบรสชาติความเข้มระดับ 6 พร้อมกลิ่นความหอมของธัญพืชและฟรุตตี้ ให้อารมณ์เหมือนจิบกาแฟอยู่ที่ เทอเรซ คาเฟ่ในกรุงปารีส สามารถดื่มด่ำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวปารีเซียงได้เป็นอย่างดี

Rio de Janeiro

หลังจากตะลอนทัวร์ยุโรปเรียบร้อยแล้ว ขอพาคนรักกาแฟเปลี่ยนบรรยากาศมาที่อเมริกาใต้ ณ ดินแดนแห่งสีสัน รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) สวมบทเป็นชาวบราซิล ต้อนรับแขกทุกคนด้วย Cafézinho หรือกาแฟถ้วยเล็ก โดยบราซิลขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า “ทุกเวลาคือเวลาของการดื่มกาแฟ” โดยในอดีต เนื่องจากราคากาแฟค่อนข้างสูง จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการแบ่งชนชั้น โดยบราซิลนั้นจะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า Cafézinho เป็นการเสิร์ฟกาแฟถ้วยเล็กเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ เป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับอันอบอุ่นและความใส่ใจ

โดยเนสเพรสโซได้หยิบยกวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสุดเก๋มาบรรจบกับรสชาติคั่วเข้มของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าของบราซิล ที่มีกลิ่นอายความหอมจากไม้จันทร์และสมุนไพร พร้อมแต่งแต้มจิตวิญญาณเมืองแห่งเทศกาลที่จะทำให้คุณท่องไปใน Rio de Janeiro นครแห่งสีสันกับ World Explorations Rio de Janeiro Espresso โดยหากคอกาแฟท่านใดอยากลองดื่มกาแฟตามแบบฉบับของชาวบราซิลอย่างแท้จริง เราแนะนำให้ใส่แคปซูลเพิ่มเป็น 2 ช็อต เพื่อลิ้มรสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนของกาแฟเอสเพรสโซอย่างที่ผู้คนในเมือง Rio de Janeiro เรียกกันว่า “Carioca”

Istanbul

มาแลนด์ดิ้งปิดท้ายทริปกันที่ดินแดนแห่งสองทวีปอย่างประเทศตุรกี ที่เชื่อว่า “กาแฟคือหน้าต่างของหัวใจ” เพราะชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟสามารถบอกหรือทำนายสิ่งต่างๆได้ไม่แพ้แววตา! กาแฟได้ถูกจารึกไว้ในวัฒนธรรมตุรกีมาอย่างยาวนานและถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟหนึ่งแก้ว จะถูกจดจำด้วยมิตรภาพนานนับ 40 ปี โดยกาแฟถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความจริงใจ หากมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมบ้าน ชาวตุรกีก็มักจะเสิร์ฟกาแฟตุรกีดั้งเดิมพร้อมน้ำเปล่าเพื่อแสดงถึงความยินดีและการต้อนรับอันอบอุ่น ในทางกลับกัน การรับแก้วกาแฟมาดื่มยังถือเป็นการให้เกียรติเจ้าบ้านอีกด้วย หรือแม้แต่การทำพิธีการสู่ขอของบ่าวสาวตุรกี กาแฟก็ยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อย เจ้าสาวจะต้องแสดงฝีมือการชงกาแฟให้แก่ครอบครัวเจ้าบ่าว เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นแม่ศรีเรือนของเธอและความจริงใจที่มีต่อเจ้าบ่าวอีกด้วย

หากอยากลองสัมผัสรสชาติกาแฟแห่งวัฒนธรรมของสองทวีป เนสเพรสโซขอมอบรสชาติความเข้มระดับ 8 จาก World Explorations Istanbul Espresso ให้เนื้อกาแฟที่หนาและนุ่มนวล เจือความฟรุตตี้ของผลไม้ป่าที่สุกแล้ว พร้อมกลิ่นหอมของอัลมอนด์พาให้ย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศของเส้นทางการค้าโบราณของเมืองตุรกีที่มีรากฐานวัฒนธรรมของการดื่มกาแฟที่เก่าแก่

Le Du X World Explorations

และความพิเศษในครั้งนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทย ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษให้กับเหล่าคอกาแฟ ผ่านการจับมือกับฤดู (Le Du) ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 4 จากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด รังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟ World Explorations ทั้ง 3 รสชาติใหม่ โดยเชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เปิดประสบการณ์อาหารที่ผสมผสานด้วยกาแฟ ทำให้คุณลืมการดื่มกาแฟแบบเดิมๆ โดยเหล่าคอกาแฟ

สามารถร่วมลุ้นรางวัลรับประทานคอร์สสุดพิเศษที่ร้านฤดู (Le Du) แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ง่ายๆ เพียงซื้อแคปซูลกาแฟในกลุ่ม World Explorations แพ็ค 10 และเล่นเกมตอบคำถาม เพื่อลุ้นเป็นผู้โชคดี 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/Nespresso.Thailand

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวทิพย์ผ่านวัฒนธรรมกาแฟสามเมืองได้ง่ายๆ กับแคปซูล World Explorations 3 รสชาติใหม่ ในราคาแคปซูลละ 24 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM

3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681595

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 10:51 น.3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์

รามาธิบดี ผลักดัน 3 แนวคิดต้นแบบพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ยุคใหม่ เพื่อสุขภาพคนไทยที่ยั่งยืน

เนื่องใน “วันรามาธิบดี” วันที่ 3 พฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเปิดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และเปิดให้บริการแก่ประชาชนคนไทยในฐานะโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลที่พึ่งของประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงได้จัดแถลงข่าวเพื่อตอกย้ำถึงพันธกิจสำคัญในการผลิตบุคลากรการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยโดยนำนวัตกรรมการแพทย์เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงอายุอย่างยั่งยืน โดยมีมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญที่ช่วยระดมทุนเพื่อสนับสนุนทุกพันธกิจ และส่งต่อการให้…ไม่สิ้นสุด

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี  จวบจนปัจจุบัน  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี และผลิตบุคลากรการแพทย์ได้มากกว่า 18,000 คน  ประกอบด้วย แพทย์  พยาบาล  รวมทั้งแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง นักวิทยาศาสตร์ฉุกเฉินการแพทย์ และนักเวชศาสตร์สื่อความหมาย ซึ่งบัณฑิตเหล่านี้ก็จะกระจายกันออกไปดูแลผู้ป่วยในสังคมทั่วประเทศ สิ่งที่รามาธิบดีเน้นย้ำอยู่เสมอคือการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียม เพราะผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ นอกจากนี้รามาธิบดียังมีการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์อยู่เสมอ เพื่อการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างครอบคลุมและขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไป”

โดยความหมายของ 3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่รามาธิบดีมุ่งเน้นพัฒนา แบ่งออกได้ดังนี้

ด้านการสร้างแพทย์

รามาธิบดีมีการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยจัดทำ 2 หลักสูตรร่วมกับ 2 คณะของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อรับมือกับยุค Disruption และเพื่อตอบสนองความสนใจที่หลากหลายของนักศึกษาแพทย์ โดยได้ร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ผลิต “แพทย์นวัตกร” ซึ่งเป็นแพทย์ที่มี 2 ปริญญา หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต รวมถึงความร่วมมือกับวิทยาลัยการจัดการในการผลิต “แพทย์นักบริหาร” เพื่อส่งเสริมให้แพทย์มีทักษะและความพร้อมในการบริหารจัดการโรงพยาบาล และองค์กรด้านสาธารณสุขตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรผลิต “นักฉุกเฉินการแพทย์ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา – Sport Paramedic” เป็นหลักสูตรร่วมระหว่างภาควิชาฉุกเฉินการแพทย์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา 

ด้านการวิจัย

เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านโรคที่รักษายาก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยตัวอย่างงานวิจัยที่โดดเด่น เช่น การวิจัยด้านนวัตกรรมสร้างอวัยวะเทียมที่มีชีวิต (Tissue Regeneration) ซึ่งทำให้เกิดการผลิตกระดูกเทียมเยื่อหุ้มสมองเทียม การรักษาโรคด้วยเม็ดเลือดขาวซึ่งกระตุ้นภูมิต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง การปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ตับ และไต สำหรับไตได้ ดำเนินการไปแล้วกว่า 2.9 พันราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย การปลูกถ่ายอวัยวะตับจากพ่อแม่สู่ลูกที่มีภาวะตับวาย โดยทำสำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมโดยไม่ต้องผ่าตัด และนวัตกรรมรักษาลิ้นหัวใจรั่วด้วยการใช้คลิปหนีบ เป็นต้น

ด้านการรักษาและสร้างสุขภาพ

รามาธิบดีมีการส่งเสริมแนวทางการรักษาโรคและดูแลสุขภาพในการแพทย์ยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายเชิงระบบ โดยมีแนวคิดว่าการรักษาหลายอย่างสามารถทำได้ที่ “บ้าน” ซึ่งตัวอย่างนวัตกรรมการรักษาที่โดดเด่น ได้แก่ นวัตกรรมระบบการให้บริการผู้ป่วยนอกผ่าน Telemedicine ซึ่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นผู้นำด้านนี้ รวมถึงนวัตกรรมเคมีบำบัดที่บ้านสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ที่ช่วยให้เกิดการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างตรงเวลาและลดการใช้เตียงในโรงพยาบาล ซึ่งนำมาสู่การผลักดันเชิงนโยบายสาธารณสุขของประเทศไทย ที่ส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายเชิงสาธารณสุขอย่างมาก

นางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้กล่าวเสริมว่า “บทบาทสำคัญของมูลนิธิรามาธิบดีฯ คือการเป็นสะพานบุญแห่งการให้ เพราะการให้สร้างความสุขทั้งต่อผู้ให้และผู้รับ  มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าส่งต่อน้ำใจและการช่วยเหลือจากผู้ให้ไปสู่ผู้ป่วย ผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบของการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล การจัดหาเครื่องมือแพทย์ การสนับสนุนงานวิจัย การก่อสร้างอาคารสถานที่เพื่อขยายศักยภาพการรับรองดูแลผู้ป่วย ซึ่งทั้งหมดนี้มุ่งหวังให้ผู้ป่วยให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกระดับชั้น และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในภาพรวม

ในปีนี้มูลนิธิฯ มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการการผลักดันให้เกิดโครงการนวัตกรรมการแพทย์เพื่อผู้สูงวัยและผู้ป่วยระยะ เพื่อรองรับสังคมแห่งผู้สูงวัย โดยโครงการนี้ได้มีการพัฒนานวัตกรรมในการสร้างศูนย์ต้นแบบการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างครบวงจร หวังว่าจะดูแลผู้คนในทุกช่วงวัยให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีจวบจนนาทีสุดท้าย โดยจะผลักดันให้เป็นศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้ต่อไป ซึ่งโครงการต่างๆ ของรามาธิบดีที่กล่าวมานี้จะไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชน ในนามของมูลนิธิเราจึงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสานต่อการให้ที่ยิ่งใหญ่นี้ให้คงอยู่ในสังคมสืบต่อไป” นางสาวพรรณสิรี กล่าวทิ้งท้าย

เนื่องในวันรามาธิบดี จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ ด้วยการซื้อเสื้อ “หัวใจอินฟินิตี้” ราคา 199 บาท ทางช่องทางต่าง ๆ เช่น LINE @ramafoundation, www.ramafoundation.or.th, มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ สอบถามโทร 02-201-1111

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/life/40014987


Data from 79 real-world studies show that AstraZeneca and mRNA Covid-19 vaccines provide equal protection against hospitalisation and death after two doses, several experts said on Wednesday.

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

The data indicated that both viral vector and mRNA vaccines, specifically Pfizer and Moderna, offer the same protection against hospitalisation (91.3-92.5 per cent) and death (91.4-93.3 per cent), regardless of age.

While data available at the time of review relates to Delta and earlier variants, emerging data indicate similar findings on serious Covid-19 outcomes resulting from Omicron.

“Covid-19 vaccines have been critical in saving lives and helping Southeast Asian countries return to some normalcy over the past year,” said Guy Thwaites, director of Oxford Clinical Research Unit in Vietnam.

“This is important information for the region’s policymakers as they consider the optimal deployment of Covid-19 vaccines in their populations over the next 12 months,” he added.

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

Meanwhile, National Vaccine Institute of Thailand deputy director Sunate Chuenkitmongkol said experts have to focus on all evidence, including antibody levels and effectiveness in real-world settings, to prove that a vaccine can effectively protect people from serious outcomes.

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

“We have reviewed 79 relevant real-world publications and proved that the most widely used viral vector vaccine and the available mRNA vaccines demonstrate high and equal protection against severe outcomes of Covid-19,” she said.

She also urged the Thai government to accelerate the third jab in order to create herd immunity.

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

AstraZeneca and its global partners have released over 2.9 billion vaccine doses to more than 180 countries, and approximately two-thirds of these doses have been delivered to low- and lower-middle income countries.

AstraZeneca, mRNA vaccines equally effective in preventing serious Covid-19 outcomes

The vaccine is estimated to have helped prevent 50 million Covid-19 cases, five million hospitalisations, and to have saved more than one million lives.

Published : April 27, 2022

By : THE NATION

Where does Thailand rank in global survey of penis size?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40014896


The average penis size in Thailand is the seventh-smallest in the world, according to a survey conducted by British online clinic From Mars.

Where does Thailand rank in global survey of penis size?

Cambodia tops the ranking for smallest erect penises with an average of just 3.95 inches (10 centimetres). Thai penises measure up as the fifth-longest in Southeast Asia, behind Indonesia, Singapore, Malaysia and Vietnam but ahead of Philippines and Cambodia.

Heading the list of countries with the biggest penises is Ecuador, at 6.93 inches.

The clinic collected data from the World Population Review to come up with figures for average erect penis size from 86 countries. It also used Google search data from 2021.

Pharmacist Navin Khosla, who conducted the study, said the survey relied on self-reported data so some respondents might be generous with measurements. However, it still gives a basic idea of average sizes around the world.

The study lists the top 10 countries with the biggest penis as:

  • 1 Ecuador 6.93 inches
  • 2 Cameroon 6.56 inches
  • 3 Bolivia 6.50 inches
  • 4 Sudan 6.48 inches
  • 5 Haiti 6.30 inches
  • 6 Senegal 6.26 inches
  • 7 Gambia 6.25 inches
  • 7 Cuba 6.25 inches
  • 7 Netherlands 6.25 inches
  • 10 Zambia 6.21 inches

Meanwhile, the top 10 countries with the smallest penis size are:

  • 1 Cambodia 3.95 inches
  • 2 Taiwan 4.24 inches
  • 3 Philippines 4.27 inches
  • 4 Sri Lanka 4.29 inches
  • 5 Hong Kong 4.41 inches
  • 5 Bangladesh 4.41 inches
  • 7 Thailand 4.51 inches
  • 8 Vietnam 4.52 inches
  • 8 Malaysia 4.52 inches
  • 10 Singapore 4.54 inches

Khosla said, “Whether people are concerned about the size or the shape, or any other aspect for that matter, most of us have wondered at some point or another whether ours is big enough.”

Penis size can have a massive impact on men’s confidence and self-image, he added.

However, “[t]he truth is, that the owner of the penis is far more likely to be worried about the size of their penis than their sexual partners are!”

Where does Thailand rank in global survey of penis size?

Published : April 25, 2022

By : THE NATION

Schools must be Covid-proofed before reopening next month: Dr Yong

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40014895


Top virologist Yong Poovorawan has issued guidelines as schools prepare to reopen for the beginning of term next month.

Schools must be Covid-proofed before reopening next month: Dr Yong

Yong warned that extra precautions were needed as Covid-19 and other respiratory diseases such as influenza are likely to spread among students over the rainy season from June to September.

Covid-19 can still cause severe illness and even death in children, he added. Most at risk are the under-5 age group, who are too young to be vaccinated. Children aged under 2 were especially vulnerable, Yong said.

He urged the Thai Food and Drug Administration (FDA) to consider China’s policy of vaccinating children aged 3 and over to reduce the severity of their symptoms. The FDA currently allows vaccination from the age of six.

Yong said it would be difficult to ensure young students maintained social distancing and mask-wearing, so parents and teachers must cooperate on safety when schools open.

Meanwhile, primary school students should get vaccinated before returning to school and not attend classes if they are sick.

Schools must also adopt daily screening of students via ATKs or other methods and have clear regulations for everyone to follow.

Large secondary schools or those with big class numbers should have a concrete plan for reopening.

Elderly people living in the same house as students should receive at least three doses of vaccine, otherwise they risked severe symptoms if the children brought the virus back from school.

Classrooms should be airy and well-ventilated. In air-conditioned classrooms, windows should be opened frequently or left ajar. Schools should also set up handwashing points.

Published : April 25, 2022

By : THE NATION

MIDO เปิดตัว Multifort Skeleton Vertigo เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681353

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 16:45 น.MIDO เปิดตัว Multifort Skeleton Vertigo เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลก

สร้างลุคให้โดดเด่นได้ในทุกโอกาสกับ “มิโด” (MIDO) ที่ล่าสุดเปิดตัว “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก้” เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ โดยมีแบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่ม “คิม ซู ฮยอน” ร่วมถ่ายทอดความงดงามผ่านไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และดีไซน์งดงามเหนือกาลเวลา ไปกับเรือนเวลาหรูจาก “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ในคอลเลกชั่นล่าสุด “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก้” (Multifort Skeleton Vertigo) ที่สะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดแบบเปลือย ซึ่งเผยให้เห็นถึงความงดงามของชิ้นส่วนกลไกอย่างชัดเจน อีกทั้งยังโดดเด่นด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ความสวยงาม และความแข็งแกร่ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอันโด่งดังของโลกอย่าง สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ในประเทศออสเตรเลีย โดยนาฬิกาเรือนแรกจากตระกูล “มัลติฟอร์ต” (Multifort) และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ยังได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันในสมัยทศวรรษที่ 1930 อีกด้วย

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

แบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มชื่อดัง “คิม ซู ฮยอน” ได้กล่าวถึงนาฬิกาเรือนโปรด Multifort Skeleton Vertigo ว่า “นาฬิการุ่นนี้มีการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะคุณจะได้เห็นกลไกการทำงานของนาฬิกาผ่านการดีไซน์ตัวเรือนแบบเปลือย ซึ่งนาฬิกาที่มีการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์นั้น สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี อย่างนาฬิกาเรือนนี้สามารถใส่ได้ทั้งกับลุคคลาสสิก อย่างสูท หรือลุคแคชชวลอย่างกางเกงยีนส์และเสื้อยืด ก็สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นได้แล้ว”

สำหรับ Multifort Skeleton Vertigo เป็นเรือนเวลาจากตระกูล Multifort ที่มีทั้งความโดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ต ชวนให้หลงใหลด้วยหน้าปัดและฝาหลังแบบเปลือย ที่สามารถมองเห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่อยู่ด้านใน ด้วยรายละเอียดการดีไซน์สุดประณีตบรรจง พร้อมลวดลายแนวตั้งบนหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นสายเคเบิ้ลอันแข็งแกร่งที่ยึดตัวสะพานไว้ ผสมผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ พร้อมเทคนิคการทำสีแอนทราไซต์ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย โดยตัวเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา สีขาว ที่ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้นแม้ในที่มืด พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดทั้งสองด้าน ส่วนตัวเรือนนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร พร้อมฝาหลังที่สลักโลโก้ ‘MIDO’ ไว้อย่างชัดเจน และเม็ดมะยมแบบขันเกลียว เรียบโก้ด้วยสายรัดสแตนเลสสตีลและตัวล็อคแบบบานพับที่ทำจากเหล็กเคลือบซาติน อีกทั้งยังสามารถสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ทำจากนิวาครอน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการต้านแรงแม่เหล็ก และป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และฟังก์ชั่นดำน้ำลึกได้ถึงระดับ 100 เมตร

เคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับคนที่เริ่มต้นอยากสะสม

การสะสมนาฬิกาที่เป็นงานอดิเรกของใครหลายคนนั้น นอกจากจะสะสมเพื่อชื่นชมความงดงาม หรือนำมาสวมใส่เพื่อเติมเต็มคาแรคเตอร์ให้สมบูรณ์แบบแล้ว ยังสามารถสะสมเพื่อเป็นการลงทุนได้อีกด้วย ดังนั้นองค์ประกอบสำคัญในการเลือกซื้อจะต้องประกอบไปด้วยแบรนด์ระดับโลกซึ่งเป็นที่รู้จัก เพราะแบรนด์ระดับโลกนั้นจะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์มายาวนานจึงสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบแต่ละคอลเลกชั่นจึงสามารถสร้างมูลค่าได้เป็นอย่างดี รวมถึงดีไซน์ที่ต้องมีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ทุกยุคสมัย และฟังก์ชั่นการใช้งานก็ต้องตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

พบกับ Multifort Skeleton Vertigo จากเรือนเวลาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์แบรนด์ MIDO นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ MIDO เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com, LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

Pomelo เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681329

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 12:55 น.Pomelo เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองวันคุ้มครองโลก

“Pomelo” ฉลองวันคุ้มครองโลกด้วยคอลเลคชั่นพิเศษ พร้อมย้ำความมุ่งมั่นเดินหน้าโครงการ “Down to Earth”

Pomelo (โพเมโล) แฟชั่นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกด้วยการยกระดับความคิดริเริ่มในการผลิตสินค้ากลุ่มยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ “Down to Earth” เป็นปีที่สองติดต่อกัน ผ่านแนวคิด “Make it Count” ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานในการนำเสนอเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ที่นำเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงทีละขั้นด้วยการเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   

โครงการ “Down to Earth” 

วันคุ้มครองโลกปีนี้ โพเมโล เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ในสินค้ากลุ่มยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำจากวัสดุและกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงผ้าฝ้าย ทั้งนี้ โพเมโลภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ The Better Cotton Initiative (BCI) เพื่อคัดสรรผ้าฝ้ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คอลเลคชั่นฤดูร้อนจำนวน 31 ชิ้น ซึ่งทำจากผ้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการทำงานที่มีจริยธรรม ซึ่งรวมถึงผ้าฝ้ายและผ้าเดนิมที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายคุณภาพของน้ำโดยคอลเลคชั่นนี้นำเสนอผลงานชิ้นสำคัญที่มาพร้อมสีสันและลายพิมพ์ที่เต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแคว้น คัมปาเนีย (Campania) สถานที่ท่องเที่ยวบนชายฝั่งทางตอนใต้ของอิตาลี  

‘Down to Earth’ คือโครงการหลักที่รวมเอาความคิดริเริ่มต่าง ๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งหมดของ โพเมโล โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคตทั้งในระยะเวลาอันใกล้และในระยะยาว ภายในปี 2565 โพเมโลยังได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 40% สำหรับการเลือก ใช้วัตถุดิบ ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์โพเมโล ซึ่งสะท้อน ให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงและมอบสินค้าแฟชั่นที่ทั้งอินเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกัน  

นายเดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และ ผู้ร่วมก่อตั้ง โพเมโล แฟชั่น กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแฟชั่น เรายังคงให้ ความสำคัญต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อชุมชนและโลกของเรา การผลักดันประเด็นการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคของโพเมโล เราเลือกทำโดยการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ฝ้ายที่ปลูกและเก็บเกี่ยวด้วยกระบวนการที่มีความยั่งยืน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับสินค้าที่มีคุณภาพและมีความสวยงามทันสมัย ซึ่งผลิตขึ้นด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่จะเป็น ไปได้”  

“นอกจากนี้ เทคโนโลยีแบบเฉพาะบุคคล (Personalization technology) ของเรายังช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือก ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในแบบที่ตนเองชอบ ซึ่งผลิตและได้รับการคัดสรรสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘Sustainable Edit” ซึ่งมีสินค้าที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสินค้าจาก แบรนด์ที่เป็นมิตรต่อโลก สินค้ากลุ่ม Pre-Loved ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน (earth care homeware) และผลิตภัณฑ์ เพื่อความงาม เป็นต้น”  

รวมพลัง มุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

โพเมโลภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ในการเดินหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ในโลกแฟชั่นโดยที่ผ่านมาโพเมโลได้ส่งเสริมแบรนด์ชั้นนำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมบนแพลทฟอร์มของเรา อาทิ Sabina, Born on Saturday, HVISK, V Activewear, Le Specs, L’occitane, Innisfree, Skin 1004, Laneige และ Cotton On และ แบรนด์อื่น ๆ อีกมากมายที่แชร์แนวคิดร่วมกันและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมใน ทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันคุ้มครองโลกปีนี้ โพเมเลได้จับมือกับแบรนด์ อาทิ Sabina, Mymomsaysimcool, Memories Brand , Zentury Vintage, Imnotamorningperson, และ Vick’s 

“ปัจจุบันเรามีแบรนด์มากกว่า 500 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ระดับนานาชาติ แบรนด์ของดีไซเนอร์ไทย และแบรนด์ต่าง ๆ จากอินสตาแกรมที่กำลังมาแรงที่สุด ทั้งหมดรวบรวมไว้ในแพลตฟอร์มของเรา แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ การที่เรายังคงมีความมุ่งมั่นในเรื่องของความยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในเรื่องของการนำเสนอแบรนด์ของเราเอง และการประสานความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม โดยในขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า เพื่ออนาคต เพื่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อทุกคน” เดวิด โจว กล่าวเสริม 

ก้าวเดินบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน 

โพเมโลได้คำนึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2561 โพเมโล ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูล “Purpose” เพื่อเผยความตระหนักในเรื่องการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกผลิตภัณฑ์ของคอลเลคชั่นนี้ โดยภายใต้การสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ โพเมโลได้สำรวจกระบวนการผลิตและการเลือกใช้วัตถุดิบใหม่ ๆ เช่น การเลือกใช้ผ้าฝ้ายออร์แกนิก ผ้ารีไซเคิล และผ้าเหลือใช้ เพื่อนำมาใช้ในแนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น จากความสำเร็จของคอลเลคชั่นนี้ โพเมโลได้ขยายแนวคิดในการสร้างสรรค์นี้ไปยังกลุ่มสินค้าต่าง ๆ ของโพเมโลในวงกว้างมากขึ้น 

ต่อมาในปี 2563 โพเมโล ริเริ่มคอลเลคชั่นหน้ากากผ้าเพื่อสังคม “Pomelo Cares” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โพเมโล ยังร่วมมือกับ วีจีไอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Trash to Treasure’ เปลี่ยนขยะเหลือใช้แทนถุงของโพเมโล และปรับปรุงร้านค้าต่าง ๆ ด้วยแนวคิด 3R: ลดการใช้ ใช้ซ้ำ และนำกลับไปใช้ใหม่ (Reduce, Reuse, and Recycle) 

และตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 โพเมโลยังได้เปิดตัว E-commerce Mailers ที่ย่อยสลายได้ 100% โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ให้เหลือน้อยที่สุด โดยร่วมมือกับ Grounded Packaging ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่นำเสนอโซลูชันบรรจุภัณฑ์ตามสั่ง นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่น ๆ รวมถึงการนำกระดาษรีไซเคิลที่ผ่านการรับรอง FSC ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและลดของเสียจากบรรจุภัณฑ์ที่เหลือใช้ 

ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโพเมโลและเติมเต็มความหมายให้กับคุ้มครองโลกในปีนี้โพเมโลยัง ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘Sustainable Edit” โดยมีวางจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์ pomelofashion.com แอปพลิเคชัน และที่ร้าน Pomelo ในประเทศไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  

เคล็ดลับนักวิ่ง : เติมพลังด้วยอาหารปลอดกลูเตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681347

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 07:10 น.เคล็ดลับนักวิ่ง : เติมพลังด้วยอาหารปลอดกลูเตน

สายวิ่งต้องรู้!! เคล็ดลับเติมพลังด้วย “อาหารปลอดกลูเตน” ทางเลือกสำหรับเหล่านักวิ่งที่แพ้กลูเตน

สำหรับนักวิ่งแล้ว สิ่งสำคัญนอกจากการฟิตร่างกายแล้ว คือการเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เพื่อเพิ่มพลังงานเสริมความแกร่งให้การวิ่ง แต่ก็มี นักวิ่งอีกหลายคนที่แพ้กลูเตนในคาร์โบไฮเดรต เจนเนอราลี่ เผยเคล็ดลับเติมพลังงานให้นักวิ่งที่แพ้กลูเตนเพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนพิชิตเส้นชัยได้ตามเป้าหมาย โดย Aisling Pigott นักโภชนาการและผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ เผยว่า

อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่มักจะมีกลูเตนอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าผู้ที่แพ้กลูเตนจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ท้องอืด ท้องร่วง และปวดท้อง ส่งผลต่อการวิ่งระยะไกล ๆ ดังนั้น ทางเลือกสำหรับเหล่านักวิ่งที่แพ้กลูเตน คือเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ปลอดกลูเตน

ปัจจุบันมีทางเลือกสำหรับอาหารที่ปลอดกลูเตนมากขึ้น เช่น พาสตา ขนมปัง เค้ก และซีเรียลบาร์ ซึ่งมีจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีราคาแพงกว่าอาหารทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ยังได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต เปลี่ยนอาหาร อาหารหลักตามธรรมชาติที่ปลอดกลูเตนมีให้เลือกมากมาย เช่น ข้าว มันฝรั่ง ถั่วเมล็ดแห้งและถั่วต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น

ถัดมาคือต้อง วางแผนการทานล่วงหน้า อาหารที่ควรทานตอนเย็นก่อนวิ่ง ต้องเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมันต่ำ โปรตีนและไฟเบอร์ในปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าสะสมไกลโคเจนไว้ได้มากพอ เช่น พาสตา 1 ถ้วย (พร้อมซอส) ทำให้ได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเต็มที่และปลอดกลูเตนด้วย ในตอนเช้าก่อนวิ่งประมาณ 2 ชั่วโมง อาหารเช้าที่มีไข่ เห็ด หรือมะเขือเทศบนขนมปังปลอดกลูเตนก็เป็นตัวเลือกที่ดี โดยให้ลองทานระหว่างซ้อมวิ่งเพื่อดูว่าจะไม่เกิดปัญหาใด ๆ ต่อลำไส้ ระหว่างวิ่งมาสักระยะหนึ่งแล้ว เจลและเครื่องดื่มชูกำลัง จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมพลังให้ได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาเรื่องกลูเตน แต่ให้ระวังขนมจำพวกบาร์และซีเรียลบาร์ที่ให้พลังงานบางประเภท เพราะมักจะมีกลูเตนรวมอยู่ด้วย

นักวิ่งทุกคนควรเริ่ม ฟื้นฟูร่างกายหลังวิ่งเสร็จ ภายใน 20 นาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นโรคเซลิแอค เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งทำให้กระดูกแตกหักได้ง่ายขึ้น นักวิ่งเหล่านี้ควรดื่มนมวัวหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่นมที่เพิ่มแคลเซียมพิเศษไปด้วย จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายได้ รวมถึงการดื่มนมช็อกโกแลตหรือโปรตีนเชคก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน สำหรับผู้ที่ชอบดื่มนม และควรทานอาหารที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผัก และผลไม้เสริมด้วย

เมื่อร่างกายพร้อมแล้วก็พร้อมร่วมวิ่งพิชิตใจตัวเองในงาน “เขาค้อ มาราธอน 2022” (Khaokho Marathon 2022) กิจกรรมวิ่งมาราธอนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ณ จอลลี่ แลนด์ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิทธิพิเศษโดยเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้มอบ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ Khaokho Marathon 2022  และติดตามเนื้อหาสาระดีๆ ด้านสุขภาพ และเคล็ดลับการวางแผนสร้างหลักประกันในชีวิต จากเจนเนอราลี่ได้ที่นี่

Eatery by COSI Rock Garden อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ในบรรยากาศสุดชิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681410

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 14:57 น.Eatery by COSI Rock Garden อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ในบรรยากาศสุดชิล

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เปิดตัว “Eatery by COSI Rock Garden” อาหารทะเลสดอร่อยสไตล์ใต้ ในบรรยากาศสุดชิล

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เปิดตัว “Eatery by COSI Rock Garden” ร้านอาหารนั่งชิลแบบเอาท์ดอร์ นำเสนออาหารทะเลสดใหม่ ผสานความอร่อยแบบจัดจ้านสไตล์ใต้ ท่ามกลางเสียงเพลงและสายลมในบรรยากาศแฮงค์เอาท์แบบสบายๆ มาพร้อมเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้อย่าง ไข่ตุ๋นทะเลหม้อไฟ, ปลาทับทิมลุยสวน, ทะเลถัง และเมนูซิกเนเจอร์ ยำ Eatery โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16:00 – 23:00 น.

ร้านอาหาร “Eatery by COSI Rock Garden” ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ (ถัดจากโรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช) เปิดให้บริการทุกวัน พร้อมดนตรีสด

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง ได้ที่ https://www.facebook.com/cosikrabi Line: @cosikrabi หรือ โทร 075-819-999

เติมความสดใสให้ยามบ่ายด้วยสีสันของชุด Afternoon Tea ที่ทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681350

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 12:30 น.เติมความสดใสให้ยามบ่ายด้วยสีสันของชุด Afternoon Tea ที่ทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

พบกับชุด Afternoon Tea ที่พร้อมทำให้ทุกคนสดชื่น ต้อนรับซัมเมอร์ ณ ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขหลังมื้อเที่ยง ด้วยสีสันและความอร่อยที่ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท  เตรียมไว้ต้อนรับช่วงซัมเมอร์นี้ ด้วยชุดน้ำชาชามบ่ายสีสันสดใส ที่หยิบยกเอาผลไม้หน้าร้อนมาทำเป็นเมนูความหวานได้อย่างตื่นตาตื่นใจ หากพูดถึงช่วงหน้าร้อน ผลไม้ที่ชวนทำให้นึกถึงต้องมี มะพร้าว มะม่วง กล้วย สับปะรด เสาวรส และ ฝรั่ง ยังไม่เพียงเท่านั้น ลิ้นจี่ และลำไย ผลไม้ขึ้นชื่อก็ถูกนำมารังสรรค์ให้เป็นเมนูคาวหวาน ในชุดน้ำชาน้ำยามบ่ายครั้งนี้อีกด้วย

เมนูหลักที่ถือว่าเป็นเมนูไฮไลท์ของเซ็ตนี้ ต้องยกให้ Coconut Cake เชฟเด่นได้สร้างสรรค์เมนูนี้ให้คล้างคลึงกับลูกมะพร้าวให้ได้มากที่สุด เมื่อได้ตักขึ้นมาชิมจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม เบา ของมูสมะพร้าว และได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกะทิสด อีกทั้งยังมีเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ถูกสอดไส้ไว้ด้านในและมะพร้าวกะทิชิ้นใหญ่ที่ตกแต่งไว้ด้านบน ที่จะทำให้คุณได้ลองลิ้มทั้งรสสัมผัสและเนื้อสัมผัสของมูสมะพร้าว กับเนื้อมะพร้าวสดอย่างลงตัว

หากแต่ว่าไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียวที่จะทำให้คุณประทับใจจนต้องร้องว้าว ยังมีอีกหลากหลายเมนูที่จะทำให้คุณประทับใจ อาทิ สโคนกล้วยตาก กลิ่นหอมหวลจากกล้วย รสชาติหวานจากน้ำผึ้ง มีความหนุบหนับชวนเคี้ยวเพลิน Exotic Pineapple รสชาติละมุนละไมของไวท์ ช็อคโกแลตมูส ทานคู่กับสับปะรดภูเก็ตและมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นเต๋า นำไปเคี่ยวกับน้ำเสาวรสจนได้ที่ นำมาสอดเป็นไส้ในของขนม รสหวานตัดเปรี้ยวกลมกล่อมเป็นอย่างมาก อีกทั้ง Lychee Roselle และ Orange Mandarin ก็เป็นเมนูที่โดดเด่นและน่ารับประทานไม่แพ้กัน

ในส่วนของอาหารคาวเชฟยังคงหยิบผลไม้หน้าร้อนมารังสรรค์เป็นเมนูสำหรับช่วงซัมเมอร์ อาทิ แซนด์วิชครีมชีสที่ผสมกับเนื้อมะละกอตากแห้ง ตกแต่งด้วยพาร์ม่าแฮมและมะละกอสุก และอีกหนึ่งเมนูที่ควรลิ้มลอง นั่นก็คือ Guava Tarte มัสคาโปรชีส ฝรั่งชมพู ดอกกะหล่ำ ผสมให้เข้ากันเพิ่มความกรุบกรอบด้วยเมล็ดทานตะวัน เมนูแปลกใหม่แต่อร่อยจนลืมไม่ลง

ชุดน้ำชายามบ่าย สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ ราคา 1,380 บาท++

ชุดน้ำชายามบ่าย สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ และ สปาร์คกลิ้งไวน์ 2 แก้ว ราคา 1,680 บาท++

นอกจากจะให้บริการเป็นชุดน้ำชายามบ่ายแล้ว ยังมีให้บริการเป็นชิ้นสำหรับซื้อกลับบ้านไปทาน หรือนำไปเป็นของฝากได้อีกด้วยนี้ สามารถเลือกได้ตามเมนูดังนี้

·      Coconut Cake ราคา 250 บาท++

·      Lychee Roselle ราคา 220 บาท++

·      Orange Mandarin ราคา 210 บาท++

·      Exotic Pineapple ราคา 200 บาท++

ชุดน้ำชายามบ่าย เปิดให้บริการทุกวัน ที่ห้องอาหารทักซิโด้ เอสเปรสโซ่ บาร์

ระยะเวลาให้บริการ: 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2565

เวลา: 12:00 น. – 16:30 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.carltonhotel.co.th